Skip to content
|

รีวิว Epson EH-TW5350 Home Theater Projector กับลูกเล่นแจ่มๆ เทียบชั้น Smart TV !??

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 20 Jan 2022 0 comments

Home Theater Projector

Epson EH-TW5350

Home Theater Projector กับลูกเล่นแจ่มๆ เทียบชั้น Smart TV !??

สมัยก่อนเราใช้งานโปรเจ็คเตอร์เพื่องานพรีเซนเทชั่น หรือรับชมภาพยนตร์เป็นหลัก แต่ความสามารถของโปรเจ็คเตอร์ในอนาคตดูจะไม่หยุดเพียงเท่านี้ เราอาจเรียกโปรเจ็คเตอร์ยุคใหม่ว่าเป็น “Smart Projector” ก็ได้ เพราะด้วยฟังก์ชั่นเก๋ๆ ที่เพิ่มเติมเข้ามาให้ใช้งานเท่าทันตามยุคสมัย… ดูๆ ไปแล้ว เทียบชั้น Smart TV ได้เลย!

นี่มิใช่ครั้งแรก กับการพัฒนาเพิ่มเติมอรรถประโยชน์ให้กับโปรเจ็คเตอร์ของ Epson ก่อนหน้านี้ เราได้เห็น Presentation Projector ที่มีความสามารถเช่นเดียวกับ Smart Whiteboard รองรับการใช้งานผ่านการ “สัมผัสหน้าจอ” ไปแล้ว อ่านรายละเอียดจากบทความด้านล่างนี้ครับ

สุดล้ำ นำเสนอผ่านปลายนิ้วสัมผัสบนจอโปรเจ็คเตอร์ใหญ่ยักษ์ !!! รีวิว Epson EB-1430Wi

อย่างไรก็ดี สำหรับหมวด Home Theater Projector นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่โปรเจ็คเตอร์ผนวกความสามารถใหม่นี้ได้อย่างลงตัว บาลานซ์ทั้งประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่น ความสะดวกในการติดตั้งใช้งานในบ้าน และที่สำคัญคือ ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์ด้วยครับ

ดีไซน์

EH-TW5350 ถือเป็นอีกหนึ่งตัวชููโรงของ Epson ด้วยการเป็น Home Theater Projector ความละเอียด (Native Resolution) ระดับ Full HD พกมาด้วยความสามารถเอื้อต่อการสร้างความบันเทิงในบ้าน ครบครันใน งบประมาณเพียง 4 หมื่นบาทเท่านั้นเอง ราคานี้หากเป็นทีวีก็ได้อย่างมากแค่ 55 นิ้วเองนะ แต่นี่จะฉายให้ใหญ่ถึงร้อยกว่านิ้วก็ทำได้สบายๆ และด้วยความสว่างที่สูงถึง 2200lm (1500lm – Eco) จึงไม่ต้องกังวลว่าจะสู้แสงเวลากลางวันไม่ไหวกรณีที่ห้องหับใช้งานไม่สามารถปิดบังคุมแสงภายนอกได้เต็มร้อย

 

รูปลักษณ์ของ EH-TW5350 มาในแนวขาวเงา สะอาดตา ออกแบบรูปทรงให้ดูเก๋ไก๋ทันสมัย และกะทัดรัด มิติด้านที่ยาวที่สุไม่เกินหนึ่งไม้บรรทัด น้ำหนักตัวเครื่องราว 3 กก. จัดวางตำแหน่งเลนส์ไว้ฝั่งขวา (เมื่อมองจากด้านหน้า) ในขณะที่ฝั่งซ้ายเป็นตำแหน่งช่องระบายลมร้อนออก

บริเวณรอบเลนส์ฉายใช้สีทองแชมเปญตัดกับสีขาว เพื่อเพิ่มความโดดเด่นและทำให้ดูหรูหรามากขึ้น ข้างๆ กันจะเห็นโลโก้ 3LCD ซึ่งเป็นเทคโนโลยีชูโรงของ Epson Projector มาช้านาน กับความสามารถถ่ายทอดระดับ Color Light Output ได้สูง และไม่เกิดอาการ Rainbow Effect

