Skip to content
|

Brings depth and realism to your TV !!! รีวิว Oppo BDP-103D 4K 60Hz Ready Universal Player

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 23 Jan 2022 0 comments

4K/60Hz Ready Universal Player

 

Brings depth
and realism to your TV !!!

หลังจาก Oppo Blu-ray Player วางตลาดมา นับตั้งแต่ BDP-93/95 ต่อเนื่องมาเป็น BDP-103/105 ก็กวาดตำแหน่ง “เครื่องเล่นครอบจักวาล” ติดต่อกันโดยหาคู่แข่งที่ให้ทั้งประสิทธิภาพและความคุ้มค่าครอบคลุมเช่นเดียวกันได้ยาก จุดเด่นสำคัญ คือ ความสามารถอันหลากหลาย นอกจากเป็นเครื่องเล่นบลูเรย์แล้ว ยังรองรับฟอร์แม็ตอ็อพติคัลดิสก์ไฮเอ็นด์อย่าง SACD/DVD-A/HDCD ไปจนถึงไฟล์ HD Video และ Hi-resolution Audio ครอบคลุม Online/Network Features แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือ คุณสมบัติด้านภาพและเสียงอันโดดเด่น จากการคัดสรรอุปกรณ์ที่ส่งผลในแง่การถ่ายทอดได้อย่างโดดเด่น บัดนี้เมื่อ BDP-103 ตัวคุ้มค่าของปี 2012-2013 ได้รับการอัพเกรดเป็น “BDP-103D”จุดที่พัฒนาขึ้นในรุ่นใหม่ จะสร้างความประทับใจไปได้อีกหรือไม่ เพียงใด เราจะมาพิสูจน์กันครับ

 

Design – การออกแบบ

 

ถามว่า 103D กับ 103 ต่างกันตรงไหน? จากรูปนี้ถ้าท่านสามารถแยกแยะได้ว่าตัวบน-ตัวล่างเป็นรุ่นอะไร ต้องขอซูฮกเลยครับ ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นลักษณะเลย์เอาต์ ปุ่มควบคุม และอินพุตก็เหมือนกันทั้งหมด
หากพิจารณาดูอินพุตที่แผงหน้า ซึ่งทั้งคู่มีเหมือนกัน คือ USB In และ MHL/HDMI In*

หมายเหตุ: * HDMI In ถูกเพิ่มเติมเข้ามาตั้งแต่ตอนช่วงเปลี่ยนรุ่นจาก 93 มาเป็น 103 ซึ่งการที่มี HDMI In นี้เอง ทำให้ Oppo BD Player มีคุณสมบัติที่โดดเด่นแตกต่างจาก BD Player ทั่วไป

 

ด้านหลังเองก็ไม่ต่างเช่นกัน จำนวนอินพุต-เอาต์พุตเท่าเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยน
(รายละเอียดช่องต่อ จะกล่าวถึงอีกครั้งช่วง Connectivity – ช่องต่อ)

จากที่เห็นเรียกว่าถ้าไม่สังเกตที่ชื่อรุ่นที่กำกับไว้ คงจะแยกไม่ออกว่าเครื่องไหนรุ่นใหม่ เครื่องไหนรุ่นเก่า… ว่ากันตามตรง ส่วนหนึ่งที่ทาง Oppo ยังคงอิงตัวเลขรุ่น 103 อยู่ เป็นการบอกนัยๆ ว่า “พื้นฐาน” ก็ยังเป็น BDP-103 นั่นเอง ดังนี้แล้ว ความต่างจริงๆ ของ 103D vs. 103 คืออะไรกันแน่?

 

หากจะสังเกตความแตกต่าง คงต้องดูด้านใน (คลิกที่รูปเพื่อขยาย)
จากภาพอาจจะยังเห็นไม่ชัดเจนนัก คือ เป็นความแตกต่างเล็กๆ และบางจุดที่สามารถสังเกตได้ ก็ถูกบดบังอยู่
(ซ้าย – BDP-103; ขวา – BDP-103D)

 

จุดที่เปลี่ยนแปลงเป็นหลักใหญ่สำคัญจริงๆ ของ 103D คือ Video Processor Chip ที่เปลี่ยนจาก Marvell Qdeo เดิม มาเป็นการผนวก 2 เทคโนโลยีชิพประมวลผลวิดีโอจาก Darbee Visual Presence และ Silicon Image VRS ClearView โดยตำแหน่งชิพ* นั้นจะติดตั้งอยู่บนบอร์ดหลัก ใต้บอร์ดอะนาล็กออดิโออีกที จึงมองเห็นยากสักหน่อย

 

จะว่าไปแล้วที่มาของตัวอักษร “D” ที่ต่อท้ายชื่อรุ่นของ 103D นั้น ก็มาจาก “Darbee” ที่กล่าวไปข้างต้นนี่แหละ

