Skip to content
|

รีวิวจอ Samsung GalaxyNote10Plus สมาร์ทโฟนที่มีจอแสดงผลที่ดีที่สุดในเวลานี้ !!

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 03 Sep 2019 0 comments

หลายคนคงได้อ่านรีวิว Samsung Galaxy Note10+ กันมาแล้วหลายสำนัก รู้จุดเด่น จุดด้อยกันไปเยอะแล้ว ฉะนั้นรีวิวนี้เราจะไม่พูดถึงฟีเจอร์ลูกเล่นพวกนั้น แต่จะมาเจาะกันเรื่องจอแสดงผลของ Samsung Galaxy Note10+ ที่ทาง Samsung ให้คำจำกัดความไว้ว่า “Cinematic Infinity-O Display” นั้นเป็นยังไง?

เจาะลึกจอ Samsung Galaxy Note10+

Note10+ : ขนาดหน้าจอ 6.8″ พร้อมสัดส่วนแบบ 19:9

Samsung Galaxy Note10+ ใช้จอแสดงผลโครงสร้างแบบ Dynamic AMOLED ความละเอียด 3040×1440 = 3K (498ppi) ขณะที่ตัว Note10 มีความละเอียดน้อยกว่า 2280×1080 (401ppi) การแสดงผลของจอทำได้แบบ “ขอบชนขอบ” ไม่เหลือพื้นที่ว่าง และบริเวณด้านบนตรงกลางจอ ได้ฝังกล้องหน้าขนาดเล็กเอาไว้ จุดนี้เป็นที่มาของคำว่า “Infinity-O Display”

**มีข้อแนะนำเล็กน้อยที่คนใช้ Samsung Galaxy Note10+ ยังไม่ทราบ คือ Default Resolution ของจอที่ทางตัวเครื่องตั้งค่าไว้คือ FHD+ ทำให้ความคมชัดของจอ Note10+ ยังไม่ถึงขีดสุด ขอแนะนำว่าให้เปลี่ยนเป็นความละเอียด WQHD+ ภาพจะคมชัดขึ้นอีกระดับ สังเกตได้จากขอบตัวอักษรที่แสดงผลบนจอที่ตัดขอบได้เนียนขึ้น 

จอแสดงผลจนสุดขอบทั้งสี่ด้าน

ใช้จอดีๆ ทั้งทีก็เลือกความละเอียดให้สุดไปเลย

ความโดดเด่นของจอ Dynamic AMOLED คือเม็ดพิกเซลสามารถเปิด/ปิด ปรับความสว่างเองได้ และเมื่อเม็ดพิกเซลแต่ละเม็ดสามารถคุมแสงสว่างได้เองแบบนี้ ภาพบนจอที่แสดงออกมาก็จะโดดเด่นมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะฉากที่มีสีดำเยอะ เช่นฉากกลางคืน ฉากในห้องทึบ อยากให้ลองดูภาพเปรียบเทียบกันระหว่างสมาร์ทโฟนที่มีโครงสร้างแบบ Dynamic AMOLED รองรับ HDR10+ กับอีกแบบคือ LED ธรรมดา จากในภาพตัวอย่างด้านล่าง จะเห็นได้ว่า Samsung Galaxy Note10+ สามารถไล่ระดับสีดำได้อย่างมีมิติ แถมยังคงรายละเอียดในที่มืดไว้ได้ ขณะที่สมาร์ทโฟนที่มีโครงสร้างจอแบบ LED ทำไม่ได้

นอกจากควบคุมระดับสีดำได้ดีเยี่ยมแล้ว ด้านความสว่างก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน เพราะความสว่างนอกจากจะทำให้ภาพ และสีสันบนจอสดใสแล้ว ยังได้ประโยชน์ในการใช้งานในที่แจ้ง เพราะสมาร์ทโฟนที่ยิ่งมีความสว่างสูงก็จะสู้ต่อแสงแดดได้ดีกว่าสมาร์ทโฟนที่มีความสว่างต่ำ ทำให้ผู้ใช้มองเห็นภาพบนจอได้คมชัด ไม่เห็นเป็นฝ้าๆ เทาๆ โดยค่าความสว่างสูงสุดที่วัดได้จากการใช้เครื่องมือวัดคืออยู่ที่ 1105 nits ซึ่งถือว่าสว่างมาก ถือว่าสว่างกว่า OLED TV รุ่นท็อปๆราคาหลักหมื่นหลักแสนในท้องตลาด ณ ปัจจุบันด้วยซ้ำ

บน Samsung Galaxy Note10+ โครงสร้างจอแบบ Dynamaic AMOLED รองรับ HDR10+
ล่างสมาร์ทโฟนโครงสร้างจอแบบ LED ไม่รองรับ HDR

