ส่งความบันเทิงลอยมาแบบเหนือเมฆ !! รีวิว Yamaha RX-V473

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2011 ครับ หากหลายๆท่านได้มีโอกาสพบอ่านเว็บไซต์ของเราในช่วงนั้น จะพบว่ามีรีวิว A/V Receiver ของ Yamaha RX-V471 ซึ่งเป็น AVR ตัวแรกๆ ที่ทางเว็บเราได้ทำการรีวิว ช่วงนั้นถือว่าเป็นกระแสฮ็อตฮิตพอสมควร เนื่องจากเป็นแอมป์ที่ประสิทธิภาพไม่ธรรมดาในราคามิตรภาพ พร้อมใช้งานแบบ 5.1 แชนแนลได้สบายๆ แน่นอนครับว่าของดีต้องมีภาคต่อ ด้วยทายาทสืบทอดในตระกูล Yamaha เช่นเดียวกันกับรุ่นใหม่โค้ดเนม RX-V473 ที่มีหน้าตาดังรูปด้านล่างเลยครับ

Yamaha RX-V473 เป็น AV Receiver ในระดับเริ่มต้นที่มีราคาไม่สูง แต่เต็มไปด้วยฟีเจอร์น่าสนใจมากมายอย่างเช่น DLNA, AirPlay, Net Radio เป็นต้น ซึ่งล้วนแล้วแต่เข้ากับกระแสของเทคโนโลยีในยุคนี้เป็นอย่างมาก ตัวเครื่องรองรับการต่อร่วมลำโพงแบบ 5.1 แชนแนล และสารพัดช่องเสียบเอ้าต์พุตหลากหลาย ซึ่งยังรวมไปถึงระบบ Auto Calibration ที่ชื่อ YPAO (Yamaha Prametric Room Acoustic Optimizer) ที่สามารถใช้ในการติดตั้งระบบลำโพงรอบทิศทางได้สะดวก ลูกเล่นไม่ธรรมดาแบบนี้น่าสนใจแล้วใช่ไหมครับ ถ้างั้นเรามาทะยอยดูไปในแต่ละส่วนกันเลยดีกว่า จะได้รู้ถึงความสามารถของแอมป์ตัวนี้ว่าจะได้ใจมือใหม่ไฮไฟสักแค่ไหน
Yamaha RX-V473
- รองรับระบบส่งผ่าน (Pass-through) สัญญาณภาพความละเอียด 4K (Ultra High-Definition)
- YPAO Automatic System Calibration ช่วยในการติดตั้ง และแก้ไขปัญหาสภาพแวดล้อมที่กระทบดุลเสียงของลำโพง
- พร้อมใช้งานร่วมกับ iPod/iPhone ผ่านทาง USB (Digital Direct) และ AirPlay, NET/USB รองรับไฟล์ FLAC, WAV (สูงสุดระดับ Studio Master 96/24), MP3 ฯลฯ ได้
- Cinema DSP 3D โปรแกรมจำลองระบบเสียงรอบทิศทางกว่า 17 แบบ พร้อม Enhancer Mode ปรับปรุงเสียงจากคอนเทนต์คุณภาพต่ำ
- ECO Mode ประหยัดพลังงานมากกว่าเก่า 20%
- ตัวถอดรหัส DTS-HD Master Audio และ Dolby TrueHD
ราคาตั้ง 18,900 บาท
Design – การออกแบบ
เรามาเริ่มไล่เรียงกันไปทีละส่วนกันก่อนดีกว่า สำหรับองค์ประกอบภายนอกของแอมป์ตัวนี้ ว่าจะมีอะไรสำคัญๆ บ้าง…

RX-V473 แบบหน้าตรงครับผม ปีนี้มาในสีดำ ดุดันไม่ธรรมดา

ด้านขวามีจุดสนใจอยู่ที่ตัวปรับวอลุ่ม นอกจากนี้ยังมีช่องต่อ Video AUX และ USB
ใช้สำหรับเสียบกับอุปกรณ์ภายนอกอย่าง iPod/iPhone, MP3 Player และแฟลชไดร์ฟครับ

