Skip to content
|

ประติมากรรม “หลักศิลา” กับประสิทธิภาพที่ต้องจารึก Sony KDL-HX855 3D LED TV

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 19 Jan 2022 0 comments

ประติมากรรม “หลักศิลา”
กับประสิทธิภาพที่ต้องจารึก ??

สิ่งที่ผมรอคอยอย่างใจจดใจจ่อตลอดเวลาที่ทำงานอยู่ในฐานะสื่อ คือ การได้ลุ้นว่าปีนี้จะมีสินค้าอะไรผ่านมาให้พิสูจน์ศักยภาพว่าสามารถตอบสนองการใช้งานได้ดี หรือโดดเด่นกว่าเดิมมากน้อยแค่ไหน แต่นอกเหนือจากนั้น คือ การได้เห็นว่าผู้ผลิตมีแนวคิดในการออกแบบสินค้าที่หวือหวา และน่าตื่นเต้นเพียงใด แน่นอนว่าบ่อยครั้งเกิดจากแนวคิดสร้างสรรค์แปลกใหม่ที่ไม่มีผู้ใดคิดได้มาก่อน ซึ่งประเด็นนี้อาจ “ได้ใจ” ไปก่อนจะได้ทดสอบประสิทธิภาพเสียอีก

สำหรับจอภาพนั้น แน่นอนว่าวัตถุประสงค์การใช้งาน คือ “ใช้รับชม” ดังนั้นทีวีที่ดี ก็ย่อมต้องให้ภาพที่ดี ทว่าประเด็นดังกล่าวคงจะเป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณาเลือกซื้อ ทั้งนี้ปัจจัยที่จะสื่อไปถึงแนวคิดสร้างสรรค์ของผู้ผลิตได้ชัดเจนคงไม่พ้นเรื่องของดีไซน์ที่เผลอๆ จะดึงดูดความสนใจได้มากกว่าประเด็นเรื่องภาพเสียอีก และในสายตาของผู้บริโภค “รูปลักษณ์” ของสินค้า ก็คือ “ภาพลักษณ์” ของแบรนด์ไปโดยปริยายนั่นแหละ

ปีที่แล้ว หลายท่านน่าจะได้สัมผัสกับ Monolithic Design จาก 2011 Sony Bravia TV กันไปบ้าง โดยเฉพาะท่านที่ได้เห็นภาพเปรียบเทียบจากงานบรรยายของทีมงาน LCDTVTHAILAND ที่งาน BAV Hi-End 2012 ณ รร.แลนด์มาร์ค เมื่อต้นปี ซึ่งความโดดเด่นทั้งด้านภาพ และดีไซน์ความสวยงามคงได้เป็นที่ประจักษ์… เมื่อซีรี่ส์ล่าสุดของปี 2012 อย่าง HX855 ได้ปล่อยของออกสู่ตลาด ก็ยังคงสานต่อแนวคิดนี้เช่นเดิม แต่จะมีประเด็นเพิ่มเติมใดที่น่าสนใจบ้าง เชิญทัศนาได้บัดเดี๋ยวนี้ !

Brand Sony
Model KDL-55HX855
Size 55″
Native Resolution 1920 x 1080
Backlight Type Dynamic Edge LED (Edge LED with Local Dimming)
3D Playback Yes
(Active Shutter Glasses)
2D to 3D Yes
Video Processor X-Reality PRO
Frame Interpolation Motionflow XR 800
Design Monolithic Design
HDMI 4
USB 2
Internet Connection WiFi Integrated, LAN
Internet & Network  Sony Entertainment Network / DLNA
Price 112,990 .-*

*พร้อม TV Stand SU-B553S

ดีไซน์

จริงอยู่ว่าที่ผ่านมา หรือแม้แต่ปัจจุบัน มีหลายแบรนด์ที่ออกแบบ “ขาตั้งทีวี” ได้โดดเด่น สวยงาม ทว่าทีวี+ขาตั้ง เหล่านั้น แม้จะสร้างความหวือหวาเมื่อแรกเห็นได้ก็จริง แต่ค่อนข้างล่องลอยในเรื่องของแนวคิด กล่าวคือถึงแม้จะเปลี่ยนแปลงรูปร่างโครงสร้างขาตั้งให้แปลกไปอย่างไร ก็เหมือนยังหาตัวตนที่ชัดเจนไม่เจอ ทั้งนี้แนวคิดรากเหง้าจุดเริ่มต้นถือเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าไม่ชัดเจน การบรรลุจุดบรรจบที่ลงตัวก็เป็นไปได้ยาก ในขณะที่ทีวีของ Sony นั้น ถึงแม้ดีไซน์ทีวีที่มาพร้อมขาตั้งมาตรฐาน ดูแล้วก็มิได้โดดเด่นล้ำหน้าแตกต่างจากแบรนด์อื่น ออกจะธรรมดาไปหน่อยด้วยซ้ำ (แต่ก็ไม่ถึงกับอนุรักษ์นิยมยึดติดกับรูปแบบเดิมๆ มากเกินไปจนเชย และแน่นอนว่ามิได้เปลี่ยนดีไซน์ใหม่หมดทุกปีจนหาเค้าเดิมไม่เจอ)

