KitKat มาแล้ว !! รีวิว Toshiba รุ่น 55L5450VT Android TV ไซส์ใหญ่ความสามารถรอบตัว
ขอกล่าวคำว่าสวัสดีแฟนๆชาวเว็บ LCDTVTHAILAND ทุกๆ ท่านวันนี้ผมนาย IQ ได้รับมอบหมายให้มารีวิว LED TV ที่ถือว่าเป็นเจ้าแรกของวงการ TV ที่ทำการจับมือกับทาง Google แล้วร่วมกันพัฒนาระบบปฏิบัติการ Android ให้มาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพบนจอ TV ขนาดใหญ่ ซึ่ง TV แบรนด์ที่ผมกำลังจะแกะกล่องมาทดสอบนี้นั้นเป็นทีวีจากแดนปลาดิบยี่ห้อ Toshiba รุ่น 55L5450VT มีขนาดหน้าจอ 55 นิ้ว รองรับดิจิตอลทีวี ความละเอียดหน้าจอ Full HD มาถึงในตอนนี้ผมจึงเชื่อว่ามีหลายๆ คนที่กำลังเริ่มสงสัยอยู่ว่าระบบปฏิบัติการ Android นั่นจะไปได้ดีกับ LED TV หรือไม่แล้วจะดีกว่า Smart TV ที่มีวางขายอยู่ในตลาดทั่วๆ ไปในตอนนี้หรือเปล่า วันนี้ผมจึงได้จัดมานำเสนอให้ได้อ่านและ แกะกล่องเพื่อทดสอบไปพร้อมๆ กันเลยย

Toshiba Android TV รุ่น 55L5450VT Specification

Design – การออกแบบ
ดีไซน์ของ Toshiba 55L5450VT มาพร้อมกับกรอบจอที่บางเฉียบสีดำเงามีโลโก้ Toshiba สลักอยู่ที่ตำแหน่งซ้ายล่างของจอ และไฟวงกลม LED แสดงสถานะเปิด/สแตนบาย (สีเขียวเปิดใช้งาน สีแดงสแตนบาย)อยู่บริเวณมุมล่างขวา และสำหรับในรุ่นนี้ทาง Toshiba เลือกใช้ Backlight แบบ Direct LED หรือเรียกให้เข้าใจง่ายๆ คือการวางหลอดไฟ LED เต็มแผงบริเวณด้านหลัง มีขาตั้งแบบยึดสองจุดกับตัวจอ TV ฐานตั้งมีสีเงินรับกับเส้นกรอบจอบริเวณด้านล่างที่มีสีเดียวกัน แต่เป็นที่น่าเสียดายเล็กน้อยที่ขาตั้งนั้นเป็นแบบหมุนไม่ได้ จัดได้ว่าดีไซน์ของ 55L5450VT นั้นก็สวยงามเรียบๆ มองได้นานๆไม่เบื่อ




บริเวณด้านข้าง(ซ้าย)เป็นที่อยู่ของบรรดาช่องต่อต่าง อาทิเช่น HDMI, USB, AV เป็นต้น มีความบางใช้ได้เลยสำหรับ LED TV ที่เลือกใช้ Backlight แบบ Direct LED

