Skip to content
|

ยอดแห่งความคุ้มค่า ! รีวิว LG 55UJ652T 4K TV รุ่นกลาง..รองรับอนาคตทุกรูปแบบ

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 28 Jan 2022 0 comments

“ทีวีระดับกลาง” ก็มักจะเป็นทีวีที่มียอดขายสูงสุดอยู่เสมอ จากสถิติปี 2016 ที่ผ่านมา LG รุ่น UH650T ก็มียอดขายสูงสุดในบรรดาทีวีทุกรุ่นของ LG เหตุผลก็ง่ายๆคือ “มีทุกอย่าง ในราคาที่เอื้อมถึง มาในปี 2017 นี้ LG ก็พยายามสานต่อความสำเร็จจากรุ่นเดิมโดยเปิดตัวรุ่น UJ652T เป็น 4K HDR TV ที่มี Smart TV เวอร์ชั่นใหม่อย่าง webOS 3.5 ผมทำการทดสอบแล้วก็จัดว่าน่าสนใจและน่าจะถูกใจสาวกมิใช่น้อย โดยเฉพาะแฟน LG ที่ประจักษ์ดีกับแบรนด์นี้ ที่มักจัดสเป็กมาให้เต็มเหนี่ยวในราคาย่อมเยาว์ ว่าแล้วมาดูรีวิวฉบับเต็มกันดีกว่า

LG 55UJ652T : 4K HDR LED TV
ราคาเปิดตัว 38,990 บาท

LG 55UJ652T

  • 4K Ultra HD Resolution (3840 x 2160 Pixel)
  • IPS Panel
  • Edge LED Backlight with Local Dimming
  • HDR 10 / HLG
  • 20 Watts Speaker
  • webOS 3.5
  • Magic Remote
  • HDMI x 4
  • USB x 2
  • Digital TV
  • DVB-T2
  • ขนาดรวมขาตั้ง (กว้าง สูง ยาว) 1,237 x 232.9 x 778
  • ราคาเปิดตัว 38,900 บาท

Design – การออกแบบ

55UJ652T (ปี 2017) คือ 4K Ultra HD LED TV ขนาด 55″ มีดีไซน์ที่ไม่หนีรุ่นก่อนอย่าง UH650T (ปี 2016) มากนัก ตัวกรอบทีวีเป็นสีเงินที่มีความพรีเมี่ยมกว่ากรอบดำเงาธธรรมดา พร้อมขาตั้งทรงกิ่งไม้ที่อยู่ริมซ้าย-ขวาแบบสุดๆ จุดประสงค์เพื่อให้สอดลำโพง Soundbar เข้าด้านใต้ได้ แต่ข้อจำกัดก็คือเมื่อขาตั้งดันไปสถิตย์อยู่ตำแหน่งริมมาก ก็ต้องพึงระวังว่าชั้นวางทีวีของท่านจะต้องกว้างพอสำหรับขาตั้งทรงนี้ หรือหากจะแขวนก็ไร้ปัญหาไป ตรงกลางมีโลโก้ LG ขนาดเล็กพร้อมไฟ LED แสดงสถานะเปิด-ปิด ตัวเครื่อง ด้านหลังก็เรียบดำทรงเดิมไม่ได้มีอะไรพิเศษผิดแปลกไปมากนัก สุดท้ายก็มาพร้อมกับ Magic Remote แบบ 2 In 1 ที่ควบรวมรีโมทแบบปุ่มกดธรรมดาเข้ากับรีโมทแบบแอร์เมาส์ เวลาแกว่งรีโมทไปในทิศทางต่างๆ ก็จะมี “ลูกศร” ชี้ตามบนหน้าจอเลย จัดว่าเป็นเอกลักษณ์ของระบบปฏิบัติการ webOS ของ LG ไปแล้ว

รูปหน้าตรง ขาตั้งทรงกิ่งไม้จะแยกซ้ายขวาไปแบบสุดๆ เพื่อเหลือพื้นที่ไว้สำหรับสอดลำโพง Soundbar