กระนั้นจุดเด่นของ Sony คือ ภาพรวมแนวคิดในการออกแบบ โดยการผนวกทีวีกับฐานตั้ง (Bunchin – TV Stand) เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญนำไปสู่การนำเสนอแนวคิด “Monolithic Design” ให้เป็นที่ประจักษ์ ความชัดเจนเรื่องของการตีความรูปลักษณ์ของทีวี (เมื่อตั้งวางบนชั้น) จึงทำได้โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ และดู “ไม่ธรรมดา” แน่นอนว่าจุดนี้ส่งผลให้โปรดักต์ทีวีของ Sony แตกต่างจากแบรนด์อื่นอย่างชัดเจน… แต่ความลึกซึ้งตรงนี้จะมากน้อยเพียงใด ก็ขึ้นกับว่าทาง Sony จะโปรโมทประเด็นดังกล่าวสู่สายตาผู้บริโภคได้ชัดเจนเพียงใด…

การจัดแสดง Sonys Monolithic Design Concept ภายในงาน CES 2011 (ภาพประกอบจาก Gizmodo)

ความหมายของคำว่า Monolith จากพจนานุกรม เป็นดังนี้

Cambridge Dictionaries Online
monolith (n.) = a large block of stone standing by itself which was put up by people in the distant past
Merriam-Webster Dictionary Online
monolith (n.) = a single great stone often in the form of an obelisk or column
= a massive structure
= an organized whole that acts as a single unified powerful or influential force
พจนานุกรม สอ เสถบุตร
monolith (n.) = หินใหญ่ก้อนเดียว, เสาหินที่ตั้งเป็นอนุสาวรีย์
= สิ่งที่มั่นคงราวกับหิน, กลุ่มที่เกาะกันแน่น หรือหมู่ที่เกาะกันแน่นราวกับหิน

ก่อนจะกล่าวถึงดีไซน์ของ 55HX855 ผมขอย้อนกลับไปยังรากฐานแนวคิด Monolithic Design ที่ Sony นำเสนอพร้อมกับ Bravia TV รุ่นท็อปๆ ตั้งแต่ปีที่แล้ว ว่ามีที่มาอย่างไรสักเล็กน้อย… Monolithic Design มีจุดเริ่มต้นจากความพยายามของ Sony ในการสร้างสรรค์ทีวีที่สามารถสร้างความประทับใจแก่ผูชมได้ตลอดเวลา แน่นอน “ตลอดเวลา” ในที่นี้ มิใช่ตลอดเวลาที่เปิดรับชมภาพเท่านั้น แต่รวมถึงเวลาที่ “ไม่ได้เปิดใช้งาน” ด้วย การจะบรรลุเป้าหมายข้างต้น “ตัวทีวี” เองต้องสามารถสร้างความประทับใจได้แม้จะตั้งวางอยู่เฉยๆ

เริ่มจากรากฐานสำคัญโดยเน้นบรรลุเป้าหมายสูงสุดเพียง 3 ประการ คือ Function, Form และ Performance แล้วเชื่อมโยงส่วนผสมทั้ง 3 อย่างลงตัว ก็จะเกิดเป็นความเรียบง่ายที่สร้างความโดดเด่นได้ พื้นฐานจากความเรียบง่ายมีส่วนช่วยให้เกิดความกลมกลืน คือ ไม่ปิดกั้นการรับรู้โดยใช้ความหวือหวาดึงความสนใจของผู้คนออกจากสภาพแวดล้อมมากเกินไป ทว่าอีกด้านหนึ่งตัวทีวีเองก็ส่งเสริมให้สภาพแวดล้อมถูกยกระดับขึ้นด้วยการออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งานที่ลงตัว และสร้างความประทับใจด้วยคุณภาพของภาพและเสียงอันโดดเด่น

ซ้าย – 55HX855 ติดตั้งพร้อมกับขาตั้งมาตรฐาน
และ ขวา – 55HX855 ติดตั้งกับ SU-B553S Monolithic TV Stand

55HX855 ยังคงพื้นฐานการออกแบบตามแนวคิด Monolithic Design เช่นเดียวกับปีที่แล้ว ทว่าเปลี่ยนแปลงบางจุดให้ต่างจากเดิมบ้าง (จะได้ไม่จำเจ) ดีไซน์ของตัวทีวีเองยังคงลักษณะแบบ “หลักศิลากระจกสีดำ” เช่นเดียวกับดีไซน์ปี 2011 วัสดุที่ใช้ คือ กระจก Corning Gorilla Glass ปิดเต็มพื้นที่พาเนลนั่นเอง กรอบจอเป็นโลหะ (Brushed aluminium) สีเงิน เพื่อสร้างความโดดเด่นของเส้นขอบ อย่างไรก็ดีจุดที่ต่างไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด คือ ดีไซน์ของขาตั้งมาตรฐาน ที่เปลี่ยนจากแผ่นฐานแล้วมีเสาตรงกลางแบบที่เห็นหราทั่วไป ให้กลายเป็นสะพานโค้งอย่างที่เห็น แต่ที่สร้างความโดดเด่นที่สุดคงไม่พ้น Monolithic TV Stand อุปกรณ์สร้างภาพลักษณ์สำคัญ (เป็นอ็อพชั่นเสริมในปีที่แล้ว ทว่าแถมมากับรุ่น 55HX855 ในปีนี้) ก็มีการเปลี่ยนแปลงดีไซน์ไปบ้างเช่นเดียวกัน

เปรียบเทียบลักษณะของ Monolithic TV Stand ที่ใช้งานกับทีวี Sony Bravia คือ SU-B553S TV Stand ของปี 2012 นี้ (รูปบน) ออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับทีวี Bravia ขนาดจอภาพ 55 นิ้ว ในซีรี่ส์ HX855 (อนาคตอาจมีซีรี่ส์อื่นที่รองรับเพิ่มขึ้น) ส่วน SU-B551S TV Stand ของปีที่แล้ว (2011 รูปล่าง) ใช้งานร่วมกับทีวี Bravia ขนาดจอภาพ 55 นิ้ว ในซีรี่ส์ NX720, HX820 และ HX925

