รุ่นใหญ่มาแล้ว จัดเต็มทั้ง Atmos, DTS:X, Auro-3D ก็ได้ !!? รีวิว Denon AVR-X7200WA
4K HDR Ready Network AV Receiver
Denon AVR-X7200WA

รุ่นใหญ่มาแล้ว จัดเต็มทั้ง
Atmos, DTS:X, Auro-3D ก็ได้ !!?
ต้องยกนิ้วให้กับ D&M Holdings, Inc. บริษัทแม่ที่อยู่เบื้องหลังความรวดเร็ว กับความพร้อมนำเสนอระบบเสียงใหม่ล่าสุด ครบครันทั้ง Dolby Atmos, Auro-3D และล่าสุด DTS:X ก่อนใคร!
ถึงแม้ถ้ามองในแง่มุมของแบรนด์แล้ว Denon “ปล่อยของ” ให้อัพเดทเฟิร์มแวร์รองรับ DTS:X ทีหลัง Marantz อยู่บ้าง แต่ผมถือว่าไม่ได้มีนัยใดๆ เพราะก็อยู่ในเครือเครือเดียวกันนั่นแหละนะ ทั้งนี้การออกเฟิร์มแวร์มาได้รวดเร็วนี้เองที่ช่วยให้ผู้บริโภคอย่างเราๆ ท่านๆ มีโอกาสสัมผัสความเหนือชั้นของระบบเสียงยุคใหม่ได้อย่างทันท่วงที ไม่ต้องรอจนเหงือกแห้งหายอยากไปเสียก่อน

มาอัพเดท Denon AV Receiver ประจำปี 2015 – 2016 เสียหน่อย รุ่นที่รองรับระบบเสียงใหม่ทั้ง Atmos และ DTS:X (F/W Upgrade) มีเกือบครบทุกรุ่นแล้ว หากอ้างอิงจากในรูป ยกเว้นเพียง X520BT รุ่นเดียวเท่านั้นที่ยังไม่รองรับ ส่วนรุ่นที่สามารถเพิ่มเติมให้รองรับ Auro-3D ได้ด้วย ก็ตั้งแต่ X4200W ขึ้นไป โดยมี X7200WA รั้งตำแหน่งรุ่นรือธงรวมอยู่ด้วย!
ด้วยดีกรีระดับ “รุ่นเรือธง” ถ้าพูดถึงว่า จะหา AV Receiver ที่ดีที่สุดของ Denon ได้ที่ไหน? คำตอบมันชัดเจนอยู่แล้วว่าพุ่งเป้ามาที่ AVR-X7200WA นี่เอง ไม่แปลกที่คุณสมบัติ รวมถึงประสิทธิภาพถ่ายทอดความบันเทิงด้านภาพและเสียงจะทำได้ยอดเยี่ยมสมกับฐานะ
มาดูจุดเด่นคร่าวๆ ของ X7200WA เพื่อเรียกน้ำย่อย ก่อนจะไปลงดีเทลในช่วงต่อไปครับ
1. รองรับระบบเสียงรอบทิศทางยุคใหม่ ครบทั้ง Dolby Atmos และ DTS:X (F/W available) รวมถึง Auro-3D (มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม) 2. รองรับสัญญาณภาพ 4K 60Hz, HDR, BT.2020, HDCP2.2 Pass-through เต็มรูปแบบ เพื่อการรับชม 4K/UHD Blu-ray ร่วมกับจอภาพแบบ Ultra HD Premium และยังมี 4K/60Hz Video Scaler มาด้วยในตัว 3. Premium DAC 768kHz/32-bit พร้อมเทคโนโลยีระดับขึ้นหิ้งอย่าง AL32 Processiong Multi Channel และ DDSC-HD32 ตอบรับระบบเสียงยุคใหม่แบบ Hi-res พร้อมการเชื่อมต่อสัญญาณดิจิทัลออดิโอพิเศษ Denon Link HD (ใช้ร่วมกับเพลเยอร์ที่รองรับ) 4. ภาคขยายกำลังขับสูงจาก DHCT (Denon High Current Transistors) จำนวน 9 แชนเนล รองรับ Atmos 5.2.4/7.2.2 หรือ Auro-3D 9.2 ch (11.2 ch Processing) ได้ทันที 5. ช่องต่อ Pre out 13.2 ch สำหรับขยับขยายเพิ่มจำนวนลำโพงรอบทิศทางบางจุด หรือสลับโหมดการทำงานเป็น Pure AV Processor แล้วเชื่อมต่อกับภาคขยายภายนอกทั้งหมดเลยก็ได้
6. HDMI 2.0 In 7+1 ช่อง และ HDMI Out ถึง 3 ช่อง (รองรับ HDMI Zone 2 Out และ ARC) 7. Audyssey MultEQ XT32 Speaker Calibration พร้อมรองรับ Audyssey Pro Installer เพื่อความเที่ยงตรงสูงสุด
8. Wireless Connection ทั้ง Wi-Fi (รองรับ DLNA และ AirPlay) และ Bluetooth ซึ่ง Network/USB สามารถเล่นไฟล์ Hi-res อาทิ DSD64, DXD (192kHz/24-bit) ได้ 9. ควบคุมสั่งการผ่าน Smart Phone/Tablet ด้วย Denon Remote App
10. ฟีเจอร์ประหยัดพลังงาน (Eco Mode)
Design – การออกแบบ