ชัดๆกับขาตั้งทรงกิ่งไม้

โลโก้ LG พร้อมไฟแสดงสถานะเปิดเปิดข้างใต้

กรอบสีเงินก็จัดว่าบางใช้ได้

ข้างหลังเรียบๆแบบปกติ

หน้าตา Magic Remote ปี 2017

Connectivity – ช่องต่อ

LG 55UJ652T มาพร้อมช่องต่อที่ครบครัน บางอย่างให้มาเยอะเกินรุ่นกลางด้วย อาทิ HDMI ถึง 4 ช่อง ซึ่งโดยปกติรุ่นกลางนั้นมักจะให้มาแค่ 2-3 ช่องเท่านั้น หากจะใจป้ำเราก็ยินดีที่จะรับไว้ด้วยความเต็มใจจ้า

  • HDMI x 4
  • USB x 2
  • Antenna x 1
  • AV และ Component x 1 (ใช้ร่วม)
  • LAN x 1
  • Optical Out x 1
  • Audio Out 3.5 mm x 1
  • รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไร้สาย

ช่องต่อต่างๆของ UJ652T ทั้งด้านหลังและด้านข้าง

Picture – ภาพ

มาถึงด้านภาพกันบ้าง LG 55UJ652T มีความละเอียดหน้าจอแบบ 4K Ultra HD หรือ 3840 x 2160 พิกเซล ใช้จอพาแนลแบบ IPS ซึ่งมีโครงสร้างแบบ RGBW  ซึ่งเป็นหน้าจอ 4K แบบประหยัด เฉกเช่นเช่นเดียวกับรุ่น UH650T ปีที่ผ่านมา (หากรุ่นสูงอย่าง SJ850 โครงสร้างจะเป็น RGB ที่มีคลาสและคุณภาพสูงกว่าอีกสเต็ป) รองรับ HDR มาตรฐาน HDR10 มีโครงสร้างการกำเนิดแสงแบบ Edge LED หรือหลอดไฟ LED ติดตั้งไว้ที่แถบด้านบน-ล่างของของหลังเครื่อง มีฟีเจอร์ Local Dimming ที่สามารถดิมหลอดไฟเป็นโซนๆเพื่อให้ฉากแบ็กกราวนด์มีความดำสนิทเฉพาะจุดได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปทีวี 4K ระดับเริ่มต้นแบบนี้ไม่ค่อยให้กันมา มาดูกันว่า 4K รุ่นประหยัดจาก LG จะมีประสิทธิภาพที่ดีซักเพียงใด ?

การตั้งค่าภาพเบื้องต้น

สำหรับการเซ็ตอัพเพื่อรับชมโดยทั่วไปนั้น ถึงแม้โหมดภาพสำเร็จรูปของ LG จะมีให้มามากมายไม่ว่าจะเป็น Vivid ซึ่งมักจะสดใสและจัดจ้านเกินจริง, Standard, Sport แต่โหมดที่ให้ค่าแสงสีได้ค่อนข้างแม่นยำคือโหมด Expert ISF ไม่ว่าจะเป็น Bright Room หรือ Dark Room ก็สามารถใช้ตามสภาพแวดล้อมของห้องเราที่ตามการแปลความหมายที่ตรงตัว การปรับสัดส่วนของภาพหรือ Aspect Ratio ให้ตั้งเป็น 16:9 และปิด Overscan ให้เป็น OFF เพื่อการแสดงผลภาพเต็มหน้าจอไม่ถูกครอปซ้ายขวาไป ระดับความสว่างของตัวทีวีอาจไม่สูงมากนัก ให้ชดเชยโดยการเพิ่มค่า Backlight ให้สูงขึ้น หรือหากอยากให้รายละเอียดในที่มืดมีความแจ่มแจ้งขึ้น ก็ขอแนะนำให้เคาะค่า Brightness จาก 50 ให้สูงขึ้นจนถึง 55 เลยก็กำลังดี ส่วนการเปิด LED Local Dimming แนะนำแค่ระดับต่ำหรือกลางก็พอ เพราะระดับสูงสุดนั้นผมทดสอบดูแล้ว แลรู้สึกว่าแสงไฟมันค่อนข้างวูบวาบเกินไปจนรบกวนการรับชมพอสมควร

หากจะดูหนัง 4K HDR ผ่านช่องต่อ HDMI เช่นจากเครื่องเล่น 4K Ultra HD Blu-ray Player จำเป็นต้องเปิด HDMI Ultra HD Deep Color ให้เป็น On เสียก่อน

