Skip to content
|

มาเหนือเมฆ !!! รีวิว Sony 55HX955 ยอด LED TV จอมขมังเวทย์ในอุดมคติ

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 02 Jan 2022 0 comments

มาเหนือเมฆ !!! รีวิว Sony 55HX955 ยอด  LED TV จอมขมังเวทย์ในอุดมคติ
HX955 เป็น LED TV รุ่นท็อปที่สุดประจำปี 2012-2013 ของ Sony เปิดตัวมาก็ปาเข้าไปเดือนธันวาคมที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากเหตุการณ์สึนามิครั้งใหญ่ที่ญี่ปุ่นส่งผลต่อการผลิตและจัดจำหน่ายเป็นอย่างมาก ทำให้ไลน์อัพต่างๆของ Sony ออกมาล่าช้ากว่าปกติประมาณ 2-3 เดือน แม้กระนั้นหากเคยมีโอกาสเข้าชมงานบรรยายทีวีที่ BAV HI-END Show ของทีมงาน ณ.โรงแรมแลนด์มาร์ค สุขุมวิท เมื่อต้นปี 2012 ที่ผ่านมา เชื่อว่าหลายท่านคงเห็นทีมงานนำเอา KDL-65HX925 ซึ่งเป็นรุ่นท็อปของ Sony ในปี 2011 เอาไปโชว์ให้เห็นถึงศักยภาพของภาพ ซึ่งหลายท่านก็ถึงกับตกตะลึงกับคุณภาพของภาพอันเยี่ยมยอดของ LED TV ตัวท็อปตัวนี้ เพราะทีมงานแอบทำตัวฮาร์ดคอร์โดยเอาทีวีตัวท็อปของแบรนด์อื่นไปตั้งเทียบให้เบิ่งเปรียบเทียบกันจะๆ ซึ่งผมและทีมงานยกให้เจ้า HX925 เป็น Best of The Best TV เมื่อปลายปี 2011 ที่ผ่านมา  โดยเจ้า HX955 รุ่นใหม่ก็มีการพัฒนาต่อยอดมาจากรุ่น HX925 อาทิเช่น เทคโนโลยีหลอดไฟแบคไลท์แบบ Intelligent Peak LED พร้อมความสามารถในการทำ Local Dimming ที่ “ดีที่สุด” และ “แม่นยำที่สุด” ในท้องตลาด ตลอดจนดีไซน์แบบ Monolithic Design จอกระจกแผ่นเดียว เรียบหรู ในเมื่อทาง Sony ได้จัดส่ง HX955 มาให้ทดสอบ นายโรมันก็รีบออกตัวอย่างสะเหร่อแป๊ะ อาสาเป็นคนรับผิดชอบการทดสอบและเขียนรีวิวเจ้า HX955 ด้วยตัวเองเลยจ้า !

หมายเหตุ : ทาง Sony ประเทศไทยได้แจ้งเพิ่มเติมมาว่า HX955 เป็น Digital TV แบบ DVB-T2 แล้ว โดยช่องต่อจูนเนอร์ (Antenna In) สามารถรองรับสัญญาณ Digital (DVB-T2) และ Analog ได้เลย

Sony KDL-55HX955 ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 109,990 บท

Sony KDL-55HX955 (55″)
– X-Reality Pro Engine
– Full HD 1920 x 1080
– Motion Flow 800XR
– Intelligent Peak LED
– 3D Active
– Sony Entertainment Network
– HDMI x 4
– USB x 2
– WiFi Built-In
– แถมแว่น 3D Active x 2
– กล้องเว็บแคม x 1
ราคาเปิดตัว 109,990 บาท

ดีไซน์

ดีไซน์ของ HX955 โดดเด่นด้วยคอนเซปต์ Monolithic Design กระจกแบบ Gorilla Glass เรียบหรูแผ่นเดียว ไม่ว่าจะเปิดหรือปิดทีวีก็ดูเรียบหรู โลโก้ Sony มีไฟ LED สีขาวนวลส่องสว่างเมื่อเปิดเครื่อง ตัวฐานตั้งเปลี่ยนใหม่จากเดิมเป็นแบบแผ่น “สีเหลียม” ธรรมดากลายเป็นดีไซน์ “วงแหวนโครเมี่ยม” โดยขาตั้งสามารถปรับหมุนซ้ายขวาได้ 15 องศา และสามารถปรับเอนหลังได้ 6 องศา หากตั้งทีวีต่ำกว่าระดับสายตา แนะนำให้ลองปรับเอนจอขึ้นมาดู มันจะสอดรับกับสายตาเราพอดี ไม่เมื่อยคอเวลารับชม (Ergonomic Design) อย่างไรก็ดีโดยส่วนตัวแล้ว (ย้ำว่าส่วนตัว) ผมแอบชอบดีไซน์แบบฐานตั้ง “Bar Stand” เฉกเช่นรุ่นหลักศิลาจารึกอย่าง HX855 มากกว่า เพราะว่ามันมีเหตุผลและเรื่องราวแรงบันดาลใจในการออกแบบที่ชัดเจน ผนวกกับอรรถประโยชน์ที่ได้รับเพิ่มมากขึ้นจากการใช้ฐานตั้งเป็นลำโพง และที่สำคัญที่สุดคือ Bar Stand มันดูสวยแบบ “ลงตัว” มากกว่า จึงแลดูเป็นดีไซน์ที่สวยอมตะกว่า อย่างไรก็ดีหากมองอีกมุม HX955 กับฐานตั้งรูปวงแหวนก็ดูสวยไปอีกแบบตามสมัยนิยม ซึ่งแบรนด์ทีวีต่างๆจะเน้นฐานตั้งแบบทรงตัว “U” ก็ดี หรือ “กากบาท” ก็ดี เพื่อฉีกหนีความจำเจของทรงฐานตั้งสี่เหลี่ยมโบราณ ตัวเครื่องโดยรวมมีความบางที่กำลังดี ประมาณ 49 มม. ไม่ได้โดนหั่นให้บางเฉียบจนพาเสียวกับอาการหักกลาง ที่ขอติคือรีโมทคอนโทรลดีไซน์อนุรักษ์นิยม  อาจจะไม่ค่อยสวยสมค่าตัวเสียเท่าไหร่นัก

55HX955 ดีไซน์แบบ Monolithic Design พร้อมขาตั้งแบบ Ring Shape

ปรับเอนหลังได้ 6 องศา ใช้มือประคองแล้วปรับเอนได้เลย ส่วนความบางถือว่าทำได้ยอดเยี่ยมมากสำหรับโครงสร้างจอที่ใช้ Intelligent Peak LED (Full LED)

ฐานตั้งรูปวงแหวนสีโครเมี่ยม ดีไซน์แปลกแหวกแนว แต่ยังคงรักษาคอนเซปต์เรียบหรู ดูดีมีชาติตระกูลอยู่ !

