ดิจิตอลทีวีรุ่นเริ่มต้น ! รีวิว Sony 32R300B เด่นไม่เหมือนใคร
ดิจิตอลทีวีรุ่นเริ่มต้น ! รีวิว Sony KDL-32R300B เด่นไม่เหมือนใคร
Sony แบรนด์ชั้นนำจากญี่ปุ่นจัดได้ว่าเป็นผู้ผลิตทีวีเจ้าแรกในไทยที่คลอดดิจิตอลทีวีออกมาให้ประชาชนชาวไทยได้รับชมกัน สำหรับทีวีที่ Sony ส่งมาให้ทางเราได้รีวิวนี้ก็มีขนาดจิ๋ว 32″ รุ่น KDL-32R300B รุ่นใหม่ประจำปี 2014 มีความละเอียดแบบ HD Ready ซึ่งมาเสริมทัพเพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงปลายปีพอดิบพอดี ขอย้อนว่าเมื่อก่อนทีวีขนาดจอ 32″ คือขนาดมาตรฐานที่ทุกคนแทบจะต้องมีประสบการณ์การซื้อ LCD TV เครื่องแรกกัน ผมถือว่าจอมันเล็กไปถนัดตาหากเทียบกับ 50″-60″ ที่ได้มาทดสอบบ่อยๆ ถึงอย่างไรก็ตามขนาด 32″ นี้ยังคงได้รับความนิยมในตลาดมากอยู่ดีเพราะระดับราคามันถูกสุด โดยเฉพาะในกรณีอัพเกรดจากทีวีจอแก้ว 29″ ไปเป็น 32″ สำหรับท่านไหนมีงบประมาณจำกัดและอยากได้ทีวีญี่ปุ่นซักเครื่องที่รองรับดิจิตอลทีวี และเน้นดูทีวีอย่างเดียว ไม่ดู 3D และ Smart TV ลองติดตามรีวิวนี้ดูครับ

Sony KDL-32R300B (32″)
- HD Ready 1366 x 768
- Clear Resolution Enhancer
- X-Protection Pro
- Clear Phase Speaker
- DVB-T2 Tuner
- HDMI x 2
- USB x 1
- FM Radio
- ราคา 9,990 บาท
ดีไซน์
ดีไซน์ของเจ้า R300B มีความพิเศษด้วยคอนเซ็ปต์ X-Protection Pro ซึ่งปกป้องทีวีจากภัยธรรมชาติที่มักเกิดขึ้นกับเครื่องใช้ไฟฟ้าใน 4 ด้านด้วยกันได้แก่
- Dust Protection : ปกป้อง “ฝุ่น” เข้าเครื่องด้วยการดีไซน์ที่ไม่มีรูระบายอากาศ ฝุ่นจึงตกเข้าไปไม่ได้ (ว้าว)
- Surge Protection : ป้องกัน “ไฟกระชาก” ได้สูงสุดถึง 2,000 Volts
- Lightning Protection : ป้องกัน “ฟ้าผ่า” ได้สูงสุดถึง 9,000 Volts
- Humidity Protection : ป้องกัน “ความชื้น” ด้วยสารเคลือบชนิดพิเศษ
ซึ่งโดยรวมผมถือว่ามันพิเศษมากสำหรับทีวีรุ่นเจาะตลาดเช่นนี้ที่มีการออกแบบที่เน้นการปกป้องผสานวงจรป้องกัน “ธรรมชาติลงโทษ” เช่นนี้ ขอปรบมือให้ดังๆ
รูปลักษณ์ถือว่าเน้นเรียบๆด้วยกรอบสีดำเงา Glossy Black มาพร้อมกับฐานตั้งทรงสี่เหลี่ยมสีดำเงาเช่นเดียวกัน จุดเด่นคือประกอบง่ายมาก ยกฐานตั้งเสียบกับตัวเครื่องและไขน็อตก็เสร็จแล้ว เหมาะกับมือใหม่ที่กังวลว่าอยู่คนเดียวแล้วจะติดตั้งไม่ได้ ส่วนด้านหลังก็เน้นความเรียบง่าย ฝาหลังไม่มีรูหรืออะไรให้เกะกะสายตา จุดประสงค์เพื่อป้องกันฝุ่นเข้าไปสะสม มีช่องต่อที่จำเป็นๆแบบพอประมาณ พร้อมรูแขวนตามมาตรฐาน VESA รีโมทคอนโทรลเป็นฉบับมินิ ใส่ถ่าน AAA 2 ก้อนที่แถมมาให้ก็ใช้ได้เลย มีปุ่มลัดให้เข้าเมนูต่างๆได้พอประมาณ โดยรวมใช้งานง่ายมาก