การออกแบบจุดหนึ่งที่ผมชอบสำหรับรุ่นนี้ คือ จะไม่มีฝาปิดป้องกันหน้าเลนส์แบบที่ต้องดึงออกเวลาจะใช้งานเหมือนโปรเจ็คเตอร์ทั่วไป แต่จะใช้โครงสร้างฝาหน้าแบบการเลื่อนเปิด-ปิดผ่านก้านที่เห็นตรงตำแหน่ง A/V Mute ซึ่งเวลาที่ต้องการบังภาพหน้าจอเพื่อหยุดการนำเสนอชั่วคราว สามารถใช้ตรงนี้เพื่อปิดบังภาพฉายได้เลย

ถัดมาด้านหลัง จะเห็นก้านปรับโฟกัส และซูมย่อ-ขยายภาพ ซึ่งต้องดำเนินการในขั้นตอนติดตั้งเช่นเดียวกับโปรเจ็คเตอร์ทั่วไป และด้วยการออกแบบให้มีระยะฉายปานกลาง จะต้องทิ้งระยะตั้งวางโปรเจ็คเตอร์ให้ห่างจากจอฉายอยู่บ้าง ซึ่งในการทดสอบของทีมงาน ฉายภาพขึ้นจอรับภาพขนาด 92 นิ้ว จะต้องตั้งวาง EH-TW5350 ห่างจากจอรับภาพประมาณ 2.6 ม. 

ความพิเศษของโปรเจ็คเตอร์รุ่นนี้อีกจุดที่มักจะไม่เห็นในโปรเจ็คเตอร์ทั่วๆ ไป คือ ก้านปรับ “Horizontal Keystone”

ปกติโปรเจ็คเตอร์ทุกเครื่องจะสามารถปรับแก้ Keystone ในแนว Vertical ได้ ซึ่งเอาไว้ชดเชยมุมก้มเงยจากระดับความสูงของโปรเจ็คเตอร์ที่ไม่พอดีกับระดับความสูงของจอฉาย แต่ Epson EH-TW5350 จะเพิ่มเติมให้สามารถชดเชย “Horizontal Keystone” กรณีที่วางโปรเจ็คเตอร์เอียงซ้ายหรือเอียงขวาได้ด้วย โดยทำการปรับที่ก้านตรงตำแหน่งตามรูปด้านบน หรือจะเข้าไปปรับตั้งในเมนู Settings > Keystone > H-Keystone ก็ได้เช่นกัน

อย่างไรก็ดี สำหรับท่านที่ซีเรียสกับคุณภาพของภาพ แนะนำว่าให้ตั้งตัวเครื่องโปรเจ็คเตอร์ให้ตรงกับตำแหน่งจอฉายมากที่สุด เพื่อเลี่ยงการชดเชยปรับแก้ Keystone (ทั้งแนวตั้งและแนวนอน) เพื่อผลลัพธ์คุณภาพของภาพที่เพอร์เฟ็กต์ครับ

แผงควบคุมและไฟบอกแสดงสถานะการทำงานต่างๆ อยู่ด้านบน เยื้อง ไปด้านหลังตัวเครื่อง

ตำแหน่งช่องลมเข้าและฟิลเตอร์กรองฝุ่นอยู่ฝั่งขวาของตัวเครื่อง เมื่อครบกำหนดสามารถถอด ฟิลเตอร์ ออกมาทำความสะอาดหรือเปลี่ยนเองได้ไม่ยาก ด้วยการถอดฝาครอบด้านบนออก และดึงฟิลเตอร์ออกมา

แว่นสามมิติแบบ RF 3D Active Glasses (เป็นอุปกรณ์เสริม ต้องซื้อเพิ่ม) ภายในติดตั้งแบ็ตเตอรี่แบบรีชาร์จได้ โดยใช้วิธีประจุไฟผ่านช่อง Micro USB

