สบายกระเป๋า ! รีวิว LG 55UH650T 4K HDR TV รุ่นคุ้มค่า ราคาเป็นมิตร

LG เปิดตัวไลน์อัพทีวีรุ่นใหม่ประจำปี 2016 ในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ถึงแม้ไฮไลท์หลักจะเป็นนวัตกรรมแห่งจอภาพอย่าง OLED TV แต่ทว่า “ตัวขาย” ก็ยังคงเป็น “LED TV ซีรีส์กลาง” อยู่วันยังค่ำที่มักจะให้ฟีเจอร์ครบครันในระดับราคาที่เอื้อมถึง ตัวทีวีที่ผมได้รับมาทดสอบคือ LG 55UH650T 4K Ultra HD LED TV รุ่นประหยัดที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่รองรับอนาคตสำคัญๆไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการแสดงภาพ HDR และระบบปฎิบัตการ Smart TV แบบ webOS 3.0 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด ซึ่งรองรับการรับชมพวกออนไลน์วีดีโอคอนเทนต์แบบ 4K ซะด้วย มาดูสเป็คโดยรวมและดีไซน์กันก่อนครับ

LG 55UH650T (55″ 4K LED TV)
ราคาเปิดตัว 44,990 บาท
LG 55UH650T (55″)
- 4K Ultra HD : 3840 x 2160
- HDR Pro
- IPS 4K Panel
- TruMotion
- Edge LED
- HDMI x 3
- USB x 2
- webOS 3.0
- DVB-T2 Ready
- Metallic Design with Uni-body
- Price 44,990 Baht
Design – การออกแบบ
LG 55UH650T มีดีไซน์กรอบทีวีแบบเมทัลลิคสีเงินสว่าง พร้อมฐานตั้งทรงกิ่งไม้ที่มีความหนาและมั่นคง โดยทั้งดีไซน์ของตัวกรอบและฐานตั้งมีความกลมกลืนกันในแบบ Uni-Body เสมือนเป็นชิ้นเดียวกัน ความบางของตัวเครื่องก็อยู่ในระดับปานกลางคือไม่หนาไม่บางจนเกินไป แผ่นหลังสีดำเรียบ ไม่ดูรกรุงรัง ส่วนที่ผมชอบที่สุดคือปุ่มกดแบบ “จอยสติ๊ก” ที่สถิตย์อยู่ข้างใต้โลโก้ LG ประมาณว่าปุ่มเดียวใช้ควบคุมได้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนช่อง เพิ่ม-ลด Volume เปลี่ยน Input และใช้เปิด-ปิดทีวี สุดท้ายคือ Magic Remote แบบใหม่ ควบรวมรีโมทแบบธรรมดาและแบบ Magic ทีเคลื่อนไหวประหนึ่ง Air Mouse เข้าไว้ด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว พร้อมปุ่มลูกเล่นใหม่ๆ อาทิปุ่ม Live Zoom ซึ่งเป็นการใช้งานฟีเจอร์ Magic Zoom หรือการซูมภาพเฉพาะจุดเพื่อให้เห็นรายละเอียดแบบเจาะลึกชัดเจนขึ้น

หน้าตรงของ LG 55UH650T

ฐานตั้งทรงกิ่งไม้ ซึ่งคราวนี้มีขนาดใหญ่ขึ้นมา

กรอบทีวีสีเงินเมทัลลิค

แผ่นหลังเรียบๆแต่มีแอบเล่นลาย

ด้านหลัง

บางกำลังดี = ไม่หนา ไม่บางจนเกินไป
ด้านล่างของตัวเครื่องมีขยายพื้นที่ให้ดูหนาขึ้นเพื่อผนวกลำโพงเข้าไป ซึ่งให้เสียงที่ดีด้วย

Magic Remote เวอร์ชั่นใหม่ เพิ่มปุ่มลูกเล่นใหม่ล่าสุดเข้ามา อาทิปุ่ม Focus สำหรับซูมภาพ
Connectivity – ช่องต่อ
ถึงแม้เป็นเพียงแค่รุ่นกลางตาราง แต่ก็ให้ช่องต่อที่สำคัญพียงพอต่อการใช้งานหลักทั่วไป
- HDMI x 3
- USB x 2
- AV & Component x 1 (ใช้ร่วมกัน)
- Antenna x 1 (รองรับดิจิตอลทีวี)
- Optical Out x 1
- LAN
- WiFi Built-in รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไร้สาย

