รีวิว BenQ MOBIUZ EX3415R จอโค้งสุดใจ เห็นอะไรได้เยอะขึ้น

ซีรีส์ MOBIUZ เป็นมอนิเตอร์หนึ่งในซีรีส์ของ BenQ ซึ่งทำออกมาตอบโจทย์คนที่มีลักษณะการใช้งานทั้งเล่นเกมก็ได้ หรือจะทำงานก็ดี ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้เคยรีวิว EX3210R และ EX2710Q กันไปแล้ว มาคราวนี้ก็ถึงคิวของ EX3415R บ้าง ความพิเศษของรุ่นนี้อยู่ที่เป็นมอนิเตอร์จอโค้งแบบพิเศษ อัตราส่วน 21:9 ดีไซน์ทันสมัย เหมาะมากสำหรับใครที่ชอบเปิดดูอะไรหลายๆ จอพร้อมกัน หรืออยากเห็นภาพในเกมมากกว่าจอปกติ
สเปกเบื้องต้นของ BenQ MOBIUZ EX3415R
- ขนาด 34″
- ความละเอียด 3440 x 1440 อัตราส่วน 21:9
- ค่าความโค้ง 1900R
- VESA Certified Display HDR 400
- รองรับ AMD FreeSync Premium
- ลำโพง by treVolo
- มีรีโมทคุม OSD
- Multiple-Input
- ราคาเปิดตัว 33,900 บาท
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม > BenQ MOBIUZ EX3415R
Design – การออกแบบ
เนื่องจาก EX3415R อยู่ในซีรีส์ MOBIUZ จึงทำให้การออกแบบต่างก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับรุ่นอื่นๆ ในซีรีส์ คือใช้โทนสีเงินด้านเป็นหลัก ขาตั้งเป็นรูปทรงตัว V แบบบูมเมอแรงคาดสีส้มเหมือนกับรุ่น EX3210R แกนขาตั้งสามารถใช้ร้อยสายได้เหมือนกัน จุดที่ต่างกันที่ชัดที่สุดคือบริเวณฝาหลังที่รุ่นนี้จะเรียบร้อยกว่า เพราะไม่มีไฟ RGB แบบทะแยงติดมาให้ด้วย
กว้างมาก
ขาตั้งทรงบูมเมอแรงคาดสีส้มเหมือนกับรุ่นอื่นในซีรีส์
โลโก้ BenQ แปะไว้ที่บริเวณมุมล่างซ้าย
บริเวณกึ่งกลางเยื้องไปทางด้านขวาเล็กน้อยจะมีปุ่มฮาร์ดคีย์ควบคุมเครื่อง
ด้านหลังของตัวเครื่องจะเป็นสีเงินไทเทเนี่ยม พร้อมโลโก้ MOBOIUZ ที่บริเวณด้านซ้าย ตำแหน่งของลำโพงวูฟเฟอร์ด้านหลังก็อยู่บริเวณกึ่งกลางด้านบนเหมือนกัน เพียงแต่จุดที่ทำให้มีความต่างกับตัวจอโค้งอย่าง EX3210R คือจะไม่มีไฟ RGB แนวทะแยง จึงทำให้รุ่นนี้ดูเรียบร้อยมากกว่าตัวจอเรายัง
สามารถปรับก้ม-เงย ได้ -5˚ – 15˚ หมุนซ้าย-ขวา ได้ 15˚/ 15˚และปรับระดับสูง-ต่ำได้ ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับตำแหน่งของจอได้ตามความถนัด ตามความต้องการ เพียงแต่จะหมุนจอให้เป็นแนวตั้งไม่ได้ ตัวแขนยึดของจอมีความแข็งแรง ลองจับเลื่อนขึ้นลง หมุนซ้ายขวาแล้วอยู่ทรง ไม่เคลื่อนไปมา
ด้วยแขนยึดที่แข็งแรง จะปรับทรงแบบไหนก็อยู่ตัว ไม่คืนทรง ใช้ได้อย่างสบายใจ

