Skip to content
|

พลาสมาได้ใจ ให้เลย !!! รีวิว Samsung PS51E8000 3D Plasma TV [2012]

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 19 Dec 2018 0 comments

3D Plasma TV Samsung PS-51E8000

พลาสมาได้ใจ “+1” ให้เลย !!!

ปัจจุบัน Plasma TV อาจจะเหลือตัวเลือกผู้ผลิตไม่มากราย คือ มีเพียง 3 ยี่ห้อหลักเท่านั้น แน่นอนว่าหนึ่งในนั้น คือ Samsung

กาลเวลาที่ผ่านมา น่าจะเป็นสิ่งยืนยันถึงศักยภาพของ Samsung ในการผลิตสร้างสรรค์ Plasma TV ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นไม่แพ้ใคร สิ่งที่สามารถคาดหวังได้ มิใช่แค่เรื่องคุณภาพของภาพเท่านั้น แต่รูปลักษณ์ภายนอกยังเป็นปัจจัยหลักที่ผู้ผลิตรักษามาได้อย่างยาวนาน หากจะให้บอกรายชื่อรุ่น Plasma TV ในดวงใจจากช่วงเวลาที่ผ่านมา ย่อมมิอาจมองข้าม PS-51D8000 อันเป็นผลผลิตของรุ่นท็อปปี 2011 (อ่านบททดสอบได้ >>ที่นี่<<) ทั้งนี้เมื่อก้าวสู่ปี 2012 ทาง Samsung ได้นำเสนอ PS-51E8000 สู่ตลาด ต้องมาดูว่า จะคงคุณสมบัติอันโดดเด่นไว้ได้เช่นเดิมหรือไม่…

Brand Samsung
Model PS-51E8000
Size 51″
Native Resolution 1920 x 1080
Panel Type Clear Panel
3D Playback Yes
(Active Shutter Glasses)
2D to 3D Yes
Video Processor 3D HyperReal Engine
Frame Interpolation
Design Plasma +1
HDMI 3
USB 3
Internet Connection WiFi Integrated, LAN
Internet & Network Samsung Smart TV Content / DLNA
Price 69,990 .-

ดีไซน์

แนวทางการออกแบบรูปลักษณ์ของ PS-51E8000 ยังคงใช้พื้นฐานเดิม คือ Plasma +1 ซึ่ง Plasma +1 ในที่นี้ คืออะไร… รายละเอียดผมคงไม่ขอกล่าวซ้ำ แต่ท่านสามารถย้อนดูได้จาก >>รีวิว Samsung PS-51D8000<< ครับ

(ภาพประกอบ Plasma +1 นี้ เป็นทีวีรุ่น PS-51D8000)

ถึงแม้จะคงรูปลักษณ์ภายนอกไว้เช่นเดิม เรียกว่าเหมือนกันกับปีก่อน แต่ก็มีจุดต่างในรายละเอียดเล็กๆ บ้าง ที่เห็นชัดเจน ตัวอย่างเช่น สีของกรอบจอ ที่มาในโทน Titan Black (ในรุ่นที่แล้วเป็น Silver) ดังนั้นรุ่นใหม่จึงออกสไตล์ “ทะมึน เข้มขรึม” กว่า ทั้งนี้ดูเหมือนวัสดุกรอบจอจะเปลี่ยนไปด้วย ถ้าผมจำไม่ผิด คลับคล้ายคลับคลาเหมือนว่ารุ่นก่อนจะเป็นผิวโลหะจริง แต่รุ่นใหม่ไม่แน่ใจในเรื่องของชนิดวัสดุ แต่ผิวสัมผัสชั้นบนสุด คล้ายจะเป็นวัสดุสังเคราะห์ ทีมีเท็กเจอร์เหมือนกับ Hairline Aluminium (แต่ไม่ใช่ Hairline Aluminium ) ทว่าทำได้เนี้ยบทีเดียว ถ้าไม่สัมผัสคงไม่รู้สึกถึงความต่าง

ขาตั้ง 4 แฉก แบบ Quad ผิวเงาวับ ที่คุ้นเคยกันดีจากปีที่แล้ว

ปุ่มควบคุมจากรุ่นก่อน (PS-51D8000 ในปี 2011)

แม้ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะเคยชินกับการควบคุมสั่งการทีวีผ่านรีโมตคอนโทรลมากกว่า แต่ปุ่มควบคุมที่ตัวทีวีถือว่ามีความจำเป็นในบางสถานการณ์ จุดนี้เป็นอีกจุดหนึ่งที่รุ่นใหม่ แตกต่างไปจากเดิมครับ… ในรุ่นก่อน (PS-51D8000) นั้น มีปุ่มควบคุมแบบสัมผัส ตรงขอบอะครีลิกส่วนล่างตามภาพ

แต่พอเป็นรุ่นใหม่ (PS-51E8000) ปุ่มระบบสัมผัสข้างต้น ได้หายไปหมดแล้ว… คงจะออกอาการมึนงงปนสงสัยกันเป็นแน่ว่า จะทำการเปลี่ยนช่อง หรือเพิ่มลดระดับวอลลุ่มที่ตัวทีวีได้อย่างไร?? ทั้งนี้ ทาง Samsung ได้ปรับเปลี่ยนแนวทางการออกแบบปุ่มควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆ บนตัวทีวีใหม่หมด แทนที่จะแยกตำแหน่งแบบ ปุ่มนึงหนึ่งฟังก์ชั่น (แน่นอนว่าต้องมีหลายปุ่ม) ก็กลายเป็น “ปุ่มเดียวควบคุมได้ทั้งหมด”