หมายเหตุ: * ALTERA Cyclone IV เป็น FPGA ที่ได้รับการโปแกรมให้ทำหน้าที่ Video Processor โดยอาศัยเทคโนโลยีจาก Darbee ตำแหน่งใกล้เคียงกันนี้ในรุ่น 103 เป็นจุดติดตั้งชิพจาก Marvell (Qdeo)

สำหรับชื่อของ Darbee Visual Presence สำหรับแวดวง Video Processor/Scaler อาจไม่เป็นที่คุ้นเคยกันนัก อย่างไรก็ดี Mr. Paul Darbee ที่ควบตำแหน่งผู้ก่อตั้งและ CEO คร่ำหวอดอยู่ในวงการมานานนมตั้งแต่สมัยที่สัญญาณวิดีโอยังเป็นอะนาล็อกอยู่เลย ปัจจุบันชายผู้มีอายุอานามเลยวัยเกษียณผู้นี้ ถือสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้อกับระบบภาพดิจิทัล ระบบโฮมออโตเมชั่น และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อยู่มากมาย ในส่วนของระบบภาพนั้น ตัวที่ขึ้นชื่อของ Darbee คือ Darblet DVP-5000 Stand-alone Video Scaler ขนาดเล็กกว่าฝ่ามือ แต่ความสามารถไม่ธรรมดา จึงได้รับการกล่าวขานกันอย่างเซ็งแซ่โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ จนทำให้ Darbee มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักขึ้นมา

 

แต่มิใช่เฉพาะ Darbee เท่านั้น ระบบ Video Scaler ที่ติดตั้งมากับ 103D ยังผนวกรวมเทคโนโลยี VRS ClearView จาก Siligon Image เข้ามาด้วย ซึ่งชื่อชั้นของ VRS กับ Video Processor Technology นั้น มีประวัติยาวนาน ความสัมพันธ์ของ Oppo ก็เริ่มต้นมาด้วยเทคโนโลยี VRS (สมัยที่ยังใช้ชิพ Anchor Bay กับ Player รุ่นแรกๆ ของ Oppo) ทว่าชื่อนี้ก็ถูกเบียดบังห่างหายไประยะหนึ่งจากการมาของ Qdeo

ปัจจุบัน VRS ได้รับการอัพเกรดเป็น VRS ClearView ที่ได้รับการปรับปรุง
เพื่อการใช้งานร่วมกับมาตรฐาน Hi-def (และ 4K/UHD)

อัพเดท 06/2014 : เมื่ออัพเกรดเฟิร์มแวร์ใหม่แล้ว 103D/105D จะสามารถอัพสเกล 4K/60Hz ได้

 

ทั้ง Darbee และ VRS ClearView ที่กล่าวมานี้ คือ จุดเปลี่ยนสำคัญของ 103D โดยจะส่งผลในแง่การปรับปรุงสัญญาณภาพในฐานะ Video Scaler นั่นเอง ส่วนผลลัพธ์จะเป็นเช่นไรเดี๋ยวไปดูกันในการทดสอบช่วงท้ายครับ

 

ในส่วนของรีโมตคอนโทรลเองก็มีรูปลักษณ์คงเดิม แต่ในรุ่นใหม่จะมีจุดที่ต่างไปเล็กน้อย
โดยในรุ่นใหม่จะแทนที่ปุ่ม “DARBEE” เข้ามา เพื่อเป็นช็อตคัทเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงเมนูปรับภาพจาก Darbee
โดยตรง เรียกว่าอำนวยความสะดวกให้ใช้คุณสมบัติใหม่กันเต็มที่

ปุ่มที่หายไป คือ 3D ซึ่งคุณสมบัติการตั้งค่าในส่วนนี้ไม่ได้หายไปไหน
แต่ต้องดำเนินการผ่าน Setup Menu แทน

 

เมื่อกดปุ่ม DARBEE ที่รีโมตปุ๊บ ก็จะมีเมนูขึ้นมาให้ปรับตั้งค่าดังภาพ
กดปุ่มนี้แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเข้าเซ็ตอัพเมนูหลายขั้นตอนให้วุ่นวาย

 

Connectivity – ช่องต่อ

 

เปรียบเทียบจำนวนช่องต่อ Input/Output ระหว่าง BDP-103D, BDP-103 และ BDP-93
จะเห็นว่า 103D และ 103 ไม่ต่างกัน

จุดเด่นของ Oppo Blu-ray Player (ที่มีมาตั้งแต่รุ่นแรก คือ BDP-93/95) คือ Dual HDMI Out โดยติดตั้ง HDMI Out 2 ช่อง เพื่อการใช้งานแบบ “Dual View” (ต่อจอภาพ 2 จอพร้อมกัน) หรือ “Split AV” (แยกสัญญาณภาพ-เสียง ออกทางสาย HDMI 2 เส้น เส้นหนึ่งต่อเข้าจอภาพ อีกเส้นต่อเข้า AVR อ่านเพิ่มเติมในส่วนของ Setup – การติดตั้ง)

 

