Skip to content
|

รีวิว Tannoy Eclipse ชุดลำโพงโฮมเธียเตอร์ราคาประหยัด แต่คุณภาพโดนใจ!

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 28 Jan 2022 0 comments

หากพูดถึงลำโพงจากแบรดน์ Tannoy จากประเทศอังกฤษแล้วน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก เพราะว่าแบรนด์นี้เองถือว่าเป็นที่ขึ้นชื่อในกลุ่มของนักเล่นเครื่องเสียงเลยก็ว่าได้ ซึ่ง Tannoy เองก็มีลำโพงหลากหลายซีรีย์หลากหลายรุ่นให้ได้เลือกใช้งานตามความเหมาะสมและกำลังทรัพย์ของผู้เล่นแต่ละคน

Tannoy Eclipse เป็นลำโพงอีกหนึ่งซีรีย์ที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย เหมาะสำหรับท่านที่กำลังเริ่มต้นหรือกำลังมองหาลำโพงที่มีราคาไม่สูงมากนักมาใช้งานร่วมกับชุดเครื่องเสียงที่ตนมีอยู่ โดย Tannoy Eclipse จะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 รุ่นคือ Eclipse One, Eclipse Two, Eclipse Three, Eclipse Mini และ Eclipse Center ซึ่งในวันนี้เราจะนำมารีวิวให้คุณผู้อ่านได้รู้จักกันคือรุ่น Eclipse Three, Eclipse One และ Eclipse Center ที่ค่อนข้างจะเหมาะที่สุดเมื่อนำมาจัดเข้ารวมเป็นชุดเดียวกัน

ราคาของ Tannoy Eclipse ทั้ง 3 รุ่นที่นำมารีวิวจะมีรายละเอียดดังนี้
Tannoy Eclipse Center (Black Oak) ราคา 9,900 บาท
Tannoy Eclipse One (Black Oak) ราคา 9,900 บาท/คู่
Tannoy Eclipse Three (Black Oak) ราคา 19,900 บาท/คู่

และในรีวิวนี้กระผมได้เลือกใช้ลำโพงของซับวูฟเฟอร์ Tannoy รุ่น TS2.10 Subwoofer มาเข้าเช็ตกับลำโพงชุดนี้ด้วย ซึ่งจะมีราคาอยู่ที่ 41,900 บาท

Design – การออกแบบ

หลังจากที่ได้พาคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักกับลำโพงของ Tannoy ทั้ง 3 รุ่นในซีรีย์ Eclipse กันไปแล้ว ก่อนที่เราจะได้ไปทดสอบคุณภาพของเสียงกันต้องมาไล่ดูกันที่งานดีไซน์ของลำโพงแต่ละรุ่นกันเสียก่อนว่ามันจะมีหน้าตาดูดีสมกับความเป็น Tannoy หรือไม่? ซึ่งลำโพงในซีรีย์ Eclipse นี้จะมาพร้อมกับงานดีไซน์เรียบๆ สไตล์เมืองผู้ดีอังกฤษ แต่ภายใต้ความเรียบหรูนี้ทาง Tannoy เองย่อมต้องแฝงความตื่นเต้นอันเร้าใจของพลังเสียงไว้อย่างแน่นอน

สำหรับลำโพงคู่แรกที่เราจะมาเริ่มลงรายละเอียดของรูปร่างและหน้ากันก่อนนั้นจะเป็นลำโพงแบบตั้งพื้น (Floorstand Speaker) รุ่น Eclipse Three หรือจะเรียกว่าเป็นพระเอกรีวิวนี้เลยก็ว่าได้ เพราะเจ้าลำโพงคู่นี้จะเป็นลำโพงคู่หลักที่จะคอยถ่ายทอดเสียงที่ถูกส่งผ่านออกมาจากเครื่อง AV Receiver และแผ่น CD หรือ Blu-ray ที่เราจะนำมาเปิดทดสอบกัน

Tannoy รุ่น Eclipse Three เป็นลำโพงตั้งพื้นที่มาพร้อมกับฐานตั้งและสไปค์ (Spike) สำหรับวางลำโพงให้มีความมันคงมากยิ่งขึ้น