Connectivity – ช่องต่อ
หลังจากที่ได้พาชมในส่วนของดีไซน์ไปแล้ว คราวนี้มาดูกันในเรื่องของช่องต่อบ้าง ซึ่งหากเราจะซื้อทีวีสักเครื่องควรให้ความสำคัญกับในส่วนนี้ด้วย ว่าจะมีมาให้เพียงพอต่อการใช้งานของเราหรือเปล่ามาดูกัน โดยที่จะแยกเป็นสองส่วนคือช่องต่อที่อยู่บริเวณด้านข้างและบริเวณด้านหลังของตัวเครื่อง โดยช่องต่อที่อยู่ด้านข้างของเครื่องประกอบไปด้วย ช่องต่อ HDMI จำนวน 2 ช่อง, ช่องต่อ USB 2.0 จำนวน 2 ช่อง และด้านล่างของเครื่องจะเป็นที่อยู่ของช่องต่อ HDMI จำนวน 1 ช่อง, ช่องต่อ LAN, ช่องต่อ Component 1 ช่อง, ช่องต่อ AV in จำนวน 2 ช่อง, ช่องต่อ Audio out แบบ RCA จำนวน 1 ช่อง, ช่องต่อ optical 1 ช่อง, ช่องต่อ PC/HDMI (Audio) 1 ช่อง, ช่องต่อ VGA 1 ช่อง และสุดท้ายคือช่องต่อ RF in ที่รองรับดิจิตอลทีวีแบบ DVB-T2
ช่องต่อทั้งหมดของ Toshiba 55L5450VT
1. HDMI : 3 ช่อง
2. VGA : 1 ช่อง (ช่องต่อคอมฯ)
3. AV-in : 2 ช่อง
4. Antena : 1 ช่อง (รองรับดิจิตอลทีวีในตัวใช้สำหรับต่อกับสายที่ลากมาจากเสาอากาศภายในหรือแบบก้างปลาบนหลังคาบ้าน)
5. USB : 2 ช่อง
6. Component : 1 ช่อง
7. PC/HDMI (Audio) 1 ช่อง
8. optical 1 ช่อง
9. Audio out แบบ RCA 1 ช่อง
10. LAN 1 ช่อง


Picture – ภาพ
สำหรับในส่วนของสเปคตัวเครื่องนั้นเป็น Panel หน้าจอขนาด 55 นิ้ว มาพร้อมกับหน้าจอความละเอียดแบบ Full HD หรือเท่ากับ 1920 x 1080 พิกเซล มีการจัดวางหลอดไฟแบคไลท์แบบ Direct LED ใช้ชิพประมวลผลภาพที่มีชื่อว่า CEVO ENGINE PREMIUM โดยในที่นี้ ทางโรงานได้มีโหมดภาพสำเร็จรูปมาให้ใช้งาน 4 โหมด ให้เราได้เลือกใช้งานได้อย่างเหมาะสมกับคอนเทนต์ที่กำลังรับชมอยู่หรือตามความชอบส่วนตัวของผู้รับชม โดยมีให้เลือกดังนี้ Intelligent AutoView, Dynamic, Standard, Theater ซึ่งในแต่ล่ะโหมดจะให้โทนสีของภาพที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งจากที่ได้ทดลองใช้งานพบว่าโหมด Intelligent AutoView จะมีการปรับความสว่างของภาพให้เหมาะสมกับสภาพแสงภายในห้อง โหมด Dynamic จะเป็นการเร่งความสว่างของภาพเร่งสีสันให้มีความฉูดฉาด สว่างกว่าปกติโดยที่ในโหมดนี้จะให้ภาพที่ติดโทนฟ้าเหมาะสำหรับเปิดในห้องที่มีแสงสะท้อนค่อนข้างมาก หรือผู้ที่ต้องการสีสันที่จัดจ้าน แต่จะขาดความสมจริงและเป็นธรรมชาติไป โหมด Standard จะให้ความสว่างที่กำลังดีพอเหมาะ สีสันไม่ผิดธรรมชาติเหมือน Dynamic แต่ยังอมฟ้าอยู่บ้าง และสุดท้ายโหมด Theater เป็นโหมดที่แนะนำให้ใช้งานเลยครับ เพราะว่าจะให้ภาพที่นุ่มนวลดูสบายตาเหมือนกับเรานั่งชมอยู่ในโรงภาพยนตร์สามารถดูได้เป็นเวลานาน ให้รายละเอียดของภาพที่พอเหมาะไม่หยาบกร้าน


โหมด Theater จะให้ภาพใกล้เคียงมาตรฐานอ้างอิงมากที่สุด แม้ว่าอุณหภูมิสีจะยังติด Cool นิดๆ คือ ที่ราว 8000K แต่ก็สามารถใช้งานได้ และหลังจากทำการปรับภาพเรียบร้อยแล้วในโหมด Theater จะได้ค่าอุณหภูมิสีอยู่ที่ 6,492K ซึ่งใกล้เคียงกับค่ามาตราฐานที่ 6,500K

