Skip to content
|

รีวิว CloudTV 4K – ซื้อเครื่องเดียวได้ทั้ง Set-Top Box และ Android Box แถมเล่นไฟล์ 4K ได้ในตัว

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 28 Jan 2022 0 comments

หลายท่านที่ได้ติดตามเว็บไซต์ของเราอยู่เป็นประจำคงจะได้เคยตามอ่านรีวิวเครื่องเล่น Android Box ในแบรนด์ที่ใช้ชื่อว่า “Cloud” ไม่ว่าจะเป็น CloudHD 1195+ และ CloudHD TV ซึ่งหลังจากที่ห่างหายไปนานสำหรับแบรนด์นี้มาในครั้งนี้ก็กลับมาพร้อมเครื่องเล่นตัวใหม่ที่รองรับการเล่นไฟล์และแสดงผลได้ในระดับ 4K กันเลยทีเดียว

สำหรับเครื่องเล่นตัวใหม่ล่าสุดของแบรนด์นี้จะมีชื่อว่า “CloudTV 4K  โดยชื่อของมันสามารถบอกได้ว่ามันสามารถรองรับการใช้งานรับชมทีวี และสามารถเล่นไฟล์หรือแสดงผลได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K ซึ่งความสามารถในการรับชมทีวีของเจ้าเครื่องเล่นตัวนี้ก็คือเราสามารถเสียบสายอากาศเพื่อรับชมดิจิตอลทีวี DVBT2 ได้ในตัวเลยล่ะ

CloudTV 4K
ราคา 2,790 บาท

พิเศษ! ซื้อตอนนี้แถมฟรี Air Mouse หรือ Mini Thai Keyboard ที่ร้าน DigilifeGadget เท่านั้น

CloudTV 4K ตัวนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นเครื่องเล่นแบบ All-in-One ที่สามารถใช้งานเครื่องเล่นตัวนี้ตัวเดียวก็สามารถตอบสนองเราได้แทบจะทุกอย่าง โดยที่ไม่ต้องสลับเครื่องเล่นไปมาให้ยุ่งยากเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าเราต้องการจะรับชมรายการต่างๆ ผ่านทางดิจิตอลทีวี หรือต้องการที่จะเล่นไฟล์ต่างๆ จากแหล่งบันทึกภายนอก และหรือต้องการที่จะใช้งานแอพพลิเคชันผ่านทางอินเทอร์เน็ต เพียงแค่มีเครื่องเล่นตัวนี้เพียงเครื่องเดียวก็สามารถตอบสนองการใช้งานของเราได้อย่างครบครัน

โดยเครื่องเล่นตัวนี้จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชัน 5.1.1 (Lollipop) ที่มีลักษณะการใช้งานคล้ายๆ กับ Android Box ตัวอื่นๆ แต่ความพิเศษของมันคือจะมาพร้อมกับความสามารถในการรองรับการเล่นไฟล์ที่มีความละเอียดระดับ 4K ได้ในตัว

สเปคของตัวเครื่องจะมีรายละเอียดดังนี้
CPU: Amlogic S905 Quad Core 2.02 GHz (Cortex-A53)
GPU: Penta-core ARM Mali-450MP
Ram: 2GB DDR3
Flash Memory: 8GB
Operating: Android 5.1 (Lolipop)
Network: Built-in Wireless 802.11 b/g/n and Ethernet LAN 10/100 Mbps

Design – การออกแบบ

ก่อนที่จะไปเริ่มทดสอบการใช้งาน CloudTV 4K ตัวนี้กัน ต้องขอพาคุณผู้อ่านทุกท่านมาเริ่มดูกันที่งานดีไซน์กันสักเล็กน้อย โดยวัสดุที่ใช้ขึ้นรูปตัวเครื่องทั้งหมดจะเป็นพลาสติกและใช้โทนสีดำแบบมันเงาเกือบแทบทั้งหมด ซึ่งที่ด้านบนของตัวเครื่องจะมีลายสกรีน CloudTV 4K แปะเอาไว้อีกด้วย

สำหรับที่ด้านบนของตัวเครื่องนั้นจะมีปุ่ม Power ที่เอาไว้ใช้สำหรับกดเปิดเครื่องอยู่ทางด้านล่างซ้ายตามภาพด้านบน โดยตัวปุ่มจะเป็นแบบใสหากเสียบปลั๊กใช้งานแล้วที่บริเวณปุ่มก็จะมีแสงไฟเปล่งออกมา

