อุบัติการณ์พลังโรงหนังภายในบ้าน!! รีวิว Klipsch Quintet V และ Sherwood R-607

Klipsch, Sherwood สองแบรนด์เครื่องเสียงชั้นนำจากทางฝั่งอเมริกาที่คุ้นหน้าคุ้นตากับชาวไทยมาหลายปี ด้วยความที่เป็นชุดโฮมเธียเตอร์สำหรับมือใหม่ซึ่งมีราคาค่าตัวเป็นมิตรกับผู้บริโภค แต่อัดแน่นด้วยประสิทธิภาพเสียงที่ไว้ใจได้ จึงเป็นที่มาว่าทำไมชุดเครื่องเสียงสองยี่ห้อนี้จึงโคจรมาพบกันแล้วตอบสนองความต้องการของนักเล่นเครื่องเสียงหน้าใหม่ได้เป็นอย่างดี

สำหรับในรีวิวนี้นั้นจะเป็นการทดสอบเซ็ตโฮมเธียเตอร์ที่จัดชุดวางจำหน่ายสำเร็จ อันประกอบไปด้วย Sherwood R-607 เอวีแอมป์ตัวไฟท์ติ้ง, Klipsch Quintet เซ็ตลำโพง 5 แชนแนลขนาดกระทัดรัด และสุดท้าย Klipsch SW-350 ซับวูฟเฟอร์ตัวยอดฮิตที่ยังคงขายดีในบ้านเรา ซึ่งทางตัวแทนจำหน่าย บริษัท โฮม ไฮ ไฟ จำกัด ได้เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทุกอย่างมาให้กับทีมงานได้ทดสอบครับผม
Sherwood R-607 A/V Receiver – ราคาพิเศษแยกชิ้น 15,900 บาท
Klipsch Quintet 5 Channel Home Theater set – ราคาพิเศษแยกชิ้น 13,900 บาท
Klipsch SW-350 Active Subwoofer – ราคาพิเศษแยกชิ้น 11,900 บาท
รวมราคาทั้งเซ็ต 41,700 บาท
พิเศษช่วงโปรโมชั่น!! ลดราคาเหลือ 35,900 บาท
Design – การออกแบบ
เริ่มไล่เรียงกันไปตั้งแต่งานดีไซน์ก่อนเลยละกันนะครับ เรียงไปทีเดียว 3 อย่างเลย เริ่มจาก Sherwood R-607 แอมป์สุดหล่อของเราก่อนละกัน

ด้านหน้าเครื่องครับ ดีไซน์ไม่ต่างจากแอมป์ในท้องตลาดสักเท่าไร หน้าปัดเป็นอะคริลิกสีดำเงา
พร้อม Input Selector Knob ทางซ้ายมือ และ Volume Knob ทางขวามือครับ

ตัวปุ่มเปิดปิดจะอยู่บริเวณด้านซ้ายมือ มีสีดำกลืนกันไปกับวัสดุโดยรอบดูเรียบๆ แต่สวยกำลังดี

ทางด้านขวามือของหน้าปัดปรากฏเป็น Master Volume Knob พร้อมปุ่มตั้งค่าสีเงินวางตัวเป็นแนวบริเวณตรงกลาง

ด้านหลังเป็นสารพัดช่องต่อตามสไตล์ A/V Receiver ทั่วไป จัดวางตัวค่อนข้างเป็นระเบียบพร้อมมีชื่อเรียกกำกับ

รีโมทคอนโทรลแบบปุ่มน้อย เน้นเฉพาะปุ่มที่ใช้งานได้จริงเท่านั้น

หน้าตาลำโพงแซทเทิลไลท์ในชุด Klipsch Quintet V
หลังถอดหน้ากากแบบสลักออกมาโชว์ทวีตเตอร์และมิดเรนจ์ด้านใน
ขยับมาดูตัวลำโพงของเรากันบ้างครับกับ Klipsch Quintet ทางด้านนี้เป็นตัวแซทเทิลไลท์ ที่มีมาให้ในชุด 4 ตัวเหมือนกัน ไว้สำหรับทำหน้าที่เป็น Front Left-Right และ Surround Left-Right ซึ่งเอกลักษณ์เฉพาะที่สังเกตุเห็นได้ชัดจากลำโพงของ Klipsch ก็คือ Tractrix® Horn ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของลำโพงยี่ห้อนี้ โดยมันช่วยให้ตัวลำโพงสามารถขับเสียงย่านความถี่สูงๆ ให้มีความชัดเจนเที่ยงตรงมากยิ่งขึ้น

