Skip to content
|

รีวิว ViewSonic X10-4K Smart Projector 4K HDR ดู YouTube Netflix ได้ มาพร้อมลำโพงจาก Harman/Kardon

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 03 Oct 2019 0 comments

รีวิว ViewSonic X10-4K Smart Projector 4K HDR

ดู YouTube Netflix ได้ มาพร้อมลำโพงจาก Harman/Kardon

ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 54,900 บาท

 

การรับชมภาพยนตร์เรื่องที่เราชอบ ดูซีรีส์เรื่องที่ใช้ บนจอภาพขนาดใหญ่ระดับ 100 นิ้ว ผ่านเครื่องฉายโปรเจ็คเตอร์ 4K UHD สักเครื่องหนึ่งคงเป็นอะไรที่หลายคนใฝ่ฝันกันอย่างแน่นอน แต่ด้วยความที่ยุคสมัยเปลี่ยนไปหนังหรือซีรีส์ที่เราดูส่วนใหญ่มักจะอยู่ในรูปแบบสตรีมมิ่งอย่าง YouTube หรือ Netflix ซึ่งโปรเจ็คเตอร์ปกติโดยทั่วไปก็มักจะไม่มีระบบปฏิบัติการ Smart หรือแอปพลิเคชั่นเหล่านี้มาให้ ซึ่งตรงจุดนี้เราก็ต้องคอยหาพวกกล่องสตรีมมิ่งต่างๆ มาเชื่อมต่อ ซึ่งอาจดูยุ่งยากและวุ่นวาย

แต่ในวันที่ผมมีโปรเจ็คเตอร์รุ่นหนึ่งที่ได้ชื่อว่าเป็น Best of Smart 4K Projector จาก ViewSonic นั่นก็คือเครื่องฉายรุ่น X10-4K เป็น Short Throw LED Projector ความละเอียดภาพ 4K รองรับ HDR ที่มาพร้อมระบบ Smart ในตัว แถมยังรองรับการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi อีกด้วยจะน่าสนใจแค่ไหนตามมาอ่านในรีวิวกันได้เลยครับ

ดีไซน์

การออกแบบ ของ ViewSonic X10-4K เครื่องนี้มาในรูปทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่พอสมควร ใช้วัสดุตัวเครื่องเป็นโลหะมันวาวผสมผสานกับพลาสติกคุณภาพสูง มาในโทนสีเทาเข้มให้ความรู้สึกเรียบหรู ดูแพง เรียกว่าเป็นของประดับบ้านชิ้นหนึ่งได้เลยทีเดียว จึงทำให้ ViewSonic X10-4K เครื่องนี้ได้รับรางวัล iF Design Award 2019 มาครองอีกด้วยนั่นเอง  

ภาพรวมของตัวเครื่อง ViewSonic X10-4K

ตัวเครื่องมาพร้อม หูหิ้วด้ามจับ ที่มั่นคงแข็งแรง สามารถพกพา X10-4K เครื่องนี้ไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวกสบาย โดย X10-4K เครื่องนี้มี ขนาดของตัวเครื่อง อยู่ที่ กว้าง 261 x ยาว 271 x สูง 166 มิลิเมตร มีน้ำหนักอยู่ที่ 4.1 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าไม่หนักไม่เบาจนเกินไปสำหรับโปรเจ็คเตอร์ในระดับนี้ ที่จะเน้นความมั่นคงแข็งแรงแต่ก็ยังสามารถพกพาไปไหนมาไหนได้อย่างไม่มีปัญหาครับ

ด้ามจับหูหิ้วสามารถพับเก็บได้

บริเวณ ด้านหน้า ของตัวเครื่องจะเป็นในตัวส่วนของเลนส์ฉายภาพ ที่มีกระจกคุณภาพสูงมาปิดป้องกันตัวเลนส์ไว้ โดยกระจกดังกล่าวนี้ได้รับการออกแบบให้แสงผ่านในระดับที่เหมาะสมเพื่อคุณภาพของภาพที่ดี มาพร้อมเซนเซอร์ Auto Focus, เซนเซอร์ Auto Keystone และ เซนเซอร์ Eye Protect ป้องกันอันตรายต่อสายตาเมื่อเผลอมองมาที่เลนส์ฉายภาพขณะมีแสงอยู่