แผ่นหลังเรียบๆ ไร้รูระบายอากาศ ไร้สิวและริ้วรอย ไม่ต้องกังวลเรื่องระบายความร้อนเพราะออกแบบมาได้ดีมาก ความร้อนน้อย กินไฟต่ำสุดๆ
ช่องต่อ
ช่องต่อของ Sony KDL-32R300B ให้มาอย่างประหยัดและจำกัดตามซีรีส์รุ่นเริ่มต้น มี HDMI 2 ช่อง Component 1 ชุด ซึ่งใช้ร่วมกับช่องต่อ AV มีช่องต่อ USB รองรับการเล่น Media ไฟล์อย่าง Video Photo Music และที่ขนาดไม่ได้คือดิจิตอลจูนเนอร์ DVB-T2 รองรับดิจิตอลทีวีและอนาล็อกทีวี เสียบสายอากาศเข้าช่องต่อ Antenna แล้วกดจูนปุ๊บ ดูได้เลย
Format ไฟล์วีดีโอที่เจ้า 32R300B รองรับผ่านช่องต่อ USB ได้แก่ MPEG1/ MPEG2PS/ MPEG2TS/ AVCHD/ MP4Part10/ MP4Part2/ AVI(XVID)/ AVI(MotionJpeg)/ WMV9/ MKV/ WEBM/ WAV/ MP3/ WMA/ JPEG


ภาพ
สำหรับเรื่องภาพ เจ้า KDL-32R300B ตัวนี้เป็น LED TV มีความละเอียดหน้าจอ HD Ready 1366 x 768 พิกเซล มี Clear Resolution Enhancer เพิ่มความคมชัดของภาพลดสัญญาณรบกวนโดยยังคงความเป็นธรรมชาติของภาพเอาไว้ มีโหมด Scene ปรับโหมดภาพและเสียงให้เหมาะสมกับประเภทรายการที่รับชมอยู่ แน่นอนว่าตัว Entry Level จะไม่ได้มีชิพประมวลผลระดับเทพเหมือนพวกตัวท็อปๆ แต่การทดสอบจะเน้นถึงประสิทธิภาพการดูหนังดูทีวีจริงๆมากกว่าว่าตอบสนองการใช้งานได้ดีหรือไม่ ?
หมายเหตุ : จะเน้นเปรียบเทียบกับพวกทีวีระดับใกล้เคียงกัน มิได้เปรียบกับพวกรุ่นท็อปเพราะมันห่างชั้นกันอยู่มาก
โหมดภาพสำเร็จรูป : Picture Mode
โหมดภาพสำเร็จรูปมีโหมด Vivid / Standard / Custom โดยโหมด Vivid และ Standard จะเน้นโทนสีไปทางจัดจ้านมาก (โดยเฉพาะ Vivid จะจัดจ้านเลยเถิดไป) ส่วน Custom จะดูเป็นธรรมชาติ มีความถูกต้องมากกว่า แต่จะมีข้อด้อยตรงที่ระดับความสว่างจะค่อนข้างมืด ทีวี 32″ หลายๆตัวระดับความสว่างจะไม่มากนักเช่นเดียวกัน ทางแก้ก็คงแนะนำให้เร่งระดับ Backlight สูงขึ้น เพื่อให้สู้แสงได้ในเวลากลางวัน ที่น่าอเมซิ่งกระดิ่งแมวคืออัตราการกินไฟที่อยู่ในระดับแค่ยี่สิบสามสิบวัตต์เท่านั้นกับการดูหนังไฮเดฟจากแผ่น Blu-ray เรื่อง Captain America ภาค 2 The Winter Soldier ซึ่งถือว่ากินไฟน้อยมากๆ (ขอย้อนไปอดีตว่าทีวี 32″ เมื่อช่วง 5-6 ปีที่แล้วกินไฟร้อยกว่าวัตต์นะครับเจ้านาย) ความร้อนจากตัวเครื่องแทบไม่มี เป็นเหตุผลที่ดีไซน์ให้ไม่มีรูระบายอากาศบริเวณฝาหลังได้นั่นเอง

