รีวิวควบ Samsung HW-Q990B & HW-Q930B Dolby Atmos Soundbar 2 รุ่นท็อป ประจำปี 2022

HW-Q990B และ HW-Q930B ซาวด์บาร์ตัวท็อป และรองท็อป ประจำปี 2022 ของ Samsung โดยจะมาเป็นชุดลำโพง Soundbar + Subwoofer + Surround เมื่อแกะกล่องติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดแล้ว ก็พร้อมถอดรหัสเสียงรอบทิศทางยุคใหม่อย่าง Dolby Atmos และ DTS:X
มาดูกันว่ารุ่นใหม่อัพเกรดเพิ่มเติมคุณสมบัติ และให้ผลลัพธ์การใช้งานโดดเด่นเพียงใด เมื่อเทียบกับรุ่นปีที่แล้วครับ
Design – การออกแบบ

รูปลักษณ์ภายนอกของ Q990B และ Q930B อิงดีไซน์แบบเดียวกัน หากไม่ได้ตั้งวางเทียบกัน มองเผิน ๆ อาจนึกว่าเป็นรุ่นเดียวกัน จุดที่พอสังเกตได้ คือ ขนาด ทั้งลำโพงซาวด์บาร์และลำโพงซับวูฟเฟอร์ของรุ่นท็อป Q990B จะใหญ่กว่า
แน่นอนในส่วนของสเปค ตัวขับเสียงและภาคขยายก็มีจำนวนที่แตกต่างกัน หากนับเป็นจำนวนแชนเนล Q990B จะให้ได้เท่ากับ 11.1.4 ch มากกว่า Q930B ที่ 9.1.4 ch ความสามารถในการเติมเต็มบรรยากาศเสียงภายในห้อง รุ่นท็อป จึงทำได้ครอบคลุมกว่า
เปรียบเทียบลำโพงซาวด์บาร์รุ่น Q990B (หน้า) และ Q930B (หลัง) จะเห็นว่ารุ่นท็อปมีขนาดที่ใหญ่กว่า ! น้ำหนักก็แตกต่างกันอยู่ 2.3 กก. (7.7 กก. เทียบกับ 5.4 กก.) อันมีที่มาจากตู้ลำโพง รวมถึงขนาดและจำนวนตัวขับเสียง (Speaker Drivers) ที่มากกว่านี่เอง

ลำโพงซับวูฟเฟอร์แม้ทั้งคู่จะติดตั้งวูฟเฟอร์ขนาด 8 นิ้ว เท่ากัน แต่ในส่วนของดีไซน์ ทั้งขนาดตู้ลำโพงและรูปลักษณ์ภายนอกมีความแตกต่างกันพอสมควร โดยซับวูฟเฟอร์ในชุด Q990B (ขวา) จะดูใหญ่กว่าเล็กน้อย

ด้านข้างตู้ลำโพงซับวูฟเฟอร์ ในรุ่น Q990B (ขวา) จะออกแบบให้มีโครงสร้างแผ่นแข็งบังวูฟเฟอร์ขนาด 8 นิ้ว ไว้ ในขณะที่รุ่น Q930B (ซ้าย) ครอบปิดด้วยหน้ากากหุ้มผ้าแบบที่เราคุ้นเคยกันดีกับลำโพงซับวูฟเฟอร์ส่วนใหญ่
ลำโพงเซอร์ราวด์หลังมีรูปทรงที่แตกต่างจากรุ่นปีที่แล้ว ในแง่ศักยภาพไม่ต่างกันนัก ส่วนความแตกต่างระหว่างรุ่นท็อป และรุ่นรอง มองเผิน ๆ จะดูคล้ายกันมาก เพราะมิติตัวตู้เท่ากันเป๊ะ (ซ้าย Q990B, ขวา Q930B)

ความต่างที่สังเกตได้ คือ ลำโพงเซอร์ราวด์ในชุด Q990B (ซ้าย) จะเพิ่มเติมตัวขับเสียงที่ด้านข้าง พร้อมภาคขยายอีก 1 ชุด ในขณะที่ Q930B (ขวา) จะติดตั้งตัวขับเสียงเฉพาะด้านหน้า และด้านบน