ด้านหลังอันเรียบหรู แสดงให้เห็นถึงโครสร้างของฐานตั้งรูปวงแหวนว่าปรับหมุนซ้ายขวาได้เยี่ยงไร รวมถึงมี Woofer เล็กๆติดตั้งบริเวณกลางบนของเครื่อง

ปุ่มกดด้านข้าง

รีโมทคอนโทรลสไตล์ “อนุรักษ์นิยม” ทำนุบำรุงรักษารูปแบบรีโมทเดิมๆได้ดียิ่งกว่าสัตว์สงวนเสียอีก (ฮา)

กล้องเว็บแคมพร้อมรูไมค์รับเสียงแบบ External ติดตั้งและใช้งานง่ายมาก เสียบสาย USB เข้าที่พอร์ทด้านข้าเครื่องได้เลย

แว่นตา 3D แบบ Active Shutter Glasses แถมมาให้ 2 อัน มีรูชาร์จแบบ USB มีแถมสายชาร์จแบบ USB มาให้ สามารถชาร์จกับช่องต่อ USB ด้านข้างเครื่องทีวีได้ทันที พร้อมแผ่นรองจมูกนุ่มนิ่มน่ารักช่วยให้สวมใส่สบายมากยิ่งขึ้น ดีไซน์แว่นของ Sony จะต่างจากแว่น Active ของค่ายอื่นตรงที่เน้นการ “ครอบตา” เพื่อ “กันแสงลอด” เข้ามาซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการกระพริบ กระนั้นน้ำหนักของแว่นก็จะหนักกว่าเจ้าอื่นอยู่เล็กน้อย ผมมีเทคนิคการรับผมภาพ 3D จาก HX955 ให้แบบแทบไม่กระพริบเลย ติดตามอ่านในส่วนการทดสอบภาพ 3 มิติต่อไป ส่วนการซิงค์ระหว่างแว่นกับตัวเครื่องก็ใช้สัญญาณ Infrared (IR) เพียงแค่กดปุ่มเปิดค้างไว้นิดหน่อย แว่นก็จะซิงค์กับทีวีโดยอัตโนมัติ      

แว่น 3 มิติ แบบ Active Shutter Glasees

สามารถชาร์จแบตเตอรี่ด้วยสาย USB ที่แถมมาให้ได้

ภาพ

สเป็คด้านภาพ 2 มิติและ 3 มิติของ Sony HX955 (รวมถึง HX925) จัดเป็นตัวไฮเอนด์อย่างแท้จริง เริ่มจากการใช้ชิพตัวท็อปอย่าง X-Reality Pro Engine พร้อม Panel ระดับเทพ OptiContrast Panel ปิดข้างหน้าด้วยกระจก Gorilla Glass ช่วยยกระดับภาพความใสและลุ่มลึกของภาพ ใช้ Backlight แบบ Intelligent Peak LED (Full LED) พร้อมความสามารถในการทำ Local Dimming เปิด/หรี่/ปิด หลอดไฟเป็นกลุ่มๆ มี Motion Flow XR800 ช่วยเรื่องภาพเคลื่อนไหวให้ลื่นไหลยิ่งขึ้น พร้อมระบบ 3D Active แถมแว่น 3 มิติมาอีก 2 อัน หากเบิ่งสเป็คคร่าวๆแล้วก็จัดได้ว่า HX955 นั้นให้ทุกอย่างมาแบบ “แก่ (เก๋า) ใจดี สปอร์ต กทม.” สุดๆ โดยเฉพาะ Intelligent Peak LED อันเป็นเอกสิทธิ์ งานนี้ป๋าโซนี่เค้าอัดฉีดให้ไม่อั้นนะจ๊ะอีหนู … เอิ๊ก เอิ๊ก !!!  

หมายเหตุ : ส่วนสเป็คที่โดนถอดออกไปจากเดิม HX925 มี แต่ HX955 ไม่มีนั่นก็คือ Intelligent Presence Sensor หรือเซนเซอร์ที่คอยตรวจจับว่ามีคนกำลังดูอยู่หรือไม่ ? หากไม่มีคนดูอยู่บริเวณนั้น ทีวีจะปิดตัวลงเพื่อประหยัดพลังงาน เหตุผลที่ถูกถอดออกไปก็น่าจะประมาณว่าพอเอาเข้าจริงก็ไม่ค่อยมีคนได้ใช้งานฟีเจอร์นี้เสียเท่าไหร่นัก 

โหมดภาพสำเร็จรูป
Sony เองมีโหมดภาพสำเร็จรูปให้มาทั้งหมด 3 แบบได้แก่ Vivid / Standard / Custom โดย Vivid จะเน้นสดสว่าง อิ่มฉ่ำ ติดโทนเย็น ส่วนโหมด Standard ก็ออกแนวเดียวกันแต่ละระดับความสดและความจัดลดลงมาให้พอเหมาะ ส่วนโหมดสุดท้ายคือ Custom ซึ่งเป็นโหมดที่ให้ค่าอุณหภูมิสีใกล้เคียงกับค่าอ้างอิงมากที่สุด แนวภาพจะสะอาดใส นุ่มนวลเป็นธรรมชาติ แลอบอุ่น ส่วนรายละเอียดยิบย่อยก็เปิดเผยออกมาอย่างหมดจด ไม่มีหมกเม็ดเหมือนโครงการรับจำนำข้าวในประเทศสารขัณฑ์ ผมจึงใช้โหมดนี้ในการทดสอบ และปรับ Color Temp ให้เป็น Warm 2 พร้อมปิดลูกเล่นตัวช่วยภาพอย่างพวก Noise Reduction ทิ้งทั้งหมด กระนั้นอย่าลืมไปปิด Light Sensor ทิ้งด้วยใน System Setting เนื่องจากมันตั้งให้เปิดเป็นค่าเริ่มต้น

