Skip to content
|

รีวิว TCL C8 4K Android 9.0 รองรับ Dolby Vision พร้อมลำโพงคุณภาพเยี่ยมจาก Onkyo !!!

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 12 Dec 2019 0 comments

ต้องยอมรับเลยว่าในยุคนี้ กระแสของทีวีแบรนด์จีนนั้นมาแรงจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นจุดเด่นในเรื่องของราคาที่ใครๆ ก็จับต้องได้ แถมยังมีลูกเล่นที่ครบครัน รวมถึงคุณภาพด้านภาพก็มีการพัฒนาให้ดีมากยิ่งขึ้นจนมีคุณภาพเทียบเท่าแบรนด์หลักๆ ในท้องตลาดในตอนนี้ได้อย่างสบายๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือแบรนด์ TCL นั่นเอง

วันนี้ผมจะมาแนะนำ 4K Android TV ตัว Top รุ่นใหม่ล่าสุดจากทาง TCL ที่เป็นครั้งแรกของทางแบรนด์เลยก็ว่าได้ที่รองรับการแสดงผลภาพ HDR ขั้นสูงสุดแบบ Dolby Vision แถมยังมาพร้อมลำโพงคุณภาพเยี่ยมจากแบรนด์เครื่องเสียงชื่อดังอย่าง Onkyo อีกด้วย TV รุ่นที่ว่านี้ก็คือ TCL C8 นั่นเอง !!! จะน่าสนใจแค่ไหนตามมาทำความรู้จักในรีวิวกันครับ

สเปคคร่าวๆ ของ TCL C8

– มี 2 ขนาดหน้าจอคือ 55 นิ้ว และ 65 นิ้ว

– ความละเอียดหน้าจอแบบ 4K UHD หรือ 3840 x 2160 พิกเซล

– รองรับการแสดงผลภาพแบบ HDR 10 และ Dolby Vision

– ลำโพงได้รับการออกแบบและปรับจูนเสียงโดย Onkyo

– ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด พร้อมผู้ช่วยอัจฉริยะ Google Assistant

– มีแอปพลิเคชั่นยอดฮิตอย่าง YouTube, Netflix และ Line TV

ราคาเปิดตัวของ 55C8 อยู่ที่ 19,990 บาท

ราคาเปิดตัวของ 65C8 อยู่ที่ 29,990 บาท

ดีไซน์

ภาพรวมของ TCL C8

การออกแบบ โดยรวมของ TCL 55C8 ขนาดตัวเครื่อง 55 นิ้ว เครื่องนี้มาในโทนสีเทาเข้ม ทั้งตัวเครื่อง รวมถึงขาตั้ง ให้ผิวสัมผัสที่ดีให้ความรู้สึกพรีเมี่ยม ดูดีมีราคา ใช้ดีไซน์หน้าจอแบบเต็มขอบ หรือที่เรียกว่าการดีไซน์แบบไร้ขอบนั้นเอง โดยมีโลโก้ TCL อยู่บริเวณกึ่งกลางของตัวเครื่อง และบริเวณด้านล่างจะเป็นลำโพงที่มีลักษณะคล้ายลำโพง Soundbar ที่ได้รับการออกแบบและปรับจูนเสียงจากผู้ผลิตเครื่องเสียงชื่อดังอย่าง Onkyo มาร่วมพัฒนาให้นั่นเอง แอบกระซิบตรงนี้ก่อนเลยว่า ซุ่มเสียงไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

* หมายเหตุ* การออกแบบของ TCL C8 รุ่นนี้จะมีความแตกต่างกันเล็กน้อยระหว่าง 2 ขนาดหน้าจอ คือ ในขนาด 55 นิ้ว บริเวณตัวลำโพงจะเป็นสีเทาเข้ม กับขาตั้งดีไซน์แบบแท่นวาง ส่วนขนาด 65 นิ้ว ตัวลำโพงจะเป็นสีน้ำเงิน โดยที่ขาตั้งจะเป็นทรงตัว T ครับ