ปุ่มควบคุมหนึ่งเดียว ในรุ่นใหม่ PS-51E8000 (ปี 2012)

ปุ่มที่ว่า คือ ปุ่มเดียวกับสวิทช์เพาเวอร์นั่นเอง (ในรูป หากมองจากด้านหน้าทีวี ปุ่มนี้จะอยู่ใต้เซ็นเซอร์รีโมต IR โดยเยื้องไปด้านหลังของขอบอะครีลิกใส) กล่าวได้ว่าเป็น “ปุ่มควบคุมเพียงปุ่มเดียว” บนทีวี Samsung ซึ่งเป็นรูปแบบการผนวกรวมโครงสร้างปุ่มกดกับ “จอยสติ๊กขนาดเล็ก” เข้าไว้ด้วยกัน ปุ่มหนึ่งเดียวนี้ จึงทำหน้าที่ทุกอย่าง  คือ เป็นทั้งสวิทช์เพาเวอร์/สแตนบาย และปุ่มควบคุมฟังก์ชั่นพื้นฐานอื่นๆ ของทีวี เช่น เพิ่ม-ลดระดับวอลลุ่ม เปลี่ยนช่อง เลือกแหล่งโปรแกรม ฯลฯ

ถามว่าปุ่มเดียว จะทำหน้าที่ตั้งหลายอย่างได้อย่างไร? คำตอบ คือ เมื่อทีวีอยู่ในสถานะ Standby กดปุ่มนี้หนึ่งครั้งจะเป็นการเปิดเครื่อง กดอีกหนึ่งครั้งจะมีเมนูปรากฏขึ้นที่จอภาพ (ดังรูป) เสร็จแล้วให้ทำการ “โยก” แบบจอยสติ๊ก 4 ทิศทาง เพื่อเลื่อนตำแหน่งเคอร์เซอร์ และเมื่อ “กด” ก็จะเป็นการเลือกฟังก์ชั่นนั่นเอง… แม้วิธีการจะดูหลายขั้นตอนนิดหน่อย แต่มิได้ซับซ้อนอะไร ที่สำคัญ คือ แหวกแนวดีนะเออ

พลาสมาทีวีระดับท็อปเสียอย่าง ย่อมต้องบิลท์อินกล้องเว็บแคมมาให้อยู่แล้ว ตำแหน่งอยู่บริเวณกึ่งกลางส่วนบนของจอภาพเช่นเคย ซึ่งกล้องนี้ ถือเป็นส่วนสำคัญเพื่อใช้งานร่วมกับหนึ่งในแนวคิด Smart Interaction เพื่อควบคุม Samsung Smart TV ด้วย “ท่าทาง” อันเป็นฟีเจอร์ที่ทาง Samsung เน้นเป็นพิเศษในปีนี้ (รายละเอียดจะกล่าวถึงในช่วงถัดๆ ไป)

ในส่วนของลักษณะติดตั้งกล้องนี้ จุดที่แตกต่างจาก LED TV คือ ด้วยพื้นที่กรอบจอที่มากกว่า แม้ดูว่า Plasma TV กรอบหนา (ซึ่งตรงข้ามกับแนวทางไร้ขอบ OneDesign ของ LED TV) แต่ก็ช่วยให้การฝังกล้องเข้ากับพลาสมาทีวีทำได้กลมกลืนและลงตัว คือ ไม่ต้องทำเป็นติ่งยื่นแบบแอลอีดีทีวี (เช่น ES8000 Series)

และจุดต่างอีกประการ คือ ตำแหน่งเซ็นเซอร์รีโมต IR ที่วางตำแหน่งใกล้กับสวิทช์เพาเวอร์ที่มุมซ้ายล่าง (เช่นเดียวกับดีไซน์ของปีที่แล้ว) ในขณะที่ LED TV จะวางเซ็นเซอร์รีโมต IR ไว้ข้างกล้อง (ด้านบน) เวลาทดสอบใช้งาน 2 ตัวนี้เทียบกัน เลยงงๆ เล็กน้อย อันหนึ่่งต้องชี้รีโมตขึ้น อีกอันชี้รีโมตลง??