ลักษณะของลำโพงเซอร์ราวด์หลังในชุด Q990B จึงทำหน้าที่คล้ายลำโพง Bi-pole ที่ควบรวม Dolby Atmos Enabled Speakers ไว้ด้วยกัน สามารถยิงเสียงออกไปได้ถึง 3 ทิศทาง ! (คุณสมบัติเหมือนกับลำโพงเซอร์ราวด์ในรุ่น Q950A ตัวท็อปของปีที่แล้ว) การเติมเต็มบรรยากาศเสียงโอบล้อมภายในห้องจึงกว้างขวางกว่า Q930B อย่างไรก็ดีแชนเนลลำโพงที่ยิงเสียงออกด้านข้างนี้ จะทำงานร่วมกับโหมดจำลองเสียง (Up-mixed) เท่านั้นครับ

ทั้ง Q990B และ Q930B ที่ลำโพงซาวด์บาร์ติดตั้งปุ่มควบคุมที่ด้านบนเช่นเดียวกับรุ่นก่อน ๆ แต่เปลี่ยนวัสดุห่อหุ้มลำโพงเป็นตะแกรงเจาะรูแทนการหุ้มผ้าแบบรุ่นก่อน (Q950A)

หน้าจอพร้อมไฟบอกสถานะย้ายตำแหน่งจากรุ่นก่อน (Q950A) ที่อยู่ด้านบน ลงมาอยู่ด้วยกันที่ด้านหน้าในตำแหน่งที่ควรจะเป็น จึงใช้ประโยชน์ได้ดีกว่าเดิม อย่างไรก็ดีด้วยขนาดจอบอกสถานะที่ไม่ใหญ่ จำนวนตัวอักษรไม่มาก เมื่อมองลอดผ่านรูตะแกรงเข้าไปอาจต้องเพ่งนิดนึง แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นปัญหาครับ

ทั้ง 2 รุ่น ใช้รีโมทคอนโทรลแบบเดียวกัน อิงดีไซน์ดูคล้ายคลึงกับรีโมททีวี แต่ยังเป็นแบบใส่แบตเตอรี่ AAA (ไม่ใช่โซล่าร์เซลชาร์จแบตในตัว)
Connectivity – ช่องต่อ

Q990B ให้ช่องต่อหลักอย่าง HDMI 2.0 Out 1 ช่อง รองรับ eARC/ARC และ HDMI 2.0 In จำนวน 2 ช่อง

Optical In ของ Q990B จะย้ายตำแหน่งไปอยู่อีกฝั่ง ไม่ได้อยู่รวมกับ HDMI เหมือนรุ่นก่อน

ส่วน Q930B จะมี HDMI In เพียงช่องเดียว นอกนั้นเหมือนกับ Q990B
หมายเหตุ: การเปลี่ยนช่องสัญญาณ ทำได้โดยการกดปุ่ม Source (Input) ที่ซาวด์บาร์ (ปุ่มวงกลม) หรือที่รีโมทซ้ำ ๆ โดยไล่วนจาก eARC > HDMI1 > HDMI2 > WiFi > BT > D.IN

ทั้ง Q990B และ Q930B รับสัญญาณเสียงแบบไร้สาย ผ่าน Bluetooth (SBC) และ Wi-Fi ได้ แต่สิ่งที่เด็ดกว่ารุ่นก่อนหน้า คือ รองรับสัญญาณเสียงรอบทิศทางขั้นสุด อย่าง Dolby Atmos ในแบบไร้สาย ! โดยการเชื่อมต่อแบบพิเศษนี้จำเป็นต้องใช้งานร่วมกับทีวีของ Samsung ประจำปี 2022 รุ่นที่รองรับเท่านั้น (ในภาพอ้างอิงกับ 2022 Neo QLED 8K 85QN900B)
Features – ลูกเล่นพิเศษ
ดังที่เกริ่นไปแล้วว่า หากใช้งาน Q990B/Q930B ร่วมกับทีวีของ Samsung ประจำปี 2022 ทางเลือกในการเชื่อมต่อสัญญาณเสียง Dolby Atmos จะไม่ได้มีแค่ HDMI eARC เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการเชื่อมต่อแบบไร้สาย (Wi-Fi) ด้วย พิสูจน์ด้วยการเล่นแอพ Netflix ร่วมกับ 85QN900B พบว่า Q990B/Q930B รับสัญญาณเสียง Dolby Atmos แบบไร้สายได้ เสียงไม่ดีเลย์ ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับการเชื่อมต่อสาย HDMI eARC

