สวยเนี๊ยบเฉียบทุกมุม รีวิว Harman Kardon ESQUIRE Bluetooth Speaker

Harman Kardon แบรนด์เครื่องเสียงอเมริกาแดนในฝันที่เข้ามาทำตลาดในบ้านเรามาเป็นเวลานานพอสมควร ด้วยชื่อเสียงเรื่องความดุดันในพลังเสียงที่หนักหน่วงไม่แพ้ใคร ทำให้ชาวหูเหล็กหลายท่านล้วนติดใจในคุณภาพของสินค้าจากแบรนด์นี้ เรียกได้ว่าใครอยากได้เบสหนักหน่วงมาเป็นลูกหนักอัดกระแทกชัดเจนก็ต้องมองหาตัว HK ที่หน้าเครื่องกันเลยทีเดียว
ทว่าปัจจุบันสถานการณ์การเสพย์เสียงได้เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่เปิดแผ่นเสียงกันธรรมดา กลายมาเป็นฟังจากคลังเพลงเคลื่อนที่อย่างสมาร์ทโฟน ซึ่งปัจจุบันก็ไม่จำเป็นจะต้องเสียบสายสัญญาณให้พันรกรุงรังกันอีกต่อไป นิยมหันมาใช้แบบ Wireless ผ่านช่องสัญญาณต่างๆมากขึ้น ทาง Harman Kardon เองก็ไม่อาจทำตัวเป็นคนแก่ยุคโบราณได้ ก็ต้องหันมาเกาะติดกระแสนิยมออกสินค้ามารองรับตลาดนี้มากขึ้น ซึ่งเป็นที่มาของสินค้าที่ผมจะนำมารีวิวในครั้งนี้นามว่า Harman Kardon “ESQUIRE”

ESQUIRE คำนี้หากเปิดดิคฯดูความหมายก็จะแปลว่า “ข้ารับใช้ประจำอัศวิน” แหม่ ฟังละเท่ไม่หยอกเลยทีเดียวสำหรับลำโพงแบบพกพาตัวนี้ โดยความสามารถพื้นฐานของกล่องสี่เหลี่ยมชิ้นนี้คือรองรับการเล่นเพลงแบบไร้สายผ่านสัญญาณ Bluetooth พร้อมแบตเตอรี่แบบ Li-on 7.4V/4000mA ภายในตัว รองรับการใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมงติดต่อกัน ออกแบบมาตรงไลฟ์สไตล์วัยสะรุ่นสมัยนี้อย่างแรง ส่วนประสิทธิภาพเสียงจะเจ๋งขนาดไหน ผมจะมาทดสอบให้ทุกท่านได้รับชม ณ บัดนาวว..
Harman Kardon ESQUIRE Portable, wireless Speaker
– แอมป์กำลังขับ 2×10 Watts ตอบสนองความถี่ที่ 80-22kHz
– แบตเตอรี่กำลังไฟ 7.4V/4000mA รองรับการใช้งานต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง
– รองรับการเล่นไฟล์ผ่าน 3 ช่องทาง NFC, Bluetooth และ ช่อง AUX 3.5 มม.
– ขนาดโดยประมาณ 147(W) x 147(H) x 46.5(D)mm.
ราคาตั้ง 9,990 บาท
Design – การออกแบบ

แกะกล่องออกมาดูความงามกันเลยดีกว่า โดยทั่วไปแล้วจะมีสีสามสีให้เลือกคือ ดำ, ขาว และน้ำตาล
สำหรับสีที่เราได้มาทดสอบคือสีน้ำตาลครับ

เปิดกล่องมาก็พบกับกระเป๋าหนังสำหรับพกพา ด้านในมีที่ชาร์จไฟและสาย USB สำหรับเสียบชาร์จ
พร้อมกับตัวเครื่อง ESQUIRE นอนแน่นิ่งเป็นสีน้ำตาลโอวัลตินอยู่