เลนส์ฉายภาพ พร้อมเซนเซอร์ Auto Focus และ เซนเซอร์ Auto Keystone

เซนเซอร์ Eye Protect ป้องกันอันตรายสู่สายตา

ด้านบน ของตัวเครื่องจะมีโลโก้ ViewSonic เด่นสง่าอยู่บริเวณกึ่งกลางของตัวเครื่อง, มีปุ่ม เปิด/ปิด เครื่อง, Volume เพิ่ม/ลด ความดังเสียงแบบหมุน สะดวกง่ายดายต่อการใช้งาน, พร้อมไฟสถานะตัวเครื่องว่าอยู่ในโหมดเครื่องฉายปกติหรือ โหมดลำโพง Bluetooth และ มีโลโก้ Harman/Kardon เพื่อยืนยันได้เลยว่าคุณภาพของเสียงของโปรเจ็คเตอร์เครื่องนี้ต้องดีเยี่ยมอย่างแน่นอน

บริเวณด้านบนของตัวเครื่อง

ปุ่มกด เปิด/ปิด เครื่อง ถูกรวมไว้กับ Volume เพิ่ม/ลด ความดังเสียง แบบหมุนได้

บริเวณ ด้านข้าง ทั้ง 2 ด้านของตัวเครื่องจะเป็นในส่วนของดอกลำโพงจาก Harman/Kardon และพัดลมระบายความร้อนออกจากตัวเครื่อง

บริเวณด้านข้างของตัวเครื่อง

ด้านล่าง จะมีขาปรับระดับความสูงของตัวเครื่องแบบขาพับเข้าออก โดยสามารถปรับได้ทั้งหมด 3 ระดับ คือ ราบกับพื้นแบบปกติ, แบบยกสูง 115% และแบบยกสูง 130% ซึ่งขาปรับระดับความสูงแบบจะนี้ถือว่าใช้งานได้ง่ายกว่าแบบหมุนของโปรเจ็คเตอร์ทั่วไป แต่จะไม่สามารถปรับความสูงแบบละเอียดได้ ถือว่าง่ายต่อการใช้งานทั่วไป เช่นฉายเข้ากำแพงผนังห้องต่างๆ แต่หากนำไปติดตั้งกับจอรับภาพบางครั้งอาจขาดความยืดหยุ่นตรงจุดนี้ไปบ้าง

ขาตั้งปรับระดับความสูง

ตัวอย่างการปรับระดับความสูงทั้ง 3 ระดับ

ด้านหลัง เป็นส่วนของ ช่องเชื่อมต่อ ต่างๆ ที่มีฝาปิดป้องกันฝุ่นเมื่อไม่ได้ใช้งานที่สามารถพับ หรือ ถอดออกได้ ในส่วนของช่องต่อต่างๆ จะอธิบายรายละเอียดในภายหลังอีกทีครับ

ช่องเชื่อมต่อบริเวณด้านหลัง

รีโมท มาในขนาดกำลังดี ปุ่มต่างๆ ที่ให้มาก็ถือว่าครบครันต่อการใช้งาน เช่น ปุ่ม เปิด/ปิด เครื่อง, ปุ่ม Auto Focus, ปุ่มเลือกสัญญาณ Input, ปุ่มเข้าสู่โหมด Bluetooth, ปุ่มตั้งค่า, ปุ่มเข้าหน้า Home, Volume ปรับเสียง และจุดเด่นอยู่ที่ Click-Wheel ที่สามารถหมุนเป็นวงกลมเพื่อเลื่อนไปซ้ายขวาได้เหมือน iPod Classic ในอดีต ซึ่งสามารถใช้กดเป็นปุ่ม ซ้าย/ขวา, ขึ้น/ลง ได้ตามปกติครับ

