Skip to content
|

รีวิว LG 48C1 OLED TV ไซส์เล็ก ภาพจัดเต็ม ตอบโจทย์การเล่นเกมทุกรูปแบบ!!

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 12 Jul 2021 0 comments

หลังจากที่ LG วางขาย OLED TV ขนาด 48” รุ่นก่อนหน้าอย่าง CX ออกมาแล้ว ปรากฏว่าผลตอบรับออกมาดี และตอบโจทย์สำหรับคอเกม ที่ต้องการทีวีไซส์ขนาดกำลังพอดีกับชั้นวาง รวมถึงภาพ และฟีเจอร์ที่จัดเต็มสำหรับการเล่นเกมทุกรูปแบบ ทำให้ LG ส่งทายาทอย่าง 48C1 มาลุยตลาดในปี 2021 ซึ่งในรีวิวนี้ผมจะเน้นการทดสอบและรีวิวไปในทางเล่นเกมเป็นส่วนใหญ่ครับ

สเปคเบื้องต้นของ LG OLED48C1

  • หน้าจอขนาด 48″  
  • ความละเอียด 4K (3840 x 2160) รองรับ HDR10, Dolby Vision, HLG
  • Refresh Rate 120Hz ( VRR , G-SYNC , FreeSync )
  • พาเนล OLED
  • สมาร์ททีวี webOS 6.0
  • กำลังขับลำโพง 40W 2.2 ch  รองรับสัญญาณเสียง Dolby Atmos (eARC)

Design – การออกแบบ

ดีไซน์ตัวทีวีโดยรวมยังคงออกมาในแบบฉบับของ LG OLED ในรุ่นที่ผ่านๆ มาเน้นความเรียบหรู ขอบจอบาง ตัวทีวีรวมฐานตั้งแล้วมีขนาดอยู่ที่ 42.2″ x 25.6″ x 9.9″ (กว้าง X สูง X ลึก) ในขนาด 48” ถือว่าใช้วางบนชั้นวางขนาดเล็กหรือได้กลางพอดี

ฐานตั้งดีไซน์มีความคล้ายคลึงกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง CX แต่สำหรับ C1 มีการปรับเปลี่ยนฐานตั้งด้านหน้าให้ดูกว้างขึ้นและใช้วัสดุเป็นโลหะเทาสีเงิน พื้นผิวแบบโลหะขัด

วัสดุฐานตั้งเป็นโลหะเทาสีเงิน ดูพรีเมียม มีโลโก้ LG OLED ที่มุมขวาด้วยด้านข้างตัวจอมีความบางเฉียบสไตล์พาแนล OLED

Magic Remote ในปีนี้มีการปรับเปลี่ยนหน้าตาใหม่ มีปุ่มช็อตคัตแอปฯ เพิ่มขึ้น การจัดวางปุ่มใช้งานง่าย และจับกระชับมือมากขึ้นกว่ารุ่นก่อน

Connectivity – ช่องต่อ

HDMI มีด้วยกัน 4 ช่องเป็นเวอร์ชัน 2.1 ทั้งหมด โดยที่ช่อง 2 จะรองรับ eARC/ARC ส่วนด้านหลังจะมีช่องสัญญาณแบบอื่นไว้รองรับสำหรับอุปกรณ์ยุคก่อนเช่น Optical, LAN, Headphone, เสาอากาศทีวีดิจิตอล แต่ต้องบอกว่าในรุ่นนี้จะไม่มีช่องสัญญาณ AV In แล้วการใช้งาน HDMI 2.1 แบบเต็มประสิทธิภาพนั้นจะต้องไปเปิดฟังก์ชัน HDMI Ultra HD Deep Color ก่อน เพื่อให้ตัวทีวีแสดงผลภาพแบบ 4K@120Hz ได้ด้านหลังต้องบอกว่าในรุ่นนี้จะไม่มีช่องสัญญาณ AV In แล้ว

