Skip to content
|

มันจี๊ดสะปรู๊ด จู๊ดสะปร๊าด ! รีวิว Samsung 46ES6600 Smart TV แหล่มเฟี้ยวเงาะ [2012]

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 12 Feb 2022 0 comments

“LED TV” เป็นศัพท์ที่ถูกบัญญัติขึ้นมาใหม่เพื่อให้เป็นอีกหนึ่งประเภทของจอทีวีโดยใช้พื้นฐานของจอ LCD และเปลี่ยนการใช้หลอด Backlight จากหลอด CCFL เป็นหลอด LED แทน Samsung เองก็ได้เปิดตัว LED TV ในช่วงปี 2009 ที่ผ่านมา สร้างความ “ฮือฮา+แตกตื่น” ให้กับวงการภาพและเสียงในช่วงนั้นเป็นอย่างมาก มีข้อถกเถียงถึงเรื่องความเหมาะสมในการบัญญัติศัพท์คำว่า “LED TV” ว่ามันเหมาะสมหรือไม่ที่จะใช้แทนคำว่า “LCD TV” เวลาผ่านมาหลายปีจนถึงปี 2012 LED TV ก็มีการปรับปรุงคุณภาพของภาพอย่างต่อเนื่องจนคุณภาพของภาพหรือแม้กระทั่งการประหยัดไฟได้ฉีกหนี LCD TV ทั่วๆไปที่ใช้หลอด CCFL Backlight ไปหลายช่วงตัว ข้อถกเถียงเหล่านี้จึงมิได้เป็นประเด็นอีกต่อไป เพราะความต่างในเรื่องคุณภาพของทีวีทั้งสองแบบมีความต่างแบบเห็นภาพพิสูจน์ได้ ตลอดจนระดับราคาที่ลดลงมาจนเรียกได้ว่า “ได้แทนที่” LCD TV ไปแล้ว ผมได้นั่งถกถึงประเด็นเหล่านี้กับทีมงานจนน้ำลายแตกฟอง ประจวบเหมาะทาง Samsung ก็ได้ส่ง Samsung 46ES6600 จอ LED แบบ Smart TV รุ่นใหม่มาที่กองบัญชาการ จึงขอจัดบททดสอบให้ทุกท่านได้รับชมกันถึงพัฒนาการของ LED TV ซีรีส์ระดับ “กลางบน” ตัวนี้ซะหน่อย ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีรีวิว 55ES8000 ตัวเทพที่แสดงมิติภาพได้ดีเยี่ยมจนเรียกได้ว่าแทบจะกลืนกินผู้รีวิวเข้าไปอยู่ในมิติภาพในจอกันเลยทีเดียว

Samsung 46ES6600
– LED TV 46″
– Full HD 1920 x 1080
– Micro Dimming
– Clear Motion Rate 500Hz
– 3D Active
– Smart TV
– HDMI x 3
– USB x 3
– WiFi Built-In

ราคาเปิดตัว 49,990 บาท

ดีไซน์

ดีไซน์ของ ES6600 ออกแบบโดยคอนเซปต์ One Design ขอบสีดำบางดูกลมกลืนกับเนื้อจอได้อย่างเรียบเนียนเมื่อปิดจอทีวี มีกรอบแบบคริสตัลใสล้อมรอบตัวขอบจอ Bezel อีกชั้นหนึ่ง ฐานตั้งเป็นแบบ 4 แฉก ดีไซน์จึงออกแนว Sleek เพรียวบาง โดยฐานตั้งสามารถปรับหมุนซ้ายขวาได้เป็นปกติ โดยรวมแล้วดีไซน์มีความเรียบหรูพอเหมาะพอเจาะกับระดับราคา กระนั้นถึงแม้มิได้โดดเด่นเตะตาแบบรุ่นท็อปๆของเค้า แต่ก็ยังคงความเรียบหรูเพรียวบางไว้อย่างดีเยี่ยม

หน้าตรงของ Samsung 46ES6600

ด้านข้างจะเห็นทั้งความบางของตัวเครื่องและขอบจอ

ขาตั้งแบบ 4 แฉก Quad-Legged Stand สอดรับกับกรอบ Bezel แบบคริสตัลดีไซน์

ด้านหลังเน้นเรียบง่าย คอนเซปต์ไม่ได้หนีปีที่ผ่านๆมาเท่าไหร่ รูปลั๊กเป็นแบบกลม 2 ขา สามารถถอดเปลี่ยนหากต้องการอัพเกรดปลั๊กได้