รีโมทมาพร้อม Click-Wheel

มีไฟแบ็คไลท์ ใช้ในที่มืดได้ด้วยนะ

ช่องต่อ

แม้ว่า X10-4K เครื่องนี้จะเป็นโปรเจ็คเตอร์ที่เน้นการใช้งานแบบสะดวกสบาย แต่ ช่องเชื่อมต่อ ให้มาแบบจัดเต็ม ครบครัน ต่อการใช้งานในยุคสมัยนี้ได้เป็นอย่างดี โดยประกอบไปด้วยช่องต่างๆ ตามด้านล่างนี้

ช่องเชื่อมต่อต่างๆ

1.ช่องสายไฟเข้า AC In
2.ช่องเสียบตัวรับสัญญาณ Wi-Fi หรือ Wi-Fi Dongle (มีแถมมาให้ในกล่อง)
3.Digital Audio Out แบบ Optical
4.ช่อง Audio In/Out แบบ 3.5 มม. อย่างละ 1 ช่อง
5.HDMI 2.0 จำนวน 2 ช่อง รองรับความละเอียดภาพสูงสุดที่ 4K HDR 60Hz
6.USB-C เพื่อเชื่อมต่อภาพและเสียงกับอุปกรณ์ที่รองรับ
7.ช่อง Micro SD Card
8.ช่อง Ethernet สำหรับการเชื่อมต่อ Internet แบบสาย
9.ช่อง USB 3.0 และ 2.0 อย่างละ 1 ช่อง

Wi-Fi Dongle สำหรับใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย มีแถมมาให้เลยในกล่องไม่ต้องหาซื้อแยกจ้า

เพิ่มเติม

หน้า Home Menu เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมา

หากจะบอกว่า ViewSonic X10-4K เครื่องนี้ว่าเป็น Best of Smart 4K Projector ในตอนนี้ก็คงไม่ผิดนัก เพราะตัวเครื่องมาพร้อมระบบ Smart ในรูปแบบของ Android ที่ถูกปรับแต่งมาแบบพิเศษโดยเฉพาะ โดยมาพร้อมศูนย์รวมแอปพลิเคชั่นอย่าง Apitoide ที่มีแอปให้เลือกดาวน์โหลดได้ เช่นแอปยอดฮิตอย่าง Netflix หรือ YouTube เป็นต้น หรือหากใครอยากจะนำแอปอื่นๆ ที่เป็นไฟล์ APK มาลงก็ทำได้เช่นเดียวกัน แถม X10-4K เครื่องนี้ยังมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกเยอะแยะมากมายจะมีอะไรบ้างเดี๋ยวผมจะไล่เรียงให้ดูครับ

AppsCenter ศูนย์รวมแอปทั้งหมดที่ถูกติดตั้งไว้ในเครื่อง

Aptiode คลังแอปพลิเคชั่นให้เราเลือกดาวน์โหลดไปใช้งานกันได้

Netflix แอปลิเคชั่นดูหนังดูซีรีส์ในรูปแบบสตรีมมิ่งสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่น แต่เป็นที่น่าเสียดายเล็กน้อยตรงที่ตัวแอปเป็นแอปลักษณะเดียวกันกับแอปบนมือถือ ทำให้หน้าตาแอปรวมถึงการแสดงปกต่างๆ อาจดูใหญ่ๆ รายละเอียดข้อมูลของหนังจะไม่ค่อยละเอียดมากนัก รวมถึงไม่สามารถรับชมตัวอย่างได้ และในการรับชมรองรับความละเอียดภาพสูงสุดเพียงแค่ 720p เท่านั้น แต่หากรับชมในระยะที่เหมาะสมภาพที่ได้ถือว่าโอเคอยู่ครับ