ผลการตรวจวัด RGB Balance ก่อนการปรับภาพ สังเกตได้ว่าระดับสีน้ำเงินจะล้ำขึ้นมาบ้าง
ตรงตามอุณหภูมิสีที่ราว 8000Kภาพจะติดโทนสีเย็นนิดๆ นั่นเอง

หลังจากการปรับ 1P White Balance แล้ว สามารถบาลานซ์แสงขาวใกล้เคียงอุดมคติมากขึ้น สังเกตจากเส้นกราฟทั้ง 3 สี
ที่เกือบจะทับกันสนิท แม้ไม่ถึงกับเพอร์เฟ็กต์แบบรุ่นที่ปรับ 2P หรือ 10P White Balance ได้ แต่ค่าอุณหภูมิสีเฉลี่ยก็ใกล้เคียง 6,500K มากขึ้น
ทั้งนี้นอกจากจะมีโหมดภาพสำเร็จรูปมาให้เราได้เลือกใช้งานกันแล้วยังมีระบบที่เรียกว่า Intelligent Scene Optimiser หรือการปรับภาพและเสียงให้เหมาะสมกับตัว Content ที่เรากำลังรับชม โดยที่ทาง Toshiba ได้มี Scene มาให้ใช้งานถึง 8 แบบด้วยกัน อันได้แก่ Auto, Music, Cinema, Football, Anime, Game, Photo, PC และเพื่อให้เข้ากับกระแสฟุตบอลไทยได้เป็นแชมป์ซูซูกิคัพ ทดลองรับชมกับ Football Scene พบว่า สีหญ้าในสนามสดเขียว บรรยากาศเสียงเชียร์รอบสนามจะต่างออกไป เป็นลูกเล่นแก้เบื่อได้ดี






Picture – ภาพ
Toshiba 55L5450VT รุ่นนี้มีดิจิตอลจูนเนอร์ในตัวมาให้เรียบร้อย ทำให้เราสามารถรับชมทีวีดิจิตอลที่ออกอากาศอยู่ในตอนนี้ได้เลย โดยไม่ต้องง้อเจ้ากล่อง DVB-T2 Set Top Box การใช้งานก็แสนง่ายดายเพียงแค่เราเสียบสายอากาศแบบ RF เข้ากับช่องต่อ Antena in แล้วจูนหาสัญญาณจนครบเท่านี้ก็เป็นอันใช้งานได้ ส่วนเรื่องของจำนวนช่องที่รับสัญญาณได้จะขึ้นอยู่กับพื้นที่นั้นๆ ว่ารับสัญญาณได้ดีมากน้อยเพียงใด ซึ่งในตอนทดสอบนี้ผมใช้เสารับสัญญาณแบบเสาก้างปลาบนหลังคาบ้าน





Sound – เสียง
สำหรับในเรื่องของระบบเสียงเป็นเรื่องหนึ่งที่ผมประทับใจกับทีวีตัวนี้พอสมควรซึ่งแวบแรกที่ผมฟังเสียงคิดในใจว่าต้องมีลำโพงซับวูฟเฟอร์มาให้ด้วยตามสมัยนิยมสำหรับทีวีไซส์ๆ ใหญ่ๆ ในปัจจุบัน เพื่อให้หายสงสัยจึงได้อ้อมไปดูที่ด้านหลังผลปรากฏว่าไม่มีซับวูฟเฟอร์มาให้แต่อย่างใดมากล่าวถึงคุณภาพเสียงของทีวีตัวนี้กันบ้างให้เสียงที่ชัดใสเสียงกลางชัดเจนน้ำหนักของเสียงเบสมีความหนักแน่นน้องๆทีวีที่มีลำโพงซับวูฟเฟอร์มาให้เลยทีเดียว สามารถเปิดได้ในระดับความดังที่พอสมควรโดยที่เสียงไม่แตก ซึ่งถือว่าเป็นที่น่าชมเชยสำหรับทีวีที่มีลำโพงขนาด 10+10W