เมื่อลองเทียบตัวเครื่องเล่นเข้ากับฝ่ามือแล้วจะมีขนาดที่ไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป

รูปร่างหน้าตาของรีโมทคอนโทรลจะมีลักษณะยาวจับถนัดมือคล้ายๆ กับรีโมทฯ ทีวี แต่ของ CloudTV 4K นั้นจะมาพร้อมกับโทนสีดำและมีลายขัดให้ดูเหมือนคล้ายๆ กับโลหะ

Connectivity – ช่องต่อ

หลังจากที่ได้ไปดูในส่วนที่เป็นดีไซน์ของเจ้า CloudTV 4K ไปกันแล้วเมื่อสักครู่นี้ ถัดจากนี้ก็ต้องของพาคุณผู้อ่านตามมาดูกันที่พอร์ตช่องเชื่อมต่อที่มีอยู่บนตัวของเครื่องเล่นตัวนี้ว่ามีพอร์ตชนิดไหนใส่มาให้เราได้เลือกใช้งานกันบ้างแล้วล่ะ

เริ่มกันที่ด้านข้างของตัวเครื่องเล่นตัวนี้กันก่อนเลย โดยที่ด้านข้างของเจ้า CloudTV 4K จะได้รับการติดตั้งพอร์ต USB มาให้มากถึง 4 พอร์ต (แต่เข้าใจว่าน่าจะเป็นแค่ USB แบบ 2.0) และก็ยังมีช่องสำหรับเสียบการ์ด micro SD Card เพิ่มได้อีกด้วยนะ

ส่วนที่ด้านหลังของตัวเครื่องจะเป็นช่องต่อที่ให้งานหลักอยู่หลายช่องต่อด้วยกัน

สำหรับช่องต่อที่อยู่ทางด้านหลังจะประกอบไปด้วยพอร์ตต่างๆ ดังนี้
1. พอร์ต RF IN สำหรับใช้เสียบสายอากาศดิจิตอลทีวี DVBT2 จำนวน 1 ช่อง
2. พอร์ต RF OUT สำหรับใช้พ่วงสัญญาณดิจิตอลทีวี DVBT2 ผ่านทางสายอากาศไปยังจูนเนอร์ตัวอื่นๆ จำนวน 1 ช่อง
3. พอร์ต Mini ที่ใช้แปลงสัญญาณออกไปในรูปแบบของ Video และ Audio จำนวน 1 ช่อง
4. พอร์ต LAN 10/100 สำหรับใช้เชื่อมต่อกับเครือข่ายผ่านทางสาย LAN จำนวน 1 ช่อง
5. พอร์ต HDMI 2.0 สำหรับใช้เชื่อมต่อภาพและเสียงผ่านทางสาย HDMI จำนวน 1 ช่อง
6. พอร์ต Optical OUT สำหรับเชื่อมต่อสัญญาณเสียงดิจิตอลผ่านทางสาย Optical จำนวน 1 ช่อง
7. พอร์ต Power ใช้สำหรับเชื่อมต่อเข้ากับอะแดปเตอร์ (DC 12V) จำนวน 1 พอร์ต

Picture – ภาพ

มาดูที่เรื่องของภาพหรือการใช้งาน CloudTV 4K ตัวนี้กันต่อ สำหรับเครื่องเล่นรุ่นนี้จะเลือกใช้คุมพลังจากซีพียู Amlogic S905 Quad Core (64 bit) Cortex มาพร้อมกับแรมขนาด 2GB และมีพื้นที่สำหรับเก็บข้อมูลภายในขนาด 8GB ตัวเครื่องยังรองรับการเชื่อมต่อไร้สายผ่านทางสัญญาณ Wifi 2.4GHz b/g/n และ Bluetooth 4.0 อีกด้วย

ซึ่งความพิเศษของมันนั้นจะอยู่ที่การรองรับการเล่นไฟล์ 4K ที่มีความละเอียดสูงมากๆ ณ ในขณะนี้ โดยการที่จะทำให้การรับชมภาพยนตร์ 4K ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดคือเราจะต้องมีทีวีที่รองรับ 4K ด้วยนะ ถ้าไม่เช่นนั้นไฟล์ที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากเจ้า CloudTV 4K ในระดับความละเอียดแบบ 4K (3840×2160 พิกเซล) จะไม่สามารถแสดงบนหน้าจอทีวีได้นั่นเอง