ตัวอย่างสีของลำโพงและขาตั้งของ TCL C8 ขนาดหน้าจอ 65 นิ้ว

ด้านล่างของตัวเครื่องจะเป็นในส่วนของลำโพงที่ยิงเสียงออกด้านหน้าให้ความรู้สึกเหมือนมีลำโพง Soundbar ในตัว

โลโก้ TCL พร้อมไฟสถานะ Standby อยู่ตรงกลางของตัวเครื่อง

โลโก้ Onkyo ยืนยันได้เลยถึงคุณภาพเสียงของทีวีว่าต้อง “ดีเยี่ยม” อย่างแน่นอน

ตัวเครื่องมาในดีไซน์ไร้ขอบให้ความรู้สึกเรียบหรู สวยงาม

ขาตั้ง มาในลักษณะแท่นวางแบบโปร่งยึดเข้าที่ด้านหลังของตัวเครื่อง มีความมั่นคงแข็งแรง ประหยัดพื้นที่ในการวาง สามารถใช้วางตั้งได้ตั้งแต่ชั้นวางขนาดเล็กไปจนถึงชั้นวางขนาดใหญ่ได้อย่างสะดวก โดยไซส์ 55 นิ้วตัวนี้มี ขนาดตัวเครื่อง โดยประมาณอยู่ที่ กว้าง 127 x 74 x 5 เซนติเมตร ส่วนเรื่องน้ำหนักไม่ได้มีสเปกระบุไว้แต่จากการทดสอบเคลื่อนย้ายด้วยคน 2 คน สามารถยกได้แบบสบายๆ

ขาตั้งมั่นคงแข็งแรง ไม่กินพื้นที่

จุดยึดขาตั้งเข้ากับตัวเครื่องที่บริเวณด้านหลัง

ตัวเครื่องในจุดที่บางที่สุด บางเพียง 0.6 เซนติเมตร เท่านั้น !!!

ด้านหลัง ของตัวเครื่องดูเรียบร้อยสะอาดตา ประกอบไปด้วยส่วนต่างๆ ได้แก่ ช่องระบายอากาศ, ช่องเสียบสายสัญญาณต่างๆ , ช่องเสียบสายไฟ AC IN, ปุ่มเปิด/ปิด เครื่อง, มีสติกเกอร์บอกรายละเอียดของตัวทีวีแบบเบื้องต้น และมีสวิตซ์ เปิด/ปิด ไมโครโฟนที่ไม่มีข้อมูลว่ามีไว้ทำอะไรหากมีข้อมูลเพิ่มเติมจะอัพเดทกันอีกทีนะครับ

บริเวณด้านหลังของ TCL C8

มีการทำวัสดุนูนออกมาเล็กน้อยเพื่อดีไซน์ที่สวยงาม

ช่องระบายอากาศให้มาแบบยาวตลอดทั้งเครื่องไม่มีปัญหาเรื่องความร้อนแน่นอน

รายละเอียดเบื้องต้นของตัวทีวีพร้อมโลโก้ ดิจิตอล ทีวีจาก กสทช.

สวิตซ์ เปิด/ปิด ตัวเครื่อง และ สวิตซ์ เปิด/ปิด ไมโครโฟน

รีโมท นั้นเรียกว่าให้มาแบบจัดเต็มเลยทีเดียวเพราะให้มาถึง 2 อัน ด้วยกัน อันที่ 1 จะมาพร้อมปุ่มกดแบบครบครัน ได้แก่ ปุ่ม เปิด/ปิด ตัวเครื่อง, ปุ่มตัวเลข, ปุ่ม เพิ่ม/ลด ความดังเสียง, ปุ่มเลื่อนช่องทีวี, ปุ่มควบคุมการเล่น กับคีย์ลัดต่างๆ ส่วนอันที่ 2 จะมีขนาดที่เล็กพอดีมือ ให้มาแต่ปุ่มที่สำคัญๆ เท่านั้น โดยจะมีปุ่มลัดเข้าแอปพลิเคชั่นอย่าง Netflix รวมถึงมีปุ่มเรียกลัดพร้อมไมโครโฟนเพื่อใช้งานผู้ช่วยคำสั่งเสียงอัจฉริยะอย่าง Google Assistant อีกด้วย ซึ่งรีโมททั้ง 2 ตัวนี้ใช้การเชื่อมต่อกับทีวีเป็นแบบสัญญาณ Bluetooth จึงสามารถใช้งานได้ง่ายไปต้องหันไปที่ตัวทีวีก็สามารถสั่งการได้