โหมดภาพสำเร็จรูป แนะนำโหมด Custom ให้ค่าแสงสี อุณหภูมิสีได้แม่นยำมาก
แนวภาพใสปิ๊ง นุ่มนวลเป็นธรรมชาติ แนวภาพแบบนี้แหละ “พอเหมาะพอดี” กับทุกเพศทุกวัย 

สัดส่วนภาพ : Picture Format
มีทั้ง Wide Zoom /  Normal / Full / Zoom / Caption โดยโหมดที่แนะนำคือโหมด “Full”  จะแสดงภาพเต็มๆ ไม่มีครอปด้านบนหรือด้านข้างให้หายไป หรือหากบางท่านดูหนังสัดส่วนแบบ 21:9 บนจอ 16:9 และไม่อยากเห็นพวก Black Bars ก็แนะนำ Caption เพราะมันจะซูมภาพด้านบนให้เกือบเต็มจอและเว้นแถบ Back Bar ด้านล่างเอาไว้ให้แสดง Subtitle

ทดสอบภาพ 2 มิติ
เป็นขั้นนตอนการทดสอบที่ผมตื่นเต้นมากที่สุดเพราะภาพ 2 มิติของรุ่นที่แล้วอย่าง HX925 ก็ยึดพื้นที่สี่ห้องหัวใจของทีมงานมาแต่แรกเริ่ม ครั้งนี้ผมนำแผ่น Blu-ray แผ่นโปรดทั้งหลายแหล่อันได้แก่ Journey 2 : The Mysterious Island, The Avengers, Fast Five และอื่นๆ โดยผมใช้โหมดภาพ Custom ที่ Calibrate White Balance แล้วในการทดสอบ แนวภาพที่ได้ขอเอ่ยปากชมว่าเยี่ยมยอดมาก เป็นธรรมชาติ มีความใสปิ๊งแลดูลุ่มลึก สีผิวของคนก็เป็นสีผิวของคนจริงๆ ยกตัวอย่างเช่นปกติหน้าของคุณพ่อแฮงค์ (นำแสดงโดย The Rock) สีผิวของแกจะออกสีแทนธรรมชาติ แต่หากเป็นทีวี LED ที่ชอบเร่งค่าแสงสีให้สูงๆเพื่อดึงดูดสายผู้คน สีผิวของคุณพ่อแฮงค์ก็จะกลายเป็นแทนแบบเข้มข้นจัดๆไปซะงั้น ในฉากป่าและแมกไม้นานาพรรณ สีของต้นไม้ใบหญ้าก็แลดู “สมจริง” มิได้สดเด้งรุกเร้าจนโอเวอร์ ความรู้สึกว่าถูกยัดเยียดจึงไม่บังเกิด ดังนี้หากดูเป็นเวลานานอย่างผมดูเรื่อง Journey 2 จนจบเรื่อง สิ่งที่สัมผัสได้คือ “ความเป็นต้นฉบับ” จากสตูดิโอที่ผู้กำกับต้องการนำเสนอให้เราได้ชมนั้นถูกนำเสนอผ่านสื่อกลางซึ่งก็คือ Sony HX955 มาอย่างครบถ้วน+ถูกต้อง แถมดูนานๆก็ค่อนข้างสบายตาไม่ว่าจะรับชมเวลากลางวันหรือเวลากลางคืน เพิ่มเติมนิดนึงว่าโหมด Custom ภาพจะออกแนวนวลตา หากคิดว่ามันนวลตาไปซักนิด แนะนำให้เปิดลูกเล่นเสริมอย่าง Reality Creation แบบ Manual และเลือกค่าของ Resolution ซึ่งจะเป็นค่า 0 อยู่ตั้งแต่ต้น ให้ปรับเพิ่มเป็นซัก 10-20 จะได้ความคมชัดและรายละเอียดเพิ่มขึ้นโดยไม่นำพาความหยาบกร้านมาให้ ให้ผลลัพธ์การรับชมในระยะใกล้เป็นที่น่าพอใจ 

หลังจากนั้นก็ทดสอบเรื่อง The Avengers ซึ่งแผ่น Blu-ray ก็ให้สัดส่วนภาพมาแบบ 16:9 เต็มจอเต็มตาพอดี สีของชุดเกราะ Iron Man เป็นสีแดงที่สมจริง ปราศจากสีปรุงแต่งอันฉูดฉาด ผมดูในโรงหนังสมัย The Avengers เข้าใหม่ๆภาพก็แนวนี้แหละ หากเปรียบกับเครื่องเสียงผมใช้คำว่าภาพมีความ “Flat” สูงในเรื่องของแสงสี หรืออีกนัยหนึ่งก็ถือว่าการแสดงภาพของ Sony 55HX955 ใกล้เคียงกับคำว่า “Studio Reference Monitor” อย่างยิ่ง  

สีสันทั้งผิวของตัวละคร และต้นไม้ใบหญ้า มีความเป็นธรรมชาติสูง

สามารถเปิด Reality Creation และเลือก Resolution + ไปซัก 10 ถึง 20 เพื่อเพิ่มความคมชัดและรายละเอียด ส่วน Noise Filtering ก็ไม่ต้องปรับเพิ่มเนื่องจาก HX955 แสดงภาพออกมาได้ใสสะอาดอยู่แล้ว

คาแรกเตอร์ภาพเป็นเอกลักษณ์มากสำหรับ Sony HX955 สีของชุดเกราะสมจริง

จากเรื่อง The Avengers ตัว Captain America ถูกแสดงภาพได้อย่าง “สมดุล” ทั้งความถูกต้องของสี สีสัน แสงเงา ผมให้ภาพของเจ้า HX955 ดีอันดับเป็นอันดับต้นๆในสามโลกเลยเอ้า !