มาดูตัวเครื่องใกล้ๆเลยดีกว่าครับ ด้านนี้เป็นหน้ากากกันไดร์เวอร์ลำโพงใช้วัสดุเป็นพลาสติกแข็งเหมือนลำโพงทั่วไป
ด้านในซุกซ่อนเอาลำโพงสองทางพร้อมกับ bass port เอาไว้ โดยถ้าเราวางหงายแบบนี้เสียงก็จะยิงขึ้นด้านบนครับ

พลิกคว่ำมาอีกด้านจะเป็นผิวสัมผัสหนังแท้ที่ซุกซ่อนเอา NFC Reader ไว้ งดงามเลอค่าอย่างแรง
แต่วางคว่ำแบบนี้ท่าจะไม่ค่อยดี เสียงคงอู้อี้น่าดู

รูปแบบการวางเพื่อใช้งานที่ทางผู้ผลิตแนะนำคือแบบนี้ครับ วางตั้งขึ้นโดยเอาด้านที่เป็นยางซิลิโคนสีน้ำตาลลง
แล้วหันด้านลำโพงเข้าหาคนฟังครับ ซึ่งถ้าผิวโต๊ะเรียบจริงตัวลำโพงก็สามารถตั้งได้นิ่งและมั่นคงไม่ต้องกลัวล้มครับ

บริเวณด้านบนเป็นปุ่มกดต่างๆ สังเกตุว่ามีปุ่มนึงมีสัญลักษณ์โทรศัพท์อยู่
ถูกต้องละครับคุณดูไม่ผิด ลำโพงตัวนี้ใช้เป็น Handsfree เพื่อคุยโทรศัพท์ได้ด้วย!

บริเวณนี้เป็นช่องเสียบสาย Micro USB และ AUX 3.5 มม.
ข้างๆเป็นไฟแถวสีขาว 5 ดวง บอกสถานะแบตเตอรี่ครับผม

เราสามารถกดที่ปุ่ม Play/Pause เพื่อเช็คปริมาณแบตเตอรี่คงเหลือได้
ซึ่งก็จะแสดงเป็นแถวไฟ LED สีขาวอย่างรูปด้านบนนี้ครับผม
เห็นดีไซน์โดยรวมแล้วต้องอุทานมาดังๆว่า “หรูโคตร!” เป็นลำโพงตระกูล Micro Audio ที่หรูหราที่สุดเท่าที่ผมเคยจับมาเลย ต้องชมทีม Harman ว่าเก็บงานได้เทพมากๆ เนี๊ยบทุกอนูสัมผัสโดยเฉพาะผิวหนังแท้บริเวณที่เป็น NFC Reader เพิ่มค่าให้ตัวสินค้ามากขึ้นไปอีกหลายสเต็ปนัก การจัดวางปุ่มต่างๆก็ออกแบบมาได้เหมาะสมและคงทน โดยที่กดง่ายแต่พังยาก ด้านดีไซน์นี่ถูกใจคนรีวิวอย่างแรงนี่บอกเลย
Sound – เสียง

เริ่มการทดสอบโดยการฟังผ่านสาย AUX 3.5 มม. ก่อนเลยครับ โดยเสียบเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ประจำออฟฟิศเรานี่แหละ ผมเปิดด้วยแทร็คเบาๆฟังง่ายๆอย่าง Hey Jude – Yao Si Ting เมื่อลองมาเปิดกับ ESQUIRE ตัวนี้เสียงแรกจากโรงงานที่ออกมาคือย่านกลางที่กลมกล่อมพร้อมเบสเบาๆพอเป็นพิธีไม่หนักหน่วงมาก สลับเพลงมาฟัง Highwire Heart – Dawn Langstroth ที่มีความเนิบนิ่มเอื่อยๆฟังเรื่อยๆ ลองเงี่ยฟังปลายเสียงของนักร้องสาวคนนี้ที่ถูกขับออกมา พบว่ามีคาแร็คเตอร์ออกไปในทางนุ่มนวล มากกว่าเปิดสว่าง
เริ่มฟังมาสักพักน้ำเสียงเริ่มเข้าที่เข้าทาง ปริมาณเบสมีน้ำหนักขึ้น เสียงร้องเสียงดนตรีมีความกลมกล่อมในระดับนึง ไม่ได้รุกเร้าหนักหน่วงอะไรมากนัก เน้นฟังเรื่อยๆเสียมากกว่าครับ