อีกหนึ่งคุณสมบัติพิเศษเมื่อใช้งาน Samsung Soundbar ร่วมกับ Samsung TV (รุ่นที่รองรับ) คือ “Q-Symphony” เป็นการประสานเสียงของลำโพงทีวี และลำโพงซาวด์บาร์เข้าด้วยกัน (เสียงออกทั้งคู่) รองรับการเชื่อมต่อทั้งแบบใช้สาย (eARC) และไร้สาย (Wi-Fi)

ประโยชน์ที่ได้จากการใช้งานจริง คือ อิมเมจของเสียงจะถูกยกให้สูงขึ้น โดยเฉพาะเสียงสนทนาจะอยู่ที่กลางจอ จะเห็นผลชัดเจนขึ้นในกรณีที่ตำแหน่งติดตั้งซาวด์บาร์ต่ำกว่าจอทีวีมาก ๆ ทว่าผลลัพธ์ด้านเสียงจะแตกต่างไปตามรุ่นของทีวีที่จับคู่ใช้งานด้วย ทีวีรุ่นสูง ๆ จะได้เปรียบกว่าในเรื่องของน้ำหนักเสียง ความรู้สึกแปลกแยกแตกต่างจากซาวด์บาร์น้อยกว่า ไปจนถึงตัวช่วยจากลำโพงทีวีที่มีตัวขับเสียงติดตั้งที่ส่วนบนของจอภาพอย่าง 85QN900B มีส่วนเพิ่มบรรยากาศเสียงด้านสูงให้เด่นชัดขึ้น
Q990B มีฟีเจอร์ที่เรียกว่า Auto (Subwoofer) EQ ซึ่งจะดำเนินการปรับแต่งย่านเสียงของลำโพงซับวูฟเฟอร์ โดยอาจจะช่วยลดทอนปัญหาเสียงความถี่ต่ำ (เบสบวม) จากข้อจำกัดเรื่องจุดตั้งวางให้เบาบางลง อย่างไรก็ดีฟีเจอร์นี้จะไม่ครอบคลุมถึงการบาลานซ์ระดับเสียงของลำโพงแต่ละแชนเนล และลำโพงซับวูฟเฟอร์ กรณีที่ต้องการให้เสียงกลมกลืนสอดประสานกันทั้งหมด ผู้ใช้ยังคงต้องดำเนินการปรับชดเชยในจุดนี้ด้วยตนเอง

หากจริงจังเรื่องการบาลานซ์ระดับเสียงของลำโพงแต่ละแชนเนลให้กลมกลืนสอดประสานกัน แนะนำให้ใช้แผ่นอ้างอิง อย่าง Dolby Atmos หรือ DTS:X Demo Disc ร่วมกับ Sound Level Meter
ซึ่งการชดเชยระดับเสียงของลำโพงแต่ละแชนเนล สำหรับ Q990B/Q930B ทำได้โดยกดปุ่ม Settings (รูปฟันเฟือง) ที่รีโมทซ้ำ ๆ แล้วสังเกตหน้าจอบนซาวด์บาร์ จะเจอ
CENTER LEVEL, SIDE LEVEL, FRONT TOP LEVEL, REAR LEVEL, REAR TOP LEVEL, REAR SIDE LEVEL สามารถปรับชดเชยได้ตั้งแต่ -6 ถึง +6
ส่วนระดับเสียงของซับวูฟเฟอร์กำหนดได้โดยตรงที่ปุ่มปรับ Woofer Level บนรีโมท สามารถปรับชดเชยได้ตั้งแต่ -12 ถึง +6