ปิ๊งป่อง : เนื่องจากทีวีมีความละเอียดแบบ 4K พร้อมรองรับ HDR การเซ็ตเมนูของเครื่องทีวีเพื่อให้รองรับภาพ 4K HDR จาก HDMI ก็สำคัญอย่างยิ่งยวดเพราะมิเช่นนั้นภาพ HDR ไม่ออกก็จะหาไม่ว่าเตือน โดยให้เราไปตั้งค่าที่เมนูหัวข้อ General แล้วเลือกช่อง HDMI ที่เราใช้เสียง 4K Ultra HD Blu-ray Player แล้วให้เลือกเปิด HDMI Ultra HD Deep Colour ตัวเครื่องจะรีบูทตัวเอง 1 ที เพียงเท่านี้ทีวีของท่านก็จะรองรับ 4K HDR ผ่านทางช่อง HDMI ได้อย่างสมบูรณ์ ตั้งค่าเพียง 1 ครั้ง ก็ใช่ได้ตลอดไป ไม่ต้องกลับมาตั้งซ้ำ

โหมดภาพสำเร็จรูปซึ่งโหมด Cinema, Expert (Bright), และ Expert (Dark)  ให้สมดุลแสงขาวได้ใกล้เคียงค่าอ้างอิงความถูกต้องมากที่สุด

ใช้โหมด Expert ISF (Bright) ในการปรับภาพ ค่า Pre-Calibrated ก่อนปรับภาพก็อยู่ในเกณฑ์พอใช้ได้อยู่

ปรับ White Balance แบบ 20 จุดอย่างละเอียด ทำให้สมดุลแสงขาวดีขึ้นมาก ส่วนการปรับขอบเขตการแสดงเขตสีของแม่หลักและแม่สีรองก็ทำได้อยู่ประมาณ 98% ของมาตรฐาน REC 709

* หมายเหตุว่าหากปรับค่าอย่าง White Balance 20 จุด แบบหนักหน่วงจนเกินไป จะส่งผลให้การแสดงผลภาพภาพติดเรื้อนบ้าง จึงแนะนำว่าหากท่านเป็นผู้ใช้งานทั่วไป ให้ใช้โหมดภาพสำเร็จรูปอย่าง Cinema หรือ Expert ISF (Bright) ก็เพียงพอแล้ว ไม่ต้องไปยุ่งกับเมนูปรับค่า White Balance จะดีที่สุด

โหมดภาพสำเร็จรูปในสำหรับคอนเทนต์ HDR
โหมดที่ให้ค่าสมดุลแสงขาวหรือ White Balance ได้เที่ยงตรงที่สุด = Cinema
โหมดที่ให้ค่าความสว่างได้สูงที่สุด = Cinema Home

สำหรับการรับชมคอนเทนต์ HDR จะแนะนำโหมดภาพ HDR 2 แบบด้วยกัน โหมดแรกได้แก่โหมด Cinema เพราะให้ค่า White Balance ได้เที่ยงตรงที่สุดการรับชมคอนเทนต์ 4K HDR จะอ้างอิงการแสดงขอบเขตของสีด้วยมาตรฐาน DCI P3 (มาตรฐานเดียวกับโรงหนัง) ซึ่ง 55UJ652T จะทำได้ประมาณ 80% ของมาตรฐานนี้ ส่วนโหมดภาพ HDR ที่ให้ค่า Peak Brightness เพื่อแสดงเอฟเฟกต์ภาพ HDR ได้เจิดจรัสที่สุดได้สูงสุดได้แก่โหมด Cinema Home จะได้ราวๆ 571 nits ทว่าก็ยังไม่ถึงเกณฑ์ของ Ultra HD Premium ซึ่งกำหนดไว้ที่ 1000 nits อยู่ดี ซึ่งก็ไม่แปลกอะไรเพราะส่วนใหญ่จะต้องพวกทีวี 4K ตัวท็อป Series 9 เท่านั้น หรือพวกจัดเรียงหลอดไฟแบบ Full LED จึงสามารถแสดงภาพสว่างจนทะลุมาตรฐาน  

แผ่น 4K Ultra HD และ แผ่น Blu-ray Discs  ที่ใช้ทดสอบในครั้งนี้ จัดว่าเป็นเซ็ตใหม่ผสมของเก่าที่คุ้นเคยใช้อ้างอิงเป็นประจำ