ทางซ้ายเป็นปุ่มเปิด-ปิด ตัวแอมป์และช่องเสียบ YPAO MIC สำหรับการทำ Auto Calibration
ในการปรับจูนเสียงให้เหมาะสมกับสภาพห้อง

ย้ายมาด้านหลังเป็นสารพัดช่องเชื่อมต่อที่มักจะทำให้มือใหม่หลายๆคนวิงเวียนตั้งแต่แรกพบ
ไม่ต้องเป็นห่วงครับ เดี๋ยวผมจะค่อยๆอธิบายไปเรื่อยๆว่าแต่ละช่องคืออะไร

อันดับแรกคือช่องเสียบสายลำโพงครับ สำหรับ V473 นี้รองรับการใช้งานร่วมกับชุดลำโพงหลัก 5 แชนแนล

ส่วนทางด้านนี้มีช่อง HDMI 4 in, 1 out เสียบได้สากกระเบือยันเรือรบ (ฮาา)
นอกจากนี้ก็มีช่องอะนาล็อกทั้งภาพและเสียง และดิจิทัลออดิโอ โคแอ็คเชียล/อ็อพติคัล รวมไปถึงช่องสัญญาณลำโพงซับวูฟเฟอร์ พร้อมใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ภาพและเสียงพื้นฐานได้ทันที

ส่วนทางด้านนี้คืออุปกรณ์ที่แถมมาให้ภายในกล่องครับ ประกอบไปด้วยรีโมทสายอากาศ
และ YPAO Microphone สำหรับการติดตั้งปรับจูนลำโพงครับผม
Setup And Sound – การติดตั้ง และ เสียง
หลังจากทำความรู้จักกันได้คร่าวๆไปแล้ว เราก็มาเริ่มทดสอบระบบเสียงกันดีกว่าครับผม โดยก่อนหน้าที่จะเปิดฟังเราต้องมาทำการปรับจูนสภาพเสียงของลำโพง ให้เหมาะสมกับสภาพห้องกันเสียก่อน โดยการทำ Auto Calibration ผ่านระบบ YPAO โดยเสียบสายไมโครโฟนเข้าทางช่อง YPAO MIC ที่หน้าแอมป์ แล้วระบบก็จะขึ้นหน้าจอที่ทีวี ตามรูปด้านล่าง

หน้าตาเมนูแบบนี้ Simple สุดๆ ใช้งานได้รวดเร็วทันใจ
ก่อนอื่นต้องจัดวางลำโพงให้อิงตามรูปด้านล่างนะครับ สำหรับระบบเสียง 5.1 แชนแนล ซึ่งเป็นแนวทางสากลสำหรับการเซ็ตอัพ ในส่วนของระยะห่างระหว่างลำโพงถึงจุดนั่งฟังนั้นมักจะถูกบังคับโดยสภาพห้องเป็นหลัก ไม่มีระยะตายตัวสักเท่าไรนัก พยายามเน้นให้จุดนั่งฟังของเรานั้นบาลานซ์อยู่กึ่งกลางลำโพงซ้ายและขวาครับ

รูปแบบมาตรฐานการจัดวางลำโพงสำหรับซิสเต็ม 5.1 แชนแนลครับ
เมื่อจัดวางอุปกรณ์เรียบร้อยแล้วก็นำไมค์มาวางที่จุดฟัง ที่ความสูงระดับเดียวกับหู จากนั้นก็กด Start เพื่อเริ่มต้นการทำ Auto Calibration ปรับจูนเสียงของลำโพงให้รับกับสภาพห้องของเราได้มากที่สุด โดยระบบจะทะยอยปล่อยเสียงออกมาจากลำโพงทั้ง 6 ตัว(คู่หน้า 2, คู่หลัง 2, เซ็นเตอร์ และซับวูฟเฟอร์) แล้วปรับลดระดับเสียง และชดเชยระยะห่างให้กับเราอัตโนมัติ รวมไปถึงตั้งค่าขนาดของชุดลำโพงตามจริง เพื่อให้ลำโพงทำงานขับพลังเสียงออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดครับ

คำแนะนำการวางตำแหน่งของ YPAO Microphone
หลังจากระบบทำการคำนวณค่าต่างๆให้เสร็จสิ้น ผมก็ได้ตรวจสอบด้วย Sound Level Meter อีกครั้ง พบว่า YPAO จาก AVR รุ่นนี้ มีความแม่นยำขนาดไหน ปรากฏว่าค่าต่างๆ ใกล้เคียงกับมาตรฐานมากๆ ครับ ทั้งระดับเสียง และระยะห่างลำโพง คลาดเคลื่อนเพียงแค่หลักทศนิยมนิดหน่อยเท่านั้น สรุปว่า ฝากผีฝากไข้ใช้งานได้อย่างมั่นใจเลยกับ YPAO Automatic System Calibration

ซึ่งหลังจากได้ทำการปรับจูนแล้ว ระบบจะมี Equalizer มาให้เราเลือกในหน้าเมนู เพื่อปรับจูนโทนัลบาลานซ์ของระบบเสียงโดยรวมจากผลกระทบของห้อง จะเห็นว่ามีให้เลือกเป็น PEQ, GEQ และ OFF โดย PEQ ก็คือการเรียกใช้งานค่าปรับจูนที่ทางระบบ YPAO ได้คำนวณขึ้นมาให้เรา ถ้าเกิดใครไม่ชอบก็สามารถปรับชดเชยค่าเองได้ที่โหมด GEQ ครับ (แต่ระวังจะออกมาเละกว่าเดิม) แต่ถ้าเกิดใครคิดว่าชอบแบบเดิมๆ ไม่ใช้ EQ ก็เลือกปิดเป็น OFF ไปได้เลย

ตรวจเช็คค่าความดังที่ถูกชดเชยจากระบบ ด้วย Sound Level Meter อีกรอบตามนี้เลยครับ
สำหรับซิสเต็มในห้องทดสอบ คือ ชุดลำโพง Canton Movie 130
ก็เสร็จสิ้นการปรับจูนกันไปครับผม ถึงเวลาสำหรับการเริ่มต้นทดสอบการใช้ฟังก์ชั่นต่างๆของตัวแอมป์แล้วนะครับ โดยคอนเทนต์ที่ใช้เปิดก็จะสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามสไตล์การรีวิวของเรา โดยภาพยนตร์ที่ใช้จะเป็นฟอร์แมต Blu-ray ที่เป็นระบบเสียงแบบ 5.1/7.1 แชนแนล ทั้งหมดครับ (กรณีที่เป็น 7.1 ระบบจะมิกซ์ลงมาเป็น 5.1 ให้เองโดยอัตโนมัติ) ทั้งในแบบ DTS-HD Master Audio และ Dolby TrueHD เพื่อให้แน่ใจไปเลยว่าแอมป์ตัวนี้สามารถทำงานกับสื่อ HD ในยุคปัจจุบันได้อย่างครบถ้วน และมีประสิทธิภาพ

เริ่มจากพี่ดอร์มคนคุ้นเคยของเราจากเรื่อง Fast Five ก่อนเลยครับ คอนเทนต์ยอดฮิตประจำออฟฟิศ

ฉากไล่ล่าปล้นเซฟกับระบบเสียงแบบฉวัดเฉวียนซ้ายขวา
ตัวแอมป์ก็สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างครบถ้วนมีประสิทธิภาพ

ต่อด้วย The Hunger Games ในแบบ 5.1 แชนแนลเช่นเดียวกันครับ
เรื่องนี้แม้จะค่อนข้างเก่าไปบ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นแผ่นใหม่พอสมควรสำหรับออฟฟิศเรา(ฮา)

ฉากที่ใช้ทดสอบจะเป็นฉากที่นางเอกแคทนีส เอเวอร์ดีน ถูกกระสุนปืนใหญ่ไล่ต้อนให้กลับเข้าสู่เขตต่อสู้
ซึ่งเสียงปืนใหญ่ที่ระเบิดออกมาช่วยทดสอบการขับเสียงย่านความถี่ต่ำได้เป็นอย่างดีเลยครับ