มาทดสอบรับชมหนังจากแอป Netflix กันครับ

แอปพลิเคชั่นเป็นลักษณะเดียวกับสมาร์ทโฟน

สามารถเลือกตอน อ่านรายละเอียดแบบย่อได้ แต่ไม่สามารถเลือกชมตัวอย่างภาพยนตร์ได้

รับชมจริงจากเรื่อง Love Alarm ภาพอาจไม่คมมากนัก แต่ให้สีสันของภาพที่ดี ใช้รับชมได้อย่างไม่มีปัญหา

YouTube แอปรับชมวีดีโอคลิปยอดนิยมอันดับ 1 ของชาวไทยก็สามารถใช้งานได้อย่างราบรื่น รองรองรับความละเอียดภาพสูงสุดได้ถึง 4K HDR แต่จากการทดสอบการแสดงผลแบบ HDR ของ YouTube ยังมีความเพี้ยนของแสงสีอยู่บ้าง แนะนำให้รับชมเป็นแบบ 4K ปกติจะดูโอเคกว่า

หน้าตาแอป YouTube มาแบบเดียวกับ Android TV เลย

รองรับความละเอียดสูงสุดอยู่ที่ 4K 3840x2160p HDR 60fps (มีตัวเลือก 8K ให้เลือกก็จริงแต่ไม่สามารถเล่นได้ครับ)

เนื่องด้วยเป็นระบบปฏิบัติการ Android จึงทำให้เครื่องฉายเครื่องนี้รองรับการเชื่อมต่อกับ คีย์บอร์ดและเมาส์ไร้สาย แบบ USB ได้ จากการทดสอบสามารถช่วยให้การใช้งานราบรื่นขึ้น ทำให้สามารถใช้งานท่องเว็บผ่านแอป Google Chrome ได้สะดวก แต่ในส่วนของการพิมพ์ตอนนี้รองรับแค่ภาษาอังกฤษเท่านั้นยังไม่รองรับภาษาไทย

มีแอป Google Chrome ใช้เขาเว็บต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย

รองรับการใช้งานร่วมกับ เมาส์และคีย์บอร์ดไร้สาย ผ่านการเชื่อมต่อ USB

เสียบตัวรับสัญญาณ เมาส์และคีย์บอร์ด ที่ช่อง USB ด้านหลังตัวเครื่องได้เลย

Screen Mirroring หรือ ฟีเจอร์การส่งภาพหน้าจอมือถือขึ้นมาแสดงบนจอเตอร์ได้เลย รองรับทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS ซึ่ง Android ต้องทำการโหลดแอปพลิเคชั่นมาก่อนถึงจะใช้งานได้ ส่วน iOS สามารถใช้งานได้เลย 

ภาพวิธีการใช้งาน Screen Mirroring ของระบบ iOS และ Android

ทดสอบส่งภาพจาก iPhone ขึ้นไปบนโปรเจ็คเตอร์ สามารถใช้งานได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด

File Management เป็นส่วนของการจัดการไฟล์ต่างๆ ทั้ง หน่วยความจำในเครื่อง ที่มีมาให้ในตัว 16GB หรือจะเป็นการเชื่อมต่อ แฟลชไดร์ฟ หรือเชื่อมต่อกับ HDD เพื่อเปิดไฟล์ภาพ, เสียง และวีดีโอต่างๆ ได้ จากการทดสอบเล่นไฟล์หนัง MKV แบบ 4K HDR โปรแกรมเล่นไฟล์ที่ติดมากับตัวเครื่องสามารถเล่นได้ แต่ไม่สามารถเลือกภาษาของเสียงและคำบรรยายได้ หากใครที่เน้นการใช้งานในจุดนี้แนะนำให้หาแอปพลิเคชั่นอื่นในรูปแบบ APK มาติดตั้งจะตอบโจทย์ได้ดีกว่าครับ