มาลองใช้งานผ่านทาง Bluetooth อันดับแรกเราต้องกดตรงปุ่มที่เป็นสัญลักษณ์ Bluetooth ให้ตัวลำโพงอยู่ในโหมด Pairing ให้ไฟแสดงผลเป็นสีฟ้ากระพริบ เพื่อจับคู่กับอุปกรณ์ที่เราจะใช้งานด้วยก่อนครับหรือถ้าโทรศัพท์ใครมี NFC ก็สามารถหยิบมาทาบเพื่อจับคู่ได้ทันที ในที่นี้ผมเลือกเป็น Galaxy S4 ของคุณโรมันมาเป็นเหยื่อทดลองในครั้งนี้ เมื่อเราจับคู่กันเรียบร้อยตัวลำโพงก็พร้อมใช้งานและจะมีเสียง “ตู่ดูดุ๊ด~” ดังขึ้นมาและไฟสีฟ้าหยุดกระพริบ ก็พร้อมใช้งานละครับ

ผมเริ่มด้วยการโยนเพลงไทยสบายๆอย่าง รักคุณเข้าอีกแล้ว – BoydPod เข้าไปเล่นแบบชิลๆระหว่างทำงาน คุณภาพเสียงที่ออกมานั้นค่อนข้างใกล้เคียงกับการเสียบสายสัญญาณเลยทีเดียว ฟังเล่นเพลินๆได้สบาย ระยะการใช้งานแบบไร้สายก็ไกลพอสมควร สามารถถือไปฟังได้รอบบ้านขนาดประมาณ 50 ตร.ม. ได้สบายๆ เพราะฉะนั้นชาวคอนโดหายห่วงได้เลยครับ วิ่งเล่นได้รอบห้องแน่นอน

รูปแบบไฟแสดงผล และความหมายของมันครับ
Features – ลูกเล่น

นอกจากการทำหน้าที่เป็นลำโพงพกพากิ๊บเก๋แล้ว Harman Kardon ESQUIRE ยังมีความสามารถในการเป็นลำโพง Handsfree ที่มีไมโครโฟนสำหรับคุยโทรศัพท์ได้อีก รองรับการประชุมสาย 4 คนแบบแยกลำโพงกันอิสระ นอกจากใช้เพื่อความบันเทิงแล้ว ยังพกพาคุณประโยชน์ด้านการทำงานมาอีก ซื้อ 1 ได้ถึง 2 กันเลยทีเดียว
วิธีการใช้งานก็ง่ายๆครับ เพียงท่านเชื่อมต่อโทรศัพท์กับตัวลำโพงผ่านสัญญาณ Bluetooth คราวนี้พอมีโทรศัพท์โทรเข้ามาตัวลำโพงก็จะดังขึ้นมาครับ เราก็แค่กดปุ่มรูปโทรศัพท์ที่อยู่บน ESQUIRE เครื่องก็จะรับสายให้ และไฟแสดงผลก็จะเปลี่ยนไปเป็นสีเขียว แล้วก็เริ่มคุยได้เลย