Connectivity – ช่องต่อ
ช่องต่อของ MOBIUZ EX3415R ถือว่าครบครัน ตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น HDMI, Display Port หรือ USB HUB แถมสายสัญญาณต่างๆ ที่เราต่อไว้สามารถร้อยไปทางช่องวางของคอขาตั้งเพื่อจัดให้เป็นระเบียบได้ และยังมีฝาปิดครอบทับช่องต่อด้านหลังอีกทีนึงเพื่อความสวยงาม และป้องกันฝุ่นละอองที่จะมาจับช่องต่อได้ด้วย
ช่องต่อทั้งหมดของ MOBIUZ EX3415R
- HDMI 2.0 x 2
- Display Port 1.4
- Headphone jack
- USB-Type B
- USB-Type A x 2แผงช่องต่อด้านหลัง
แผงช่องต่อด้านหลัง
สามารถร้อยสายผ่านทองช่องของคอขาตั้งเพื่อความสวยงาม
แถมรีโมทควบคุม OSD ใช้งานง่ายกว่าปุ่มกดใต้จอเยอะ
Picture – ภาพ
MOBIUZ EX3415R มีขนาด 34” ความละเอียด 3440 x 1440 รองรับ HDR ใช้พาเนลแบบ IPS มีจุดเด่นในเรื่องของมุมมองกว้าง ถือว่า BenQ เลือกใช้พาเนลได้เหมาะมากเมื่อมาใช้กับจอกว้างพิเศษอัตราส่วน 21:9 แบบนี้ เพราะหากเป็นพาเนลชนิดอื่นพอเราหันไปมองพื้นที่จอด้านข้างอาจพบว่าสีดรอปลงไปได้
อย่างที่เคยเกริ่นไปแล้ว ความพิเศษของจอที่กว้างกว่าปกติแบบนี้อยู่ที่เรามีพื้นที่ใช้สอยได้มากขึ้น ในแง่ของการทำงานเราสามารถที่จะเปิดหน้าต่างหลายๆ อย่างได้พร้อมกัน (Multi Tasking) ช่วยให้การทำงานมันง่ายขึ้น ยกตัวอย่างกรณีผมเอง ที่จะต้องเขียนรีวิว ตกแต่งภาพ เราสามารถที่จะเปิดหนังหรือซีรีส์ไว้ฝั่งซ้าย อีกด้านก็เปิดโปรแกรมทำงานที่ด้านขวา ทำให้การทำงานไม่เครียด ทำงานได้เพลินๆ ไอเดียมากระฉูด หรือถ้าเป็นการทำงานด้านกราฟิก ตัดต่อวิดีโอ ก็สามารถแบ่งจอฝั่งหนึ่งไว้พรีวิว ฝั่งหนึ่งเป็นไทม์ไลน์เวลาได้เลย ทำงานได้ง่ายขึ้นมาก เพราะเห็นเอาต์พุตได้ชัดเจนขึ้น
เพื่อเพิ่มประโยชน์ในการใช้งานจอกว้างพิเศษแบบนี้ให้มากขึ้น ในรุ่นนี้ก็ได้เพิ่มฟีเจอร์ Multiple-Input เข้ามาด้วย ทำให้เราสามารถที่จะดึงภาพจากแหล่งอินพุตสองแห่งได้พร้อมๆ กัน โดยฝั่งหนึ่งเราก็เปิดจากอินพุต HDMI ส่วนอีกฝั่งก็เปิดจาก Display Port เป็นต้น แถมยังสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ด้วย จะเอาจอไหนเล็ก จอไหนใหญ่ เลือกตามใจได้เลย
แบ่งแสดงผลเท่ากัน