ทดสอบความดำของภาพ
อย่างที่เกริ่นไปตั้งแต้ต้นไปว่า Sony HX955 ใช้แบ็คไลท์แบบ Intelligent Peak LED (Full LED) สามารถทำ Local Dimming ได้ โดยเราสามารถเลือกปรับระดับ LED Dynamic Control ระดับ Off /  Low / Standard ได้ว่าอยากให้การหรี่หลอดไฟแปรผันตามความมืด-สว่างของคอนเทนต์มากแค่ไหน  ส่วนตัวจอเป็นจอกระจกใส ส่งเสริมมิติให้ลุ่มลึกยิ่งขึ้น ทดสอบจากหนังเรื่อง Journey 2 แต่เป็นฉากมืดๆที่กลุ่มนักสำรวจต้องพักค้างแรมกันในป่าแล้วคุณพ่อแฮงค์เล่นอูคูเลเล่ให้ผู้ร่วมเดินทางทุกคนฟัง การเปิด LED Dynamic Control แค่ระดับ “Low” ก็เพียงพอให้ทีวีแสดงสีดำในพื้นที่ที่ควรมืดสนิทได้ดำสนิท เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมากที่เทคโนโลยี LED สามารถคุมแสงแบ็คไลท์และแสดงสีดำได้ดีกว่า Plasma TV รุ่นท็อปๆเสียอีก หรือยิ่งหากเลือก LED Local Dimming ระดับ “Standard” ก็จะยิ่งโชว์ความ “สงัด” ของพื้นหลังได้อย่าง “สะเด่า” ! ยกตัวอย่างจากหนังเรื่อง The Avengers ในฉากของ Loki ดั่งรูปประกอบ ปกติพื้นหลังจะออกฟุ้งๆโพลนๆทั้งฉากหากเป็น Edge LED ซึ่งก็เป็นข้อจำกัดของการส่องสว่างจากขอบจอ แต่สำหรับ HX955 มันสามารถเก็บรายละเอียดในฉากที่มี “จุดมืดสลับจุดสว่าง” ทั่วฉากได้อย่างน่าประทับใจ

LED Dynamic Control : มี 3 ระดับ Off / Low / Standard ผมแนะนำระดับ Low ถึงแม้จะไม่สงัดเท่าระดับ Standard ทว่าแสดงรายละเอียดในที่มืดได้ดีกว่า

ฉากของเจ้า Loki ใช้ทดสอบการดิมหลอดไฟ “จุดมืดสลับจุดสว่าง” ได้อย่างดี ผลคือ Intelligent Peak LED กินขาด Edge LED ไปหลายช่วงตัว

สุดท้ายจากการทดสอบคอนเทนต์ไฟต์บังคับอย่างฉาก “พระจันทร์ในคืนมืด” Sony HX955 ก็เหมือนยิ่งได้ใจ เดินหมัดน็อค LED TV ทุกตัวที่ผมเคยทดสอบมาได้อย่างราบคาบ เรียกได้ว่าในจังหวะทดสอบนั้นเริ่มจาก 1) ปิดไฟห้อง => 2) เปิดฉากพระจันทร์ในคืนมืด => 3) เปิด LED Local Dimming ระดับ Standard => 4) คู่ต้อสู้โดนเหวี่ยงหมัดน็อคเอาท์ทันที เพราะการคุมแสงและแสดงสีดำนั้นมัน “ดำมะเมื่อม” จริงๆ หากเป็น Plasma TV ยังอาจจะมี Dithering Noise ยิ่บๆตามเม็ดพิกเซลอยู่บ้าง แต่นี่ไม่มีให้ผมได้สังเกตเห็นเลย (ว้าว) การดิมของหลอด Intelligent Peak LED ก็นับว่าดีที่สุดแล้วในบรรดา LED TV ด้วยกัน แต่ก็ยังติดข้อจำกัดเล็กน้อยคือการดิมนั้นยังเป็นช่องสี่เหลี่ยม หากเป็นวัตถุทรงกลมหรือโค้งเว้า หากดิมหลอดไฟอาจจะไม่ได้เข้าล็อคพอดีเป๊ะ 100% แต่โดยรวมก็ถือว่าเก็บรายละเอียดตามขอบโค้งเว้าได้เฟี้ยวเงาะแล้ว ถือว่าเนียนเพียงพอกับการรับชมในระยะห่างแบบปกติ หากไม่เพ่งกันโต้งๆก็แทบจะไม่สังเกตเห็น 

ฉากพระจันทร์นี้แหละ ! ดำ “สงัด” จริงๆลวววกกก…เพ่

ยังไม่หนำใจทดสอบต่อด้วยหนัง Die Hard 4.0 ฉากคุณลุงบรูซ วิลลิส เพื่อดูรายละเอียดหนวดเคราในที่มืด ผลปรากฏคือรายละเอียดเด้งดึ๋งเปิดกระจ่างมาตั้งแรกแรกเริ่ม ไม่มีหลุดจมหาย ที่สำคัญ “ไม่ต้อง” พึ่งพาตัวช่วยอย่าง Advanced Contrast Enhancer  ซึ่งอาจเปรียบดั่ง “ยาไวอากร้า” สำหรับท่านชาย มันจะช่วยขุดรายละเอียดที่จมหายให้ “เจิดจรัส” ขึ้นมาอีกครั้ง ก็อย่างที่บอกนอกจากพี่ HX955 จะ “แก่ ใจดี สปอร์ต กทม.” แล้ว เนื้อจอ Panel ของแกก็ยัง “ฟิตปึ๋งปั๋ง…เตะปี๊บดังป๊าบป๊าบ” โดยมิต้องพึ่งยาโด๊ปซักเลยแอะ !

