รุ่นใหญ่ขอแจม Atmos! รีวิว Onkyo HT-S9700THX จุดสูงสุดของชุดอินเดอะบ็อกซ์

Home Theater in The Box หรือเรียกกันย่อๆ ว่า HTiB ที่หลายคนมักจะปรามาศว่าเป็นเซ็ตโฮมฯ แบบสำเร็จรูป ที่มีข้อดีแค่ตรงที่สะดวกเซ็ตเดียวจบ และให้เสียงดีกว่าชุดโฮมจากแบรนด์ตลาดทั่วไป ทำให้เหล่าบรรดานักฟังรุ่นเก๋าขึ้นมาหน่อยต่างเบือนหน้าหนีกันไป เพราะคิดว่าเล่นชุดแยกน่าจะสดสะใจกว่า ทว่าความคิดเหล่านี้อาจจะต้องเปลี่ยนไป เมื่อได้พบกับ Onkyo HT-S9700THX เซ็ตนี้

HT-S9700THX คือชุดโฮมเธียร์เตอร์ในซีรี่ย์ 9 ของแบรนด์ Onkyo ที่นับว่าเป็นรุ่นท็อปสุดในไลน์ อัดแน่นไปด้วยสารพัดฟีเจอร์จาก AVR รุ่นใหญ่แบบครบสูตร ตั้งแต่ 4K ไปจนถึง Dolby Atmos ระบบเสียงใหม่รอบทิศทาง และยิ่งไปกว่านั้นคือลำโพงทุกตัวในเซ็ตนี้ล้วนแล้วแต่ผ่านการทดสอบจาก THX แล็บเสียงชื่อดัง ซึ่งการันตีได้ถึงประสบการณ์ในการรับชมภาพยนตร์แบบเสมือนนั่งอยู่ในโรงสุดๆ เรียกว่าท็อปสุดตั้งแต่กล่องบรรจุยันไส้ในเลยทีเดียว
สเปคคร่าวๆ ของ Onkyo HT-S9700THX
- ตัว AVR มาพร้อมกับลำโพงแบบ 7.1 แชนแนล และรองรับการต่อเพิ่มกับลำโพง SKH-410 เป็น 5.1.2 แชนแนลสำหรับระบบเสียง Dolby Atmos
- พร้อมสำหรับการแสดงผลบนจอภาพความละเอียด 4K ผ่านทางพอร์ต HDMI 2.0
- รองรับการอ่านไฟล์ Hi-Res Audio หลากหลายนามสกุลผ่านทางพอร์ต USB เช่น FLAC และ DSD เป็นต้น
- ตู้ลำโพงที่แถมมาในเซ็ตทุกตัวผ่านการทดสอบจากแล็บ THX ที่การันตีเรื่องประสบการณ์ในการดูหนังได้อย่างดีเยี่ยม
- ตัว AVR รองรับการใช้งานร่วมกับแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนเพื่อควบคุมแทนรีโมทได้
ราคาตั้ง 49,900 บาท
Design – การออกแบบ
เนื่องจากหน้าตาของ HT-S9700THX ตัวนี้ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นก่อนหน้ามากมายสักเท่าไร เราเลยจะมาดูกันแบบรวบรัดเพื่อความรวดเร็วนะครับ

หลังจากแกะกล่องบรรจุออกมาก็ได้จะได้อุปกรณ์ทั้งหมดตามนี้เลยครับ
ลำโพงคู่หน้า 1 ตัว, ลำโพงเซอร์ราวด์ 4 ตัว, ลำโพงเซ็นเตอร์อีก 1 และซับวูฟเฟอร์แบบแอคทีฟ
ที่ขาดไม่ได้ก็คือ AVR ครับ

ตัวลำโพงคู่หน้าและลำโพงวางหิ้งยังมีหน้าตาหล่อเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
เป็นวัสดุไม้ MDF ประกอบเข้ากับไดร์เวอร์ มีการเก็บงานที่เนียนใช้ได้