ด้านหลัง สามารถปรับตำแหน่งมุมก้มเงยของกล้องได้

ด้านหลังแบบเต็มๆ จุดเชื่อมต่อต่างๆ ถูกจัดว่างไว้ฝั่งขวา ใกล้กันจะเห็นตำแหน่งที่ใช้ในการเปลี่ยนโมดูล Smart Evolution Kit (มีสติกเกอร์สีดำปิดทับอยู่) อันเป็นแนวทางเพื่อการอัพเกรดศักยภาพของทีวี Samsung ในอนาคต ขั้วปลั๊กไฟเป็นมาตรฐาน IEC สามารถถอดเปลี่ยนไปใช้สายไฟคุณภาพสูงได้

รีโมตคอนโทรลพื้นฐาน ที่คุ้นเคยกันดี

รีโมตเสริม ที่ส่งสัญญาณด้วยเทคโนโลยี Bluetooth

ความอเนกประสงค์ของรีโมตอันนี้ ที่พิเศษนอกเหนือจากฟังก์ชั่นแบบรีโมตปกติ คือ การที่มันติดตั้งไมโครโฟนเพื่อรองรับใช้งานอีกหนึ่งฟีเจอร์เด่นของ Smart Interaction หรือ “การสั่งงานด้วยเสียง” นั่นเอง (จะกล่าวถึงต่อไป) เรียกว่าแม้นั่งห่างทีวี ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะอยู่ไกลไมโครโฟน นอกจากนี้ยังรองรับระบบสัมผัส สำหรับใช้งานเพื่อเลื่อนเคอร์เซอร์ได้ด้วย

หมายเหตุ:ในรุ่น LED TV ES8000 นั้น ตัวรับสัญญาณรีโมต Bluetooth จะฝังมากับตัวทีวีเลย ในขณะที่ Plasma TV E8000 แยกตัวรับสัญญาณออกมาดังที่เห็นในรูป (ซึ่งตัวเซ็นเซอร์นี้ต้องใส่แบ็ตเตอรี่ต่างหากด้วย) ทั้งนี้เวลาใช้งานจะต้องทำการ pairing ตัวรับสัญญาณกับทีวีก่อน จึงจะใช้งานรีโมตบลูทูชได้

แว่นสามมิติ ตอนมาจะแยกส่วนขากับตัวแว่นออกจากกันดังรูปครับ ต้องประกอบเข้าด้วยกันก่อน ส่วนตำแหน่งใส่แบ็ตฯ อยู่ด้านหลังตรงหว่างคิ้ว นี่คงเป็นตำแหน่งมาตรฐานไปแล้วสำหรับแว่น Active 3D ยุคนี้ เช่นเดียวกับรูปแบบการเปลี่ยนแบ็ตฯ เมื่อหมด (ไม่ใช้วิธีชาร์จ)

 

ประกอบเสร็จออกมา หน้าตาเป็นแบบนี้ เห็นรูปทรงก็คงจะคุ้นเคย เพราะมันเป็นรูปแบบเดียวกับของ LED TV นั่นแหละ น้ำหนักถือว่าเบามาก ใส่สบายเหมือนไม่ได้ใส่อะไรป่าว ฮา อ้อ จำนวนแว่นที่ให้มา คือ 4 ชุด ครับ

ช่องต่อ

ช่องต่อของ Samsung PS-51E8000 ดูเผินๆ อาจมิได้มากมาย แต่น่าจะเพียงพอสำหรับการใช้งานในปัจจุบัน แม้จำนวนอาจมิใช่จุดที่ Samsung ต้องการเน้นในรุ่นนี้ ทว่าหากพิจารณาในเรื่องของศักยภาพเสริมที่ยืดหยุ่น ยกตัวอย่างเช่น HDMI In จำนวน 3 ช่อง นั้น นอกจาก HDMI In 2 ที่รองรับฟังก์ชั่น ARC (Audio Return Channel) อันคุ้นเคยแล้ว ในส่วน HDMI In 3 ยังรองรับ MHL (Mobile High-Definition Link) หรือมาตรฐานการเชื่อมต่อสัญญาณภาพและเสียงความละเอียดสูง ร่วมกับ Smart Devices ซึ่ง Smart Devices หลายๆ รุ่นในนั้น คือ ตระกูล Galaxy ของ Samsung นั่นเอง ซึ่งในขณะเชื่อมต่อสามารถชาร์จแบ็ตฯ ให้กับอุปกรณ์ดังกล่าวไปพร้อมกันด้วย ส่วน Wi-Fi Built-In ให้ความยืดหยุ่นสำหรับการใช้งานฟังก์ชั่น Smart TV ได้เป็นอย่างดี ทว่าไม่ทิ้งรูปแบบการเชื่อมต่อผ่านสาย LAN เดิมๆ ไป

หมายเหตุ:

– การใช้งานฟังก์ชั่น ARC สำหรับ Samsung TV ต้องเปิดฟังก์ชั่น Anynet+ ไว้ด้วย (ที่ Setup Menu >> System >> Anynet+ (HDMI-CEC) และทึ่ชุดเครื่องเสียง-โฮมเธียเตอร์ ต้องรองรับฟังก์ชั่น ARC เช่นกัน จึงจะใช้งานฟังก์ชั่นนี้ได้

– MHL เป็นคุณสมบัติที่มีเฉพาะกับอุปกรณ์ Smart Devices บางรุ่น โปรดตรวจสอบข้อมูลจากผู้ผลิตอุปกรณ์ Smart Devices นั้นๆ