ส่วน Dual HDMI In ได้รับการเพิ่มเติมเข้ามาครั้งแรกกับรุ่น 103 ต่อเนื่องมาถึง 103D ประโยชน์เพื่ออาศัยอานิสงส์ของ Video Processor ในตัว 103/103D ในการปรับปรุงคุณภาพแหล่งสัญญาณภาพที่มาจากแหล่งโปรแกรม HDMI ภายนอกอื่นๆ (เช่น Satellite/Cable TV, Smart Devices ฯลฯ)

 

นอกจากนี้ในด้านของเสียง ก็ยังใช้อานิสงส์จาก Digital Surround Decoder และ DAC ในตัวของ 103/103D เพื่อถอดรหัสเสียงดิจิทัลและแปลงสู่สัญญาณอะนาล็อก เพิ่มทางเลือกในการเชื่อมต่อกับชุดเครื่องเสียงอะนาล็อก หรือลำโพงแอ็คทีฟได้ (การใช้งาน Multi-channel Analog Output อ่านเพิ่มเติมในส่วนของ Setup – การติดตั้ง)

การสลับใช้งานช่องสัญญาณอินพุต สามารถดำเนินการได้เพียงกดปุ่ม Source ที่รีโมตคอนโทรล จะแสดงรายการ Input ขึ้นมาให้เลือกบนหน้าจอทีวี ซึ่งมี HDMI In 2 ช่อง และการรับสัญญาณเสียงจากทีวีโดยเทคนิค ARC (Audio Return Channel)

 

Features – ลูกเล่น

 

เช่นเคยกับความสามารถอันหลากหลายจากสมญานาม อภิมหาจักรวาลเพลเยอร์ ทั้งเล่นแผ่นอ็อพติคัลดิสก์ BD/DVD/SACD/CD ไปจนถึงไฟล์วิดีโอ เสียง และภาพนิ่งหลากหลายฟอร์แม็ต ที่บรรจุอยู่แผ่นดิสก์ USB Storage Devices ครอบคลุมถึงการเล่นผ่านระบบเครือข่ายภายในบ้าน ในจุดนี้เรียกว่าศักยภาพเทียบเท่า HD Player ดีๆ เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการรับชม/ฟัง ออนไลน์คอนเทนต์อีกต่างหาก

ก่อนจะไปลงดีเทล ผมเรียนให้ทราบก่อนว่าความสามารถตรงนี้ สำหรับรุ่นใหม่ 103D ไม่ต่างจาก 103 ครับ

 

จุดเด่นของ Oppo Blu-ray Player ตั้งแต่ไหนแต่ไร นอกเหนือจากการเล่นแผ่นหนัง แผ่นเพลงแล้ว ยังเล่นไฟล์ฟอร์แม็ตเด่นๆ ได้ครอบคลุมหลากหลาย ซึ่งไฟล์หลักๆ ที่ได้รับความนิยมแพร่หลายกันในปัจจุบัน สามารถนำมาเล่นกับ BDP-103/103D ได้ ศักยภาพไม่แพ้ HD Player เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น MKV, AVI, MP4, FLV, 3GP ฯลฯ แน่นอนว่าฟอร์แม็ตเสียงรายละเอียดสูง (Hi-resolution Audio) ไม่ว่าจากภาพยนตร์ (TrueHD Audio) หรือเพลงระดับ 24-bit/192kHz ทั้ง WAV และ FLAC หรือแม้แต่ ALAC (Apple Lossless) และล่าสุด DSD (Direct Stream Digital) กับไฟล์ฟอร์แม็ต DFF และ DSF ก็ได้รับการเพิ่มเติมเข้ามาด้วย

หมายเหตุ: ล่าสุด (06/2014) อ้างอิงการทดสอบจาก 105D เมื่ออัพเดทเฟิร์มแวร์ใหม่ พยว่าสามารถเล่นไฟล์ฟอร์แม็ต DFF (DSD64) ได้แล้ว จากเดิมที่เล่นไม่ได้

 

โชว์ปกได้ด้วย ทั้งไฟล์วิดีโอ และไฟล์เพลง

การเลือกเสียงพากย์ และซับไตเติลสำหรับไฟล์ MKV ทำได้สะดวกเพียงกดปุ่ม Audio และ Subtitle ที่รีโมต
จากการใช้งานพบว่ายังมีซับไตเติลที่ไม่รองรับอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มากนัก

 

การเลือกช่วงเวลาการรับชมไปยังจุดที่ต้องการผ่านฟังก์ชั่น Go to ยังให้ความสะดวกได้ดีเช่นเคย และหากเป็น Full-rip (Folder) ก็ยิ่งไม่มีปัญหาในจุดนี้ เพราะสามารถเปลี่ยนแชปเตอร์ หรือเลือก Scene Selection ผ่าน Pop-up Menu ได้เลย

 

ในส่วนของ Online Content แม้จะมีตัวเลือกมากอยู่ (จำนวนคอนเทนต์เท่ากับในรุ่น 103)
แต่สำหรับประเทศไทยจะใช้งานได้จริงไม่กี่อย่าง ที่เด่นๆ ก็ไม่พ้น YouTube