รีโมตคอนโทรลไร้สายขนาดกะทัดรัด สำหรับควบคุมสั่งการจากระยะไกล ไม่มีไฟ Backlit การใช้งานในห้องมืดจึงลำบากหน่อย แต่ทดแทนด้วยการใช้ Smart Phone พร้อม iProjection App ควบคุมสั่งการเวลาใช้งานในห้องมืดแทนได้

ช่องต่อ

ด้านหลังของ TH-EW5350 เป็นตำแหน่งติดตั้งจุดเชื่อมต่อสัญญาณ โดยมี HDMI In จำนวน 2 ช่อง หนึ่งในนั้นรองรับ MHL สามารถเชื่อมต่อรับสัญญาณภาพตรงจาก Smart Phone พร้อมๆ กับชาร์จไฟไปพร้อมๆ กันได้

นอกจากนี้ยังมี Analog AV In ให้อีกหนึ่งชุด พร้อม Analog PC In (D-Sub) และถึงแม้โปรเจ็คเตอร์เครื่องนี้จะมีระบบเสียงพร้อมลำโพงในตัว (ตำแหน่งลำโพงอยู่ด้านขวาของตัวเครื่องตามรูป) แต่ก็ยังเผื่อ Analog Audio Out (3.5mm) สำหรับเชื่อมต่อกับลำโพงภายนอกมาด้วย

และแน่นอนว่าเป็น Smart Projector ทั้งที จะขาด USB Input ไปได้อย่างไร เราสามารถเชื่อมต่อกับกล้องดิจิทัล หรือ USB Storage Device เพื่อดูภาพนิ่งแบบสไลด์โชว์ ผ่านโปรเจ็คเตอร์ ได้ (ยังไม่รองรับ ไฟล์วิดีโอ หรือไฟล์เพลงนะ)

เพิ่มเติม

ดังที่เกริ่นไปว่า Epson Home Theater Projector มีความพิเศษแตกต่างจากโปรเจ็คเตอร์ในอดีต ตรงที่เพิ่มเติมฟังก์ชั่นแบบสมาร์ทๆ เข้ามา…

เริ่มแรกพอเปิดเครื่องใช้งานปุ๊บ ก็พอจะเห็นเค้าลางแบบสมาร์ทแล้วกับหน้า Home Menu ซึ่งเรามาสามารถเลือกใช้งานฟังก์ชั่นหลักๆ ของโปรเจ็คเตอร์ได้จากหน้าจอนี้ อาทิ เปลี่ยนอินพุตรับสัญญาณ ปรับแต่งตั้งค่าต่างๆ ไปจนถึงบอกสถานะการเชื่อมต่อ Wireless Network เพื่อใช้งานสมาร์ทฟังก์ชั่นดังต่อไปนี้…

ด้วยระบบ Wi-Fi Built-in ภายในตัวเครื่อง EH-TW5350 จึงพร้อมสำหรับใช้งานร่วมกับ Smart Devices โดยสามารถแชร์ภาพจาก Smart Phone/Tablet หรือแม้แต่ Windows 8.1 PC ขึ้นแสดงบนจอฉายขนาดใหญ่แบบไร้สาย ผ่านฟังก์ชั่นที่เรียกว่า “Screen Mirroring” (หรือเรียกว่า Smart View หากเป็น Samsung Smart Phone รุ่นใหม่ๆ)

Screen Mirroring คือการภาพหน้าจอของ Smart Phone/Tablet หรือ Windows 8.1 PC ขึ้นไปแสดงผลบนจอโปรเจ็คเตอร์แบบเรียลไทม์ โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อสายสัญญาณภาพใดๆ ทั้งสิ้น!

ดังนั้นไม่ว่าเราจะทำกิจกรรมใดๆ ทั้งเล่นเกม ดูหนัง ท่องเว็บ ดู YouTube ถ่ายรูป ฯลฯ ภาพจากโทรศัพท์มือถือจอเล็กๆ ก็จะไปปรากฏอยู่บนจอใหญ่ยักษ์ของโปรเจ็คเตอร์ให้ดูกันได้แบบอลังการ เต็มตา หนำใจกันไปเลย!