ปุ่มกด Power On/Off อยู่ด้านหลัง เป็นปุ่มขนาดใหญ่ หลับตาคลำก็ยังเปิดได้สบายบรื๋อ

ภาพ

ก่อนอื่นมาดูเรื่องสเป็คด้านภาพของ Samsung 46ES6600 หน้าจอความละเอียดระดับ Full HD 1920 x 1080  ใช้ชิพ Hyper Real Engine มีระบบ Micro Dimming ช่วยปรับความสว่างของหลอด LED ให้สัมพันธ์กับฉากมืดและสว่าง, Clear Motion Rate 500Hz ช่วยเรื่องภาพเคลื่อนไหวให้ลื่นไหลไม่สะดุด พร้อมเทคโนโลยี 3D แบบ Active หากพิจารณาเรื่องสเป็คด้านภาพแล้วก็จัดว่าให้มาสมน้ำสมเนื้อกับ Positioning ของสินค้าที่อยู่ในระดับ “กลางบน” อย่างไรก็ดี เรามาดูบททดสอบกันก่อน ดูสเป็คอย่างเดียวเดี๋ยวเคี่ยวไม่เข้าเนื้อ !

สัดส่วนภาพ : Picture Size
เฉกเช่น Samsung Full HD LED/LCD TV ตัวอื่นๆ โหมดภาพสำเร็จรูปมีมาให้เลือกหลากหลาย หากดูหนังไฮเดฟ ผมแนะนำโหมด “Screen Fit” เพื่อภาพที่ถูกต้องแบบ 1:1 Pixel Mapping และโหมด 16:9 สำหรับการดูเคเบิ้ลทีวีทั่วไป โดยการเลือกสัดส่วนภาพนั้น เราสามารถกดปุ่ม “P.Size” บนรีโมทคอนโทรลซึ่งเป็นปุ่มลัดได้เลย ส่วนโหมดอื่นๆจะมีแบบ “ยืด-หด-ซูม” ให้เลือกหลายแบบ แต่ดูจากการสภาพการใช้งานของพวกเราคงมิได้มีโอกาสใช้งานมากนัก

สัดส่วนภาพ Picture Size

โหมดภาพสำเร็จรูป : Picture Mode
มี 4 โหมดหลักได้แก่ 
1. Dynamic : โหมดสดใส แนวภาพสว่าง โทนสีเป็นแนวเย็นจัด ภาพจะชุ่มฉ่ำสดเด้ง เหมาะกับการเปิดใช้หน้าร้านขายทีวี แต่รายละเอียดของพื้นขาวและดำยังมีหดหายไปช้าง 
2. Standard : โหมดมาตรฐาน ภาพ ติดโทนเย็นเล็กน้อย ใช้ดูพวกฟรีทีวีทั่วไปในห้องนั่งเล่นสว่างๆได้ 
3. Natural : โหมดธรรชาติ สีสันมีความอิ่มเข้ม แต่จะติดอมแดงไปซักนิด
4. Movie : โหมดภาพยนตร์ สีสันค่อนข้างถูกต้อง ภาพสมจริง รายละเอียดดีเยี่ยม แนวภาพออกนวลดูสบายตา

Samsung LED TV 46ES6600
Picture Mode Color Temp fL
Dynamic 16819K° 105.9
Standard 9328K° 85.0
Natural 9303K° 82.3
Movie 6347K° 68.9

หลังจากวัดอุณหภูมิสีทุกโหมดแล้วแนะนำให้ใช้โหมด Movie ซึ่งใกล้เคียงกับ 6500K° มากที่สุด

หลังจากที่ได้ทดลองรับชมและใช้เครื่องมีวัดอุณภูมิสีแล้ว โหมด Movie จัดได้ว่ามีความ “ถูกต้องสมจริง” มากที่สุด จึงเป็นโหมดที่ผมแนะนำหากท่านจะดูหนังไฮเดฟจะได้รับอรรถรสจากหนังเฉกเช่นในสิ่งที่ผู้กำกับต้องการสื่อออกมาให้เราได้รับทราบ รวมถึงโทนแสงสีที่มีความเป็นมิตรต่อสายตาของเราอีกด้วย แนะนำเทคนิคการใช้เพิ่มเติมคือเราสามารถปรับระดับ Backlight ชดเชยให้เหมาะสมกับสภาพแสงสว่างในห้องของเราได้ เช่นห้องสว่างมาก ก็ปรับ Backlight ไปที่ 20 หรือหากห้องมืดหน่อยก็ลดระดับ Backlight ลงมา แต่ถ้าหากขี้เกียจนั่งปรับมือเองก็ให้ไปเปิดโหมด Eco Sensor ใน Eco Solution เพื่อให้เซนเซอร์รับแสงคำนวณให้ทีวีปรับระดับความสว่างอัตโนมัติแทน

