รีวิว Tannoy Eclipse ชุดลำโพงโฮมเธียเตอร์ราคาประหยัด แต่คุณภาพโดนใจ!

หากพูดถึงลำโพงจากแบรดน์ Tannoy จากประเทศอังกฤษแล้วน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก เพราะว่าแบรนด์นี้เองถือว่าเป็นที่ขึ้นชื่อในกลุ่มของนักเล่นเครื่องเสียงเลยก็ว่าได้ ซึ่ง Tannoy เองก็มีลำโพงหลากหลายซีรีย์หลากหลายรุ่นให้ได้เลือกใช้งานตามความเหมาะสมและกำลังทรัพย์ของผู้เล่นแต่ละคน

Tannoy Eclipse เป็นลำโพงอีกหนึ่งซีรีย์ที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย เหมาะสำหรับท่านที่กำลังเริ่มต้นหรือกำลังมองหาลำโพงที่มีราคาไม่สูงมากนักมาใช้งานร่วมกับชุดเครื่องเสียงที่ตนมีอยู่ โดย Tannoy Eclipse จะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 รุ่นคือ Eclipse One, Eclipse Two, Eclipse Three, Eclipse Mini และ Eclipse Center ซึ่งในวันนี้เราจะนำมารีวิวให้คุณผู้อ่านได้รู้จักกันคือรุ่น Eclipse Three, Eclipse One และ Eclipse Center ที่ค่อนข้างจะเหมาะที่สุดเมื่อนำมาจัดเข้ารวมเป็นชุดเดียวกัน
ราคาของ Tannoy Eclipse ทั้ง 3 รุ่นที่นำมารีวิวจะมีรายละเอียดดังนี้
Tannoy Eclipse Center (Black Oak) ราคา 9,900 บาท
Tannoy Eclipse One (Black Oak) ราคา 9,900 บาท/คู่
Tannoy Eclipse Three (Black Oak) ราคา 19,900 บาท/คู่
และในรีวิวนี้กระผมได้เลือกใช้ลำโพงของซับวูฟเฟอร์ Tannoy รุ่น TS2.10 Subwoofer มาเข้าเช็ตกับลำโพงชุดนี้ด้วย ซึ่งจะมีราคาอยู่ที่ 41,900 บาท
Design – การออกแบบ
หลังจากที่ได้พาคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักกับลำโพงของ Tannoy ทั้ง 3 รุ่นในซีรีย์ Eclipse กันไปแล้ว ก่อนที่เราจะได้ไปทดสอบคุณภาพของเสียงกันต้องมาไล่ดูกันที่งานดีไซน์ของลำโพงแต่ละรุ่นกันเสียก่อนว่ามันจะมีหน้าตาดูดีสมกับความเป็น Tannoy หรือไม่? ซึ่งลำโพงในซีรีย์ Eclipse นี้จะมาพร้อมกับงานดีไซน์เรียบๆ สไตล์เมืองผู้ดีอังกฤษ แต่ภายใต้ความเรียบหรูนี้ทาง Tannoy เองย่อมต้องแฝงความตื่นเต้นอันเร้าใจของพลังเสียงไว้อย่างแน่นอน
สำหรับลำโพงคู่แรกที่เราจะมาเริ่มลงรายละเอียดของรูปร่างและหน้ากันก่อนนั้นจะเป็นลำโพงแบบตั้งพื้น (Floorstand Speaker) รุ่น Eclipse Three หรือจะเรียกว่าเป็นพระเอกรีวิวนี้เลยก็ว่าได้ เพราะเจ้าลำโพงคู่นี้จะเป็นลำโพงคู่หลักที่จะคอยถ่ายทอดเสียงที่ถูกส่งผ่านออกมาจากเครื่อง AV Receiver และแผ่น CD หรือ Blu-ray ที่เราจะนำมาเปิดทดสอบกัน