แบ่งแสดงผลหนึ่งฝั่งเล็ก อีกฝั่งใหญ่

แบ่งแบบ PiP

แล้วการเล่นเกมบน MOBIUZ EX3415R นั้นเป็นยังไง ? ผมคงต้องบอกแบบนี้ครับว่า จอแต่ละจอ เกมแต่ละประเภท ต่างก็จะมีเนื้อคู่ที่เหมาะสมกัน ในมุมมองของผมแล้วจอแบบนี้ เหมาะมากที่จะเอามาเล่นเกมประเภท Racing, MOBA และ Strategy อย่างในตอนทดสอบก็ได้หยิบเอาเกมใหม่ที่เพิ่งจะออกอย่าง Forza Horizon 5 มาเล่น พบว่าเราได้เห็นภาพในเกมกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ให้ความรู้สึกกว้างขวาง โดยเฉพาะถ้าใครถนัดปรับมุมมองแบบบุคคลที่ 1 จะให้อารมณ์เหมือนเราได้ขับรถจริงๆ เลย ส่วนความลื่นไหลของภาพก็ไม่ต้องกังวลเพราะตัวจอรองรับอัตรารีเฟรชเรต 144Hz*
*หากต้องการอัตรารีเฟรชเรต 144Hz ต้องต่อผ่าน Display Port
ภาพบนจออัตราส่วน 16:9

ภาพบนจออัตราส่วน 21:9

ไม่เพียงแค่เกมแข่งรถ แต่เกมแนว FPS ก็เล่นบนจอกว้างแบบนี้ได้อย่างดี เพียงแต่ต้องปรับตัวกันสักนิดหนึ่ง เพราะพวกค่าสถานะ มุมมองจะเปลี่ยนไป ต้องอาศัยการกวาดสายตามองศัตรูให้มากกว่าเดิมหน่อย แต่ก็มีข้อดีคือเราเห็นพื้นที่ในแมปมากขึ้น มองตามศัตรูได้ง่ายขึ้น กวาดเมาส์ไวๆ ก็ไม่เจอภาพขาดเพราะมีฟีเจอร์ AMD FreeSync Premium จับคู่กับฟีเจอร์ Black eQualizer* ที่จะช่วยเพิ่มความสว่างในมืดขึ้นมาโดยไม่กระทับกับส่วนไฮไลท์ของภาพก็ยิ่งทำให้เล่นเกมได้ง่ายขึ้น ทั้งยังตอบสนองคำสั่งได้ไวเพราะค่าอินพุตแลคต่ำ ราว 9ms
*Black eQualizer ใช้งานได้เฉพาะโหมดภาพ FPS
อีกจุดที่น่าชื่นชมเป็นอย่างมากคือแม้ว่าสเปกของตัวจอจะเป็น 3440 x 1440 พิกเซล แต่ก็ยังรองรับสัญญาณอินพุตแบบ 4K ด้วย ถือเป็นเรื่องที่จะต้องปรบมือให้เลย ค่าอุณหภูมิสีเบื้องต้นจากโรงงานก็อยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้ อย่างตอนรับชมคอนเทนต์ SDR จะอยู่ที่ 7123K หากใช้โหมดภาพ SDR ส่วนคอนเทนต์แบบ HDR ขอแนะนำให้ใช้โหมด Display HDR ครับ เพราะอุณหภูมิสีเที่ยงตรงที่สุด สามารถแสดงสีสันได้มากถึง 98% ตามมาตรฐาน DCI-P3 (มาตรฐานที่ใช้ในโรงภาพยนตร์) ซึ่งถือว่าสูงเลยทีเดียว ความสว่างวัดจริงก็ทำได้ราว 410nits ตรงตามที่เคลมไว้
*กรณีเปิดใช้โหมดภาพ HDR เช่น Game HDRi, Cinema HDRi, Display HDR จะไม่สามารถปรับแต่งค่าภาพได้
พูดถึงเรื่อง HDR แล้วรุ่นนี้สามารถจำลองภาพ SDR ให้เป็น HDR ได้ด้วยผ่านโหมดภาพที่อยู่ใน HDR Mode ทั้ง Game HDRi, Cinema HDRi และ Display HDR เพียงแต่ก็ต้องเข้าใจด้วยว่านี่คือการแปลงภาพแบบจำลอง จึงทำให้ผลลัพธ์ที่ออกมาไม่เหมือนกับเราเปิดคอนเทนต์ HDR จริงๆ เช่นเรื่องมิติภาพ การไล่เฉดสี เป็นต้น และอีกจุดที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือฟีเจอร์ Brightness Intelligent+ ที่ทำงานร่วมกับโหมด Game HDRi และ Cinema HDRi หากเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ ตัวจอจะปรับระดับความสว่างแบบอัตโนมัติเพื่อให้เหมาะสมกับแสงแวดล้อมที่ผู้ใช้ ใช้งานอยู่ในขณะนั้น เช่น ถ้าหากห้องมืด จอก็จะปรับความสว่างลง ผู้ใช้ก็จะได้ใช้งานได้อย่างสบายตา ถือว่าสะดวกสบายมาก เพราะเราไม่ต้องมาคอยปรับความสว่างของจอเอง
โหมดภาพ HDR แบบจำลอง
ฟีเจอร์ Brightness Intelligent+ ปรับความสว่างจออัตโนมัติ
Sound – เสียง
MOBIUZ EX3415R มีลำโพงแบบ 2.1 แชนแนล กำลังขับรวม 9W (2Wx2 + 5W woofer) ที่ปรับจูนโดย treVolo มาให้ด้วย ซึ่ง treVolo เป็นเหมือนแบรนด์ลูกของ BenQ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาด้านเสียงโดยเฉพาะ ด้วยความพิเศษนี้ทำให้ลำโพงที่ติดมากับตัวเครื่องสามารถใช้งานทดแทนลำโพงพื้นฐานทั่วไปได้เลย สไตล์เสียงออกแนวกลางๆ ใช้งานฟังปกติทั่วไปได้ เบสมีให้ได้ยินเล็กน้อยเป็นจังหวะ ซึ่งโหมดเสียงที่ผมชอบมากที่สุดคือโหมด Cinema เพราะสมดุลเสียงดี ไม่ใสเกินไป และไม่ทุ้มเกินไป
แนะนำโหมดเสียง Cinema
Conclusion – สรุป
จุดเด่นของ BenQ MOBIUZ EX3415R
- จอโค้งกว้างพิเศษเปิดได้หลายหน้าต่าง
- รับอินพุตจากแหล่งสัญญาณสองแห่งได้พร้อมกัน
- ขอบเขตสีกว้าง ความสว่างตรงตามสเปก
- ลำโพงที่ติดมาในตัวสามารถใช้งานทดแทนลำโพงทั่วไปได้
- มีรีโมทไว้ควบคุมจอ
- มี Brightness Intelligent+ ปรับความสว่างได้อัตโนมัติ
- รองรับ AMD FreeSync
จุดที่ควรปรับปรุงของ BenQ MOBIUZ EX3415R
- น่าจะติดไฟ RGB ด้านหลังมาให้เหมือนรุ่น EX3210R (มีไว้หน่อย กดใช้ไหมอีกเรื่อง ฮา)
- หากเปิดใช้งานโปรแกรมเดียวแบบเต็มจอจะต้องกวาดสายตาเยอะ
- โหมด HDR จำลองยังประมวลผลภาพได้ไม่ดีนัก
- ฟีเจอร์ Black eQualizer ใช้งานได้เฉพาะโหมดภาพ FPS