ใครที่เป็นแฟน Denon และตาม AVR รุ่นใหม่ๆ มาโดยตลอด คงจะจำได้ว่า ก่อนหน้านี้ ช่วงปี 2014 – 2015 Denon เคยเปิดตัวรุ่นเรือธง AVR-X7200W (ไม่มี A ต่อท้าย) มาก่อน โดยพื้นฐาน X7200WA ก็คือ X7200W ที่ผ่านการอัพเกรดฮาร์ดแวร์บางจุดนั่นเอง

เมนเซอร์กิตบอร์ด (HDMI & Digital Processor) ใหม่ ที่เห็นวางอยู่ด้านบน เป็นการอัพเกรดให้รองรับ HDCP2.2 เปรียบเทียบกับบอร์ดเก่าด้านล่าง จากรูปเดียวกันนี้จะเห็นว่า Wi-Fi & Bluetooth Module ยังถูกปรับเปลี่ยนให้ติดตั้งอยู่บนบอร์ดหลักเลย จึงลดความรุงรังลงได้อีกหน่อย (ภาพประกอบจาก avbuzz.com)
จากจุดนี้ โดยหลักการ ท่านที่ซื้อ X7200W ไปก่อนหน้า ก็สามารถเอาไปอัพเกรดเป็น X7200WA ได้นะ (น่าจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) หลักๆ จะเป็นการอัพเกรดให้รองรับ HDCP2.2 เพื่อตอบรับการมาถึงของ 4K/UHD Blu-ray ได้อย่างเต็มที่!
ตัวถังภายนอก รวมถึงอุปกรณ์ภายในจุดอื่นๆ ยังคงเดิม ไม่มีความแตกต่างจาก X7200W และไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมซื้อรุ่นที่กำกับอยู่บนแผงหน้า (ตรงมุมขวาล่าง ใต้ Volume Knob) ยังเป็น X7200W อยู่ หากต้องการยืนยันว่ารุ่นนี้เป็น X7200WA หรือไม่ ให้สังเกตที่จอแสดงผลเมื่อทำการเปิดเครื่องครับ

เมื่อทำการเปิดเครื่องใช้งาน แผงหน้าปัดจะแสดงชื่อรุ่น X7200WA ให้เห็นเด่นชัดตามรูป
(ภาพประกอบจาก avbuzz.com)

ดีกรีความเป็นรุ่นท็อป ฉายแววโดดเด่นยิ่งขึ้นเมื่อพินิจดูอุปกรณ์ภายใน อาทิ Discrete circuit amplifier module กำลังขับ 150 วัตต์ (8-ohm, 20Hz – 20kHz, THD 0.005%, 2-ch driven) จำนวน 9 แชนเนล และ DHCT (Denon High Current Transistors) ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อให้สามารถจ่ายกระแสได้สูงขึ้น ต่อให้ใช้ลำโพงค่าความต้านทาน 4 โอห์ม ก็บ่ยั่น จัดวางโมดูลแยกฝั่งแชนเนลซ้ายและขวาออกจากกัน เพื่อผลลดทอนการรบกวนแบบ cross-talk
ส่วนขุมกำลังจากภาคจ่ายไฟ EI Transformer ขนาดใหญ่ ถูกติดตั้งบริเวณกึ่งกลาง คั่นด้วยครีบอะลูมิเนียมระบายความร้อนซึ่งทำหน้าที่เป็นชีลด์ป้องกันการแพร่กระจายของสนามแม่เหล็กอีกต่อหนึ่ง

ภาคถอดรหัสเสียงดิจิทัลยุคใหม่ต้องรับภาระมากกว่าเดิม ทั้งระบบเสียงมัลติแชนเนลที่เพิ่มเติมเสียงโอบล้อมหลายมิติ ไปจนถึงมาตรฐาน Hi-resolution Audio ที่บันทึกข้อมูลรายละเอียดเสียงมหาศาลยิ่งกว่าเดิม เหตุนี้จึงจำเป็นต้องอาศัยชิพประมวลผล SHARC Digital Audio Processor จำนวนมากถึง 4 ชุดด้วยกัน