Tannoy รุ่น Eclipse Three เป็นลำโพงตั้งพื้นที่มาพร้อมกับฐานตั้งและสไปค์ (Spike) สำหรับวางลำโพงให้มีความมันคงมากยิ่งขึ้น
Eclipse Three เป็นลำโพงแบบตั้งพื้นที่ได้รับการออกแบบให้มีความเคร่งครึมและไม่ได้เน้นความเว้อวังอลังการมากนัก แต่วัสดุที่นำมาประกอบเป็นลำโพงชุดนี้ก็ยังเต็มไปด้วยความพิถีพิถันในการเลือกใช้เนื้อไม้ทางวิศวกรรม หรือไฟเบอร์บอร์ด (Fibreboard) ที่ขึ้นรูปมาจากเส้นใยของเนื้อไม้ ซึ่งมีความละเอียดมากๆ นำมาอัดแน่นจนได้แผ่นไม้ที่มีความหนาแน่นสูงแล้วจึงนำมาประกอบเป็นตู้ลำโพงอย่างที่เราได้เห็นกันนี่แหละ

ส่วนตัวไดร์เวอร์ที่ถูกติดตั้งมาให้นั้นจะใช้ไดร์เวอร์แบบ Mid Bass ขนาด 5 นิ้วมากถึง 2 ไดร์เวอร์
และเสริมเข้ากับไดร์เวอร์ทวีตเตอร์ขนาด 1.1 นิ้วอีก 1 ไดร์เวอร์
โดยตัวของไดร์เวอร์ Mid Bass จะถูกติดตั้งมาบนลำโพงของ Tannoy ในซีรีย์ Eclipse นี้ทั้งหมดจะถูกถักทอขึ้นรูปมาจากเยื่อกระดาษอย่างพิถีพิถัน ส่วนตัวไดร์เวอร์ทวีตเตอร์จะถูกขึ้นรูปจากวัสดุที่เป็น Nitro-urethane และโพลีเอสเตอร์ที่ทำงานร่วมกับระบบแม่เหล็กแบบ Neodymium magnet
ทั้งนี้เจ้า Eclipse Three ยังสามารถให้กำลังขับได้สูงถึง 240 วัตต์ต่อคู่กันเลยทีเดียว ในส่วนของการรองรับความต้านทานจะอยู่ที่ 8 โอห์ม ด้วยโครงสร้างของไดร์เวอร์และตัวตู้ลำโพงทำให้รองรับการถ่ายทอดเสียงในย่านความถี่ตั้งแต่ 38 Hz ไปจนถึง 32 kHz กันเลยทีเดียว

ในส่วนของลำโพงเซ็นเตอร์จะเป็น Tannoy รุ่น Eclipse Center ที่มาพร้อมกับไดร์เวอร์แบบ Mid Bass ขนาด 4 นิ้วจำนวน 2 ไดร์เวอร์
และมีไดร์เวอร์ทวีตเตอร์ขนาด 1.1 นิ้วที่จะมาช่วยคอยเสริมเสียงในย่านความถี่สูงอีก 1 ไดร์เวอร์
Eclipse Center เป็นลำโพงเซ็นเตอร์ที่มีกำลังขับสูงสุดที่ 180 วัตต์ และสามารตอบสนองเสียงได้ตั้งแต่ย่านความถี่ 67 Hz ไปจนถึง 32 kHz เลยนะ ส่วนของการรองรับความต้านทานจะอยู่ที่ 8 โอห์ม ซึ่งหากนำมาใช้สำหรับรับชมภาพยนตร์ก็น่าจะให้เสียงสนทนาของตัวละครได้ชัดแจ๋วแน่ๆ

