วิว LG 60LA8600 Cinema 3D Smart TV ลูกเล่นแพรวพราว
นายใหญ่มาเอง !!! รีวิว LG 60LA8600 Cinema 3D Smart TV ลูกเล่นแพรวพราว
ณ.วันที่เขียนบทความทดสอบทีวี LG ตัวนี้ก็ล่วงเข้ามาเดือนกันยายนของปี 2013 แล้ว ที่แปลกก็คือมันดันเป็นทีวี LG ตัวแรกที่ผมได้นำมาทดสอบและเขียนอย่างเป็นทางการในปีนี้เพราะรุ่นอื่นที่ส่งมาก่อนหน้านี้เจอนักเขียนท่านอื่นฉกเอาไปเขียนอย่างรวดเร็วอย่างกับนินจาเพราะเห็นว่าจะเอาไปดูหนัง 3D กัน (เหตุผลส่วนตัวกันทั้งนั้น T T) จนเวลาล่วงเลยมาซักพักทาง LG ก็ส่งทีวีรุ่นใหญ่มาให้ทดสอบซึ่งก็คือ 60LA8600 เป็น LED TV แบบ Cinema 3D Smart TV ตัวท็อปซีรีย์สูงสุดในบรรดา Full HD TV ของ LG ส่วนซีรีย์ 9000 ขึ้นไปจะถูกวางเอาไว้รองรับพวก Ultra HD TV หรือ OLED TV หากมีเปิดตัวออกมาปลายปีนี้ โดยก่อนหน้านี้ทีมงานก็ได้ทำการรีวิว LG LA6910 และ LA7400 รุ่นมิดเอ็นด์ระดับคุ้มค่าไปแล้วและได้รับเสียงตอบรับจากแฟนๆดีมาก มาคราวนี้มาดูบททดสอบของ “นายใหญ่จากแดนไกล” (เกาหลีใต้) กันบ้างว่าครบเครื่องเรื่องปิ้งย่างขนาดไหน ?