สำหรับระบบปฏิบัติการที่ถูกติดตั้งมาบน CloudTV 4K ตัวนี้จะเป็น Android เวอร์ชัน 5.1.1 (Lollipop) การใช้งานฟังก์ชันและเมนูต่างๆ จะมีลักษณะคล้ายกับ Android Box ตัวอื่นๆ

ในส่วนของ Storage หรือพื้นที่เก็บข้อมูลบนตัวเครื่องจะมีขนาดอยู่ที่ 8GB ซึ่งพอสำหรับใช้งานและสามารถลงแอพพลิเคชันอื่นๆ เพิ่มเติมได้อีกเล็กน้อย และถ้าหากไม่พอก็สามารถเพิ่ม micro SD Card ที่เป็นหน่วยความจำแบบภายนอกได้อีกด้วย

การรองรับความละเอียดในการถ่ายทอดสัญญาณภาพออกมายังทีวี หากใช้งานร่วมกับทีวีที่รองรับภาพแบบ 4K จะสามารถตั้งค่าความละเอียดบนตัวเครือง CloudTV 4K ได้สูงสุดที่ 4K 60hz แล้วทีเดียวเชียวนะ

เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาจะพบกับหน้า Home page หรือเมนูหลัก ซึ่งจะมีแอพพลิเคชันที่เราได้ทำการติดตั้งแสดงอยู่ที่หน้านี้

สำหรับหน้าเมนูหลักนี้เราสามารถที่จะเลือกให้แสดงแอพพลิเคชันที่เราใช้งานอยู่บ่อยๆ ได้เลย โดยที่ไม่ต้องเปิดเข้าไปที่หน้าแอพฯ รวมของ Android เลยแม้แต่น้อย ทั้งนี้ในการเปิดเครื่องขึ้นมาแต่ละครั้งเราสามารถกำหนดให้เจ้า CloudTV 4K ตัวนี้สามารถไปที่หน้าดิจิตอลทีวีเลยหรือว่าจะเข้ามาที่เมนูหลักอย่างภาพด้านบนก่อนก็ได้

มาดูที่เรื่องของการเล่นไฟล์ภาพยนตร์กันต่อเลย สำหรับรีวิวนี้ทางกระผมเองได้มีการเลือกใช้แอพพลิเคชันที่ใช้สำหรับเล่นไฟล์อยู่ 2 ตัวด้วยกัน คือ Kodi และ MX Player

ในแง่ของการใช้งานและควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ที่อยู่บนแอพฯ ทั้ง 2 นั้นจะมีลักษณะการใช้งานเหมือนกับ Android Box, SmartPhone และ Tablet ตัวอื่นๆ ซึ่งจากการที่ได้ลองเล่นไฟล์ 4K.AVI ของภาพยนตร์เรื่อง X-Men: Days of Future Past ตัวของเจ้า CloudTV 4K ก็สามารถประมวลผลภาพออกมาที่ความละเอียดระดับ 4K ได้อย่างลื่นไหลดี

ส่วนด้านของการอ่านซับไตเติ้ลชนิดต่างๆ ตัวเครื่องเล่นก็สามารถรองรับการอ่านซับไตเติ้ลออกมาได้อย่างถูกต้อง โดยที่ตัวอักขระต่างๆ ไม่มีผิดเพี้ยนนับว่าครบเครื่องสำหรับท่านที่ชอบหาซับไตเติ้ลมาจับโมดิฟาย

ในด้านของคุณภาพของภาพจากที่ได้ใช้รับชมภาพยนตร์ทั้งแบบ 3D Full HD, Full HD และ 4K เองนั้นสามารถแสดงรายละเอียดความคมชัดได้ตามคุณภาพของไฟล์ที่เรานำมาเล่น

แต่ถ้าหากถามว่าโดยรวมแล้วเจ้า CloudTV 4K ตัวนี้สามารถเล่นไฟล์ชนิดไหนได้บ้าง ซึ่งจากการที่ได้ทดลองใช้งานพบว่ามันสามารถเล่นไฟล์ชนิด AVI, DAT, MPG, MP4, MOV หรือแม้แต่ไฟล์ MKV และ M2TS ที่เป็นที่นิยมกันในปัจจุบันก็สามารถนำมาเล่นบนเครื่องเล่นตัวนี้ได้อย่างหายห่วง ส่วนไฟล์ที่เป็นแบบ ISO นั้นจากที่ได้ลองเปิดด้วยแอพฯ Kodi อาจจะติดปัญหาเสียงไม่ออก แต่เมื่อลองเล่นผ่านแอพฯ MX Player ก็สามารถเล่นได้ไฟล์ได้และเสียงออกตามปกติดี ซึ่งจะมีอาการกระตุกอยู่บ้างเล็กน้อยในช่วงที่เริ่มเล่นไฟล์ช่วงแรกๆ

