Skip to content
|

มนต์เสน่ห์ไม่เสื่อมคลาย !!! รีวิว Sony 55W954A สัมผัสสีสันที่แตกต่างด้วย

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 19 Jan 2022 0 comments

มนต์เสน่ห์ไม่เสื่อมคลาย !!! รีวิว Sony 55W954A สัมผัสสีสันที่แตกต่างด้วย “Triluminos”

ก่อนที่ผมจะกล่าวถึงทีวีรุ่นที่จะได้รับชมในวันนี้ ต้องขอพูดถึงภาพรวมของเทคโนโลยี(ทีวี) ในปี 2013 ซะก่อน จะเห็นได้ว่าแบรนด์หลักๆต่างก็เน้นในด้านการพัฒนา “ลูกเล่นของทีวี” มาเป็นจุดขายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจากการใช้งาน , การควบคุมตัวทีวี หรือในด้านอินเทอร์เน็ต ที่ใส่ความสามารถแบบ “วัยรุ่นสะใจ” มาให้เพื่อนๆได้ร้อง “ว้าว”  ไม่เว้นแม้แต่แบรนด์จากญี่ปุ่นอย่าง Sony ที่มีอะไรใหม่ๆให้ผู้ใช้งานอย่างเราๆท่านๆรู้สึกตื่นเต้นกัน

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ผมคาดหวังมากที่สุดก็คือการพัฒนาในด้าน “คุณภาพของภาพ” ให้ดียิ่งขึ้น จนถึงขีดสุดที่นวัตกรรม LED TV จะสามารถทำได้  ดูเหมือนหลายๆแบรนด์จะมองข้ามตรงจุดนี้ไป แต่ไม่ใช่กับ “Sony” ซึ่งในวันนี้ผมได้รับหน้าที่ให้มารีวิว  LED TV ระดับท็อปสุดของปี 2013 ( ไม่รับ 4K ) ตัวนี้เป็นทีวีที่พกเอาเทคโนโลยีใหม่อย่าง “Triluminos” มาด้วย ประกอบกับการใช้งานฟังก์ชั่น One Touch ซึ่งผมคิดว่าเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่เราสามารถใช้งานได้จริงๆ โดยลดความยุ่งยากในการเชื่อมต่อไปได้เยอะ ถ้าพร้อมแล้วขอเชิญทุกท่านพบกับรีวิว Sony 55W954A ได้เลยครับ 

Sony KDL-55W954A ราคา 99,990 บาท

ดีไซน์

เริ่มกันที่ดีไซน์แบบ “Sense Of Quartz”  นิยามแนวคิดของดีไซน์นี้มาจากความต้องการเปลี่ยนแปลงทีวีในบ้านให้กลายมาเป็น “เครื่องประดับ” ชิ้นหนึ่ง ที่ดูสวยงามและเลิศหรู โดยไม่ทิ้งคอนเซ็ปท์ของ “ทีวี” จะเห็นได้ว่า Sony W954A ตัวนี้มีขอบสีฟ้าอมน้ำเงินที่ทาง Sony บอกว่าเป็นแนวคิดการผสานรวมกันระหว่างผลึกและแก้ว เมื่อมองในมุมที่ต่างกันจะเห็นว่าแสงที่ตกกระทบตัวทีวีในแต่ละมุมช่วยสร้างความเงาบนตัวเครื่องจนเปรียบเสมือนผลึก Quartz เลยทีเดียว  สำหรับการใช้งานจริงๆแล้วตัวเครื่อง Sony นั้นมาในสีดำเงา High Gloss ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ขอบทีวีทั้งหมดเป็นสีฟ้าอมน้ำเงินตามดีไซน์ Sense Of Quartz พร้อมกับโลโก้ Sony กลางหน้าจอที่มีไฟ LED ( สามารถปรับแต่งให้เปิดหรือปิดได้ )