หน้าตาในส่วนของ File Management

ทดสอบเล่นไฟล์แบบ MKV ได้จ้า

เนื่องจากเป็นโปรเจ็คเตอร์ใช้งานง่ายแบบ Life Style เน้นพร้อมใช้งานเพียงวางเครื่องในที่ที่เหมาะสมเสียบปลั๊กก็ต้องใช้งานได้เลย โปรเจ็คเตอร์เครื่องนี้เลยได้ใส่ฟีเจอร์ Auto Focus และ Auto Keystone มาให้ เพียงเปิดเครื่อง เคลื่อนย้ายตัวเครื่อง หรือจะกดดปุ่ม Auto Focus ที่รีโมท ระบบก็จะทำทุกอย่างแบบ Auto ให้ทันที เรียกว่าสะดวกสบายจริงๆ สำหรับจุดนี้ แต่หากใครที่อยากปรับทั้ง Focus และ Keystone เองก็สามารถเข้าไปปรับที่ตั้งค่าต่างๆ ได้เช่นกัน

ระบบ Auto Focus สะดวกต่อการติดตั้งและใช้งานมาก

หน้าเมนูต่างๆ ในส่วนของการตั้งค่า สวยงามดูดีพอสมควรเลย

สามารถปรับ Keystone และ Focus แบบ Manual ได้

สามารถเลือกปรับความสว่างได้แบบ Full และ Eco

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ไม่เหมือนใครและสร้างความประทับใจให้ผมแบบสุดๆ เลยก็คือฟีเจอร์ Bluetooth Speaker โดยสามารถเข้าโหมดนี้โดยการกดปุ่มรูป Blutooth ที่รีโมท ตัวเครื่องก็จะทำการปิดในส่วนของหลอดภาพไปแล้วทำหน้าที่เหมือน ลำโพง Bluetooth ปกติทั่วไปเลย ขอบอกคร่าวๆ ในจุดนี้เลยว่าเสียงดีมากครับ แต่จะดีแค่ไหนเดี๋ยวจะบอกอีกทีในส่วนของหมวดเสียงครับ

ใช้เป็นลำโพงบลูทูธฟังเพลงได้

ทดสอบเล่นเพลงด้วย Apple Music ผ่าน iPad Mini 5 เสียงที่ได้ถือว่าดีเลยทีเดียว

ภาพ

สเปคด้านภาพ ViewSonic X10-4K เครื่องนี้ เป็น DLP โปรเจ็คเตอร์ที่ใช้แหล่งกำเนิดแสงแบบ LED สามารถ ใช้งานได้สูงสุด 30,000 ชั่วโมง ให้ ความสว่างสูงสุด 2400 LED Lumens ความละเอียดภาพแบบ 4K UHD 3840×2160 Pixel อัตราส่วนภาพแบบ 16:9 มี Contrast Ratio อยู่ที่ 3000000:1 แถมยังรองรับการแสดงผลแบบ HDR ได้อีกด้วย และเนื่องจากเป็น Short Throw Projector ฉายในระยะเพียง 1.77 เมตรก็สามารถให้ภาพได้ใหญ่ถึง 100 นิ้วแล้ว เรียกได้ว่าจัดเต็มสำหรับโปรเจ็คเตอร์แบบ Home Entertainment จริงๆ

ข้อดีของโปรเจ็คเตอร์ที่ใช้แหล่งกำเนิดแสงแบบ LED คือสามารถเปิดเครื่องได้เร็วกว่า และอายุการใช้งานของแหล่งกำเนิดแสง (หลอดไฟ) ที่ยาวนานถึง 30,000 ชั่วโมง ซึ่งมากกว่าโปรเจ็คเตอร์ที่ใช้แหล่งกำเนิดแสงแบบหลอดไส้ทั่วไปที่ส่วนใหญ่มีอายุการใช้งานเพียงแค่ 3000-4000 ชั่วโมง เท่านั้น