ปิดท้ายที่เรื่องของเสียงกันอีกสักเล็กน้อย ซึ่งการใช้เล่นไฟล์เพลงผ่านทางแอพฯ Kodi ที่เป็นตัวชูโรงของเจ้าตัวนี้สามารถรองรับการเล่นไฟล์เพลงสกุล MP3, FLAC และ WAV ที่เป็นที่นิยมของคนส่วนใหญ่ก็สามารถเล่นได้อย่างไม่มีปัญหา

Features – ลูกเล่น

มาดูลูกเล่นที่ติดมากับเจ้า CloudTV 4K กันบ้างดีกว่า เนื่องด้วยเครื่องเล่นตัวนี้ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android จึงทำให้การใช้งานนั้นเราสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชันต่างๆ มาติดตั้งได้เหมือนกับการใช้งานบน SmartPhone และ Tablet ซึ่งแอพตัวไหนที่เราชอบใช้งานอยู่เป็นประจำก็สามารถลองดาวน์โหลดมาติดตั้งดูได้นะว่าใช้งานบนเครื่องเล่นตัวนี้แล้วจะโอเคหรือไม่

หากท่านไหนติดซีรีย์บนแอพฯ Line TV ก็สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานบน CloudTV 4K ตัวนี้ได้เช่นกัน

จากที่ได้ลองใช้งานแอพฯ Line TV หรือแม้แต่ YouTube เองหากควบคุมผ่านทางรีโมทคอนโทรลที่ติดมากับตัวเครื่องจะดูยุ่งยากมากๆ จึงขอแนะนำว่าให้ใช้เป็นเมาส์และคีย์บอร์ดที่เราใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์มาใช้ในการควบคุมแทนจะสะดวกกว่า อีกทั้งไม่ต้องกลัวว่าพอร์ต USB จะไม่พอเพราะว่าบนตัวเครื่องเล่นใส่มาให้มากถึง 4 ช่อง ถือว่าเพียงพอกับการใช้งานอย่างแน่นอน

หน้าตาของ Google Play Store จะเหมือนกับเครื่องเล่น Android Box ตัวอื่นๆ โดยเราสามารถเลือกค้นหาแอพพลิเคชันต่างๆ ได้ตามต้องการ

สำหรับการใช้งานเว็บเบราว์เซอร์ผ่านทาง Google Chrome นั้นสามารถแสดงรายละเอียดต่างๆ ที่อยู่บนหน้าเว็บไซต์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ในส่วนของการแสดงผลวีดีโอที่เปิดผ่านแอพฯ ของ YouTube จะสามารถแสดงผลวีดีโอได้สูงสุดที่ความละเอียดระดับ Full HD 1080p เท่านั้น

หากท่านไหนที่ติดการรับชมภาพยนตร์ผ่านทางบริการของ NETFLIX อยู่แล้วบนตัวเครื่องนี้ก็มีแอพฯ ติดมาให้เราได้ใช้งานกันด้วย แต่ก่อนที่จะใช้งานได้จะต้องสมัครใช้บริการก่อนนะ ซึ่งบริการของ NETFLIX จะต้องเสียงค่าบริการจึงจะสามารถรับชมได้

นอกจากนี้แล้วหากต้องการรับชมรายการทีวีย้อนหลัง รายการสด หรือซีรีย์ต่างๆ ก็แนะนำให้ลองใช้แอพฯ ที่มีชื่อว่า TV Thailand ซึ่งแอพฯ ตัวนี้จะมีรายการต่างๆ ให้เราเลือกรับชมได้แล้วแต่ชอบเลย

Conclusion – สรุป

หลายท่านที่ได้ตามอ่านรีวิวของเจ้า CloudTV 4K อาจจะทราบกันแล้วว่าเครื่องเล่นตัวนี้มาพร้อมกับคุณสมบัติที่ถือว่าครอบคลุมการใช้งานครบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการใช้รับชมดิจิตอลทีวีทั่วไป หรือแม้แต่ใช้สำหรับเล่นไฟล์ภาพยนตร์ต่างๆ จากฮาร์ดดิสก์ภายนอกก็ได้ ซึ่งกระผมจะมาสรุปให้คุณผู้อ่านได้เห็นกันอีกครั้งว่าเจ้า CloudTV 4K ตัวนี้มันสามารถทำอะไรได้บ้าง เพื่อที่คุณผู้อ่านจะได้ตัดสินใจได้ว่าเราเหมาะกับการใช้งานเครื่องเล่นตัวนี้หรือไม่?