Eclipse Three เป็นลำโพงแบบตั้งพื้นที่ได้รับการออกแบบให้มีความเคร่งครึมและไม่ได้เน้นความเว้อวังอลังการมากนัก แต่วัสดุที่นำมาประกอบเป็นลำโพงชุดนี้ก็ยังเต็มไปด้วยความพิถีพิถันในการเลือกใช้เนื้อไม้ทางวิศวกรรม หรือไฟเบอร์บอร์ด (Fibreboard) ที่ขึ้นรูปมาจากเส้นใยของเนื้อไม้ ซึ่งมีความละเอียดมากๆ นำมาอัดแน่นจนได้แผ่นไม้ที่มีความหนาแน่นสูงแล้วจึงนำมาประกอบเป็นตู้ลำโพงอย่างที่เราได้เห็นกันนี่แหละ

ส่วนตัวไดร์เวอร์ที่ถูกติดตั้งมาให้นั้นจะใช้ไดร์เวอร์แบบ Mid Bass ขนาด 5 นิ้วมากถึง 2 ไดร์เวอร์ 
และเสริมเข้ากับไดร์เวอร์ทวีตเตอร์ขนาด 1.1 นิ้วอีก 1 ไดร์เวอร์

โดยตัวของไดร์เวอร์ Mid Bass จะถูกติดตั้งมาบนลำโพงของ Tannoy ในซีรีย์ Eclipse นี้ทั้งหมดจะถูกถักทอขึ้นรูปมาจากเยื่อกระดาษอย่างพิถีพิถัน ส่วนตัวไดร์เวอร์ทวีตเตอร์จะถูกขึ้นรูปจากวัสดุที่เป็น Nitro-urethane และโพลีเอสเตอร์ที่ทำงานร่วมกับระบบแม่เหล็กแบบ Neodymium magnet

ทั้งนี้เจ้า Eclipse Three ยังสามารถให้กำลังขับได้สูงถึง 240 วัตต์ต่อคู่กันเลยทีเดียว ในส่วนของการรองรับความต้านทานจะอยู่ที่ 8 โอห์ม ด้วยโครงสร้างของไดร์เวอร์และตัวตู้ลำโพงทำให้รองรับการถ่ายทอดเสียงในย่านความถี่ตั้งแต่ 38 Hz ไปจนถึง 32 kHz กันเลยทีเดียว

ในส่วนของลำโพงเซ็นเตอร์จะเป็น Tannoy รุ่น Eclipse Center ที่มาพร้อมกับไดร์เวอร์แบบ Mid Bass ขนาด 4 นิ้วจำนวน 2 ไดร์เวอร์ 
และมีไดร์เวอร์ทวีตเตอร์ขนาด 1.1 นิ้วที่จะมาช่วยคอยเสริมเสียงในย่านความถี่สูงอีก 1 ไดร์เวอร์

Eclipse Center เป็นลำโพงเซ็นเตอร์ที่มีกำลังขับสูงสุดที่ 180 วัตต์ และสามารตอบสนองเสียงได้ตั้งแต่ย่านความถี่ 67 Hz ไปจนถึง 32 kHz เลยนะ ส่วนของการรองรับความต้านทานจะอยู่ที่ 8 โอห์ม ซึ่งหากนำมาใช้สำหรับรับชมภาพยนตร์ก็น่าจะให้เสียงสนทนาของตัวละครได้ชัดแจ๋วแน่ๆ

หน้าลำโพงแบบ Bookshelf ที่ทำหน้าที่ในการถ่ายทอดเสียงเซอร์ราวด์ให้โอบล้อมทางด้านหลัง ภายในชุดนี้จะใช้เป็น Tannoy รุ่น Eclipse One ที่มีหน้าตาอันเคร่งครึมด้วยการใช้ไม้ปิดผิววีเนียร์ลวดลายไม้โอ๊คสีดำ จึงทำให้บริเวณกรอบของไดร์เวอร์ลำโพงที่เป็นสีบอร์นเงินมีความเด่นอย่างเห็นได้ชัด