โหมดภาพสำเร็จรูปแนะนำ Movie ค่อนข้างแม่นยำและถูกต้องมากที่สุด

ทดสอบคุณภาพของภาพ 2 มิติ
ผมใช้โหมด Movie พร้อมปรับภาพเพื่อให้สีสันและรายละเอียดแสดงออกมาอย่างสมบูรณ์ที่สุด ดูหนังเรื่อง Journey 2 คงต้องเกริ่นก่อนว่ารุ่น 6600 ไม่ได้ใช้ Panel แบบ Ultra Clear Panel แบบ ES8000 รุ่นท็อปหรือรุ่น C6200 เมื่อ 2 ปีที่แล้วที่ผ่านมา โดยตัวจอเป็นชนิดแบบ VA เป็นแบบมันกึ่งด้าน คุณภาพของภาพที่โดดเด่นแบบจับต้องได้คือสีสันมีความถูกต้องและเป็นธรรมชาติ ไม่มีติดอมแดงเหมือนรุ่นก่อนอย่าง C6200 รุ่น 2 ปีที่แล้ว (แต่ภาพดีมากเช่นกัน) ทำให้การแสดงสีสันของใบหน้าตัวละครอย่างคุณพ่อแฮงค์ซึ่งนำแสดงโดย The Rock ค่อนข้างเป็นธรรมชาติ สีผิวคนคือสีผิวคน ไม่มีความอิ่มของสีใดสีหนึ่งที่ดูเอ่อล้นออกมาเจือปน รายละเอียดยิบย่อยของภาพก็แสงออกมาครบถ้วน อาทิเช่นใบหน้าของนักแสดง Samsung ES6600 สามารถแสดงความเหี่ยวย่นออกมาได้ทั้งหมดโดยมิได้พกเอาความหยาบกร้านที่ดูเกินจริงให้เล็ดลอดออกมา มิติของภาพจัดอยู่ในเกณฑ์ดี ความชะอุ่มของพฤษา ต้นไม้ ใบหญ้า มีความอิ่มเอิบที่พอเหมาะ ถึงแม้ไม่ได้โดดเด้งจนเขย่าหัวใจเท่ารุ่นท็อป ES8000 แต่ว่าดีกว่า LED รุ่นรองลงมาแบบสังเกตได้  ผมว่าเดี๋ยวนี้บรรดาแบรนด์ทีวีทั้งค่ายเกาหลีและญี่ปุ่นมีการวาง Product Segment หรือการไล่ระดับรุ่นและราคาของทีวีได้อย่างแยบคายยิ่งขึ้น กล่าวคือ “ระดับระคาสะท้อนถึงคุณภาพ” ยิ่งรุ่นสูงขึ้นไปภาพก็จะยิ่งดีขึ้นไปตามลำดับ ซึ่งต่างจากเมื่อก่อนซัก 4-5 ปีที่แล้ว บางท่านยังแทบดูไม่ออกเลยว่าว่า Full HD และ HD Ready ต่างกันตรงไหน ?!? ดังนี้จึงบอกว่าได้ว่ารุ่น ES6600 เป็น LED TV อีกรุ่นหนึ่งที่มีศักยภาพสูงบนพื้นฐานความของคุ้มค่า

ภาพจาก The Rock จากเรื่อง Journey 2 ให้สีสันที่สมจริง มิติภาพอยู่ในเกณฑ์ดี

รายละเอียด “ตีนกา” แสดงออกมาอย่างหมดจด ให้ความกระจ่างและจะแจ้งของภาพที่กลมกล่อมอย่างเป็นกลาง

โหมด Movie ให้แนวภาพที่สบายตา สีสันถูกต้อง ดูจากภาพบอกได้เลยว่าสมจริงมิได้เติมแต่งจนบิดเบือน

ทดสอบกับหนังเรื่อง Batman Begins เอาใบหน้าของ Bruce Wayne มาให้ดูกัน

ภาพฟรีทีวีออกแนวนวลๆ คุณภาพอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงค่อนข้างดี