วางเปรียบเทียบกันให้ดูระหว่างถอดกับใส่หน้ากาก
บริเวณหน้ากากถ้าเป็นรุ่นอื่นจะเป็นโลโก้ Onkyo เฉยๆ แต่สำหรับรุ่นท็อปตัวนี้จะมีโลโก้ THX ประกบด้วย

ที่ขั้วเสียบสายของลำโพงทุกตัวจะมีการสกรีนสีที่แตกต่างกัน เพื่อให้เข้ากับสายลำโพงที่แถมมาให้
ทำให้เราไม่งงและสับสนเสียบสายผิดๆ ถูกๆ เป็นการใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ แบบคนญี่ปุ่นเขาล่ะ

หน้าตา AVR ยังคงเหมือนเดิมเป็นเอกลักษณ์ เพราะผมเองก็จินตนาการไม่ออกว่าจะดีไซน์ใหม่ยังไง (ฮา)
ด้วยของเดิมเองก็ยังคงตอบสนองการใช้งานได้ไม่ขัดข้องอะไร เลยน่าจะยังไม่มีการเปลี่ยนโฉมใหม่เร็วๆ นี้ครับ
โดยโค้ดเนมในรุ่นนี้ก็คือ HT-R993 ครับผม

ข้อแตกต่างจากรุ่น HT-S9400THX โมเดลก่อนหน้าคือได้มีการเพิ่มพอร์ต HDMI สำหรับเสียบหน้าเครื่องมาให้แล้ว
เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับการใช้งานแบบเร่งรีบ เช่นเสียบคอมเสียบเกมคอนโซลได้เป็นอย่างดี

ด้านหลังเป็นแหล่งรวมช่องเสียบสายสัญญาณต่างๆ ที่เราใช้เสียบกันบ่อยๆ ก็เห็นจะเป็น
HDMI ที่ให้ INPUT มาถึง 6 ช่อง เสียบกันให้เพลินไปเลย ที่สำคัญคือขั้วต่อสายลำโพงแบบไบน์ดิ้งโพสต์
พร้อมสำหรับการอัพเกรดไปเล่นลำโพงใหญ่ หรือไหลไปกับสายสัญญาณต่อได้อีกครับ

อุปกรณ์ที่แถมมามาในกล่องได้แก่สายลำโพงครบเซ็ต, คู่มือ, รีโมท, เสาอากาศ
และไมค์สำหรับ Calibrate เสียงจาก AccuEQ

Hello เจอกันอีกแล้วนะ รีโมทดีไซน์หน้าตาพิมพ์นิยมอยู่คู่กับแอมป์ Onkyo มาหลายปี
Setup – การติดตั้ง
หลังจากพิจารณาดีไซน์กันไปในหน้าที่แล้ว เราก็ไม่รอช้าเริ่มทำการติดตั้งเซ็ตโฮมเธียเตอร์ชุดนี้เข้ากับห้องทดสอบที่ออฟฟิศก่อนเลยครับ
สำหรับรีวิวนี้เราจะใช้ระบบเสียงแบบ 5.1.2 แชนแนล โดยเราจะย้ายลำโพง Surround Back ที่แถมมาให้ในชุดมาเป็น Front High สำหรับจำลองระบบเสียงแบบ Dolby Atmos ที่กำลังเป็นที่กล่าวขานถึง ณ ขณะนี้ (สำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังไม่เก็ทว่า Dolby Atmos คืออะไร คลิ๊กที่นี่ เข้าไปทำความรู้จักกันเลยครับ) ในจุดนี้แอบกระซิบเลยว่ามันให้เนื้อเสียงแน่นและเป็นธรรมชาติกว่า Dolby Enabled Speaker อีกนะ
หลายท่านอาจจะงง ซิสเต็มเดิมๆ เป็น 7.1 แล้วทำไมถึงต่อเป็น 7.1.2 ไม่ได้ล่ะ สาเหตุก็เพราะว่า ภาคขยายของ R-993 แอมป์ตัวที่พ่วงเข้ามาในเซ็ตนี้ มีเพียง 7 แชนแนล ถ้าจะใช้ 7.1.2 ต้องใช้ภาคขยายถึง 9 แชนแนล ซึ่งจะมีเฉพาะแอมป์รุ่นเรือธงเท่านั้นครับผม