  • HDMI™ In    3 (ด้านข้าง)
  • USB 2.0          3 (ด้านข้าง)
  • การเชื่อมต่อ Ethernet        1 (ด้านล่าง) พร้อม Wi-Fi Built-In
  • ช่องต่อเข้าวีดีโอ Composite 1 (ด้านล่าง Hybrid ร่วมกับ Component)
  • ช่องต่อเข้าวีดีโอ Component        1 (ด้านล่าง Hybrid ร่วมกับ Composite)
  • ช่องต่อเข้า RF (Antenna)    1 (ด้านล่าง)
  • ช่องต่อเข้า PC HD15  –
  • ช่องต่อเข้าเสียงแบบอะนาล็อก 1 (ร่วมกับ Composite และ Component)
  • ช่องต่อออกเสียงแบบดิจิทัล      1 (Optical ด้านข้าง)
  • ช่องต่อออกเสียงแบบอะนาล็อก /
  • ช่องต่อหูฟัง      –

หากเทียบกับรุ่นของปีที่แล้วจะพบว่า ได้ลดจำนวน HDMI In ลงไป 1 ช่อง (เหลือเพียง 3 ช่อง) แล้วเพิ่ม USB In มา 1 ช่อง (เป็น 3 ช่อง) แต่ถึงแม้จำนวน HDMI Input จะลดลง แต่ทุกช่องนั้น มาแบบ “เน้นคุณสมบัติ” ! ดังที่กล่าวไปข้างต้น

Component/Composite ในรุ่นใหม่ ไม่ต้องใช้อแดปเตอร์ mini jack อีกต่อไป สามารถต่อสายสัญญาณตรงเข้ากับทีวีได้เลย ซึ่งช่องต่อ Component/Composite นี้ มีให้ชุดเดียวเช่นเคย คือ เป็นแบบ Hybrid (เวลาใช้งาน ต้องเลือกว่าจะใช้ Component หรือ Composite อย่างใดอย่างหนึ่ง เพียงแบบเดียว)

นอกจากนี้รุ่นใหม่ได้ตัด PC In (D-sub) ออกไปด้วย หากจะเชื่อมต่อสัญญาณจากคอมพิวเตอร์ ต้องต่อทาง HDMI/DVI เท่านั้น ซึ่งอันที่จริงก็สมควรใช้ HDMI/DVI (ที่เป็นรูปแบบดิจิทัล) มากกว่า เพราะให้คุณภาพของภาพที่ดีกว่า D-sub

ช่องต่ออีกจุด ที่เดิมเคยมีในรุ่นก่อน แต่ถูกตัดไปในรุ่นนี้ คือ Analog Audio Out/Headphone Out หรือช่องต่อเสียงออกแบบอะนาล็อก (ใช้งานร่วมกับช่องหูฟัง) หากจะทำการเชื่อมต่อกับชุดเครื่องเสียงภายนอก คงต้องแนะนำให้ใช้ HDMI (ARC) หรือ Optical แทน ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อรูปแบบ “ดิจิทัล” อันเป็นรูปแบบที่เหมาะกับยุคสมัยมากกว่า กระนั้นใครจะต่อลำโพงภายนอก ตรวจสอบดูด้วยว่าชุดเครื่องเสียง-โฮมเธียเตอร์ มีช่องต่อที่กล่าวมาข้างต้นนี้หรือไม่

หมายเหตุุ:กรณีเชื่อมต่อสัญญาณภาพจากคอมพิวเตอร์ทาง DVI to HDMI แล้วต้องการให้มีเสียงออกที่ทีวีด้วย ให้ใช้ช่อง HDMI In 1 เพราะรองรับการเชื่อมต่อร่วมกับสัญญาณเสียงเข้าแบบอะนาล็อก โดยเชื่อมต่อสัญญาณเสียงผ่านช่อง DVI Audio In ที่เป็นรูปแบบ 3.5mm mini jack

USB 2 ใน 3 ช่อง (อีกช่อง ไม่ได้แสดงในรูป ทว่าอยู่เยื้องลงไปด้านล่าง ใกล้กับ HDMI In 1) ซึ่งขนาบ Optical Digital Audio Out อยู่

เพิ่มเติม

ดังที่เรียนไปในช่วงก่อนๆ บ้างแล้วว่า ปีนี้ Samsung ให้ความสำคัญกับแนวคิด Smart Interaction มากเป็นพิเศษ การควบคุมทีวีจึงถูกปฏิวัติรูปแบบให้แตกต่างออกไปจากผู้ผลิตอื่น ไม่ว่าจะเป็น