ทดสอบภาพเคลื่อนไหว
ผมใช้เครื่อง PS3 เล่นเกมส์ Winning 2010 ถึงแม้ภาคจะเก่าไปหน่อย รายชื่อนักเตะไม่ค่อยอัพเดทด้วย อีกนัยหนึ่งจะบอกว่าโบราณก็ไม่ผิด ทว่าเป็นภาคที่ทีมงานคุ้นเคยและจับผิดเรื่องภาพเคลื่อนไหวได้ง่ายเพราะเล่นพนันขันต่อด้วยภาคนี้กันแทบทุกวัน ! ว๊ากไม่ใช่นะครับ คือภาคนี้มันเล่นง่ายกว่าภาคใหม่ๆเช่นภาค 2011 ปีที่แล้วนั่นเอง เช่นกดส่งบอลเลียดแบบไม่ต้องชาร์จพลังเป็นต้น (รอดตัว ^_^!) ผมเปิดโหมด Game ใน System Menu ให้เป็น On สิ่งแรกที่สัมผัสได้คคือทีวีจะปรับภาพให้สีสันมีความเข้มข้นขึ้น ผนวกกับระบบเสียงที่มีน้ำหนักและโอบล้อมแบบรู้สึกได้ จึงเป็นการเพิ่มรสชาติของการแข่งขันขึ้นไปอีกระดับ ภาพเคลื่อนไหวจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดีปานกลาง คือถ้าเทียบกับ LCD TV หรือ LED TV รุ่นล่างๆราคาประหยัด เจ้า ES6600 จะลื่นไหลกว่า จะคุมอาการโกสท์ได้ดีกว่าเยอะ แต่หากเทียบกับ ES8000 ผมขอบอกว่า ES8000 นี่แทบไม่มีโกสท์เลย แต่เจ้า ES6600 ยังมีโผล่มาบ้างเล็กน้อยหากเป็นฉากเคลื่อนไหวเร็วๆเช่นการโยนบอลจากข้างหลังไปข้างหน้าให้ลองจ้องที่ชื่อที่อยู่บนหัวของนักเตะหรือขอบของตัวนักเตะเป็นต้น อย่างไรก็ดีหากได้เทียบกับค่ายอื่นๆในระดับราคาที่สูสีกัน ES6600 ก็ถือว่าเป็นหนึ่งใน “หัวแถว” ของ LED TV ซีรีส์ระดับกลางบน อย่างที่ผมบอกว่าค่า Response Time ที่ช่วยเรื่องภาพเคลื่อนไหว มันจะขึ้นอยู่กับเกรดของจอ Panel ยิ่งราคาสูงหรือยิ่งรุ่นท็อป Response Time ก็จะยิ่งดีขึ้นไปแบบระเบิดระเบ้อ เรื่อง Response Time นี้เป็นอีกจุดที่สังเกตได้ นอกเหนือจากพวกความถูกต้องของสีสัน การคุมแสง รายละเอียด และคอนทราสต์ !

หมายเหตุ : ในอดีตซัก 5-7 ปีที่แล้ว Response Time ของทีวีค่ายๆต่างๆจะอยู่ประมาณ 8-12 ms ซึ่งถือว่ายังไม่สู้ดีนัก แต่ปัจจุบันนี้คุณภาพของจอ Panel ได้ปรับปรุงพัฒนาจนสามารถแสดงผลภาพเคลื่อนไหวได้ดีขึ้นมาก ถึงแม้จะไม่มีการบอกตัวเลข Response Time เนื่องด้วยเหตุผลทางการตลาด กล่าวคือพวก LED TV ตัวท็อปๆของค่ายชั้นนำก็แทบไม่เจอปัญหาเรื่อง Ghost อันเนื่องจากมี Response Time ที่ไม่ไวพอ (อ้างอิงจากการทดสอบของทีมงาน) อย่างไรก็ตาม Plasma TV ยังมีความเหนือชั้นในเรื่องการเปิด/ปิดเม็ดพิกเซลอย่างฉับไวเนื่องจากเป็นโครงสร้างที่ก๊าซนั่นเอง จึงทำให้มี Response Time ที่ดีกว่า LED/ LCD TV อยู่ดี ดังนี้ข้อสรุปเบื้องต้นคือหากเป็นคนซีเรียสเรื่องภาพเคลื่อนไหวแล้วอยากเล่น LED / LCD TV ก็แนะนำให้เล่นตั้งแต่รุ่นกลางบนไปจนถึงรุ่นท็อปครับ

เล่นวินนิ่ง 2010 หรือเกมส์คอนโซล อย่าลืมเปิด Game Mode ให้เป็น ON เด้อ

ในขณะที่ผมทดสอบกับฉากมืดๆอย่าง Die Hard 4.0 รายละเอียดในที่มืด-สว่าง (Dynamic Range) ก็ทำได้ดีเช่นกัน อาการดำจมที่แทบไม่มีให้เห็น การใช้แค่โหมด Movie ธรรมดาก็เพียงพอที่จะขุดรายละเอียดในที่มืดออกมาเป็นที่น่าพอใจ ก็ถือว่าไม่ได้ด้อยกว่ารุ่น ES8000 เสียเท่าไหร่นัก เพราะตัว Panel มันทำหน้าที่ได้ดีอยู่แล้ว ดังนี้พวกฟังก์ชั่นตัวช่วยอาทิเช่น Dynamic Contrast , Black Level, และอะไรเทือกนี้ โดยเฉพาะ Digital Noise Filter ตัวนี้ทำภาพคมๆกลายเป็นเบลอได้ซะงั้น ผมจึงแนะนำให้ “ปิดทิ้งทั้งหมด” โอกาสที่ฟังก์ชั่นเสริมพวกนี้เข้าไปบิดเบือนภาพต้นฉบับที่จอแสดงได้ดีอยู่แล้วให้ผิดเพี้ยนยังจะมีซะมากกว่าการช่วยส่งเสริมให้คุณภาพของภาพดีขึ้น