สำหรับการจัดวางลำโพงก็จะยึดตำแหน่งประมาณนี้ครับ แต่ด้วยสภาพห้องที่ทดสอบไม่สามารถเจาะเพดานได้
เราจึงต้องแขวนไว้ด้านบนที่ผนังด้านหน้าแทนครับ

เราจะเทสต์กันแบบเปิดหน้ากากแบบนี้แหละ เพราะเดิมทีคาแร็คเตอร์ของ Onkyo จะออกสุขุมนิดๆ
ถ้าอยากให้โปร่งสว่างฟังรื่นหูอีกหน่อยก็ต้องเปิดหน้ากากออกมาพอจะช่วยได้บ้างครับ
เมื่อวางลำโพงเข้าที่เรียบร้อยก็ต้องทำ Calibrate เสียงให้เรียบร้อยก่อนครับ เริ่มต้นด้วยการไปหยิบเอาจานบินดำๆ ที่มีสายพ่วงออกมาจากซองอุปกรณ์ที่แถมมาในกล่อง หน้าตาประมาณรูปด้านล่างนี้แหละ

ได้มาแล้วก็เสียบเข้าที่ช่อง Setup Mic ด้านหน้าเครื่องได้เลยครับ ตัวแอมป์ก็จะบูธเข้าหน้าเมนูสำหรับทำการ Calibrate ให้โดยอัตโนมัติ จากนั้นก็นำไมค์ไปวางไว้ตรงจุดนั่งฟังของห้องท่านได้เลยครับ โดยผมแนะนำว่าถ้าสามารถวางที่ระดับความสูงเดียวกันกับรูหูคนนั่งได้จะยิ่งได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำมากยิ่งขึ้น

การวางไมค์จะง่ายยิ่งขึ้นไปอีกถ้าท่านมีขาตั้งกล้องอยู่ที่บ้าน
เพราะว่าตัวไมค์สามารถหมุนเข้ากับเพลตได้ทันที ไม่ต้องกลัวว่าตัวไมค์จะคว่ำลงแต่อย่างใด
เมื่อเรากด Start ตัวเครื่องก็จะทำการปล่อยเสียงออกไปตามลำโพงตำแหน่งต่างๆ รอบห้องเพื่อเช็คว่าตอนนี้มีลำโพงตัวไหนบ้างที่ถูกติดตั้งในเซ็ต แล้วหลังจากนั้นก็จะทำการวัดระดับความดังเพื่อเกลี่ยให้ทั้งระบบยิงเสียงไปยังตำแหน่งไมค์อย่างเท่าเทียมกัน
ระหว่างการทำงานตัวเครื่องอาจจะให้เราย้ายตำแหน่งไมค์ ไปที่จุดฟังที่ 1,2 หรือ 3 เพื่อวัดหาค่าเฉลี่ยกรณีที่จุดฟังเราเป็นโซฟายาว เราก็ขยับไมค์ไปตามจุดดังกล่าวตามที่ขึ้นในเมนูแล้วกดดำเนินการต่อได้เลยครับ

หลังจากเซ็ตอัพเรียบร้อยก็จะขึ้นโชว์หน้าตาประมาณรูปด้านบน เราก็เลือก Save เพื่อให้แอมป์จำค่านี้ไว้ แล้วหลังจากนั้นก็ไปถอดไมค์ออกจากบริเวณด้านหน้าแอมป์เพื่อกลับเข้าสู่โหมดใช้งานปกติ เพื่อมาลองฟังเสียงกันต่อไป
Sound – เสียง
นอกจากฟีเจอร์เกี่ยวกับระบบเสียงแบบ Dolby Atmos ที่เป็นไฮไลท์หลักแล้ว HT-S9700THX ชุดนี้ยังมีชิพถอดรหัสเสียง Dual DSP 32-bit engines ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการถอดรหัสเสียงเซอร์ราวด์ต่างๆ ให้กับซิสเต็ม ซึ่งจะทำให้ตัวแอมป์พร้อมสำหรับไฟล์เสียงแบบดิจิตอลในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาไฟล์ Hi-Res ทั้งหลาย