รีโมทมีมาให้ 2 แบบ เลือกใช้กันได้ตามใจชอบ

ช่องต่อ

ช่องต่อ ของ TCL C8 เครื่องนี้ให้มาแบบครบครันต่อการใช้งาน โดยจะอยู่บริเวณ ด้านหลัง ของตัวเครื่องทาง ด้านขวา ใช้การเสียบจากด้านข้างทำให้สามารถ ถอด/เสียบ สายเข้าออกได้ง่าย รวมถึงหากนำตัวทีวีไปยึดติดกับผนังก็ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องสายหักงออีกด้วย โดยประกอบไปด้วยช่องต่อต่างๆ และ Wi-Fi Built-In ที่รุ่นนี้เป็นรุ่นแรกที่รองรับสัญญาณ Wi-Fi แบบ 5GHz ได้อีกด้วย ตามด้านล่างนี้

ช่องต่อบริเวณด้านหลังขวาของตัวเครื่อง

ช่องต่อต่างๆ ของ TCL C8

1.USB 2.0 (5V 0.5A) x 2

2.Ethernet หรือ LAN x 1

3.HDMI 2.0 x 3

4.Antenna x 1

5.Optical x 1

6.AV Out (Adapter 3.5 mm.) x 1

7.Headphone 3.5 mm. x 1

8.Wi-Fi Built-in 2.4 Ghz/5Ghz

รองรับ Wi-Fi ทั้งแบบ 2.4 Ghz และ 5Ghz

ภาพ

มาเริ่มทดสอบกันว่าเจ้า TCL C8 เครื่องนี้ คุณภาพ ภาพจะดีแค่ไหนกัน

สเปคด้านภาพ ของ TCL C8 เครื่องนี้เป็น LED TV ความละเอียดภาพแบบ 4K UHD หรือ 3840 x 2160 พิกเซล ใช้พาเนลแบบ VA ที่อาจจะให้มุมมองการรับชมที่แคบสักเล็กน้อย ต้องรับชมบริเวณกลางจอถึงจะได้คุณภาพภาพที่ดีที่สุด แต่ก็แลกมาด้วยคุณภาพของภาพรวมถึงระดับความดำอยู่ในระดับที่ดีกว่าหน้าจอแบบ IPS 

รองรับการแสดงผลภาพแบบ HDR ทั้ง HDR 10 และ เป็นทีวีรุ่นแรกของ TCL ที่รองรับ HDR ขั้นสูงสุดอย่าง Dolby Vision อีกด้วย มี ความสว่างสูงสุดอยู่ที่ 444 nits ในโหมด Movie (HDR) เรียกว่าสว่าง “สู้แสง” พอสมควรสำหรับทีวีในระดับ Mid-End สามารถใช้งานในห้องรับแขก หรือห้องที่มีแสงสว่างในระดับปกติทั่วไปได้อย่างสบายๆ เลยครับ

ค่าต่างๆ ของ TCL C8 ก่อนการปรับภาพ

เนื่องจาก C8 รุ่นนี้ถือเป็น TV ตัวท๊อป สุดจากทางแบรนด์ TCL เลยก็ว่าได้ คุณภาพของภาพเลยถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เทียบเท่าแบรนด์ใหญ่ๆ ได้เลย ภาพมาในโทน “สดใสเป็นธรรมชาติ สบายตา” โหมดภาพสำเร็จรูปที่ให้มาเรียกว่า “ใช้ได้ดี” เลยทีเดียว

ค่าแสงสีของแต่ละโหมดภาพที่วัดได้ ก่อนปรับ และ หลังปรับ

ก่อนปรับขอบเขตสีรวมถึงค่ากราฟต่างๆ อาจมีโดดไปทางใดทางหนึ่งบาง แค่ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ดี