หน้าลำโพงแบบ Bookshelf ที่ทำหน้าที่ในการถ่ายทอดเสียงเซอร์ราวด์ให้โอบล้อมทางด้านหลัง ภายในชุดนี้จะใช้เป็น Tannoy รุ่น Eclipse One ที่มีหน้าตาอันเคร่งครึมด้วยการใช้ไม้ปิดผิววีเนียร์ลวดลายไม้โอ๊คสีดำ จึงทำให้บริเวณกรอบของไดร์เวอร์ลำโพงที่เป็นสีบอร์นเงินมีความเด่นอย่างเห็นได้ชัด
โดยวัสดุที่ใช้ประกอบตู้ลำโพงจนเป็นรูปเป็นร่างของเจ้า Eclipse One รวมทั้ง Eclipse Center และ Eclipse Three อย่างที่เราเห็นกันนี้ล้วนแล้วทำมาจากไฟเบอร์บอร์ด (Fibreboard) ที่ไม่ใช้ไม้อัดธรรมดาๆ เหมือนลำโพงทั่วไป แต่ว่ามันเป็นไม้ทางวิศวกรรมที่ถูกขึ้นรูปมาจากเส้นใยไม้ที่มีความละเอียดมากๆ จึงทำให้มีมวลของเนื้อไม้มีความแน่นและแข็งแรงเป็นพิเศษนั่นเอง ทั้งนี้ที่ด้านหลังของตู้ลำโพงยังเป็นแบบ Bass Reflex หรือมีท่อเปิดเพื่อใช้สำหรับคายเบสออกทางด้านหลังของตู้ลำโพง
ขุมพลังของ Eclipse One ทาง Tannoy ได้เลือกใช้ไดร์เวอร์แบบ Mid Bass ขนาด 5 นิ้วที่สามารถถ่ายทอดได้ทั้งเสียงกลางและเสียงในย่านความถี่ต่ำ พร้อมทั้งยังเสริมความเฟี้ยวฟ้าวในย่านของความถี่สูงด้วยไดร์เวอร์ทวีตเตอร์ขนาด 1.1 นิ้วที่มีลักษณะของไดร์เวอร์เป็นแบบโดม
ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถให้พละกำลังได้สูงถึง 140 วัตต์ต่อคู่ แถมยังรองรับความต้านทานได้สูงถึง 8 โอห์ม และยังให้การตอบสนองได้ตั้งแต่เสียงในย่านความถี่ระดับ 55 Hz ไปจนถึง 32 kHz