รายละเอียดหนวดเครามาครบโดยไม่ต้องพึ่งพาตัวช่วยอย่าง Adv. Contrast Enhancer สีของหน้าตาลุงบรูซ วิลลิส เป็นธรรมชาติ มีความอิ่มเอิบ เป็นสีเนื้อเข้มแบบธรรมชาติ หากใช้ตัวช่วยพวก Adv. Contrast Enhancer หน้าจะออกขาวว่อกเหมือนโดนแสงไฟสาดเข้าหน้า

หากให้วิจารณ์ถึงข้อจำกัดเรื่องภาพของ Sony HX955 ก็คงจะเป็นเจ้า “จอกระจก” นี่แหละ ถึงแม้มันจะช่วยเรื่องความดำ + ความใสของภาพได้อย่างดี แต่ก็มีปัญหากับแสงสะท้อนหน้าจออยู่บ้าง แต่ข้อดีของจอ LED คือความสว่างจาก Backlight มันค่อนข้างสู้แสงได้ดีกว่า Plasma TV อยู่ระดับหนึ่ง ดังนี้ข้อแนะนำจากทางผมและทีมงานคือหากคุมแสงได้ซักนิดโดยไม่จำเป็นต้องถึงกับมืดสนิท ศักยภาพที่แท้จริงก็จะถูกเค้นออกมาให้ท่านได้เห็นประจักษ์ได้ไม่ยาก 

มาต่อกับการทดสอบภาพเคลื่อนไหวจากเกมส์อย่าง Winning Eleven แนะนำให้ปรับ Scene เป็น Game โดยกดปุ่ม Option => Scene => Game เพื่อปรับให้การแสดงผลของจอทีวีให้เหมาะสมกับเกมส์มากที่สุด โดยส่วนมากเป็นการ “ปิด” ตัวช่วยเรื่องภาพอย่างพวก Noise Reduction, Motion, Live Color เป็นต้น ที่มักคอยรังควานให้สัญญาณ Delay เล็กๆ แต่สำหรับการเล่นเกมส์นั้นสิ่งที่สำคัญที่สุด “ไม่ใช่เรื่องการประมวลผลภาพออกมาให้ดีที่สุด” แต่มันคือ “การตอบสนองอันฉับไว” ต่อคำสั่งที่เรากดปุ่มลงบนจอยบังคับต่างหาก ซึ่ง Response Time ของ HX955 นั้นก็จัดอยู่ในเกณฑ์ดีตามแบบฉบับของ LED TV รุ่นท็อปๆ โดยทีวีแทบทุกยี่ห้อที่เป็นรุ่นท็อปก็จะใช้ Panel เกรดดีที่สุดจึงส่งผลให้การภาพเคลื่อนไหวดีแต่ต้นอยู่แล้ว จากการทดสอบก็ลื่นไหลอยู่ในเกณฑ์ดี จะบอกว่าเพอร์เฟกต์แบบไมมีโกสท์หรือเบลอเลยซักแอะก็คงไม่ใช่เพราะมันยังคือ LED Liquid Crystal Display TV อยู่วันยังค่ำ ผมมีเทคนิคดีๆที่ช่วยให้ภาพเรียบเนียนลื่นปรื๊ดนั่นก็คือการเปิด Motion Flow ระดับ Impulse  แนะให้ลดระดับแบ็คไลท์ให้ต่ำๆหน่อยเพื่อให้เห็นเฟรมกระพริบน้อยที่สุดหรืออย่างดีที่สุดคือแทบไม่เห็นเลย (เป็นเอฟเฟกต์ของ Impulse)  ผลคือแสงสีและภาพเคลื่อนไหวที่ได้ก็จะเรียบเนียนสบายตาไปอีกแบบ เปรียบดั่งเล่นเกมส์บนจอ Plasma TV ก็ว่าได้

เกมส์วินนิ่ง เอาไว้ทดสอบ Response Time ในเชิงปฏิบัติดีนักแล

เพิ่มเติมเรื่อง Motion Flow ให้ซักนิด โดยเราสามารถปรับตามใจชอบได้เลยมีระดับ Off / Low / Smooth / Impulse การเปิดว่าระดับไหนดีที่สุดก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล โดยส่วนตัวหากผมดูภาพ 2 มิติจะเน้นปิดไปเลยหรือไม่ก็เปิดระดับน้อยๆไว้ก่อน มาในปีนี้ Sony ได้ผนวกระดับ Impulse มาให้ด้วย แนวภาพจะเหมือนมี “ฟิลเตอร์สีดำใส” มากั้นไว้อีกชั้น ได้อารมณ์แนวภาพแบบ Plasma TV เฟรมภาพคล้ายจะมีกระพริบรัวๆนิดหน่อย ซึ่งผมก็เคยทดสอบในตัว 84″ KD-84X9000 เหมือนเป็นการเค้นเบิ้ลเฟรมภาพด้วยแบ็คไลท์ พอมาทดสอบ Response Time ด้วย Pattern ทดสอบ ผลลัพธ์ในการแสดงภาพเคลื่อนไหวจัดว่า “ดีกว่า” Plasma TV ด้วยซ้ำ จึงกลายเป็นโหมดโปรดของ “คุณชานม” นักเขียนอาวุโสผู้ชอบของแปลก ทั้งนี้ Motion Flow ผมแนะนำลองเปิดเล่นดูด้วยตัวเอง เพื่อค้นหา “ระดับ” ที่ตัวเองชอบมากที่สุด

ทดสอบต่อคอมพิวเตอร์ด้วยช่องต่อ HDMI ส่งภาพ 1920 x 1080 ขึ้นจอซะเลย แนะนำให้เลือก Scene เป็น Graphics สีนวลสบายตา ตัวอักษรมีความคมชัดกำลังดี ไม่ขึ้นขอบ

ภาพ

มาทดสอบภาพ 3 มิติกันบ้าง โดย Sony 55HX955 ใช้เทคโนโลยีแบบ 3D Active ให้แว่น 3D Active Shutter Glasses มา 2 อัน ทดสอบทั้งแผ่นหนังบลูเรย์ 3 มิติแท้ๆและแผ่น 2 มิติธรรมดาแล้วแปลงเป็น 3D เริ่มจากแผ่น Titanic 3D แท้ๆก่อน เริ่มจากฉากเปิดของเรื่อง Rose นางเอกทรงอวบอั๋นกำลังลงจากรถเพื่อเดินขึ้นเรือ Titanic มิติภาพลึก-ตื้นทำได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งหมวกปีกบานที่ยื่นเด่นเป็นสง่าออกมา ตลอดจนฝูงชนที่เดินเรียงกันเป็นแถวๆตั้งแต่ต้นเรือยันท้ายเรือ ทีวีสามารถ “แยกแยะลำดับขั้น” ได้อย่างน่าประทับใจจนก่อเกิดเป็น “มิติของภาพ” อันดีเยี่ยม อาการ Crosstalk ก็คุมได้อยู่ในระดับน่าพอใจระดับหนึ่ง อาจะไม่คมกริบเท่าพวก 3D Plasma TV ส่วนการแปลงคอนเทนต์ 2 มิติ เป็น 3 มิติก็ทำได้ง่ายดายเช่นเคย แค่กดปุ่ม “3D” แล้วเลือกไปที่ “Simulated 3D” เท่านี้ภาพ 2 มิติธรรมดาๆก็จะเปลี่ยนเป็นภาพ 3 มิติ