129,990 บาท
LG 60LA8600
ราคา 129,990 บาท
Fundamentals
– LED Plus แสดงภาพจากหลอดแอลอีดีที่ปรับแสงเองได้ช่วยให้ภาพชัด สดใส และมีมิติสมจริง
– Full HD 1080p ความละเอียดหน้าจอระดับ Full HD คมชัดทุกรายละเอียด
– Motion Clarity Index 800 แสดงภาพเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่น
– CINEMA 3D เทคโนโลยีทีวีสามมิติ ที่รับชมได้อย่างมีมิติสมจริงและสบายตาที่สุด
– 1.2GHz Dual Core CPU, 2GB DDR
ดีไซน์
– Cinema Screen ดีไซน์กรอบทีวีสุดบางเพียง 8.8 มิลลิเมตร
– Magic Swivel ขาตั้งทีวีที่ปรับหมุนได้อย่างน่ามหัศจรรย์
Smart TV
– Magic Remote(Built In) ควบคุมการใช้งานทีวีด้วยรีโมทที่ใช้งานได้เหมือนเมาส์ไร้สาย
– Voice Recognition รองรับการสั่งงานด้วยเสียง
– Motion Control ควบคุมการทำงานของสมาร์ททีวีด้วยมือเปล่า
– Smart Share แชร์คอนเทนต์บนอุปกรณ์ไฮเทคกับทีวีผ่านฟังค์ชั่น Smart Share (Tag On, WiDi, Miracast, 2nd Display, MHL)
– Time Machine II & Twin Tuner Built in บันทึกรายการโปรด ไว้ในสมาร์ททีวีได้ง่ายๆ พร้อมดูช่องรายการโปรดอีกช่องไปได้พร้อมๆกัน
– Pop Up Camera กล้องในตัวแบบเลื่อนเก็บได้สะดวกและปลอดภัย
– 3D World / Game World สนุกกับโลก3 มิติ และเกมมากมายบนสมาร์ททีวี
ภาพและเสียง
– Triple XD Engine ชิพประมวลผลอัจฉริยะ ช่วยเพิ่มความคมชัดและสมจริงของภาพ
– Resolution Up-scaler เพิ่มความคมชัดของคอนเทนต์ที่มีรายละเอียดต่ำให้มีความคมชัดมากขึ้นบนจอทีวีขนาดใหญ่
– 2.1 Speaker(Subwoofer) พลังเสียง 24 วัตต์ พร้อม Subwoofer ให้พลังเสียงสุดกระหึ่ม
– Virtual Surround Plus ระบบเสียงรอบทิศทางให้คุณรู้สึกเหมือนเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริง
– Smart Sound Mode ปรับระบบเสียง EQ อัตโนมัติตามแต่ละคอนเทนต์
การออกแบบ
LG 60LA8600 มีดีไซน์แบบ “Cinema Screen” หรือจอ “ขอบบางเฉียบ” เต็มตาแบบจอโรงภาพยนตร์ หากเทียบกับปีที่แล้วผมขอบอกว่าปีนี้ขอบหนากว่านิดนึงด้วยซ้ำ ทว่าการที่ทำให้ขอบมันบางแต่ไม่บางจนเกินเฉกเช่นปีนี้จะช่วยลดอาการจอช้ำและแสงรั่วซึ่งเป็นปัญหาระดับชาติที่เกิดกับ LG Cinema Screen หลายตัวในปี 2012 สังเกตได้ว่าในปี 2013 ผู้ใช้งานแทบไม่บ่นเรื่องอาการแสงรั่วเลย (คาดว่า LG คงเจ็บแล้วจำ อิอิ) ในส่วนของขาตั้ง Magic Swivel แบบโรลเลอร์ถือว่าเป็นไฮไลท์เพราะนอกจากปรับหมุนซ้ายขวาแบบสไลด์ๆได้แล้ว ยังทำหน้าที่ล็อคทีวีกันหน้าคว่ำได้ด้วย เป็นการดีไซน์ที่นอกจากจะสวยงามแล้วยังพูดได้เต็มปากว่ายัง “Functional” สุดๆอีกต่างหาก ในขณะที่แบรนด์ทีวีหลายเจ้าทีวีตัวท็อปปรับหมุนซ้ายขวาไม่ได้ จึงเป็นอีกจุดได้เปรียบของทีวี LG ในปีนี้ ด้านหลังตัวเครื่องด้านบนมีกล้องเว็บแคมแบบป็อปอัพมาให้ ใช้มือเลื่อนเปิด-ปิดครั้งหลังเครื่องได้เลย ของเล่นที่แถมมาได้แก่ Magic Remote สีเงินเงาวับ รองรับการค้นหาด้วย “เสียง” ด้วยซึ่งฟีเจอร์ใหม่ถอดด้ามนี้เรียกว่า Voice Search ใจป้ำแถมแว่น 3 มิติแบบ Polarized (Passive) มา 4 อัน และแว่น Dual Play 2 อัน โดยรวมแล้วดีไซน์จะไม่หนีจาก LA7400 และ LA6910 มากนัก แต่คำว่าไม่หนีเนี่ยแปลว่า “สวยมากแบบไม่หนีกัน” นะจ๊ะ

ดีไซน์ด้านหน้า Cinema Screen ขอบบางเฉียบ สวยลงตัว

ด้านข้างบางดำลังดีประมาณ 34.1 มม.

มีกล้องเว็บแคมแบบป็อปอัพ Built-In มาให้เลย

ขาตั้ง Magic Swivel มีโรลเลอร์หมุนซ้าย-ขวา

ด้านหลังดีไซน์เรียบๆ

ปุ่มกดด้านข้าง

ไฮไลท์ของด้านหลังคือ “วูฟเฟอร์” ขนาดกำลังพอเหมาะ
ช่วยยกระดับคุณภาพเสียงของทีวีได้อย่างอัศจรรย์