หน้าตาของช่องต่อสายลำโพงทั้ง 3 รุ่น Eclipse Three, Eclipse Center และ Eclipse One จะเป็นแบบไบน์ดิ้งโพสต์เหมือนกันทุกตัวเลยล่ะ
ซึ่งรองรับการเชื่อมต่อกับหัวต่อสายลำโพงทั้งแบบบานาน่าปลั๊ก และสายลำโพงแบบที่ไม่ได้เข้าหัวปลั๊ก
ซึ่งจะเห็นได้ว่างานดีไซน์ของลำโพง Tannoy ในซีรีย์ Eclipse แต่ละรุ่นนั้นจะมีแนวทางที่สอดคล้องกันด้วยการเลือกใช้วัสดุและสีสันของตัวตู้ลำโพงที่เหมือนกัน ซึ่งทำให้เมื่อเรานำลำโพงทั้งรุ่น Eclipse Three, Eclipse Center และ Eclipse One มาจัดเข้าชุดเป็นเซ็ตเดียวกันก็จะมีความกลมกลืนโดยที่ไม่มีลำโพงคู่ไหนโดดเด่งออกมาเลยแม้แต่น้อย
Sound – เสียง
มาต่อกันที่เรื่องของคุณภาพของเสียงที่ได้จากชุดลำโพง Tannoy Eclipse ชุดนี้กันต่อเลย ซึ่งหลังจากที่ทางเราได้รับลำโพงทั้ง 3 รุ่นไม่ว่าจะเป็น Eclipse Three, Eclipse Center และ Eclipse One มาแล้ว เมื่อแกะกล่องออกมาก็รีบนำไปเปิดเบิร์นเพื่อให้ตัวไดร์เวอร์แต่ละดอกได้เข้าที่เข้าทางก่อนที่เราจะนำไปทดสอบกันเสียก่อน
ซึ่งหลังจากที่เสียงเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วทางเราก็มาเริ่มจัดวางลำโพงแต่ละตัวเข้าตำแหน่งต่างๆ และหลังจากที่เราได้มีการจัดวางลำโพงเรียบร้อยแล้วก็ได้ “คุณชานม” มาช่วยทำการปรับแต่งหรือ Calibrate ลำโพงแต่ละตำแหน่งให้ได้คุณภาพเสียงและระดับความดังของลำโพงออกมาได้อย่างสมดุลที่สุด เพื่อจะได้อรรถรสในการใช้งานที่สมจริงและไม่มีลำโพงตัวไหนที่มีระดับเกณฑ์เสียงเหลื่อมล้ำกัน
อ๋อ! ลืมบอกไปว่านอกจากจะมีลำโพงทั้ง 5 แชนแนลแล้ว แต่ยังขาดในส่วนของลำโพงซับวูฟเฟอร์อยู่อีก 1 ตัว กระผมจึงได้นำเอาซับวูฟเฟอร์ของ Tannoy ที่เป็นรุ่น TS2.10 มาใช้งานคู่กับชุดนี้ไปเสียเลย
สำหรับภาพยนตร์ที่กระผมเลือกนำมาเปิดทดสอบกับลำโพงชุดนี้จะเป็นภาพยนตร์เรื่อง “Creed” ซึ่งเป็นแผ่น Blu-ray แบบ 4K Ultra HD เนื้อหาของภาพยนตร์เรื่องนี้จะกล่าวถึงเรื่องราวของ อโดนิส จอห์นสัน (ไมเคิล บี จอร์แดน) ลูกชายของอดีตแชมป์มวยโลก อะพอลโล ครีด ที่ออกมาเดินตามรอยพ่อของเขาทั้งๆ ที่เขาเองก็ไม่เคยได้พบเจอหน้าพ่อของเขาสักครั้งเลยก็ตาม เนื่องจาก อะพอลโล ครีด ได้เสียชีวิตตั้งแต่ที่เขายังไม่ได้ลืมตาออกมาดูโลกเสียด้วยซ้ำ (ถ้าหากใครสนใจลองไปหามารับชมกันได้นะ)
มาพูดถึงเรื่องของคุณภาพเสียงที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากลำโพงแต่ละตัวกันบ้าง โดยลำโพงเซ็นเตอร์รุ่น Eclipse Center ถึงแม้ว่าตัวตู้ลำโพงจะมาในขนาดที่ไม่ใหญ่มาก แต่ก็สามารถให้เนื้อเสียงออกมาได้หนาแน่นและดูมีน้ำมีนวลเกินตัว
ซึ่งสังเกตได้ว่าในย่านเสียงกลางจะมีน้ำหนักเสียงที่เป็นธรรมชาติเมื่อตัวละควรมีการสนทนาระหว่างกัน หรือแม้แต่ฉากที่นวมประทะกันดัง “ปั๊ก ปั๊ก ปั๊ก” นั้นก็ให้ความสมจริงไม่แพ้กัน ทั้งยังผสานเข้ากับไดร์เวอร์ทวีตเตอร์ที่ให้มาจึงช่วยให้มีความกุ๊งกิ๊งขึ้นมาอีกเล็กน้อย แทนที่จะมีแต่โทนเสียงนุ่มๆ เพียงอย่างเดียว
ส่วนตัวของลำโพงตั้งพื้น Eclipse Three คู่หน้าและลำโพง Eclipse One ที่เป็นเซอร์ราวด์ด้านหลังก็สามารถโยนเสียงซาวด์เอฟเฟคได้อย่างเรียบเนียนและลื่นไหล และสิ่งที่สักเกตได้คือเจ้า Eclipse Three ที่จะค่อยช่วยเก็บและเสริมรายละเอียดให้กับ Eclipse Center ในบางจังหวะที่ลำโพงเซ็นเตอร์ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาได้ก็สามารถทำออกมาได้ลงตัว อย่างเช่นในจังหวะที่พระเอกของเรื่องขึ้นชกกับผู้ต่อสู้ก่อจะมีการแยกรายละเอียดเวลาที่ตัวละครยืนอยู่ในมุมต่างๆ ออกมาได้อย่างชัดเจน