ด้านหน้าตัวเครื่องขอบจอและตัวจอผสานเป็นหนึ่งเดียวกัน หรูหรามากๆสำหรับดีไซน์นี้

สำหรับด้านหลังนั้นก็เป็นสีดำเงาเช่นเดียวกัน

เมื่อถอดฝาครอบออกก็จะพบกับบรรดาช่องต่อ (ฝาครอบสีดำติดไว้ด้วยกื๊บล็อก) ใช้งานง่าย

โลโก้ Sony อยู่กลางจอภาพ

ขอบจอบางเฉียบตัดด้วยสีฟ้าอมน้ำเงิน Sense Of Quartz

Sony 55W954A ใช้ OptiContrast Panel ด้วย

ไฟ LED ใต้ฐานตั้ง ดูสวยงามไปอีกแบบ ยามตั้งอยู่ในห้องนั่งเล่น

มุมมองด้านบนจาก Sony W954A ตัวเครื่องประกอบด้วยรูปทรงเรขาคณิตทั้งหมด

ตั้งอยู่ในห้องโฮมเธียเตอร์ก็ถือว่าเข้ากันได้ดี

รีโมททั้ง 2 แบบ ( ด้านซ้ายคือรีโมทที่มีเซ็นเซอร์ NFC ครับ จะแถมมาให้เฉพาะรุ่น W954A เท่านั้น )

แว่นตา 3D แบบ Active

ช่องต่อ

เป็นถึงตัวท็อปก็ต้องจัดช่องต่อมาให้เต็มสูบแน่นอน เริ่มจากช่องต่อ HDMI มีมาให้ 4 ช่อง รองรับการใช้งาน MHL และ Audio Return Channel ( ARC ) ในด้านเสียงก็มี Optical Out สำหรับต่อพ่วงอุปกรณ์เช่น AVR หรือ SoundBar เพื่อเสียงที่ดียิ่งขึ้น รวมถึงช่องต่ออนาล็อกอย่าง AV  , Component ครบครัน ถัดมาคือด้านอินเทอร์เน็ตซึ่งมี Ethernet LAN หรือจะใช้ Wireless LAN Built-In ก็ย่อมได้

ช่องต่อทั้งหมดของ Sony 55W954A
1. HDMI x 4 ( MHL , ARC , DVI )
2. USB x 3
3. Component
4. Composite
5. LAN
6. Optical
7. Audio Out ( Headphone )
8. Antenna
9. Audio In ( สำหรับ HDMI 3 (DVI) )

ช่องต่อด้านหลังของ Sony 55W954A

ด้านข้างที่รวมเอา USB และ HDMI มาไว้

ภาพ

ก่อนจะเปิดประเด็นในด้านภาพ ขอกล่าวถึงสเปคของ Sony W954A กันก่อนครับ ความละเอียดหน้าจอของทีวีเป็น 1920 x 1080 (Full HD) แบคไลท์เป็น Edge LED ที่สามารถใช้งาน Local Dimming ได้ หรือที่ทาง Sony เรียกว่า “Dynamic Edge LED” และในปีนี้ทาง Sony มีเทคโนโลยีใหม่ที่ชื่อว่า Triluminos Display ( ซึ่งจะมีอยู่ในรุ่น W954 และ W904 ) ทำให้ทีวีสามารถแสดงสีได้กว้างขึ้น ภาพเคลื่อนไหวแบบ Motion Flow XR800 รองรับการใช้งาน OneTouch หรือเทคโนโลยี NFC พร้อม Sony Entertainment Network ครับ

BRAND Sony
Type of TV LED TV
Model KDL-55W954A
Size 55″
Year 2013
Price (ราคาเปิดตัว) 99,990
PICTURE
Resolution 1920 x 1080
Backlight Type TRILUMINOS ( Edge LED )
3D Playback Yes ( Active )
2D to 3D Conversion Yes
Video Processor X-Reality PRO
Panel Type OptiContrast Panel
1080p Capable Yes
Motion Motionflow XR 800Hz
Picture Sensor Light Sensor
PIP Yes
Viewing Angle 178 Degree

 

ส่วนแรกที่ผมอยากจะกล่าวถึงเลยก็คือในด้าน “คุณภาพของภาพ” ซึ่ง Sony เน้นในจุดนี้เป็นหลัก โดยเฉพาะเทคโนโลยี Triluminos Displays หลายๆท่านอาจจะคุ้นเคยกับเทคโนโลยีนี้เมื่อประมาณ 4 -5 ปีที่แล้ว ซึ่งต้องบอกว่าแม้ชื่อจะเหมือนกัน แต่ใช้เทคโนโลยีที่ต่างกันครับ ถ้าเป็นเมื่อก่อน ( ปี2008 ) Triluminos ของ Sony คือการใช้หลอดแบคไลท์ 3 สีคือ แดงน้ำเงินและเขียว วางไว้ทั่วจอหรือที่เรียกว่า RGB LED