อุปกรณ์อื่นๆ ที่ให้มา นอกจากคู่มือ เสาอากาศ AM/FM และ Audyssey Setup Mic. แล้ว ยังคงแถมขาตั้งไมค์มาให้เช่นเคย โดยจะมาในรูปแบบของกระดาษแข็ง ต้องพับประกอบเพื่อใช้งาน สามารถปรับความสูงได้ 2 ระดับ

รีโมตคอนโทรลมี Backlit จุดที่พิเศษกว่าเคย คือ มีเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว ไฟจะติดสว่างขึ้นเองโดยอัตโนมัติเมื่อมีการขยับรีโมต ในส่วนของจอ LCD ใช้บ่งบอกโหมดฟังก์ชั่นการควบคุมอุปกรณ์ และแน่นอนว่าล้ำขนาดนี้ก็ต้องมาพร้อมความสามารถ Programming & Learning
Connectivity – ช่องต่อ

ด้านหลังยังคงเหมือนกับ X7200W ทุกจุด ทว่ามีจุดสังเกต คือ หากเห็นสัญลักษณ์อักษร “A” ข้างๆ Network (Ethernet) port ก็ยืนยันว่านี่คือรุ่น X7200WA ครับ
จำนวนและชนิดช่องต่อครบครันตามแบบฉบับรุ่นใหญ่ มี HDMI 2.0 Input ถึง 7 ช่อง (บวกอีก 1 ช่องด้านหน้า) ทั้งหมดรองรับ HDCP2.2 และ HDMI Out 3 ช่อง รองรับ HDMI Zone 2 และ ARC มี Pre Out 13.2 ch สำหรับเชื่อมต่อกับภาคขยายภายนอก ซึ่งรุ่นนียังสลับปรับเปลี่ยนการทำงานให้เป็น Pre Processor อย่างเดียวได้ด้วย
ความพิเศษเฉพาะกับ Denon AVR รุ่นสูงๆ คือ มีช่องต่อสัญญาณพิเศษที่เรียกว่า Denon Link HD ทว่าจะต้องใช้งานร่วมกับเพลเยอร์ที่รองรับเท่านั้นซึ่งมีตัวเลือกน้อย (แน่นอนว่าต้องยี่ห้อ Denon เหมือนกัน) และราคาค่อนข้างสูง
จุดเด่นที่ผมชอบมากๆ สำหรับ Denon AVR คือการจัดวางตำแหน่งขั้วต่อสายลำโพงแบบเรียงแถวเดี่ยว ที่เอื้อต่อการใช้งานมากเพราะจะไม่บดบังเวลาต้องขันเข้าสายลำโพงแบบเปลือยตัวนำ ส่วนการใช้งานร่วมกับสายลำโพงที่เข้าหัวแบบบานาน่าที่เดิมเข้าง่ายอยู่แล้ว ก็สะดวกมากยิ่งขึ้นไปอีก สามารถสังเกตตำแหน่งแชนเนลลำโพงได้ง่ายจากสีที่กำกับไว้ และสำหรับรุ่น X7200WA ติดตั้งขั้วลำโพงใสเห็นตัวนำด้านในที่ชุบทองไว้ด้วยครับ
เสาอากาศ Wi-Fi/Bluetooth แบบ 2 เสา สามารถถอดออกได้ แต่ถ้าต้องการใช้งานจะต้องใส่ไว้ให้ครบทั้ง 2 เสา ไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถจับสัญญาณใดๆ ได้เลย

สำหรับการใช้งาน AVR เพื่อรับฟังระบบเสียงยุคใหม่ที่เพิ่มเติมมิติเสียงด้านสูงเข้ามา มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องกำหนดตั้งค่าลักษณะลำโพงให้ตรงกับการติดตั้งใช้งานจริง หากละเลยในจุดนี้ การถ่ายทอดเสียงรอบทิศทางจะถูกบิดเบือนผิดเพี้ยนจากความเป็นจริงไปได้ ซึ่งขั้นตอนดำเนินการในจุดนี้สำหรับ Denon X7200WA นั้น จะต้องกระทำผ่านหัวข้อ Speakers/Amp Assign

ยกตัวอย่าง กรณีที่ติดตั้งลำโพงระบบ 5.1.2 และใช้งานลำโพง Height Channel แบบ Top Surround ติดตั้งบนฝ้าเพดาน ให้กำหนด Assign Mode = Dolby Atmos, และ Layout = 5.1ch + 2 Height ตามรูปด้านบน

แต่ถ้าเป็นระบบ 5.1.2 และใช้งาน Height Channel แบบ Dolby Atmos Enabled Speakers ให้กำหนด Assign Mode = 9.1ch, Height Speakers = Using Dolby Speakers, และ Height Layout = Front Dolby ตามรูป
หากต้องการทราบว่าลำโพงแต่ละแชนเนลจะต้องเชื่อมต่อสายเข้าที่ขั้วลำโพงด้านหลัง AVR ช่องไหนบ้าง สามารถดูได้จากหัวข้อ “View Terminal Config.”