หลังจากที่ทดสอบด้วยการรับชมภาพยนตร์อย่างเคร่งเครียดกันไปแล้วก็เปลี่ยนมานั่งฟังนั่งดูคอนเสิร์ตแบบชิวๆ กันบ้าง
คอนเสิร์ตที่กระผมได้เอามาเปิดรับชมจะเป็นของ Eric Clapton ที่มีชื่อคอนเสิร์ตว่า “Slowhand at 70” ซึ่งกระผมเองก็ได้ลองฟังเพลง Cocaine ซึ่งลำโพงชุดนี้สามารถให้รายละของช่วงที่มีการโซโล่กีต้าและเปียโนได้อย่างหวานละมุนลึก ทั้งยังได้ซับวูฟเฟอร์และลำโพงเซอร์ราวด์ทางด้านหลังมาช่วยเพิ่มอรรถรสและความโอบล้อมของบรรยากาศโดยรอบได้ราวกับว่าเราไปนั่งอยู่ในคอนเสิร์ตเลยล่ะ
มาดูที่คุณภาพเสียงในการฟังเพลงจากแผ่นที่เป็นแบบ 2 แชนแนลล้วนๆ กันสักหน่อย สำหรับเพลงที่ผมเลือกนำมาเปิดฟังเป็นหลักเลยก็คือเพลง That”s Why (You Go Away) : Michael Learns To Rock และเพลง The Day You Went Away : M2M โดยการฟังนั้นกระผมได้เลือกโหมดเสียงบนเครื่อง AV Receiver เป็นแบบ Pure Audio ซึ่งจะเป็นการไปตัดการปรุงแต่งเสียงทั้งหมดทำให้เราได้เสียงเพรียวๆ ตามที่ตัวแผ่นเพลงและเครื่องเล่น CD Player ส่งออกมาให้ตัว AV Receiver ขับเสียงออกมาที่ชุดลำโพง Tannoy Eclipse โดยตรงนั่นเอง

ในส่วนของการเล่นเพลงแบบ 2 แชนแนลโดยที่ไม่มีซับวูฟเฟอร์มาช่วยเก็บรายละเอียดเสียงในย่านความถี่ต่ำเลยแม้แต่น้อย ผลที่ได้ทำให้สรุปออกมาได้ว่าลำโพงตั้งพื้นรุ่น Eclipse Three ที่เป็นคู่หน้าสามารถตอบสนองการใช้รับฟังเพลงได้อย่างครบถ้วน โดยตัวของเนื้อเสียงคนร้องในย่านความถี่กลางที่ถูกถ่ายทอดผ่านออกมาทางไดร์เวอร์ Mid Bass ทั้ง 2 ตัวจะติดแนวนุ่มๆ แต่ออกขุ่นเล็กน้อยตามสไตล์ลำโพงผู้ดีเมืองอังกฤษ แต่ก็ยังคงมีไดร์เวอร์ทวีตเตอร์มาช่วยเติมเต็มให้ประกายเสียงมีความใสขึ้นมาอยู่พอสมควร โดยที่ไม่รู้สึกว่าเสียงในย่านความถี่สูงๆ นั้นมีความฟุ้งเวิ่นเว้อจนเกินไป
อีกหนึ่งจุดที่เจ้า Eclipse Three ทำออกมาได้ดีไม่แพ้กับเสียงในย่านความถี่อื่นๆ เลยก็คือการเก็บรายละเอียดเสียงในย่านความถี่ต่ำอย่างเสียงเบสที่ลำโพงตัวนี้สามารถเก็บรายละเอียดได้อย่างกระชับไม่มีย้วย แถมยังลงรายละเอียดในเสียงในย่านความถี่ต่ำมากๆ ได้ดีอยู่พอสมควร เหมาะกับฟังเพลงๆ เรื่อยๆ ไม่ได้เน้นกระแทกกระทั้นจนเกินไป ซึ่งรวมๆ แล้วกระผมว่าใช้ได้เลยนะกับราคาเพียงเท่านี้

มาปิดท้ายด้วยการต่อกับเครื่องเล่นเกมส์คอนโซล PlayStation® 4 กันต่อเลย
ในส่วนของการทดสอบการเล่นเกม Street Fighter V ผ่านชุดลำโพงทั้งหมด 5.1 แชนแนล ซึ่งความรู้สึกเมื่อเทียบกับการเล่นผ่านทางลำโพงทีวีนั้นช่างต่างกันสิ้นเชิง โดยจะเห็นว่าเมื่อเปลี่ยนมาให้เสียงออกผ่านทางชุดลำโพง Tannoy Eclipse จะมีความเซอร์ราวด์ และความแน่นของเสียงเอฟเฟคที่คมชัดมากยิ่งขึ่น อย่างฉากเตะต่อยเสียงเบสก็มาเต็มแบบครบเครื่องสุดๆ ไปเลย
Conclusion – สรุป