Extra – เพิ่มเติม
มาถึงในส่วนของไฮไลท์ที่ทาง Toshiba ภูมิใจนำเสนอเนื่องจาก เป็นทีวีเจ้าแรก ที่ทำการพัฒนาระบบปฏิบัติการ Android บนทีวีร่วมกับ Google ได้เป็นผลสำเร็จ โดยที่ในรุ่น 55L5450VT นี้จะเป็น Android เวอร์ชัน 4.4.2 (KITKAT) สามารถใช้งาน Google Play Store ได้ใกล้เคียงกับบน SmartPhone พร้อมกับมีข้อดีกว่า Smart TV ทั่วๆ ไปตรงที่มี App ให้เลือกใช้งานกว่า 3,000 App แถมยังมี Web Browser ไว้สำหรับท่องเว็บไซต์ต่างๆ ตามที่เราต้องการ และเท่าที่ทดลองใช้งานพบว่าสามารถเข้าเว็บได้รวดเร็วดีกว่า Smart TV บางรุ่นเสียอีก ทั้งนี้แนะนำให้ใช้งานร่วมกับเมาส์และคีย์บอร์ดแบบไร้สาย จะทำให้สะดวกต่อการใช้งาน หรือจะใช้แบบมีสายก็ได้ไม่ว่ากัน สำหรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตนั้นสามารถเลือกได้สองช่องทางคือ 1.Wi-Fi 2.สาย LAN แถมยังมีฟังก์ชัน Screen Mirroring ไว้สำหรับนำหน้าจอของ Smart Phone ไปแสดงบนทีวีจอใหญ่
หลายคนยังสงสัย Google Play Store คืออะไร
Google Play Store คือแหล่งรวบรวม Applications ชั้นนำของ Google ผู้ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ทั้งหลายสามารถ Download Apps ผ่านทาง Google Play Store ได้เลย หากต้องการ Download และติดตั้งก็สามารถทำได้โดยกดปุ่มติดตั้งตรง App ที่เราต้องการจากนั้นก็รอจนเสร็จก็สามารถใช้งานได้เลยทันที


ข้อดีของทีวีระบบ Android ที่ดีกว่าระบบ Smart TV ทั่วๆ ไป
1. มีแอพพลิเคชั่นให้ได้เลือกใช้งานมากกว่า 3,000 แอพพลิเคชั่น
2. สามารถปรับแต่งการใช้งานและใช้งานได้สะดวกกว่า
3. สามารถต่อจอย Xbox เพื่อให้การเล่นเกมสนุกและมีอรรถรสเพิ่มมากขึ้น
4. หากเคยใช้งานสมาร์ทโฟนระบบ Android มาก่อนสามารถใช้งานได้อย่างคล่องแคล่ว
สำหรับการดาวโหลด App มาติดตั้งภายในเครื่อง สามารถทำได้ 2 วิธีคือ 1.ดาวโหลดตัวติดตั้ง App .APK จากอินเตอร์เน็ต 2.ดาวโหลดโดยตรงจาก Google Play Store
การติดตั้งแอพพลิเคชั่นลงบนตัวเครื่อง
1. เข้าไปที่ App Play Store แล้วเลือกแอพพลิเคชั่นที่ต้องการดาวน์โหลด ใน Android Apps
2. เลือก “ติดตั้ง” ตรงแอพพลิเคชั่นที่เราต้องการ
3. รอจนมันดาวโหลดและติดตั้งลงในเครื่องของเราให้เรียบร้อย จากนั้นก็คลิ๊กเพื่อเปิดเข้าไปใช้งานได้เลย
ขั้นตอนการติดตั้งแอพพลิเคชั่นแบบ .APK
1.เข้าไปที่ Google แล้วพิมพ์ชื่อแอพพลิเคชั่นที่เราต้องการจะดาวโหลด แล้วต่อท้ายด้วยคำว่า .APK
2.กดดาวโหลดไฟล์ เมื่อเสร็จแล้วให้นำไฟล์นั้นมาใส่ไว้ในแฟลชไดรฟ์
3.นำแฟลชไดรฟ์เสียบเข้าที่ทีวีผ่านช่องต่อ USB จากนั้นให้เข้าไปที่ File Manager แล้วเลือกไฟล์ที่เราต้องการจะติดตั้ง
4. กดติดตั้งรอจนเสร็จเรียบร้อย ก็จะสามารถใช้งานแอพพลิเคชั่นที่เราดาวโหลดมาแบบ .APK ได้เป็นที่เรียบร้อย