ในปัจจุบันนั้น Triluminos คือการใช้หลอดแบคไลท์สีน้ำเงินหรือที่เรียกว่า Blue LED แน่นอนว่าเป็นตัวปล่อยแสงสีน้ำเงินออกมา ก่อนจะส่งผ่านชั้น Color IQ ที่เป็นสีแดงและเขียวเพื่อผสมเป็นสีที่ต้องการ หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่ขั้นตอนปกติคือลอดผ่านชั้นผลึกเหลว Liquid Crystal และ Color Filter เพื่อที่จะแสดงสีออกมาในแต่ละพิกเซลต่อไป

( ในขณะที่ LED TV ปกติทั่วไปหลอดแบคไลท์จะเปล่งสีขาวออกมาเท่านั้น )

กราฟเปรียบเทียบ Color Gamut ของ Triluminos Display และ LED TV ปกติทั่วไป

หลังจากทราบถึงหลักการทำงานของเจ้า Triluminos ไปแล้ว ข้อดีที่จับต้องได้ก็คือตัวทีวีมีความสามารถในการแสดงขอบเขตของสีมากขึ้น ทาง Sony ได้ยกตัวอย่าง LED TV ทั่วไปเป็นดินสอสีที่มีแค่ 12 แท่ง ส่วน Triluminos เป็นดินสอสีกล่องใหญ่ที่มีสีมากกว่า ผมได้ลองทดสอบเทียบทีวี 2 ตัวคือ Sony W954 และ Sony W804 (ไม่มี Triluminos ) ให้ทั้งสองตัวนี้ใช้โหมดภาพเดียวกันคือ Vivid ปรับค่าทุกอย่างเหมือนกันหมด เล่นจากคอนเทนต์เดียวกัน พร้อมกัน ปรากฏว่า Sony W954 แสดงสีสันของภาพออกมาได้เหนือกว่าเห็นๆ ในจุดนี้ถ้าท่านไหนมีโอกาสรับชมในงานบรรยาย TAV Show 2013 ก็น่าจะประจักษ์ต่อสายตากันทีเดียว 

ภาพบรรยากาศในงาน TAV SHOW 2013 ขณะทำการเปรียบเทียบ Triluminos Display

Sony 55W954A ถือเป็นรุ่นที่ต่อยอดมาจากรุ่นปีที่แล้วอย่าง HX855 เรียกได้ว่าแนวภาพจะคล้ายๆกันคือเป็นธรรมชาติและมีความนุ่มนวลสบายตาแฝงอยู่ด้วย เท่าที่ทดสอบรับชมภาพยนตร์ต่างๆเทียบกับทีวีหลายๆตัว ผมว่า Sony ให้ภาพที่ดีตั้งแต่โรงงาน โดยที่ไม่ต้องปรับแต่งอะไรมากมายเลยครับ

ตัวอย่างภาพจาก Scene Mode : General และเลือก Picture Mode เป็น Vivid , Standard , Custom

อย่างที่ทราบกันดีว่าในโหมดภาพสำเร็จรูปของ Sony จะแบ่งตาม Scene Mode ด้วย ซึ่งแต่ละ Scene ก็จะปรับตั้งทั้งภาพและเสียงให้เหมาะกับการใช้งาน ยกตัวอย่างเช่นเลือก Scene เป็น Cinema ทั้งภาพและเสียงก็จะถูกปรับโหมดไปเป็นโหมด Cinema ด้วยครับ ในการทดสอบนี้ผมใช้ General และเลือก Picture Mode เป็น Custom เพื่อปรับแต่งภาพตามที่ต้องการ  

ตัวอย่าง Scene Mode ของ Sony W954A

อัตราการกินไฟในโหมด Vivid ที่ฉากนี้ Amptitude 100% ผม อยู่เพียง 114 Watts เอง ถือว่าน้อยมากๆ ทั้งที่จอขนาด 55 นิ้ว นี่ถ้าเป็น Plasma TV ก็ปาเข้าไป 400-500W ทีเดียว

ลองทดสอบเจ้า Triluminos กับสีสันเจ็บๆอย่างสีแดงบ้าง เห็นแล้วปรี๊ดๆ คนที่ชอบภาพสีสันสดๆ ถือว่าตอบโจทย์มาก

สีที่เด่นชัดที่สุด คงไม่พ้นโทนสีน้ำเงินเข้มและสีฟ้า โดยเฉพาะสีจากน้ำทะเล ที่แสดงออกมาได้อย่างอิ่มเข้มจริงๆ