ความสว่าง 2400 LED Lumens ถือว่าสู้แสงได้ในระดับหนึ่งสามารถใช้งานในห้องที่มีแสงรบกวนเล็กน้อยได้อย่างไม่มีปัญหา แต่หากนำไปใช้ในห้องที่มืดสนิท 100% จะให้ผลลัพธ์ของภาพที่ดีที่สุดครับ

ตัวอย่างระยะฉายของ ViewSonic X10-4K

มาเริ่มทดสอบด้านภาพกัน

ค่าของโหมดภาพต่างๆ ที่เราวัดได้

ถึงแม้ว่า ViewSonic X10-4K เครื่องนี้จะเป็น Smart Projecter แบบเน้นการใช้งานสะดวกสบาย แต่เรื่องคุณภาพของภาพก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน ค่าที่วัดได้จาก โหมดสำเร็จรูป ของโรงงานถือว่าอยู่ในระดับ “ใช้ได้” โดยโหมดสำเร็จรูปที่ แนะนำ ให้ใช้คือโหมด User จะให้ภาพที่ถูกต้องที่สุด ภาพที่ได้ให้ สีสันออกแนวสดใส รุกเร้า อยู่บ้าง แต่ก็ยังคงมีความ เป็นธรรมชาติ อยู่ในระดับที่ดี สามารถใช้งานรับชมทั่วไปได้อย่างไม่มีปัญหาเลยครับ

ภาพจากเรื่อง Tranformers รายละเอียดต่างๆ ของหุ่นยนต์มีความชัดเจน สีสันสดเด้งในระดับหนึ่งเลย

ในส่วนของการ ปรับภาพแบบละเอียด ก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยสามารถปรับในส่วนของ 1-Point white balance, Color management system (color space) และ Gamma ซึ่งการปรับค่าต่างๆ นี้จะส่งผลถึงภาพทั้งในแบบ SDR และ HDR เลยครับ 

***เนื่องจากใช้ค่าปรับภาพทั้งแบบ SDR และ HDR รวมกัน จึงทำให้ภาพในส่วนของ HDR มีความเพี้ยนของภาพเล็กน้อยแต่ยังสามารถรับชมได้อยู่ แต่ในจุดนี้แนะนำให้รับชมในรูปแบบ SDR จะให้ผลลัพธ์ของภาพที่ดีกว่าครับ*** 

จากการวัดค่าขอบเขตสีทั้งก่อนปรับและหลังปรับในส่วนของมาตรฐาน Rec.709 นั้นทำได้ ทะลุ 100% ส่วนขอบเขตสีสำหรับมาตราฐานเครื่องฉายในโรงภาพยนตร์หรือ DCI-P3 ทำได้อยู่ที่ 83.2 % ถือว่าสูงพอสมควรสำหรับเครื่องฉายแบบ Home Entertainment ครับ

ค่าก่อนปรับถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีระดับหนึ่ง

หลังปรับค่ากราฟและภาพที่ได้ถือว่าดีเลยทีเดียว

ให้ขอบเขตสีได้มากถึง 83.2 % ของมาตราฐาน DCI-P3

หลังจากปรับภาพกันไปแล้วที่นี้มาทดสอบการ รับชมจริง กันบ้างดีกว่าว่าภาพที่ได้จะเป็นอย่างไร โดยเรื่องแรกที่นำมาทดสอบเป็นเรื่อง A star is born ในฉากที่ Lady Gaga ร้องเพลงเล่นเปียโนอยู่ในคอนเสิร์ตช่วงกลางของเรื่อง สีผิว สีหน้าของ Lady Gaga นั้นมีความเป็นธรรมชาติ รายละเอียดในที่มืดของฉากหลังเวทีก็ทำได้ดีสำหรับโปรเจ็คเตอร์ในระดับราคานี้เลยครับ