ในสเปค Samsung เคลมไว้ว่ารุ่นนี้สามารถทำ Peak Brightness ได้สูงที่สุดถึง 1,200 nits

*Samsung Galaxy Note10+ จะสามารถแสดงความสว่างสูงสุดได้ก็ต่อเมื่อเลือกเป็น Auto brightness (Adaptive brightness

โดยปกติ Adaptive Brightness จะเปิดออโต้ไว้อยู่แล้ว

อีกปัจจัยหนึ่งที่เป็นตัวชี้วัดว่าจอของสมาร์ทโฟนนั้นดีหรือไม่ ก็คือ “ขอบเขตสี” จอที่มีขอบเขตสีกว้าง ยิ่งสามารถแสดงสีสัน ไล่เฉดสี ได้ดีกว่าจอที่มีขอบเขตสีแคบ ซึ่งจากการวัดค่าขอบเขตสีของ Samsung Galaxy Note10+ โหมดภาพที่มีขอบเขตสีกว้างที่สุดคือโหมด Vivid สามารถแสดงสีสันครอบคลุมถึง 99.9% ของ DCI-P3 ซึ่งเป็นมาตรฐานโรงภาพยนตร์ (กว้างจริง) และ 77.9% ของมาตรฐาน Rec.2020 ส่วนโหมด Natural ทำได้ครอบคลุม 75% ของ DCI-P3 และ 53.8 ของมาตรฐาน Rec.2020 ดังนั้นโหมดภาพก็ขอแนะนำให้ใช้ Vivid ครับ เพราะจอจะสามารถแสดงสีสันได้มากกว่าโหมด Natural

การวัดค่าต่างๆเราใช้วิธีเดียวกับการวัดค่า จอทีวี จอมอนิเตอร์ และเครื่องฉายโปรเจกเตอร์

อุปกรณ์วัดค่าภาพทั้งฮารด์แวร์และซอฟท์แวร์โดย CALMAN | Portrait Display

Chart ของโหมดภาพ Natural

Chart ของโหมดภาพ Vivid ขอบเขตสีไปได้ไกลกว่าเยอะ

การวัดค่าขอบเขตสี และค่า Peak Brightness ใช้อุปกรณ์เฉพาะทาง ส่วนขั้นตอนการวัดก็อ้างอิงจากสถาบันมาตรฐานภาพระดับโลกอย่าง ISF และ THX ดังนั้นค่าที่ออกมาจึงเป็นค่าที่ได้จากจอของ Samsung Galaxy Note10+ จริงๆ 

Imaging Science Foundation หรือ ISF สถาบันมาตรฐานภาพระดับโลก

THX อีกหนึ่งสถาบัยมาตรฐานภาพที่เราใช้อ้างอิงเวลาทดสอบจอภาพ

ตารางสรุปค่าของจอแสดงผล ของ Samsung Galaxy Note10+

โหมดเป็น Vivid จะได้ขอบเขตสีที่กว้างขึ้น สีสดเด้งโดนใจ ส่วนโหมด Natural จะไม่สดเท่า ทว่าได้ความถูกต้องแม่นยำของสีมากกว่า

ประสบการณ์ใช้งานจริง!

ทราบข้อมูล และรายละเอียดของจอ Galaxy Note10+ กันไปแล้ว คราวนี้มาลองทดสอบกันดูว่าเวลาใช้งานจริงจะเป็นยังไง ขอเริ่มจากการดูคอนเทนท์ประเภทวิดีโอกันก่อน ภาพที่จอถ่ายทอดออกมา มีความสดอิ่ม ไล่สีสันได้ดี อย่างกับย่อส่วนทีวีตัวท็อปลงมาอยู่ในมือ โดยเฉพาะวิดีโอแบบ HDR ที่จะโดดเด่นเป็นพิเศษ เพราะมันทำให้ภาพดูดีมีมิติมากขึ้น 

การเปิดคอนเทนท์วิดีโอทั้งหลายไม่ว่าจะสตรีมมิ่ง หรือเป็นไฟล์โหลดลงเครื่องก็ตาม หากเห็นภาพที่ไม่เต็มจอ เราสามารถใช้ฟีเจอร์ Zoom In เพื่อขยายภาพให้เต็มจอได้ เพียงแต่วิธีนี้จะทำให้บางคอนเทนท์โดนตัดภาพบางส่วนออกไป โดยจะตัดมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับอัตราส่วนภาพของวิดีโอนั้นๆ เช่นคลิป Cosmos Laundromat ใน YouTube ภาพจะเต็มขอบซ้าย/ขวา แต่ด้านบน/ล่างยังเหลือขอบดำไว้ แต่ถ้าเป็นใน Netflix จะขยายได้ไม่เกินขอบล่างของกล้องหน้า ส่วนบน/ล่าง ภาพจะถูกตัดออกเล็กน้อย สังเกตบริเวณภาพทิวเขา และด้านล่างของก้อนหิน

เปิดจาก YouTube ความละเอียดสูงสุดที่รองรับคือ 1440p HDR

จอความสว่างสูง เวลาดูคอนเทนท์ HDR มันจะเจิดจ้า สมจริงแบบนี้ สายฟ้าเป็นสายฟ้า !