 

ท่านที่ใช้งาน YouTube ผ่านเครื่องเล่นต่างๆ หรือแม้แต่บน Smart TV คงจะสังเกตเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้น ในช่วงแรกๆ จะติดปัญหาเรื่องใช้งานยาก เชื่องช้า และไม่ยืดหยุ่น จะพิมพ์คำค้นหาคลิปวิดีโอแต่ละทีแสนลำบาก และไม่รองรับการค้นหาโดยใช้คีย์เวิร์ดภาษาไทยด้วย (รีโมตพิมพ์ไทยไม่ได้) แต่ปัจจุบัน YouTube เปิดโอกาสให้ทำการซิงก์กับ Smart Phone ทีนี้จะพิมพ์คำค้นหาคลิปอะไร ภาษาไหนก็ง่าย จะรับชมรายการไทยๆ ก็หาได้รวดเร็วทันใจ ทำ playlists ไว้ล่วงหน้าให้เล่นต่อเนื่องก็ได้ ถ้าเป็นเหตุการณ์อยู่ในกระแสทั้งไทย-เทศ ใส่คีย์เวิร์ดค้นหาไปแล้ว ได้ดูคลิปกันเพลินแน่ๆ

 

ด้วยพื้นฐานที่ไม่ต่างจาก BDP-103 การเชื่อมต่อใช้งาน BDP-103D จึงไม่แตกต่างกัน และอันที่จริงการเชื่อมต่อก็มิได้ซับซ้อนกว่าเครื่องเล่นบลูเรย์ในท้องตลาดทั่วไป เพียงแค่เชื่อมต่อสาย HDMI ไปที่ทีวี เปิดเครื่อง ใส่แผ่น หรือเล่นไฟล์ผ่าน Ext. HDD/Flash Drive ภาพก็มาเสียงก็ออกแล้ว อย่างไรก็ดี กับความสามารถที่พิเศษกว่า BD Player/HD Player ทั่วไป จึงมีขั้นตอนบางประการเพิ่มเข้ามาบ้าง

 

Oppo BD Player ทุกรุ่นจะติดตั้ง Dual HDMI Output ที่สามารถแยกสัญญาณภาพ-เสียง เพื่อแยกสัญญาณการเชื่อมต่อไปยังจอภาพ และ AVR ได้อิสระ หากต้องการประสิทธิภาพสูงสุดจาก Dual HDMI Output นี้ ก็จำเป็นต้องเชื่อมต่อสาย HDMI จำนวน 2 เส้น (แทนที่จะเป็นเส้นเดียวแบบ BD Player ทั่วไป) โดย HDMI เส้นที่เชื่อมต่อกับ HDMI Out 1 ของ BDP-103/103D จะต่อไปยังจอภาพ และ HDMI Out 2 ต่อไปยัง AVR

จากนั้นกำหนดตัวเลือก Dual HDMI Output เป็น “Split A/V” เพื่อกำหนดสถานะการทำงานในการส่งผ่านสัญญาณออกไป ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่มีมาตั้งแต่รุ่นก่อนๆ (BDP-93/95)

 

ตัวเลือกหนึ่งที่แนะนำร่วมกับการตั้งค่าใช้งาน Dual HDMI Output แบบ Split A/V คือ การกำหนดตัวเลือก Blank HDMI 2 เป็น Yes เพื่อเน้นให้การส่งผ่านสัญญาณดิจิทัลทาง HDMI 2 เป็นสัญญาณเสียง ไม่ต้องเจียดแบนด์วิดธ์ให้กับสัญญาณวิดีโอสามมิติ แต่หากต้องการใช้งาน Dual HDMI Output แบบ Dual Display (ต่อภาพออกทีวีหรือโปรเจ็กเตอร์ 2 จอพร้อมกัน) ตัวเลือก Blank HDMI 2 จะต้องกำหนดเป็น No ครับ ไม่อย่างนั้นเวลาเล่น 3D ภาพจะไม่ออกที่ HDMI 2

 

ดังเช่นที่กล่าวไว้ว่า Oppo BD Player เป็น Universal Player ที่เล่นฟอร์แม็ตอ็อพติคัลดิสก์ได้หลากหลาย ซึ่งรวมถึงฟอร์แม็ต Hi-res อย่าง SACD ซึ่งความพิเศษของ Oppo BD Player ในการเล่นแผ่น SACD คือ สามารถปล่อยผ่านสัญญาณ DSD Digital Bitstream ผ่านทาง HDMI เพื่อการเชื่อมต่อกับ External DAC ที่มีความสามารถในการถอดรหัสสัญญาณ DSD ได้ (ซึ่ง AVR หลายๆ รุ่น ก็มาพร้อมกับความสามารถในจุดนี้) และด้วยศักยภาพของ HDMI จึงรองรับในส่วนของ Multi-channel SACD ด้วย มิใช่จำกัดแต่เฉพาะ Stereo เพียงอย่างเดียว แต่หาก External DAC ไม่สามารถรับ DSD Bitstream ก็ยังมีทางเลือกในการกำหนดตัวเลือก SACD Output เป็น PCM (อาศัย DSD Decoder ในตัวเครื่อง ซึ่งรองรับ Multi-channel เช่นกัน)