ช่องต่อทั้งหมดของ LG OLED48C1  

HDMI™ In  3 (ด้านข้าง), 1 (ด้านหลัง) เป็น HDMI 2.1 ทั้งหมด (4K@120Hz) โดย HDMI eARC/ARC จะอยู่ที่ช่อง 2
USB 1 (ด้านข้าง), 2 (ด้านหลัง)
Ethernet 1 (ด้านหลัง) พร้อม Wi-Fi Built-In
Antenna In 1 (ด้านหลัง) 
Digital Audio Out 1 (Optical ด้านหลัง)
Audio/Headphone Out 1 (Mini Jack ด้านหลัง)
Bluetooth

Version 5.0

 

Extra – เพิ่มเติม

ระบบปฏิบัติการ Smart TV ของ LG 48C1 เป็น webOS 6.0 เวอร์ชันใหม่ มีการปรับเปลี่ยนหน้าตายกเครื่องใหม่หมด จาก User Interface เดิมที่เป็นแถบเมนูบาร์ขึ้นมาด้านล่างของหน้าจอ เวอร์ชันนี้ได้เปลี่ยนการแสดงผลแบบเต็มหน้าจอแทนแล้ว มีหน้าต่าง Widget แสดงสภาพอากาศ รวมไปถึงแถบเมนูแอปฯ ที่เราติดตั้งไว้ขึ้นมาแสดงอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมียังมีการคัดเลือกคอนเทนต์ที่น่าสนใจของแต่ละแอปฯ ขึ้นมาแสดงให้เราเลือกรับชมอีกด้วย

User Interface แบบใหม่บนระบบปฏิบัติการ webOS 6.0

ฟังก์ชันเด่นอย่าง ThinQ AI ที่สามารถสั่งงานด้วยคำสั่งเสียงเหมือนรุ่นก่อนๆ ก็ยังใช้งานได้ดีเหมือนเคย แต่พิเศษในปีนี้ คือคาดว่าตัวทีวีของทาง LG นั้นจะรองรับการใช้งาน Google Assisant ได้ เพียงแต่ต้องรอการอัปเดตเฟิร์มแวร์ก่อน เพราะจากที่ลองทดสอบฟังก์ชันนี้ดู ยังไม่เปิดให้ใช้งานได้ในประเทศไทย

พูดสั่งงานต่างๆ ด้วยเสียงของเราลงไปได้เลยMagic Mouse มีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยทำให้ดูมินิมอลมากยิ่งขึ้น แต่ยังคงความใช้งานง่ายและแม่นยำตามสไตล์ LG

สำหรับแอปฯ รับชมหนังหรือซีรีส์พื้นฐานทั่วไปทาง LG เค้าก็ให้มาครบหมดไม่ว่าจะเป็น Netflix, Youtube, Amazon Prime, Apple TV, HBO Go, Viu รวมไปถึงแอปฯ ที่รวบรวมเหล่าสตรีมเมอร์สายเกมชื่อดังทั้งหลายทั่วโลกอย่าง Twitch ก็สามารถรับชมผ่านทีวีได้เช่นกัน

Netflix รองรับมาตรฐานภาพ และเสียงทั้ง Dolby Vision และ Dolby Atmos (DD+)Apple TV บนทีวี LG ก็ถือว่าเป็นเจ้าเดียวในตอนนี้ที่รองรับระบบเสียง Dolby Atmos (DD+)อยากเล่นเกมมือถือบนทีวีจอใหญ่แบบนี้ก็ทำได้ผ่าน Airplay

Picture – ภาพ

ชิปประมวลผลบน 4K OLED TV ของทาง LG ในปี 2021 นี้ถูกเปลี่ยนมาใช้เป็น α9 Gen 4 ขับประสิทธิภาพ และการแสดงผลภาพควบคู่กับพาแนลหน้าจอที่ OLED ที่มีจุดเด่นในเรื่องของความดำที่สนิท และคอนทราสต์ที่สูงเนื่องจากตัวเม็ดพิกเซลสามารถกำเนิดแสงได้ด้วยตัวเอง ทำให้ภาพจากคอนเทนต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์หรือเกมนั้น ออกมาคมชัด และมีสีที่สดอิ่มตามแบบฉบับที่ควรจะเป็นสำหรับจอประเภทนี้