AVR-X7200WA มาพร้อมระบบ Auto Calibration ทรงประสิทธิภาพ Audyssey MultEQ XT32 ซึ่งสามารถใช้ในการอ้างอิงตั้งค่าลำโพงรอบทิศทางในเบื้องต้นได้ ซึ่งรวมถึงลำโพง Height Channel ทั้งรูปแบบ Top Surround, Dolby Atmos Enabled Speakers หรือ Front Height
Picture – ภาพ
ดังที่เกริ่นไปในตอนต้นว่า AVR รุ่นนี้พร้อมรับการมาของ 4K/UHD Blu-ray แล้ว จึงรองรับทั้ง 4K HDR BT2020 และ HDCP2.2 แบบ Pass-through

อีกทั้งยังมีวิดีโอสเกลเลอร์ สามารถอัพสเกล Full HD Blu-ray หรือคอนเทนต์วิดีโออื่นใด ให้เป็นความละเอียด 4K/60Hz ได้

นอกจากนี้ยังมี Picture Mode ให้เลือกไฟน์จูน ปรับปรุงคุณภาพของภาพได้ แต่หากมีการปรับภาพทีวีพร้อมความสามารถด้านการอัพสเกลที่ดีอยู่แล้ว ในจุดนี้อาจไม่มีความจำเป็นต้องใช้ให้ซ้ำซ้อนกันอีกครับ
Sound – เสียง
พูดถึง Denon AVR หลายท่านคงถูกใจกับเอกลักษณ์สไตล์เสียงที่กระจ่างแจ้ง ดุดัน ชมภาพยนตร์แล้วมันสะใจดี แต่ยอมรับว่าทีแรกรู้สึกกังวลอยู่นิดๆ ว่า เมื่อแม็ตชิ่งกับ Klipsch Reference Premiere Dolby Atmos แล้วแนวเสียงจะติดรุกเร้าไปหรือไม่ แต่เมื่อได้ฟังเสียงจริงแล้วก็ได้คำตอบว่าเปล่าเลย อาจเรียกว่าส่งเสริมจุดเด่นของกันและกันได้ดีเลยด้วยซ้ำไป ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าความยอดเยี่ยมจาก AVR รุ่นสูงๆ ก็คือสมดุลเสียง อันเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้แม็ตชิ่งลำโพงได้ง่ายยิ่งขึ้น และจุดเด่นในประเด็นนี้ของ X7200WA ก็ไปละม้ายคล้ายอินทิเกรตแอมป์ของผู้ผลิตเดียวกัน อย่าง PMA-1520AE ที่เคยทดสอบผ่านหูอยู่บ้างเหมือนกัน โดยจะส่งผลกับความไหลลื่นต่อเนื่องในน้ำเสียงที่โดดเด่นกว่า AVR รุ่นรองๆ ลงมา ขึ้นอีกระดับหนึ่ง

ศักยภาพจากภาคขยายของ X7200WA พิสูจน์ได้จากผลลัพธ์การควบคุมลำโพง Klipsch RP-280FA ตัวท็อปประจำซีรี่ส์ Reference Premiere Dolby Atmos ได้น่าดูชม ทั้งการรับฟังแนวเพลงง่ายๆ สบายๆ อย่าง Pop หรือ Jazz ไปจนถึงแนวเพลงที่ซับซ้อนอย่างการบรรเลงบทเพลงโดยวงออร์เคสตร้าวงใหญ่
ด้วยแนวเสียงลำโพงที่มิได้ออกไปทางอ่อนหวาน และ AVR ก็มิใช่แนวนุ่มนวล แต่ถึงกระนั้นการถ่ายทอดเสียงกลางก็ให้ความต่อเนื่อง ระรื่นหูได้ดี จุดเด่นคือความฉับไว ตอบสนองกับแนวเพลงคึกคักกระฉับกระเฉง สามารถปั๊มเบสจากวูฟเฟอร์คู่ขนาด 8 นิ้ว ออกมาได้หนักแน่นโอ่อ่าเป็นที่พอใจ แรงปะทะดุดันโดยเฉพาะเมื่อใช้งานแบบ 2.1 เวทีเสียงกว้างขวาง การแจกแจงชิ้นดนตรีจาก Multi-channel SACD ก็ทำได้น่าตื่นตาตื่นใจ เสียดายอยู่นิดที่ยังไม่สามารถทำ Front Bi-amp ได้ครับ (กรณีที่เชื่อมต่อใช้งานลำโพง Height Channel ในส่วนของ Amp Assign จะไม่สามารถกำหนดเป็น Front Bi-amp ได้) แต่จุดนี้คงไม่ถึงกับเป็นข้อติติงเพราะการใช้งานโดยทั่วไปก็ลงตัวดีอยู่แล้ว