CloudTV 4K
ราคา 2,790 บาท

CloudTV 4K เป็นเครื่องเล่นที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้งานบนเครื่องเดียวจบ โดยที่ไม่ต้องสลับเครื่องเล่นไปมาให้วุ่นวาย ซึ่งตัวของมันสามารถรองรับการใช้งานเป็น Set-Top Box สำหรับรับชมดิจิตอลทีวีผ่านทางระบบ DVBT2 ได้ ในขณะที่การใช้งานแทบจะไม่ต่างกับ Set-Top Box ทั่วๆ ไปที่เราใช้งานกันอยู่เลยแม้แต่น้อย

นส่วนจุดเด่นของตัวเครื่องนั้นจะมาพร้อมกับระบบปฏิบัตการ Android 5.1 ที่ผสมผสานการทำงานร่วมกับระบบประมวลผลของ Amlogic S905 Quad Core 2.02 GHz จึงทำให้ตัวเครื่องเล่นสามารถรองรับการเล่นไฟล์จากภายนอกได้สูงสุดที่ความละเอียดระดับ 4K พร้อมทั้งยังรองรับการใช้งานฟังก์ชันอื่นๆ เหมือนกับเครื่องเล่น Android Box ตัวอื่นๆ ที่เราได้เคยทดสอบกันมา

พิเศษ! ซื้อตอนนี้แถมฟรี Air Mouse หรือ Mini Thai Keyboard ที่ร้าน DigilifeGadget เท่านั้น

โดยการเล่นไฟล์จากภายนอกไม่ว่าจะเป็น USB Flash Drive, External Harddisk และรวมถึงการเล่นไฟล์ผ่านทางระบบเครือข่ายก็สามารถรองรับฟอร์แมตไฟล์ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน ทั้งไฟล์ชนิด AVI, DAT, MPG, MP4, MOV, MKV, M2TS, MP3, FLAC และ WAV ก็สามารถเล่นได้อย่างลื่นไหล ซึ่งก็นับว่าเจ้า CloudTV 4K ตัวนี้เป็นที่น่าจับตามมองอีกตัวหนึ่งเลยก็ว่าได้ใน ณ ขณะนี้

ข้อดีของ CloudTV 4K
1. รองรับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อผ่าน HDMI 2.0
2. มาพร้อมกับช่องต่อพอร์ต USB ที่มากถึง 4 ช่อง
3. สามารถใช้รับชมดิจิตอลทีวี และเล่นไฟล์จากภายนอกได้ในเครื่องเดียวจบ
4. ภายในติดตั้งเสารับสัญญาณ WiFi มาให้ในตัว จึงทำให้ไม่ต้องมีเสารับสัญญาณออกมาเกะกะภายนอก

ข้อเสียของ CloudTV 4K
1. แอพฯ Kodi ที่เป็นตัวชูโรงเมื่อใช้เล่นไฟล์ ISO แล้วพบว่าเสียงไม่ออก ซึ่งสามารถใช้แอพฯ MX Player ในการเล่นไฟล์ดังกล่าวแทนได้
2. การควบคุมแอพพลิเคชันต่างๆ และการเลื่อนหน้าเว็บไซต์ผ่านตัวรีโมทคอนโทรลที่แถมมาให้ใช้งานได้ค่อนข้างยาก ซึ่งถ้าหากใช้วิธีการต่อเมาส์และคีย์บอร์ดจะใช้งานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

ขอบคุณบริษัท Digilife ที่เอื้อเฟื้อเครื่องเล่น CloudTV 4K ในการทดสอบครั้งนี้

หากสนใจสินค้าสอบถามเพิ่มเติมติดต่อได้ที่:
– digilife ชั้น 3 พาราเดียม ประตูน้ำ โทร. 084-361-9310
– digilife ชั้น 4 หน้า IT City งามวงศ์วาน โทร.084-524-6282
– digilife ชั้น 3 ฟอร์จูนทาวน์ ถ.รัชดา โทร.02-641-0001 , 088-423-6648

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้