ความละเอียดของ LG 48C1 อยู่ที่ 4K (3840×2160) 120Hz รองรับมาตรฐาน HDR ทั้ง 3 รูปแบบ Dolby Vision, HDR10 และ HLG เมื่อรับชมกับคอนเทนต์ที่รองรับจะช่วยให้ความเปรียบต่างของแสงเงาภายในภาพยนตร์นั้นดูสมจริงยิ่งขึ้น ในรุ่น 2021 LG 48C1 นั้นสามารถรองรับการเล่นเกมแบบ 4K@120Hz Dolby Vision ได้แต่ต้องอัปเวตเฟิร์มแวร์ตัวทีวีให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดก่อนเฟิร์มแวร์ปัจจุบัน ณ เวลาที่ทดสอบรองรับ 4K 120Hz Dolby Vision ได้แล้วโดยทีมงานใช้เครื่องมือปรับภาพระดับมาตรฐานสูงในการปรับภาพและวัดค่าภาพ

ตามค่ามาตรฐานที่บ่งบอกว่าทีวีนั้นมีคุณภาพของภาพที่ดีนั้นจะต้องมีค่า Δ<2.0 (Δ=ค่า DeltaE) ซึ่งจากโหมดภาพโรงงานของ LG 48C1 ที่ให้ที่ให้มาตั้งแต่แรกก่อนทีมงาน Calibrate นั้น ในโหมดภาพ FILMMAKER MODE มีค่า (Avg DeltaE = 2.6 ) เท่านั้นถือว่าทำได้ดีมาก ซื้อทีวีมาปุ๊บ เลือกโหมดนี้แล้วใช้งานได้ทันที สำหรับการรับชมแบบ SDR และ HDR จากโหมดภาพทั้ง 9 โหมดจะเห็นว่า FILMMAKER MODE มีความเที่ยงตรงที่สุด

Pre-Calibration HDR


Post-Calibration HDR

ภาพตัวอย่างจากการเลือกใช้โหมด FILMMAKER MODE
Pre-Calibration SDR


Post-Calibration SDR

หลังจากทำการ Calibrate ภาพแล้วทั้งโหมด SDR และ HDR ค่า Δ (DeltaE) ลดลงเหลือเพียง 1.1 เท่านั้นสำหรับโหมด SDR และในโหมด HDR ค่า Δ (DeltaE) เหลือเพียง 0.9 ทำให้สีสันดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นจากเดิมและทำให้ความถูกต้องของสีใกล้เคียงมาตรฐานมากขึ้นไปอีกจากเดิมที่ทำได้ดีอยู่แล้ว สำหรับ Peak Brightness โหมด FILMMAKER MODE ทำได้ประมาณ 671 nits โหมดภาพ Vivid ทำ Peak Brightness ได้สูงที่สุดอยู่ที่ 696 nits และมีค่าขอบเขตสีอยู่ที่ 98.19% ของ DCI-P3 ถือว่าเป็นทีวีที่มีมาตรฐานภาพดีทั้ง SDR และ HDR และยังมีความสว่างสูงสุดที่มากกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่าง 48CX อีกด้วย

*แต่หากรู้สึกความสว่างของภาพในการรับชมคอนเทนต์ที่เป็น SDR นั้นน้อยเกินไปอยากได้สว่างมาขึ้นอีกซักนิด ผมแนะนำว่าให้ใช้โหมด ISF Expert Bright Room แทนได้โหมดภาพนี้ยังคงให้ความเที่ยงตรงของแสงสีที่ใกล้เคียงกับ FILMMAKER MODE อยู่แต่จะได้ความสว่างเพิ่มขึ้นมา

ส่วนโหมดภาพสำหรับคอนเทนต์ที่เป็น Dolby Vision นั้นโหมดภาพที่แนะนำคือ Dolby Vision Dark จะให้สมดุลของแสงสีนั้นดีที่สุดและเมื่อรับชมได้ทุกสภาพแสงครับภาพมีความเป็นธรรมชาติ ดูสบายตา

