รีวิว KEF LS50 Wireless คู่เดียวจบทั้งระบบ เชื่อมต่อครบครัน ให้เสียงสมจริงระดับ Studio Monitor
Fully Active Speaker System
KEF LS50 Wireless

ราคา 89,900 บาท
ด้วยความตั้งใจที่จะผลิตลำโพงมอนิเตอร์ที่ดีที่สุดเพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีของแบรนด์ KEF โดยอิงมาตรฐานจากลำโพงรุ่นตำนาน LS3/5A ที่มีความโดดเด่นด้านเสียงย่านกลาง ให้เสียงพูดได้สมจริง ถูกนำมาใช้เป็นลำโพงมอนิเตอร์สำหรับอ้างอิงเสียงในการออกอากาศของสถานีวิทยุ BBC ประเทศอังกฤษ สร้างชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก KEF จึงสานต่อประวัติศาสตร์เหล่านี้ด้วยการผลิตลำโพงรุ่น LS50 ขึ้นมา
ในช่วงแรกนั้น LS50 ผลิตออกมาในจำนวนจำกัด ภายหลังได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี ถูกเรียกร้องให้นำผลิตอีกครั้ง จนกลายเป็นไลน์อัพหลักของ KEF อย่างที่เห็นในปัจจุบัน แต่แน่นอนว่าเทคโนโลยีด้านเสียงมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน รวมถึงเทรนด์การฟังเพลงเองก็ด้วย จากการฟังผ่านเครื่องเล่น ก็เปลี่ยนเป็นสตรีมมิ่งแบบไร้สาย ไม่ต้องใช้เครื่องเล่นใด นั่นทำให้ KEF เกิดความคิดที่จะ อัพเกรด ลำโพง LS50 ให้ตอบโจทย์ต่อการใช้งานให้เท่าทันยุคสมัย

KEF LS50 Wireless มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี
จาก LS50 ขยับมาสู่ LS50 Wireless ลำโพงแอคทีฟกำลังขับ 230W ทาง KEF ยังคงนิยามด้านเสียงที่ต้องการถ่ายทอด เสียงที่ถูกต้องตามความเป็นจริง เอาไว้ และเพิ่มเติมคุณสมบัติการใช้งานแบบไร้สาย ตอบรับกระแสสตรีมมิ่งที่กำลังแพร่หลายอยู่ ณ ขณะนี้ รวมถึงบิลต์อินแอมป์มาในตัว เพื่อลดสัดส่วนของซิสเต็ม ไม่ต้องต่อนู่นต่อนี่ แค่ลำโพงคู่เดียวจบ แต่จะจบได้จริงหรือไม่ มาร่วมทดสอบกันไปพร้อมๆ กันเลย…
Design – การออกแบบ
มาดูที่รูปลักษณ์ภายนอกกันก่อน หน้าตาถอดแบบมาจาก LS50 แทบจะ 100% มองผ่านๆ อาจจะแยกไม่ออก ตัวลำโพงมีขนาด 300 x 200 x 308 มม. (กว้าง x สูง x ความลึก) น้ำหนักเครื่องอยู่ที่ประมาณ 10 กก. (ลำโพงฝั่งขวาจะหนักกว่าเล็กน้อย) ตู้ลำโพงเป็นสีแบบ Glossy ให้ความมันวาว แต่ด้านหน้านั้นจะเป็นผิวด้าน โค้งนูนยื่นขึ้นมา ไม่ได้เป็นทรง 4 เหลี่ยมตรงๆ แบบลำโพงทั่วไป เพื่อลดการสะท้อนจากดอกลำโพง มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเทา-แดง, สีดำ-ฟ้า และสีขาว-ทองแดง