Magic Remote สีเงินสุดเท่

รีโมทคอนโทรลแบบธรรมดา

แว่น 3 มิติสีดำให้มา 4 อัน / ส่วนสีส้มแว่น Dual Play ให้มา 2 อัน
ภาพ
สเปคด้านภาพ LG 60LA8600 มากับหน้าจอแบบ IPS พร้อมฟิล์ม FPR (Film Patterned Retarder) อันเป็นเอกสิทธิ์สำหรับภาพ 3 มิติแบบ Cinema 3D หรือที่บ้านเราติดปากว่า Passive 3D มีความละเอียดหน้าจอแบบ Full HD 1920 x 1080 กำเนิดแสงด้วย Edge LED Backlight พร้อมฟีเจอร์ Local Dimming ซึ่งรุ่นน้องอย่าง LA7400 และ LA6910 ก็ผนวกมาให้เช่นกัน ถือว่าเป็นแบรนด์ LED LCD TV ที่ไม่ค่อยกั๊กฟีเจอร์นี้เท่าไหร่นัก ตัว LA8600 เองมีโหมด Expert – ISF เอาไว้ปรับภาพขั้นสูงด้วย สเป็คด้านภาพจัดมาครบเครื่องสมกับเป็น Full HD TV ตัวท็อปของปี 2013
โหมดภาพสำเร็จรูป : Picture Mode
LG LA8600 ให้โหมดภาพสำเร็จรูปมาเยอะจุใจไม่น้อย ทั้ง Vivid / Standard / Eco / Cinema / Game / Expert 1 & 2 วิธีลัดในการเลือกใช้โหมดภาพสำเร็จรูปอย่างรวดเร็วคือให้กดปุ่ม Q Menu (ตัวย่อของ Quick Menu) รวมถึงยังปุ่มมี AV Mode เอาไว้เลือกโหมดภาพระหว่าง Cinema และ Game อีกชุดหนึ่ง โดยโหมดที่ผมใช้ทดสอบเป็นหลักคือ Expert – ISF ครับ เนื่องจากค่าแสงสีถูกต้องใกล้ค่าอ้างอิงมากที่สุด ตลอดจนเป็นโหมดที่ใช้ปรับภาพเบื้องลึกให้ตรงตามมาตรฐานค่าอ้างอิงได้ จะสังเกตว่าภาพจะออกโทน “อบอุ่น” ตามแบบฉบับโรงภาพยนตร์ กระนั้นอาจจะไม่โดนใจวัยรุ่นที่มักชอบสีสันแนว “สดชื่น” เสียเท่าไหร่นัก ก็แนะนำว่าหากดูหนัง HD ลองใช้โหมด Expert – ISF ไปซักพักจะชินตากับความนุ่มนวลสบายตาที่ถูกต้องเป็นธรรมชาติ แต่หากดูพวกฟรีทีวีหรือดูกีฬาก็ใช้โหมด Standard แบบปิด TruMotion ก็ได้ครับจะได้ความกระฉับกระเฉงชองภาพขึ้นมาพอตัวเลยแหละ

Pre Calbration: โหมด Expert 1 ISF White Balance จะติดโทนอุ่นเยอะหน่อย

สัดส่วนภาพ : Aspect Ratio
การเลือกสัดส่วนภาพให้ถูกต้องนั้นสำหรับทีวี LG แทบทุกตัวง่ายนิดเดียวครับ ถ้าท่านดูหนัง HD ก็เลือกไปที่ Just Scan จะแสดงภาพได้ถูกต้องตามแหล่งสัญญาณต้นฉบับทุกเม็ดพิกเซลหรือที่ภาษาประกิตเค้าเรียกว่า 1:1 Pixel Mapping ส่วนหากดูพวกฟรีทีวี กล่อง ดาวเทียม สัดส่วนภาพจะถูกเลือกให้เป็น 16:9 อัตโนมัติ ภาพที่ได้ก็จะเต็มจอ หรือหากอยากดูฟรีทีวีสัดส่วนถูกต้องไม่ยืดบานก็เลือกสัดส่วนภาพไปที่ Original ก็ได้เช่นกัน
โหมดประหยัดพลังงาน : Energy Saving
ตามสูตรของ LED / LCD TV ที่ระดับความสว่างของจอมักจะสูงเป็นพิเศษ เวลากลางค่ำกลางคืนบางทีอาจจะรู้สึกจ้าตาไปบ้าง วิธีแก้ง่ายๆคือลองปรับลดระดับ Backlight ลงให้พอเหมาะ หรือลองโหมด Energy Saving โหมดประหยัดพลังงานซึ่งมีระดับให้เลือกตั้งแต่ Minimum / Medium / Maximum และ Picture Off (ปิดภาพแต่เปิดเสียงอยู่) รูปด้านล่างจะโชว์ความสว่างที่ค่อยๆดิมลงไปในแต่ละระดับพร้อมบอกอัตราการบริโภคไฟโดยประมาณ ซึ่งถือว่าทำได้ดีมากสำหรับ LED TV ใหญ่ขนาดถึง 60″ แต่กินไฟไม่ถึง 100 Watts ในการรับชมจริงในห้องมืดสนิทหรือมีแสงไฟสลัวๆ ระดับที่แนะนำคือ Minimum และ Medium เท่านั้น ส่วน Maximum ผมว่ามันทีวีมืดเกินไป