หากกดปุ่ม INFO ที่รีโมต จะเป็นการเรียกดูสถานะการถอดรหัสเสียงของ Denon AVR โดยจะแสดงทั้งระบบเสียงต้นฉบับ, ลำโพงที่ใช้งาน, Audyssey Mode และ สถานะ Eco Mode เป็นต้น
ทดสอบ X7200WA ด้วยระบบเสียงรอบทิศทางยุคใหม่ “Dolby Atmos” และ “DTS:X”
ในช่วงแรกของการเปิดตัวระบบเสียง Dolby Atmos สำหรับระบบโฮมเธียเตอร์ ดูเหมือน Decoder จะยังไม่ลงตัวนัก ผลลัพธ์ทางเสียงจึงดูขาดๆ เกินๆ อยู่สักหน่อย แต่เมื่อเวลาล่วงเลยไป ผู้พัฒนาผ่านการลองผิดลองถูกจนปัจจุบัน Dolby Atmos AVR หลายๆ รุ่น ให้การถ่ายทอดระบบเสียงรอบทิศทางยุคใหม่นี้ได้ลงตัวมากๆ จนพูดได้เต็มปากแล้วว่า “ดีกว่า” Dolby TrueHD เดิมๆ แน่นอน ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ ผลลัพธ์จาก X7200WA เครื่องนี้นี่แหละ
ด้วยคุณสมบัติเด่นจากพื้นฐานภาคถอดรหัสเสียงระดับเรือธง อาธิ ระบบ AL32 Processing Multi Channel และ DDSC-HD32 (Dynamic Discrete Surround Circuit) ที่ทำการแยก 768kHz/32-bit Premium DAC AK4490 จาก Asahi Kasei Microdevices Corporation (Japan) อิสระจำนวน 7 ชุด สำหรับเสียงแต่ละแชนเนล จึงให้ผลลัพธ์ได้เต็มที่มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะผลลัพธ์ด้าน S/N Ratio (120dB) และ THD (-112dB) ที่ส่งผลถึงการแจกแจงรายละเอียดเสียง ฟังดูสะอาดสะอ้าน การชี้ชัดตำแหน่งมีความชัดเจน ต่อเนื่อง พร้อมพละกำลังของภาคขยายที่ผลักดันบรรยากาศเสียงโอบล้อมได้ครอบคลุมพื้นที่ห้องทดสอบ ทั้งหมดนี้มิได้ส่งผลเฉพาะกับคุณภาพเสียงของแชนเนลลำโพงหลักเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง LFE จากลำโพงซํบวูฟเฟอร์ ก็มีความเด็ดขาด หนักแน่นยิ่งขึ้นกว่าที่ AVR รุ่นระดับรองๆ ลงมา แน่นอนว่านี่เป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้การสัมผัสรับฟังเสียง Dolby Atmos และ DTS:X เป็นไปอย่างราบรื่นลงตัว
ไม่ลืมว่าส่วนหนึ่งต้องยกอานิสงส์ให้ Audyssey MultEQ XT32 ที่มีส่วนช่วยให้การถ่ายทอดเสียงรอบทิศทางมีความลงตัว ผลลัพธ์จากระบบ Room EQ ทำได้ยอดเยี่ยมเช่นเดียวกับเมื่อครั้งทดสอบจากรุ่นน้อง X4100W
การใช้งานระบบเสียง “Dolby Atmos Up-mix” จาก X7200WA ร่วมกับระบบเสียงรอบทิศทางจากเกม