พอร์ทช่องต่อด้านหลัง และด้านข้าง
Picture – ภาพ
สเป็คด้านภาพของ 55UH650T มีความละเอียดหน้าจอแบบ 4K Ultra HD 3840 x 2160 พิกเซล โครงสร้าง Backlight แบบ Edge LED พร้อมฟีเจอร์ Local Dimming หน้าจอแบบ IPS Panel รองรับภาพแบบ HDR : High Dynamic Range มาตรฐาน HDR 10 ซึ่ง LG ใช้คำเรียกฟีเจอร์นี้ว่า HDR Pro อย่างไรก็ตามเนื่องจากเป็นเพียงรุ่นกลางก็เลยยังไม่รองรับ Dolby Vision HDR ดั่งรุ่นท็อป มีโหมดภาพสำเร็จรูปที่หลากหลาย โดยเฉพาะโหมด Expert : ISF ที่มีให้เลือกระหว่างห้อง Bright Room และ ห้อง Dark Room แล้ว เพื่อให้เหมาะกับสภาพแสงภาพในห้องจริงในการรับชม และยังรวมรวมถึงโหมดภาพใหม่ล่าสุดอย่าง HDR Effect ที่เป็นการจำลองอัพเกรดภาพแบบ SDR : Standard Dynamic Range ธรรมดาให้มีความใกล้เคียงกับ HDR ซึ่งมีให้เลือกระดับ ต่ำ ปานกลาง สูง ว่ากันง่ายๆคือการจำลองภาพ HDR ขึ้นมานี่แหละ เป็นของเล่นด้านภาพอีกอย่างที่ถูกเพิ่มขึ้นมาในปีนี้ ทีมงานแนะนำว่าลองเล่นได้ แต่ไม่แนะนำให้ใช้ในระยะยาว เพราะต้นฉบับภาพมันไม่ใช่ HDR แท้แต่ต้น หากใช้ไปก็เป็นการบิดเบือนต้นฉบับเสียอีก สรุปได้ว่าถึงแม้เป็นรุ่นกลางตาราง แต่ก็ให้สเป็คและฟีเจอร์ด้านภาพหลักๆที่ีรองรับอนาคตไว้เกือบครบทุกสิ่งอย่าง
* ในความหมายของ LG คำว่า HDR Pro = รองรับ HDR 10 (UH650T)
* หากเป็น HDR Super = รองรับ HDR 10 และ Dolby Vision HDR (พวกรุ่นท็อปอย่าง Series 9 และ OLED TV)
* สัดส่วนภาพหากอยากให้ทีวีแสดงภาพจากต้นฉบับครบทุกพิกเซล ให้เลือกสัดส่วนภาพ 16:9 และเลือกเปิด Just Scan
* กระนั้นด้วยโครงสร้างการจัดวางเม็ดพิกเซลแบบ WRGB จึงไม่สามารถทำ 1:1 Pixel Matching ระหว่าง Input และ Output ได้
* โหมดภาพ Game ช่วยลดอาการ Input Lag ได้อย่ามีนัยสำคัญ แต่แสงสีไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ต้องปรับภาพพิ่มเติม

โหมดภาพสำเร็จรูปต่างๆพร้อมอุณหภูมสี ระดับความสว่าง
ทีมงานเลือกโหมด Expert ISF : Bright Room ในการปรับภาพ

เลือกใช้โหมด Expert : Bright Room ในการปรับภาพ
อุณหภูมสียังมีติดอมน้ำเงินเกินเล็กน้อย