โหมดภาพสำเร็จรูปพร้อมอัตราการกินไฟซึ่งถือว่าประหยัดไฟมาก (สเป็คเครื่องบอกใช้ไฟเต็มที่ 40 วัตต์ พอใช้งานจริงก็กิน 30 กว่าวัตต์เท่านั้น)

ยิ่งเปิดโหมดประหยัดพลังงาน Power Saving ยิ่งกินไฟลดลง แต่ก็แลกมาด้วยความสว่างของภาพที่ลดลง
ทดสอบภาพ 2 มิติ
ผมใช้โหมด Custom เพิ่มระดับ Backlight ให้เต็มเหนี่ยว พร้อมปิดตัวช่วยภาพทั้งหลายทิ้ง ทดสอบกับเรื่อง Life of Pi แนวภาพเป็นธรรมชาติ สีสันออกแนวนิ่งๆ มิได้เน้นจัดจ้านรุกเร้า (อ้างอิงจากฉากตะวันทอแสงในภาพประกอบด้านล่างเมื่อเทียบกับทีวีตัวอื่นๆที่เคยรีวิว) ความคมชัดและความเนียนอยู่ในระดับพอประมาณซึ่งสอดคล้องกับระดับราคาของมัน ลองเปิดตัวช่วยเรื่องการบูสต์สีอย่าง “Live Color” ซึ่งซ่อนอยู่ใน Advanced Setting ผลลัพธ์คือสีถูกบูสต์ให้สดใสขึ้นจริง แต่ไม่ได้ถูกต้องมากนัก เลยขอปิดทิ้งดีกว่า ใช้เดิมๆ แลเป็นธรรมชาติที่สุด รายละเอียดในที่มืดถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี อาการดำจมแทบไม่มี ต่างจากทีวี 32″ ราคาถูกตามท้องตลาดที่ดัมพ์ราคากันอย่างรื่นเริงที่มักใช้ Panel ราคาถูกซึ่งทำให้รายละเอียดในที่มืดและความเนียนของภาพดร็อปลงจนแอบใจหาย !

อ้างอิงจากหนังเรื่อง Captain America : The Winter Soldier ฉากต่อสู้ระหว่าง เจ้าตัวร้าย “บักกี้” ปะทะกับ “กัปตันอเมริกา + นาตาชา โรมานอฟ” ในท้องถนน ภาพเคลื่อนไหวอยู่ในเกณฑ์พอใช้ได้ ถือว่าดูได้ทั่วไป ได้เปรียบจากขนาดจอที่เล็กและเม็ดพิกเซลจำนวนไม่เยอะจึงไม่จำเป็นต้องประมวลผลเยอะ จึงจับผิดได้ยากหากมีภาพกระตุก หากนั่งใกล้ๆ จ้องจับผิดจริงก็ยังมีโกสท์อยู่บ้างนิดหน่อย แต่ไม่กระทบการรับชมจริงในระยะห่างปกติ ฉากฟาดฟันก็ถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดี พอเอาอยู่กับฉากต่อสู้เฟี้ยวฟ้าวในหลายๆจังหวะ โดยรวมไม่มีอะไรให้ติเป็นพิเศษกับทีวีราคาระดับนี้ ส่วนการทดสอบกับการ์ตูนอนิเมชั่นอย่าง Toy Story 3 ก็สามารถแสดงแสงสีและภาพเคลื่อนไหวได้อยู่ในเกณฑ์ดี สีสันสดใสแต่ไม่มีสดเกินจริง มิติลึกตื้นมีพอเป็นกระษัย ให้ลูกให้หลานดูได้เพราะแนวภาพออกนวลได้สบายตา