สีผิว รายละเอียดในที่มืด ทำออกมาได้ดีทีเดียว

เรื่อง La La Land ในฉากปาร์ตี้สระน้ำที่พระเอกและนางเอกเจอกันครั้งแรก สีสันของเสื้อผ้า สีของน้ำในสระ สีของต้นไม้ มีความสดเด้งพอสมควร ถูกใจใครหลายๆ คนอย่างแน่นอน

สีสันสดใส ถูกใจใครหลายคนแน่นอน

รับชมภาพรายการทีวีธรรมดาทั่วไปผ่าน YouTube ภาพที่ได้ก็คมชัดสวยงาม

ดูหนังกันไปแล้วทีนี้มา ทดสอบการเล่นเกม กันบ้าง บอกได้เลยว่าการได้เล่นเกมบนจอภาพขนาดใหญ่นี่ได้อรรถรสเป็นอย่างมาก โดยได้ทดสอบการเล่นเกมขับรถ Gran turismo sport และ Street Fighter V ผ่านเครื่อง PS4 Pro และแม้เครื่องนี้จะมีโหมด Game มาให้แต่ไม่ได้ผลกับค่า Input Lag แต่อย่างใด ซึ่งจากการวัดค่าออกมาพบว่าในทุกๆ โหมดนั้นมีค่า Input Lag เท่าๆ กันเลย อยู่ที่ประมาณ 67-68 Ms ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ดีสามารถใช้เล่นเกมได้อย่างไหลลื่นไม่มีปัญหา

เล่นเกมขับรถบนจอใหญ่ๆ ภาพเต็มตาดีจริงๆ ครับ

เกมต่อสู้ภาพเคลื่อนไหวไหลลื่นเนียนตาไม่มีสะดุด

เนื่องด้วย X10-4K เครื่องนี้เป็นโปรเจ็คเตอร์แบบกึ่งพกพา เราจึงสามารถนำไปใช้ต่อกับคอมพิวเตอร์พรีเซ็นต์งานในที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย โดยสามารถเชื่อมต่อได้ผ่านทางสาย HDMI หรือ USB-C กับอุปกรณ์ที่รองรับได้เลย

ต่อภาพจาก Macbook ด้วย USB-C

เชื่อมต่อที่ช่อง USB-C ด้านหลังเครื่อง

ใช้พรีเซ็นท์หรือทำงาน บนจอใหญ่ๆ ได้เลย

มี Motion แทรกเฟรมภาพมาให้ด้วยนะ

ViewSonic X10-4K ได้ใส่ฟีเจอร์ Motion แทรกเฟรมภาพ เพื่อความลื่นไหลมาให้ด้วย โดยมีให้เลือกทั้งหมด 3 ระดับ คือ สูง กลาง ต่ำ ซึ่งจากการทดสอบใครที่ชอบภาพแบบลื่นๆ แนะนำให้เลือกเปิดในระดับต่ำ ก็เพียงพอแล้วครับ ภาพที่ได้จะลื่นกำลังดีโดยไม่มีวุ้นหรือกระตุกมาให้เราเห็นมากนัก

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่แม้ทุกวันนี้อาจถูกพูดถึงน้อยลงไปมากแล้ว แต่ก็ยังมีหลายคนที่ชื่นชอบการใช้งานฟีเจอร์นี้อยู่ นั่นก็คือฟีเจอร์การแสดงผลภาพแบบ 3D นั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่า X10-4K เครื่องนี้ก็รองรับการแสดงผล 3D แต่ทาง ViewSonic ไม่ได้ส่งแว่น 3 มิติมาให้ ผมจึงลองนำแว่น 3D DLP ที่ผมมีอยู่แล้วมาทดสอบ ภาพทีได้ถือว่าดีเลยทีเดียว มีลอยมีลึก มีความชัดตื้นของภาพ เรียกว่าผ่านฉลุยเลยครับ 