อย่างไรก็ดี ฟังก์ชั่น Screen Mirroring นี้ มักจะใช้งานได้เฉพาะกับ Smart Phone รุ่นสูงๆ เท่านั้น หากโทรศัพท์มือถือเครื่องที่ท่านใช้งานอยู่ไม่รองรับฟังก์ชั่นนี้ล่ะ จะทำอย่างไร? กรณีนี้มิใช่ปัญหาสำหรับ Epson Projector ครับ เพราะเรามีทางเลือกที่สอง สำหรับการแชร์คอนเทนต์ใน Smart Phone ไปแสดงบนจอโปรเจ็คเตอร์ผ่านแอพฯ ที่ชื่อว่า “iProjection”

ด้วย iProjection App (ดาวน์โหลดฟรีผ่าน Google Play Store และ App Store) เราสามารถแชร์คอนเทนต์จาก Smart Phone ไปแสดงผลบนจอโปรเจ็คเตอร์ได้เช่นเดียวกัน

ถึงแม้วิธีนี้จะไม่ยืดหยุ่นเท่ากับ Screen Mirroring เพราะต้องกำหนดหมวดของคอนเทนต์ที่จะแชร์ภาพขึ้นไปแสดงร่วมกับโปรเจ็คเตอร์ แบ่งเป็น 3 หมวด คือ รูปภาพ เอกสาร และเว็บเพจ แต่ในส่วนของการใช้งานก็ถือว่ายืดหยุ่นใช้ได้จะหมุนหน้าจอแนวตั้ง-แนวนอน ซูมย่อ-ขยายเพื่อดูรูป หรือเลื่อนตำแหน่งหน้าเอกสารหรือหน้าเว็บแบบเรียลไทม์ก็ทำได้ แต่น่าเสียดายอยู่บ้างตรงที่หมวด Web Page ของ iProjection App ยังไม่รองรับการรับชมวิดีโอออนไลน์ครับ (เข้าหน้าเว็บได้ แต่ภาพวิดีโอจะไม่แสดงผลบนจอโปรเจ็คเตอร์)

ความสามารถของ iProjection App มิได้มีแค่เรื่องของการแชร์คอนเทนต์ เราสามารถใช้ Smart Phone ที่ติดตั้ง iProjection App ควบคุมโปรเจ็คเตอร์ทดแทนรีโมตคอนโทรลไร้สายได้ครอบคลุมครบทุกฟังก์ชั่นเลยทีเดียว ยอดเยี่ยมมาก และทีเด็ด คือ เราสามารถปรับแต่งตัวเลือกปรับภาพโปรเจ็คเตอร์แบบละเอียดผ่านแอพฯ นี้ก็ได้ด้วย

ภาพ

โหมดภาพสำเร็จรูปจากโรงงานของ TH-EW5350 จะมีให้เลือก 4 โหมด ได้แก่ Dynamic, BrightCinema, Natural และ Cinema

Epson EH-TW5350 Pre Calibration Data

โหมด Dynamic ถึงแม้ตัวเลขอุณหภูมิสีจะดูใกล้เคียงกับระดับอ้างอิง (6500°K) แต่ RGB Balance ไม่ดีนัก ภาพจะติดอมเขียว ดูไม่เป็นธรรมชาติ โหมดภาพที่แนะนำ คือ Natural หรือ Cinema สำหรับการใช้งานทั่วไป และ Bright Cinema สำหรับสถานะที่ต้องการสู้แสง

Natural หรือ Cinema ซึ่งทั้ง 2 โหมดนี้ Power Consumption Mode จะถูกกำหนดเป็น “Eco” อายุการใช้งานหลอดไฟจะยาวนานถึง 7,500 ชม.!