ด้านหลังเป็นท่อยิงลม พร้อมที่แขวนลำโพง

ด้านนี้เป็นตัวลำโพงเซ็นเตอร์ภายในเซ็ตของ Klipsch Quintet V ขนาดความยาวโดยประมาณ 1 ฟุต

ด้านในมีไดร์เวอร์และกรวยทวีตเตอร์แบบ Tractrix® Horn ติดตั้งอยู่ โดยจะแตกต่างจากแซทเทิลไลท์
ตรงที่มีไดร์เวอร์มิดเรนจ์ติดตั้งอยู่ 2 ตัวครับ

สุดท้ายและท้ายสุดกับซับวูฟเฟอร์ขนาดกำลังพอเหมาะกับเซ็ตลำโพง Klipsch SW-350
เป็นแอคทีฟซับวูฟเฟอร์กำลังขับ 350 วัตต์ ตอบสนองความถี่ในช่วง 31-120Hz(+/-3 dB)

ด้านหลังเป็นท่อเบสและแผงควบคุมสำหรับปรับค่าต่างๆ ที่จำเป็นในการปรับจูนเสียง

ค่าที่ใช้ปรับจูนเสียงหลักๆซึ่งมีมาให้ในซับลูกนี้ก็คือ Phase, Volume และ Lowpass Filter(จุดตัดความถี่)
นอกจากนี้ยังมีช่อง Speaker Level In สำหรับเสียบเข้ากับซิสเต็มในรูปแบบอื่นๆอีกด้วย

หงายท้องขึ้นมาเจอไดร์เวอร์ขนาด 8 นิ้ว เนื่องจากซับวูฟเฟอร์ตัวนี้เป็นลักษณะ Down-firing หรือยิงลงพื้น
Connectivity – ช่องต่อ
หลังจากไล่ดูงานดีไซน์กันไปเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาเขยิบมาดูในเรื่องของช่องต่อที่มีมาให้กันเสียก่อน เริ่มจากที่ตัวแอมป์ Sherwood R-607 ก่อนเลยครับผม

ขั้วต่อสายลำโพงเป็นแบบไบน์ดิ้งโพสต์แต่ตอนนี้มีจุกพลาสติกสีดำอุดอยู่ ถ้าต้องการใช้งานสามารถงัดออกมาได้

จากช่องต่อสายลำโพงเราเขยิบมาดูช่องเสียบสายสัญญาณกันบ้างครับ หลักๆ เลยก็จะเป็นช่องอินพุตผ่านสายอะนาล็อก
นอกเหนือจากนี้ก็จะเป็นช่อง Optical และ HDMI ซึ่งแม้จะให้มาน้อยกว่ายี่ห้ออื่นแต่ก็ถือว่าเพียงพอในระดับหนึ่งครับ

จุดที่ดูพิเศษเห็นจะเป็นส่วนนี้ครับ กับช่องต่อสายไฟแบบ IEC สามขา
ที่ผู้ใช้สามารถสับเปลี่ยนและอัพเกรดสายสัญญาณได้อย่างอิสระ ซึ่งไม่ค่อยพบในแอมป์ระดับราคานี้