เจอคอนเทนต์หลายๆสีแบบนี้ บอกได้คำเดียวว่า มาถูกทางแล้วจ้า

ในด้านการรับชมภาพยนตร์ทั่วไป ที่ผมได้มีโอกาสนั่งดูอย่างเต็มๆเรื่องจาก Sony W954A ตัวนี้มีทั้ง Journey2 และ Life Of Pi ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ภาพดีทั้งคู่ ยิ่งได้ทีวีที่ภาพดีเข้าไปอีก ทำให้ดูได้อย่างเพลินตา ในเรื่อง Life Of Pi ที่มีสีสันสดใสของน้ำทะเลตัดกับท้องฟ้าอยู่ตลอด สีสันของแต่ละเม็ดพิกเซลมีความอิ่มเข้มแต่ไม่ทะลุออกมาจนทำให้เกิดอาการเมื่อยล้า ต้องบอกว่านี่ล่ะครับคือสไตล์ภาพของ “โซนี่”  โดยแท้จริง !

ทดสอบเล่น 3D กันบ้าง

Sony 55W954A ตัวนี้ใช้เทคโนโลยี 3D แบบ Active หรือแบบที่เป็น 3D Full HD แท้ๆ ไม่ถูกลดทอนความละเอียดลงไปนั่นเอง ซึ่งปกติแบรนด์ที่ใช้กันเช่น Samsung , Panasonic , Sony และอื่นๆอีกเพียบ ผมได้ทดสอบการรับชมทั้งในห้องที่เปิดและปิดไฟ โดยดูจากเรื่อง Step Up 3D อันคุ้นตา มิติของภาพที่ทำได้ใกล้เคียงกับรุ่นปีที่แล้วอย่าง HX855 แต่สิ่งที่พัฒนาขึ้นน่าจะเป็นการกระพริบของแว่นที่น้อยลงพอสมควร เรียกได้ว่า Active รุ่นใหม่ๆ ก็ดูนานๆได้ ไม่เมื่อยล้าอย่างที่หลายๆคนฝังใจเมื่อก่อน

ตัววัตถุจะแสดงมิติในแนวลึกได้อย่างดี

ฉากฟองสบู่นี่เอง ที่ทดสอบความลอยลึกของทีวีได้เป็นอย่างดี

ภาพ

ส่วนสำคัญที่ผมอยากจะทดสอบก็คือ “ภาพเคลื่อนไหว” ครับ ทีวีที่ดีจะต้องมีการแสดงภาพเคลื่อนไหวได้อย่างเยี่ยมยุทธ์ด้วย ซึ่งอ้างอิงมาจากค่า Response Time ที่ต่ำ แต่ดูเหมือนทุกวันนี้แต่ละแบรนด์ต่างออกมาเคลมกันจนกลายเป็นค่าการตลาดไปซะแล้ว การใช้วิธีวัดค่า Response Time ที่ต่างกัน ก็เหมือนไม่ได้ทำงานภายใต้กฏเดียวกัน จึงยากที่จะนำมาเปรียบเทียบกันได้ ยกตัวอย่างเช่นวิธีการวัดค่า Response Time ของ แบรนด์ A คือวัดจาก Black to Black นั่นคือเวลาที่เม็ดพิกเซลเปลี่ยนจากสีดำไปขาวและกลับมาดำอีกที ส่วนแบรนด์ B อาจจะวัดจาก Gray To Gray นั่นคือสีเทาเปลี่ยนเป็นขาวและกลับมาเทาเหมือนเดิม ค่าที่ออกมาอาจจะอยู่ที่ 2 ms เท่ากัน แต่การเปลี่ยนจากเทาหรือดำย่อมใช้ความเร็วที่ต่างกันอยู่แล้ว ดังนั้นวิธีการเช็คภาพเคลื่อนไหวที่ดีที่สุด นอกจากอ้างอิงค่าการตลาดแล้ว ยังต้องอ้างอิงมาจากภาพยนตร์ที่เราได้รับชมกันจริงๆอีกด้วย

ภาพเคลื่อนไหวขณะทำการปิด Motion Flow ( อ้างอิงจากค่า Speed Shutter เดียวกันกับรูปด้านล่าง และหน่วงให้ช้าเพื่อให้เห็นภาพ ) ภาพที่ดูด้วยตาเปล่าไม่ได้เบลอขนาดนี้ครับ 