เริ่มจากแผ่น 4K Ultra HD Blu-ray เรื่อง X-Men Apocalypse แผ่น 4K อันดับต้นๆในใจผม ฉากรวมพลเหล่าพระเอกนางเอกในการช่วยรุมสกรัมตัวร้ายอย่างเจ้า Apocalypse คุณภาพโดยรวมจัดว่าไม่หนีจากรุ่นปีที่ผ่านมาอย่าง UH650T มากนัก ผิวหน้าคนมีความเข้มแต่ก็คงความถูกต้องเป็นธรรมชาติไว้ได้อยู่ ความสว่างของภาพอยู่ในเกณฑ์พอประมาณ มิได้รุกเร้า แสงแฟลชแปร๊ปๆจากการยิงพลังสายฟ้าฟาดของนางเอกสาวอย่าง Storm ก็มีเอฟเฟกต์ HDR ให้เห็นกล้อมแกล้มจนชื่นใจอยู่บ้าง ซึ่งโดยปกติ 4K HDR TV รุ่นประหยัดที่มีระดับความสว่างและสีสันอยู่ในระดับเริ่มต้นก็จะแสดงเอฟเฟกต์ของ HDR ได้อยู่ในระดับพอประมาณเท่านั้น จึงมิได้คาดหวังอะไรมากนักกับเจ้า UJ652T

ทดสอบเอฟเฟกต์ HDR จากหนังเรื่อง X-Men : Apocalypse จัดว่ามีแสงแปล็ปๆยิงเข้าหาเราแบบพอเป็นกระษัย ใหอุ่นใจว่าเจ้าฟีเจอร์ HDR นี่มีผลต่อภาพอยู่บ้าง

หลังจากนั้นทดสอบเรื่อง Lucy แบบ 4K HDR นำแสดง แม่สาวทรงสะบึม Scarlett Johanson เรื่องนี้อาจจะไม่มีแสงไฟเรืองรองให้ทดสอบคามเจิดจรัสมากนัก ทว่าจะได้ทดสอบความถูกต้องของ Skin Tone หรือสีผิวของคน คาแรกเตอร์ภาพของ IPS นั้นจะออกแนวเข้มข้นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ซึ่งถึงแม้เป็นเพียงแค่ขอโครงสร้าง RGBW รุ่นประหยัดก็ตาม แต่ก็ได้ DNA ความเป็น IPS มาค่อนข้างชัดเป๊ะ ใบหน้าของเจ๊แกจัดว่าเป็นสีเนื้ออมชมพูแบบ “ติดเข้ม” เล็กน้อยซึ่งจะตรงกันข้ามกับพาแนลของคู่แข่งร่วมประเทศที่จะเป็นแนว “เปิดโปร่ง” ฉะนั้นหากมองถึงข้อดีของแนวภาพแบบเข้มข้นก็คือจะถ่ายทอดอารมณ์ของหนังให้มีอรรถรสขึ้นได้

หนังเรื่องนี้มักมีฉากพวกลูกกระจ๊อกใส่เสื้อสูทชุดดำเสนอหน้าออกมาให้โดนนางเอกกระทืบจนม้ามแตกบ่อยครั้ง ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ควาทนทานของม้าม แต่อยู่ที่เสื้อสูทสีดำที่รายละเอียด อาทิ ปกเสื้อ รอยยับ มักถูกความดำจมกลืนหายไป ขอแปนะนำให้เพิ่มระดับ Brightness ไปอีกซัก 5 หน่วย สิ่งที่ซ่อนเร้น..ซึ่งเราควรต้องเห็นก็จะค่อยๆผุดออกมาให้เราได้เชยชม ส่วนระดับความดำของภาพนั้นขอใช้คำว่าอยู่ในเกณฑ์ปานกลางเท่านั้น การเปิดฟีเจอร์ LED Local Dimming ใน “ระดับต่ำถึงกลาง” จะช่วยเรื่องการแสดงสีดำให้มืดสนิทเฉพาะจุดได้อดีอยู่พอประมาณ ส่วนการเปิดระดับสูงหลอดไฟ LED จะเปิดๆปิดๆหรีๆด้วยความรวดเร็วเกินไป จะทำให้ภาพดูวูบวาบไม่เป็นธรรมชาตินัก