สำหรับขั้วต่อสายลำโพงสำหรับ Klipsch Quintet V จะเป็นแบบกด-หนีบ โดยขนาดของสายลำโพงที่รองรับ อยู่ที่ 14-18 AWG(American Wire Gauge) ครับ
Setup – การติดตั้ง
สำหรับการติตตั้งเซ็ตลำโพงแซทเทิลไลท์อย่าง Klipsch Quintet V ไม่ได้ยากเย็นแต่อย่างใดเลยครับ ก่อนอื่นนั้นหากท่านสังเกตุดีๆภายในซองที่ใส่คู่มือจะมีแผ่นยางเล็กๆ แถมมาให้ 5 เส้น มันคือซิลิโคนรองฐานลำโพงนั่นเอง โดยหน้าที่ของมันคือช่วยซับแรงสะเทือนซึ่งกระทำต่อลำโพงขณะที่ขับเสียง ซึ่งจะมาบั่นทอนประสิทธิภาพของเสียงที่ออกมา ฉะนั้นขอแนะนำให้ค่อยๆแกะมันออกมาแปะไว้ที่ฐานลำโพงให้หมดทั้ง 5 ตัว(รวมซับวูฟเฟอร์ด้วย)

แผ่นซิลิโคน 5 เส้นที่ลักษณะหน้าตัดเป็นรูปหกเหลี่ยมสำหรับลำโพงแซทเทิลไลท์
ส่วนยางรองรูปวงรีสำหรับซับวูฟเฟอร์ครับ ซึ่งจะแถมมาให้ในแพ็คเกจเหมือนกัน

แปะเข้าไปที่ใต้ลำโพงแบบนี้ โดยประโยชน์ของมันนอกจากจะช่วยให้เสียงออกมามีความนิ่งสงัดแล้ว
ยังจะช่วยให้ลำโพงไม่หล่นและกลิ้งไปมาโดยง่ายอีกด้วย
หลังจากติดตั้งแผ่นรองฐานลำโพงเรียบร้อยก็เริ่มนำมาจัดวางเข้าในชั้นให้เรียบร้อยครับ ลักษณะการวางนั้นก็มีหลักการง่ายๆ สำหรับมือใหม่นั่นก็คือพยายามหันลำโพงคู่หน้าให้ได้มุมเป็นสามเหลี่ยมด้านเท่ากับจุดนั่งฟัง เซ็นเตอร์ก็ว่างให้อยู่กึ่งกางของระยะห่างซ้ายขวา

แผนผังการวางลำโพงขั้นพื้นฐานจากคู่มือของ Sherwood R-607
เราสามารถวางตามตำแหน่งนี้ได้เลยเช่นกันครับ แต่สำหรับท่านที่มีพื้นที่ด้านหลังค่อนข้างจำกัด
อาจจะวางลำโพงเซอร์ราวด์ไว้ระนาบเดียวกันกับเก้าอี้ที่นั่งฟังได้เช่นเดียวกัน
สำหรับลำโพงเซอร์ราวด์ก็เลื่อนมาให้อยู่ระนาบเดียวกันกับจุดฟัง ซึ่งจะช่วยให้เสียงซ้ายขวาอยู่ข้างหูของคนฟังพอดิบพอดีไม่หล่นไปด้านหน้า หรือเลยไปด้านหลังจนเกินไป ส่วนซับวูฟเฟอร์ให้เลือกวางเลยครับ ว่าจะไว้ตรงมุมห้องซ้ายหรือมุมห้องขวา เพราะเสียงย่านความถี่ต่ำเป็นเสียงที่ไม่มีทิศทางชัดเจน ด้วยเหตุนี้เองเราจึงต้องเซ็ตอัพเสียงของลำโพงตัวนี้ให้หายแว๊บกลืนเป็นเนื้อเดียวกันกับคู่หน้าและเซ็นเตอร์
หลังจากจัดวางลำโพงเข้าตำแหน่งและเสียบสายลำโพงเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ให้จัดการเปิดอุปกรณ์ทุกอย่างเลยครับ เราจะมาเริ่มสอนเซ็ตอัพลำโพงอย่างง่ายกัน

ก่อนอื่นเริ่มจากจุดที่ง่ายที่สุดเลยนั่นก็คือ Speaker Distance หรือระยะห่างของลำโพงกับพื้นที่นั่งฟัง หยิบรีโมท Sherwood R-607 ขึ้นมาแล้วกดที่ปุ่ม Setup > SPK Setup > Distance แล้วก็หยิบตลับเมตรมาวัดระยะห่างจากนั้นก็ปรับค่าในแอมป์ให้ตรงกับค่าที่อ่านได้ขณะทำการวัดเลยครับ เมื่อจัดการครบทุกอย่างแล้วก็จะเข้าสู่ขั้นตอนถัดไปนั่นก็คือ Speaker size