Game Mode –  การเล่นเกม

มาถึงจุดที่ผมถนัดและเชี่ยวชาญมากที่สุดในรีวิวนี้ก็คือการทดสอบเล่นเกมนั่นเอง ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนเลยว่า LG 48C1 รุ่นนี้ก็ยังเป็นทีวีที่มีฟีเจอร์การใช้งานที่รองรับการใช้งานกับเครื่องเกมทุกประเภทไม่ว่าจะเป็น PS5, Xbox Series X รวมไปถึง PC สามารถนำมาเล่นกับทีวีรุ่นนี้ และดึงประสิทธิภาพออกมาจากน่าประทับใจ ทั้งการรองรับความละเอียดภาพ 4K@120Hz และเทคโนโลยี VRR ( Variable Refresh Rate ) ทั้ง 2 รูปแบบไม่ว่าจะเป็น G-SYNC Compatible และ FreeSync Premium

นอกจากนี้ LG OLED48C1 ยังรองรับ ALLM (Auto Low Latency Mode) เมื่อเราเปิดใช้งานเครื่องเกมตัวทีวีจะเข้าสู่ Game Mode ให้แบบอัตโนมัติซึ่งจะส่งผลให้การตอนสนองในการเล่นเกมของเรานั้นดียิ่งขึ้น โดยค่า Input Lag ที่ทางทีมงานวัดได้อยู่ที่ 12.4 ms สำหรับการใช้งานแบบ 4K@60Hz

พิเศษในปีนี้ทาง LG ได้ใส่โหมดภาพใหม่ล่าสุดเข้ามาคือ Game Optimizer เป็นหมวดหมู่สำหรับใช้ในการตั้งค่าเล่นเกมโดยเฉพาะ เราต้องเชื่อมต่อเครื่องเกมเข้าไปก่อน ถึงจะสามารถปรับตั้งค่าภาพภายในเกมผ่านหน้าต่างนี้ได้ ยกตัวอย่างเช่น Black Stabilizer ที่ช่วยเพิ่มความสว่างของจุดที่มืดหรือดำจมภายในเกมให้มองเห็นจัดเจนยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มความได้เปรียบสำหรับเกมแนวผีหรือ Survivel Horror ต่างๆ เป็นฟังก์ชันที่สามารถประยุกต์ใช้กับการเล่นเกมได้จริง และเรายังสามารถเปิดฟังก์ชัน FreeSync หรือ G-SYNC ได้ที่หน้าต่างนี้ได้อีกด้วยครับมี Game Bar สามารถเช็คข้อมูลหรือเข้าไปตั้ง Game Optimizerโหมดภาพสำหรับเกมบนทีวี LG ในปีนี้สามารถเลือกใช้ได้ทั้งหมด 4 รูปแบบผ่าน Game Optimizer | Standard Mode, FPS , RPG, RTS

ส่วนใครที่เน้นใช้งาน LG 48C1 รุ่นนี้กับการเล่นเกมเป็นหลักแนะนำให้ปรับ HDR Tone Mapping เป็น HGiG ไว้ด้วยจะช่วยให้การแสดงผล HDR จากเครื่องเกมนั้นทำได้ดียิ่งขึ้น และสุดท้ายถือว่าเป็นฟังก์ชันที่ช่วยให้การตอบสนองของทีวีจากเดิมที่ว่าทำได้เร็วอยู่แล้วนั้น เร็วขึ้นไปได้อีกคือ Prevent Input Delay (Input Lag) ยังไงก็ลองเปิดใช้งานกันดู ถือว่ารุ่นใหม่นี้มีอะไรให้ปรับใช้ได้เยอะมาก

ภาพจากการเล่นเกมบนจอ OLED แบบ 4K@120Hz ไหลลื่นเพลินตาสุดๆถือว่าเล่นเกมได้ทุกรูปแบบ ปรับเปลี่ยนการตั้งค่าได้สะดวกตามความต้องการ