หลังจากที่ได้อ่านบททดสอบคุณภาพเสียงของลำโพงจาก Tannoy ในซีรีย์ Eclipse ที่ประกอบไปด้วยลำโพงรุ่น Eclipse Three, Eclipse Center และ Eclipse One กันไปแล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มาพร้อมกับการออกแบบที่เตะตาอะไรมากนัก แต่ก็มาพร้อมกับน้ำเสียงที่มีความแน่นนุ่มหวานไม่ได้ปราดเปรียวจนเกินไป ซึ่งทำให้สามารถใช้ฟังได้นานต่อเนื่องโดยที่ไม่รู้สึกล้าไปเสียก่อน
Tannoy Eclipse แต่ละรุ่นจะมาพร้อมกับไดร์เวอร์แบบ Multi- fibre coated pulp paper cone ที่สามารถให้เสียงกลางต่ำ ร่วมกับไดร์เวอร์ทวีตเตอร์แบบ Nitro-urethane damped layer woven polyester dome ที่ทำงานร่วมกับแม่เหล็กแบบ Neodymium magnetจึงทำให้เสียงในย่านความถี่สูงที่มีความสดใสและมีประกายบางๆ ออกมาผสมกับเสียงในย่านความถี่ต่ำแล้วมีความนุ่มของน้ำเสียงและติดกลางมนๆ อยู่เล็กน้อย
อีกทั้งในแง่ของเสียงในย่านความถี่ต่ำอย่างเสียงเบสตัวไดร์เวอร์แบบ Mid Bass ที่ถูกติดตั้งมาใน Eclipse Three ที่มากถึง 2 ตัวก็สามารถช่วยกันเก็บรายละเอียดและถ่ายทอดเสียงเบสออกมาได้อย่างกระชับและไม่มีอาการย้วย ซึ่งทำให้ความรู้สึกที่ได้จากการฟังไม่รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด
Tannoy Eclipse Center (Black Oak) ราคา 9,900 บาท
Tannoy Eclipse One (Black Oak) ราคา 9,900 บาท/คู่
Tannoy Eclipse Three (Black Oak) ราคา 19,900 บาท/คู่
หรือหากท่านไหนอยากได้รายละเอียดของเสียงในย่านความถี่ต่ำแบบลึกๆ ถึงลึกที่สุดต้องขอแนะนำให้ลองใช้งานคู่กับลำโพงซับวูฟเฟอร์ของ Tannoy รุ่น TS2.10 รับรองได้เลยว่าจะต้องติดใจอย่างแน่นอน แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาค่าตัวที่ค่อนข้างสูงอยู่พอสมควรอยู่นะ
เอาเป็นว่าสำหรับคุณภาพเสียงโดยรวมที่ได้จากชุดลำโพงของ Tannoy ไม่ว่าจะเป็น Eclipse Three, Eclipse Center และ Eclipse One โดยรวมแล้วถ้าหากเทียบราคากับคุณภาพของเสียงที่ได้จากลำโพงแต่ละคู่นั้นแล้วถือว่าสมเหตุสมผล และเพื่อให้คุณผู้อ่านที่สนใจสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นกระผมขอแนะนำให้ไปทดลองฟังได้ที่ตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านได้เลยจ้า
ข้อดีของชุดลำโพง Tannoy Eclipse
– คุณภาพเสียง และราคาสมเหตุสมผล
– งานประกอบปราณีตเรียบร้อย ดีไซน์ตู้ลำโพงมาในโทนสีดำลายไม้อ๊คแบบเรียบๆ แต่ยังคงคำนึงถึงคุณภาพเสียงที่ดี
ข้อเสียชุดลำโพง Tannoy Eclipse
– ซับวูฟเฟอร์แบบ Mid Bass ที่ติดมาบนตู้ลำโพงให้เสียงเบสกระชับและให้แรงปะทะในระดับปานกลาง แต่เสียงกลางยังติดเสียงขุ่นอยู่เล็กน้อย
– หากใช้รับชมภาพยนตร์อาจจะต้องหาซับวูฟเฟอร์ที่สามารถตอบสนองความถี่ต่ำได้ดีมาช่วยเสริมเขี้ยวเล็บให้กับลำโพงตั้งพื้นคู่หน้าสักเล็กน้อย