 

เช่นเดียวกับฟอร์แม็ต HDCD ที่ Oppo BD Player สามารถถอดรหัส (decode) ให้อยู่ในรูปของ Hi-res PCM แล้วส่งสัญญาณออกทาง HDMI ไปยัง DAC ภายนอกที่ไม่มี HDCD Decoder ในตัว (แนวทางนี้จะให้ความสะดวกเวลาใช้งานกับ AVR ปัจจุบัน AVR หรือ Ext. DAC ที่มี HDCD Decoder หายากมาก พอๆ กับแผ่น HDCD) หรือจะเชื่อมต่อทางอะนาล็อกก็ได้ (ใช้ DAC ในตัว Oppo ตรงนี้เพียงแค่กำหนดตัวเลือก HDCD Decoding เป็น On )

นอกเหนือจากการเชื่อมต่อใช้งาน Oppo BD Player ในระบบโฮมเธียเตอร์ร่วมกับ AVR ทาง HDMI Output แล้ว ด้วยคุณสมบัติในแง่การถอดรหัสเสียงดิจิทัลเซอร์ราวด์พร้อมแปลงสู่อะนาล็อกในตัว ผ่าน Multi-channel Analog Output อานิสงส์ที่จะได้ คือ การใช้งานร่วมกับ Analog Milti-channel Amplifier (ที่ไม่มีภาคถอดรหัสเสียงดิจิทัลเซอร์ราวด์ในตัว) หรือ Active Speakers ได้อีกทางหนึ่ง

 

ซึ่งแนวทางดังกล่าว สามารถปรับระดับเสียง (Master Volume) ผ่าน Oppo BD Player ได้ (เท่ากับทำหน้าที่เป็นปรีแอมป์ในตัว) โดยการกำหนด Audio Processing หัวข้อ Output Volume เป็น Variable และเมื่อต้องการปรับระดับเสียง ก็ดำเนินการผ่านรีโมตคอนโทรลไร้สายได้

 

Picture – ภาพ

 

ดังที่เรียนไปว่าจุดหลักสำคัญของการอัพเกรดสู่ 103D ในครั้งนี้ คือ Video Processor จาก Darbee
และ VRS ClearView ซึ่งเทคโนโลยีจากทั้ง 2 ค่ายนี้ เมื่อใช้งานจริงผ่าน 103D เราจะได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นหรือไม่ อย่างไร?

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเป้าหมาย “การอัพสเกล” เริ่มตั้งแต่ขั้นพื้นฐานอย่าง การปรับคุณสมบัติการแสดงผลของสัญญาณภาพ (คุณลักษณะของพิกเซล เช่น ย่อ-ขยายอัตราส่วน, กระบวนการ deinterlacing ฯลฯ) ให้สัมพันธ์กับคุณสมบัติของจอภาพ และที่ซับซ้อนขึ้นอย่างการปรับปรุงคุณภาพสัญญาณ เช่น การเพิ่มความคมชัด (Detail Enhancement) และการลดทอนสัญญาณรบกวน (Noise Reduction) ซึ่งคุณสมบัติการอัพสเกลนี้ จะถูกผนวกรวมไว้เป็นส่วนหนึ่งของจอภาพ ไม่ว่าจะเป็นทีวี มอนิเตอร์ หรือโปรเจ็กเตอร์เสมอ แต่อาจจะต่างกันที่คุณสมบัติ ความซับซ้อนในการประมวลผล ฯลฯ ขณะเดียวกันเราจะเห็นวิดีโอสเกลเลอร์ผนวกรวมเข้าไว้ในตัววิดีโอเพลเยอร์ด้วยเช่นเดียวกัน

กรณีที่วงจรวิดีโอสเกลเลอร์ภายในตัวจอภาพไม่สามารถตอบสนองในจุดนี้ได้ดีนัก วิดีโอสเกลเลอร์ภายนอกจอภาพ ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอสเกลเลอร์แบบเฉพาะกิจ (stand-alone video scaler เช่น Darbee Darblet หรือจาก Lugamen และ DVDO หลายๆ รุ่น) หรือแม้แต่วงจรสเกลเลอร์ที่ผนวกมากับเพลเยอร์ อย่างที่เห็นใน BD Player ระดับสูงหลายๆ ยี่ห้อ (Oppo เป็นหนึ่งในนั้น) และที่ผนวกมากับ AV Receiver/Pre Processor หลายๆ รุ่น ส่วนนี้จะเข้ามามีบทบาทสำคัญแทน