ดูแล้วถามว่าของใหม่กับของของเก่า อันไหนสวยกว่ากัน? อาจต้องให้เครดิตรุ่นบุกเบิกมากกว่านิดหน่อย แต่กระนั้นผมว่ามันสวยทั้งคู่ครับ ในรุ่นใหม่จะลดทอนลักษณะฐานสี่เหลี่ยมทึบตัน โดยลบมุมเพิ่มความโค้งมนเข้ามา พร้อมกับลดขนาดความหนาลง เมื่อติดตั้งทีวีลงไปแล้วจะเหมือนกับทีวีวางลอย (สัมผัส) อยู่บนฐาน โครงสร้างนี้เมื่อบวกกับดีไซน์ทีวีขอบบาง จึงให้ความรู้สึก “บางเบา” กว่าเดิม แต่ยังคงความขึงขังแบบ “ประติมากรรมหลักศิลา”

ในขณะที่รุ่นก่อนจะให้ความ “หนักแน่น” มั่นคงดุจแผ่น (และฐาน) หิน มากกว่า ช่วงรอยต่อให้ลักษณะเหมือนเสียบลึกเข้าไป (หรือโผล่ทะลุขึ้นมา) แต่ไม่ว่าแบบใดก็เข้ากับแนวคิด Monolithic เหมือนกัน จอภาพทำมุมเอียง 6 องศา ลงตัวกับการรับชมเมื่อตั้งวางบนชั้นเช่นเดิม ทั้งคู่มีการยึดล็อคทีวีกับฐานที่แน่นหนาพอดู แม้ว่าโยกๆ แล้วจะมีคลอนบ้าง แต่คิดว่าไม่น่ามีปัญหาที่จะก่อให้เกิดอันตราย ถ้าไม่มีใครเล่นพิเรนทร์ อย่างไรก็ดีเรื่องของรูปลักษณ์ คงมิใช่เป้าหมายหลักเพียงอย่างเดียวของ TV Stand ประเด็นเรื่องของคุณภาพเสียง นับเป็นเป้าหมายสำคัญเช่นกัน… ติดตามจากรายงานผลการทดสอบช่วงท้ายได้ครับ

การเชื่อมต่อระหว่างทีวีและฐานของรุ่นใหม่ ใช้สายเชื่อมต่อลักษณะเฉพาะเพียงเส้นเดียวดังรูป ซึ่งสายนี้เป็นทั้งสายสัญญาณและจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับภาคขยาย เมื่อเชื่อมต่อแหล่งสัญญาณเสียงใดๆ เข้ากับทีวี สัญญาณเสียงจะถูกส่งผ่านมายัง TV Stand ผ่านสายนี้ ดังนั้นที่ฐาน SU-B553S จึงไม่มีความจำเป็นต้องมีช่องต่ออื่นใดอีก ภายหลังจากติดตั้ง เชื่อมต่อสาย และเปิดใช้งานทีวี ลำโพงของทีวีจะปิดการทำงาน และระบบจะสลับไปใช้งานลำโพงที่ TV Stand ให้เองโดยอัตโนมัติ

หมายเหตุ: TV Stand รุ่นก่อน คือ SU-B551S นั้น จะใช้วิธีเชื่อมต่อสัญญาณระหว่างทีวีด้วยสาย HDMI แบ่งได้ 2 วิธี วิธีแรก คือ เสียบสายสัญญาณ HDMI จากแหล่งโปรแกรมตรงเข้า TV Stand ก่อน แล้วเชื่อมต่อสาย HDMI อีกเส้นออกจาก TV Stand ไปเข้าที่ทีวี ส่วนวิธีที่ 2 คือ เสียบเสียบสายสัญญาณ HDMI จากแหล่งโปรแกรมเข้าที่ทีวีตามปกติ และระบบจะส่งสัญญาณเสียงในรูปแบบ ARC (Audio Return Channel) จากทีวี ไปที่ TV Stand วิธีการที่ 2 นี้ยังรองรับสัญญาณเสียงต้นทางจากออดิโออินพุตอื่นๆ ของทีวี (เช่น Analog, USB) รวมถึงเสียงจากเสาอากาศทีวี (Antenna) ด้วย สามารถดูรายละเอียดและภาพประกอบได้จาก รีวิว Sony KDL-55NX720 + SU-B551S โดยคุณโรมัน

รุ่นนี้รองรับระบบภาพสามมิติ ย่อมจะขาดแว่น 3D ไม่ได้ สำหรับซีรี่ส์ HX855 ยังคงใช้เทคโนโลยีแบบ 3D Active Shutter Glasses เช่นเดิม แถมมาให้ 2 ชุด

ดีไซน์แว่นดูแล้วน่าจะเป็นรุ่นเดียวกับปีที่แล้ว เมื่อสวมแล้วสวิทช์เพาเวอร์จะอยู่ฝั่งขวา เช่นเดียวกับช่อง USB สำหรับเสียบสายชาร์จแบ็ตเตอรี่ เยื้องลงมาข้างล่าง

หมายเหตุ: เห็นในโบรชัวร์ Sony มีแว่นสามมิติดีไซน์ใหม่ที่ดูเก๋เว่อร์มากๆ (อย่างกับแว่นแฟชั่น) แต่ไม่ทราบว่าเป็นอ็อพชั่นเสริม (ซื้อเพิ่ม) หรือแถมมากับรุ่นไหนหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่รุ่นนี้