เห็นความแตกต่างไหม มีอะไรเพิ่มเติมจากรุ่น LS50 บ้าง
ขึ้นชื่อว่า KEF ดอกลำโพงก็ต้องเป็น Uni-Q แน่นอนอยู่แล้ว ออกแบบเฉกเช่น LS50 ตั้งอยู่ใจกลางวูฟเฟอร์เพื่อให้ขับเสียงออกมาจากจุดเดียวกัน ครอบด้วยโดมแฉกแบบ Tangerine Waveguide ช่วยกระจายเสียงให้มีความสมดุลย์ ให้เสียงย่านสูงได้แบบเหนือๆ พีคสุดมากถึง 47kHz วูฟเฟอร์เป็นแม็กนีเซียม/อะลูมิเนียมอัลลอย ขนาด 5.25 นิ้ว ให้ความแข็งแรงและยืดหยุ่นสูง ตอบสนองเสียงย่านต่ำได้ลึกถึง 40Hzขอบวูฟเฟอร์มีลอนนูนเป็นระยะ เรียกว่า Z-Flex เพื่อควบคุมสมดุลย์เสียงให้ประสานกับ Uni-Q นั่นเอง ที่ต้องรวมกันไว้จุดเดียวเช่นนี้ ทาง KEFให้เหตุผลว่า ต้องการขับทุกความถี่เสียง จากจุดกำเนิดเดียว เหมือนเสียงพูดที่ออกจากปาก

จุดวงกลมเล็กๆ ใต้ดอกลำโพงคือเซ็นเซอร์รับสัญญาณจากรีโมท
ด้านหลังของ LS50 Wireless จะต่างจาก LS50 ที่ด้านหลังเรียบเนียนเป็นอย่างมาก เพราะรุ่นนี้แผง Heat Sink ยื่นออกมาเล็กน้อย ออกแบบให้เป็นคลื่นหยัก เพื่อลดการสะท้อนจากกำแพง มีท่อคายเบสรูปทรงวงรีอยู่ทางด้านหลัง ซึ่งตัวท่อคายเบสนั้น หากลองล้วงไปจับจะพบว่านุ่มนิ่มคล้ายนวม ผิดแปลกจากทั่วไปที่เป็นท่อแข็ง

ด้านหลังก็ดูหรูหราสวยงาม ช่องต่อจัดเรียงเรียบร้อย
ลำโพงคู่นี้มีช่องต่อสายไฟแบบ IEC ทางด้านหลัง สะดวกต่อการอัพเกรดสายไฟ ทั้งสองฝั่งนั้นเชื่อมต่อกันผ่านสาย CAT6 ไม่ใช่สายลำโพงอย่างทั่วไป ให้แบนด์วิธที่กว้างถึง 250MHz เพราะทั้งคู่บิลต์อินแอมป์ไว้ทั้งสองฝั่ง แยกการประมวลเสียงชนิดฝั่งใครฝั่งมัน ลำโพงทางฝั่งขวาทีมีหน้าที่รับอินพุต จึงคอยส่งสัญญาณเสียงดิจิตอลมาสู่ลำโพงฝั่งซ้าย เพื่อให้ปรีแอมป์ทำการประมวลผล ก่อนส่งต่อไปยังคู่ DAC ที่แบ่งเป็นย่านความถี่ต่ำและความถี่สูง ทำหน้าที่ขับสัญญาณเสียงต่อไป ซึ่งรายละเอียดเรื่องการทำงานจะอธิบายในส่วนถัดไป

สาย CAT6 ที่ให้มามีความยาว 3 ม. ขนาดเพียงพอต่อการติดตั้ง
ช่องต่อต่างๆ จะอยู่ที่ด้านหลังลำโพงฝั่งขวา เริ่มที่แถวบน ประกอบด้วยช่องต่อ RCA, Optical, USB Type B และช่องต่อสาย Subwoofer ถัดมาที่แถวล่างจะมีช่องต่อ USB (สำหรับใช้อัพเดทเฟิร์มแวร์เท่านั้น), Ethernet สำหรับเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต, ปุ่ม EQ เลือกลักษณะการติดตั้งลำโพง, ปุ่ม Reset คืนค่าการใช้งาน และช่องต่อ RJ45 เพื่อเสียบสาย CAT6 ส่วนลำโพงฝั่งซ้ายจะมีเพียงช่องต่อ RJ45เท่านั้น แต่เพิ่มเติมด้วยปุ่มหมุนปรับสมดุลย์เสียงระหว่างฝั่งซ้ายและขวา