การสั่งงานด้วยเสียง (Voice Control) แนวคิดนี้ถือว่าเข้าท่า เพราะ “การสั่ง” ตามความเคยชินของมนุษย์ คือ การส่งเสียงบอกนั่นแหละ (น่าจะคุ้นเคยโดยเฉพาะกับ ผบ.ที่บ้าน อิ อิ) และเพียงแค่พูดกับ Samsung Smart TV ที่ติดตั้งไมโครโฟนรับเสียงมาพร้อมสรรพ (หรือหากอยู่ไกลก็สามารถพูดใส่รีโมตคอนโทรลแบบ Bluetooth ก็ได้เช่นกัน) เราก็สามารถสั่งการทีวีได้แล้ว
การควบคุมด้วยการเคลื่อนไหว (Motion Control) อุปกรณ์สั่งงาน ก็คือ “มือ” ของเรานี่เอง ทั้งนี้ มือ เป็นอวัยวะที่มนุษย์ใช้ในการดำเนินกิจวัตรบ่อยที่สุด และดูจะใช้งานได้ในทุกสถานการณ์ด้วย เพียงแค่เคลื่อนไหวท่าทางด้วยมือง่ายๆ ก็สั่งการ Samsung Smart TV ได้ ไม่ต้องพึ่งเครื่องไม้เครื่องมืออื่นใด ที่มักมีข้อจำกัดให้ยุ่งยาก และเมื่อใช้งาน Web browser สามารถขยับมือทดแทนการเลื่อนเมาส์ได้เป็นอย่างดีเช่นกัน
ระบบจดจำใบหน้า (Face Recognition) เพื่อให้สอดรับการใช้งาน Smart TV ร่วมกัน ของสมาชิกในครอบครัว “ระบบจดจำใบหน้า” เป็นความพิเศษ ที่ช่วยให้การ Log in ใช้งานแอพพลิเคชั่นส่วนตัว (สำหรับผู้ใช้แต่ละบุคคล) กระทำได้อย่างรวดเร็ว และไม่มีขั้นตอนยุ่งยากซับซ้อน เพราะไม่ต้องจดจำและคีย์ข้อมูลเข้าใช้ ซึ่งรวมถึงรหัสผ่านอันยาวเหยียดของผู้ใช้แต่ละคนให้เสียเวลา

รายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับเทคนิคการใช้งานจริงของ Samsung Smart Interaction เช่น คำพูด (สั่ง) ที่ใช้ มีอะไรบ้าง การควบคุมด้วยมือ และระบบจดจำใบหน้าทำอย่างไร… สามารถอ่านได้จากบททดสอบ LED TV ES8000 ที่คุณโรมัน อธิบายไว้แล้วก่อนหน้านี้ครับ >>ที่นี่<< ซึ่งแนวทางพื้นฐานนั้นเหมือนกัน สามารถอ้างอิงได้กับทีวี Samsung ปี 2012 ทุกรุ่น ที่มีฟังก์ชั่นดังกล่าวครับ

คอนเทนต์ และแอ็พพลิเคชั่นเสริมต่างๆ มากมายนับไม่ถ้วน ทั้ง Local และ Inter นับเป็นส่วนสำคัญของ Samsung Smart TV

Samsung Apps ที่มีมากมายหลากหลาย ล่าสุดเพิ่มเติมเกม Angry Birds มาด้วย โหลดมาเล่นได้ฟรีครับ

แต่เทคนิคล่าสุด ที่โดดเด่นเหนือ Smart TV เจ้าอื่นๆ คือ การบังคับเจ้านกพิโรธ ด้วย “มือ” ผ่านหน้าจอทีวี ซึ่งให้ความรู้สึกที่แปลก และน่าสนใจดี

Online Video Content ช่องทางเพิ่มความหลากหลายให้กับการรับชมความบันเทิงผ่านทีวี รวมไปถึงการค้นหาข้อมูล อัพเดทรายละเอียด และจัด collection ภาพยนตร์ใหม่ๆ ผ่าน Your Video

อีกหนึ่งออนไลน์วิดีโอคอนเทนต์ จาก Vimeo รูปแบบคอนเทนต์แหวกแนวดี

นี่ก็ออนไลน์วิดีโออีกเช่นกัน จาก ViKi Premiere

แน่นอน Online Video จะขาด YouTube ไปได้อย่างไร

Social Network ตามติดสังคมออนไลน์ได้ทุกขณะ แม้กำลังรับชมทีวี แชร์เรื่องเมาท์แตกกับละครหลังข่าวสบายๆ แบบทันท่วงทีกันเลยทีเดียว

มีใช่เพียงแค่ความบันเทิง แต่ Samsung ยังนึกถึงสุขภาพของผู้ใช้ เรียกว่าดูทีวีเครื่องนี้อย่างถูกวิธีก็แข็งแรงแบบ “ฟิตแอนด์เฟิร์ม” ได้ (ใครว่าทีวีเป็นต้นเหตุของโรคอ้วน อิ อิ)

เด็กๆ สามารถเสริมทักษะ ด้วยคอนเทนต์พัฒนาศักยภาพตามวัย ดูทีวีไม่ทำให้เด็กสมองทึบนะเออ (หากผู้ปกครองพิจารณาให้เด็กดูในสิ่งที่เหมาะสม)

Web Browser ผ่านหน้าจอทีวีในห้องรับแขกทำได้สบายๆ เลย ยอมรับว่าการ “ใช้มือ” ในสภาพใช้งานแบบนี้มีส่วนช่วยให้การควบคุมสะดวกขึ้น นอกจากนี้เวลาท่องเว็บผ่านเว็บเบราเซอร์ในตัวทีวี Samsung นี้ สามารถซ้อนภาพจากอินพุตวิดีโอต่างๆ และฟรีทีวี เพื่อรับชมไปพร้อมกันด้วย

ฟังก์ชั่น Picture in Picture (PIP) ที่มีในรุ่นนี้ สามารถซ้อนภาพจากอินพุต TV หรือ AV บน HDMI ได้

คุณสมบัติอันโดดเด่นของ Smart TV คงมิได้มีเพียงแค่เรื่องของ Online Content เพียงอย่างเดียว ทว่าความสามารถเชื่อมต่อรองรับอุปกรณ์มัลติมีเดียสมัยใหม่ อย่างอุปกรณ์ USB Smart Devices ต่างๆ รวมถึงการเชื่อมต่อแชร์ข้อมูลกับคอมพิวเตอร์ผ่านระบบเครือข่ายภายในบ้าน นับเป็นจุดที่ขาดไม่ได้เช่นกัน