หลังจาก Calibrate แบบ 2 Point White Balance แล้วค่า สมดุลแสงขาวมีความเที่ยงตรงขึ้น
ตลอดจนขอบเขตการแสดงสีก็อยู่ในมาตรฐาน Rec 709
** สำหรับนักปรับภาพขั้นสูง : ขอหมายเหตุว่าการปรับภาพทำได้ค่อนข้างลำบากพอตัว เพราะเมนูจะเด้งขึ้นมาตลอด ส่งผลทำให้ค่าเปลี่ยนไปบ้าง ต้องใจเย็นหน่อย
สำหรับการทดสอบคอนเทนต์ 2D ความละเอียด 1080p ผมใช้แผ่นหนังเรื่องโปรดอย่าง Journey 2 : Mysterious Island โดยใช้โหมดภาพอย่าง Expert : Bright Room ในการทดสอบในห้องนั่งเล่นแบบปกติ ด้วยความที่เป็นเพียงรุ่นกลางตารางผมเองก็มิได้คาดหวังว่าคุณภาพของภาพจะดีเลิศดั่งรุ่นหลักแสนอยู่แล้ว แต่ที่ต้องทดสอบให้เยอะเป็นพิเศษก็เพราะว่าจะได้แนะนำแนวทางการเลือกโหมดภาพและรวมถึงการปรับบางค่าภาพบางค่าเพื่อขับศักภาพสูงสุดของทีวีออกมาให้คุ้มเม็ดเงินที่จ่ายไปซักหน่อย
เริ่มด้วยฉากที่กลุ่มนักสำรวจมาพบกันคุณปู่ Alexander ซึ่งตัวละครทุกตัวรายล้อมด้วยแมกไม้อันเขียวขจี UH650T ให้แนวภาพและสีสันที่ออกแนว “เข้มขรึม” ซึ่งเป็นสไตล์ของพาแนล IPS อยู่แล้ว ความสว่างอยู่ในระดับพอเหมาะ อาจมิใช่เแนวสว่างโร่รุกเร้าเข้าหาเรา ฉะนั้นจะมิได้สะดุดตาตั้งแต่แรกพบ ความเนียนของภาพอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง จัดว่ายังด้อยกว่ารุ่นพี่ซีรีส์สูงอยู่บ้างเล็กน้อย แต่เรื่อง “ความลื่นไหล” ของภาพกลับทำได้ดีกว่า UF680T ของปีที่ผ่านมา ระดับความดำสามารถเปิดฟีเจอร์ LED Local Dimming ระดับ Low เพื่อให้ทีวีเปิด-ปิด-หรี่ หลอดไฟ LED เป็นกลุ่มๆให้สัมพันธ์กับฉากมืด-สว่างได้ ช่วยเสริมระดับความดำของภาพแบบเฉพาะจุด ซึ่งโดยปกติฟีเจอร์ Local Dimming นี้ แบรนด์อื่นจะไม่ใจดีผนวกมาให้กับพวกรุ่นกลางอย่างพวก Series 6 นะ บอกไว้ก่อน !

ทดสอบภาพ 1080p จากหนังเรื่อง Journey 2
ทีนี้ผมนำแผ่นหนัง 4K แท้ๆกล่องดำมาประสานพลังกับเครื่องเล่น 4K Blu-ray Player ของ Samsung ซึ่งทั้งหมดผมบินไปถอยมาจากประเทศออสเตรเลียด้วยตัวเอง ต้องยอมรับว่าบ้านเขาพรั่งพร้อมเรื่อง 4K ก่อนบ้านเรามากซักระยะแล้ว ถ้าหากผมยังนั่งรอแผ่นและเครื่องเล่นให้มีขายในบ้านเราอย่างเป็นทางการ มีหวังโปรเจกต์การได้ยลโฉมภาพ 4K HDR แท้ๆภายในปีนี้คงเป็นหมันอย่างแน่นอน (ฮา) โดย HDR นี่ก็มีโหมดภาพเป็นของตัวเองเช่นกัน ได้แก่
1) HDR Vivid : จะออกสว่างสุด ให้ความสว่างสูงสุดได้ 390 nits
2) HDR Bright : สว่างลดลงมาหน่อย แต่แสงสีค่อนข้างเที่ยงตรง ให้ความสว่างสูงสุดได้ 285.72 nits (แนะนำ)
3) HDR Standard : จะสว่างน้อยสุด ให้ความสว่างสูงสุดได้ 272.68 nit
เริ่มเบิกเนตรด้วยแผ่น Lego Movie แบบ 4K HDR ซึ่งให้สีสันสดสวยตามสไตล์แอนิเมชั่น ทั้งสีเหลืองอันเป็นเอกลักษณ์บนผิวตัวละคร รวมถึงบรรยากาศปะทุที่อบอวลไปด้วยแสงสีอมแดง แต่อย่างที่บอกภาพมันมิได้สว่างรุกเร้าเข้าหามากนัก จะออกแนวเล่นแสงเล่นสีอยู่กับที่เสียมากกว่า