เล่นเกมบนจอขนาดใหญ่ 55 นิ้วมันส์อย่าบอกใครเลย ใครที่เคยเล่นแต่บนหน้าจอ Smart Phone ลืมไปได้เลย แถมยังเล่นได้ค่อนข้างลื่นไหลพบอาการกระตุกเล็กน้อย




Screen Mirroring คือการนำภาพเฉกเช่นเดียวกับบนหน้าจอ Smart Phone ไปแสดงอยู่บนหน้าจอทีวี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งฟังก์ชันที่ชื่นชอบและใช้งานได้จริง ยกตัวอย่างเช่น เวลาที่เราไปถ่ายรูปอะไรสวยๆ มาแล้วอยากแชร์ให้คนเราได้เห็นก็สามารถทำได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย





Conclusion – สรุป
สรุป
นับว่าทางค่าย Toshiba เป็นผู้ปฏิวัติวงการทีวีอย่างแท้จริงด้วยการร่วมมือกับทาง Google เพื่อพัฒนาระบบ Android TV ให้เป็นผลสำเร็จจนกลายเป็น Toshiba 55L5450VT ซึ่งสามารถใช้งานได้ง่ายและมีความหลากหลายกว่า Smart TV ทั่วๆ ไป ที่มีวางขายอยู่ตามท้องตลาด ส่วนเรื่องคุณภาพของภาพและเสียงหากเปรียบเทียบกับ LED TV ในระดับราคาใกล้ๆ กันก็ถือว่าสู้ได้อย่างสบายๆ เผลอๆ จะได้เปรียบในเรื่องของระบบเสียงกับทีวีบางรุ่นเสียด้วยซ้ำไป สรุปให้ฟังตรงนี้เลยว่าหากใครกำลังตัดสินใจจะซื้อหาทีวี LED ในระดับราคาคกลางๆ มาใช้งานแล้วต้องการความแปลกใหม่ของเทคโนโลยีที่มีความคลอบคลุมแล้วใช้งานง่าย บวกกับเคยทดลองใช้งานระบบ Smart TV ที่มีอยู่ในตลาดแล้ว อยากลองของใหม่อย่างเจ้า Android TV เครื่องนี้ว่าจะใช้งานได้ดีหรือไม่ ผมแนะนำให้ไปทดลองใช้งานได้ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำหรือร้านค้าทีวีใกล้บ้านท่านได้เลย แล้วจะเข้าใจว่ามันปฏิวัติวงการทีวี อย่างที่ผมได้กล่าวไว้หรือไม่

ข้อดี
1. เป็น Android TV เจ้าแรกที่ได้รับลิขสิทธิ์ถูกต้องและพัฒนาร่วมกับทาง Google
2. มี App ให้เลือกใช้งานมากมายกว่า Smart TV ทั่วๆ ไปถึง 3,000 App
3. รองรับทีวีดิจิตอล
4. ระบบ Screen Mirroring ที่ใช้งานได้ง่ายและมีการเชื่อมต่อที่รวดเร็ว
5. ระบบเสียงที่ดีแม้ว่าจะไม่มีซับวูฟเฟอร์มาให้แต่อย่างใด
6. สามารถต่อใช้งานร่วมกับจอยเกม Xbox ทำให้เล่นเกมได้สะดวกกว่า Smart TV ทั่วๆ ไป
ข้อเสีย
1. ขาตั้งปรับหมุนซ้ายขวาไม่ได้
2. แสดงภาพที่มีสีดำได้ยังไม่ค่อยดำสนิทนัก