ทดสอบภาพ 2 มิติ
เริ่มจากหนังเรื่อง Journey 2 : The Mysterious Island แผ่นอ้างอิงประจำเว็บที่ถูกใช้มาจนช้ำตั้งแต่ปีที่แล้ว เปิดมาในฉากที่ 5 สิ่งแรกที่สังเกตเห็นคือความ “สะอาดสะอ้านของภาพ” ที่เหนือชั้นกว่าพวก LA6910 และ LA7400 อย่างเห็นได้ชัด ฉากที่คุณลุงอเล็กซานเดอร์เดินแนะนำแอตเลนติสให้กับนักผจญภัย ภาพใบหน้าของตัวละครและฉากหลังนั้นแลดูเนียนเกลี้ยงเกลาปราศจากสากเสี้ยนและความหยาบกร้านใดๆ ส่วนเรื่องสีสันด้วยความที่เป็น Panel IPS เด่นเรื่องความอิ่มแน่นของเม็ดสี ทำให้ภาพที่ได้ออกแนว “เข้มข้น” กว่า Panel ชนิดอื่น เด่นเรื่องน้ำหนักของมวลสีที่ช่วยขับการแสดงภาพต้นไม้ใบหญ้าตลอดจนสีผิวของคนให้ดูแน่นปึ๊ก ได้โอกาสทดสอบ TruMotion ด้วยในฉากที่ 5 เช่นเดิมทั้งระดับ Smooth / Clear / และ Clear Plus บอกตามตรงว่าเวลาแทรกเฟรมแล้วอาจจะไม่เนียนเท่าไหร่ อาการวุ้นๆตามขอบวัตถุอย่างหมวกซาฟารีของคุณลุงก็ยังมีให้เห็นประปราย เลยแนะนำให้ปิดฟีเจอร์ TruMotion ทิ้งซะ ได้ภาพต้นตำรับที่เป็นธรรมชาติกว่ากันเยอะ
ผมเคยมีโอกาสเห็นแผงวงจรด้านหลังของ LG LM8600 VS LM7600 รุ่นปี 2012 ที่ผ่านมา ยอมรับว่าหากไม่เห็นแผงวงจรข้างในของ LM8600 ที่ดูเยอะ+ซับซ้อนกว่า ประกอบกับการพิจารณาอย่างผิวเผินแค่เรื่องดีไซน์กับภาพที่โชว์ในห้าง หลายคนก็คงคิดว่าประสิทธิภาพของ 2 รุ่นนี้ไม่ต่างกันเสียเท่าไหร่นัก ! มาในปี 2013 นี้ก็เช่นเดียวกัน เจ้า LA8600 “เบื้องหลัง” ของวงจรมันมีอะไรมากกว่านั้นเยอะ ถึงแม้ดีไซน์ไม่หนีจาก LA6910 มากนัก ดังนี้คุณภาพของภาพจึงโดดขึ้นไปขี่พวกทีวีที่ซีรีย์ต่ำกว่าอย่างชัดเจน
ทดสอบกับเรื่องภาพกับหนังติดเรทเรื่อง “จันดารา ปฐมบท” เป็นหนังที่มีทีมงาน “พร้อมใจ” มาสังเกตการณ์และช่วยผมวิพากษ์วิจารณ์โดยมิได้นัดหมายทั้งเรื่องคุณภาพของทีวีและตลอดจนเนื้อเรื่องบางตอนในหนัง (18+) การรับมือกับเกรนในแผ่นหนังถือว่าทำได้ดี เพราะตัวหนังที่บันทึกมามี Noise เยอะอยู่แล้วตั้งแต่ต้น ฉากที่สาวไฮซีน (พิงค์กี้) กับไอ้จัน (มาริโอ้) นัดไปเที่ยวกันให้ความสดใสทั้งฉากหลังและตัวละครได้พอเหมาะพอเจาะ หรือแม้กระทั่งฉากอีโรติกมืดๆทึมๆที่มาพร้อมกับเกรนหน่อยๆได้อารมณ์คล้ายคลึงกับการรับชมในโรงภาพยนตร์
หากให้ติก็คงเป็นเรื่องจอ IPS แบบ “มันวาว” นี่แหละที่ค่อนข้างสะท้อนแสงพอตัว จอดันใหญ่ขนาด 60″ ซะด้วย หากรับชมในห้องที่คุมแสงอาทิตย์จากภายนอกไม่ค่อยได้ทำให้ภาพดร็อปลง วิธีแก้ไขเบื้องต้นคือจะต้องเร่งระดับ Backlight เยอะหน่อยเพื่อให้ภาพมันสว่างสู้แสงขึ้นมา