แผ่น 4K Blu-ray แท้ๆประจำการที่ LCDTVTHAILAND สำหรับทดสอบเทีวีโดยเฉพาะ

หนัง 4K HDR เรื่อง Lego Movie
ถัดมาลองแผ่น Kingsman : Secret Service หนังบู๊ล้างผลาญ ฆ่าฟันกันเลือดกระเด็น ฉากตะลุมบอนก็ให้อรรถรสความหฤหรรของการห้ำหั่นได้พอประมาณ ฉากกระโดดร่มจากเครื่องบิน ดำเนินด้วยการถ่ายเสยขึ้นไปหาดวงอาทิตย์ที่กำลังสาดแสงพอดี ซึ่งระดับความสว่างที่ฉายเข้าตาเราเพียงเสี้ยววิได้ช่วยปลดปล่อยให้ HDR ได้แสดงพลังของมันออกมาบ้าง ถือว่าช่วยเพิ่มกิมมิคด้วยการเล่นกับระดับความสว่างของภาพให้ใกล้เคียงแสงอาทิตย์ของจริงยิ่งขึ้น นอกเหนือจากการโฟกัสไปที่เนื้อเรื่องอันเข้มข้นของหนังเพียงอย่างเดียวดั่งเช่นหนัง SDR ทั่วไป
ทีนี้ผมลองเปิด Deapool แบบ 4K HDR เช่นกัน ซึ่งเรื่องนี้ผมมิได้นำมาทดสอบแสงสีหรือ HDR แต่อย่างใด ทว่าเป็นเรื่องภาพเคลื่อนไหวว่าจะทำได้ดีขนาดไหน ? ฉากท้ายเรื่องที่พระเอกสุดเกรียน Deadpool ถ่อตัวเองไปยังรังของศัตรูเพื่อช่วยแฟนสาว ภาพเคลื่อนไหวถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ลื่นไหลได้ความต่อเนื่อง แบบไม่ต้องใช้ตัวช่วยแทรกเฟรมภาพอย่าง TruMotion เข้าช่วยมากนัก หรือหากจะเล่นฟีเจอร์ TruMotion แบบเจาะลึก ก็สามารถเข้าไปเปิดใช้งานได้ที่หัวข้อ Picture Option ==> TruMotion ซึ่งมีระดับ Clear / Smooth / User แนะนำให้ใช้ แนะนำระดับ Clear ให้ความลื่นไหลไร้อาการวุ้นเรืองแสงไม่เหมือนระดับอื่นๆที่ยังไม่อาการนี้ปรากฎอยู่
สุดท้ายจากเรื่อง Life of Pi แบบ 4K HDR ฉากไม้ตาย “วาฬกระโดด น้ำกระเพื่อม” เป็นตัวบ่งชี้ความเจิดจรัสของ HDR TV ได้เป็นอย่างดี ซึ่ง UH650T ก็อยู่ในเกณฑ์ “ปานกลาง” คือแสดงความเจิดจรัสของแมงกระพรุนทะเลสีน้ำเงินตัดกับพื้นทะเลยามค่ำคืนอันมืดสนิทได้พอประมาณเนื่องจากข้อจำกัดในการแสดงระดับความสว่างสูงสุดหรือ Peak Brightness ยังอยู่แค่ระดับมาตรฐานทีวี LED ทั่วไป ความสว่างไสวและเอิบอิ่มในฉากนี้ต้องยอมให้ OLED TV หรือไม่ก็ LED TV รุ่นท็อปๆที่ได้มาตรฐาน Ultra HD Premium ที่แสดงสีดำได้ดำสนิทและมีระดับความสว่างปรี๊ดกว่า ภาพถึงจะขึ้นจนต้องอุทานร้องว้าวออกมา

เมื่อทีวีตรวจจับสัญญาณ 4K HDR ได้ มุมขวาบนจะแสดงว่า HDR Content has started playing
เป็นการตอกย้ำความมั่นใจว่าคอนเทนต์ของเรานั้นเป็น 4K HDR แท้ๆนะ มิใช่กำมะลอ !