ทดลองเชื่อมต่อรับสัญญาณจาก Digital TV Set-top Box รับชมเวลากลางวันในห้องที่ปิดม่านแต่ก็ยังมีแสงลอดเข้ามาเล็กน้อย ซึ่งด้วยความสามารถในการให้ระดับความสว่างค่อนข้างสูงของ EH-TW5350 จึงสู้ได้แบบสบายๆ ถึงแม้จะใช้งานในโหมด Natural หรือ Cinema (Power Consumption = Eco)

แต่หากต้องการความสว่างเพิ่มมากขึ้นอีก ก็สามารถปรับไปใช้โหมดภาพ Bright Cinema (Power Consumption = Normal) ได้ แต่การใช้งานต่อเนื่องจะทำให้อายุหลอดไฟลดลงอยู่ที่ 4,000 ชม. และระดับเสียงพัดลมระบายความร้อนจะดังขึ้นบ้าง

มาดูในส่วนของสมดุลสีบ้าง ถึงแม้อุณหภูมิสีเฉลี่ยจากโรงงานในโหมด Cinema จะไม่ถึงกับเพอร์เฟ็กต์ โดยวัดได้ที่ราว 7000°K แต่สมดุลสีก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี (ติดฟ้านิดเดียว)

สำหรับรุ่นนี้มีทริกเล็กน้อย หากใช้งานโหมด Cinema สามารถไฟน์จูน Color Temperature แบบง่ายๆ ได้ โดยการปรับลดพารามิเตอร์ Color Temperature จากค่า Default = 5 เป็น 4 เท่านี้สมดุลสีก็จะใกล้เคียงค่าอ้างอิงมากยิ่งขึ้น ค่าอุณหภูมิสีเฉลี่ยจะลงมาอยู่ที่ราว 6800°K ผลลัพธ์ RGB Balance น่าพอใจมากเลยทีเดียว

แต่หากต้องการความเพอร์เฟ็กต์ รุ่นนี้ก็รองรับการไฟน์จูน White Balance แบบ 2-point ด้วยเช่นกัน เช่นเดียวกับความสามารถในการไฟน์จูน Color Gamut (RGBCMY) ให้มีความเที่ยงตรงใกล้เคียงมาตรฐาน Rec.709 มากขึ้น แต่น่าเสียดายที่ยังไม่สามารถไฟน์จูนในส่วนของ Gamma ครับ

ภายหลัง Calibrate ปรับภาพละเอียด อุณหภูมิสีดีขึ้นอีกเล็กน้อย อยู่ที่ราว 6693°K การไฟน์จูน CMS ช่วยให้ Color Space ใกล้เคียงค่าอ้างอิงขึ้นอีกหน่อย

ด้วยความสามารถในการถ่ายทอดระดับความสว่างสูง หากโปรเจ็คเตอร์ไม่สามารถควบคุมความสว่างของแหล่งกำเนิดแสงที่สูงมากนั้นได้ มันอาจส่งผลกระทบกับระดับ Black Level ทำให้การถ่ายทอดสีดำไม่ดำสนิท โดยเฉพาะกับรุ่นที่ใช้งานแหล่งกำเนิดแสงแบบหลอดไส้ (Metal-halide) ทว่าสำหรับ EH-TW5350 จะมีระบบควบคุมในจุดนี้ผ่าน “Auto Iris” ซึ่งเห็นผลชัดเมื่อพื้นที่แสดงผลส่วนใหญ่เป็นสีดำ

ในขณะที่ระบบ Auto Iris ทำงาน อาจจะได้ยินเสียงการเคลื่อนตัวของม่านบังแสงภายในอยู่บ้าง แต่มิได้ดังรบกวนการรับชมแต่อย่างใด อีกทั้งความรวดเร็วในการตอบสนองก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ไม่มีการกระชากวูบวาบจนเกินไป

เมื่อดูจากระดับราคา EH-TW5350 ประมาณ 4 หมื่นบาท ถือว่า Epson ใจป้ำมากๆ ที่ใส่ฟังก์ชั่น “Frame Interpolation” หรือระบบประมวลผลแทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหวมาด้วย การใช้งานก็ดูจะยืดหยุ่นกว่ารุ่นเรือธง LS10000 เสียอีก เพราะสามารถเปิดใช้ฟังก์ชั่นนี้ได้กับสัญญาณภาพ 2D ทุกรูปแบบ หากเปิดใช้งานกับคอนเทนต์เฟรมเรตต่ำ (24p) ก็จะช่วยให้ได้ความไหลลื่น อาการสะดุดไม่ต่อเนื่องลดลง ในขณะที่หากเปิดใช้งานกับคอนเทนต์เฟรมเรตสูงขึ้น (50p/60p) ก็จะช่วยลดอาการ Motion Blur ทำให้ภาพเคลื่อนไหวดูคมชัดขึ้นได้