Q990B/Q930B สามารถเลือกรูปแบบการถอดรหัสเสียงได้ 4 แบบ โดยกดที่ปุ่ม Sound Mode บนรีโมทซ้ำ ๆ หรือเลือกผ่านหัวข้อ Sound Mode ในเมนู Samsung TV ก็ได้ (ต้องเชื่อมต่อซาวด์บาร์กับทีวีก่อน)
Standard จะเป็นรูปแบบการถอดรหัส “Direct Decoded” คือ ต้นฉบับเป็นอย่างไรระบบก็ถอดรหัสเสียงไปตามนั้น หากสัญญาณต้นทางเป็น Stereo เสียงก็ออก 2.1 ถ้าต้นฉบับบันทึกมา 5.1 เสียงก็ออก 5.1 เป็นต้น
แต่จะมีข้อสังเกต คือ กรณีฟอร์แมตเสียง Object-based Audio อย่าง Dolby Atmos/DTS:X การถอดรหัสในแบบ Standard ของ Q990B/Q930B จะได้เสียงรอบทิศทางแบบ 7.1.4 แชนเนล กล่าวคือ ลำโพงที่ยิงเสียงออกด้านข้าง Front Wide (Q990B, Q930B) และ Surround Wide (Q990B) จะไม่มีเสียงออกมา
กรณีที่ต้องการให้ลำโพงที่ยิงเสียงออกด้านข้างทำงาน +Front Wide (Q990B, Q930B), +Surround Wide (Q990B) จะต้องเปิดใช้โหมดจำลองเสียง (Up-mixing) อย่าง Surround, Game และ Adaptive Sound ซึ่งให้ลักษณะการปรุงแต่งเสียงต่างกัน เลือกได้ตามแต่รสนิยมครับ
Picture – ภาพ
HDMI In/Out ของ Q990B และ Q930B เป็นเวอร์ชัน 2.0 เมื่อเชื่อมต่อกับ 4K HDR Blu-ray Player อย่าง Oppo UDP-203/205 จะสามารถ Pass-through สัญญาณภาพ HDR ได้ครบทั้ง HDR10+ และ Dolby Vision* โดยรองรับที่ความละเอียดสูงสุด 4K 60Hz (ซึ่งเป็นความละเอียดสูงสุดของแผ่นบลูเรย์ภาพยนตร์ในปัจจุบัน)
*หมายเหตุ: อ้างอิงกับ Oppo 4K HDR Blu-ray Player ทั้งนี้ทีวีต้องรองรับระบบภาพดังกล่าวด้วย จึงจะแสดงผลได้

อย่างไรก็ดี หากทำการเชื่อมต่อเครื่องเล่นเกม ผ่าน HDMI In ของ Q990B/Q930B ยังไม่สามารถ Pass-through 8K 60Hz หรือ 4K120Hz และ VRR หากต้องการ แนะนำให้เชื่อมต่อสัญญาณภาพจากเครื่องคอนโซล/พีซี ตรงเข้า HDMI 2.1 In ของทีวี แล้วเชื่อมต่อเสียงกับ Soundbar ทาง eARC หรือ Wi-Fi แทนครับ (ในภาพเชื่อมต่อ PS5 เข้าที่ HDMI In ของทีวี 85QN900B แล้ว HDMI eARC เสียงมาที่ Q990B)
Sound – เสียง
สำหรับรุ่นท็อป Q990B ในเชิงกายภาพอย่างจำนวนและตำแหน่งจัดวางแชนเนลลำโพง ไม่แตกต่างจากรุ่นก่อน Q950A อย่างมีนัยสำคัญ ในแง่การแจกแจงตำแหน่งทิศทางเสียงจึงคล้ายกันมาก อย่างไรก็ดีความต่างอยู่ที่ “น้ำเสียง” ที่รุ่นใหม่ฟังดูแจ่มแจ้งชัดเจน ความผ่อนปรนน้อยลงฟังดูเปิดเผยมากขึ้น