ถือว่า BenQ ทำ MOBIUZ EX3415R รุ่นนี้ออกมาได้ตอบโจทย์คนชอบจอกว้าง เปิดอะไรหลายๆ อย่างได้ลงตัว ไม่เพียงแค่รองรับอินพุตจากสองแหล่งพร้อมกัน แต่ยังสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลได้ตามความเหมาะสม ตามการใช้งาน ฟีเจอร์ในการเล่นเกมก็เพียงพอต่อการใช้งาน เกมในปัจจุบันส่วนใหญ่ก็รองรับการเล่นแบบจอกว้างพิเศษแบบนี้กันแทบจะหมดแล้ว อาจจะมีแค่ฟีเจอร์บางส่วนที่ยังคงเป็น 16:9 อยู่เช่นหน้าเมนู คัทซีน แต่พอตัดเข้าไปในส่วนเล่นเกม ก็จะเห็นได้แบบเต็มจอเลย บวกรุ่นนี้กับมีลำโพงในตัวคุณภาพทัดเทียมกับลำโพงพื้นฐาน หากไม่ได้คิดอัปเกรดลำโพงแบบราคาเกินสามพันบาทขึ้นไป ก็ไม่ต้องไปหาซื้อลำโพงใหม่มาให้เสียเงินเพิ่ม เรียกได้ว่าครบเครื่องสุดๆ
BenQ MOBIUZ EX3415R ราคาเปิดตัว 33,900 บาท รับประกัน 3 ปี