สีผิวหน้าของ Lucy ในโหมด Expert ISF : Bright Room

มาดูแผ่น Blu-ray แบบปกติกันบ้าง ผมใช้แผ่น WWE – Summerslam 2016 ซึ่งผมเองเป็นติ่งมวยปล้ำมาอย่างช้านาน ดูตั้งแต่สมัย UTV / UBC นู้นแหละ จะเรียกได้ว่าอ้างอิงสีผิวของ The Rock ตั้งแต่สมัยยังหนุ่มยังแน่นผิวกายเต่งตึง มาจนช่วงนมเหี่ยวยับ และกลับมาฟิตกล้ามเต่งตึงได้อีกครั้ง (ฮา) โดยแผ่นมีความละเอียดแบบ 1080 โดยรวมภาพสว่างกว่าแผ่นหนังทั่วๆไป โดยแมตช์ที่ใช้ทดสอบคือ Randy Orton VS Brock Lesnar แมตช์การปล้ำคู่นี้จัดว่าดุเดือดเลือดพล่านมาก ด้วยคาแรกเตอร์ภาพที่ติดเข้มเล็กๆ ส่งผลให้อารมณ์ร่วมมีความเข้มข้นเพิ่มขึ้นไปอีกหนึ่งสเต็ป ไม่ว่าจะเป็นผิวกายของนักมวยปล้ำทั้งสอง ตลอดจนเลือดแดงฉานจากบาดแผลหัวแตกที่หลั่งออกมา ผมว่าการรับชมคอนเทนต์ความละเอียด Full HD – SDR นี่ UJ652T ก็ทำได้ดี มิได้ด้อยกว่าทีวี 4K รุ่นเริ่มต้นของค่ายอื่นเลย

ฉากที่ Randy Orton สยายปีกตอนเปิดตัวก่อนโดน Brock Lesnar กระทืบจนเลือดสาดจนแพ้ไปในที่สุด

ซัดกันนัวเนีย สุดท้ย Brock Lesnar ชนะไปเพราะเล่นกระทืบเขาจนเลือดโชกหัวปล้ำต่อไม่ได้

ทดสอบภาพเคลื่อนไหว

ใครไม่อ่านย่อหน้านี้ถือว่า “ผิดมหันต์” เพราะหากเซ็ตค่า TruMotion ผิด ทีวีจากราคาสามหมื่นอาจเหลือเพียงสามพันได้ (ฮา) เพราะฟีเจอร์การแทรกเฟรมภาพอย่าง TruMotion จะถูกเปิดอัตโนมัติในโหมดภาพสำเร็จรูปที่เรามักใช้กันเป็นประจำ อย่างเช่นโหมด Vivid และ Standard เป็นต้น หากดูคอนเทนต์ 4K แท้ๆ แนะนำว่า “ไม่” ต้องเปิด TruMotion เลยจะดีที่สุด ส่วนคอนเทนต์ HD/ Full HD หากเปิด TruMotion ระดับ Clear หรือ Smooth ภาพเคลื่อนไหวเร็วๆจะมีวุ้นเรืองๆขึ้นตามตัวละครและวัตถุที่เคลื่อนไหว จึงเป็นระดับที่ “ไม่แนะนำ” อย่างแรง ขอให้ปิดไปเลย อย่าริอาจใช้มัน ในความเป็นจริงให้เลือก TruMotion ปิดเป็น Off ไปเลยก็ได้ ภาพเคลื่อนไหวแบบปกติทั่วไปไร้กำลังเสริมก็พอใช้ได้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ถ้าหากอยากให้ภาพเคลื่อนไหวลื่นไหลขึ้นอีกซักนิด แนะนำให้ปรับ TruMotion เป็นระดับ Custom และเพิ่ม De-Judder หรือลดอาการสะดุดให้เป็น 2 ภาพก็จะลื่นไหลเป็นธรรชาติขึ้น ไม่มีวุ้นเรืองตามขอบมากวนใจ ให้ความสมดุลระหว่างความลื่นไหลและคงความเป็นธรรมชาติของภาพไว้ได้ดี

TruMotion

ดูคอนเทนต์ 4K = ปิด
ดูคอนเทนต์ HD / Full HD = ปิด หรือ เปิดแบบ Custom และปรับ De-Judder เป็น 2