เราเริ่มทดสอบด้วยการหยิบแผ่น Transformer : Age Of Extinction ที่เป็นบลูเรย์เรื่องเดียวที่ให้เสียงแบบ Dolby Atmos แท้ๆ แผ่นเดียวที่เรามี ณ ตอนนี้ แน่นอนว่าเครื่องเล่นของเราก็ยังคงเป็น OPPO BDP-95 ตัวเดิมของเรา เพื่อเป็นการยืนยันว่าเราไม่จำเป็นจะต้องอัพเกรดเพลเยอร์ เพียงแค่ปรับ Audio Output ให้เป็น Passthrough ก็พอแล้ว

Dolby Atmos โชว์หราแบบนี้แสดงว่าส่งมาให้แอมป์ถอดรหัสแบบเต็มๆ เข้าใจตรงกันนะ
คุณภาพเสียงของซิสเต็มเมื่อได้มาฟังแบบ Dolby Atmos ก็ต้องบอกว่ามีการไล่ระดับขึ้นหัวในหลายๆ จังหวะ ที่เห็นเด่นๆ คือตอนที่พระเอกเราส่งหุ่นยนต์แมลงบินเข้าไปสอดแนม เราจะได้ยินเสียงกระพือปีกบินมีมิติที่สูงขึ้นชัดเจนมาก ผมคิดว่าถ้าเราสามารถติดตั้งลำโพงที่เพดานด้านบนได้ จะยิ่งส่งผลให้มิติดีดลอยขึ้นมาอีกขั้นแน่นอน

บรรยากาศการทดสอบในห้องโฮมเธียเตอร์ห้องเดิม

ฉากที่ลอง Dolby Atmos แล้วเห็นผลชัดสุดคือพวกฉากที่มีการเคลื่อนที่ของเสียงในแนวดิ่งนี่แหละครับ

แม้ว่าตัวลำโพงทั้งเซ็ตจะเป็นการยกเอาสเปคจากชุด HT-S9400THX มาแบบเป๊ะๆ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าประสิทธิภาพทุกอย่างจะเหมือนเดิม จำที่ผมเกริ่นไว้ด้านบนเกี่ยวกับชิพ DSP 32-bit ได้ไหมครับ? นี่แหละหัวใจสำคัญที่ช่วยยกประสิทธิภาพของลำโพงให้ดีขึ้นมาอีก เพราะตัวผมเองที่คลุกคลีมาทั้งสองเซ็ตก็รู้สึกได้ว่ามันมีความสดใหม่แบบที่ HT-S9400THX ให้ไม่ได้แฝงอยู่

ด้วยความที่ HT-R993 เอวีรีซีฟเวอร์ในเซ็ต มาพร้อมกับความสามารถในการอ่านไฟล์ Hi-Res Audio ได้โดยตรงผ่านทางพอร์ต USB ด้านหน้าเครื่อง ทำให้การทดสอบเพลงของเราสะดวกสบายขึ้นมาก เพียงแค่โยนไฟล์ลงแฟลชไดร์ฟ(หรือ External Harddisk) แล้วไปจิ้มที่พอร์ตตัวแอมป์ก็จะเริ่มทำการอ่านไฟล์นั้นๆ ทันที แน่นอนว่าพวกนามสกุล FLAC ก็จะมีการโชว์หน้าปกให้ดูกันด้วย