ทดสอบเกมส์ PS3 ดราก้อนบอล Z ผมเลือก Scene เป็น Game ทีวีจะปรับโหมดภาพและเสียงให้เหมาะสมกับการเล่น Game อัตโนมัติ สีสันจะสดอิ่มเข้มขึ้น ขณะที่เสียงก็จะรุกเร้าขึ้น ทำให้อารมณ์การเล่นเกมส์พลุ่งพล่านขึ้น ผมทดสอบโดยการเอาพระเอก “โงกุน” ไปไล่อัด “ไซไบแมน” ก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นตามภาพและเสียงที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากเจ้า R300B จนทีมงานของผมอีกท่านที่นั่งอยู่ด้วยกันเอ่ยปากจะแย่งคอนโทรลเลอร์ไปเล่นบ้าง ฮ่วย !
Tips : วิธีการเลือก Scene ต่างๆให้เหมาะสมกับประเภทรายการที่เรารับชมอยู่เช่น ดูหนัง , เล่นเกมส์, ดูกีฬา, ต่อคอมพิวเตอร์ ก็เพียงแค่กด Option บนรีโมทคอนโทรลและให้เลือก Scene ที่ต้องการ ง่ายมากเลย มือใหม่ลองเล่นเองได้


โหมด Scene Select ที่สามารถเลือก Scene ให้สัมพันธ์กับประเภทรายการที่รับชมอยู่ได้ ทีวีจะปรับภาพและเสียงให้เหมาะสมกับรายการเพื่อเพิ่มอรรถรสการรับชม เช่น จะดูกีฬาก็เลือก Sport จะเล่นเกมส์ก็ให้เลือก Game เป็นต้น
ไฮไลท์เด็ดก็คงไม่พ้นเรื่อง “ดิจิตอลทีวี” ถึงแม้ R300B เป็นรุ่นล่างสุดของ Sony ในปีนี้ แต่ก็มีจูนเนอร์ดิจิตอลมาให้ สามารถเสียบสายอากาศจูนช่องดิจิตอลมารับชมได้เลย ความคมชัดของภาพก็อยู่ในเกณฑ์ดีโดยเฉพาะช่อง HD ที่ไม่ค่อยทำให้ผิดหวัง ส่วนเรื่องเสาอากาศนั้นผมแนะนำว่าพยายามใช้ “เสาภายนอก” เช่นเสาก้างปลาบนหลังคาบ้าน ติดตั้งในที่สูงไม่ถูกบดบัง (หรือบดบังให้น้อยที่สุด) จะรับสัญญาณได้ดีกว่า “เสาภายใน” หรือพวก “เสา Active ขนาดเล็ก” อยู่เยอะมาก ฉะนั้นจงลงทุนใช้เสาใหญ่ภายนอกซะเถอะบอกเลยไม่ผิดหวัง

เสียง
Sony KDL-32R300B ให้ลำโพงขนาด 5 + 5 วัตต์ เหมาะสมกับขนาดของตัวทีวี มีเทคโนโลยี Clear Phase Speaker ช่วยปรับสมดุลเสียงในทุกย่านความถี่ให้พอดีกัน มีโหมดเสียงสำเร็จรูปให้เลือกทั้ง Standard, Music, Cinema, Game, Sports มีลูกเล่นยิบย่อยอย่าง Sound Booster และ Intelligent Volume เป็นต้น ทดสอบกับหนังเรื่อง Captain America และคอนเสิร์ตของ Air Supply : Live In Hongkong เพลง Every Woman in the World คุณภาพเสียงโดยรวมผมให้อยู่เกณฑ์ปานกลางพอไหว มีจุดเด่นคือเสียงยังพอที่จะมีน้ำมีนวลมิได้ติดแหบแห้งจนน่ารำคาญ แต่ก็มิได้แผ่หรือเปิดกว้างเหมือนลำโพงเทพของทีวีตัวท็อป พลังเสียงแค่ 5 + 5 วัตต์จะเปล่งออกมาได้แค่ “พอดีคำ” เท่านั้น ก็ยังจัดได้ว่าครอบคลุมการใช้ดูหนังดูทีวีทั่วไป ฉะนั้นในระยะการรับชมซัก 2-3 เมตรก็จะสามารถแสดงประสิทธิภาพได้ดีในขอบเขตของมัน