ในส่วนของลำโพงเซอร์ราวด์ในชุด Q990B คงให้คำแนะนำเช่นเดียวกับรุ่นท็อปปีที่แล้ว ด้วยลักษณะที่คล้ายลำโพงแบบ Bipole/Dipole แม้แชนเนลที่เพิ่มเข้ามาไม่ส่งผลกับการชี้ชัดตำแหน่งทิศทางเสียง Dolby Atmos/DTS:X แต่ก็ช่วยให้มุมกระจายเสียงของลำโพงครอบคลุมพื้นที่รับฟังกว้างขวางขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการติดตั้ง จะจัดวางที่ผนังด้านข้างในตำแหน่งพอดีกับระนาบโซฟา หรือเยื้องไปด้านหลังก็ได้ หรือจะติดตั้งบนผนังด้านหลังจุดนั่งฟังก็ลงตัว
การโท-อิน เอียงหน้าลำโพงเข้าหาจุดนั่งฟังหรือไม่ ไม่ส่งผลมากนักสำหรับลำโพงเซอร์ราวด์รุ่นนี้ แต่ควรเว้นระยะห่างจากจุดนั่งฟังที่เหมาะสม (ยิ่งห่าง บรรยากาศเสียงยิ่งกว้าง) และความสูงของลำโพงจะต้องไม่ต่ำกว่าระดับหู สูงกว่าเล็กน้อยได้ การบาลานซ์ระดับเสียงแชนเนลต่าง ๆ ที่ลำโพงหลังให้ลงตัวสัมพันธ์กับเสียงจากแชนเนลด้านหน้าของซาวด์บาร์ ก็เป็นอีกจุดที่ควรคำนึงถึง
อย่างไรก็ดีแชนเนลลำโพงหลังที่ยิงเสียงออกด้านข้างในชุด Q990B จะทำงานร่วมกับโหมดจำลองเสียงเท่านั้น ข้อสังเกตที่กล่าวไปข้างต้น จึงไม่ส่งผลเมื่อรับฟังในโหมด Standard (Staight Decoded) แนะนำให้ทดลองกับคอนเทนต์ที่กำลังรับฟังอยู่ว่า โหมดเสียงแบบใดให้ผลลัพธ์ที่ถูกใจมากกว่ากันครับ

ลำโพงซับวูฟเฟอร์ แม้ติดตั้งตัวขับเสียงขนาด 8 นิ้ว เท่าเดิม แต่การปรับจูนตัวตู้และจุดอื่น ๆ ส่งผลให้เสียงความถี่ต่ำของ Q990B มีความกระชับหนักแน่นยิ่งขึ้น จะดูหนังหรือฟังเพลงจะได้น้ำได้เนื้อกว่า แต่เช่นเคยว่าการกำหนดระดับเสียงของลำโพงซับวูฟเฟอร์ให้ลงตัวเป็นสิ่งสำคัญ ไม่อย่างนั้นเบสที่บวมอื้ออึงจะทำให้จับโฟกัสเสียงได้ยากและกลบรายละเอียดอันเด่นชัดของย่านเสียงอื่น จึงควรดำเนินการอย่างเหมาะสม
ส่วน Q930B ซึ่งเหมือนเป็นการย่อส่วนรุ่นท็อปลงมา ในแง่คุณสมบัติเรียกว่าใกล้เคียงกันมาก การแจกแจงตำแหน่งทิศทางเสียง 9.1.4 แชนเนล ของ Q930B แม้ย่อหย่อนกว่า 11.1.4 แชนเนล ของรุ่นท็อป Q990B แต่ไม่มากนัก ยิ่งถ้าเน้นรับฟังเสียงต้นฉบับผ่านโหมด Standard (Straight Decoded) ความแตกต่างจากจำนวนแชนเนลของลำโพงหลัง จะไม่มีผลใด ๆ
จุดที่ต้องเอาใจใส่ ด้วยลักษณะแบบลำโพงเซอร์ราวด์ทั่วไป ไม่ใช่ Bipole ตำแหน่งตั้งวางมีส่วนสำคัญ ควรมีระยะห่างจากจุดนั่งฟังและความสูงที่เหมาะสม ทำการเอียงหน้าลำโพงเข้าหาจุดนั่งฟังเพื่อความแม่นยำของมุมกระจายเสียง

เรื่องความแตกต่างของขนาดลำโพงซาวด์บาร์ จะว่าไม่มีผลกับคุณภาพเสียงเลยคงไม่ใช่ ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่าง Q990B และ Q930B คือ ความอิ่มใหญ่ของน้ำเสียง หากฟังเพลงร้อง Q990B จะมีน้ำมีนวลกว่า ย่านเสียงกลางต่ำอิ่มหนากว่า ในขณะที่ Q930B เสียงจะติดบางกว่าเล็กน้อย นอกจากนี้เวทีเสียงเมื่อฟังเพลง และบรรยากาศโอบล้อมเมื่อดูหนัง Q930B จะให้สเกลได้เล็กกว่า แต่โดยรวมยังถือว่าเป็นความต่างที่รับได้ เมื่อเทียบกับความห่างของระดับราคาครับ