พอขยายเต็มจอ ขอบบน/ล่าง จะถูกตัดออกเล็กน้อย ไม่สูญเสียอรรถรสในการรับชม กลับกันภาพที่เต็มจอมากขึ้นทำให้เราดูซีรีส์ได้สนุกกว่าเดิม!

นอกจากการดูคลิปวิดีโอ สิ่งที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนทั้งหลายนิยมใช้งานมากที่สุดก็คือการเล่นเกม ยอมรับเลยว่าเกมสมาร์ทโฟนทุกวันนี้ภาพสวยมาก บางเกมยังรองรับ HDR อีกด้วย โดยเกมตัวอย่างที่จะนำมาให้ดูกันก็คือเกม PUBG Mobile พอได้ลองปรับกราฟิกจนสุดเท่าที่เครื่อง Note10+ จะรองรับได้แล้ว ภาพที่ออกมาแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าสมาร์ทโฟนจะทำได้ดีขนาดนี้ อย่างแสงเงา ความคมชัดของตัวละคร ต้นไม้ใบหญ้าต่างๆ ถ่ายทอดออกมาได้ดีมาก ส่วนกล้องที่ฝังอยู่บนจอ ก็ไม่ได้บดบังอินเตอร์เฟซในเกมอะไร เพราะมีขนาดเล็กลงมากกว่ากล้องหน้ารุ่นก่อน อีกทั้งปุ่มควบคุม บังคับเมนูของเกมต่างๆ จะไม่อยู่บริเวณนี้ 

ปรับให้สุดแล้วจะได้ภาพสวยๆ

ภาพดีงาม ภาพเต็มตา เล่นเกมสนุกมาก!

สรุป

เมื่อนำความละเอียดจอ พร้อมผลทดสอบวัดค่าแบบวิทยาศาสตร์ทั้ง ระดับความดำที่ดำที่สุด + ระดับความสว่างสูงที่สุด + ขอบเขตสีที่กว้างที่สุด ผนวกกับความสามารถในการ รองรับ HDR ทั้งหมดเข้าด้วยกันแล้ว คำจำกัดความของจอ GalaxyNote10+ ที่ว่าเป็น “Cinematic Infinity-O Display” หรือ “จอสุดขอบแบบโรงหนัง” ก็ถือว่าไม่เกินจริงแต่อย่างใด ! เพราะเป็นจอที่สามารถแสดงภาพได้ใกล้เคียงกับทีวีชั้นนำทุกประการ แถมการแสดงสีสันเทียบชั้นโรงภาพยนตร์ด้วย เพียงแต่แค่ย่อส่วนลงมาบนมือเราเท่านั้น ตอบโจทย์การใช้งานทั้งคนที่ชอบดูหนัง ซีรีส์ หรือเล่นเกมบนมือถือ รับรองว่าจะได้เห็นภาพสวยสมใจ จึงขอยกให้เป็นมือถือที่ให้ คุณภาพจอดีที่สุด” ในเวลานี้ครับ (อัพเดท 9/2019)

จริงๆอยากขอแนะนำเคล็ดลับให้ทุกคนไปลองพิสูจน์ความสวยของจอตามร้านขายมือถือ ปรับความละเอียดภาพเป็น WQHD+ ของมือถือก่อน เลือกใช้โหมด Vivid แล้วลองเปิดพวกคลิป YouTube 4K HDR และเลือกปรับความละเอียดภาพใน YouTube ให้เป็น 1440p ด้วย เพื่อดูศักยภาพสูงสุดของจอแสดงผลด้วยตาตัวเอง !

Samsung Galaxy Note 10+ วางจำหน่ายด้วยกัน 3 สี คือ Aura Glow, Aura Black และ Aura White

Ram 12 GB + Rom 256 GB ราคา 37,900 บาท

Ram 12 GB + Rom 512 GB ราคา 40,900 บาท

ขอขอบคุณอุปกรณ์การทดสอบจาก CALMAN | Portrait Display และขั้นตอนการทดสอบและวัดค่าสถาบันมาตรฐานภาพระดับโลกทั้ง ISF และ THX ไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ 

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้