ในแง่ผลลัพธ์เพิ่มความไหลลื่นกับคอนเทนต์เฟรมเรตต่ำ ที่ระดับ Normal และ High อาจจะสังเกตเห็น artifacts ชัดกว่ารุ่นเรือธง LS10000 อยู่บ้าง เช่นเดียวกับการให้ความต่อเนื่อง แต่ก็ยังใช้การได้ดี ในขณะที่ระดับ Low ถึงแม้จะไม่เน้นแทรกปริมาณเฟรมเรตเพิ่มมากนัก แต่ก็ช่วยลดอาการสะดุดลงได้ จุดที่เรียกว่าโดดเด่น คือ ความสามารถในการเพิ่มความคมชัดของภาพเคลื่อนไหว โดยเฉพาะกับคอนเทนต์ 50p/60p ที่ทำได้ดีกว่าที่คาดไว้มากทีเดียวที่ระดับ Low

หากเป็นรุ่นเรือธง LS10000 จะมีระบบอัพสเกลภาพถึงระดับ 4K ที่เรียกว่า 4K Enhancement แต่กับ TH-EW5350 ที่มีระดับราคาห่างกันมากคงทำได้ไม่ถึงขนาดนั้น ทว่าในส่วนของการอัพสเกล (Full HD) ก็มี Image Enhancement ให้ใช้งานแทน

แนวทางเป็นการบาลานซ์ Detail Enhancement หรือการเพิ่มความคมชัด กับ Noise Reduction ในการลดทอนสัญญาณรบกวนต่างๆ จนได้คุณภาพของภาพที่ดีขึ้นแบบง่ายๆ ไม่ต้องตั้งค่าแต่ละอย่างให้วุ่นวาย แบ่งเป็น 5 ระดับ ซึ่งการใช้งานรับชม Full HD Content อย่างภาพยนตร์บลูเรย์ ระดับ Preset 2 หรือ Preset 3 ให้ความลงตัวดี เห็นได้ชัดว่าขอบวัตถุดูคมชัดขึ้นในขณะที่ภาพไม่แข็งหรือดูหยาบ แต่สำหรับมาตรฐานคอนเทนต์อื่นๆ สามารถทดลองดู Preset อื่นๆ ตามความเหมาะสมครับ

สำหรับโหมดภาพในการรับชมคอนเทนต์ 3D จะมีให้เลือก 2 โหมด คือ 3D Dynamic และ 3D Cinema ทั้ง 2 โหมด ระบบจะปรับในส่วนของ Power Consumption ให้เป็น Normal เพื่อให้อยู่ในสถานะการถ่ายทอดระดับความสว่างสูงที่สุด ชดเชยการสูญเสียแสงบางส่วนจากแว่น 3D Active Glasses

ผลลัพธ์การรับชม 3D จาก EH-TW5350 ให้มิติภาพได้ดีไม่แพ้รุ่นเรือธงอย่าง LS10000 เลยทีเดียว ส่วนหนึ่งเข้าใจว่าศักยภาพของ 3D Glasses คล้ายคลึงกัน การรับชมภาพบนจอไม่กะพริบ ดูสบายตา การรับชมในสภาพห้องที่ไม่มืดสนิท (มีแสงภายนอกเล็ดลอดเข้ามารบกวน) นั้น ด้วยความสว่างที่สูงกว่าของ EH-TW5350 ออกจะได้เปรียบกว่าด้วยซ้ำ แต่รายละเอียด และสีสันความเที่ยงตรงจะเป็นรอง LS10000 อยู่ กระนั้นผลลัพธ์โดยรวมนับว่าน่าพอใจไม่แพ้กัน