สิ่งที่ Q990B และ Q930B ทำได้โดดเด่นเหมือนกัน คือ ลำโพง Up-firing Speakers 4 แชนเนล ครอบคลุมทั้งด้านหน้าและด้านหลังจุดนั่งฟัง มีบทบาทอย่างมากในการเติมเต็มบรรยากาศเสียงด้านสูงจากระบบเสียง Dolby Atmos/DTS:X ได้อย่างโดดเด่น ใครที่อยากสัมผัสระบบเสียงยุคใหม่นี้ แต่มีงบประมาณไม่สูงมาก ซาวด์บาร์ 2 รุ่นนี้ ก็ยังติดโผตัวเลือกให้พิจารณาครับ

Conclusion – สรุป
Q990B ซาวด์บาร์รุ่นท็อปของ Samsung จัดเต็มฟีเจอร์สำคัญอย่างช่องต่อ การถอดรหัสเสียง และจำนวนแชนเนลลำโพง 11.1.4 เท่ากับรุ่นก่อน แต่ปรับปรุงในรายละเอียดปลีกย่อยเพื่อให้การใช้งานสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น โดยรวมยังให้การแจกแจงรายละเอียดเสียงทั้งดูหนังและฟังเพลงได้โดดเด่น ส่วน Q930B อิงรูปลักษณ์และคุณสมบัติเหมือนรุ่นท็อป แต่มีขนาดย่อมกว่าเล็กน้อย จำนวนแชนเนลลำโพง 9.1.4 ดูน้อยกว่า แต่ในแง่การแจกแจงทิศทางเสียงโอบล้อมเมื่อใช้งานจริงย่อหย่อนลงไม่มาก จุดต่างจะเป็นเรื่องของความอิ่มใหญ่ของน้ำเสียงและความหนักแน่น หากมองที่ระดับราคา รุ่นรองถือว่าคุ้มค่าน่าสนใจครับ
ข้อดีของ Samsung HW-Q990B & HW-Q930B
1. ลักษณะการจัดวางตัวขับเสียงอิงดีไซน์เดิมแต่เปลี่ยนจากผ้าหุ้ม มาเป็นตะแกรงเจาะรู พร้อมย้ายตำแหน่งจอแสดงสถานะมาอยู่ด้านหน้า มองเห็นได้ง่ายขึ้น
2. Q990B จำนวนลำโพงรวมทั้งหมด 11.1.4 แชนเนล ช่วยขยายสนามเสียงโอบล้อมครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางกว่า และด้วยขนาดช่วยให้ได้เสียงที่อิ่มใหญ่กว่า ส่วน Q930B แม้จำนวนลำโพงน้อยกว่า 2 แชนเนล เนื่องจากลำโพงหลังไม่มี Side speakers ยิงออกข้าง แต่ถ้าเน้นฟังเสียงต้นฉบับ (Standard – Straight Decoded) ประเด็นนี้จะไม่ส่งผลใด ๆ เสียงโดยรวมย่อหย่อนจากรุ่นท็อปเล็กน้อย
3. ถอดรหัสเสียงครบทั้ง Dolby Atmos/TrueHD, DTS:X/HD-MA จากทาง HDMI In, HDMI eARC และเพิ่มเติมรับสัญญาณ Atmos แบบไร้สายทาง Wi-Fi ได้ (ร่วมกับทีวีที่รองรับ)
4. HDMI 2.0 In สามารถ Pass-through สัญญาณภาพ 4K60p พร้อม HDR10+ และ Dolby Vision, HDMI 2.0 Out รองรับ eARC
ข้อจำกัดของ Samsung HW-Q990B & HW-Q930B
1. ขนาดจอแสดงสถานะไม่ใหญ่มาก เมื่อต้องมองผ่านตะแกรงอาจต้องเพ่งนิดนึง
2. Auto EQ อาจช่วยจัดการเสียงความถี่ต่ำ แต่ยังไม่ครอบคลุมเรื่องของการกำหนดบาลานซ์ระดับเสียงของลำโพงแต่ละแชนเนลและซับวูฟเฟอร์ ให้กลมกลืนกัน (ผู้ใช้ยังต้องปรับเองในจุดนี้)
3. ขนาดที่ใหญ่กว่า (ยาว+สูง+ลึกกว่า) ของ Q990B ต้องการพื้นที่จัดวางมากกว่า Q930B และมีโอกาสบังส่วนล่างของจอทีวีมากกว่า
*คุณภาพเสียงอิงมาตรฐานซาวด์บาร์
ราคาเปิดตัว Samsung HW-Q990B
36,900 บาท
ราคาเปิดตัว Samsung HW-Q930B
26,900 บาท