โดยวัสดุที่ใช้ประกอบตู้ลำโพงจนเป็นรูปเป็นร่างของเจ้า Eclipse One รวมทั้ง Eclipse Center และ Eclipse Three อย่างที่เราเห็นกันนี้ล้วนแล้วทำมาจากไฟเบอร์บอร์ด (Fibreboard) ที่ไม่ใช้ไม้อัดธรรมดาๆ เหมือนลำโพงทั่วไป แต่ว่ามันเป็นไม้ทางวิศวกรรมที่ถูกขึ้นรูปมาจากเส้นใยไม้ที่มีความละเอียดมากๆ จึงทำให้มีมวลของเนื้อไม้มีความแน่นและแข็งแรงเป็นพิเศษนั่นเอง ทั้งนี้ที่ด้านหลังของตู้ลำโพงยังเป็นแบบ Bass Reflex หรือมีท่อเปิดเพื่อใช้สำหรับคายเบสออกทางด้านหลังของตู้ลำโพง

ขุมพลังของ Eclipse One ทาง Tannoy ได้เลือกใช้ไดร์เวอร์แบบ Mid Bass ขนาด 5 นิ้วที่สามารถถ่ายทอดได้ทั้งเสียงกลางและเสียงในย่านความถี่ต่ำ พร้อมทั้งยังเสริมความเฟี้ยวฟ้าวในย่านของความถี่สูงด้วยไดร์เวอร์ทวีตเตอร์ขนาด 1.1 นิ้วที่มีลักษณะของไดร์เวอร์เป็นแบบโดม

ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถให้พละกำลังได้สูงถึง 140 วัตต์ต่อคู่ แถมยังรองรับความต้านทานได้สูงถึง 8 โอห์ม และยังให้การตอบสนองได้ตั้งแต่เสียงในย่านความถี่ระดับ 55 Hz ไปจนถึง 32 kHz

หน้าตาของช่องต่อสายลำโพงทั้ง 3 รุ่น Eclipse Three, Eclipse Center และ Eclipse One จะเป็นแบบไบน์ดิ้งโพสต์เหมือนกันทุกตัวเลยล่ะ 
ซึ่งรองรับการเชื่อมต่อกับหัวต่อสายลำโพงทั้งแบบบานาน่าปลั๊ก และสายลำโพงแบบที่ไม่ได้เข้าหัวปลั๊ก

ซึ่งจะเห็นได้ว่างานดีไซน์ของลำโพง Tannoy ในซีรีย์ Eclipse แต่ละรุ่นนั้นจะมีแนวทางที่สอดคล้องกันด้วยการเลือกใช้วัสดุและสีสันของตัวตู้ลำโพงที่เหมือนกัน ซึ่งทำให้เมื่อเรานำลำโพงทั้งรุ่น Eclipse Three, Eclipse Center และ Eclipse One มาจัดเข้าชุดเป็นเซ็ตเดียวกันก็จะมีความกลมกลืนโดยที่ไม่มีลำโพงคู่ไหนโดดเด่งออกมาเลยแม้แต่น้อย

Sound – เสียง

มาต่อกันที่เรื่องของคุณภาพของเสียงที่ได้จากชุดลำโพง Tannoy Eclipse ชุดนี้กันต่อเลย ซึ่งหลังจากที่ทางเราได้รับลำโพงทั้ง 3 รุ่นไม่ว่าจะเป็น Eclipse Three, Eclipse Center และ Eclipse One มาแล้ว เมื่อแกะกล่องออกมาก็รีบนำไปเปิดเบิร์นเพื่อให้ตัวไดร์เวอร์แต่ละดอกได้เข้าที่เข้าทางก่อนที่เราจะนำไปทดสอบกันเสียก่อน

ซึ่งหลังจากที่เสียงเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วทางเราก็มาเริ่มจัดวางลำโพงแต่ละตัวเข้าตำแหน่งต่างๆ และหลังจากที่เราได้มีการจัดวางลำโพงเรียบร้อยแล้วก็ได้ “คุณชานม” มาช่วยทำการปรับแต่งหรือ Calibrate ลำโพงแต่ละตำแหน่งให้ได้คุณภาพเสียงและระดับความดังของลำโพงออกมาได้อย่างสมดุลที่สุด เพื่อจะได้อรรถรสในการใช้งานที่สมจริงและไม่มีลำโพงตัวไหนที่มีระดับเกณฑ์เสียงเหลื่อมล้ำกัน