ความอิ่มเข้มของเม็ดพิกเซลเป็นจุดเด่นของ Panel IPS

TruMotion ทดสอบแล้วโดยส่วนตัวคิดว่า “ปิด” ไปเลยจะดีที่สุด

เล่นเกมส์ Winning 2013 สามารถเลือก Game Mode เพื่อตัดการใช้งานพวกวีดีโอโปรเซสเซอร์ได้ ผลการทดสอบมีโกสท์อยู่บ้างนิดหน่อย (พวกฉากสาดบอล) ส่วนแสงสีเสียงดีไปหมด
ทดสอบความดำและการแสดงรายละเอียดในที่มืด
LED Plus คือชื่อเรียก Edge LED with Local Dimming ของ LG หากท่านรับชมหนังในห้องที่มืดหน่อย ขอแนะนำให้เปิด LED Local Dimming เป็นระดับ “Low” มันจะ “เร่งและหรี่” หลอดไฟสอดคล้องกับ “ฉากมืด-สว่าง” แบบพอดีๆ (ระดับ Low ให้ความสมดุลดีที่สุด) จากการทดสอบหฤโหดจากฉากพระจันทร์ในคืนมืดของ Pioneer การแสดงความดำสงัดของ LA8600 อยู่ในระดับปานกลางเฉกเช่นกับตัว LA6910 และ LA7400 ที่ได้รีวิวไปก่อนหน้านี้ กล่าวคือดีกว่า LED ที่ไม่มี Local Dimming ทุกตัว แต่ก็ยังไม่เนี่ยนกิ๊กถึงขนาด LED ที่มี Local Dimming ตัวท็อปของค่ายญี่ปุ่น ส่วนการแสดงรายละเอียดในที่มืดอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงค่อนข้างดี ทดสอบกับฉากใบหน้าของตาลุงบรูซ วิลลิซ ก็แทบไม่ต้องใช้ฟีเจอร์ปรับภาพตัวอื่นช่วยยกรายละเอียดขึ้นมาเลย

หากดูหนังที่มีฉากมืดๆเยอะในห้องมืดๆ แนะนำเปิด LED Local Dimming เป็น Low

ฟีเจอร์ Dynamic Contrast อย่าเผลอได้แตะ พอเปิดปุ๊บรายละเอียดจมกลืนหายปั๊บ T T
ทดสอบภาพ 3 มิติกันบ้าง เริ่มจากหยิบแว่น 3D Polarized ซึ่ง LG ใจดีแถมมาให้ตั้ง 4 อันมาสวมใส่ น้ำหนักเบา ใส่สบาย ไร้การกระพริบใดๆทั้งสิ้น ตอกย้ำความเป็น “จ้าวป่า” ด้วยผลวิจัยที่ว่าการที่เราจะดูภาพ 3 มิติอันดับแรกเลยคือผู้ชมต้อง “ดูได้” ก่อนในที่นี้หมายถึงแว่นตาสวมใส่สบาย ไม่มีสิ่งรบกวนสายตา ไม่มีกระพริบ ดูได้ทุกสภาพแสงทุกสภาพห้อง ดูพร้อมกันได้หลายคนและที่สำคัญต้องดูได้นานๆด้วย แล้วหลังจากนั้นค่อยไปให้ความสำคัญกับปัจจัยอื่นๆเช่นความละเอียดของภาพหรือความถูกต้องของแสงสีเป็นต้น จึงไม่แปลกที่เทคโนโลยี 3 มิติของ LG สามารถ “กุมความได้เปรียบ” เหนือเทคโนโลยี 3D แบบอื่นในแง่ของการใช้งานจริง