หากดูคอนเทนต์ HD / Full HD ให้ปิด TruMotion เป็น Off ไปเลย
หรือยอากให้ลื่นไหลขึ้นอีกนิด ให้เลือกเป็นระดับ Custom แล้วปรับ De-Judder = 2

ทดสอบ Input Lag

สำหรับการเล่นเกมส์นั้น ค่าที่สำคัญที่สุดที่เราควรรู้เอาไว้คือค่า Input Lag หรือค่าการดีเลย์ที่ทีวีจะตอบสนองต่อคำสั่งจากจอยเกมส์ของเรา ยิ่งค่าต่ำ = ยิ่งดี แปลว่าทีวีตัวนั้นตอบสนองไว ตัวอย่างเช่น เวลาเรากดปุ่ม “ยิง” บนจอย ภาพบนจอก็จะตอบสนอง “ยิง” ให้ไวสมใจอยาก ไม่มีอาการหน่วงให้สังเกตเห็น โหมดภาพที่แนะนำคือโหมด Game ซึ่งชื่อก็บอกโต้งๆไว้ตรงตัวอยู่ วัดด้วยเครื่องมือของ Leo Bodnar ก็ได้อยู่ที่ 18.8 ms ซึ่งถือว่าเร็วมาก (ตามมาตรฐานค่าควรไม่สูงเกิน 30 ms = ดีเยี่ยม) ส่วนโหมดภาพอื่นๆเช่น Expert ISF ก็จะอยู่ประมาณ 120 ms ก็ค่อนข้างดีเลย์พอสมควร ฉะนั้นหากจะเล่นเกมส์กับ LG 55UJ652T ก็ขอแนะนำโหมด Game เท่านั้น

สรุปเรื่องภาพ

หากผมจะบอกว่าเป็น Series 6 ภาพก็จัดอยู่ในคลาสของ Series 6 แบบชัดเจน กล่าวคือเด่นกว่าพวก Full HD ซีรีส์ 5 แต่ก็ยังมิอาจเทียบชั้นพวก Super UHD ซีรีส์ 8 ได้อยู่ดี ผมจึงกล้าฟันธงให้เลยว่ามันอยู่ระดับนี้จริง ผมลองตั้งทีวีเทียบเรียงกันแล้วก็เห็นความต่างอย่างชัดเจนทั้งเรื่อง สีสัน ความสว่าง มุมมอง และความเจิดจรัสของ HDR ฉะนั้นหากท่านจะเล่น UJ652T นี้ก็ขอให้รับทราบไว้ว่า คุณภาพของภาพคือรุ่นประหยัด จัดว่าดูได้ไร้ซึ่งข้อกังขา ให้ภาพโดยรวมได้คุ้มกับเงินที่จ่ายไป สไตล์ภาพจะคล้ายคลึงกับ UH650T เมื่อปีก่อน ทว่าจะได้ความสว่างอัพเกรดเพิ่มขึ้นให้ไบรท์ขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย

Sound – เสียง

มาทดสอบคุณภาพเสียงกันบ้าง LG 55UJ652T ตัวนี้ให้ลำโพงกำลังขับแบบ 20 Watts พร้อมโหมดเสียงสำเร็จรูปไม่ว่าจะเป็น Standard, Cinema, Clear Voice II, Music, และ Game มาให้ โดยโหมดที่ผมฟันธงแล้วว่าดีที่สุดคือโหมด Standard นั่นเอง เพราะให้สมดุลเสียงดีเยี่ยม ไม่มีเสียงย่านไหนไปกลบอีกย่านจนมิดรายละเอียดหาย คุณภาพเสียงจัดว่าดีเกินคาด เป็นทีวีระดับกลางที่ให้คุณภาพเสียงเกินหน้าเกินตา ทดสอบจากเพลงรักโหยหวนอย่าง Look what you have done to me โดย Boz Scaggs Feat. David Foster เสียงร้องนั้นมีเนื้องมีหนังอิ่มฉ่ำ เสียงกลองมีน้ำหนักเต่งตึง เสียงกีตาร์พลิ้วไหวสำแดงความอิ่มแน่นได้พอประมาณ ถัดมาลองเพลง Radioactive สุดเร้าใจของวง Imagine Dragons ดูบ้าง เสียงร้องยังมีน้ำหนักไม่แหบแห้งเช่นเคย ความชัดเจนนั้นอาจจะมีขุ่นมัวบ้างตามประสาลำโพงทีวี ส่วนจังหวะฮุกสุดท้ายที่ทั้งกลอง กีตาร์ พร้อมเสียงแหกปากร้องดังขึ้นมาพร้อมกัน ก็จะออกลูกมั่วหน่อยๆ แต่ก็คงความมันส์ไว้ได้ดี ! (หากเอาอยู่จริงต้องลำโพงแยกชิ้นหลานแชนแนลเท่านั้น) แต่โดยรวมแล้วในราคานี้ผมยกให้คุณภาพเสียงอยู่ “แนวหน้า” ของทีวีความละเอียด 4K รุ่นเริ่มต้น ใช้ดูหนัง ดูรายการทีวีทั่วไปได้อย่างไม่ตะขิดตะขวง