อ๋อ! ลืมบอกไปว่านอกจากจะมีลำโพงทั้ง 5 แชนแนลแล้ว แต่ยังขาดในส่วนของลำโพงซับวูฟเฟอร์อยู่อีก 1 ตัว กระผมจึงได้นำเอาซับวูฟเฟอร์ของ Tannoy ที่เป็นรุ่น TS2.10 มาใช้งานคู่กับชุดนี้ไปเสียเลย

สำหรับภาพยนตร์ที่กระผมเลือกนำมาเปิดทดสอบกับลำโพงชุดนี้จะเป็นภาพยนตร์เรื่อง “Creed” ซึ่งเป็นแผ่น Blu-ray แบบ 4K Ultra HD เนื้อหาของภาพยนตร์เรื่องนี้จะกล่าวถึงเรื่องราวของ อโดนิส จอห์นสัน (ไมเคิล บี จอร์แดน) ลูกชายของอดีตแชมป์มวยโลก อะพอลโล ครีด ที่ออกมาเดินตามรอยพ่อของเขาทั้งๆ ที่เขาเองก็ไม่เคยได้พบเจอหน้าพ่อของเขาสักครั้งเลยก็ตาม เนื่องจาก อะพอลโล ครีด ได้เสียชีวิตตั้งแต่ที่เขายังไม่ได้ลืมตาออกมาดูโลกเสียด้วยซ้ำ (ถ้าหากใครสนใจลองไปหามารับชมกันได้นะ)

มาพูดถึงเรื่องของคุณภาพเสียงที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากลำโพงแต่ละตัวกันบ้าง โดยลำโพงเซ็นเตอร์รุ่น Eclipse Center ถึงแม้ว่าตัวตู้ลำโพงจะมาในขนาดที่ไม่ใหญ่มาก แต่ก็สามารถให้เนื้อเสียงออกมาได้หนาแน่นและดูมีน้ำมีนวลเกินตัว

ซึ่งสังเกตได้ว่าในย่านเสียงกลางจะมีน้ำหนักเสียงที่เป็นธรรมชาติเมื่อตัวละควรมีการสนทนาระหว่างกัน หรือแม้แต่ฉากที่นวมประทะกันดัง “ปั๊ก ปั๊ก ปั๊ก” นั้นก็ให้ความสมจริงไม่แพ้กัน ทั้งยังผสานเข้ากับไดร์เวอร์ทวีตเตอร์ที่ให้มาจึงช่วยให้มีความกุ๊งกิ๊งขึ้นมาอีกเล็กน้อย แทนที่จะมีแต่โทนเสียงนุ่มๆ เพียงอย่างเดียว

ส่วนตัวของลำโพงตั้งพื้น Eclipse Three คู่หน้าและลำโพง Eclipse One ที่เป็นเซอร์ราวด์ด้านหลังก็สามารถโยนเสียงซาวด์เอฟเฟคได้อย่างเรียบเนียนและลื่นไหล และสิ่งที่สักเกตได้คือเจ้า Eclipse Three ที่จะค่อยช่วยเก็บและเสริมรายละเอียดให้กับ Eclipse Center ในบางจังหวะที่ลำโพงเซ็นเตอร์ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาได้ก็สามารถทำออกมาได้ลงตัว อย่างเช่นในจังหวะที่พระเอกของเรื่องขึ้นชกกับผู้ต่อสู้ก่อจะมีการแยกรายละเอียดเวลาที่ตัวละครยืนอยู่ในมุมต่างๆ ออกมาได้อย่างชัดเจน

หลังจากที่ทดสอบด้วยการรับชมภาพยนตร์อย่างเคร่งเครียดกันไปแล้วก็เปลี่ยนมานั่งฟังนั่งดูคอนเสิร์ตแบบชิวๆ กันบ้าง

คอนเสิร์ตที่กระผมได้เอามาเปิดรับชมจะเป็นของ Eric Clapton ที่มีชื่อคอนเสิร์ตว่า “Slowhand at 70” ซึ่งกระผมเองก็ได้ลองฟังเพลง Cocaine ซึ่งลำโพงชุดนี้สามารถให้รายละของช่วงที่มีการโซโล่กีต้าและเปียโนได้อย่างหวานละมุนลึก ทั้งยังได้ซับวูฟเฟอร์และลำโพงเซอร์ราวด์ทางด้านหลังมาช่วยเพิ่มอรรถรสและความโอบล้อมของบรรยากาศโดยรอบได้ราวกับว่าเราไปนั่งอยู่ในคอนเสิร์ตเลยล่ะ