สำหรับคนที่ต้องการดูเมนูของตัวเครื่อง สามารถนำสายอะนาล็อกมาเสียบที่ช่อง OUT MONITOR
ที่ด้านหลังแอมป์ได้ ส่วนตัวผมว่าดูหน้าปัดไปเรื่อยๆ ก็สามารถปรับได้ไม่ยากเย็น
การเซ็ตขนาดลำโพงนั้นเป็นการบ่งบอกให้แอมป์รู้ว่าควรจะปรับกำลังให้เหมาะสมกับลำโพงอย่างไร แน่นอนว่าสำหรับลำโพงแซทเทิลไลท์แล้วก็ต้องปรับเป็น Small อย่างจริงแท้แน่นอน จุดถัดไปคือ Cut off FREQ หรือจุดตัดความถี่ซึ่งเป็นอีกจุดสำคัญซึ่งจะทำให้ซับวูฟเฟอร์ของเรากลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับลำโพงหลักทั้งหมด ซึ่งค่าที่เหมาะสมสำหรับ Klipsch Quintet V จะอยู่ราวๆ 150Hz-200Hz ตามที่คู่มือได้แจ้งไว้ครับ
และจุดสุดท้ายก็คือการปรับระดับความดังของลำโพงให้ดังเท่ากันหมดทั้งซิสเต็ม ในขั้นตอนนี้หากใครมั่นใจในความเทพของประสาทสัมผัสก็สามารถเปิด Test tone แล้วฟังเทียบเอาเลยครับ แต่สำหรับใครที่ยังไม่ถึงขั้นนั้นก็อาจจะพึ่งพา Sound Level Meter ถ้าใครไม่มีอุปกรณ์ชิ้นนี้ก็สามารถโหลดแอพพลิเคชั่นบนสามาร์ทโฟนมาใช้ทดแทนได้เช่นเดียวกันครับ

พอทุกอย่างเริ่มเข้าที่แล้วก็เริ่มมาลุยฟังกันได้ในหน้าถัดไปเลยจ้าา
Sound – เสียง
Klipsch นั้นโด่งดังอย่างมากจากการเป็นผู้ผลิตลำโพงในโรงภาพยนตร์เบอร์ต้นๆของโลก แน่นอนว่าโรงหนังในบ้านเราก็มีที่ใช้บริการของ Klipsch เช่นเดียวกัน และด้วยความเชี่ยวชาญทางด้านนี้ พอจะเดาได้ไม่ยากว่าคาแร็คเตอร์ของ Klipsch Quintet V เซ็ตลำโพง Home Theater in The Box ชุดนี้คงจะให้ความมันส์ระดับพระกาฬในการชมภาพยนตร์ได้ไม่น้อยอย่างแน่นอน
หลังจากเซ็ตอัพเสร็จเรียบร้อย ก็มาฟังประสิทธิภาพเสียงหลังแกะกล่องกันก่อน โดยจัดการยัดแผ่น DTS Demo Disc 2014 ซึ่งมีคอนเทนต์น่าสนใจไว้ให้เทสต์เสียงมากมาย แล้วผมก็จัดแจงเลือกหนังเรื่อง Life of Pi ในฉากฝูงปลาบินมาวอร์มอัพลำโพงให้พอเป็นกษัย

ความเฟี้ยวฟ้าวที่เกิดจากการโยนแชนแนลซ้ายขวาของเซ็ตลำโพง ค่อนข้างกระจ่างแจ้ง ด้วยความที่ปลายเสียงเปิดสว่างอันเป็นเอกลักษณ์ บวกกับเทคนิคการออกแบบกรวยทวีตเตอร์ที่มีชื่อเรียกว่า Tractrix® Horns ที่ทำให้ลักษณะกรวยลำโพงเป็นรูปโค้งร่างแห ทว่าด้วยการที่มันเพิ่งหลุดจากอ้อมกอดพนักงานประกอบ ทำให้เสียงที่ออกมามีความกระด้างให้เห็นบ้างในบางอารมณ์ ทีมงานเลยทำการเบิร์นไดร์เวอร์ให้เข้าที่เข้าทางกันเสียก่อน