ทดสอบความดำของภาพ

Samsung ES6600 ใช้ Edge LED ที่มีความสามารถในการเปิด-หรี่-ปิดหลอดไฟให้สอดคล้องกับระดับความสว่างและมืดของภาพที่เรียกว่า Micro Dimming สำหรับการทดสอบก็เช่นเคยที่คอนเทนท์ไม้ตายอย่าง “พระจันทร์ในคืนมืด” ของ Pioneer มาทดสอบ Samsung ES6600 มีฟังก์ชั่น Micro Dimming ซึ่งจะถูกเปิดใช้งานอัตโนมัติในโหมด Dynamic และ Standard ในขณะที่โหมด Movie จะไม่สามารถใช้งานได้ เพราะพวกฟังก์ชั่น Micro / Local Dimming เหล่านี้จะไปกระทบกับความเที่ยงตรงของระดับ Gamma ตัวอย่างเช่นโหมด Movie / Cinema / Expert ของค่ายอื่นๆก็จะปิด Local Dimming ทิ้งเช่นกัน อย่างไรก็ตามผมลองทดสอบระดับความดำจากการคุมแสงพื้นหลังของ ES6600 ทั้งมุมตรงมุมเฉียง ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีครับ กล่าวคือในสภาพห้องที่มีแสงสว่าง เราแทบไม่สังเกตเห็นแสง Backlight เลยด้วยซ้ำ แต่หากเป็นห้องมืดก็จะมีรั่วออกมาบ้างตามสูตร แต่เป็นการรั่วที่อยู่ในระดับนิดหน่อยซึ่งเป็นข้ำจำกัดของ Edge LED ทุกตัว การคุมแสงจากหลอด LED อยู่ในเกณฑ์ดี จึงไม่ค่อยเห็นผู้ใช้ออกมาบ่นเรื่อง Backlight ของ Samsung LED เสียเท่าไหร่ !

ทดสอบกับคอนเทนท์พระจันทร์ในคืนมืด ประสิทธิภาพการคุมแสงถือว่าเป็น “หัวแถว” ของ Edge LED

ภาพจำลองการทำ Micro Dimming (Local Dimming) ของฉาก “พระจันทร์ในคืนมืด” ในภาพเป็นโหมดสาธิต

Micro Dimming มีส่วนช่วยเรื่อง การแสดงสีดำและความสว่าง จึงมีส่วนช่วยเรื่องมิติลึกตื้นของภาพในทางอ้อมได้อีกแรง

อัตราการกินไฟในฉากทดสอบจากแผ่น DVE อยู่ประมาณ 97 Watts

หากเทียบกับ LED TV ระดับราคาใกล้เคียงกัน ผมขอแจงจุดเด่นของภาพ 2 มิติ ของ Samsung ES6600 ดังต่อไปนี้ได้แก่ ความกระจ่างของภาพ, โทนแสงสีที่ค่อนข้างถูกต้อง, การคุมแสงของหลอด LED Backlight รวมถึง Motion ในการแทรกเฟรมภาพที่ค่อนข้างแม่นยำ ในทางกลับกันข้อจุดติคือเรื่องมุมมองการรับชมที่ค่อนข้างจำกัดไปซักนิดครับ

ทดสอบภาพ 3 มิติ
Samsung 46ES6600 ใช้เทคโนโลยี 3D แบบ Active ให้แว่นแบบ Active Glasses ดีไซน์ใหม่มา 2 อัน และยังมีความสามารถในการแปลงภาพ 2 มิติธรรมดาๆให้เป็น 3 มิติได้ทั้งแหล่งสัญญาณที่เป็นดิจิตอลอย่าง HDMI และรวมถึงช่องต่อสัญญาณอนาล็อกอย่างเช่น AV 

ผมทดสอบกับหนังการ์ตูนแอนิเมชั่นเรื่อง Despicable Me แบบ 3D แท้ๆ กับหนังเรื่อง Journey 2 แบบแปลง 2D เป็น 3D ครั้นเมื่อเราเปลี่ยนเป็นโหมดภาพ 3D โหมดภาพจถูกเร่งค่าความสว่างไว้สูงอย่างอัตโนมัติ เมื่อเพื่อให้เราไม่รู้สึกว่าภาพยังคงความสว่างไม่แพ้การดูภาพ 2D ทั่วไป แบบปกติดังนี้เราสามารถเข้าไปปรับโหมดภาพหรือระดับ Backlight ให้เหมาะสมกับการรับชมของเราได้ มิติภาพก็จัดอยู่ในเกณฑ์น่าพอใจ คือมิติของวัตถุออกเป็นลูกเป็นก้อนแบบจับต้องได้ ลำดับขั้นลึก-ตื้นของวัตถุสามารถแยกแยะออกได้อย่างชัดเจนจนสัมผัสถึงความมีมิติของภาพ 3 มิติได้อย่างใกล้ชิด สีสันมีความอิ่มเอิบ ภาพยังคงความคมชัดได้ดีเยี่ยมไม่ว่าจะดูใกล้ชิดติดขอบจอหรือแม้กระทั่งดูห่างจอ ซึ่งเป็นจุดที่ทำได้ดีกว่า 3D แบบ Passive นั่นเอง อาการ Crosstalk ยังมีให้เห็นนิดหน่อยในฉากเคลื่อนไหวเร็วๆที่ออกแนวฮาร์ดคอร์ การซิงค์แว่นทำได้ง่ายมาก คือเมื่อภาพเป็น 3D แล้ว ก็แค่กดปุ่ม Power บนแว่นซึ่งไฟบนแว่นก็จะแสดงออกมาเป็น “สีเขียว” แสดงว่าแว่นก็ได้ทำการเชื่อมต่อกับทีวีแล้ว สำหรับแว่นดีไซน์ใหม่นี้ผมว่าสวมใส่สบาย มีน้ำหนักเบา ออกแบบให้โอบรัดศรีษะได้ค่อนข้างกระชับ ตัวแว่นใช้แบตเตอรี่แบบเม็ดกระดุมถอดเปลี่ยนได้ง่าย คุณภาพโดยรวมจัดว่าดีในระดับของทีวี 3 มิติในซีรีส์ระดับกลางบน