มาดูที่คุณภาพเสียงในการฟังเพลงจากแผ่นที่เป็นแบบ 2 แชนแนลล้วนๆ กันสักหน่อย สำหรับเพลงที่ผมเลือกนำมาเปิดฟังเป็นหลักเลยก็คือเพลง That”s Why (You Go Away) : Michael Learns To Rock และเพลง The Day You Went Away : M2M โดยการฟังนั้นกระผมได้เลือกโหมดเสียงบนเครื่อง AV Receiver เป็นแบบ Pure Audio ซึ่งจะเป็นการไปตัดการปรุงแต่งเสียงทั้งหมดทำให้เราได้เสียงเพรียวๆ ตามที่ตัวแผ่นเพลงและเครื่องเล่น CD Player ส่งออกมาให้ตัว AV Receiver ขับเสียงออกมาที่ชุดลำโพง Tannoy Eclipse โดยตรงนั่นเอง

ในส่วนของการเล่นเพลงแบบ 2 แชนแนลโดยที่ไม่มีซับวูฟเฟอร์มาช่วยเก็บรายละเอียดเสียงในย่านความถี่ต่ำเลยแม้แต่น้อย ผลที่ได้ทำให้สรุปออกมาได้ว่าลำโพงตั้งพื้นรุ่น Eclipse Three ที่เป็นคู่หน้าสามารถตอบสนองการใช้รับฟังเพลงได้อย่างครบถ้วน โดยตัวของเนื้อเสียงคนร้องในย่านความถี่กลางที่ถูกถ่ายทอดผ่านออกมาทางไดร์เวอร์ Mid Bass ทั้ง 2 ตัวจะติดแนวนุ่มๆ แต่ออกขุ่นเล็กน้อยตามสไตล์ลำโพงผู้ดีเมืองอังกฤษ แต่ก็ยังคงมีไดร์เวอร์ทวีตเตอร์มาช่วยเติมเต็มให้ประกายเสียงมีความใสขึ้นมาอยู่พอสมควร โดยที่ไม่รู้สึกว่าเสียงในย่านความถี่สูงๆ นั้นมีความฟุ้งเวิ่นเว้อจนเกินไป

อีกหนึ่งจุดที่เจ้า Eclipse Three ทำออกมาได้ดีไม่แพ้กับเสียงในย่านความถี่อื่นๆ เลยก็คือการเก็บรายละเอียดเสียงในย่านความถี่ต่ำอย่างเสียงเบสที่ลำโพงตัวนี้สามารถเก็บรายละเอียดได้อย่างกระชับไม่มีย้วย แถมยังลงรายละเอียดในเสียงในย่านความถี่ต่ำมากๆ ได้ดีอยู่พอสมควร เหมาะกับฟังเพลงๆ เรื่อยๆ ไม่ได้เน้นกระแทกกระทั้นจนเกินไป ซึ่งรวมๆ แล้วกระผมว่าใช้ได้เลยนะกับราคาเพียงเท่านี้

มาปิดท้ายด้วยการต่อกับเครื่องเล่นเกมส์คอนโซล PlayStation® 4 กันต่อเลย

ในส่วนของการทดสอบการเล่นเกม Street Fighter V ผ่านชุดลำโพงทั้งหมด 5.1 แชนแนล ซึ่งความรู้สึกเมื่อเทียบกับการเล่นผ่านทางลำโพงทีวีนั้นช่างต่างกันสิ้นเชิง โดยจะเห็นว่าเมื่อเปลี่ยนมาให้เสียงออกผ่านทางชุดลำโพง Tannoy Eclipse จะมีความเซอร์ราวด์ และความแน่นของเสียงเอฟเฟคที่คมชัดมากยิ่งขึ่น อย่างฉากเตะต่อยเสียงเบสก็มาเต็มแบบครบเครื่องสุดๆ ไปเลย