นอกจากเสียงระเบิดในฉากแล้ว ยังมีเสียงของไฟที่ลุกไหม้กิ่งไม้โอบล้อมห้องรับฟังไว้
ซึ่ง Yamaha RX-V473 สามารถให้รายละเอียดในส่วนนี้ได้เป็นอย่างดี

ระหว่างการรับชมภาพยนตร์ เราสามารถกดปุ่ม Option บนรีโมทเพื่อแสดงอ็อพชั่นเมนูขึ้นมา
โดยในเมนูนี้จะประกอบไปด้วยตัวเลือกต่างๆ ที่ไว้ใช้งานมากมาย

ตัวอย่างเช่น DSP/Surround ซึ่งเป็นเมนูสำหรับการปรับใช้งานระบบ Cinema DSP
หรือระบบจำลองสภาพบรรยากาศเสียงให้เหมือนฟังอยู่ในห้องหรือฮอลล์ต่างๆ
ระบบเสียงในการดูหนังของ Yamaha RX-V473 โดยรวมออกมาใช้ได้ไม่ขี้เหร่นะครับ การเปิดใช้งาน YPAO Equalizer ที่จะเปิดใช้ได้ก็ต่อเมื่อทำการ Auto Calibrate เรียบร้อยแล้ว ความแตกต่างที่ได้รับระหว่างเปิดกับปิดนั้นค่อนข้างจะจับจุดลำบากเสียหน่อยถ้าเดิมสภาพแวดล้อมไม่ได้สร้างผลกระทบใดๆ กับดุลเสียงของลำโพงอยู่ก่อน แต่ก็พอจะฟังออกได้ว่าเมื่อเปิด EQ เสียงจะสว่างชัดเจนกว่าเล็กน้อย ซึ่งในจุดนี้ถือว่านานาจิตตังแล้วแต่คนชอบกันไป รวมถึงสภาพแวดล้อมใช้งานด้วยครับ
จบการทดสอบระบบเสียงจากภาพยนตร์ไปแล้ว ก็มาต่อกันที่การนั่งฟังเพลงชิลๆ จากแผ่นออดิโอซีดี เนื่องจากการฟังเพลงก็เป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์หลักของนักเล่นเครื่องเสียงไม่แพ้การรับชมภาพยนตร์เลย เราเลยจะมาทดสอบกันครับว่า Yamaha RX-V473 นอกจากจะให้ประสิทธิภาพของการขับเสียงรอบทิศทางที่ดีแล้ว ยังสามารถนำมาใช้ฟังเพลงสองแชนแนลได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่
เพลเยอร์อ้างอิงที่ใช้ในการทดสอบนี้ก็คือ Oppo BDP-95 เช่นเคย เนื่องจากจะใช้อัลบั้มจาก SACD/CD และ Lossless Files ในการทดสอบ ซึ่งก็มีมากมายหลายประเภท เพราะตัวผมเองเป็นคนชอบฟังเพลงไม่ซ้ำแนวนั่นเองครับ เป็นการดีที่จะได้ทดสอบเอกลักษณ์เสียงในการฟังแนวเพลงแต่ละแนวว่าถ่ายทอดออกมาได้ดีเยี่ยมเช่นไร โดยเริ่มทดสอบจากเพลงเบาๆ เช่นเคย ซึ่งแทร็คที่หยิบมาใช้ครั้งนี้เป็นแทร็คที่ชื่อ You Make Me Smile ของ Dave Koz นักเป่าแซ็กโซโฟนชาวอเมริกันที่มีเอกลักษณ์การเป่าให้เสียงเซ็กส์…เอ๊ย !! แซ็ก ให้เสียงออกมานุ่มนวลชวนฝัน…