ดังนั้น ก่อนที่จะพิจารณาใช้งานฟังก์ชั่น “อัพสเกล” ก็ควรประเมินก่อนว่าสเกลเลอร์ที่ติดตั้งมากับอุปกรณ์ชิ้นใด มีประสิทธิภาพดีที่สุด ก็ให้ใช้งานเฉพาะที่อุปกรณ์นั้น ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ ให้ทำการ “ปิด” ใช้งานฟังก์ชั่นวิดีโอสเกลเลอร์เสีย (หรือ Bypass) เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากวงจรสเกลเลอร์คุณภาพต่ำ และเพื่อให้สัญญาณตรงสู่ขั้นตอนแสดงผลโดยเร็วที่สุด อย่าลืมว่าการอัพสเกลจำเป็นต้องอาศัยกระบวนการประมวลผล อาจเกิดการหน่วงสัญญาณภาพให้ดีเลย์ช้าลง หรือที่เรียกว่า Display Lag แม้ปัญหานี้อาจแก้ไขได้ด้วยการปรับชดเชย Delay แต่ไม่แนะนำ

เมื่อเข้าใจกระบวนการอัพสเกลกันไปคร่าวๆ แล้ว ทีนี้มาประเมินผลการใช้งาน สเกลเลอร์ในตัว Oppo Blu-ray Player กันครับ

หากจะใช้งานวิดีสเกลเลอร์ในตัว Oppo Blu-ray Player จะต้องทำอย่างไร?

ปกติวงจรสเกลเลอร์ในตัว Oppo BD Player จะถูกเปิดใช้งานไว้ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว โดยตัวเลือก Resolution Output จะตั้งไว้ที่ Auto กล่าวคือ ระบบจะทำการตรวจสอบคุณสมบัติของจอภาพว่ามีอัตราความละเอียดในการแสดงผล (Native Resolution) เป็นอย่างไร ก็จะกำหนดค่าการแสดงผลให้แม็ตช์กันโดยอัตโนมัติ แต่ผู้ใช้ก็สามารถปรับเปลี่ยนเองแบบแมนนวลได้โดยการกดปุ่ม Resolution ที่รีโมต

ตัวเลือกตรงนี้ หากไม่ต้องการใช้งานสเกลเลอร์ภายในตัว Oppo BD Player เช่น กรณีที่เชื่อมต่อกับสเกลเลอร์ภายนอก (stand-alone) หรือต้องการใช้งานสเกลเลอร์ในจอภาพที่มีศักยภาพสูงกว่า ให้กำหนดตัวเลือก Resolution Output ที่ Oppo เป็น Source Direct ครับ

อย่างไรก็ดีการกำหนดตัวเลือกสเกลเลอร์ข้างต้น เป็นเพียงขั้นตอนพื้นฐานเท่านั้น ยังมิได้รวมถึงกระบวนการที่ช่วยปรับปรุง แก้ไข จุดบกพร่องของสัญญาณวิดีโอ กล่าวคือยังมีพารามิตเอร์อื่นที่ลึกกว่า หากจะใช้งานวิดีโอสเกลเลอร์ให้เต็มศัยกภาพ

 

หากเป็นรุ่นก่อนๆ BDP-93 หรือ BDP-103 เมื่อกดปุ่ม Setup ที่รีโมตค้างไว้ จะเป็นทางลัดเข้าสู่เมนูปรับตั้งละเอียดในส่วนของวิดีโอสเกลเลอร์ที่ซับซ้อนขึ้น โดยสามารถกำหนดเพิ่มเติมในส่วนของการให้ระดับการลดทอนสัญญาณรบกวน (Noise Reduction) และการเพิ่มความคมชัดให้กับสัญญาณความละเอียดต่ำ (Sharpness) ไปจนถึงการปรับชดเชยสีสัน คอนทราสต์ ฯลฯ

 

พอมาเป็น 103D การกดปุ่ม Setup ที่รีโมตค้างไว้ จะเป็นการเรียกเมนูวิดีโอสเกลเลอร์ขึ้นมาเหมือนรุ่นก่อน ดังรูปข้างบน นอกจากนี้ยังสามารถกดปุ่ม Darbee เพิ่มเติมได้อีกช่องทางหนึ่ง (แต่จะแสดงเฉพาะตัวเลือกของ Darbee)

จากเมนูตัวเลือกตั้งค่าวิดีโอสเกลเลอร์ละเอียดของ 103D นี้ จะเห็นว่า Oppo ได้เพิ่มเติมพารามิเตอร์ปรับภาพในส่วนของ Darbee และ VRS ClearView เข้ามา ซึ่งต่างจากในรุ่นก่อนๆ ชัดเจน และผลลัพธ์ตรงนี้เองที่ทำให้เกิดความต่างเมื่อเปรียบเทียบกับ Oppo BD Player รุ่นก่อนๆ

ในส่วนของ Darbee จะสามารถเลือกโหมดการประมวลผลให้เหมาะกับคอนเทนต์ที่กำลังรับชม แบ่งเป็น 3 โหมด คือ Hi-Def, Gaming, Full-Pop และ Off (ปิดการประมวลผลในส่วนของ Darbee) จากนั้นสามารถกำหนดน้ำหนักการประมวลผลเพิ่มลดที่ Darbee Level ซึ่งถ้าหากต้องการเปรียบเทียบผลลัพธ์ (ระหว่างใช้ กับไม่ใช้) สามารถเปิดใช้งาน Demo Mode เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์แบบ Real time กับคอนเทนต์ที่กำลังรับชมดูได้เลยครับ