เพิ่มเติม
จุดเด่นของ Sony ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาสำหรับทีวีรุ่นไม่แพงคือมีวิทยุ FM แถมมาให้ด้วย กล่าวคือเราเสียบสายอากาศเหมือนจูนช่องดูดิจิตอล/อนาล็อกทีวีนี่แหละ เจ้าสายอากาศนี้มันจะรับหน้าที่รับสัญญาณวิทยุ FM ไปในตัว จะบอกว่า 3 in 1 เลยตัวเดียวทั้งดิจิตอลทีวี/ อนาล็อกทีวี / วิทยุ FM ถึงแม้โดยปกติแล้วคนเราอาจจะไม่ได้ฟังวิทยุจากทีวี แต่ก็มีอาจจะมีบางช่วงบางตอนที่เรามีโอกาสได้ใช้มันจริงๆ ตัวอย่างเช่นผมเป็นคนชอบฟัง FM 99.0 ช่วง 23.00-24.00 รายการ Sport Relax ของพี่ป๋อง กพล ทองพลับ จัดคู่กับคุณแจ็คเล็ก โดยเอาข่าวฟุตบอลมาคุยในเชิงขำขัน มีติดทะลึ่งตึงตังนิดหน่อยจึงฟังสนุกได้ทั้งชั่วโมง ผมก็ลองฟังจากตัวทีวี R300B ตัวนี้นี่แหละ (ไม่ต้องกลัวเปลืองไฟเพราะประหยัดมาก) และแน่นอนว่าลำโพงมันจากทีวีมันดังและดีกว่าลำโพงโน๊ตบุ๊คของผม ให้ความดังกังวานอย่างเพียงพอในห้องนั่งเล่นที่ผมนั่งทำงานดึกดื่นอยู่เป็นประจำ ก็ถือว่าสะดวกไปอีกแบบ ท่านไหนใช้ตัวนี้อยู่หรือกำลังจะใช้ตัวนี้ก็อย่าลืมไปลองเล่นดูได้

สรุป
ข้อดี
1. ดิจิตอลทีวีราคาประหยัด ถึงแม้เป็นรุ่นล่างสุดแต่ก็ไม่ลืมที่จะผนวกดิจิตอลจูนเนอร์มาให้
2. ง่ายต่อการใช้งาน ตั้งแต่การประกอบเครื่อง ไปจนถึงโหมดภาพและเสียงอย่าง Scene Select
3. มีวิทยุ FM ติดมาให้ด้วย เป็นทีวีที่ฟังวิทยุได้โดยไม่ต้องใช้อินเตอร์เน็ต
4. ตัวเครื่องน้ำหนักเบา แถมมีการออกแบบเพื่อป้องกันภัยธรรมชาติด้วย X-Protection Pro
ข้อเสีย
1. มุมมองด้านข้างมีซีดไปพอสมควร
2. พวกโหมด Vivid หรือโหมดบูสต์สีอื่นๆทำแสงสีค่อนข้างเพี้ยน (ใช้โหมด Custom เดิมๆดีสุด)
3. เนื่องจากเป็นรุ่นเริ่มต้น ช่องต่อต่างๆให้มาน้อย

สรุป
Sony KDL-32R300B เป็นทีวีรุ่นเริ่มต้นสำหรับท่านที่มีงบประมาณน้อยแต่อยากได้ดิจิตอลทีวีเกรดญี่ปุ่น คุณภาพของภาพและเสียงอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ไม่ได้ดีเลิศแต่ก็ไม่มีอะไรให้ติเตียนในระดับราคานี้ เพียงแต่ให้ปรับภาพเบื้องต้นดั่งที่แนะนำไปเพื่อให้คุณภาพของภาพออกมาดูได้มากที่สุด ปราศจากความไม่ถูกต้องมาเจือปน ต้องขอชมเชยการดีไซน์แบบ X-Protection Pro ทั้ง “ป้องกันภัยธรรมชาติแบบ 4 เด้ง” ที่มักเกิดขึ้นกับทีวีของเราเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นไฟกระชาก ฟ้าผ่า กันความชื้นและละอองฝุ่น ซึ่งหากเป็นไปได้ผมอยากให้ Sony “ต่อยอด” สิ่งดีงามเหล่านี้ไปใช้กับรุ่นอื่นต่อไปในอนาคต รับรองได้ใจแฟนคลับไปเยอะแน่ สรุปว่า Sony KDL-32R300B เป็นดิจิตอลทีวีรุ่นเล็กราคาประหยัดที่มีคุณสมบัติพิเศษโดดเด่นไม่เหมือนใคร สานต่อเรื่องความคุ้มค่าสำหรับทีวีรุ่นเริ่มต้นต่อไปอีกปีครับ