ทดสอบจากหนังที่ดูประจำอย่าง Resident Evil : After Life แบบ 3D ไม่ปรุงแต่งฟีเจอร์เพิ่มระดับความลึก-ลอยใดๆทั้งสิ้น มิติภาพอยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีมากเหมือนเดิม ฉากที่นางเอกอลิซกระโดดตีลังกาเอาดาบกระซวกท้องกองทัพ Umbrella มิติภาพกระแทกตา..สะเด่าได้ใจตามคาด ทว่าด้วยความใหญ่ของทีวีระดับ 60″ หากรับชมใกล้ๆเช่น 1.5-2 เมตร ภาพจะไม่ได้คมชัดมากดั่งใจหวังนัก เนื่องด้วยข้อจำกัดของการแบ่งเส้นเลขคู่เลขคี่ของ 3D แบบ Passive ซึ่งจะทอน Resolution ลงไปกว่าครึ่ง ระยะที่เหมาะสมที่ผมค่อนข้างแนะนำคือ 2.5 ถึง 3 เมตรขึ้นไป จะให้ความสมดุลทั้งมิติภาพและความคมชัด โดยส่วนตัวผมคิดว่า 3D แบบ Passive ความละเอียดหน้าจอ Full HD น่าจะเหมาะสมกับขนาดหน้าจอไม่เกิน 55″ ถ้าจอใหญ่กว่านั้นอย่างเช่น 60″ 65″ 84″ ความละเอียดหน้าจอควรจะต้องอัพเกรดเป็น Ultra HD 4K มากกว่า เหมือนที่ตัว 84LM9600 3D Ultra HD TV ทำไว้ได้ดีมาก (เป็น 3D TV ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยดูมา) เปลี่ยนมาดูคอนเทนต์ 3D จากแผ่นทดสอบของ LG เองซึ่งบันทึกมาดีมาก จากเรื่อง Legend of Flight หัวเครื่องบินภาพมีมิติลอยเคว้งออกมาจนแทบจะเอามือยื่นไปจับได้ ก็สร้างความประทับใจให้กับทีมงานที่ร่วมทดสอบแบบอมยิ้มมุมปาก จึงสรุปว่าหากเป็นขนาดใหญ่ถึง 60″ ให้มีระยะห่างในการรับชมไกลขึ้นมาหน่อย แล้วทุกอย่างจะดีเองจ้า

ฉากที่อลิซกระโดดใช้ดาบคู่กระซวกศัตรูยังสะเด่าเหมือนเดิมเลือดพุ่งปรี๊ดๆๆๆเลย
เสียง
คุณภาพเสียงเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เราไม่ควรมองข้ามแต่ก็มักมองข้ามเวลาพิจารณาซื้อทีวี ย้อนไปเรื่องพื้นฐานซักนิดนึงคือเมื่อดูทีวีเราเสพภาพผ่านดวงตาและเสพเสียงผ่านรูหูจึงครบองค์ประกอบของการเสพความสุขจากทีวีซักเครื่อง (ยกเว้นว่าท่านใช้ชุดเครื่องเสียงแยก) เจ้า LG LA8600 เองให้ลำโพงมาแบบ 2.1 Channel กำลังขับ 12+12 Watts จุดเด่นมีวูฟเฟอร์มาให้ 1 ลูกด้านหลัง โหมดเสียงสำเร็จรูปก็มีให้เลือกหลายแบบรวมถึงระบบจำลองเสียงรอบทิศทางอย่าง Virtual Surround
ทดสอบจากการดูหนังเรื่อง Harry Potter : Deadly Hallows Part 2 ฉากลูกไฟบรรลัยกัลป์พุ่งไล่ล่าพระเอกของเรามันจะเฟี๊ยวฟ้าวมากในฉากนี้ น้ำหนักเสียงอยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีมาก เบสเป็นลูกกำลังพอเหมาะกับขนาดวูฟเฟอร์ที่ติดมาให้ด้านหลัง ให้ความสดอิ่มก้าวข้ามความแห้งเหือดของทีวีจอ Slim ที่ให้ดอกลำโพงแบบ Slim ไปอย่างหมดจด ส่วนมิติเสียงอยู่ในเกณฑ์ยอดเยี่ยมเช่นกันฉากลูกไฟพุ่งจาซ้ายไปขวา / หน้าไปหลัง ให้ความรู้สึกวนรอบได้ในระดับน้องๆลำโพง Soundbar ในระดับเริ่มต้น หรือแม้กระทั่งฉากแท่งเหล็กที่ตกลงมาเป็นห่าฝนกระแทกกับโล่ห์และชุดเกราะเหล็กในหนังเรื่อง Snow White and The Huntsman ซึ่งปกติหากดูกับทีวีที่มีคุณภาพเสียงแย่ๆฉากนี้จะกัดหูจนฟังไม่ได้เลย แต่ลำโพง LA8600 ก็จัดได้ว่า “เอาอยู่” ในระดับที่น่าพอใจเลยแหละ บอกตามตรงปีนี้ทั้งรุ่น LA6910, LA7400 และ LA8600 ยกระดับมาตรฐานลำโพงของทีวีจาก 2-3 ปีที่แล้วขึ้นไปสู่อีกระดับ !