โหมดเสียงสำเร็จรูปมีให้เลือกใช้แมตช์ตามประเภทคอนเทนต์ที่รับชม
แต่ฟันธงให้ว่าโหมด Standard ก็ยังดีที่สุดอยู่
ส่วนพวกโหมดเสียง Surround รอบทิศทางไม่แนะนำให้เปิด 
เพราะถึงแม้จะกังวานขึ้นแต่เนื้อเสียงจะบางลงอย่างชัดเจน

เพลง Radioactive สุดมันส์จากวง Imagine Dragons

เพลง Look What You have Done To Me จาก Boz Scaggs 
จากแผ่น HITMAN : David Foster & Friends

Extra – เพิ่มเติม

ระบบ Smart TV ของ LG นั้น ยังคงสานต่อความสำเร็จจากระบบปฏิบัติการ webOS อยู่ มาคราวนี้ก็อัพเกรดตัวเองจากเวอร์ชั่น 3.0 เป็นเวอร์ชั่น 3.5 พร้อม Magic Remote ตัวเก่งที่มีการใช้งานแบบ “แอร์เมาส์” พร้อม “ลูกศร” บอกตำแหน่งโชว์บนหน้าจอทีวี มีแอพพลิเคชั่นให้ดาวน์โหลดพอประมาณ ทีเด็ดสุดผมยกให้ Netflix แอพดูซีรีส์และหนังของต่างประเทศ ที่มีซีรีส์ความละเอียด 4K พร้อม HDR ติดมาให้ด้วย ส่วนแอพวีดีโอคอนเทนต์หลักๆก็ยังร่วมเสนอหน้ากันมาอย่างพร้อมเพียงเช่นคย อาทิ YouTube, MonoMaxx, Google Movies, Amazon ส่วนพวกเกมส์ก็จะออกแนวไม้ประดับซักหน่อย เล่นได้พอขำๆ

webOS 3.5 มีลูกเล่นปลีกย่อยเพิ่มเติมขึ้นมาหลายจุดอยู่ ได้แก่

  • การรับชมคอนเทนต์ VR แบบ 360 องศา
  • การเล่นไฟล์เพลงจาก USB ในขณะที่เปิดช่องรายการต่างๆอยู่ ตลอดจนดูเนื้อร้อง (ไฟล์ต้องมีเนื้อร้อง)
  • การเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือด้วยแอพ LG TV Plus
  • ฟีเจอร์ซูมภาพแบบแว่นขยาย โดยสามารถบันทึกรายการไปในตัว
  • Magic Link ที่จะช่วยค้นหาและดึงวีดีโอคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับรายการดิจิตอลทีวีที่เรารับชมอยู่มาจัดแสดงให้เราเลือกรับชมเพิ่มเติม

หน้า Home หลักของ webOS 3.5

มี LG Content Store ให้โหลดแอพส์กันในนี้

หนังตัวอย่างจากแอพ YouTube

Monomaxx แอพวีดีโอคอนเทนต์ของไทยเอง

แอพ Amazon มีหนังใหม่อัพเดทเยอะอยู่พอตัว

เกมส์ที่มีให้เลือกดาวน์โหลดจะออกแนวเกมส์ไม้ประดับ เล่นขำๆพอแก้เซ็งได้

Conclusion – สรุป

ข้อดี

1. webOS 3.5 ลูกเล่นเยอะและแพรวพราว สารพัดประโยชน์จริงๆ
2. รองรับ HDR มาตรฐาน HDR10
3. คุณภาพเสียงจัดว่าอิ่มแน่น ไม่เหือดแห้งเหมือนทีวีรุ่นประหยัดทั่วไป
4. ให้ HDMI มาถึง 4 ช่อง ไม่มีกั๊ก เชื่อว่าเพียงพอต่อการใช้งานแบบทั่วไปและผู้ใช้จำพวกเครื่องเล่นเยอะ !
5. Magic Remote ใช้ควบคุม Smart TV ได้สะดวกรวดเร็วเหมือนเดิม ลองใช้ซัก 1-2 วันแล้วจะคล่องปริ๋อ