กรวยทวิตเตอร์แบบ Tractrix® Horns ที่ติดตั้งมาบนลำโพงแซทเทิลไลท์บริเวณทวิตเตอร์
การเบิร์นลำโพงทำได้ไม่ยากเย็นเพียงแค่เปิดให้มีเสียงออกจากลำโพงทุกแชนแนล โดยเลือกระดับเสียงให้ดังพอประมาณเพื่อไม่เป็นการรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของเราและเพื่อนบ้าน ส่วนคอนเทนต์ที่ใช้เปิดก็อาจจะเป็นเพลงสลับกับภาพยนตร์ก็ได้ครับ แล้วแต่ความสะดวก

หลังเวลาผ่านไปประมาณ 50 ชั่วโมงก็ได้กลับมาฟังอีกครั้งในฉากเดิม สิ่งที่สัมผัสได้หลังจากเบิร์นคือความกลมกล่อมที่เริ่มจะก่อเค้าในมวลเสียงรวมของซิสเต็ม จึงลองเปิดอีกฉากจาก 007 Skyfall ที่พระเอกเจมส์บอนด์ของเรากำลังไล่ล่าซิลวาไปตามท่อน้ำใต้ดินเมืองลอนดอน ทีเด็ดของฉากนี้จะอยู่ที่เสียงกระสุนปืนกระทบโลหะที่ก้องกังวาลออกมาให้อารมณ์เหมือนอยู่ในท่อและอีกช่วงจังหวะที่รถไฟฟ้าใต้ดินไหลลงมาวินาศสันตะโร เป็นจุดวัดความกระหึ่มของซิสเต็มได้ยอดเยี่ยม

ฉากรถไฟฟ้า(ใต้ดิน)มาหานะเธอ จาก 007 Skyfall ครับ
ผลลัพธ์จากการฟังฉากดังกล่าวหลังจากเบิร์น มิติเสียงที่เซ็ต Quintet V ตัวนี้ได้สร้างขึ้นมาถือว่าให้อารมณ์ที่สนุกใช่ย่อย การรุกเร้าเข้าทำของแชนแนลต่างๆ ล้วนแล้วแต่เด็ดขาดจะแจ้ง เนื้อเสียงที่ขับออกมาแน่นใช้ได้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมีน้ำมีนวลในระดับที่น่าพอใจสำหรับลำโพงแบบแซทเทิลไลท์ ที่น่าตกใจคือย่านเบสลึกที่ถูกขับออกมาจาก SW-350 ซับวูฟเฟอร์หนึ่งเดียวในซิสเต็มนี้ที่ทำงานได้คุ้มค่าตัวเหลือหลาย ทำให้จังหวะระเบิดในแต่ละฉากดูมีสีสันขึ้นมาทันตาเห็น ข้อได้เปรียบของการมีเบสลึกที่ดีคือทำให้เราได้มาซึ่งเวทีเสียงที่โอ่อ่า ซึ่งจะกลืนเราเข้าไปในหนังเรื่องนั้นๆได้ไม่ยากเย็น

Klipsch Quintet V ขณะทำการทดสอบกับคอนเทนต์ The Dark Knight Rises
สลับสับเปลี่ยนอารมณ์มาลองฟังเพลงบ้างครับ แรกฟังก็ต้องประทับใจกับเสียงร้องใสสว่างของสาวเก่ง Lorde ในแทร็ค Royals ที่ลอยมาเข้าหูได้ไม่ยากเย็น ปลายแหลมเป็นประกายเป็นเอกลักษณ์ชัดเจน สลับมาฟังเครื่องเคาะกรุ๊งกริ๊งจากแทร็ค Jazz Variant ของวง The Ozone Percussion Group ในแผ่น Manger อันเลื่องชื่อเรื่องการบันทึกเสียงที่เสมือนมีวงเพอร์คัสชั่นมาวางอยู่ตรงหน้าจริง แน่นอนว่า Quintet V ก็จำลองวงดนตรีออกมาได้อย่างไม่ขัดข้อง เมโลดี้จากไซโลโฟนมีความคมชัด แยกแยะชิ้นและน้ำหนักได้ดี