ข้อแนะนำคือ “ไม่ควร” ไปปรับเพิ่มค่าของพวกฟีเจอร์ปรุงแต่งภาพ 3 มิติอย่าง 3D Depth หรือ 3D Perspective ซึ่งมิติภาพจะดูเหมือนลอยโด่งมากยิ่งขึ้น แต่พอรับชมจริงมันจะขาดสมดุลไป กล่าวคือภาพ 3 มิติลอยเด้งขึ้นก็จริง แต่อาการ Crosstalk จะตามมาแบบเห็นได้ชัดเจนตามขอบภาพ ตลอดจนความมึนที่จะเพิ่มขึ้นมา ผมจึงแนะนำให้ใช้ค่าเริ่มต้นที่ Samsung กำหนดมาให้ มันค่อนข้าง “เพอร์เฟกต์” ในแง่ของ “ความสมดุล” อยู่แล้ว

แว่น 3D แบบ Active ที่แถมมาให้ น้ำหนักเบา ขาแว่นโค้งเว้าโอบรัดศรีษะ มีที่รองจมูกแบบโค้งสอดรับกับสรีระของจมูก

หากแว่น 3D เชื่อมต่อกับทีวี จะมีหน้าต่างขึ้นมาบอกว่า “3D Glasses are connected to TV”

ความคมชัดและมิติภาพอยู่ในระดับน่าพอใจ มิติภาพจับต้องได้และยังคงความเข้มข้น+คมชัดของภาพไว้ได้ดี

พวก 3D Perspective และ 3D Depth หากปรับค่าให้สูงๆภาพจะยิ่งลอย แต่จะเกิด Crosstalk ดังนี้ผมแนะนำให้ใช้ค่าเริ่มต้นที่ Samsung กำหนดให้มาจะเป็นค่าที่ดีที่สุด

แปลงหนัง 2 มิติให้เป็น 3 มิติ ด้วยปุ่ม 3D บนรีโมทแล้วเลือก 2D => 3D

ส่วนค่า 3D Optimisation ผมลองรับดูแล้วจาก 0 เป็น 1 ไม่ค่อยเห็นผลเท่าไหร่

ช่องต่อ

ช่องต่อของ Samsung 46ES6600 ให้มาดังต่อไปนี้

– 3 HDMI
– 3 USB
– หูฟัง x 1
– มี LAN ไร้สายแบบในตัว
– Component In (Y / Pb / Pr) x 1
– Composite In (AV) x 1 (ใช้สำหรับ Component Y)
– สัญญาณเสียงดิจิตอลออก (ออพติคอล) x 1
– RF In (อินพุตภาคพื้นดิน / เคเบิล) x 1
– สัญญาณ DVI เข้า (ช่องเสียบขนาดเล็ก) x 1
– อีเธอร์เน็ต (LAN) x 1

จุดที่น่าชื่นชมคือแม้จะเป็นเพียงแค่ซีรีส์ 6 แต่ก็ให้ Wireless LAN แบบ Built-In มาแล้ว สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เนตแบบไร้สายได้ทันที ไม่ต้องใช้พวก USB WiFi Dongle ให้เปลืองช่องต่อ USB อีกต่อไป ส่วน HDMI และ USB ให้มาอย่างละ 3 ช่อง อย่าง USB ก็รองรับพวก External Harddisk, Keyboard และ Mouse ในขณะที่ช่องต่อ AV ต้องใช้ร่วมกับช่องต่อ Component โดยสายภาพสีเหลืองให้เชื่อมต่อกับช่องต่อสีเขียวของ Component ได้เลย จะมี “วงกลมสีเหลือง” ล้อมรอบช่อง “สีเขียว” อยู่เขียนบอกว่าวีดีโอครับเผื่อท่านไหนหาไม่เจอ