โดยผมมีเคล็คลับในการดูภาพ 3 มิติแบบ Active ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับ Sony HX955 เนื่องจากมันมีข้อจำกัดเรื่องแว่นอยู่เยอะพอสมควร

1. ปรับ Motion Flow ให้เป็น Smooth ภาพที่เคยกระพริบ จะนิ่งสนิท ราบเรียบ ดูแล้วสบายตากว่ากันเยอะ
2. อย่าปรับ Depth Control ให้มีมิติลึกมากๆ เพราะมันอาจจะมึนเกินไป ระดับ “0” ที่ให้มาเป็นจุดสมดุลที่สุด
3. เนื่องจากแว่น 3D ซิงค์ด้วยสัญญาณ Infrared อย่าให้มีวัตถุหรือบุคคลมาขวางทางปืนระหว่างแว่นกับทีวี 
4. หากเอนหัวซ้ายหรือขวา อาการภาพซ้อนและสีเพี้ยนจะเกิดขึ้น (เป็นข้อจำกัดของแว่น)

แนะนำให้ลองปรับ Motion Flow เป็น Smooth ภาพจะสมูธขึ้นปราศจากการกระพริบหากเทียบกับการปิด Motion Flow ส่วนมิติภาพในฉากนี้ ปีกหมวกใบใหญ่เวลานางเอกหันหัวไปมาแทบทิ่มทะลุจออกมา

ฉากนี้ของนายแจ็ค ดอว์สัน จากเรื่อง Titanic 3D มิติลึก-ตื้นทำได้ดีจนน่าตกกะใจ เห็นตำแหน่งคนและท่อด้านบนทอดยาวลงไป ฉากนี้ของนายแจ็ค ดอว์สัน จากเรื่อง Titanic 3D มิติลึก-ตื้นทำได้ดีจนน่าตกกะใจ เห็นตำแหน่งคนและท่อด้านบนทอดยาวลงไป

Sony 55HX955 = “I am The King of The World”

เสียง

55HX955 ให้ลำโพงมาแบบ 10+10+10 Watts คือมี Woofer ลูกเล็กๆให้มาด้วยบริเวณหลังเครื่อง มีโหมดเสียงสำเร็จรูปได้แก่ Dynamic / Standard / Clear Voice มาพร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง S-Force Front Surround  ทดสอบด้วยแผ่นหนังต่างๆที่ใช้ทดสอบเรื่องภาพไปก่อนหน้านี้และแผ่นคอนเสิร์ตของ Celine Dion คุณภาพเสียงโดยรวมก็อยู่ในเกณฑ์ดีปานกลาง คือมีน้ำมีนวลขึ้นมาจาก 55HX855 ที่เคยทดสอบไปอีกนิดหน่อยเนื่องจากมี Woofer เข้ามาช่วยเรื่องความอิ่มของเสียงย่านความถี่ต่ำ โหมด Surround มีข้อจำกัดในการใช้คือหากเป็นห้องเป็นกำแพงปูนสี่เหลี่ยม ก็สามารถเปิดใช้งานได้ แต่หากเป็นห้องโล่งๆ กำแพงอยู่ไกลๆก็แนะนำพวก Simulated Stereo หรือ เปิด Sound Enhancer เพื่อช่วยยกระดับเสียงโดยรวมให้มิติโฟกัสที่ชัดเจนกว่า  หากดูหนังทั่วไปภายในบ้านก็ถือว่าพอเพียงแล้วสำหรับสเป็คลำโพงที่ให้มา แต่หากอยากหากอัพเกรดพวกเป็นพวกชุด AV Receiver หรือ Soundbar เจ้า HX955 ก็มีฟีเจอร์ Audio Return Channel ในช่อง HDMI 1 (ARC) และช่อง Optical Out ไว้เป็นทางเลือกสำหรับขาเครื่องเสียงไฮเอนด์ที่ต้องการความสมบูรณ์สุดขีดทั้งภาพและเสียง  

ทดสอบจากแผ่นบลูเรย์คอนเสิร์ตของ Celine Dion

เมนูปรับลูกเล่นเสียงต่างๆ ช่วยได้นิดหน่อยๆเท่านั้นแหละ

ช่องต่อ

ช่องต่อของ Sony 55HX955 ก็จัดเต็มมาทั้งยวง อันได้แก่ HDMI ถึง 4 ช่อง, USB 2 ช่อง ซึ่งเอาไว้ใช้ชาร์จแบตเตอรี่ของแว่น 3 มิติได้ แถมยังมี WiFi Built-In เพื่อเชื่อมต่อ Internet ไร้สายได้ทันที ก็ไม่เสียชื่อชั้นทีวีตัวท็อปที่ไม่มีกั๊กพวกช่องต่อ ปล่อยของออกมาหมดเด้อ ส่วนที่ขอติคือช่องต่อ USB รองรับการเล่นไฟล์วีดีโอ ภาพนิ่ง และ เพลง mp3 จาก USB Flash Drive แต่ดันไม่รองรับ External Harddisk นี่สิ ดังนี้ขอเชิญทุกท่านใช้บริการเครื่องเล่น HD Player กันตามอัธยาศัย (ฮา)

ช่องต่อ Sony KDL-55HX955
– HDMI x 4
– USB x 2
– Lan (Ethernet) x 1
– AV x 2 (ใช้ร่วมกับ Component)
– Component x 1 (ใช้ร่วมกับ AV)
– RF x 1
– Optical Out x 1
– Headphone x 1
– WiFi Built In