รีโมตคอนโทรลสำหรับรุ่น HX855 อาจดูแล้วไม่ค่อยสมน้ำสมเนื้อสำหรับรุ่น “รองท็อป” เท่าไหร่ (มองเผินๆ ไม่ต่างจากรีโมตของรุ่น EX650 จุดต่างมีเพียงปุ่ม 3D ที่เพิ่มเข้ามาเพียงอย่างเดียว)

อุปกรณ์อื่นๆ ที่ให้มาในกล่อง มีเว็บแคมเชื่อมต่อทาง USB ลักษณะเดียวกับที่ให้มากับรุ่น HX925 โครงสร้างดูดีทีเดียว สามารถนำมาต่อเล่น Skype แบบคุยเห็นหน้าได้เลย การตั้งวางสามารถตั้งบนชั้นตรงๆ หรือแปะไว้เหนือทีวีก็ได้ ถึงแม้การแปะติดเหนือทีวี โดยใช้ “เทปกาว” ดูเล่นง่ายไปนิด แต่ก็ใช้งานได้ สามารถปรับมุมก้มเงยได้นิดหน่อย

ต่อไป เป็นศักยภาพรองรับการเชื่อมต่อต่างๆ ของ 55HX855 ครับ

ช่องต่อ

ช่องต่อของ Sony 55HX855 ให้มาอย่างครบครัน หลักๆ คือ HDMI 4 ช่อง (HDMI 1 รองรับฟังก์ชั่น ARC) ส่วนการเชื่อมต่อ AV และ Component แตกต่างจาก HX925 และ NX720 ในปีก่อน เพราะไม่ต้องใช้อแดปเตอร์อีกต่อไป สามารถเชื่อมต่อเน็ตเวิร์ก/อินเตอร์เน็ตไร้สายด้วย Wi-Fi Built-In หรือเชื่อมต่อผ่านสาย LAN ก็ได้

  • HDMI™ In 4 (ด้านข้าง 2/ด้านล่าง 2)
  • USB 2.0 2 (ด้านข้าง)
  • การเชื่อมต่อ Ethernet 1 (ด้านล่าง) พร้อม Wi-Fi Built-In
  • ช่องต่อเข้าวีดีโอ Composite 2 (ด้านหลัง 1 /ไฮบริด 1 ร่วมกับ Component)
  • ช่องต่อเข้าวีดีโอ Component 1 (ไฮบริด ร่วมกับ Composite)
  • ช่องต่อเข้า RF 1 (ด้านล่าง)
  • ช่องต่อเข้า PC HD15 1 (ข้าง)
  • ช่องต่อเข้าเสียงแบบอะนาล็อก 3 (ด้านหลัง 2 /ด้านข้าง 1)
  • ช่องต่อออกเสียงแบบดิจิทัล 1 (Optical ด้านล่าง)
  • ช่องต่อออกเสียงแบบอะนาล็อก /
  • ช่องต่อหูฟัง 1 (ด้านข้าง ไฮบริด ร่วมกับ Headphone)

ช่องต่อ HDMI ด้านข้าง มีไว้เพื่อความสะดวกในการเสียบสาย (ไม่ต้องมุดเข้าข้างล่าง หรือข้างหลัง) มี Analog Audio Out แบบ 3.5mm ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนเป็นช่องเสียบหูฟังได้ และที่ขาดไม่ได้ คือ PC In (D-Sub)

รุ่นนี้ปรับเปลี่ยนช่องต่ออะนาล็อกวิดีโอ Composite/Component พร้อม Audio In เป็นรูปแบบมาตรฐาน เสียบตรงได้ไม่ต้องพึ่งอะแดปเตอร์เหมือนรุ่นก่อนๆ ตำแหน่งใกล้กันเยื้องลงมาด้านล่างมีช่องต่ออื่นๆ อีก ตามที่แจ้งในตารางรายการข้างต้น

หมายเหตุ: ช่องวิดีโอ Component เป็นแบบ Hybrid สามารถปรับเปลี่ยนเป็น Composite ได้ โดยเสียบสัญญาณวิดีโอ Composite ที่ช่องสีเขียว (Y)

ช่อง USB In 2 ช่อง ไว้เสียบกล้องเว็บแคม และ Flash Drive รองรับไฟล์ Multimedia พื้นฐานได้ อาทิ ไฟล์วีดีโอแบบ DivX, avi, mpeg ฯลฯ ไฟล์รูปภาพแบบ Jpeg และไฟล์เพลง mp3, AAC ฯลฯ แต่ทดลองเสียบกับ External Harddisk ที่ใช้ทดสอบประจำ มองไม่เห็น (เช่นเดียวกับรุ่นปีที่แล้ว)

เพิ่มเติม

จากคราวก่อนกับฟังก์ชั่น Internet TV คราวนี้ Sony ปรับกลยุทธ์ออนไลน์คอนเทนต์ใหม่ ที่ให้ภาพของ “เครือข่ายความบันเทิง” ที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมด้วยการนำเสนอ Sony Entertainment Network โดยเพิ่มเติมคอนเทนต์ใหม่ๆ ของทาง Sony เอง พร้อม App ต่างๆ อรรถประโยชน์ของ Sony Internet TV ในปีนี้จึงเพิ่มขึ้น

Twin Picture สามารถเลือกได้ 2 ลักษณะ คือ P&P หรือ left-and-right pictures (ในรูป ซ้าย – เป็นภาพวิดีโอจากเคเบิลทีวีทาง Composite และ ขวา – สัญญาณภาพจากคอมพิวเตอร์ทาง HDMI)