ด้านหลังมีปุ่ม EQ ให้เลือกตามลักษณะการติดตั้ง สำหรับการปรับเสียงเบื้องต้นให้เข้ากับพื้นที่ติดตั้ง

มีปุ่ม Balance เพื่อปรับชดเชยสมดุลย์ลำโพงซ้าย-ขวาด้วยตัวเอง
ด้านปุ่มคำสั่งการใช้งาน จะอยู่ด้านบนตัวลำโพงทางฝั่งขวา มาในรูปแบบจอ LED สำหรับทัชสกรีน มีปุ่มคำสั่งดังนี้ ปุ่มปิด/เปิดเครื่อง, ปุ่มสลับการใช้งานตามอินพุต, ปุ่ม Bluetooth และปุ่มเพิ่ม/ลดระดับความดัง นอกจากปุ่มคำสั่งแล้ว ยังมีสัญลักษณ์แจ้งสถานะการเลือกอินพุตด้วย ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานผ่าน Wi-Fi, Bluetooth, อะนาล็อก RCA, Optical หรือต่อกับ PC ผ่าน USB Type B

เวลาปิด/เปิดเครื่อง หรือกดปุ่มที่ตรงนี้ จะมีเสียงปุ่มกดดังขึ้นมาเบาๆ
มาดูที่รีโมทกันบ้าง มีขนาดกะทัดรัด มีสีเทาออกเข้ม เข้ากับตัวลำโพงเป็นอย่างดี ผิวสัมผัสมีความด้านเล็กน้อย ช่วยให้จับถนัดมือ ปุ่มคำสั่งบนรีโมทประกอบด้วย ปุ่มปิด/เปิดเครื่อง, ปุ่มสลับช่องต่ออินพุต, ปุ่มเพิ่ม/ลดระดับความดัง, ปุ่มปิดเสียง, ปุ่มเล่น/หยุดการเล่นเพลง และปุ่ม Backward/Forward สำหรับเลื่อนเพลง

รีโมทสวยงามเข้ากับตัวเครื่อง ขนาดเล็กหยิบจับสะดวก
Features – ลูกเล่น
ฟีเจอร์ที่เป็นหัวใจหลักของ KEF LS50 Wireless คือการหลอมรวมซิสเต็มการฟังเพลงขนาดใหญ่ ขจัดความยุ่งยากในเรื่องการทำระบบ Hi-Fi ที่ต้องประกอบด้วยเครื่องเล่น แอมป์ รวมถึงสายสัญญาณต่างๆ มากมาย ให้เหลือเพียงแค่ลำโพงคู่เดียวชนิด All in One เล่นเพลงผ่านสมาร์ทโฟน เข้ากับยุคสมัยใหม่ที่เน้นความไร้สาย โดยไม่ทิ้งคุณภาพเสียงระดับ Hi-Fi
เพราะลำโพงทั้ง 2 ฝั่ง ได้บิลต์อิน DAC, ปรีแอมป์ และเพาเวอร์แอมป์มาในตัว โดยหลักการทำงานของ LS50 Wireless ก็ไม่ธรรมดา ทุกสัญญาณเสียงไม่ว่าจากอินพุตไหนก็ตาม จะถูกแปลงสัญญาณเป็นดิจิตอล ส่งต่อไปยังปรีแอมป์ ซึ่งนี่เป็นเหตุผลของการใช้สาย CAT6 แทนสายลำโพงแบบปกติ เพื่อให้สามารถถ่ายทอดสัญญาณดิจิตอลจากลำโพงฝั่งขวา มายังฝั่งซ้ายได้อย่างรวดเร็วสมบูรณ์