ข้อเสีย

1. ขาตั้งทรงกิ่งไม้ ดูโฉบเฉี่ยวก็จริง แต่ก็แอบกินพื้นที่ชั้นวางพอสมควร
2. พาแนลแบบ RGBW ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้างเรื่อง 1:1 Pixel Matching หากนำมาใช้เป็นจอมอนิเตอร์
3. ฟีเจอร์ TruMotion หากเซ็ตไม่ดี กลายเป็นเสียมากกว่าได้ โปรดทำตามข้อแนะนำที่ผมเขียนให้ข้างต้น
4. ไม่แนะนำให้ปรับค่าสมดุลแสงขาวแบบ 20 จุดเพราะภาพจะมีโอกาสเพี้ยน

 

LG 55UJ652T จัดว่ามาสานต่อความสำเร็จของ UH650T เมื่อปีที่แล้ว ให้คุณสมบัติด้านภาพ เสียง และลูกเล่นที่รองรับอนาคตทั้งหมด เรื่องภาพความละเอียดแบบ 4K พร้อมรองรับ HDR คุณภาพอยู่ในเกณฑ์เหมาะสมกับช่วงราคา ดี-ด้อยตามเกรดเลขซีรีส์ของมัน ส่วนคุณภาพเสียงจัดว่าดีเกินคาด อิ่มแน่น มีน้ำหนัก ไม่ก๊องแก๊ง ระบบปฏิบัติการ Smart TV อย่าง webOS 3.5 เป็นเวอร์ชั่นที่อัพเกรดให้สดใหม่ขึ้น ผมขอยกให้เป็น “ไฮไลท์เด็ด” ของซีรีส์ 6 ตัวนี้เลย เพราะช่วยยกระดับความคุ้มค่าให้ทะลุราคาขาย อัดแน่นด้วยตัวแอพส์และฟีเจอร์ลูกเล่นที่ใช้ทั้งวันก็ไม่หมด ที่ให้เป็นทีเด็ดก็เพราะว่าพวก OLED TV ตัวท็อปราคาแพงบรรลัยก็เป็น webOS 3.5 ที่มีฟีเจอร์แบบเดียวเหมือนกันกันเป๊ะ !

ส่วนข้อจำกัดที่ผมอยากให้ระมัดระวังมากที่สุดก็คือเรื่องของดีไซน์ขาตั้งแบบกิ่งไม้ซึ่งปีนี้ก็ถ่างออกข้างกว้างซะเหลือเกิน จนในหลายๆทีที่โต๊ะหรือชั้นวางทีวีที่บ้านมักจะกว้างไม่พอ ฉะนั้นต้องตรวจสอบทั้งตัวเครื่องและชั้นวางของเราให้ดีก่อนซื้อ อีกจุดก็จะเป็นเรื่องการตั้งค่าภาพทั้ง LED Local Dimming และ TruMotion แทรกเฟรมภาพ หากเซ็ตค่าผิด ชีวิตเปลี่ยนทันที โปรดทำตามคำแนะนำในรีวิวหน้า 2 แล้วจะพบความสุขจากการเสพภาพ เอาเป็นว่าภายใต้งบประมาณที่จำกัด และอยากได้ทีวีความละเอียด 4K HDR ที่พรุ่งพรูไปด้วยฟีเจอร์สารพัดนึก พร้อมรองรับอนาคตทุกรูปแบบ ฟันธงให้ว่า LG UJ652T เป็นตัวเลือกที่ให้ความ “คุ้มค่าสูง” สามารถยืน “เสนอหน้า” ได้อย่างไม่อายใคร !

LG 55UJ652T : 4K HDR LED TV
ราคาเปิดตัว 38,990 บาท

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification

Leave your email and we will notify as soon as the product/variant is back in stock

is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้