และ PIP หรือ picture-in-picture (ในรูป สัญญาณภาพจากคอมพิวเตอร์ทาง HDMI ซ้อนอยู่บนภาพวิดีโอจากเคเบิลทีวีทาง Composite)

การตั้งค่าใช้งานก็ไม่ยาก แค่กดปุ่ม OPTIONS ที่รีโมต แล้วเลือกหัวข้อ [Twin Picture]

เพิ่มเติม

จากคราวก่อนกับฟังก์ชั่น Internet TV คราวนี้ Sony ปรับกลยุทธ์ออนไลน์คอนเทนต์ใหม่ ที่ให้ภาพของ “เครือข่ายความบันเทิง” ที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมด้วยการนำเสนอ Sony Entertainment Network โดยเพิ่มเติมคอนเทนต์ใหม่ๆ ของทาง Sony เอง พร้อม App ต่างๆ อรรถประโยชน์ของ Sony Internet TV ในปีนี้จึงเพิ่มขึ้น

หน้าจอหลักของ Sony Entertainment Network (SEN) การเข้าสู่ Sony Entertainment Network ผ่าน Bravia TV ทำได้ง่ายๆ แค่กดปุ่ม SEN บนรีโมต

รายการออนไลน์คอนเทนต์บางส่วน จาก Sony Entertainment Network

อัพเดทมิวสิควิดีโอดังล่าสุดจาก Sony Music ก่อนใคร

ข่าวสารจากเครือ Nation

หรือจะชมวิธีทำอาหารเมนูเด็ด ที่มีมากมายหลากหลายชนิด

แน่นอนว่าไม่พลาดการติดต่อผ่าน Facebook และ Twitter แม้จะรับชมรายการทีวีอยู่ นอกจากนี้ยังมี App จำพวกเกม และ Widget ต่างๆ อีกด้วย

หรือจะท่องเว็บผ่านเว็บเบราเซอร์ ก็สามารถทำได้ผ่าน Sony Internet TV ไม่ต้องง้อคอมพิวเตอร์ แม้ว่าจะยังไม่รองรับ Flash ทั้งนี้สามารถควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆ ของทีวี รวมถึงขั้นตอนการท่องเว็บด้วย Smart Phone ผ่าน app ที่ชื่อว่า Sony Media Remote

หมายเหตุ: ผู้ใช้สามารถท่องเว็บผ่าน Smart Phone แล้วส่งภาพไปแสดงที่ทีวี หรือกลับกัน คือ ท่องเว็บผ่านทีวีแล้วส่งลิงค์หน้าเว็บนั้นไปยัง Smart Phone ได้ด้วย ซึ่งการใช้งาน Smart Phone ควบคุมทีวีกับการท่องเว็บนี้สะดวกมาก (ทำหน้าที่เป็นทั้งเมาส์ และคีย์บอร์ด)

และมิใช่เพียงแค่ออนไลน์คอนเทนต์ แต่ยังรองรับการแชร์มีเดียไฟล์ผ่านเน็ตเวิร์กได้ด้วย อย่างภาพนี้เป็นการรับฟังเพลง MP3 ด้วย 55HX855 โดยแชร์ข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออยู่ในเครือข่าย

Power Saving ระบบประหยัดพลังงาน เลือกได้ 2 ระดับ คือ Low และ High หลักๆ ก็คือการลดระดับ Backlight ลงนั่นเอง ดังนั้นการลดทอนพลังงานไฟฟ้าด้วย Power Saving จึงมีอัตราส่วนแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับโหมดภาพที่ใช้ เช่น ถ้าใช้งานกับโหมด Vivid ที่กำหนดระดับ Backlight ไว้สูงมากจากโรงงาน ผลจาก Power Saving ก็จะมากกว่าโหมด Cinema ที่กำหนดระดับ Backlight จากโรงงานมาต่ำกว่า เป็นต้น

หมายเหตุ: ในรูปเป็นการอ้างอิงในโหมด Custom

กระนั้นในการรับชมจริง การกำหนดระดับ Power Saving – High ระดับความสว่างของทีวีจะลดต่ำลงมาก (Backlight = 0) ในบางสภาพแวดล้อมการรับชม อาจพบว่าทีวีแสดงภาพที่มืดทึมเกินไป (เพราะความสว่างจอภาพสู้แสงแวดล้อมไม่ไหว) ตรงนี้แนะนำให้ใช้ฟังก์ชั่น Light Sensorแทน เพราะระบบจะกำหนดระดับ Backlight ให้อัตโนมัติ โดยอิงตามสภาพแสงแวดล้อม หากสภาพแสงแวดล้อมต่ำ การกำหนดระดับ Backlight ก็จะต่ำ (ไม่ต้องสู้กับแสงแวดล้อม) ทีวีจึงไม่ต้องเสียพลังงานไปกับความสว่างส่วนเกินที่ไม่จำเป็น และยังช่วยถนอมสายตาดีอีกด้วย

ในส่วนของการกำหนด Power Saving นั้น น่าจะเหมาะเมื่อตั้งใจลดระดับการสูญเสียพลังงาน ในกรณีที่มิได้ต้องการรับชมทีวีแบบจริงจัง โดยกำหนดเป็น High หรือจะปิดการแสดงภาพไปเลยก็ได้ (Picture Off ต่างจากสถานะ Standby ตรงที่ฟังก์ชั่นอื่นๆ ของทีวียังทำงานตามปกติ) เหมาะกับกรณีที่ต้องการฟังเสียงอย่างเดียว จึงไม่จำเป็นต้องเปิดแสดงภาพไปแบบทิ้งๆ ขว้างๆ ช่วยลดอัตราการใช้พลังงานได้มากยิ่งขึ้น และยังถนอมอายุการใช้งานของจอภาพได้ดีอีกด้วย