AllShare Play เป็นฟีเจอร์รองรับการแชร์ข้อมูล วิดีโอ เพลง และภาพ ผ่านระบบโฮมเน็ตเวิร์ก ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ร่วมกับคอมพิวเตอร์ หรือ NAS หรือผ่าน USB Mass Storage Devices ที่ตัวทีวีก็ได้

การรับชมไฟล์วิดีโอ อย่าง MKV นั้น สามารถเลือกเสียง และซับไตเติลได้

การรับฟังเพลง ผ่าน AllShare Play/Music

ภาพ

Picture Mode CTT
(70IRE)
Default
Cell Light**
Luminance
Dynamic 12945 20 (Max) High
Standard 8586 14 High
Relax 7294 10 Normal
Movie 6146 20 (Max) High

* Factory Settings, Eco Solution – Off
** Variable Cell Light level

หมายเหตุ:
 ความหมายที่ใช้ในการอ้างอิงระดับความสว่าง (Luminance)
– Very High ให้ระดับความสว่างสูงมาก สามารถใช้งานในสภาพสู้แสง ภายในอาคารได้
– High ให้ระดับความสว่างค่อนข้างสูง สามารถใช้งานในห้องที่ค่อนข้างสว่าง (มีการควบคุมแสงแวดล้อมระดับหนึ่ง)
– Normal ระดับความสว่างปานกลาง เหมาะกับการใช้งานในห้องที่สามารถควบคุมแสงสว่างได้ดี แต่ไม่ถึงกับมืด
– Low ระดับความสว่างใกล้เคียง หรือสูงกว่า Home Theater Projector เล็กน้อย เหมาะกับการใช้งานในห้องที่ควบคุมแสงแวดล้อมได้เบ็ดเสร็จ เช่น ห้องมืดสนิท หรือสลัว

จุดเด่นคงไม่พ้นเรื่องของการให้ระดับความสว่าง ที่ถือว่าให้ภาพที่สว่างสดใสมากสำหรับมาตรตรฐาน Plasma TV แน่นอนว่าคงมิอาจนำไปสู้แสงแบบ LCD/LED TV แต่ความสว่างระดับนี้ มีความยืดหยุ่นเพียงพอ โดยไม่จำเป็นต้องจำกัดสภาพแวดล้อมเพียงแบบใดแบบหนึ่ง หรือต้องใช้งานในห้องมืดสลัวเท่านั้น และแน่นอนว่าโหมดภาพที่ให้ความลงตัวในการรับชมภาพยนตร์อย่าง Movie ก็มีศักยภาพมิได้ด้อยกว่าโหมดอื่นๆ ในแง่ของการให้ระดับความสว่าง นอกจากนี้การเปิดโอกาสให้ปรับ Cell Light ได้ ถือเป็นจุดเด่นเพื่อการ calibrate ภาพ ให้เหมาะสมลงตัวกับสภาพแวดล้อมได้เหมาะสมยิ่งขึ้น

เดิมในรุ่นก่อนให้ความสดใสดี แต่ก็ติดอมแดงนิดนึง ซึ่งมิได้มากมายอะไร ยังคงทำได้ดีตามมาตรฐานรุ่นท็อป กระนั้นความเที่ยงตรงของสีสัน (ภายหลัง Calibrate) ของรุ่นใหม่ PS-51E8000 นั้น ก็ก้าวข้ามรุ่นก่อนไปอีกขั้นหนึ่ง ในเรื่องของการให้สีสันที่มีความเป็นธรรมชาติสูง เรียกว่าคุณภาพของภาพ ใกล้เคียงกับคำว่า “สมจริง” มากยิ่งขึ้นนั่นเอง แม้พื้นฐานหัวข้อการปรับแต่งภาพ อาจไม่ละเอียดมากเท่ากับคู่แข่ง แต่อาจไม่มีความจำเป็นต้องดำเนินการซับซ้อนถึงขั้นนั้น เนื่องจากศักยภาพโดยรวมที่ได้นั้น ใกล้เคียงกันมาก

การให้ระดับ Black Level อาจไม่ดำลึกเท่ารุ่นก่อน (D8000) แต่ระดับความแตกต่างก็เพียงเล็กน้อย การใช้งานในสภาพแวดล้อมทั่วไปอาจสังเกตได้ยาก แต่ถึงอย่างไร เรื่องของระดับ Black Level ก็ยังเป็นข้อได้เปรียบของ Plasma TV รวมถึงมุมมองการรับชม (ในแนวด้านข้าง) ที่เรียกว่าเกือบไม่มีข้อจำกัดในการรับชมคอนเทนต์ 2D

Energy Saving หรือโหมดประหยัดพลังงาน ซึ่งขาดมิได้สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้ายุคนี้ หน้าที่ของมันนั้น แฟนๆ LCDTVTHAILAND ที่ติดตามรีวิวเป็นประจำคงจะคุ้นเคยกับโหมดนี้กันแล้ว ทั้งนี้ในส่วนของ Picture Off ถือเป็นทางเลือกที่ดีในการประหยัดพลังงานไฟฟ้า โดยเฉพาะกับ Plasma TV

ซึ่งในกรณีที่ยังคงต้องเปิดใช้งานทีวีอยู่ แต่มิได้รับชมภาพแบบเป็นกิจลักษณะ เช่น รับฟังข่าว ฟังเพลง หรือเพื่อพักหน้าจอชั่วคราว (ป้องกันการเกิดเบิร์นอิน) หรือเพื่อคงสถานะออนไลน์ Social Network ไว้ (แต่ผละไปทำอย่างอืน) ฯลฯ Picture Off จะลดการใช้พลังงานไฟฟ้าของ Plasma TV ลงได้ถึง “90%” เลยทีเดียว !