เปิดฟังก์ชั่นการแทรกเฟรมภาพเป็นโหมด Impulse ภาพที่ได้มีความลื่นไหลขึ้น ตัวอักษรที่เคลื่อนเร็วๆก็ยังอ่านได้ ( เปรียบเทียบกับรูปด้านบน)

สำหรับฟังก์ชั่นแทรกเฟรมภาพของ Sony W954A ที่แนะนำเลยก็คือโหมด “Impulse” ครับ การแทรกเฟรมตัวนี้อาจจะไม่ได้ทำให้ภาพลื่นไหลปรื้ดๆๆ เหมือนโหมดอื่นๆ แต่สิ่งที่วัดได้เลยคือ “ไร้อาการโกสต์” หรือเงาค้างติดภาพ เวลาเจอภาพเคลื่อนไหวเร็วๆ ประกอบกับการรับชมในห้องคุมแสงได้ ยิ่งดูสบายตา จนคล้ายกับแนวภาพของ Plasma TV เลยครับ  

อัตรส่วนภาพ ( Aspect Ratio )

Aspect Ratio มีหลายแบบให้เลือกใช้งาน แต่สำหรับการดูหนังทั่วไป ผมแนะนำให้ใช้โหมด Full ครับ นั่นคือตัวทีวีจะสามารถแสดงภาพออกมาได้อย่างเต็มจอ ไม่มีส่วนใดส่วนนึงถูกคร็อปหายไป

ทดสอบฉากมืดๆ การคุมแสงด้วย Local Dimming

Sony 55W954A เป็น Dynamic Edge LED หรือก็คือ Edge LED ที่สามารถทำ Local Dimming ได้ ซึ่งมีให้เลือกระดับ Low หรือ Standard จากการทดสอบดูในห้องมืดๆ ก็พบว่าเจ้า Local Dimming สามารถทำหน้าที่ของมันได้ดีทีเดียว การคุมเปิดปิดแสงไฟเป็นกลุ่มๆทำได้อย่างนุ่มนวล และดำมืดจริงๆ ไม่เสียอรรถรสในการรับชมแน่นอน ยิ่งเจอห้องที่มีสภาพแสงสว่างๆล่ะก็ ความดำนั้นกินขาด ^^ ได้ใจไปเต็มๆเลยล่ะ สมเป็นตัวท็อปแห่งปี 2013

Digital TV ช่อง 5 แบบ HD ชัดสุดๆๆๆๆๆๆ

Sony LED TV ในปี 2013 นั้นผนวกเอา Digital Tuner แบบ DVB-T2 ไว้ในเครื่องปีทุกรุ่นแล้ว ( DVB-T2 คือมาตรฐานการส่งสัญญาณทีวีภาคพื้นดินแบบดิจิทัลที่ประเทศไทยเลือกใช้ ) แน่นอนว่าเราต้องมาทดสอบกันหน่อยแล้ว ด้วยวิธีการง่ายๆทั่วไปคือต่อสายอากาศเข้าช่อง Antenna ( โดยเป็นเสาก้างปลาปกติบนหลังคาบ้านเราเนี่ยล่ะครับ ) และกด Auto Tuning ไปเลย ครั้งแรกจะใช้เวลานานหน่อย แต่เพียงเท่านี้ก็สามารถรับชมดิจิทัลทีวีได้แล้ว ( ป้จจุบันมีการทดลองออกอากาศอย่างเป็นทางการอยู่จนถึงปี 2557 )

เจอหลายช่องเหมือนกันนะเนี่ย ( เมนูข้างๆก็คือเจ้า Fast Zapping ครับ เอาไว้ช่วยในการเลือกช่องได้ง่ายขึ้น )

มากด Info ดูรายละเอียดกัน พบว่าปล่อยมาเป็นแบบ 1080i จริงๆด้วยนะ

ฟังก์ชั่น Twin Picture หรือก็คือการแบ่ง 2 หน้าจอเพื่อชมรายการทีวีพร้อมกับ Source จาก HDMI สามารถเลือกปรับขนาดของจอทั้ง 2 ให้เล็กใหญ่ได้ตามต้องการ

มาถึงขั้นนี้แล้วลองต่อสาย HDMI JERICHO เชื่อมต่อโน้ตบุ๊คเข้าสู่ทีวีกันเลย เด้งไปที่ Scene แบบ Graphic ตัวอักษรคมชัด แสดงผลเต็มหน้าจอ Full HD