ส่วนเรื่องของการฟังเพลงนั้น ตามไซส์ของลำโพงคู่หน้ายังไงเราก็ต้องเปิดซับวูฟเฟอร์ให้เป็น 2.1 แชนแนล จึงจะได้น้ำได้เนื้อกำลังดี เพราะผมลองเปิดใช้ลำโพงคู่หน้าเดี่ยวๆ เสียงออกมาแห้งมาก เพราะลำโพงมีขนาดที่เล็กและตัวไดร์เวอร์ก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร ฉะนั้นแล้วการล้วงเข้าไปในย่านความถี่ต่ำๆ ก็จะทำได้ไม่ค่อยดี จึงเป็นสาเหตุให้ต้องใช้ซับวูฟเฟอร์ช่วยนั่นเองจึงจะได้อรรถรสที่น่าฟังครับ
มาถึงตรงนี้จะขอแนะนำนิดนึงว่าถ้าอยากได้ประสิทธิภาพในการฟัง Hi-Res Audio แบบเต็มๆ ในกรณีที่คุณยังไม่มีอุปกรณ์เสริมอื่นๆ การเสียบเพลงเล่นผ่านทาง USB หน้าแอมป์จะให้เสียงที่คุณภาพดีที่สุดครับ เพราะถือว่าเป็นการยิงตรงเข้าหา Burr-Brown DAC ในแอมป์ไปเลย ไม่ไปพึ่งภาคขยายอย่างอื่นเพิ่ม

ต่อฟังสองแชนแนลสบายๆ ด้วยสาย HDMI ผ่านช่องเสียบหน้าเครื่องก็ได้ หรือจะจัดแบบไร้สายก็ดี
แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละท่านเลยครับ เพราะ HT-S9700THX ชุดนี้เค้าเตรียมมาให้พร้อมทุกอย่าง
Features – ลูกเล่น
สำหรับบรรดาลูกเล่นถ้าจะให้พูดถึงส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องการอ่านไฟล์ Hi-Res Audio ก็คงจะเป็นฟีเจอร์เกี่ยวกับ Network อย่างเช่น Network Radio หรือการเล่นไฟล์บนสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย ที่ยังคงมีหน้าตาที่คล้ายคลึงรุ่นก่อนหน้าอยู่เช่นเคย โดยเราสามารถเซ็ตให้ตัวแอมป์เชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายในบ้านของเราผ่านทาง Wi-Fi ที่ติดตั้งมาให้ในตัวเครื่อง HT-R993 ตั้งแต่ต้น หรือว่าจะเสียบสาย LAN เข้าที่หลังเครื่องก็ทำได้เช่นกัน
นอกจากนี้ยังเป็นการใช้งานฟีเจอร์ในการควบคุมตัวเครื่องด้วยแอปพลิเคชั่นบนมือถือโดยมีข้อแม้ว่าโทรศัพท์ของท่านจะต้องเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายเดียวกันกับ AVR ตัวนี้

หน้าตาแอปพลิเคชั่นทางฝั่ง Android ครับ สามารถเข้าถึงฟีเจอร์ Network Radio เพื่อเลือกคลื่นได้
นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมตัวแอมป์คล้ายกับว่าเป็นรีโมทอีกอัน
ใครสนใจโหลดมาใช้ก็เสิร์ชเลยครับว่า ONKYO REMOTE
อีกจุดที่ทำให้เซ็ตนี้แตกต่างคือเรื่องของโหมดเสียงแบบ THX ที่สามารถเลือกใช้งานได้โดยการเลือกไปที่ Listening Mode > Movie หรือ Music > THX ซึ่งยังคงเป็นโหมดเดียวกับที่ผมเคยลงรายละเอียดไว้แล้วในรีวิวเซ็ตก่อนหน้า ส่วนตัวผมยังชอบฟังแบบต้นฉบับจากแผ่นบลูเรย์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า แต่สำหรับท่านที่เล่นเกมซึ่งส่วนใหญ่จะปล่อยเสียงแบบไม่มีสังกัดเข้ามาน่าจะถูกใจแน่ๆ เพราะมันสามารถจำลองบรรยากาศได้ดีทีเดียว ราวกับว่ามีวิศวกรจาก THX Lab มานั่ง Mix เสียงให้กับมือ