ถึงแม้คอนเทนต์หลักอย่างแผ่นบลูเรย์ภาพยนตร์ที่วางแผงในปีนี้จะทยอยให้ระบบเสียงใหม่อย่าง Dolby Atmos หรือ DTS:X กันเกือบหมดแล้ว… แต่เชื่อว่าจำนวนคอนเทนต์ส่วนใหญ่ที่อยู่ในมือของเราๆ ท่านๆ ก็ยังเป็นระบบเสียงเดิมๆ มากกว่าอยู่ดี… ดังนี้จะเป็นไปได้ไหมที่เราจะได้สัมผัสประสบการณ์มิติเสียงด้านสูง ร่วมกับคอนเทนต์เดิมๆ ?
ดังที่เคยเน้นย้ำไปหลายรอบว่า ความบันเทิงจากระบบเสียงรอบทิศทางนั้น มิได้มีเฉพาะแค่ภาพยนตร์เพียงอย่างเดียว “เกม” ถือเป็นอีกหนึ่งคอนเทนต์ระบบเสียงรอบทิศทางคุณภาพสูงเช่นเดียวกัน และในแง่ความหวือหวาของเทคนิคโยนเสียงข้ามแชนเนลนั้น อาจจะดีกว่าภาพยนตร์หลายๆ เรื่องเสียด้วยซ้ำไป
ตอนนี้ผู้พัฒนากำลังเริ่มนำมาตรฐานระบบเสียง Dolby Atmos และ DTS:X มาใช้กับเกมเพื่อเพิ่มเติมการถ่ายทอดมิติเสียงด้านสูงเช่นเดียวกัน ทว่ากว่าจะได้เห็นคงต้องรออีกสักระยะหนึ่ง อย่างไรก็ดีด้วยศักยภาพทางด้านระบบเสียงของเกมในปัจจุบันที่น่าสนใจ เราสามารถใช้งานระบบจำลองเสียงยุคใหม่ เพื่อเป็นอีกหนึ่งแนวทางเพิ่มอรรถรสได้อย่างน่าสนใจครับ

แต่ก่อนอื่นนั้น เพื่อผลลัพธ์การถ่ายทอดระบบเสียงรอบทิศทางอันยอดเยี่ยมของเกม มีความจำเป็นต้องมีการตั้งค่า Audio Options ให้แม็ตช์กับการรับฟังผ่านระบบโฮมเธียเตอร์เสียก่อน จากภาพเป็นการอ้างอิง Uncharted 4 พื้นฐานระบบเสียงเป็นแบบ Multi-channel 5.1/7.1 โดยตัวเลือก Audio Output นั้น จะส่งผลกับคุณภาพเสียงมากทีเดียว
ตัวเลือก “Devices” (และ Dynamic Range) จะส่งผลกับการถ่ายทอดระดับไดนามิก แรงปะทะ ฯลฯ โดยตรง จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ส่งผลไปถึงผลลัพธ์การรับฟังผ่าน X7200WA ยอดเยี่ยมมากๆ ทั้งนี้ตัวเลือก Devices ที่แนะนำสำหรับการรับฟังร่วมกับระบบโฮมเธียเตอร์คุณภาพสูง คือ Studio Reference ครับ
ส่วนตัวเลือก “Channels” แนะนำให้กำหนดตรงตามจำนวนลำโพงที่ใช้งานจริง (หากมีการใช้งานลำโพงเซอร์ราวด์แบ็ค เช่น 7.1.2 หรือ 7.1.4 ให้เลือก 7.1, ถ้าไม่มีลำโพงเซอร์ราวด์แบ็ค เช่น 5.1.2 หรือ 5.1.4 ให้เลือก 5.1)
อีกจุดหนึ่งที่ละเลยมิได้ คือ การตั้งค่าในส่วนของ Surround Speaker Azimuths โดยต้องกำหนดอิงตามตำแหน่งองศาการติดตั้งลำโพงภายในห้องให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด กรณีที่ซิสเต็มใดติดตั้งตำแหน่งลำโพงนอกเหนือไปจากที่กำหนดได้ แนะนำให้ทำการขยับตำแหน่งลำโพงให้ตรงตามที่กำหนด (ซึ่งมันก็อิงจากมาตรฐานการติดตั้งในระบบโฮมเธียเตอร์นั่นแหละ) แล้วจะได้ความลงตัวขึ้นอีกมากครับ…