ฉากกระโดดร่มในเรื่อง Kingsman มีฉากพระอาทิตย์สาดแสงให้ HDR ได้ออกโรงบ้าง
ถึงแม้ระดับความสว่างสูงสุดจะสู้พวกทีวี HDR ตัวท็อปๆไม่ค่อยได้ก็ตาม แต่ก็แอบกระชากสายตาได้นิดหน่อย

ในช่วงตะลุมบอนกันในโบสถ์ ซีน “เบิร์นหัว” ก็สร้างความเจิดจรัสได้พอกล้อมแกล้ม

แผ่น Deadpool แบบ 4K HDR มีฉากต่อสู้เยอะทั้งบนทางด่วน และฉากสุดท้ายที่ยกพลไปซัดกันแถวท่าเรือ

Life of Pi 4K HDR ฉากไม้ตาย “วาฬกระโดด น้ำกระเพื่อม”
เป็นตัวบ่งชี้ความเจิดจรัสของ HDR TV ได้เป็นอย่างดี

ของเล่นใหม่ ! เครื่องมือวัดค่า Input Lag ยิ่งมีค่าน้อยแปลว่ายิ่งดี
ยิ่งตอบสนองต่อคำสั่งของคอนโทรลเลอร์ของเราได้อย่างฉับไว เหมาะสำหรับเล่นเกมส์อย่างยิ่ง
ซึ่งโหมด Game ของ 55UH650T นั้นวัดได้ประมาณ 20.1 milliseconds จัดว่า Lag น้อยมาก = ดีมาก
หมายเหตุ : วัด Input Lag ด้วยเครื่องมือของ Leo Bodnar เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือใหม่ของ LCDTVTHAILAND ที่ใช้ประเมินประสิทธิภาพของทีวีในเรื่องความเร็วในการตอบสนองของจอภาพกับการเล่นเกมส์ ซึ่งหากค่าต่ำกว่า 40 milliseconds ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี
สรุปได้ว่า 55UH650T ก็ให้คุณภาพของภาพได้สอดคล้องกับระดับ Series 6 ของตัวเอง แสดงภาพกับคอนเทนต์ระดับ HD และ Full HD ได้ตามมาตรฐาน ภาพมิได้เนียนกริ๊บแต่ก็มิได้หยาบกร้านเหมือนพวกทีวี 4K Low Cost ที่ชอบทำราคาเขย่าตลาด ใช้ดูหนัง HD หรือฟรีทีวีแบบปกติได้สบายหายห่วง ส่วนภาพแบบ HDR ก็รองรับมาตรฐานแบบ HDR 10 ซึ่งมักมากกับแผ่่นหนัง 4K Blu-ray Discs และจัดว่าเป็นมาตรฐาน HDR ที่แพร่หลายสุด ณ ตอนนี้ ระดับความสว่างเจิดจรัสอาจจะยังสู้พวกทีวีที่ได้รับมาตรฐาน Ultra HD Premium ไม่ได้ แต่ก็พอมีให้เห็นต่างบ้างแบบพอหอมปากหอมคอ
Sound – เสียง
ระบบเสียงของ LG 55UH650T ให้ลำโพงแบบ 10 + 10 Watts เสียงยิงลงล่างแบบ Down Firing มีโหมดเสียงสำเร็จรูปให้เลือกใช้แมตช์ชิ่งกับประเภทคอนเทนต์ รวมถึง Magic Sound Tuning ปรับแต่งเสียงตามความชอบ เช่นชอบปริมาณเบสเยอะหน่อย ก็ปรับไปที่ Bass Mode เป็นต้น ผมทดสอบโดยใช้แผ่นคอนเสิร์ตของ Ed Sheeran ศิลปินหนุ่มที่ขับร้องเพลงรักได้จับใจสาวๆมากที่สุดคนหนึ่งใน พ.ศ. นี้ ประเดิมด้วย Thinking Out Loud ซึ่งหมอนี่เล่นแบบอะคูสติคด้วยกีตาร์โปร่งตัวเดียว ทำให้สามารถทดสอบความใสสะอาด ชัดเจนของคำร้องควบคู่เสียงดีดกีตาร์ได้ ซึ่ง UH650T สามารถถ่ายทอดทุกสรรพเสียงได้อย่างน่าประทับใจเกินความเป็น Series 6 คือมีเนื้อมีหนังแบบเป็นชิ้นเป็นอัน มิได้เปล่งความแห้งแล้งออกมาดั่งทีวีรุ่นถูกๆที่ไม่ได้ใส่ใจในคุณภาพของลำโพง หลังจากนั้นก็ทดสอบฉากแอ็คชั่นจากทั้งเรื่อง Deadpool และ Kingsman ก็ให้ความหนักแน่นอวบอิ่มไม่แพ้รุ่นท็อป เสียงโครมครามมีปลายเสียงที่ชัดพอเหมาะ ไม่ติดนวลจนกลืนกันมั่วซั่ว เสียงอาจมีกระด้างกระเดื่องไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วผมยกให้คุณภาพเสียงของ UH650T สอบผ่านเกินมาตรฐานของทีวีระดับราคาประมาณนี้ เหมาะทั้งดูรายการทีวี ดูหนัง ดูกีฬา อยากให้ทุกท่านได้ลองฟังเสียงดูก่อน เชื่อว่าเอาอยู่ในห้องนั่งเล่นทั่วไปได้อย่างสบาย !