ผลการใช้งานพบว่า การเพิ่มระดับ Darbee Level จะให้ผลลัพธ์ในแง่ลดอาการเบลอขาดความคมชัดจากคอนเทนต์รายละเอียดต่ำได้เป็นอย่างดี ผลลัพธ์จะคล้ายคลึงกับการเพิ่มระดับ Sharpness หรือ Detail+Edge Enhancement ทว่าสิ่งที่เหนือกว่าของ Darbee คือ จะเน้นรายละเอียดปลีกย่อยเพิ่มเติมเข้ามาโดยเฉพาะในส่วนความเปรียบต่างของแสงเงา อันเป็นผลจากเทคนิคที่เรียกว่า human-vision-based model ทาง Darbee อ้างว่าเป็นเทคนิคที่ช่วยเสริมมิติที่ลึกขึ้น (stereoscopic depth) ซึ่งก็ช่วยได้จริงครับ โดยเฉพาะการรับชมคอนเทนต์ที่มีรายละเอียดต่ำกว่า Native Resolution ของจอภาพ จะเน้นรายละเอียดให้ชัดเจนคมชัดขึ้น แต่ก็ต้องขึ้นกับความเหมาะสม หากให้น้ำหนักมากเกินไป มันจะกลายเป็นรายละเอียดที่ถูกยัดเยียดเข้ามาแทน ดูแล้วขัดตาไป นั่นย่อมกระทบกับ “ความเป็นธรรมชาติ” ภาพอาจจะดูหยาบ และเกิดการแยกตัวของเม็ดสียิบๆ โดยเฉพาะพื้นที่ของภาพช่วงที่เป็นไฮไลท์ (จุดสว่าง)

โดยทั่วไป Darbee Level ประมาณ 20% – 50% กำลังดีครับ (อ้างอิงสำหรับ Darbee Mode – Hi-Def) ทั้งนี้การให้น้ำหนัก Darbee Level จะไม่ตายตัว ขึ้นกับคุณภาพคอนเทนต์ ทดลองใช้งานโดยเพิ่ม-ลดระดับดูเพื่อหาจุดที่เหมาะสม อาจทดลองสลับไปใช้ Darbee Mode อย่าง Gaming สำหรับคอนเทนต์ที่เป็นภาพกราฟิก-แอนิเมชั่น หรือ Full-Pop สำหรับคอนเทนต์รายละเอียดต่ำ (low bit- rate) ซึ่งระดับผลลัพธ์ของแต่ละโหมดก็จะต่างกัน

สำหรับท่านใดที่ชอบปรับแต่งผลลัพธ์ด้วยตนเอง การใช้งานในส่วนของ VRS ClearView จะสามารถกำหนด Detail Enhancement และ Edge Enhancement แยกกันได้ ทว่าจะเพิ่มความยุ่งยากมากขึ้น และผลลัพธ์อาจไม่ได้ดีกว่า Darbee ซึ่งการให้น้ำหนัก Detail/Edge Enhancement มากเกินไปนอกจากจะทำให้ภาพหยาบแล้ว ยังจะเร่งให้เห็นสัญญาณรบกวนที่แฝงมากับคอนเทนต์ชัดเจนขึ้น

นอกจากขั้นตอนการเสริมรายละเอียดด้วย Darbee Level หรือ VRS ClearView Detail/Edge Enhancement แล้ว ในส่วนของการแก้ไขสิ่งรบกวนที่ปะปนมากับคอนเทนต์ จำเป็นต้องอาศัยตัวเลือก Noise Reduction เข้ามาแก้ไขในจุดนี้ ซึ่งการเพิ่มระดับ Noise Reduction มากขึ้น จะครอบคลุมการลดทอนสัญญาณรบกวนที่ซับซ้อนขึ้น (เช่น MPEG noise และ Mosquito Noise) ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับรุ่นก่อนๆ (QDEO) และเช่นเดียวกันว่า การให้น้ำหนัก Noise Reduction จะไม่ตายตัว ขึ้นกับคุณภาพคอนเทนต์ หากให้น้ำหนักมากเกินไป จะส่งผลกระทบลดทอนรายละเอียดภาพลง (ภาพจะเบลอ ขาดความคมชัด)

การใช้งานสเกลเลอร์ในตัว 103D มีจุดให้ขัดใจอยู่บ้างที่ คือ ไม่สามารถใช้สเกลเลอร์กับออนไลน์คอนเทนต์ที่รับชมผ่าน 103D เอง อย่างเช่น YouTube อย่างไรก็ดีปัจจุบันคอนเทนต์บน YouTube เริ่มปรับเปลี่ยนมาตรฐานเป็น Hi-Def แล้ว การปรับปรุงข้อบกพร่องด้วยสเกลเลอร์แจึงไม่จำเป็นนัก