เอกลักษณ์เด่นของลำโพงที่พอจะสรุปได้หลังจากได้ฟังเพลงจากแผ่น Audio CD มาระยะหนึ่ง ก็คือความสว่างและกระจ่างของทุกจังหวะตัวโน้ตที่ถูกขับออกมา ตัวโน้ตที่หลุดออกมาจากไดร์เวอร์มันดูมีชีวิตชีวาโดดเด้งอย่างเห็นได้ชัด ทว่าด้วยความที่ซับวูฟเฟอร์ SW-350 นั้นออกจะเป็นผู้ชำนาญการทางด้านเสียงความถี่ต่ำในช่วงลึกทำให้เนื้อเสียงเบสต้นมีปริมาณน้อยไปเสียหน่อย การฟังเพลงจึงอาจจะไม่อิ่มแน่นเพอเฟ็ค ผมเลยอยากจะแนะนำให้วางลำโพงแซทเทิลไลท์ชิดผนังเพื่อขุดเสียงในช่วงดังกล่าวขึ้นมาจะช่วยให้ฟังเพลงได้อย่างมีสุนทรียภาพมากขึ้น
Features – ลูกเล่น
วิวมาจนเกือบจะจบหากไม่พูดถึงแอมป์ Sherwood R-607 เลยก็จะกระไรอยู่นะครับ ดูจากสเปคแล้วแอมป์รุ่นนี้ถือว่าอยู่ในข่ายแอมป์สำหรับมือใหม่ผู้หัดเล่นเครื่องเสียงที่มีราคาน่ารักน่าเอ็นดู แต่ก็พรั่งพร้อมไปด้วยฟีเจอร์อำนวยความสะดวกที่ครบครันในระดับแรกเริ่ม เหมาะที่จะนำมาใช้งานในเซ็ตโฮมเธียเตอร์ 5.1 แชนแนลแบบไม่มีข้อสงสัย

เราสามารถนำไฟล์เพลงอย่าง MP3 หรือ WAV มาเสียบเพื่อเล่นผ่านตัวแอมป์ นอกจากนี้ยังจ่ายไฟที่ระดับ 5v – 500mA เพื่อชาร์จอุปกรณ์แก็ดเจ็ทในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย สิ่งสำคัญกว่าลูกเล่นพวกนี้คือคาแร็คเตอร์ความดุเน้นรุกเร้า ที่เป็นเครื่องหมายการค้าของ Sherwood อยู่แล้ว ยิ่งมาเข้าชุดกับ Klipsch Quintet V สิ่งที่ได้คือเคมีที่ลงตัว เปิดประสบการณ์ความบันเทิงแบบโรงหนังภายในบ้านได้อย่างไม่ยากเย็น
Conclusion – สรุป
หากการดูหนังคือวัตถุประสงค์หลักในการเลือกซื้อเซ็ตโฮมเธียเตอร์ของท่าน ขอพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่า Klipsch Quintet V เซ็ตนี้จะมอบความหฤหรรษ์สุดขีดให้คุณได้เต็มประสิทธิภาพ เท่าที่มันจะมอบให้ได้ ด้วยอานุภาพแห่ง Tractrix® Horns ที่ช่วยทำให้เราได้เสียงแหลมกลางที่เคลียร์และชัดกระชับ ประกอบกับการนำมาจัดคู่เข้าเซ็ตกับ Klipsch SW-350 สุดยอดซับวูฟเฟอร์ที่ให้เสียงเบสได้ลึกสะท้านทรวงอย่างแรง เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ช่วยสร้างสีสันให้กับซิสเต็มดูหนังได้อย่างยอดเยี่ยม เติมเต็มบรรยากาศโอบล้อมห้องฟังอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