เช่นเดียวกับ Eco Sensor หรือระบบจัดการการใช้พลังงานอันชาญฉลาด ด้วยประสิทธิภาพที่สูงขึ้น การอิงค่ากำหนดระดับความสว่างจากสภาพแสงแวดล้อม โดยอาศัยแนวทางที่ว่า เมื่อใช้งานในสภาพแสงแวดล้อมอย่างไร ก็ควรกำหนดระดับ Cell Light ให้เหมาะสมตามนั้น หรืออีกนัยหนึ่ง คือ ไม่มีความจำเป็นต้องกำหนดระดับ Cell Light ไว้สูงหากไม่มีปัจจัยแวดล้อมใดที่เรียกร้องต้องการระดับความสว่างจากทีวีมาก ผลลัพธ์ที่ได้ นอกจากช่วยประหยัดพลังงานแล้ว ยังทำให้ดูสบายตา ไม่ล้าเพราะแสงที่จ้าเกินไปของทีวีนั่นเอง

ระบบ Eco Sensor ของ Plasma TV Samsung นั้น ต้องให้เวลาระบบตรวจสอบวัดแสง และประเมินลดระดับ Cell Light ลง โดยเป็นไปแบบค่อยเป็นค่อยไป อาจไม่รวดเร็วทันใจ แต่ก็มีประสิทธิภาพ (เหมือนรุ่นก่อน) คำแนะนำสำหรับ Eco Sensor รุ่นนี้ คือ ไม่ควรกำหนด Min Cell Light (ระดับ Cell Light ต่ำสุดที่ระบบเซ็นเซอร์สามารถกำหนดได้) ให้ต่ำจนเกินไป เพราะจะกระทบกับสมดุลสีครับ (ค่าต่ำสุดที่ประมาณ 3 – 5 น่าจะกำลังดี)

อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าในโหมดภาพ Dynamic ที่ให้ความสว่างสูงสุด (Eco Solution – Off) ดูแล้วสำหรับพลาสมาทีวี 51 นิ้ว ถือว่าอัตรา Luminance per watt ทำได้น่าสนใจ แม้จะเทียบไม่ได้กับ LED TV ก็ตาม

การกำหนด Picture Size ที่ให้อัตราส่วนเหมาะสมสำหรับการรับชม HD Video Content และ Computer คือ “Screen Fit”

รูปแบบ 3D Mode ที่สามารถเลือกได้ คือ 2D to 3D, Side by Side และ Top & Bottom สำหรับ Frame Packing ระบบจะเข้าสู่โหมด 3D ให้เอง โดยอัตโนมัติ (ไม่ต้องกดเลือกโหมด) และรองรับ 3D to 2D (แปลง 3D Frame Packing ให้ดูในแบบ 2D)

หมายเหตุ: รายละเอียดเกี่ยวกับ 3D Format สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก 3D แบบไหนถึงจะดี !!? มารู้จักกับ 3D Formats ที่เหมาะกับตัวคุณ ! บทความโดยคุณ Tony

สำหรับแว่น 3D ของ PS-51E8000 นั้น ถือว่าเป็นเทคโนโลยี Active Shutter Glasses เพียงไม่กี่รุ่น ที่ไม่มีปัญหากระพริบเมื่ออยู่ภายใต้แสงไฟจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ หากเป็น 3D Active Glasses รุ่นอื่น คงแนะนำให้ปิดไฟชมจะดีกว่า แต่รุ่นนี้ไม่จำเป็นครับ ขณะเดียวกันแสงธรรมชาติจากภายนอกก็ส่งผลน้อยมาก ถ้าไม่นั่งจ้องไปที่ช่องแสงโดยตรง (เช่น หน้าต่าง) อย่างไรก็ดีการควบคุมแสงแวดล้อมอย่างเหมาะสม ยังเป็นปัจจัยที่ส่งผลกับคุณภาพการรับชม ทั้ง 2D และ 3D จึงควรพิจารณาในจุดนี้เช่นกัน