 

การรับชมผ่าน YouTube ผ่าน Oppo BD Player ระบบจะเลือกแสดงระบบภาพแบบ HD มาให้รับชมโดยอัตโนมัติครับ (ถ้ามี)

 

การอัพสเกลนั้น มิใช่เฉพาะการอัพ Standard Definition เป็น Full HD อย่างเดียว แต่ยังรวมถึง Standard Definition เป็น 4K และ Full HD/HD เป็น 4K ด้วย

ทดสอบการอัพสเกลที่ความละเอียดระดับ 4K โดยจะอ้างอิงเปรียบเทียบกับ Samsung UA65F9000 UHD LED TV เมื่อเปรียบเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้จาก Oppo BD Player รุ่นก่อน (103) เมื่อทำการอัพสเกลสัญญาณภาพจาก Blu-ray Disc (1080p) ไปรับชมที่ความละเอียด 4K พบว่า ปัญหาอาการหน่วงเล็กๆ ของภาพเคลื่อนไหวภายหลังผ่านกระบวนการอัพสเกลลดน้อยลง ดังนี้ 103D จะให้ความต่อเนื่องของภาพเคลื่อนไหวได้ไหลลื่นเป็นธรรมชาติมากกว่ารุ่นก่อนเล็กน้อย เรียกว่าประเด็นนี้ใกล้เคียงกับต้นฉบับ (เมื่อไม่เปิดใช้งานสเกลเลอร์) อย่างไรก็ดีหากเทียบศักยภาพโดยรวมแล้ว การใช้สเกลเลอร์ในตัวทีวี UA65F9000 ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าครับ* ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกที่สเกลเลอร์ในทีวีระดับแสน จะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าสเกลเลอร์ในตัวเพลเยอร์ระดับหมื่น หากอนาคตมี 4K/UHD TV ราคาประหยัดออกมา อาจจะได้ใช้งาน 4K/UHD Scaler ในตัวเพลเยอร์กันจริงจังกว่านี้ แต่สำหรับเคสนี้ แนะนำให้รับชมโดยกำหนด Resolution ที่ 103D เป็น Source Direct (บายพาสสเกลเลอร์ในตัว 103D) ครับ

หมายเหตุประกอบการให้คะแนน

  • รูปลักษณ์ตัวถังภายนอก คือ BDP-103 จำแลงนั่นเอง จุดหลักที่ได้รับการอัพเกรดเพียงประการเดียว คือ Video Processor ที่ติดตั้งภายใน
  • คุณสมบัติอัพสเกลสัญญาณภาพถึงระดับ 4K แม้ว่าคงจะไม่ได้ใช้งานกันแบบจริงจัง เพราะข้อจำกัดเรื่องราคาของจอภาพ 4K ในปัจจุบัน แต่ศักยภาพการปรับปรุงสัญญาณภาพระดับ SD ไปที่ 1080p โดยทำได้โดดเด่น ซึ่งถ้าต้องการสะดวกก็เลือกใช้ Darbee แต่ถ้าต้องการปรับจูนละเอียดก็ดำเนินการในส่วนของ VRS ClearView (ไม่แนะนำให้ใช้ 2 อย่างพร้อมกัน) หากต้องการใช้งานสเกลเลอร์ภายนอก ให้เลือก Source Direct
  • คุณสมบัติด้านเสียงไม่มีจุดที่เปลี่ยนแปลงจาก 103 อย่างมีนัยสำคัญ กระนั้นกับคุณสมบัติที่มี สามารถตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดีกับผลลัพธ์การรับฟังระบบเสียงจากภาพยนตร์ (TrueHD) หรือเพลง (Hi-res Format) และไม่ว่าจะเชื่อมต่อแบบดิจิทัล (HDMI) หรืออะนาล็อก (รองรับ Multi-channel พร้อม Bass Management)
  • ยังคงการเป็น Universal Media Player ความสามารถครอบคลุมรอบด้านเช่นเคย รองรับอ็อพติคัลดิสก์หลากหลาย รวมถึงดิจิทัลไฟล์ ครอบคลุมไปถึงการสตรีมมิ่งผ่านระบบเน็ตเวิร์ก อ็อพชั่นอุปกรณ์ของแถมอย่างสาย HDMI, Wi-Fi Dongle ยังจัดเต็มเช่นเดิม
  • อรรถประโยชน์จาก HDMI/MHL In และ Dual HDMI Out with ARC ให้อรรถประโยชน์ที่กว้างขวางกว่า BD Player ในท้องตลาดทั่วไป มี USB In ถึง 3 ช่อง
  • สานต่อความสำเร็จจาก 103 รุ่นคุ้มค่า โดยอัพเกรดในส่วนของวิดีโอสเกลเลอร์แล้วเพิ่มงบประมาณอีกเล็กน้อย

by ชานม !2013-12

ราคา Oppo BDP-103D
24,000 บาท
(BDP-103 = 20,000 บาท)

 

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้