นอกจากการทดสอบในห้องฟังที่คุมเสียงได้แล้ว เรายังขยับมาฟังในห้องนั่งเล่นที่เป็นสถานที่หลัก
ที่คนส่วนใหญ่นิยมนำชุดโฮมเธียเตอร์มาติดตั้งอีกด้วย ซึ่งผลลัพธ์คือปริมาณเบสต้นที่ดูจะมีให้ได้ยินมากกว่าครับผม
หากจะบอกว่าซิสเต็มนี้ไม่เหมาะกับการฟังเพลงก็ดูจะไม่ถูก 100% นะครับ แม้นว่าคาแร็คเตอร์สว่างกระจ่างใสอันเป็นเอกลักษณ์จะทำให้เพลงแนวนิ่มนวลออดิโอไฟล์ดูรุกเร้าจนร้อนแรง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีหนทางแก้ไขซะทีเดียว เราสามารถที่จะเลือกจุดวางลำโพงให้เสริมย่านเสียงเบสต้นได้ อาทิ การตั้งลำโพงคู่หน้าให้ชิดผนังมากขึ้นเป็นต้น หรือกระทั่งการเลือกตัวนำสายลำโพงก็ส่งผลต่อรูปลักษณ์ของเสียงได้เช่นเดียวกัน

LIKE
– ลำโพงตัวเล็กแต่ให้เสียงบรรยากาศที่ครอบคลุมห้องฟัง น้ำเสียงสว่างและกระชับเหมาะแก่การดูหนังเป็นอย่างยิ่ง
– ซับวูฟเฟอร์ให้เสียงเบสที่ลึกฟังแล้วสะท้านทรวง ทำให้หนังดูสนุกรุกเร้าเข้าเซ็ตเหมาะเจาะกับลำโพง Klipsch Quintet V ที่นำมารีวิว แต่ถ้าเอามาฟังเพลงอาจจะฟังดูขาดโฟกัสไป สามารถแก้ได้เบื้องต้นด้วยการปรับจุดวางลำโพงใหม่ให้ชิดผนัง
– ขั้วต่อสายลำโพงแบบไบน์ดิ้งโพสต์ รองรับการอัพเกรดเป็นลำโพงในระดับที่สูงขึ้นในอนาคต
DISLIKE AND SUGGESTION
– คาแร็คเตอร์ลำโพงมีลักษณะรุกเร้าฟังสนุก แต่เมื่อเปิดลำโพงในระดับเสียงที่ดังกว่าปกติและฟังติดต่อกันนานๆ อาจจะทำให้ผู้ฟังเกิดอาการล้าได้ แนะนำให้ลองปิดหน้ากากดูจะช่วยบรรเทาอาการดังกล่าวได้ในเบื้องต้น
– ตัวแอมป์ไม่สามารถแสดง OSD(On-Screen Menu) ผ่านทางสาย HDMI ต้องใช้สายอะนาล็อกเสียบทางช่อง Monitor Out อย่างเดียว ซึ่งค่อนข้างลำบากเพราะต้องสลับไปมา ยังดีว่าหน้าปัดแสดงผลที่ตัวเครื่องได้ทำการตัดคำภาษาอังกฤษให้อยู่ในระดับที่เข้าใจง่าย ทำให้การเซ็ตอัพไม่ต้องพึ่ง OSD มากจนเกินไป

Sherwood R-607 A/V Receiver – ราคาพิเศษแยกชิ้น 15,900 บาท
Klipsch Quintet 5 Channel Home Theater set – ราคาพิเศษแยกชิ้น 13,900 บาท
Klipsch SW-350 Active Subwoofer – ราคาพิเศษแยกชิ้น 11,900 บาท
รวมราคาทั้งเซ็ต 41,700 บาท
พิเศษช่วงโปรโมชั่น!! ลดราคาเหลือ 35,900 บาท
สนใจสินค้าติดต่อ
บริษัท โฮม ไฮ ไฟ จำกัด
สำนักงานใหญ่และศูนย์บริการ (ตรงข้ามสายใต้ใหม่):
284, 286 ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี
เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170
Tel. 02-448-5489, 448-5465-6 Fax. 02-408-8172
www.facebook.com/soundrepublic.th