ในประเด็นเรื่องของระดับความสว่างของภาพ เมื่อรับชมผ่านแว่น 3D Active พบว่า ระดับความสว่างลดลงชัดเจน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่ก็ชดเชยด้วยศักยภาพของทีวี ที่ให้ระดับความสว่างได้ดี (เมื่ออิงมาตรฐาน Plasma TV) ทั้งนี้โหมดภาพที่ใช้รับชม 3D ในสภาพแสงแวดล้อมติดสว่าง มิได้จำกัดเฉพาะการรับชมในโหมด Dynamic เท่านั้น แต่รวมถึงโหมด Movie ด้วย ซึ่งมีศักยภาพในแง่การให้ระดับความสว่างมิได้ด้อยกว่าเท่าใดนัก แต่สนองผลลัพธ์ในแง่ความเป็นธรรมชาติ (ภายหลังการปรับภาพละเอียด) ได้โดดเด่นกว่า ส่วนความคมชัดในแบบ “Full HD 3D” ถือเป็นจุดเด่นของเทคโนโลยี Active Shutter เช่นเคย การแสดงรายละเอียดภายใต้มิติภาพ 3 มิติ นับว่าทำได้ดี และจะสังเกตได้ชัดยิ่งกับการรับชมระยะใกล้

หมายเหตุ: ขณะที่รับชม 3D Mode นั้น ระบบจะปรับระดับชดเชย Brightness เพิ่มขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาดำจมขณะรับชมผ่านแว่น 3D ทว่าอาจจะยังไม่ถึงกับลงตัวเพอร์เฟ็กต์นัก อาจต้องปรับแก้เล็กน้อย ซึ่งทีวีจะแยกหน่วยความจำเพื่อใช้ปรับแต่งภาพในการรับชม 2D และ 3D ออกจากกันอิสระ (แม้จะอ้างอิงใช้โหมดภาพเดียวกัน) ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าปรับ 3D แล้วจะกระทบกับการรับชม 2D

ในการรับชม 3D Mode นั้น สามารถปรับแต่งมิติตื้นลึกได้ แต่ถ้าปรับมากหรือน้อยไป ก็จะเป็นการลดทอนศักยภาพลงทางอ้อม

Dynamic Contrast อาจดูว่าให้ระดับความสว่างที่สูงขึ้น แต่รายละเอียดในที่มืดจะจมลง

Plasma TV ของ Samsung จะไม่มีฟังก์ชั่นแทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหวอย่าง Motion Plus (เป็นอ็อพชั่นเฉพาะ ของ Samsung LED TV) เพื่อเพิ่มความไหลลื่นให้กับคอนเทนต์บางลักษณะ เช่น ฟอร์แม็ต 24p ทั้งนี้ในส่วนของ Cinema Smooth ที่เป็นตัวเลือกหนึ่งในหัวข้อ Film Mode มิได้เกี่ยวข้องกับการ(สร้างและ)แทรกเฟรมใหม่เหมือน Motion Plus มันจึงไม่ลื่นปื้ดแบบ Motion ของ LED TV แต่ Cinema Smooth เป็นเทคนิคหนึ่งของขั้นตอนการทำ 24p Pull-down อย่างไรก็ดีในการใช้งานจริง อาจต้องพิจารณาว่าให้ผลลัพธ์กับภาพเคลื่อนไหวที่ดีขึ้นหรือไม่ ซึ่งความเห็นของทีมงาน มองว่า Off ลงตัวกว่าครับ

การรับชมคอนเทนต์ความละเอียดต่ำ อย่าง ฟรีทีวี นับว่าทำได้ดี จุดเด่นเรื่องของความสว่างสดใส ช่วยเสริมศักยภาพในการรับชม

เล่นเกมให้ภาพที่สว่างสดใสดี ไม่มีปัญหาเรื่องของโกสต์ให้ต้องกังวล แต่อาจต้องเอาใจใส่เรื่องของการป้องกัน Image Retention กับเกมบางรูปแบบอยู่บ้าง

เชื่อมต่อกับโน้ตบุ๊ก ใช้งานเป็นมอนิเตอร์ได้ กระนั้นต้องระมัดระวังเรื่องของ Image Retention การป้องกันด้วยการกำหนด Screen Saver (ที่ PC/NB) และการเปิดใช้ฟังก์ชั่นเลื่อนตำแหน่งภาพเล็กน้อย (Orbiter) สามารถช่วยได้ระดับหนึ่ง

หมายเหตุ: ระบบจัดการเรื่องของ Image Retention ของ Samsung จะมาทั้งการป้องกัน และแก้ไข (กรณีเกิดภาพติดค้างแบบชั่วคราว)

สรุป

ข้อดี
Plasma TV ที่ภาพสว่างสดใสใกล้เคียง LED TV แต่ให้ระดับ Black Level และมุมมองดีกว่า พร้อมรองรับการ calibrate ที่ให้ความเที่ยงตรงสูง
สามารถกำหนดระดับ Cell Light ในแต่ละโหมดภาพโดยอิสระ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการรับชม และเพิ่มศักยภาพการใช้พลังงานไฟฟ้าได้
แว่น Active 3D เพียงไม่กี่เจ้า ที่ตัดปัญหาการกระพริบภายใต้แสงไฟจากหลอด Compact Fluorescent ได้อย่างดีเยี่ยม

ข้อเสีย
ไม่มีตัวเลือกด้าน Motion (แทรกเฟรมเสมือน) แต่ก็อาจไม่มีความจำเป็น
ตัวรับสัญญาณรีโมตเสริมแบบ Bluetooth แยกออกมาภายนอก ซึ่งต้องใสถ่าน ไม่ได้ฝังในทีวีแบบ LED TV ES8000

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้