หลังการปรับ ขอบเขตสี ค่ากราฟ มีความถูกต้อง ภาพที่ได้ก็ดีขึ้นอย่างสัมผัสได้เลย

ในการรับชมคอนเทนต์แบบ SDR เช่น Digital TV, DVD, Bluray, Netflix และ YouTube โหมดที่ให้ค่าแสงสีได้ถูกต้องใกล้เคียงมาตรฐานอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่สุดและแนะนำให้ใช้ก็คือ โหมด Movie ครับ

ภาพสีผิวของนักแสดงจาก ซีรีส์ “เคว้ง” จาก Netflix ก็ให้สีสันที่ดีเป็นธรรมชาติ

ทดสอบรับชมการ์ตูน Animation เรื่อง CoCo ภาพอาจไม่ได้ดูรุกเร้ามากนัก แต่ก็ให้สีสันที่ดีดูสวยงามสบายตา

*** TCL C8 เครื่องนี้มีเครื่องมือปรับ ภาพแบบละเอียดมาให้แบบครบครัน ไม่ว่าจะเป็น White Balance ได้ทั้งแบบ 2 Point กับ 20 Point, สามารถปรับขอบเขตสี Color Space รวมถึงค่า Gamma ได้แบบถูกใจนักปรับภาพอย่างแน่นอน***

มาต่อในส่วนของการแสดงผลภาพแบบ HDR หรือ HDR 10 กันบ้าง โดยโหมดที่ให้ค่าสมดุลสีดีที่สุดและแนะนำให้ใช้จะเป็นโหมด Movie อีกเช่นเดียวกัน ซึ่งอาจมีอาการติดแดงไปบ้างเล็กน้อย แต่สามารถใช้รับชมได้อย่างไม่มีปัญหาใดๆ โดยโหมดนี้สามารถวัดค่าขอบเขตสีออกมาได้ที่ 90.07 % ของ DCI-P3 และ 64.75 % ของ Rec.2020 ส่วนความสูงสุดหรือ Peak Brightness จะอยู่ที่ 444 nits ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเลยทีเดียวของทีวีในระดับราคานี้

ค่าก่อนปรับสำหรับภาพแบบ HDR ถือว่าเที่ยงตรงในระดับที่ดี

หลังปรับขอบเขตสีต่างๆ มีความเที่ยงตรงมากขึ้น ให้ภาพที่ดีขึ้นมาอีกระดับ

ตัวอย่างภาพโหมดต่างๆ สำหรับการแสดงผลแบบ HDR

ลำแสงแบบ HDR รวมถึงรายละเอียดในที่มืด TCL C8 เครื่องนี้สามารถทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว

สิ่งหนึ่งที่สร้างความประทับใจให้ผมหลังได้สัมผัส TCL C8 เครื่องนี้คือ เป็น TV จากแบรนด์ TCL เครื่องแรกที่รองรับการแสดงผลภาพ HDR ขั้นสูงสุด แบบ Dolby Vision แล้วนั่นเอง โดย ภาพที่ได้อยู่ในระดับที่ดี มีความสดใสชัดเจน ให้รายละเอียดภาพได้ดีในระดับหนึ่ง ซึ่งรองรับทั้งผ่านสาย HDMI จากเครื่องเล่นต่างๆ รวมถึงแอปพลิเคชั่นยอดฮิตอย่าง Netflix ก็สามารถแสดงผลภาพแบบ Dolby Vision ได้อย่างสบายๆ

โดยจะมีโหมดภาพให้เลือกทั้งหมด 2 แบบ คือ Dolby Vision Bright สำหรับใช้งานในห้องสว่าง และ Dolby Vision Dark สำหรับใช้งานในห้องมืด ซึ่งสามารถเลือกใช้งานได้ตามใจชอบเลยครับ