ทดสอบโหมด THX I/S Game ที่จะช่วยจำลองเสียงที่ปล่อยออกมาจากเครื่องเกมให้โอบล้อมจุดฟังมากขึ้น
ช่วยเสริมบรรยากาศให้น่าสนใจขึ้นพอประมาณ แต่ส่วนตัวผมยังชอบแบบดั้งเดิมอยู่ดีนะครับ
ทั้งนี้ก็นานาจิตตังกันไป เค้าให้มาแล้วก็ลองกดเล่นดูครับ

สี่ปุ่มที่เป็นทางลัดไว้สำหรับเปลี่ยน Listening Mode ของตัวแอมป์ ไปลองกดเล่นกันดูเผื่อจะเจอโหมดถูกใจ
Conclusion – สรุป
HT-S9700THX คือเซ็ตโฮมเธียเตอร์บรรจุกล่องที่ครบกลมกล่อมในตัวของมันเอง แม้คาแร็คเตอร์เสียงส่วนใหญ่จะคล้ายกับชุดก่อนหน้า ซึ่งดีในระดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่การได้ตัวถอดรหัส Dolby Atmos มาช่วยชูโรงพร้อมกับการเลือกใช้ชิพประมวลผลแบบ Dual DSP ก็ช่วยส่งให้ประสิทธิภาพเสียงที่ได้รับดีขึ้นไปอีกขั้น สามารถตอบสนองการใช้งานทั้งดูหนังฟังเพลง หรือเล่นเกมแบบครบถ้วน

ลูกเล่นหลักในตัวเครื่องก็ถูกอัพเกรดให้ทันสมัยเกือบทุกอย่าง เช่น การอ่านไฟล์ Hi-Res Audio ทางพอร์ต USB, รองรับ HDMI 2.0 และ HDCP 2.2 ที่พร้อมสำหรับการแสดงผลภาพแบบ 4K/60Hz รวมไปถึงบรรดาฟีเจอร์ Network อย่างการโยนไฟล์ขึ้นไปเล่น หรือควบคุมด้วยสมาร์ทโฟน ถ้าจะให้เทียบกับรถนี่ก็คงจะเป็นตัวท็อปอ็อพชั่นที่เป็นไมเนอร์เชนจ์จากรุ่นที่แล้วอะไรประมาณนั้น
ก็ถือว่าเป็นโฮมเธียร์เตอร์แบบครบเซ็ตรุ่นเรือธงที่ให้คุณภาพน่าสนใจ สำหรับท่านที่ไม่ชอบความเทอะทะของเซ็ตลำโพงตัวใหญ่ๆ และอยากจบในชุดเดียวทั้ง Dolby Atmos, Hi-Res Audio และ THX บอกเลยว่าต้องลองครับ
ข้อดี
– พร้อมสำหรับการใช้งานทุกรูปแบบเท่าที่โฮมเธียเตอร์จะให้ได้ อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ พร้อมสรรพ อย่างเช่น Dolby Atmos, 4K/60Hz Support, HDMI 2.0 และ 24-bit/192kHz Hi-Res Audio เป็นต้น
– ตัวแอมป์หน้าตาหล่อเหลา ขั้วต่อสายลำโพงด้านหลังพร้อมสำหรับการอัพเกรดในอนาคต เป็นการจบในเซ็ตเดียวแล้วใช้ไปยาวๆ เน้นอัพเกรดลำโพงเอา
ข้อเสีย
– ซับวูฟเฟอร์น่าจะให้ความดุดันมากกว่านี้อีกสักนิด ปัจจุบันสอบผ่านเรื่องความนิ่มนวลและการโอบล้อมแล้ว อยากให้ตอบสนองได้ลึกและหนักแน่นกว่านี้อีกรับรองว่าเด็ดสุดๆ
– ดีไซน์ลำโพงแบบดั้งเดิม ที่ส่วนตัวคิดว่าน่าจะถึงเวลาเปลี่ยนบ้างแล้ว