เพิ่มเติม

1. Sony Entertainment Network : ในปีนี้ Sony Internet TV ใน Plaform ใหม่ที่ชื่อว่า Sony Entertainment Network เริ่มจากการเชื่อมต่อ Internet ก่อน โดยผมเชื่อมต่อแบบไร้สายเพราะ 55HX955 มี WiFi Built-In มาให้แต่ต้นเลย ไม่ต้องใช้ USB WiFi Dongle ให้เกะกะ คอนเทนต์ต่างๆก็มีให้เลือกเล่นมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะพวกวีดีโอคอนเทนต์และเกมส์ อาทิเช่น bugabbo.tv, Nation, MGossip, Doo Plearn, YouTube และอื่นๆอีกมากมาย ตลอดจน Platform ย่อยอย่าง “Opera TV Store” รวมรวมคอนเทนต์ (แอพส์) ที่น่าสนใจทั้งเกมส์ สาระ และวาไรตี้ต่างๆ ให้เราโหลดมาติดตั้งบนเครื่องได้ คอนเซปต์เดียวกับ Smart TV ค่ายอื่นๆ ถือว่าเป็นการ “ยกระดับ” Global Contents ของ Sony ที่แอบนิ่งมานานกว่า 2 ปีให้ดูมี “ของเล่นใหม่” มากยิ่งขึ้น ส่วนพวก Widget อย่าง Facebook และ Twitter ก็ยังมีมาให้เช่นเดิม โดยเราสามารถดูทีวีไปด้วยพร้อมเปิดเล่น Facebook เป็นแถบข้างเล่นควบคู่กันไปได้ สุดท้ายคือ “กล้องเว็บแคม” ที่แถมให้มา เหมาะกับการมใช้งาน Skype : Video Call เพียงแค่เสียบสาย USB ของกล้องเข้ากับช่องต่อ USB ข้างตัวเครื่องก็ใช้ได้เลย ทีนี้จะแอบคุยกับบรรดากิ๊กทุกทิศทั่วไทยหรือทางไกลทั่วโลกก็สบายบรื๋อ เพียงแต่ท่านอย่าประเจิดประเจ้อมากเดี๋ยวคุณภรรยาจับได้เพราะทีวีจอมันใหญ่ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน !!!

Tips : เปลี่ยนเมนูของทีวีให้เป็นภาษาไทยเสียก่อน จะรองรับภาษาไทยสำหรับ Internet Content จ้า

Sony Entertainment Network มีวีดีโอคอนเทนต์และแอพส์หลากหลายจากทั้งไทยและเทศ Sony Entertainment Network มีวีดีโอคอนเทนต์และแอพส์หลากหลายจากทั้งไทยและเทศ

ดูคลิปฟุตบอลจาก Siamsport

Doo Plearn มีรายการสาระและวาไรตี้ให้เลือกชมกัน

ภาพยนตร์ก็มีนะ แต่แอบคร่ำครึไปซักหน่อย ผมก็แทบไม่รู้จักซักเรื่อง

ลองดูหนังเล่นๆซัก 2-3 เรื่อง ภาพและเสียงก็พอกล้อมแกล้มไปได้
ส่วนการ์ตูน “นักซิ่งทะยานฟ้า” นี่อย่างชัดเลย เหมาะกับคุณหนูหนู

ดู YouTube HD มิวสิค Girls Generation ภาพคมชัดใช้ได้ เห็นสาวๆเต้นแล้วหัวใจมันสั่น เล่นเอากำเดาทะลัก น้ำหมากกระจาย !

ช่องทำอาหารโดยคนไทย FoodTravel.TV ภาพสดเด้ง แถมชัดมาก

เล่นเว็บไซต์ด้วย Internet Browser แต่อาจจะใช้งานไม่สะดวกนักสำหรับรีโมทคอนโทรลของทีวีแบบปกติ

เล่น Skype พูดคุยกันแบบเห็นหน้าเห็นตาผ่านกล้องเว็บแคม

อันนี้ของใหม่ “Opera TV Store” เหมือนเป็น Apps Store พิเศษเฉพาะจากทาง Opera สามารถโหลดคอนเทนต์มาติดตั้งและเล่นได้แบบเดียวกับ Smart TV ค่ายอื่นๆ

แอพส์ที่โหลดมา

โหลด Weather Forecast มาดูพยากรณ์อากาศ ซึ่งกรุงเทพมี 2 ฤดูคือ “ร้อน” กับ “ร้อนตับแตก” โดยเราสามารถเลือกชื่อเมืองต่างๆทั้งไทยและเทศเพื่อดูพยากรณ์อากาศได้

เกมส์ Math Knight เป็นเกมส์คำนวณเลขง่ายๆ เอ้าเด็กๆท่องเอาไว้ “สองหนึ่งสอง..สองสองสี่…สองสามหก….” !!!!

หนังจาก Viewster

เกมส์ Bubbles ลูกสีๆ เป้นเกมส์แนว Puzzle

เกมส์มินิกอล์ฟ ใช้รีโมทคอนโทรลของทีวีควบคุมการเล่น เน้นใช้ปุ่มลูกศร ซ้าย ขวา ขึ้น ลง