ภาพ

55HX855 มาพร้อมกับ Scene Mode มากมายเช่นเคย ดังภาพ ซึ่งแต่ละโหมดจะพยายามกำหนดค่าพื้นฐานให้เอื้อกับรูปแบบการใช้งานให้อ้างอิงเลือกใช้ได้ง่ายๆ หรือจะเรียกว่าเป็นโหมดสำเร็จรูปก็ได้ ขณะเดียวกันก็รองรับการกำหนดตั้งค่าต่างๆ ในแบบแมนนวล เพื่อให้เหมาะสมลงตัวกับคอนเทนต์มากที่สุด รวมถึงรองรับการปรับแต่งให้การถ่ายทอดภาพมีความเที่ยงตรงยิ่งขึ้น ในระดับอ้างอิง

Scene Modes CTT * (70IRE)
General 8785
Cinema 6178
Sports 8633
Music 8792
Animation 8749
Photo 8781
Game 8841
Graphics 6190

Pre-cal Colour Temperature
(Power Saving/Light Sensor – Off)

 การทดสอบความเที่ยงตรงเบื้องต้นโดยดูจากอุณหภูมิสี และ Color Gamut พบว่าโหมด Graphics ให้ความเที่ยงตรงที่สุด รองมาคือ Cinema แม้ว่าอุณหภูมิสีทั้งคู่จะค่อนข้างต่ำ จึงติดอมเหลืองอยู่บ้าง (ทั้งคู่อ้างอิงค่า Color Temp จากโรงงานที่ Warm2) แต่ก็ถือว่าใกล้เคียง D65 อย่างไรก็ดีในโหมด Graphics จะไม่สามารถเปิดโหมดชดเชยบางรูปแบบ เช่น Motionflow, Noise Reduction และ Enhancer ต่างๆ ซึ่งก็เหมาะสำหรับใช้งานเป็นมอนิเตอร์ที่ต้องการอ้างอิงความเป็นออริจินัล อย่างเช่น งาน Graphics กระนั้นในการรับชมภาพยนตร์ แนะนำโหมดภาพ Cinema เนื่องจากมีฟีเจอร์ชดเชยที่อาจจำเป็นต้องใช้ จึงให้ความยืดหยุ่นมากกว่าครับ

หมายเหตุ: 
– 55HX855 มีทริกเล็กๆ ที่เพิ่มระดับความเที่ยงตรงของอุณหภูมิสีให้ใกล้เคียง D65 มากขึ้นจากค่ากำหนดโรงงาน แบบง่ายๆ โดยการกำหนดตั้งค่า Color Temp: Warm2 ร่วมกับ Clear White: Low แม้จะไม่ถึงกับเพอร์เฟ็กต์ แต่ก็ให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
– 55HX855 รองรับการปรับอุณหภูมิสีละเอียด (แบบ 2-point calibration process) ซึ่งให้ระดับความเที่ยงตรงได้โดดเด่นไม่น้อย ทว่าไม่รองรับการปรับ CMS

เปรียบเทียบรายละเอียดของภาพ และสีสัน ระหว่างโหมด Vivid, Standard และ Custom (Calibrated)

55HX855 สามารถแสดงรายละเอียดในที่มืดได้ดีตั้งแต่แรก โดยไม่จำเป็นต้องปรับแต่งใดๆ (หากเลือก Scene Mode ที่เหมาะสม ในภาพเป็น Scene Mode: Cinema) ดังนั้นฟีเจอร์อย่าง Adv. Contrast Enhancer ย่อมไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง ! นอกจากไม่ช่วยให้ภาพดีขึ้นแล้ว กลับจะบิดเบือนต้นฉบับ โดยเฉพาะการไล่ระดับความสว่าง ทำให้สูญเสียความเป็นธรรมชาติไป

การควบคุมระดับ Black Level นั้น ยังเป็นรองรุ่นท็อปปีก่อนอย่าง HX925 ที่ใช้โครงสร้างแบบ Full LED Local Dimming จึงควบคุมการหรี่ หรือเปิดปิด LED Backlight ได้อิสระ และครอบคลุมทั้งจอได้มากกว่า กระนั้นศักยภาพของ Dynamic Edge LED Local Dimming จาก HX855 ก็ตอบสนองการใช้งานได้ดี เมื่อใช้งานพร้อมกับ Light Sensor ที่ควบคุมระดับ Backlight โดยอิงตามสภาพแสงภายนอกไปพร้อมกัน มีส่วนช่วยลดทอนปัญหา Backlight Leakage และควบคุมการแสดงระดับสีดำได้ดี เมื่อเทียบเคียงกับมาตรฐาน Edge LED

กับการเล่นเกมก็ยังตอบสนองการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วได้ตามมาตรฐาน (ในภาพอ้างอิงจาก Scene Mode: Game ไม่ได้เปิดใช้ Motionflow)

การใช้งานคอนเทนต์บางลักษณะ อย่างเช่น ภาพยนตร์บลูเรย์ (1080p/24) การเปิดใช้ Motionflow จะช่วยเพิ่มความไหลลื่นของภาพเคลื่อนไหว ซึ่งพอสรุปได้ดังต่อไปนี้