เสียง

เป็นถึงทีวีตัวท็อป ระบบเสียงก็ต้องจัดเต็มมาให้ด้วยสินะครับ ตัวลำโพงที่เรียกว่า Bass Reflex Speaker Box ถูกบรรจุอยู่ในทีวีรุ่นนี้ด้วย ซึ่งมาช่วยเติมเต็มเสียงให้มีน้ำมีนวลยิ่งขึ้น และอีกเทคโนโลยีคือ Acoustic Isolation ที่ช่วยลดอาการเสียงสะท้อนอย่างได้ผลจริงๆ ผลจากการใช้งานจริงในห้องนั่งเล่นระยะรับชมประมาณ 3 เมตรก็ยังให้เสียงที่มีรสชาติเป็นเยี่ยมอยู่ โดยเฉพาะการนั่งฟังคอนเสิร์ตที่ดูมีชีวิตชีวากว่า LED TV รุ่นระดับล่างๆมากมาย

แน่นอนว่าคอนเสิร์ต The Eagles ที่คุณโรมันติดใจ

โหมดเสียงที่มีให้เลือกใช้งานมากมาย

การปรับตั้งค่าเสียง สามารถทำได้อย่างละเอียด

เพิ่มเติม

ส่วนนี้ผมจะขอพูดถึงความสามารถในด้านการใช้งาน Internet TV ในรุ่น Sony W954A บ้างครับ นับว่าในปัจจุบันมีหลายส่วนให้ใช้งานไม่ว่าจะเป็น คอนเทนต์ในประเทศ ที่เพิ่มมากขึ้น หรือหมัดเด็ดที่เอามาชกคู่แข่งให้หงายหลังอย่างเทคโนโลยี NFC ชื่อว่า OneTouch  และการส่งผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือเข้าสู่จอทีวีด้วยการเชื่อมต่อ MHL หรือแม้กระทั่งไร้สายด้วยเทคโนโลยี Screen Mirroring

มาดูพระเอกของงานนี้อย่าง OneToch เลยดีกว่า

สิ่งที่เรียกว่า OneTouch แท้จริงแล้วคือเทคโนโลยี NFC หรือ Near Field Communication ซึ่งเป็นการสื่อสารและเปลี่ยนข้อมูลกันของอุปกรณ์สองสิ่งในระยะใกล้ๆไม่เกิน 4 เซ็นติเมตร หรือยกตัวอย่างถ้าผมอยากส่งรูปภาพจาก Smart Phone เข้าไปแสดงบนจอทีวี ผมเพียงแค่นำโทรศัพท์มือถือไปแตะรีโมทแท่งสีดำๆที่มีเซ็นเซอร์ NFC เท่านั้นเอง 

โทรศัพท์มือถือต้องรองรับการใช้งาน NFC ด้วย *

ขั้นตอนแรกเราต้องซิงค์เจ้ารีโมทให้รู้จักกับทีวีก่อน ทำเพียงครั้งเดียว คือเข้าไปที่เมนูตั้งค่า OneTouch Remote กดปุ่ม HOME พร้อมกับ COLOUR KEY 3 วินาที รอจนไฟกระพริบและขึ้นข้อความว่าการซิงค์เสร็จเรียบร้อย

เพียงแค่แตะหรือสัมผัส รูปภาพ / วิดีโอ / เพลง ก็จะถูกส่งไปเล่นบนทีวีแล้ว ง่ายไหมล่ะ ! OneTouch

ฟังก์ชั่น Screen Mirroring หรือก็คือการนำภาพบนหน้าจอโทรศัพท์เข้าไปแสดงบนทีวี โดยไม่ต้องเชื่อมต่อสายให้ยุ่งยาก

ระบบ Sony Entertainment Network จะรวมเอาคอนเทนต์ไว้มากมาย แต่คุณต้องกด Refresh Internet Content ก่อนทุกครั้งนะครับ ถึงจะมีแอพล่าสุดโผล่ขึ้นมาให้ใช้งาน

เข้าเว็บบราวเซอร์จากตัวเครื่องก็ได้

ถัดมาคือการเล่นไฟล์จาก Harddisk หรือ Media Player

ทดสอบไฟล์ MKV ก่อนเลย

ขอปิดท้ายด้วยฟังก์ชั่นการควบคุมไฟ LED ของตัวเครื่องนะครับ สามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบเลย

หน้าตาเมนูของ Sony ที่ถูกพัฒนาให้สวยงามกว่าเดิม เวลากดก็ตอบสนองได้อย่างทันที ไม่หน่วงแต่อย่างใด

สำหรับความสามารถในส่วนเพิ่มเติมของตัวทีวี Sony 55W954A นั้น แม้จะไม่สามารถดาวน์โหลดแอพมาใส่แบบแบรนด์อื่นๆ แต่จุดเด่นในการใช้งานก็ยังเป็นลูกเล่นที่ใช้งานได้จริงอย่าง OneTouch หรือ ScreenMirroring ครับ ยิ่งผู้ที่ใช้งานเป็นคนที่ชื่นชอบเทคโนโลยีอยู่แล้ว ก็สามารถทำให้เพื่อนๆร้องว้าว!! เวลามาที่บ้านได้เลย ส่วนการเล่นหนังผ่านช่องต่อ USB ก็ยังถือเป็นจุดอ่อนของ Sony อยู่ในด้านการรองรับซับไตเติ้ลแบบต่างๆ ( แต่จริงๆแล้วก็เป็นจุดอ่อนของทีวีทุกแบรนด์ล่ะครับ ) เพราะถ้าจะเล่นหนังจริงๆแนะนำให้เล่นจาก HD Player ให้ภาพและเสียงที่ดีกว่าเยอะ

สรุป

ทุกวันนี้การเลือกซื้อทีวีสักเครื่องเสมือนการเลือกสิ่งที่เข้ากับตัวเรา แน่นอนว่าการจะเสียเงินหลักหลายๆหมื่นเพื่อหาความสุขให้กับชีวิตประจำวันเรานั้นเป็นสิ่งที่ดี หากแต่เราควรจะคำนึงถึงการใช้งานในชีวิตจริง มิใช่ฟีเจอร์ล่อตาล่อใจทั้งหลายที่แต่ละแบรนด์พยายามแข่งขันกัน เพราะทีวีย่อมการมาเพื่อให้ภาพ ถ้าเราพอใจกับคุณภาพของภาพเป็นหลัก เท่านี้ความสุขก็บังเกิดขึ้นได้ ดังเช่นรูปปิดท้ายที่สื่ออะไรได้หลายๆอย่าง ทั้งอารมณ์ของใบหน้าและการใช้งานทีวีอย่าง Back To basic

สิ่งที่ Sony 55W954A สามารถตอบโจทย์คนหลายๆกลุ่มได้ก็คือในด้าน “คุณภาพของภาพ” ที่อยู่ในขั้นที่ดี เหมาะสมกับการใช้งานทั้งในห้องสว่างและห้องมืด ปรับเปลี่ยนได้ตามโหมดภาพที่มีให้เลือกใช้งานมากมาย เป็นหนึ่งในทีวีที่ค่า Standard จากโรงงานทำได้อย่างยอดเยี่ยม หากได้รับการปรับแต่งเล็กน้อยก็พร้อมจะกลายร่างเป็นอัศวินทั้งในยามสว่างและยามค่ำคืน ตบท้ายด้วยฟังก์ชั่น OneTouch หรือ Screen Mirroring ทีมีโอกาสได้ใช้งานแทบทุกวัน สรุปว่าทีวีรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ผมชอบมากที่สุดในปี 2013 นี้เลยครับ !

ข้อดีของ Sony 55W954A
1. มี Triluminos Display เทคโนโลยีที่ช่วยให้ทีวีแสดงเฉดสีได้กว้างขึ้น
2. การแทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหว Motion Flow ( Impluse ) ทำได้อย่างดี Response Time ต่ำมาก
3. เทคโนโลยี OneTouch ( NFC ) ใช้งานได้ง่าย สะดวกสบายสุดๆ
4. ดีไซน์ Sense Of Quartz สวยงามโดดเด่นไม่แพ้รุ่นอื่นๆ

ข้อเสียของ Sony 55W954A
1. มุมมองของทีวีค่อนข้างจำกัด ถ้ามองจากด้านข้างจะทำให้สีเพี้ยนไปบ้าง
2. การเล่นไฟล์หนังผ่าน USB ทำได้ดี แต่ยังขาดในด้านของการรองรับซับไตเติ้ลและฟอร์แมทต่างๆน้อยเกินไป

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้