2. โหมด Eco : สามารถเข้าสู่โหมด Eco ได้เพียงแต่เลือก System Setting => Eco => Power Saving หรือ Light Sensor ได้ โดย Power Saving จะเป็นการลดระดับแบ็คไลท์ให้มืดลงแบบ Manual มี 4 ระดับได้แก่ Off / Low / High / Picture Off ส่วน Light Sensor ก็เป็นเซนเซอร์ตรวจจับสภาพแสงภายในห้องและปรับภาพบนจอให้มืดหรือสว่างตามสภาพแวดล้อมของห้องในขณะนั้นอย่างอัตโนมัติเพื่อช่วย “ถนอมสายตาของผู้รับชม” และ “ประหยัดพลังงาน” ถึงแม้สเป็คของตัวเครื่องจะบอกว่า 55HX955 กินไฟเต็มที่อยู่ประมาณ 180 Watts แต่พอใช้เข้าจริงในโหมดภาพ Custom ก็จะกินอยู่ที่ 60-120 Watts และจะแปรผันตามระดับความสว่างของฉากนั้นๆ กล่าวคือยิ่ง “ฉากมืด” ทีวีก็ยิ่ง “ประหยัดไฟ” เพราะหลอดแบ็คไลท์เป็น Intelligent Peak LED (Full LED) จึงสามารถทำ Local Dimming โดยหรี่ไฟให้ซอฟท์ลงตามคอนเทนต์ และยิ่งหากใช้ร่วมกับ Light Sensor ก็จะประหยัดได้อีกต่อ อาจกล่าวได้ว่าหากเรารับชมในห้องที่ยิ่งมืด ก็จะยิ่งประหยัดไฟแบบ 2 เด้ง ด้วย 1) Local Dimming และ 2) การลดระดับ Backlight ของจอทีวีโดยรวมจาก Light Sensor แหม่…ผมอยากจะมอบถ้วยรางวัล “ทีวีรักษ์โลก” ให้พี่ Sony  55HX955 เสียจริง จะให้เกียรติอันเชิญ “น้องเนย รักษ์โลก” สาวน้อยโลกสวยคนดังใน Facebook มามอบรางวัลให้เลยดีไหมเนี่ย !

รูปซ้าย : ปิดไฟห้องให้มืด VS  รูปขวา : เปิดไฟห้องให้สว่าง 
Eco Sensor จะช่วยลดระดับแบ็คไลท์ให้ทีวีในห้องมืดและช่วยประหยัดไฟได้อีกทอด

สรุป

ข้อดี

  1. ภาพ 2 มิติแสงสีถูกต้อง สะอาดใสกิ๊ง เป็นธรรมชาติ ถูกใจทั้งวัยโจ๋และวัยโรยรา
  2. Intelligent Peak LED หนึ่งเดียวจาก Sony เท่านั้นที่ให้ภาพดำสนิทตามอุดมคติของสุดยอดจอแสดงผล
  3. ดีไซน์แบบ Monolithic Design กระจกเรียบแผ่นเดียว เรียบหรูสวยงาม ปรับทีวีแหงนหน้าขึ้นได้อีก 6 องศา
  4. มีกล้องเว็บแคมแถมมาให้ด้วยเด้อ
  5. WiFi Built In ใช้งานอินเตอร์เน็ตได้สะดวกไร้สาย
  6. มี Opera TV Store มาให้ ช่วยขยายขีดจำกัดของจำนวนคอนเทนต์ (แอพส์)
  7. รองรับ DVB-T2 แล้ว ตัวแรกๆของไทยเลยนะเนี่ย

ข้อเสีย

  1. หน้าจอกระจก จะมีสะท้อนแสงบ้างหากคุมแสงได้ไม่ดี
  2. USB ไม่รองรับ External Harddisk (ทุกทีสิหน่า!)
  3. รีโมทคอนโทรลทรงอนุรักษ์นิยมเกินไป (ไหม) ?
  4. แว่น 3 มิติมีข้อจำกัดพอสมควรทั้งเรื่องสัญญาณการซิงค์แบบ Infrared และการเอียงคอที่จะทำให้ภาพเหลื่อมซ้อน
  5. น่าจะมีเมนูให้ปรับ Color Management System ณ ตอนนี้ปรับได้แค่ White Balance เท่านั้น หากท่านไหนอยากจะ Calibrate จอภาพแบบละเอียดยิบอาจมีเหวี่ยงได้

Sony KDL-55HX955 ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 109,990 บาท

สรุป
ผมสรุปแบบไม่เวิ่นเว้อว่า Sony KD-55HX955 คือทีวี Full HD “ที่ดีที่สุด” ในท้องตลาด ณ ตอนนี้ อันเนื่องมาจากความสามารถหลักในการแสดงภาพ 2 มิติที่เป็น “หัวใจ” ของทีวี สามารถทำได้ดีเกินหน้าเกินตาชาวบ้านอยู่พอสมควร ทั้งโทนภาพที่เป็นธรรมชาติสุดๆ ปราศจากการปรุงแต่งให้สีแซ่บเวอร์จนเกินจริง กระนั้นแสงสีที่สมจริงอาจจะไม่ได้ทำให้รู้สึกเตะตาจนร้อง “ว้าว” ในวินาทีแรกที่ได้ดูภาพ แต่ในแง่ความ “ถูกต้อง” ของภาพตามมาตรฐานอุตสาหกรรมวีดีโอและการรับชมในระยะยาวที่ค่อนข้างสบายตาจะทำให้ในใจท่านร้อง “ว้าว” ในที่สุดเมื่อได้อยู่กับมันไปซักระยะ รวมถึงจุดเด่นที่สุดของมันก็คือ “Intelligent Peak LED” ที่สามารถ “แสดงสีดำในฉากมืดได้ดำสนิท” ผมจึงขออนุญาตบัญญัติคำว่า “สงัด” เพื่ออธิบายคำจำกัดความของปรากฏการณ์ในครั้งนี้ ส่วนองค์ประกอบอื่นๆที่เข้ามาเติมเต็มอาทิเช่นการดีไซน์แบบ Monolithic Design พร้อมขาตั้งรูปวงแหวนแบบใหม่ พร้อมการปรับให้จอทีวีเงยหน้าขึ้นได้ 6 องศาก็มาช่วยเติมเต็มให้ทีวีตัวท็อปมีความ Unique เหนือบรรดาทีวีรุ่นรอง ตลอดจนการมีเอกลักษณ์โดดเด่นจากคู่แข่งในเชิงอรรถประโยชน์ที่ได้รับ อาจจะขอติบางเรื่องเช่น 3D Active ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง เชื่อว่าในรุ่นใหม่ในปีถัดไปคงมีการปรับปรุงแก้ไขข้อจำกัดเหล่านั้น จึงขอสรุปว่าหากทาง Sony ส่ง KDL-55HX955 ให้ผมเร็วกว่านี้ซัก 3-4 เดือนเพื่อร่วมเข้าประกวดชิงรางวัลใน VIDEOPHILE LCDTVTHAILAND AWARDS ทีวีตัวนี้ก็คงถูกยกให้ขึ้นนั่งบัลลังก์เป็น Best of The Best TV ประจำปี 2012-2013 ไปแล้ว ! 

 

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้