Magic Sound Tuning ลูกเล่นปรับแต่งเสียงแบบใหม่ที่เน้นบูสท์ความถี่ต่ำและสูงให้เป็นพิเศษ

ทดสอบกับคอนเสิร์ตของ Ed Sheeran
Extra – เพิ่มเติม
ระบบ Smart TV ของ LG ยังคงสานต่อความสำเร็จด้วยระบบปฏิบติการ webOS เช่นเดิม มาในปีนี้พัฒนามาเป็น webOS 3.0 แล้ว อัพเกรดขึ้นทั้งเครื่องความรวดเร็วในการใช้งานและคุณภาพของแอพส์ที่มีเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น อย่างใเช่นการรับชม YouTube และ Netflix ก็สามารถรับชมแบบ 4K ได้แล้ว อีกทั้งลูกเล่นแปลกใหม่อย่างฟีเจอร์ Magic Zoom ที่เปรียบดั่งแว่นขยาย นำไปส่องขยายภาพหรือคอนเทนต์ที่เรารับชมอยู่ได้ หรือบางท่านหัวใสหน่อย ก็ประยุกต์ไว้ใช้อ่าน Text ตัวอักษรตามเว็บข่าว ซึ่งตัวอักษรมักจะตัวเล็กกระจิ๊ดริ๊ดให้ขยายใหญ่ขึ้น ก็นับว่าเป็นไอเดียที่เก๋ไม่เบา รวมถึงฟีเจอร์ Multi View ที่สามารถรับชมคอนเทนต์จาก 2 แหล่งสัญญาณพร้อมกันได้ หรือบางท่านเป็นคอทีวียุคเก่าจะคุ้นเคยกับฟีเจอร์ PIP : Picture in Picture และ Multi Window ดี ก็คอนเซปต์คล้ายคลึงกันนี่แหละ สุดท้ายคือฟีเจอร์ Magic Mobile Connection ซึ่งจะช่วยเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือ Smart Phone เข้ากับ LG Smart TV ด้วยแอพ LG TV Plus ซึ่งเราสามารถใช้มือถือให้เป็นรีโมทควบคุม LG Smart TV ได้ ตลอดจนการแชร์ภาพ แชร์เพลง หรือแม้กระทั่งแชร์แอพส์จากมือถือไปเล่นบนจอทีวีได้
Magic Remote เวอร์ชั่นใหม่แต่หน้าตาแอบคล้ายของเดิม ก็ยังใช้งานสะดวกเช่นเคย ในตอนนี้ Magic Remote ของ LG ก็แทบเป็นเจ้าเดียวด้วยซ้ำทำงานได้เสมือน Air Mouse ตัวลูกศรเคลื่อนไหวได้อิสระตามทิศทางของมือเรา สรุปได้ว่า webOS 3.0 เป็นการพัฒนาขึ้นโดยอาศัยของเดิมที่ดีเยี่ยมอยู่แล้ว และทำการ “เพิ่มของเล่นชิ้นใหม่” ที่ไฉไลเข้าไปเสริมทัพให้แกร่งขึ้นกว่าเดิม ดังนี้สโลแกนที่ LG ชูโรงไว้สำหรับ webOS 3.0 ในปีนี้ว่า “มันง่าย….จนทุกคนในครอบครัวก็ใช้งานได้” หรือ Make TV simple for family คงมิได้เป็นคำกล่าวที่อวดอ้างเกินสรรพคุณเกินจริงแต่อย่างใด
** ซึ่ง webOS 3.0 นี้แทบทุกฟีเจอร์ที่รุ่นท็อปมี เจ้า UH650T ก็จะมีเช่นกันแบบไม่มีกั๊ก เลยได้ความคุ้มค่าไปเต็มๆ

หน้าตา Launcher Bar ซึ่งเปรียบดั่งศูนย์กลางของทุกสรรพสิ่ง จะโผล่ขึ้นมาจากด้านล่างเมื่อเรากดปุ่ม Home

มีแอพส์ทั้งไทยและเทศให้เลือกโหลดใน LG Content Store

แอพส์ต่างประเทศ

YouTube แบบ 4K เล่นได้แล้วนะ !