หน้าตาขณะเล่นแผ่นซีดีอัลบั้มหนึ่งจาก Oppo
พอจบเพลงแรกเราก็ต่อกันด้วยดนตรีแนวอิเล็คทรอนิกส์ที่มีจังหวะเร็วขึ้นมาอีกนิดนึงผลงานจาก Human Don”t Be Angry กับเพลง The Missing Plutonium ที่มีท่อนเบสที่หนักหน่วงเร้าใจกระแทกกระทั้นเป็นจังหวะๆตลอดเพลง ตามมาด้วยสารพัดเพลงประจำออฟฟิศมากมายอย่างเช่น Guess You Had To Be There – Janis Ian, Vivaldi The Four Seasons – Mariko Sen Ju, Time – Pink Floydและอีกหลากหลายเพลงที่หยิบยกขึ้นมาฟัง ซึ่งผลที่ได้ก็พบว่า Yamaha RX-V473 นั้นสามารถทำได้ทั้งดูหนัง และฟังเพลงได้อย่างไม่เคอะเขินเลยทีเดียว
iPod/iPhone AirPlay

ถัดจากการฟังในรูปแบบธรรมดาจากซีดีไปแล้ว ก็มาถึงการฟังในรูปแบบพลิกแพลงไม่ธรรมดากันบ้าง โดยในที่นี้จะพูดถึงการใช้งานฟีเจอร์ AirPlay ที่ทำให้เราสามารถเลือกที่จะเล่นเพลงนั้นๆจากภายใน iPod / iPhone ของคุณมาออกที่แอมป์ได้ ผ่านเครือข่ายเน็ตเวิร์คภายในบ้านแบบไร้สาย ถือว่าเป็นสุดยอดฟีเจอร์ที่อำนวยความสะดวกในการใช้งานให้กับผู้ใช้ในยุคศตวรรษใหม่ได้ดีจริงๆ
วิธีการใช้งานนั้นก็ไม่ยากครับ แค่เชื่อมต่อ AVR RX-V473 ของเราเข้ากับเครือข่ายภายในบ้านผ่านการเสียบสาย LAN เข้าที่หลังเครื่อง จากนั้นกดเปิดแอพ Music บน iPod/iPhone ของเราแล้วกดเล่นเพลงสักเพลง โดยในหน้า Now Playing จะมีสัญลักษณ์ของ AirPlay โชว์ขึ้นมาอยู่ให้กดที่ตัวสัญลักษณ์ จากนั้นจะมี Option ของอุปกรณ์โชว์ขึ้นมา เราก็แค่เลือก Yamaha RX-V473 เพลงก็จะถูกส่งผ่านสัญญาณเน็ตขึ้นไปบรรเลงบนแอมป์ของเราแล้วล่ะครับง่ายจุงเบยยย

หน้าตาเลือกอุปกรณ์ที่จะใช้งาน AirPlay ครับ

หน้าตาจอแสดงผลขณะทำการเล่นเพลงผ่าน AirPlay ครับ
นอกเหนือจากการเล่นไฟล์ผ่านทาง AirPlay แล้ว เรายังสามารถโหลดแอพพลิเคชั่นที่ชื่อ Yamaha AV Controller จาก App Store มาใช้แทนรีโมทควบคุมได้อีกด้วย โดยสามารถสลับใช้งานแทนกันได้หมด ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่ม-ลดเสียง, เปลี่ยนอินพุต ไปยันเลือกโหมด DSP ก็ทำได้ ตามรูปด้านล่างเลยครับ


หน้าตาบนแอพพลิเคชั่น Yamaha AV Controller ซึ่งการจะใช้งานได้
ทั้ง iPhone และ A/V Receiver ต้องเชื่อมต่ออยู่ภายในวงเน็ตเวิร์คเดียวกันครับ
USB Playback
แอมป์สมัยใหม่ในตอนนี้มักจะมาพร้อมกับช่องเสียบ USB แฟลชไดร์ฟ เข้ากับตัวแอมป์ เพื่อทำการเล่นไฟล์เพลงที่บรรจุอยู่ภายใน เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเล่นเพลงแบบพลิกแพลง ที่อำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานอย่างถึงที่สุด Yamaha RX-V473 ก็สามารถอ่านไฟล์ออดิโอจากแฟลชไดร์ฟได้โดยตรงเช่นเดียวกัน โดยผมได้ทดสอบลงไฟล์หลายๆ นามสกุลยอดนิยม อย่าง FLAC, MP3, WAV ไปยังแฟลชไดร์ฟ แล้วทำการเสียบเข้าเพื่อให้แอมป์อ่านไฟล์ ผลปรากฏว่าสามารถอ่านได้ทั้ง 3 แบบเลย (ยอดเยี่ยมกระเทียมเจียว!!!) ยิ่งกว่านั้นยังสามารถอ่านไฟล์ FLAC (สูงสุดที่ 24 bit/96 kHz) ที่เป็น Studio Master และมีค่า Bitrate ที่สูงปรี๊ดกว่าปกติ ซึ่งจะให้คุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยมกว่าไฟล์ทั่วไป