ตัวอย่างภาพระหว่าง Dolby Vision Bright และ Dolby Vision Dark

เมื่อตัวทีวี Detect สัญญาณภาพแบบ Dolby Vision ได้จะมีโลโก้ขึ้นหน้าจอด้านขวาบน

แอป Netflix ก็รองรับภาพแบบ Dolby Vision เหมือนกันนะ

TCL C8 เครื่องนี้ก็ได้ใส่ฟีเจอร์ Motion แทรกเฟรมภาพมาให้เช่นกัน หากใครที่ชอบรับชมภาพแบบลื่นๆ ก็สามารถเลือกปรับได้ตามใจชอบ แต่ในส่วนตัวผมแนะนำให้ปรับค่า Dejudder ให้อยู่ระหว่าง 1-3 จะยังได้ภาพที่ไหลลื่นและยังคงเป็นธรรมชาติอยู่ และนอกจากการแทรกแฟรมภาพแบบปกติแล้ว TCL C8 เครื่องนี้ยังมีการแทรกเฟรมภาพอีกแบบที่ใช้ชื่อว่า LED Motion Clear ที่จะเป็นการแทรกเฟรมภาพสีดำเขาไปทำให้ภาพไหลลื่นขึ้น แต่จะมีอาการภาพกระพริบเล็กน้อยถือว่าเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ใส่มาให้ผู้ใช้งานเลือกใช้กันได้ครับ

***ในการทดสอบพบว่าในบางครั้งแม้เราได้ทำการปิด Motion แทรกเฟรมภาพไปแล้ว แต่ตัวทีวีก็ยังคงมีการแทรกเฟรมภาพอยู่ วิธีแก้ไขชั่วคราวคือ ลองตั้งค่าในส่วนของ Dejudder สลับไปมาระหว่าง 0 กับ 1 ตัวทีวีถึงจะปิด Motion ให้ ซึ่งจุดนี้อาจจะต้องรอเฟิร์มแวร์อัพเดทจากทาง TCL อีกทีครับ***

แม้ว่า TCL C8 เครื่องนี้จะไม่ได้ใส่ฟีเจอร์ Local Dimming มาให้ แต่ก็ได้ใส่ฟีเจอร์ Dim ภาพลดความสว่างทั้งจอลงในฉากที่มีแสงน้อยหรือฉากมืด เพื่อให้สีดำที่ดีขึ้นมาให้ (ไม่สามารถปิดฟีเจอร์นี้ได้) แต่ข้อเสียคือในบางครั้งอาจมีอาการภาพวูบวาบให้เห็นบ้าง แต่ก็ถือว่าไม่รบบกวนการรับชมโดยรวมอย่างเห็นได้ชัดครับ


มาถึงส่วนสุดท้ายของการทดสอบภาพนั่นก็คือการ เล่นเกม นั่นเอง โดยผมได้ทำการทดสอบการเล่นเกม Jump Force บน PS4 Pro พร้อมเปิดโหมด Game ที่ตัวทีวี โดยค่า Input Lag ที่วัดได้จะอยู่ที่ 75.5 ms ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่เยอะไม่น้อยเกินไป จากการควบคุมการเล่นเกมผ่านจอยก็ไม่เจออาการดีเลย์ หรือตอบสนองช้าแต่อย่างใด ส่วนโหมดภาพอื่นๆ จะมีค่า Input Lag อยู่ที่ประมาณ 106.2 ms ซึ่งถืออยู่ในเกณฑ์ปกติทั่วไป

ทดสอบเล่นเกม Jump Force ผ่าน PS4 Pro

เสียง

ด้วยการออกแบบและปรับจูนเสียงลำโพงโดยผู้ผลิตเครื่องเสียงชั้นนำระดับโลกอย่าง Onkyo ทำให้ TCL C8 เครื่องนี้มี คุณภาพเสียงอยู่ในระดับที่เรียกว่า “ดี” เลยทีเดียว มาในรูปแบบ 2x8W + 2x4W ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเสียงร้องเสียงพูดที่มีเนื้อเสียงที่อิ่ม เสียงแหลมที่มีความชัดเจนให้รายละเอียดเสียงทีดี เสียงเบสมาเป็นลูกๆ ในแบบพอดีๆ เรียกได้ว่าเสียงดีกว่าลำโพงทั่วไปอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ

ทดสอบเสียงกับคอนเสิร์ต Hitman David Foster & Friend

TCL C8 เครื่องนี้ รองรับระบบเสียง 3 มิติในยุคปัจจุบันอย่าง Dolby Atmos ซึ่งสามารถเล่นเสียง ผ่านออกตัว TV ได้เลย โดยรองรับในแบบขั้นสูงสุดอย่าง Dolby Atmos ที่มาในรูปแบบ Dolby TrueHD ในแผ่น Blu-ray อีกด้วย แต่จากการทดสอบพบว่าสามารถเล่นเสียง Dolby Atmos ได้ผ่านการเชื่อมต่อ HDMI เท่านั้น ไม่รองรับเสียง Dolby Atmos จากแอปพลิเคชั่นจาก Netflix แต่อย่างใด

เมื่อมีสัญญาณเสียงแบบ Dolby Atmos เข้าที่ตัวทีวี ก็จะมีโลโก้แสดงขึ้นมาอย่างชัดเจน

หากไม่ขึ้นโลโก้ Dolby Atmos ก็สามารถเข้าไปตั้งค่าที่จุดนี้ได้

โหมดเสียงต่างๆ ที่ TCL C8 เครื่องนี้ให้มาถือว่าครอบคลุมทุกการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น Movie, Music, Game และอื่นๆ ก็มีความแตกต่างของเสียงอย่างฟังได้ไม่ยาก สามารถเลือกใช้งานได้ตามใจชอบ แต่โหมดที่ผม แนะนำ ให้ใช้จะเป็นโหมด Dynamic เพราะจะเป็นการเน้นย่านเสียงในทุกๆ ย่านขึ้นมาให้ฟังดูรุกเร้า ฟังดูสนุกสนาน ฟังเพลงเสียงก็ชัด ดูหนังก็ให้รายละเอียดได้ดีพอสมควร แต่หากใครอยากฟังเสียงแบบไม่มีการปรุงแต่ง ก็แนะนำให้เลือกใช้โหมดเสียง Standard ครับ

เพิ่มเติม

แน่นอนหละว่าหากเราจะซื้อ TV สักเครื่องหนึ่งก็ย่อมต้องเอามารับชมรายการทีวีทั่วไปผ่าน Digital TV อย่างแน่นอน ซึ่ง TCL C8 เครื่องนี้ก็ได้ใส่ภาครับสัญญาณ TV Digital แบบ DVB-T2 มาให้ในตัว สามารถเสียบสายเสาอากาศที่หลังตัวเครื่องแล้วกดค้นหาช่องก็พร้อมรับชมมีชื่อช่องพร้อมชื่อรายการให้เราค้นหาได้อย่างง่ายดาย

รับชมข่าวสารยามเที่ยงกันสักหน่อยว่าวันนี้มีอะไรบ้าง ?!

มีชื่อช่องพร้อมชื่อรายการให้เราค้นหาได้อย่างง่ายดาย

TCL C8 เครื่องนี้ยังสามารถ เล่นไฟล์วีดีโอ ต่างๆ ผ่านช่องต่อ USB ได้ โดยจากการทดสอบเล่นกับไฟล์ MKV แบบ 4K HDR ตัวทีวีก็สามารถเล่นได้อย่างราบลื่น สามารถเปลี่ยนเสียงเปลี่ยนคำบรรยายได้ โดยสามารถเลือกเสียงไทยและคำบรรยายไทยได้อย่างไม่มีปัญหา

สามารถเล่นไฟล์แบบ 4K HDR ได้อย่างสบายๆ

สามารถเลือกเสียงและคำบรรยายเป็นภาษาที่ต้องการได้

ทีวีเครื่องนี้ใช้เป็น ระบบปฏิบัติ Android 9.0 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมผู้ช่วยคำสั่งเสียงอัจฉริยะอย่าง Google Assistant มี Google Play Store ไว้ให้เราเลือกโหลดแอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่ต้องการได้เช่น YouTube, Netflix หรือ Line TV เป็นต้น และยังมี Chromecast Built-in ให้คุณสามารถส่งคลิปวีดีโอหรือรายการต่างๆ ที่ชื่นชอบจากสมาร์ทโฟนขึ้นทีวีจอใหญ่ๆ ได้เลย

หน้าหลักของ Android TV 9.0 ดูเรียบร้อยสวยงาม

ยืนยันกันชัดๆ ว่าเป็น Android TV เวอร์ชั่น 9.0 ล่าสุดแน่นอน !!!