มัดรวมภาคขยายทั้งหมด เอาไว้ที่ลำโพง!
การทำงานของลำโพงทั้ง 2 ฝั่ง จะแยกออกจากกันโดนอิสระ สัญญาณเสียงดิจิตอลนี้จะถูกส่งมาที่ปรีแอมป์ของแต่ละฝั่ง ประมวลสัญญาณตามการตั้งค่าของผู้ใช้งาน แยกสัญญาณเสียง Crossover ออกจากกันเป็น 2 ทาง ระหว่างเสียงย่านสูงและกลาง/ต่ำ ส่งผ่านไปยัง DAC เปรียบเสมือนประตูกล แปลงสัญญาณดิจิตอลมาเป็นอะนาล็อก รองรับสัญญาณเสียงได้สูงถึง 24-bit/192kHz ยกเว้น Optical เท่านั้นที่ถูกจำกัดเพียง 96kHz
จากนั้นสัญญาณเสียงทั้ง 2 อย่างที่ผ่าน DAC มาแล้ว จะไปสู่กระบวนการสุดท้ายคือแอมป์ของแต่ละย่าน ในย่านสูงจะเป็นคลาส A/B กำลังขับ 30W ขยายเสียงมายังทวีตเตอร์ ส่วนย่านกลาง/ต่ำ จะเป็นคลาส D กำลังขับ 200W ถ่ายทอดเสียงมาที่วูฟเฟอร์นั่นเอง ผสานกับการออกแบบ Heat Sink ด้านหลังลำโพงให้มีขนาดค่อนข้างหนา หมดปัญหาเรื่องความร้อนจากกำลังขับที่สูงขนาดนี้

ออกแบบอย่างปราณีต ให้ความสวยงามควบคู่กับความคงทน
ความน่าสนใจยังไม่หมด ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องเล่น แต่ก็เหมือนได้เครื่องเล่นคุณภาพสูงมาแล้ว LS50 Wireless รองรับการสตรีมมิ่ง ฟังเพลงไร้สายผ่านการใช้งานบนสมาร์ทโฟน ด้วย Bluetooth และ Wi-Fi ซึ่งการสตรีมมิ่งผ่าน Wi-Fi จำต้องดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า “LS50 Wireless” ชื่อเดียวกับรุ่นเลย ลงในสมาร์ทโฟนเสียก่อน ได้ทั้ง iOS และ Android
*** อัพเดท 27/10/2017 : LS50 Wireless เพิ่มการรองรับสตรีมมิ่ง Spotify อ้างอิง
วิธีการใช้งานนั้น เมื่อเข้าแอพฯ ตัวแอพฯ จะถามหาลำโพงเพื่อเชื่อมต่อ ให้เลือกอินพุตของลำโพงมาที่ Wi-Fi หากสัญลักษณ์แจ้งเตือนที่จอลำโพง ขึ้นกระพริบเป็นสีแดงสลับขาว หมายถึงสามารถเชื่อมต่อได้ แต่ถ้ากระพริบเป็นสีขาวให้ไปทำการรีเซ็ต (ที่ปุ่ม Reset ด้านหลังลำโพง จิ้มค้างไว้ประมาณ 3 วินาที) รอสักครู่แอพฯ จะขึ้นชื่อลำโพงที่มองเห็น กดเชื่อมต่อได้เลย แล้วเลือกเครือข่ายอินเทอร์เน็ตภายในบ้านของผู้ใช้งาน
เมื่อเชื่อมต่อเรียบร้อย แอพฯ จะพามาสู่หน้าแรก สามารถเลือกปรับแต่งตั้งค่าของลำโพงได้ตามใจผู้ใช้งาน ไม่ต้องกลัวว่ามือใหม่จะงง เข้าใจง่าย ปรับเลือกตามการใช้งานจริง ตัวลำโพงจะปรับแต่งไฟน์จูนให้ตามความเหมาะสม จากนั้นก็ท่องโลกแห่งเพลงกันเลย ผ่านคลังเพลงเซิฟเวอร์NAS, ไฟล์เพลงจากสมาร์ทโฟน หรือบริการสตรีมมิ่ง Tidal สำหรับใครที่อยากฟัง Tidal อย่าลืมปรับคุณภาพเสียงให้เป็นระดับ Hi-Fi