ฉากลูกไฟบรรลัยกัลป์ในหนัง Harry Potter เร่ง Volume เต็ม Max ที่ 100
อาการพร่ามีนิดเดียว แต่เสียงซ่าๆแตกๆนี่แทบไม่มีเลย
ช่องต่อ
ช่องต่อ
RF In (Antenna/Cable) x 1
AV In x 1
Component Video In(Y, Pb, Pr + Audio) x 1
HDMI™/HDCP Input x 4
USB 3.0/2.0 Input x 3
Digital Audio Out (Optical) x 1
LAN x 1
RS-232 (Control & Service) x 1


การเชื่อมต่อ
Built-in Camera : Yes
Wi-Fi® Built-in : Yes
Wi-Fi Direct : Yes
Windows 8 Certified : Yes
DLNA Certified® : Yes
Intel® Wireless Display (WiDi) : Yes
MHL™ (Mobile High-Definition Link) : yes
NFC (Near Field Communications) : Yes
SIMPLINK™ (HDMI™ CEC) : Yes
USB Playback : DivX HD®, JPEG, JPG, MPO, AC3 (Dolby® Digital), EAC3, HAAC, AAC, MPEG, MP3, PCM, DTS®
LG LA8600 ให้พอร์ทช่องต่อมาแบบ “จัดเต็ม” ทั้ง HDMI ถึง 4 ช่อง ช่องต่อ USB ที่รองรับ External HDD และการเล่นไฟล์ HD รวมถึงการเชื่อมต่อแบบไร้สาย Wi-Fi Built-In พร้อมฟีเจอร์เด็ด Intel WiDi รองรับการแสดงผลหน้าจอคอมพิวเตอร์บนจอทีวีแบบไร้สายได้ ส่วนกล้องเว็บแคมก็มีมาให้ด้วยคราวนี้ให้มาแบบ Built In เลยไม่ต้องซื้อกล้องแยกแล้วมานั่งเชื่อมด้วยสาย USB ให้เมื่อยตุ้ม เผื่อท่านอยากคุย Skype กับคนแดนไกล !??!!? สรุปสั้นๆว่าการเชื่อมต่อทุกรูปแบบทั้งมีสายและไร้สาย LG LA8600 รองรับหมดจ้า

เล่นไฟล์เพลง mp3 ของ Jason Mraz ผ่าน USB

หนังไฮเดฟ MKV ผ่าน USB เหมือนกัน แต่ต้องยอมรับว่ายังมีปัญหากับซับไตเติ้ลไทยอยู่ตามสูตร

ส่วนกล้องเว็บแคม Built-In ฝังมาให้กับตัวเครื่องเลย เอามือเลื่อนกล้องขึ้น-ลงได้นะ
เพิ่มเติม
มาดูฟีเจอร์ Smart TV ของ LG บ้างดีกว่า ต้องขอบอกว่า LG ได้รับคำชมเชยมากจากการที่คิดค้น Magic Remote หรือรีโมทไม้เท้ากายสิทธิ์ขึ้นมาเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน Smart TV เพราะในแง่ปฏิบัติแล้วรีโมทคอนโทรลแบบ “ปัดไกว” เยี่ยงนี้มีความคล่องตัวสูงและสามารถใช้งานได้จริง จึงเป็นเทคโนโลยีที่อยู่คู่ LG Smart TV มาเป็นปีที่ 3 แล้ว ส่วนหน้าตา Home Dash Board หรือหน้าหลัก Smart TV ของ LG ปี 2013 ที่มีการเปลี่ยนแปลงให้สวยงามและทันสมัยขึ้นเล็กน้อย ตลอดจนแอพพลิเคชั่นคนไทยทำเองก็เริ่มมีมากขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแอพส์ดูหนังดูวีดีโอต่างๆ ก็เลยขอนำภาพมาฝากแบบพอหอมปากหอมคอครับ หากให้รีวิวทุกแอพส์คงจ้องเพิ่มหน้ารีวิวจากเดิม 5 หน้าเป็น 20 หน้าแน่ๆ หุหุหุหุ !