Conclusion – สรุป

หลังจากที่ได้อ่านบททดสอบคุณภาพเสียงของลำโพงจาก Tannoy ในซีรีย์ Eclipse ที่ประกอบไปด้วยลำโพงรุ่น Eclipse Three, Eclipse Center และ Eclipse One กันไปแล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มาพร้อมกับการออกแบบที่เตะตาอะไรมากนัก แต่ก็มาพร้อมกับน้ำเสียงที่มีความแน่นนุ่มหวานไม่ได้ปราดเปรียวจนเกินไป ซึ่งทำให้สามารถใช้ฟังได้นานต่อเนื่องโดยที่ไม่รู้สึกล้าไปเสียก่อน

Tannoy Eclipse แต่ละรุ่นจะมาพร้อมกับไดร์เวอร์แบบ Multi- fibre coated pulp paper cone ที่สามารถให้เสียงกลางต่ำ ร่วมกับไดร์เวอร์ทวีตเตอร์แบบ Nitro-urethane damped layer woven polyester dome ที่ทำงานร่วมกับแม่เหล็กแบบ Neodymium magnetจึงทำให้เสียงในย่านความถี่สูงที่มีความสดใสและมีประกายบางๆ ออกมาผสมกับเสียงในย่านความถี่ต่ำแล้วมีความนุ่มของน้ำเสียงและติดกลางมนๆ อยู่เล็กน้อย

อีกทั้งในแง่ของเสียงในย่านความถี่ต่ำอย่างเสียงเบสตัวไดร์เวอร์แบบ Mid Bass ที่ถูกติดตั้งมาใน Eclipse Three ที่มากถึง 2 ตัวก็สามารถช่วยกันเก็บรายละเอียดและถ่ายทอดเสียงเบสออกมาได้อย่างกระชับและไม่มีอาการย้วย ซึ่งทำให้ความรู้สึกที่ได้จากการฟังไม่รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด

Tannoy Eclipse Center (Black Oak) ราคา 9,900 บาท
Tannoy Eclipse One (Black Oak) ราคา 9,900 บาท/คู่
Tannoy Eclipse Three (Black Oak) ราคา 19,900 บาท/คู่

หรือหากท่านไหนอยากได้รายละเอียดของเสียงในย่านความถี่ต่ำแบบลึกๆ ถึงลึกที่สุดต้องขอแนะนำให้ลองใช้งานคู่กับลำโพงซับวูฟเฟอร์ของ Tannoy รุ่น TS2.10 รับรองได้เลยว่าจะต้องติดใจอย่างแน่นอน แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาค่าตัวที่ค่อนข้างสูงอยู่พอสมควรอยู่นะ

เอาเป็นว่าสำหรับคุณภาพเสียงโดยรวมที่ได้จากชุดลำโพงของ Tannoy ไม่ว่าจะเป็น Eclipse Three, Eclipse Center และ Eclipse One โดยรวมแล้วถ้าหากเทียบราคากับคุณภาพของเสียงที่ได้จากลำโพงแต่ละคู่นั้นแล้วถือว่าสมเหตุสมผล และเพื่อให้คุณผู้อ่านที่สนใจสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นกระผมขอแนะนำให้ไปทดลองฟังได้ที่ตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านได้เลยจ้า

ข้อดีของชุดลำโพง Tannoy Eclipse
– คุณภาพเสียง และราคาสมเหตุสมผล
– งานประกอบปราณีตเรียบร้อย ดีไซน์ตู้ลำโพงมาในโทนสีดำลายไม้อ๊คแบบเรียบๆ แต่ยังคงคำนึงถึงคุณภาพเสียงที่ดี

ข้อเสียชุดลำโพง Tannoy Eclipse
– ซับวูฟเฟอร์แบบ Mid Bass ที่ติดมาบนตู้ลำโพงให้เสียงเบสกระชับและให้แรงปะทะในระดับปานกลาง แต่เสียงกลางยังติดเสียงขุ่นอยู่เล็กน้อย
– หากใช้รับชมภาพยนตร์อาจจะต้องหาซับวูฟเฟอร์ที่สามารถตอบสนองความถี่ต่ำได้ดีมาช่วยเสริมเขี้ยวเล็บให้กับลำโพงตั้งพื้นคู่หน้าสักเล็กน้อย

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification

Leave your email and we will notify as soon as the product/variant is back in stock

is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้