Google Play Store แหล่งรวมแอปพลิเคชั่นต่างๆ ให้คุณสามารถเลือกดาวน์โหลดไปใช้งานได้ โดยมีแอปต่างๆ มากมายเช่น แอปสตรีมมิ่งวีดีโอ อย่าง YouTube / Netflix, แอปสตรีมมิ่งฟังเพลง อย่าง Spotify รวมถึงมีเกมแบบเล่นง่ายๆ แก้เบื่อ ให้เราเลือกติดตั้งลงบนทีวีของเราได้

แอปดูซีรีส์ยอดฮิตของชาวไทยอย่าง Line TV ก็มีให้ดาวน์โหลด

เบื่อดูหนังจะเปลี่ยนเป็นฟังเพลงจาก Spotify ก็ทำได้

เกมต่างๆ ก็มีให้เลือกทั้งแบบฟรีและแบบเสียเงิน

Google Assistant หรือ ผู้ช่วยอัจฉริยะสั่งการใช้งานด้วยเสียง นับเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่ช่วยสร้างความสะดวกสบายในการใช้งานให้มากขึ้นได้เป็นอย่างดี โดยสามารถสั่งการใช้งานด้วยคำสั่งเสียงผ่านรีโมทได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น สั่งเปิด Netflix, สั่งค้นหาคลิปบน YouTube, ถามเส้นทาง, สอบถามสภาพอากาศ รวมถึงใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ Smart Home อื่นๆ ได้ด้วย โดยจากการทดสอบสามารถพูดได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ หรือ จะพูดรวมกัน 2 ภาษาก็สามารถทำได้ไม่มีปัญหา

เมื่อสั่งงานคำสั่งเสียงจะมีหน้าต่าง Pop Up ขึ้นที่ด้านล่างของจอ

ตัวอย่างสั่งงานให้ค้นหาคลิป “บริษัทฮาไม่จำกัด” บน YouTube

YouTube แหล่งรวบรวมคลิปวีดีจากทั่วทุกมุมโลก รวมถึงเป็นแหล่งความบันเทิงบนโลกออนไลน์ที่ฮิตที่สุดในประเทศไทยก็มีมาให้เช่นกัน โดยตัวแอปสามารถเล่นวีดีโอต่างๆ ได้ที่ความละเอียดสูงสุดถึงแบบ 4K แต่ว่าจะยังไม่รองรับการแสดงผลแบบ HDR ซึ่งหากมีการอัพเดทตรงจุดนี้ในอนาคตจะมาอัพเดทให้ทราบกันอีกทีครับ

เลือกชมคลิปที่ต้องการกันได้เลย

เลือกความละเอียดภาพได้สูงสุดที่ 4K จริงๆ นะ

Netflix แอปพลิเคชั่นสตรีมมิ่ง ภาพยนตร์และซีรีส์ ยอดนิยมของคนทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยก็มีมาให้เช่นกัน โดย นอกจากจะสามารถเล่นภาพความละเอียดระดับ 4K ได้แล้ว ยังรองรับการแสดงผล HDR ขั้นสูงสุดอย่าง Dolby Vision ได้อีกด้วย แต่เสียงดายตรงที่ว่าตัวแอปนั้นไม่รองรับระบบเสียง Dolby Atmos ครับ

แอป Netflix กับซีรีส์เรื่องดังอย่าง Stranger Things

VAGABOND อีกหนึ่งซีรีส์ที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ก็รับชมกันแบบ 4K กันไปเลย

อีกหนึ่งแอปที่เป็นที่ชื่นชอบและไม่พูดถึงไม่ได้อย่าง Line TV ที่เป็นแหล่งรวมผลงานซีรีส์ชื่อดังจากคนไทยมากมายมาไว้ในที่เดียวก็มีให้โหลดมารับชมกันได้ เช่น รักฉุดใจ นายฉุกเฉิน หรือ เขาวานให้หนูเป็นสายลับ