เมื่อตั้งค่าเรียบร้อยก็มาทดลองใช้งาน Dolby Atmos Up-mix (Dolby Surround) จาก X7200WA ร่วมกับระบบลำโพง 5.1.2 กัน แน่นอนว่าหากเทียบกับคอนเทนต์ระบบเสียง Dolby Atmos แท้ๆ การจำลองเสียงรูปแบบนี้จะยังเป็นรองอยู่บ้าง หลายๆ ฉาก อาจรู้สึกว่ามิติเสียงด้านสูงค่อนข้างเบาบาง ทิศทางการโยนเสียงส่วนใหญ่ก็จะสร้างความหวือหวาในแนวระนาบ (ระดับหูผู้ฟัง) เป็นหลัก ซึ่งอิงตามระบบเสียงต้นฉบับ แต่บางฉาก Dolby Atmos Up-mix ก็ให้ผลลัพธ์ที่ดีเกินคาด อาทิในฉากฝนตก ที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศด้านสูงอย่างเห็นได้ชัด เรียกว่าเป็นเสียงฝนตกสมจริงยิ่งขึ้นกว่าเคย
ไม่แปลกที่ระบบจำลองเสียงจะให้ผลลัพธ์เป็นรองระบบเสียง Atmos แท้ๆ อยู่บ้าง แต่ต้องยอมรับว่ามาตรฐานการจำลองเสียงรอบทิศทางในยุค Object-base audio จาก X7200WA เครื่องนี้ ช่วยเติมเต็มอรรถรสบางอย่างได้ดีกว่าสมัยที่ลองกับระบบจำลองเสียงยุค Channel-base audio (Dolby Prologic, IIx, IIz, Audyssey DSX) เป็นอย่างมาก!

Auro-3D 2014 Demonstration Disc
การรับฟังระบบเสียง Auro-3D ร่วมกับ X7200WA ผ่านการใช้งาน “DTS Neural:X”
ความยืดหยุ่นของภาคถอดรหัสภายใน Denon AVR รุ่นระดับสูง อย่าง X7200WA นั้นโดดเด่น เนื่องจากฮาร์ดแวร์รองรับทั้ง 3 ระบบเสียง คือ Dolby Atmos, DTS:X และ Auro-3D ทว่าในส่วน Auro-3D นั้น จะต้องทำการอัพเดทซอฟต์แวร์เสียก่อนจึงจะถอดรหัสได้ โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอยู่ที่ €149 ตรงนี้เชื่อว่าจะทำให้หลายท่านลังเลที่จะลองระบบเสียง Auro-3D ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะหลายคอนเทนต์จาก Auro-3D บันทึกเสียงมาได้ดีมากทีเดียว (ถึงแม้จะหามาฟังยากไปหน่อยก็เถอะ)
วันนี้ผมเลยจะมาแนะนำวิธีการรับฟังระบบเสียง Auro-3D ร่วมกับ Denon AVR กรณีที่มิได้เสียเงินอัพเดท ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกันครับ
พื้นฐานของ Auro-3D คือ การเข้ารหัสข้อมูลเลเยอร์เสียงด้านสูงเพิ่มเติมเข้าไปในระบบเสียง DTS-HD MA โดยกระบวนการพื้นฐานนี้มีความคล้ายคลึงกับ DTS:X แต่แตกต่างกันที่ Auro-3D ยังเป็น Channel-base Audio ในขั้นตอนการถอดรหัสข้อมูลโดย AVR เพื่อ mapping ตำแหน่งทิศทางเสียงเข้ากับระบบลำโพงรอบทิศทางจึงไม่ซับซ้อนเท่ากับ DTS:X ที่เป็น Object-base Audio

ปัจจุบัน AVR ทุกรุ่นที่รองรับการถอดรหัสเสียง DTS:X จะได้อัพเกรดระบบจำลองเสียงใหม่ของ DTS ที่เรียกว่า “Neural:X” พ่วงมาด้วย หน้าที่มีไว้เพื่อจำลองเพิ่มเติมมิติเสียงด้านสูงนั่นเอง แน่นอนว่า DTS กะทำมาให้ใช้งานกับระบบ DTS-HD MA เดิมนั่นเอง และในเมื่อพื้นฐานของระบบเสียง Auro-3D ก็คือ DTS-HD MA โดยหลักการมันก็ควรจะใช้งานกับ Neural:X ได้จริงไหม? แต่ผลลัพธ์จะดีหรือไม่ ถ้าอยากรู้คำตอบ ก็มาพิสูจน์กันเลยดีกว่า…
เมื่อทดสอบกับคอนเทนต์ Auro-3D Demonstration Disc ร่วมกับ X7200WA โดยเปิดใช้ระบบจำลองเสียง DTS Neural:X (Audio Info ที่จอแสดงผลหน้าเครื่อง จะโชว์ว่าเป็น DTS-HD + Neural:X) พบว่าการ Mapping ตำแหน่งลำโพงต่างๆ ทำได้ดี โดยเลเยอร์เสียงด้านสูงจากลำโพง Front Height, Surround Height และ Voice of God ของ Auro-3D จะถูกระบบฯ ถอดรหัสและ mapping เข้ากับลำโพง Height Channel ของ Dolby Atmos ผ่านซิสเต็มลำโพงทดสอบได้ลงตัวเกินคาด!
เมื่อทดลองกับคอนเทนต์ที่เป็นตัวอย่างเสียงในแผ่น Auro-3D Demonstration Disc ผลลัพธ์ที่ได้นั้นทำเอาผม “ทึ่ง” เพราะมันฟังดูหวือหวากว่าภาพยนตร์ระบบเสียง DTS:X บางเรื่องอีกอ่ะ (ฮา) โดยหมวดที่แนะนำให้ลองเป็นพิเศษจากแผ่น Demo คือ “Ambiences” ครับ ข้อดีของเดโมแผ่นนี้ คือ จะมีคลิปเปรียบเทียบเสียงบรรยากาศระหว่างใช้งานลำโพงด้านสูง กับไม่ใช้ ให้ฟังกันชัดๆ เลย ซึ่งแน่นอนเลยว่า “ต่าง”
ความลงตัวอาจไม่ถึงกับเพอร์เฟ็กต์เต็มร้อยเมื่อเทียบภาคถอดรหัส Auro-3D แท้ๆ แต่พูดได้ว่า “ใกล้เคียงมาก” นี่อาจจะเป็นสิ่งยืนยันถึงความยืดหยุ่นของระบบประมวลผลถอดรหัสเสียงยุคใหม่จาก DTS:X (และ Neural:X) ที่อาจเป็นทางออกของสงครามฟอร์แม็ตระบบเสียงรอบทิศทางก็เป็นได้…
Conclusion – สรุป
AVR ระดับท็อปที่ให้ความลงตัวในระดับสูง รองรับอนาคตครบทั้งระบบภาพ 4K HDR และระบบเสียงทั้ง Dolby Atmos & DTS:X เพื่อตอบรับการมาถึงของ 4K/UHD Bluray ได้อย่างเต็มที่ก่อนใคร!