มาที่หน้า Premium Apps แอพส์เด่นแอพส์ดังของคนไทย
สังเกตไหมว่ามีแอพ LCDTVTHAILAND ของเราด้วย !

แอพเช็ครอบหนังและหนังตัวอย่างจาก Major Cineplex

แอพ Dek-D สาระและวาไรตี้เพื่อเด็กและวัยรุ่น

แอพ 3D World รวบรวมคอนเทนต์ 3 มิติเอาไว้ดูเล่นแก้เบื่อได้ บ่องตงคุณภาพยังไม่เท่าไหร่

อีกหนึ่งจุดเด่นของเจ้า Magic Remote คือสามารถ “วาดเป็นเลข”
เพื่อทำการ “เปลี่ยนช่อง” ตามเลขที่วาดได้ เดี๋ยวนี้ Smart TV ล้ำหน้าเสียจริง

สรุป
ข้อดี
1. ภาพ 2 มิติเข้มข้นสไตล์ IPS และ 3 มิติแบบ Passive โดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดีคุ้มค่าคุ้มราคา
2. คุณภาพเสียงดีมากด้วยวูฟเฟอร์ที่ให้มา ช่วยยกระดับมาตรฐานเรื่องเสียงของทีวีสมัยใหม่
3. ลูกเล่นแพรวพราวเยอะมากพร้อมตัวช่วยอำนวยความสะดวกในการเล่นเช่นกล้องเว็บแคม และ Magic Remote
4. การเชื่อมต่อครบครันสุดๆทั้งแบบมีสายไร้สาย เช่น WiDi, WiFi Direct, NFC, MHL, USB (HDD)
5. ดีไซน์ Cinema Screen สวยงามหยดย้อยพร้อมฐานตั้งแบบ Magic Stand ปรับหมุนได้แบบรางสไลด์
ข้อเสีย
1. การรับชม 3 มิติในระยะที่ใกล้เกินไปเช่น 1-2 เมตร ภาพจะไม่คมชัดเท่าที่ควร
2. เนื้อจอ Panel แบบมันเงาสะท้อนแสงพอตัวเลย
3. ยังพบความไม่เสถียรใน Premium Apps บ้าง เช่น Icon ของแอพไม่ตรงกับแอพจริง (สลับ ICON)
4. Motion Control ไม่ค่อยหลากหลาย ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นแรกๆให้ถือว่าเป็นของแถม
สรุป
LG 60LA8600 เป็น LED Full HD ตัวท็อปประจำปีของ LG เด่นที่ความ “ครบเครื่อง” ทั้งเรื่องภาพ, เสียง, ลูกเล่น และดีไซน์ เสิร์ฟให้ท่านรู้สึกถึงรสชาติที่ครบทุกด้านทั้ง เปรี้ยว-หวาน-มัน-เค็ม ยอมรับเลยว่าฟีเจอร์ลูกเล่นของเจ้า LG LA8600 นั้นมีเยอะมากถึงมากที่สุด แทบจะรีวิวและเล่นไม่หมด คุณภาพของภาพโดยเฉพาะเรื่องภาพ 2 มิติถูกวาง Segmentation ไว้อย่างชาญฉลาด กล่าวคือมันจะดีขึ้นเรื่อยๆตามราคาที่ท่านจ่ายไปไล่ตั้งแต่ LA6910 => LA7400 => LA8600 ดังนี้แฟนพันธุ์แท้ LG ทั้งหลายถ้าท่านอยากได้ทีวี Cinema 3D Smart TV ปี 2013 แล้วหละก็ ตัวเลข Series 6-7-8 มันสะท้อนถึงคุณภาพแบบขั้นบันไดอยู่แล้ว ไหวตรงไหน จัดตรงนั้น เลือกให้พอเหมาะพอดีกับตัวเราครับ