ซีรีส์ไทยที่กำลังมาแรงอย่าง “เขาวานให้หนูเป็นสายลับ” ก็สามารถรับชมบนจอใหญ่ๆ กันได้เลย

ฟีเจอร์สุดท้ายที่น่าสนใจก็คือแอปอย่าง T-Cast ที่ทาง TCL ได้ใส่ติดเครื่องมาให้เลย โดยแอปนี้จะต้องใช้งานร่วมกับแอปบนมือถือในชื่อเดียวกัน โดยมีให้ดาวน์โหลดได้ทั้ง iOS และ Android ซึ่งแอปนี้มีไว้แคสต์แอปคลิปวีดีโอต่างๆ จาก YouTube มาเล่นบนทีวี รวมถึงหากใครเผลอทำรีโมทหายก็ไม่ต้องกังวลเพราะแอปนี้ทำให้เราสามารถใช้มือถือของเราควบคุมทีวีเหมือนเป็นรีโมทได้เลยเช่นเดียวกัน

หน้าแรกของแอปพลิเคชั่น T-Cast

ใช้มือถือควบคุมทีวีได้เลย

และอีกสิ่งหนึ่งที่มีไม่เหมือนใครคือทาง TCL ได้จับมือกับทาง TOT พัฒนาแอป TOT IPTV เวอร์ชั่นพิเศษสำหรับ TV ของ TCL โดยเฉพะา ซึ่งภายในแอปนี้จะสามารถใช้รับชมช่องรายการฟรีทีวีต่างๆ ร่วมถึงช่องพิเศษอย่าง Fox Thai HD, National Geographic HD, Cartoon Club และช่องอื่นๆ มากมายผ่าย Internet ได้เลย โดยใครที่ซื้อ TV TCL เครื่องใหม่ จะได้รับสิทธิ์รับชม TOT IPTV ฟรี 3 เดือน อีกด้วย

มีช่องฟรีทีวีต่างๆ ให้รับชม

ช่องดังอย่าง Fox ไทย HD หรือ National Geographic HD ก็สามารถรับชมได้เช่นกัน

สรุป

TCL C8 เครื่องนี้ถือว่าเป็น Android TV ที่คุ้มค่าสุดๆ รุ่นหนึ่งเลยก็ว่าได้ ทั้งการรองรับการแสดงผลภาพ HDR ขั้นสูงสุดอย่าง Dolby Vision, ลำโพงที่ได้รับการออกแบบและปรับจูนโดย Onkyo, รองรับระบบเสียง Dolby Atmos, ระบบปฏิบัติการ Android ที่มาพร้อมฟีเจอร์ต่างๆ มากมายอย่าง Google Assistant, Google Play Store, Chrome Cast แถมโหมดภาพต่างๆ ก็ให้สีสันที่ดีแม่นยำในระดับ “ดี” มาตั้งแต่โรงงานเลยทีเดียว

ข้อดี

1.เป็นทีวีรุ่นระดับกลางที่รองรับระบบภาพ HDR ขั้นสูงสุดอย่าง Dolby Vision

2.ลำโพงคุณภาพเสียงดี ที่ได้รับการปรับจูนและออกแบบโดย Onkyo

3.ระบบปฏิบัติการ Android TV 9.0 ใช้งานง่าย สะดวกสบาย

4.โหมดภาพจากโรงงานอยู่ในเกณฑ์ “ดี” สามารถใช้รับชมได้ทันทีหลังแกะกล่องออกมา

ข้อเสีย

1.ค่า Input Lag สำหรับโหมด Game ค่อนข้างสูง (75.5 ms) แต่ก็สามารถเล่นเกมได้ไหลลื่นปกติไม่มีปัญหาใดๆ

2.แม้ว่าจะปิด Motion แทรกเฟรมภาพไปแล้วแต่ระบบก็ยังคงทำงานอยู่ คาดว่าจะมีเฟิร์มแวร์อัพเดทตามมาเร็วๆ นี้

3.แม้ว่าตัวทีวีจะรองรับระบบเสียง Dolby Atmos แต่ยังไม่รองรับระบบเสียงเดียวกันบนแอปพลิเคชั่น Netflix

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้