เลือกปรับแต่งได้ค่อนข้างลึกและทั่วถึง ใช้งานได้ไม่ยากเย็น
Sound – เสียง
มาถึงเรื่องของเสียงกันแล้ว อุปกรณ์ที่ใช้ทดสอบจะใช้สายสัญญาณ CAT6 ที่ให้มาในชุด ยกเว้นสายไฟที่เป็นของ Velocita รุ่น Siena V เพื่อช่วยขจัดสากเสี้ยนจากไฟสกปรก สร้างแบ็คกราวน์ที่เงียบสงัด ยิ่งเป็นลำโพงแอคทีฟ ยิ่งต้องการไฟที่เสถียร นับว่าเป็นอีกจุดหนึ่งที่ต้องชมของลำโพงรุ่นนี้ ที่รองรับสายไฟ IEC เอื้อต่อการอัพเกรด
เริ่มต้นทำการทดสอบด้วยการสตรีมมิ่ง Tidal ก่อนเลย ด้วยคุณภาพเสียงระดับ Hi-Fi ทันทีที่สตรีมก็พบกับความประทับใจแรก อยู่ที่ความรวดเร็วในการสตรีมของแอพฯ ให้ความรวดเร็วทันใจไม่ต่างกับการใช้งานผ่าน Bluetooth ให้ความต่อเนื่องในการฟัง (อินเทอร์เน็ตเองก็ต้องมีความเร็วระดับหนึ่งด้วย) ไม่มีอาการดีเลย์หรือค้างให้เห็น
เพลงที่ใช้ทดสอบนั้นมีหลากหลายแนวเลย ขอยกตัวอย่างที่เห็นชัดเจนเลยคือเพลง That”s Was i Like ของศิลปิน Bruno Mars เป็นเพลงที่มีความไฮบริด ผสมผสานกันระหว่าง Jazz และ R&B ขึ้นต้นเพลงด้วยเบสที่สดเด้งกับเสียงคีย์บอร์ดนุ่มๆ แค่อินโทรก็ต้องยิ้มแล้ว เพราะ LS50 Wireless ตอบสนองได้อย่างคมชัดเป็นลูกๆ