เกมส์จะออกแนว Puzzle กราฟฟิกจะมิได้หวือหวานัก

หนังแบบซื้อและเช่าออนไลน์จาก Google Movies

แอพดูหนังออนไลน์ของไทยอย่าง PrimeTime (เสียตังค์นะ)

Netflix มีหนังเยอะกว่า เสียเงินรายเดือนเหมือนกัน
ทว่าไม่ค่อยมีซับและเสียงไทย แต่มีความละเอียดแบบ 4K ด้วยนะ จะบอกให้ !

ฟีเจอร์ Multi View ดู 2 หน้าต่างจาก 2 แหล่งสัญญาณพร้อมกัน
ในรูปเป็นหนังเรื่อง Journey 2 = HDMI 1 และ PS4 = HDMI 2
สรุป
ข้อดี
- webOS 3.0 พร้อม Magic Remote ยังคงเป็นระบบ Smart TV ที่ “งานดี”
- รองรับ HDR มาตรฐาน HDR 10
- เล่นคอนเทนต์ HD คุณภาพของภาพอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้
- โหมดภาพ Expert ISF มีแยก Bright Room และ Dark Room รวมถึงโหมดภาพสำเร็จรูปอื่น ๆ ก็มีให้เลือกมากมาย
- แอพ YouTube และ Netflix เล่น 4K ได้แล้ว ไชโย !
ข้อเสีย
- ภาพ HDR ไม่ได้เจิดจรัสเท่าที่ควร (ยังไม่รองรับมาตรฐาน Ultra HD Premium)
- ระดับความสว่างสูงสุดยังไม่ค่อยซูซ่าเท่าไหร่
- ไม่รองรับ Dolby Vision HDR และไม่มี 3D
- พวกแอพส์เกมส์กราฟฟิกยังอยู่ในเกณฑ์ธรรมดา จัดเป็นเพียงแอพส์ไม้ประดับอีกเช่นเคย

LG 55UH650T : 4K Ultra HD Smart TV with HDR
ราคาเปิดตัว 44,990 บาท
LG 55UH650T เป็น 4K TV รุ่นกลางที่ให้ความคุ้มค่าสูงอีกตัวหนึ่ง เรื่องคุณภาพของภาพก็อยู่ในเรนจ์ซีรีส์ 6 การแสดงภาพทั้ง SD, HD และ 4K อยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ตามมาตรฐานของทีวีระดับราคาประมาณนี้ อีกจุดเด่นคือการรองรับการภาพแบบ HDR มาตรฐาน HDR 10 ได้ ซึ่งส่วนส่วนใหญ่ซีรีส์กลางของค่ายอื่นๆจะยังไม่รองรับ การแสดงภาพ HDR ก็อาจจะยังไม่ได้สว่างสุดโต่งซักเท่าไหร่นัก แค่พอมีจุดเปรียบต่างให้ได้สัมผัสอย่างพอหอมปากหอมคอเท่านั้น อย่างไรก็ดีส่วนที่เป็นที่เชิดหน้าชูตาและไปได้สุดทางกว่าก็คือระบบปฏิบัติการ webOS 3.0 อันเลื่องชื่อนี่แหละ ที่เน้นการใช้งานที่แสนง่ายดายด้วย Magic Remote พร้อมฟีเจอร์และแอพส์ของเล่นต่างๆที่อัดแน่นเฉกเช่นรุ่นท็อปสุด ท่านไหนที่มีงบประมาณจำกัดแต่อยากได้ทีวีที่มีได้ฟีเจอร์อบบ “เหมาเข่ง” แถมรองรับการใช้งานในอนาคตหลากรูปแบบ LG 55UH650T เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ น่าจับใส่ไว้ใน Wishlist ช่วยสานต่อตำนาน “ความคุ้มค่า” ของทีวี Series เลข 6 ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โปรดลองพิจารณาดูครับ !