หมายเหตุประกอบการให้คะแนน
– 4K HDR BT2020 HDCP2.2 Video Pass-through รองรับมาตรฐานสูงสุดสำหรับรับชม 4K/UHD Blu-ray Player และยังมี 4K/60Hz Video Scaler มาด้วย
– รองรับระบบเสียงยุคใหม่ทั้งพร้อมสรรพทั้ง Dolby Atmos และ DTS:X จากภาพยนตร์ยุคใหม่ซึ่งเติมเต็มมิติเสียงโอบล้อมได้ดีกว่าระบบเสียงเดิม ส่วน Auro-3D แม้มิได้อัพเกรดก็สามารถใช้ DTS Neural X จำลองเสียง ซึ่งให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงต้นฉบับ Auro-3D แท้ๆ มาก, คุณภาพเสียงโดดเด่นจาก DAC และภาคขยายที่ให้สมดุลเสียงกระเดียดคล้ายอินทิเกรตแอมป์ของผู้ผลิตเดียวกันมากกว่า AVR รุ่นรอง, Audyssey MultEQ XT32 ยังให้ความยืดหยุ่นและความเที่ยงตรงสูงเช่นเคย ระบบ Sub EQ HT แยกปรับซับวูฟเฟอร์ 2 ตัวได้อิสระ
– ลูกเล่นการใช้งานครอบคลุมเท่าทันยุคสมัย Network/USB รองรับไฟล์ WAV/FLAC ที่ 192kHz/24-bit รวมถึง DSD (.dsf/.dff) พร้อม Internet Radio และ Network Features ครบครัน ไม่ละทิ้งฟีเจอร์ AirPlay, เชื่อมต่อสัญญาณเสียงแบบไร้สายผ่าน Bluetooth ได้, Overlay GUI มีสีสันสวยงาม น่าใช้
– มี HDMI 2.0 Input ถึง 7 ช่อง บวก 1 ช่องด้านหน้า รองรับ HDCP2.2 ครบ และ HDMI Output ถึง 3 ช่อง รองรับ HDMI Zone 2 และ ARC, ช่องต่อรับสัญญาณหลากหลายทั้งอะนาล็อกและดิจิทัล, จัดวางขั้วลำโพงให้เชื่อมต่อง่ายดีมาก
– อีกหนึ่ง AVR ที่สมบูรณ์แบบ พร้อมรับอนาคตกับระบบเสียงยุคใหม่ครบครัน สามารถใช้งานได้เลยทั้ง Dolby Atmos และ DTS:X (F/W available) เช่นเดียวกับระบบภาพแบบเต็มสตรีมด้วย 4K/60Hz Up-scale และ HDR, ฺBT.2020 Pass-through เรียกว่าจัดแบบเต็มเหนี่ยวได้ก่อนใคร กับดีกรีรุ่นท็อปที่ให้คุณภาพของภาพและเสียงโดดเด่น
by ชานม!
2016-08
ราคาตั้ง Denon AVR-X7200WA 180,000 บาท