ช่องต่อต่างๆบริเวณด้านหลัง

ช่องต่อ External Harddisk รองรับไฟล์ HD หลาก format ยอดฮิตอย่าง mkv ก็สบายมาก

ดู Social Network แบบ mkv 720p ผ่านฉลุย

ฟังเพลง mp3 แสดงรายชื่อเพลงและศิลปินแบบนี้เลย

เสียง

Samsung ES6600 มีโหมดเสียงสำเร็จรูปอาทิเช่น Standard, Movie, Music, Clear Voice, และ Amplify สามารถเลือกใช้งานตามลักษณะของคอนเทนท์ที่รับชมอยู่ได้เลย ตลอดจนลูกเล่นเรื่องเสียงจากค่า SRS อย่าง SRS TruSurroundHD ที่ช่วยเพิ่มมิติเสียงโอบล้อม และ SRS TruDialog ที่ช่วยยกระดับของเสียงกลางให้ชัดขึ้นโดยยังคงระดับเสียงของแบ็คกราวนด์เอาไว้ ลูกเล่นพวกนี้สามารถลองเลือกใช้งาน
 
คุณภาพเสียงของ Samsung 46ES6600 มีคุณภาพที่จัดอยู่ในเกณฑ์ดีพอใช้ เสียงมีความหนักแน่น เสียงต่ำมีน้ำหนัก ไม่ได้แห้งเหือด เสียงสูงและเสียงกลางก็มีความชัดเจนที่พอเหมาะ อาจจะขาดรายละเอียดไปบ้าง โดยรวมแล้วคุณภาพผมว่าดีกว่า LED รุ่นท็อปๆเสียด้วยซ้ำครับ ฉะนั้นกับการใช้งานดูหนังดูฟรีทีวีทั่วไปก็ถือว่าสอบผ่านฉลุย

เพิ่มเติม

Smart TV ของ Samsung ยังมีจุดเด่นเรื่องจำนวนแอพลิเคชั่นใหม่ถูกบรรจุเพิ่มเข้ามาตามกาลเวลา โดยเฉพาะแอพส์ “เกมส์” ที่มีความ “อินเตอร์แอคทีฟ” มากยิ่งขึ้น ประมาณว่าพวกชู๊ตบาส , เบสบอล, เครื่องบินรบ, รถแข่ง มีหมด แถมกราฟฟิกก็จัดได้ว่าพัฒนาขึ้น มิได้จำกัดต้องเป็นเกมส์แนว Puzzle ที่มักจะมีเกลื่อนใน Smart TV ของหลายค่ายเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้เราสามารถโหลดมาเล่นบนเครื่องได้อย่างง่ายดาย หลักการเดียวกับพวก Smart Phone นั่นแหละ ยิ่งไปกว่านั้นเรายังสามารถใช้โทรศัพท์ Smart Phone เป็นรีโมทคอนโทรลในการควบคุมเจ้า ES6600 ได้ด้วย ให้ไปโหลดแอพส์ “Samsung Remote” ติดตั้งลงใน Android Phone หรือ iPhone ของท่าน โดยใช้ WiFi ในการเชื่อมต่อให้อยู่ในวง LAN เดียวกัน เนื่องจากตัวแอพส์ของ Samsung Smart TV มีเยอะมาก (แต่เกมส์ก็เหยียบร้อยแล้ว) ผมขอคัดเอาอันสำคัญๆมาให้ดูละกันครับ

Smart Hub ศูนย์รวมความบันเทิงออนไลน์ของ Samsung Smart TV

หน้าแรก Smart Hub

โหลดเกมส์ Mahjong Fruits มาเล่น เป็นแนว Puzzle

แอพส์อ่านข่าวของ SANOOK.COM

เกมสื AQUARIS แนว Puzzle เช่นกัน

ป๊าด ! Minesweeper ผมเคยเล่นตอนเด็กๆครับ คิดถึงที่ซู๊ดดดดส์ !

Your Video ดูข้อมูลและเนื้อเรื่องย่อของหนังฮอลลีวูด

หากจะโหลดแอพส์ก็ไปที่ Samsung Apps ดู Memory Usage ว่าใช้พื้นที่ไปเท่าไหร่จากเท่าไหร่ได้

แอพ Fitness สามารถออกท่าทางตามครูผู้สอนในวีดีโอ สาวๆจะหุ่นสวยเปรี๊ยะก็คราวนี้แหละ !