อีกหนึ่งหน้าที่หลักที่ช่อง USB สามารถทำได้ก็คือ การเสียบเล่นไฟล์โดยตรงจาก iOS Devices ซึ่งก็คือพวก iPod/iPhone/iPad ของเราทั้งหลายแหล่นั่นแหละครับ เผื่อว่าใครไม่สะดวกจะ AirPlay ก็สามารถลากสาย USB มาจิ้มตรงๆ มันหน้าแอมป์นี่แหละใช้งานได้เหมือนกัน แล้วยังสามารถชาร์จไฟ และควบคุมอุปกรณ์ของเราผ่านรีโมตของ RX-V473 ได้อีกด้วย สารพัดประโยชน์มากๆ

ภาพหน้าจอขณะเล่นไฟล์ตรงๆ จากอุปกรณ์ iOS ของเรา ผ่าน RX-V473 ครับ
แสดงชื่อไฟล์ครบถ้วน ทว่าไม่สามารถอ่านชื่อไฟล์ที่เป็นภาษาไทยได้ในปัจจุบัน

ชาร์จไปเล่นไป แบ็ตไม่ลด แถมได้ฟังเพลงอีก เหมาะกับบ้านที่ไม่สะดวกจะใช้ AirPlay
หรือแบตเตอรี่ของ iPod กำลังจะหมด ก็มาเสียบเล่นได้ (รองรับ iPod รุ่นเก่าๆด้วยนะเอ้อ)
Features – ลูกเล่น
อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ทาง Yamaha ได้ทำการติดตั้งลงมาใน RX-V473 ด้วยนั่นก็คือ Internet Radio ครับโดยเป็นการเชื่อมต่อเพื่อฟังสถานีวิทยุออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ต แน่นอนว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจเพราะไม่ต้องกังวลเรื่องการวางแอมป์ในที่อับสัญญาณ หรือเสาอากาศสัญญาณวิทยุไปไม่ถึง เพราะตอนนี้มันมาแบบดิจิตอลผ่านทางอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้สัญญาณรบกวนน้อยมากๆ ไม่ปรากฏอาการเสียงซ่าให้เห็นแน่นอน

เมื่อกดเลือกสถานีที่ต้องการได้แล้ว ระบบก็จะเปลี่ยนหน้าจอแสดงผลมาเป็นแบบนี้ครับ
เหมือนกับตอนที่กำลังเล่นไฟล์เพลงจาก USB หรือใช้งาน AirPlay