Sound – เสียง

จากสเปคเบื้องต้นที่ได้บอกก่อนหน้านี้ LG 48C1 นั้นมีกำลังขับลำโพงอยู่ที่ 40 watts 2.2 ch คุณภาพ และเนื้อเสียงที่ได้ถือว่าน่าประทับใจ เนื้อเสียงมีน้ำหนัก เบสไม่หนาจนเกินไป เสียงกลางเวลารับชมภาพยนตร์หรือรายการทีวีที่มีบทสนทนาพูดเยอะๆ นั้นถ่ายทอดออกมาได้ชัดเจน หากใครต้องการอัพเกรดคุณภาพเสียงที่ดีกว่านี้ จำเป็นต้องมองหาลำโพงหรือซาวด์บาร์ที่อยู่ในระดับกลางค่อนสูงขึ้นไปถึงจะได้คุณภาพของเสียงที่ดีกว่าลำโพงที่ติดมากับทีวีเสียงลำโพงทีวีถือว่าคุณภาพใช้ได้เลย เสียงแน่นมีน้ำหนักใช้งานได้จริง

LG 48C1 สามารถรองรับการถอดรหัสเสียง Dolby Atmos ผ่าน eARC ได้ที่ช่อง HDMI 2 โดยเราสามารถเข้าไปเปิดการใช้ได้ผ่านเมนู Sound > Advanced Setting > eARC Support

อย่าลืมเข้าไปเปิดการทำงานของ eARC ก่อน

โหมดเสียงสำหรับ 48C1 ถือว่ามีหลากหลายมาก โดยในปีนี้ มีการเพิ่มโหมดเสียงสำหรับเกมโดยเฉพาะมาให้ด้วยคือ AI Game Sound จะช่วยเพิ่มความแผ่กว้างของทิศทางของเสียงภายในเกมให้ชัดเจนขึ้น ซึ่งจะอยู่ในเมนู Game Optimizer

Conclusion – สรุป

ถือว่า LG 48C1 ตัวนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการทีวีที่มีขนาดกำลังพอกับชั้นวาง หรือโต๊ะของเรา จัดเป็นทีวีที่ให้ภาพดำสนิท และสีสันที่โดดเด่น ตามแบบฉบับของทีวี OLED อีกทั้งยังรองรับความละเอียดภาพแบบ 4K@120Hz จัดเต็มไปด้วยฟังก์ชันสำหรับคอเกมไม่ว่าจะเป็นการรองรับ VRR ทุกรูปแบบ และสุดท้ายคือรองรับมาตรฐานภาพ และเสียงในปัจจุบันได้แบบครบถ้วน ผมเชื่อว่าไม่น่ามีเหตุผลไหนที่จะไม่เลือก LG 48C1 ตัวนี้ครับ

ข้อดีของ LG OLED48C1

1. เป็นทีวีขนาด 48” ที่มีมาตรฐานภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ดีอีก 1 รุ่น
2. มี HDMI 2.1 ทั้ง 4 ช่อง รองรับ 4K@120Hz HDR, Variable Refresh Rate (VRR), Auto Low Latency Mode (ALLM) และ eARC 1 ช่อง
3. โหมดภาพ Filmmaker Mode สมดุลสีใกล้เคียงมาตรฐาน แกะกล่องใช้ได้เลย
4. ลำโพงเนื้อเสียงดี ใช้แทนซาวด์บาร์รุ่นเริ่มต้นได้
5. Magic Remote จับถนัดมือมากขึ้น และมีปุ่มช๊อตคัทต์แอปฯ เยอะขึ้น

ข้อเสียของ LG OLED48C1

1. การใช้งานเป็นมอนิเตอร์ ต้องระวังเรื่องการเปิดภาพนิ่งค้างเป็นเวลานาน 
2. ไม่มีช่อง AV In แล้ว
3. Google Assistant ยังไม่สามารถใช้งานได้ในเวลานี้ต้องรอเฟิร์มแวร์อัปเดตในอนาคต

หมายเหตุ : มาตรฐานคะแนนปี 2021

ราคาเปิดตัว LG OLED48C1
48″ 49,990 บาท
55″ 74,990 บาท
65″ 109,990 บาท
77″ 149,990 บาท

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้