Kids มีนิทานเสริมความรู้ในแบบการ์ตูนสุดแสนน่ารักสำหรับคุณหนูๆ

มาแนะนำแอพส์กันต่อนะครับ หน้านี้เป็นแอพส์ที่ผมชื่นชอบส่วนตัว ส่วนใหญ่เเป็นเกมส์แนวอินเตอร์แอกทีฟ

เกมส์ตีเบสบอล Home Run อันนี้เล่นง่าย+มันส์ดี

เกมส์ของ British Council เป็นการฝึกภาษาอังกฤษแบบเข้มข้น โดยส่วนตัวผมชอบมากๆ ได้ประโยชน์เรื่องการฝึกฝนมากมาย

Pororo การ์ตูนยอดฮิตจากแดนเกาหลีขวัญใจคุณหนู มีเป็นตอนเต็มๆให้ชมกัน

ว้าว ว้าว ! ชู๊ตบาสก็มี

Run Away Bride เป็นเกมส์ที่เจ้าสาวจะต้องกระโดดและก้มหลบสิ่งกีดขวาง

แข่งรถแบบจี๊ดสะปรู๊ด จู๊ดสะปร๊าด

เกมส์ Air Force เป็นเกมส์แบบพิเศษที่เราต้องไปโหลดแอพส์ Air Force ลง Android Phone เพื่อเป็นจอยควบคุมเกมส์โดยเฉพาะ

ใช้ Android Phone เป็นจอยควบคุมทิศทางและยิงกระสุน ถึงจะไม่ได้ลื่นปรู๊ดปร๊าดขนาดนั้นแต่ก็ล้ำซะจริง

Energy Saving : โหมดประหยัดพลังงาน มีให้เลือกหลายระดับ โดยเมื่อเปิดใช้งานทีวีก็จะหรี่หลอด Backlight ลงตามระดับเพื่อให้ภาพซอฟท์ลง จึงเป็นการประหยัดไฟ+ถนอมสายตา สามารถเปิดใช้งานได้เมื่อดูทีวีตอนกลางคืนหรือห้องมืดๆซึ่งโหมดภาพสำเร็จรูปทั้งหลายมักจะสว่างเกินไปจนรู้สึกแยงตา

โหมดประหยัดพลังงาน Energy Saving ปรับไว้ในระดับ Medium ดูหนังเต็มจอกินไฟแค่ 47 Watts

สรุป

ข้อดี
1. ประสิทธิภาพของภาพและเสียงอยู่ในเกณฑ์ดีสอดคล้องกับกับระดับราคา 
2. Wireless LAN Built-In เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไร้สาย
3. Smart TV มีแอพส์ที่น่าสนใจให้โหลดเล่นเพียบ โดยเฉพาะเกมส์มีเหยียบ 100 แอพส์ 

ข้อเสีย
1. ต้องใช้ช่องต่อ AV ร่วมกับ Component ซึ่งมีแค่ชุดเดียว
2. ในปี 2012 พวกจอเทพ Ultra Clear Panel จะไปอยู่ในรุ่น ES7500 และ ES8000 อย่างเดียว ส่วนรุ่น ES6600 จะเป็นจอดำมันกึ่งด้านแทน

สรุป
Samsung 46ES6600 เป็น LED Smart TV ระดับ “กลางบน” ซึ่งทั้งประสิทธิภาพ, ลูกเล่นและการดีไซน์ก็ทำได้ออกมาเหมาะสมกับชื่อชั้นและระดับราคา ภาพออกแนวกระจ่าง แสงสีมีความถูกต้องในโหมดสำเร็จรูปและจะยิ่งถูกต้องมากสุดๆหลังการปรับภาพอย่างละเอียด สามารถคุมหลอด Backlight ด้วย Micro Dimming ได้ดีซึ่งปีที่แล้วยังไม่ได้ให้ฟีเจอร์นี้มา จัดได้ว่าคุณภาพของภาพอยู่ใน “หัวแถว” ของพวก LED TV ระดับเดียวกัน ลูกเล่น Smart TV ก็แหล่มมิใช่ย่อย บรรดาแอพส์ต่างอย่าง Facebook, YouTube, Games, Web Browser, วีดีโอ และอื่นๆอีกมากมายก็ต่างกันพาเหรดมาให้เลือกสรร จนผมขอใช้คำว่าหากท่านใดสามารถโหลดมาเล่นครบทุกแอพส์ได้หละก็ ข้าน้อยจักขอคลานเข่าเข้าไปคาราวะซัก 3 จอกเลยเอ้า ! การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบไร้สายก็ช่วยอำนวยความสะดวกได้อย่างดีเยี่ยมสำหรับการใช้งาน Smart TV (บอกตามตรงว่าผมไม่ค่อยชอบพวก USB WiFi Dongle รู้สึกว่าเกะกะ ยุ่งยากและเปลืองช่องต่อ) ดังนี้หากท่านมีแผนที่จะถอย LED TV ระดับกลางบนที่มีความคุ้มค่ากับเม็ดเงินของท่าน โปรดจงพิจารณา Samsung 46ES6600 เป็นตัวเลือกลำดับต้นๆไว้ได้เลย รับรองความจี๊ดสะปรู๊ด จู๊ดสะปร๊าดแน่นอนครับ……เจ้านาย !!!!

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้