เสียง

เรื่อง เสียง ของ X10-4K เครื่องนี้บอกได้เลยว่าไม่ธรรมดา มาพร้อมลำโพงขนาด 8Wx2 ที่ตัวลำโพงและโหมดเสียงต่างๆ ได้รับการออกแบบโดยผู้ผลิตเครื่องเสียงชื่อดังอย่าง Harman/Kardon เนื้อเสียงโดยรวมมีความ ใสชัดเจน เสียงเบสอยู่ในระดับที่ฟังสนุก สามารถให้อรรถรสในการดูหนัง ฟังเพลง ได้ดีเทียบเท่าลำโพง Bluetooth ดีๆ ตัวหนึ่งได้เลย

ทดสอบฟังเพลงจาก YouTube

มี โหมดเสียง ให้เลือกทั้งหมด 2 แบบ คือ ภาพยนตร์ และ ผู้ใช้ ซึ่งในส่วนของผู้ใช้นั้นเราจะสามารถ ปรับ EQ ได้ตามใจชอบ จากที่ผมได้ทดลองทำการปรับดูบอกได้เลยว่าประทับใจพอสมควร เพราะจากที่เคยทดสอบมาไม่ว่าจะเป็น โปรเจ็คเตอร์ หรือ ทีวี รุ่นต่างๆ เวลาเราปรับ EQ ต่างๆ มักจะไม่ค่อยเห็นผลอย่างชัดเจนสักเท่าไหร่ แต่กับ X10-4K เครื่องนี้ เสียงเปลี่ยนไปตามที่เราต้องการจริงๆ อย่างสัมผัสได้ครับ

มี EQ ให้เลือกปรับได้ตามใจชอบเลย

สรุป

ข้อดี

1.มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Smart ในตัวเรียกได้ว่าเป็น Best of Smart 4K Projector ในตอนนี้เลยก็ว่าได้

2.มีแอปพลิเคชั่นยอดฮิตอย่าง YouTube และ Netflix ให้สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานรับชมผ่านตัวเครื่องได้เลย

3.มีฟีเจอร์ Auto Focus และ Auto Keystone ช่วยให้การติดตั้งสะดวกสบาย

4.ลำโพงและระบบเสียงจาก Harman/Kardon ที่ให้คุณภาพเสียงที่ดีแถมยังสามารถใช้เป็นลำโพง Bluetooth ไร้สายได้อีกด้วย

ข้อเสีย

1.ขาตั้งเป็นแบบพับทำ ไม่สามารถปรับความสูงแบบละเอียดได้ แต่สามารถใช้งานได้ง่ายในการติดตั้งแบบทั่วไป

2.ไม่มี Optical Zoom หรือ Digital Zoom มาให้

3.แอป Netflix เป็นรูปแบบเดียวกับมือถือเวอร์ชั่นเก่ารองรับความละเอียดภาพสูงสุดแค่ 720p เท่านั้น แต่หากรับชมในระยะที่เหมาะสมภาพที่ได้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี

สรุป ViewSonic X10-4K เครื่องนี้เป็น Smart Projector ความละเอียดภาพแบบ 4K รองรับ HDR ใช้แหล่งกำเนิดแสงแบบ LED สามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 30,000 ชั่วโมง มีฟีเจอร์ Auto Focus กับ Auto Keyston ที่ช่วยให้ติดตั้งเครื่องได้อย่างง่ายดาย รองรับการเชื่อมต่อ Internet ไร้สายแบบ Wi-Fi จาก Dongle ที่แถมมาให้ในกล่อง ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ที่มีการปรับแต่งมาให้ใช้งานบนโปรเจ็คเตอร์เครื่องนี้ได้อย่างราบรื่น มีแอปพลิเคชั่นดูหนังดูวีดีโอยอดฮิตอย่าง YouTube กับ Netflix มาให้ในตัว มาพร้อมลำโพงและระบบเสียงจาก Harman/Kardon ที่ให้เสียงที่ดี แถมยังสามารถใช้งานเป็นลำโพง Bluetooth ไร้สายได้อีกด้วย

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้