Motionflow Cinema Drive ผลลัพธ์
Clear Off เพิ่มระดับการแทรกเฟรมเล็กน้อย ภาพเคลื่อนไหวจึงใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุด แต่บางคอนเทนต์อาจมีการสะดุดไม่ต่อเนื่องบ้าง โหมดนี้จะเหมาะกับคอนเทนต์ 1080p/24 อย่างภาพยนตร์ ที่มีรายละเอียดซับซ้อน ภาพเคลื่อนไหวรวดเร็ว
Standard Auto1 เพิ่มระดับการแทรกเฟรมปานกลาง ภาพเคลื่อนไหวจึงมีความไหลลื่นขึ้น โอกาสเกิด artifacts รบกวนน้อยกว่า Smooth โหมดนี้จะเหมาะกับคอนเทนต์ 1080p/24 อย่างภาพยนตร์ ที่มีรายละเอียดภาพซับซ้อน
Smooth Auto1 เพิ่มระดับการแทรกเฟรมสูงสุด ภาพเคลื่อนไหวจึงมีความไหลลื่นที่สุด ทว่าบางกรณีอาจพบ artifacts รบกวน โหมดนี้จะเหมาะกับคอนเทนต์ 1080p/24 จำพวกการ์ตูน ที่มีรายละเอียดภาพไม่ซับซ้อน

การรับชมฟรีทีวี ให้ภาพที่ดี (ดูได้ จอไม่ดำ อิ อิ) แน่นอนว่าระบบสเกลเลอร์ภายในมีส่วนช่วยเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น Noise Reduction และ Enhancer ต่างๆ (บางตัวแปรเพื่อศักยภาพสูงสุด อาจต้องกำหนดเองตามความเหมาะสม ซึ่งขึ้นอยู่กับคุณภาพของต้นทาง) อย่างไรก็ดีผู้ใช้คงต้องเอาใจใส่เรื่องของพื้นฐานคุณภาพสัญญาณ (และอุปกรณ์) สักเล็กน้อย เพราะการปรับแก้จุดบกพร่องยังมีลิมิตอยู่ครับ ถ้าต้นทางมาไม่ดีจะหวังให้ได้ภาพที่ดีเลิศ คงเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะกับจอใหญ่ (ทีวีเป็นเพียงตัวกลางถ่ายทอดสัญญาณ ทีมีฟีเจอร์ช่วยปกปิดจุดบกพร่องได้ระดับหนึ่งเท่านั้น)

การเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่านสาย HDMI ให้ภาพที่คมชัด เต็มจอ ที่ความละเอียด 1920×1080 pixels

Wide Mode ลักษณะต่างๆ (Default = Full)

การแสดงภาพสามมิติอยู่ในเกณฑ์ดี ไม่ปรากฏภาพเหลื่อมล้ำลดทอนอรรถรสการรับชม การแสดงรายละเอียดดี มิติภาพหลุดลอยใกล้เคียงกับ HX925 แต่แนะนำว่าควรควบคุมแหล่งกำเนิดแสงแวดล้อมมิให้รบกวนการรับชม

ฟังก์ชั่น Simulated 3D แปลงคอนเทนต์วิดีโอทั่วไปแบบ 2 มิติ ให้กลายเป็น 3 มิติได้

สามารถกำหนดระดับการลอย-ลึก ของการแสดงภาพสามมิติเช่นเดียวกับรุ่นก่อน แต่จุดนี้ถ้าปรับมากไป อาจจะเวียนหัวได้ ซึ่งค่ามาตรฐานที่ตั้งมา (0) ถือว่าตอบสนองได้อย่างลงตัวแล้วครับ นอกจากนี้ยังกำหนดระดับความสว่างจากการควบคุมฟิลเตอร์ของแว่นสามมิติได้อีกด้วย ซึ่งมีมาตั้งแต่รุ่นก่อน

เสียง

ผลการทดสอบระบบเสียงจากลำโพงมาตรฐานของ 55HX855 ถูกติดตั้งโดยวางตำแหน่งยิงเสียงลงด้านล่าง (เยื้องไปด้านหลังเล็กน้อย) ดังนั้นเสียงที่ผู้ฟังได้ยินจึงเป็นเสียงสะท้อนเสียส่วนใหญ่ และแน่นอนว่าจะกระทบกับเสียงย่านสูง ถึงแม้การเพิ่มระดับ Treble จะช่วยชดเชยได้ระดับหนึ่ง แต่ก็กระทบกับเสียงกลางซึ่งจะติดกร้านอยู่บ้าง และการแยกแยะมิติสเตริโอจะค่อนข้างคลุมเครือ เอฟเฟ็กต์จากการใช้งานระบบจำลองเสียงเซอร์ราวด์ก็ให้ผลที่ไม่ชัดเจนมากนัก ส่วนความถี่ต่ำนั้นพอตัว เนื่องจากมีวูฟเฟอร์ติดตั้งบริเวณกึ่งกลางด้านหลัง เยื้องไปด้านบนของจอภาพ

ในขณะที่การใช้งานระบบเสียงของ TV Stand (SU-B553S) พบว่ามีส่วนช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับชมภาพยนตร์ และรับฟังดนตรีได้ดียิ่งขึ้นกว่าการใช้งานลำโพงมาตรฐาน การจัดวางไดรเวอร์ฟูลเรนจ์ซ้าย-ขวา โดยยิงตรงสู่ผู้ฟังทางด้านหน้าทีวี ช่วยให้การรับรู้มิติสเตริโอดีขึ้น รวมถึงความเป็นอิสระ ไม่อุดอู้เหมือนลำโพงทีวีทั่วไป อย่างไรก็ดีการใช้งานอาจต้องปรับแต่งตั้งค่าเพิ่มเติมบ้าง เพื่อให้การถ่ายทอดเสียงลงตัวยิ่งขึ้น แม้ว่าถ้าเทียบกับรุ่นก่อน (SU-B551S) การตอบสนองความถี่จะแคบลง โดยเฉพาะย่านต่ำ (รุ่นก่อนมีวูฟเฟอร์แยกต่างหาก) แต่ก็ยังให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าลำโพงทีวีมาตรฐาน โดยรวมต้องบอกว่ามี TV Stand ดีกว่าไม่มีแน่นอนครับ