และหากเราเปิดใช้งานแอพพลิเคชั่น Yamaha AV Controller อยู่ระบบก็จะแสดงผลตามรูปแบบนี้
สามารถเพิ่มลดเสียงได้ตามใจชอบได้ภายในแอพพลิเคชั่นนี้เลยครับ
แม้จะการันตีได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ว่า สัญญาณการฟังวิทยุผ่านอินเทอร์เน็ต ยังไงก็ถูกรบกวนได้ยาก ทว่าหากสัญญาณเน็ตของเราเกิดล่ม หรือไม่เสถียร จนความเร็วตกในระดับที่ไม่เพียงพอต่อการสตรีมเสียงจากเซิฟเวอร์ ก็อาจส่งผลให้การรับฟังเกิดสะดุดติดขัดก็เป็นได้ ฉะนั้นแล้วทางเลือกมีหลายทางเราก็ต้องปรับเปลี่ยนพลิกแพลงกันไปตามสถานการณ์ให้เกิดประโยชน์จะดีที่สุดครับ
Conclusion – สรุป
Yamaha RX-V473 เป็นแอมป์ระดับเริ่มต้นที่มีคุณภาพดี เหมาะสำหรับมือใหม่ในวงการเครื่องเสียงทุกท่านสามารถนำไปจับชุดกับลำโพงชุด 5.1 แชนแนลได้เป็นอย่างดี ด้วยความสามารถในการถ่ายทอดเสียงอย่างสมน้ำสมเนื้อไม่ว่าจะรับชมภาพยนตร์ไปจนถึงการนั่งฟังเพลง 2 แชนแนลจากออดิโอซีดี ก็สามารถกลั่นเอาน้ำเสียงออกมาได้อย่างน่าพอใจ ผิดกับหลายปีก่อนที่เคยถูกปรามาศไว้ว่านำมาฟังเพลงแล้วเสียงจะบาง ซึ่งจากที่ได้ทดสอบแล้วทาง Yamaha ทำการปรับปรุงในจุดนี้จนทัดเทียมแบรนด์คู่แข่งชนิดกินกันไม่ลง ถือเป็นเรื่องดีสำหรับมือใหม่ทุกท่านกับตัวเลือกที่หลากหลายขึ้นในตลาดไฮไฟปัจจุบัน

นอกจากคุณภาพเสียงที่น่าประทับใจแล้ว RX-V473 ยังมาพร้อมกับสารพัดฟีเจอร์มากมายที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระบบ YPAO Automatic System Calibration ที่ทำการปรับจูนเสียงของชุดลำโพงให้สอดคล้องกับสภาพห้องรับฟังในขณะนั้นด้วยความรวดเร็ว และแม่นยำ แล้วยังมีฟังก์ชั่นเน็ตเวิร์คยอดฮิตสำหรับ iOS Devices อย่าง AirPlay ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเล่นไฟล์เพลงจากอุปกรณ์ไปผ่านแอมป์เพื่อคุณภาพเสียงที่ดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นฟีเจอร์ที่น่าสนใจ และเป็นจุดขายสำคัญสำหรับระบบเครื่องเสียงในปัจจุบันที่คุณไม่ควรมองข้าม
หนึ่งข้อสังเกตุสำหรับรุ่นนี้ คือ หน้าตาของเมนูที่แสดงผลบนจอภาพ ซึ่งดูด้อยกว่าของเดิมพอสมควร จากหน้าตากราฟิกกลายมาเป็นเมนูตัวอักษรล้วนๆ ดูจะไม่เป็นมิตรต่อผู้ใช้สักเท่าไรหากเทียบกับของเดิม (471) แต่ก็แลกมาด้วยข้อดีในเรื่องของความโปร่งใสที่สามารถตั้งค่าไปด้วย รับชมภาพยนตร์ไปด้วย และเรื่องเมนูก็ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อประสิทธิภาพการใช้งานของตัวแอมป์แต่อย่างใด..
โดยคะแนนตัดสินสำหรับ Yamaha RX-V473 นั้นเป็นไปดังต่อไปนี้ครับ……
ข้อดี
– YPAO Automatic System Calibration มีความแม่นยำพอสมควร เหมาะกับมือใหม่ที่อาจจะยังไม่คล่องในการตั้งค่าละเอียดต่างๆ มากมาย รวมถึงการลดทอนปัญหาผลกระทบจากสภาพแวดล้อม
– ฟีเจอร์ AirPlay, 4K Passthrough อำนวยความสะดวกให้กับการเล่นไฟล์ และเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ได้ทันยุคทันสมัย
– ขั้วต่อลำโพงแบบไบดิ้งโพสต์ทั้ง 5 แชนเนล เพิ่มความยืดหยุ่นในการอัพเกรดซิสเต็มได้ในอนาคต
ข้อเสีย
– เมนูเซ็ตอัพ หน้าตาดูล้าสมัยไปเสียหน่อย แม้จะแลกมาด้วยข้อดีในการตั้งค่าไปด้วยดูหนังไปด้วยก็ตาม
– Internet Radio บางช่องไม่ตรงกับที่ระบุไว้ในเมนู