มีข้อสังเกต คือ การรับชม 3D หากต้องการมิติภาพที่ดีที่สุด จะมีระยะที่เหมาะสมอยู่ จึงควรทดลองหาระยะรับชมที่เหมาะสมกับขนาดจอฉายที่ใช้งานอยู่ ทั้งนี้หากนั่งห่างจากจอภาพมากเกินไปจะสูญเสียมิติไปครับ

นอกเหนือจากรองรับสัญญาณภาพ 3D แท้ๆ แล้ว รุ่นนี้ยังสามารถจำลอง 2D-to-3D Conversion ได้ด้วยครับ สามารถปรับเปลี่ยนระดับลอยลึกของ 3D Effect ได้ด้วย ทว่าเดิมๆ ให้ความพอดี ดูสบายตาดีแล้วครับ

สรุป

ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่สำหรับวงการโปรเจ็คเตอร์ กับลูกเล่นความสามารถที่เพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับ Smart TV ทั้งการติดตั้ง Wi-Fi Built-in มาพร้อมสรรพ การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อย่าง Smart Phone/Tablet/PC สะดวก ไม่ยุ่งยาก และให้เสถียรภาพที่ดี ลำโพงในตัวสามารถใช้งานได้ครอบคลุมอเนกประสงค์มากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับคุณภาพของภาพที่โดดเด่นในแง่ระดับความสว่าง สีสันดูเจิดจ้าสดใสตามแบบฉบับของเทคโนโลยี 3LCD ที่ให้ระดับ Color Brightness ได้สูง ที่สำคัญ คือ ความครบครันนี้ มาพร้อมระดับราคาที่เอื้อมถึงด้วยครับ

จุดเด่นของ Epson EH-TW5350

  • โหมดภาพจากโรงงานอยู่ในเกณฑ์ดี หากปรับ Color Temperature อีกเล็กน้อย ผลลัพธ์ด้านความถูกต้องของสมดุลสีที่ได้ก็นับว่ายอดเยี่ยมเลย
  • ความสว่างค่อนข้างสูง สู้แสงได้ดี ในขณะที่ Black Level มี Auto Iris ช่วยคุมระดับสีดำ
  • มีระบบแทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหว (Frame Interpolation) ซึ่งคู่แข่งระดับราคาใกล้เคียงกันไม่มี และยังสามารถเปิดใช้งานได้กับทุกคอนเทนต์
  • ติดตั้ง Wi-Fi Built-in สามารถแชร์ภาพหน้าจอของ Smart Phone/Tablet/Win 8.1 PC ขึ้นฉายบนจอโปรเจ็คเตอร์ขนาดใหญ่ได้เลย พร้อม USB เชื่อมต่อกล้องดิจิทัลและแฟลชไดรฟ์เพื่อดูไฟล์ภาพนิ่งได้
  • iProjection App ใช้แชร์คอนเทนต์จาก Smart Phone ขึ้นจอโปรเจ็คเตอร์ได้ และยังใช้งานเป็นรีโมตควบคุมได้ด้วย
  • ลำโพงมีระดับเสียงที่ใช้การได้ 

จุดด้อยของ Epson EH-TW5350

  • เสียงรบกวนในโหมด Power Consumption – Normal ถึงแม้ไม่ถึงกับหนวกหู แต่ก็ดังกว่าโหมด Eco พอสมควร 
  • ยังไม่มี Lens Shift แต่ก็ชดเชยด้วย Keystone แบบ 2 แกน (H & V) ยืดหยุ่นกว่าโปรเจ็คเตอร์ระดับเดียวกัน
  • แว่น 3D ต้องซื้อเพิ่ม

หมายเหตุ : มาตรฐานคะแนนปี 2016

ราคา Epson EH-TW5350

41,900 บาท

สนใจสั่งซื้อสินค้าหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Hi Style HiFi

สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ โทร. 02646 1874-5

สาขาสยามพารากอน โทร. 02610 9721-2

สาขาเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ โทร. 02193 8447

สาขาพาราไดซ์ พาร์ค โทร. 02787 1939

สำนักงานใหญ่ วังบูรพา โทร. 02222 9181-2, 02224 0839, 02225 4380

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้