หมายเหตุ:
– ตัวแปรการตั้งค่าประการแรก ที่ส่งผลกับคุณภาพเสียงของ 55HX855 คือ การกำหนด TV Position ให้ตรงกับลักษณะการใช้งานจริง  ขาตั้งมาตรฐาน – Table-top Stand , แขวนผนัง – Wall Mount/Floor Stand, ใช้ร่วมกับ TV Stand – Speaker Integrated Stand
– การตั้งค่าในการทดสอบเพื่อฟังเพลง Treble +4~+8, Bass 0~+4, Surround – Off, Sound Enhancer – On ทั้งนี้ระยะตั้งวางห่างจากผนังส่งผลถึงบริมาณเสียงความถี่ต่ำ ซึ่งการชดเชย Bass มากเกินไปจะส่งผลลดทอนการทำงานของไดรเวอร์ (เสียงจะอุดอู้) 


“Its time to change your living room !”

สรุป

Sony KDL-55HX855 ถือว่าสานต่อตำนาน Monolithic Design มาได้อย่างลงตัว ถึงแม้บางด้านจะยังเป็นรอง HX925 ทว่าด้วยระดับราคาเปิดตัวที่ต่ำลง (พอๆ กับราคา NX720 เมื่อเปิดตัวปีที่แล้ว) แถมราคานี้ให้ TV Stand ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่สร้างความโดดเด่นแตกต่าง 

ผลลัพธ์จากพารามิเตอร์อื่น ๆ ที่สำคัญ และเกี่ยวข้องกับศักยภาพของ Sony KDL-55HX855

Gamma –-1

*อ้างอิงพร้อม TV Stand
มาตรฐานการให้คะแนนปี 2012
หมายเหตุประกอบการให้คะแนน
-รูปทรง รายละเอียดปลีกย่อยเปลี่ยนแปลงจากเดิมนิดหน่อยให้พอตื่นเต้น โดยหลักๆ เป็นการสานต่อประติมากรรม “Monolithic Design” ที่ทำได้ลงตัวดี คราวนี้ผู้ใช้จะได้ TV Stand แถมมาด้วยเลย ไม่ต้องซื้อเพิ่ม สวยได้ง่ายกว่าเดิม
– คุณภาพของภาพ 2D ถอดแบบ HX925 มาได้ไม่น้อย โดยเฉพาะสีสันที่เป็นธรรมชาติ ดูนุ่มนวลสบายตา ถึงแม้โครงสร้าง Backlight จะมิใช่ Full LED Local Dimming แต่ศักยภาพของ Edge LED Local Dimming ก็ช่วยให้การควบคุมระดับสีดำทำได้ดี ภาพ 3D ชัดเจน แต่จะดีที่สุดต้องควบคุมแหล่งกำเนิดแสงภายนอกมิให้รบกวนการรับชมภาพสามมิติ
– การให้น้ำหนักเสียง และปริมาณเบสอาจจะน้อยลงไปจากรุ่นก่อน (SU-B551S) ที่เป็นระบบ 2.1 บ้าง แต่ TV Stand ของรุ่นนี้ (SU-B553S) ยังคงช่วยอัพเกรดคุณภาพเสียงของทีวีได้อย่างมีนัยสำคัญ การจัดวางตัวขับเสียงทางด้านหน้า ยิงตรงมายังผู้ใช้ ให้การขึ้นรูปสเตริโออิมเมจได้ดีกว่าลำโพงของทีวี รวมถึงน้ำเสียง เบส และการแจกแจงรายละเอียดที่ดีขึ้น
– ช่องต่อครบครัน มี HDMI 4 ช่อง Component/Composite ไม่ต้องใช้อแดปเตอร์เหมือนรุ่นก่อน สามารถเสียบสายสัญญาณมาตรฐานที่ใช้งานทั่วไปตรงเข้ายังทีวีได้เลย สายเชื่อมต่อไปยัง TV Stand ใช้เส้นเดียวสะดวกขึ้น ดูไม่รุงรัง มี USB 2 ช่อง เอาไว้เสียบ Webcam 1 ช่อง (แถมมาด้วย)  และ Flash Drive มี Wi-Fi บิลท์อินในตัว
– ฟังก์ชั่น Sony Entertainment Network ที่มาพร้อมกับออนไลน์คอนเทนต์หลากหลายทั้งที่คุ้นเคยกันดี และจากทาง Sony เอง พร้อม app ต่างๆ ที่มีมากขึ้นระดับหนึ่ง รองรับการแชร์มีเดียไฟล์ผ่านเน็ตเวิร์ก หรือจะท่องเว็บผ่าน Web browser โดยตรงไม่ต้องง้อคอมฯ ก็ได้ (แต่ยังไม่รองรับภาษาไทยอย่างเต็มตัวเสียทีเดียว รวมถึง Adobe Flash)
– ด้วยระดับราคาที่รวม TV Stand กับศักยภาพด้านเสียงที่ได้รับการอัพเกรดขึ้นจากลำโพงทีวีมาตรฐาน แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือ Monolithic Design ที่เกิดจากการผสานทั้ง 2 เข้าด้วยกันอย่างลงตัว เปลี่ยนคำจำกัดความรูปลักษณ์ของ “ทีวี” ให้ต่างออกไปอย่างโดดเด่น !

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้