ไม่ใช่แค่แนวนี้ แนวเพลงอื่นๆ อย่างร็อก เมทัล หรือแม้แต่เพลงลูกทุ่ง LS50 Wireless ก็สามารถถ่ายทอดอารมณ์เพลงออกมาได้เสนาะหู คมชัดสะอาด ไม่รกรุงรัง หรือสร้างความอึดอัดขุ่นเคืองระคายหูเลยสักนิด
มาขยี้กันต่อด้วยเสียงร้องของ Bruno Mars ที่ปลายเสียงมีความแผดเล็กน้อยเวลาเน้นอารมณ์เพลง เป็นเอกลักษณ์ของเขาเลย ลำโพงรุ่นนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง มีความเป็นมอนิเตอร์สูงมาก ถ่ายทอดเสียงกลางได้คม ชัดเจน เสียงร้องลอยออกมาแบบเนื้อๆ ไม่ได้กลืนหายไปกับดนตรี ภาคดนตรีก็ไม่ได้บางหรือตีกันมั่ว ให้ไดนามิคได้เยี่ยม รับรู้ถึงทิศทางและเสียงเครื่องดนตรีแต่ละตัว มีความเป็นธรรมชาติสมจริง ให้เสียงที่เป็นกลาง ไม่เทน้ำหนักไปแนวเสียงด้านไหนด้านหนึ่ง ใครที่ชอบสไตล์เสียงแบบสมจริงต้องฟินกันแน่นอน
แต่ก็ใช่ว่าลำโพงที่ให้ความเป็นกลางสูงเช่นนี้ จะสร้างความฟินได้เสมอไป เมื่อลองสลับมาฟังเพลงความละเอียดตั้งแต่ Lossless ไล่มาจน Lossy ตรงจุดนี้เห็นความแตกต่างของเสียงอย่างเห็นได้ชัด เป็นการเบิกโสตที่แท้จริง! (ใครที่แยกเสียงของไฟล์ที่มีความละเอียดต่างกันไม่ออก แนะนำให้ลำโพงหรือหูฟังมอนิเตอร์ที่ให้ความเป็นกลางสูงมาลองทดสอบกันดู) เพราะเสียงที่ได้จากความละเอียดต่ำนั้น จะเผยความ เละ ของย่านเสียงที่หายไปจากไฟล์เหล่านั้นออกมาอย่างชัดเจน ลำโพงนี้จึงไม่เหมาะที่จะฟังกับความละเอียดต่ำเท่าไรนัก
ทดสอบกันต่อด้วยการเชื่อมต่อเข้ากับทีวีบ้าง จากการเล่นแผ่น Blu-ray ต่อเข้าทีวีแล้วบิตสตรีมต่อมายัง LS50 Wireless ใช้แผ่นคอนเสิร์ต “Robbie Williams live at Royal Albert Hall 2001” นอกจากเสียงร้องของ Robbie Williams แล้ว ความโดดเด่นยังอยู่ที่เครื่องเป่าทองเหลือง ซึ่งลำโพงรุ่นนี้ก็ยังรักษาความดีงามเอาไว้อยู่ ไม่อูมหรือแปร๋นจนเกินงาม คงคาแร็กเตอร์ของเครื่องเป่าทองเหลืองเอาไว้ ด้านความสมดุลย์และความกว้างของเวทีเสียงก็ได้อรรถรสยอดเยี่ยม ให้ความกว้างลึกมีมิติ ฟังเพลินกันถ้วนหน้า
ลำพังเสียงเบสที่ได้จาก LS50 Wireless ก็เพียงพอจนถึงเหมาะสมต่อการฟังเพลงอยู่แล้ว แต่หากต้องการดูหนัง อยากได้ความกระแทกกระทั้นมากขึ้น ตัวลำโพงก็มีช่องต่อเอ๊าท์พุตไปซับวูฟเฟอร์ พร้อมปรับจูน เลือกระดับจุดตัดย่านความถี่ได้ด้วยตัวเองผ่านแอพฯ รวมถึงการเลือกปิด/เปิดใช้งานซับวูฟเฟอร์ โดยไม่ต้องถอดสายที่ตัวลำโพงให้ยุ่งยาก

ขจัดปัญหาเรื่องเบสบางที่มักพบในลำโพงแอคทีฟ ด้วยกำลังขับย่านกลาง/ต่ำขนาด 200W ถูกใจชาว Bass Lover ได้สบายๆ
ปิดท้ายการทดสอบเสียงด้วยการฟังแผ่นไวนิล เชื่อมต่อผ่านช่องอะนาล็อก RCA ซึ่งคอนเท็นต์ประเภทไวนิลนั้น มีจุดเด่นที่ความหวานนุ่มกลมกล่อมจากอะนาล็อก เป็นการท้าทาย LS50 Wireless ที่เป็นดิจิตอลเต็มตัว หลังจากได้ฟังอัลบั้มบันทึกการแสดงสดของ Norah Jones ไปเรียบร้อย พบว่าเสียงที่ได้ ให้อารมณ์ใกล้เคียงลำโพง Passive เลยทีเดียว
ระบบ DSP ของลำโพงไม่ทำให้ผิดหวัง ทำการประมวลผลและถ่ายทอดเสียงได้แบบกลมกล่อม ราวกับลำโพง Passive จากที่ก่อนฟังคิดไว้ว่าต้องกระโชกโฮกฮากดุดันตามสไตล์ลำโพงแอคทีฟ รักษามนต์ขลังของแผ่นไวนิลได้อย่างดี แต่จุดสังเกตที่สัมผัสได้คือรายละเอียดในเรื่องของบรรยากาศเสียงและไดนามิค ที่ LS50 Wireless ให้ได้มากกว่ารุ่นเก่า ให้ความชัดเจนเป็นกลาง เข้าถึงได้ง่ายทั้งมือใหม่และสาย Audiophile