Conclusion – สรุป
Harman Kardon ESQUIRE เป็นอีกหนึ่งแก็ดเจ็ตที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้การฟังเพลงของคุณง่ายและสะดวกขึ้นเป็นอย่างมาก ด้วยคุณสมบัติไร้สายแบบ 100% คือมีแบตเตอรี่ในตัวมีอายุการใช้งานต่อเนื่องกว่า 10 ชั่วโมงแบบไม่จำเป็นต้องเสียบไฟขณะเล่น ทั้งยังรองรับการเล่นเพลงผ่าน Bluetooth ที่เชื่อมต่อได้ไม่ยากเย็นแค่ กดปุ่ม-จับคู่อุปกรณ์-เปิดเพลง แค่นี้ก็มีเสียงออกมาให้เราได้เพลิดเพลินกันได้แล้ว นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ NFC มาช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้ Bluetooth ให้มากขึ้นกว่าเดิมอีก นอกจากนี้ฟีเจอร์ Handsfree ที่แม้ว่าอาจจะได้ใช้งานได้ไม่บ่อยเท่ากับการเป็นลำโพงมากนัก แต่ก็นับว่าสร้างคุณประโยชน์ให้ตัวลำโพงได้ตอบสนองกับผู้ใช้อย่างหลากหลายมากขึ้น

กระนั้นแล้วหากจะพูดถึงคุณภาพเสียงนั้น ผมเดาว่าตัวลำโพงอาจจะถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการใช้งานอรรถประโยชน์มากกว่าที่จะให้เสียงที่หวือหวาดั่งลำโพงราคาแพง ตัวอิมเมจเสียงอาจจะไม่ใสสว่าง, เบสกระหน่ำ หรือกลางฉ่ำหวานแบบสุดโต่ง จะเน้นไปที่ความเป็นสมดุลย์ฟังได้เรื่อยๆไม่ล้าหูเสียมากกว่า ซึ่งถ้าอยากได้เสียงที่ดีที่สุดให้เลือกวางตั้งแล้วหันหาตัวคนฟังจะดีที่สุดครับ เพราะเมื่อหงายขึ้นมาแล้วเสียงออกจะฟุ้งๆไม่มีจุดโฟกัสแน่นอน น้ำหนักเลยตกหล่นไป แต่พอวางตั้งแล้วแน่นขึ้นมาอีกเยอะเลย แนะนำให้ไปหาลองได้ตามช็อปของมหาจักรฯเลยครับ
ทว่าถ้าใครชอบตัวลำโพงดีไซน์งดงาม เน้นพกพาง่ายแต่ได้เสียงเกินขนาดตัวแล้วล่ะก็
Harman Kardon ESQUIRE ตัวนี้อาจจะถูกใจคุณแบบไม่ต้องลองก็เป็นได้
LIKE
– ดีไซน์ลำโพงหรูหราดาวค้างฟ้ามากมาย งานประกอบตัวสินค้าก็สุดจะปราณีต สมแล้วที่ได้รางวัล red dot Design Award
– การเล่นเพลงผ่านสัญญาณ Bluetooth ให้ประสิทธิภาพเสียงที่ใกล้เคียงกับเชื่อมต่อสายสัญญาณ
– ESQUIRE เลือกที่จะรับไฟจากช่อง Micro USB ซึ่งแทบจะเป็นมาตรฐานสากลสำหรับแก็ดเจ็ตทั่วไปในปัจจุบันแล้ว ซึ่งช่วยให้เราสามารถสลับสับเปลี่ยนอุปกรณ์ใช้งานกันได้แบบไม่มีปัญหา
DISLIKE AND SUGGESTION
– คู่มือการใช้งานที่แถมมาให้มีรายละเอียดน้อยไปหน่อย อย่างน้อยก็ควรจะเพิ่มวิธีการใช้งานเบื้องต้นให้เราได้ทราบสักนิดนึง
– โดยธรรมชาติแล้วตัวลำโพงให้ประสิทธิภาพเสียงที่มีน้ำหนักฟังสนุกเกินกว่าขนาดตัวอยู่ในระดับนึงเมื่อตั้งแบบหันหน้าเข้าหาคนฟัง แต่ถ้าวางหงายเสียงจะฟุ้งและขาดน้ำหนักไปเสียหน่อย จึงอาจจะไม่ถูกสเปคคนที่ซีเรีย

Harman Kardon : ESQUIRE Bluetooth Speaker
ราคาตั้ง 9,990 บาท