เครื่องเล่นไวนิลที่ใช้ทดสอบคือ Thorens รุ่น TD 240-2 และ Phono จาก Thorens เช่นกัน รุ่น MM 005
Conclusion – สรุป
บางท่านอาจคิดว่า LS50 กับ LS50 Wireless โครงสร้างและชนิดดอกลำโพงของทั้งคู่แทบจะเหมือนกัน 100% คุณภาพเสียงคงไม่ต่างกันมากเท่าไร แต่จริงแล้วความต่างนั้นมาจากแหล่งขับ ซึ่ง LS50 ต้องอาศัยแหล่งขับจากแอมป์ รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อถ่ายทอดเสียง กลับกัน LS50 Wireless นั้นเป็น All in One ที่รวมสิ่งเหล่านี้เอาไว้หมดแล้ว แอมป์ที่บิลต์อินมาก็ถูกออกแบบมาเพื่อการทำงานที่สัมพันธ์กับโครงสร้างและดอกลำโพง ถ่ายทอดเสียงตามที่ KEF ต้องการ
หากเทียบราคาระหว่างรุ่นใหม่และรุ่นเก่า ช่องว่างความต่างด้านราคาก็นับว่าสูงอยู่ เพียงพอที่จะสู้ชุดอินทิเกรทมาคู่กับ LS50 ซึ่งนี่ก็เป็นข้อดีอีกอย่างของความเป็น All in One เพราะผู้ใช้งานไม่ต้องหาซื้อมาเพิ่มเติมให้วุ่นวาย หนำซ้ำอาจเกินงบที่ตั้งไว้ กว่าจะเจอซิสเต็มที่เข้าคู่กันจนถูกหูถูกใจผู้ใช้งาน
KEF LS50 Wireless จึงเป็นลำโพงที่เข้าถึงได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นผู้เริ่มต้น ผู้ฟังที่มีประสบการณ์ด้านเครื่องเสียง หรือระดับมืออาชีพ จากเอกลักษณ์เสียงที่เน้นให้ความเที่ยงตรงสูง เป็นกลาง ธรรมชาติสมจริง ให้สมดุลย์ที่ดีในทุกๆ ย่านเสียง ทั้งยังมีฟีเจอร์ใช้งานเท่าทันยุคสมัย ในระดับ Hi-Res อีกด้วย ซึ่งเร็วๆ นี้ก็เตรียมเพิ่มการรองรับบริการสตรีมมิ่งอย่าง Spotify เข้าไป ทวีความคุ้มค่ามากขึ้น

ข้อดีของ KEF LS50 Wireless
1. เป็นลำโพงแอคทีฟที่มีคุณสมบัติ All in One ย่อทั้งซิสเต็มเอาไว้
2. รองรับการเชื่อมต่อไร้สายทั้งจาก Bluetooth และ Wi-Fi ใช้งานผ่านแอพฯ ได้ ช่องต่อครบครัน
3. ให้สมดุลย์เสียงอย่างยอดเยี่ยม มีเวทีเสียงที่กว้าง เสียงเป็นกลางสมจริง
4. ตัวลำโพงมีความสวยงามโดดเด่น ประดุจเฟอร์นิเจอร์
ข้อเสียของ KEF LS50 Wireless
1. ช่วงราคาทิ้งห่างจากรุ่นก่อนหน้าค่อนข้างสูง
2. ยังรองรับบริการสตรีมมิ่งน้อย
สนใจสินค้าติดต่อ บริษัท โฮม ไฮ ไฟ จำกัด สำนักงานใหญ่และศูนย์บริการ (ตรงข้ามสายใต้ใหม่): 284, 286 ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170
Tel. 02-448-5489, 448-5465-6 Fax. 02-408-8172
www.facebook.com/soundrepublic.th