Skip to content
|

รีวิวชุดโฮมเธียเตอร์ Pioneer HTP-076 ครบเซ็ตเรื่อง 4K รองรับได้ทุกระบบเสียงแห่งอนาคต

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 06 Mar 2020 0 comments

Pioneer HTP-076 เซ็ตโฮมเธียเตอร์ระบบเสียง 5.1 สำเร็จรูปตัวล่าสุดจากทาง Pioneer ที่อัปเกรดความสามารถให้กับ AVR ให้ถอดรหัสเสียงสองตัวใหม่ที่กำลังกลายเป็นมาตรฐานในวงการอย่าง Dolby Atmos และ DTS:X ได้ พร้อมใส่ความสามารถในการรองรับสัญญาณภาพแบบ HDR10 มาอีกด้วย ทำให้มันกลายเป็นอีกหนึ่งเซ็ต HTiB ที่รองรับอนาคตได้ยาวไกลที่น่าสนใจตัวหนึ่งในท้องตลาด

สเปคโดยย่อของ Pioneer HTP-076
– รองรับระบบเสียงสูงสุดที่ Dolby Atmos และ DTS:X
– สามารถส่งผ่านสัญญาณภาพแบบ Ultra-HD ด้วย HDCP 2.2
– สามารถส่งผ่านสัญญาณภาพแบบ HDR10, HLG และ BT.2020
– รองรับ Dolby Vision
– รองรับการอัปสเกลภาพจาก 1080p เป็น 4K
– รองรับการเชื่อมต่อแบบ Bluetooth 4.2

ราคาจำหน่าย 19,900 บาท

Design – การออกแบบ

ด้านการออกแบบถ้าเทียบกับในรุ่น HTP-075 ซึ่งออกมาเมื่อราว ๆ สองปีที่แล้ว ถือว่ามีพัฒนาการมาพอสมควร เริ่มจากตัว AVR ที่มีหน้าตาทันสมัยฉีกดีไซน์เดิมของทางบริษัท ซึ่งน่าจะได้เห็นจาก AVR รุ่นใหม่ ๆ ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ตัวอย่างเช่น VSX-534 เป็นต้นครับ

ด้านหน้าประกอบไปด้วยตัวหมุนปรับวอลู่มขนาดใหญ่ถึงสองตัวด้วยกัน

ด้านซ้ายเอาไว้สำหรับเลือก Input พร้อมกับปุ่มปิดเครื่อง

ด้านขวาไว้เพิ่มลดเสียงและช่องต่อ AUX ขนาด 3.5 มม.

หน้าปัดด้านหน้าและปุ่มควบคุมพื้นฐานต่าง ๆ ให้สามารถเอาชีวิตรอดปรับค่าต่าง ๆ ได้หากลืมว่าวางรีโมทไว้ที่ไหน

สำหรับลำโพงแซทเทิลไลท์ในเซ็ตนั้นจะมีการปรับดีไซน์ใหม่เพิ่มเส้นสายให้รู้สึกถึงความทันสมัย รวมถึงจะวางแล้วเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยไม่แน่ใจว่าต้องการจะจำลองลักษณะการโปรเจคเสียงแบบลำโพง Dolby Enable Speaker หรือเปล่า ส่วนไดร์เวอร์น่าจะเป็นตัวเดิมที่มีกำลังขับ 150 วัตต์ต่อแชนแนล แบบเดียวกันหมดทั้ง 5 แชนแนลครับ

ด้านหลังลำโพงแซทเทิลไลท์สามารถต่อเข้ากับขาแขวนผนังได้ ช่วยเพิ่มตัวเลือกในการติดตั้งให้มากยิ่งขึ้น

ซับวูฟเฟอร์ในเซ็ตก็มีการปรับปรุงเช่นกัน โดยขนาดตัวตู้จะมีความกว้างลดลงแต่มีความสูงกับความลึกมากขึ้น บริเวณด้านล่างก็จะเป็นไดร์เวอร์และท่อเบสรีเฟล็กซ์ยิงอัดลงพื้น โดยจะมีกำลังขับตามสเปคอยู่ที่ 120 W

ซับวูฟเฟอร์หน้าตาดูทันสมัยขึ้นจากของเดิมที่อยู่ในเซ็ต HTP-075 พอสมควร

ด้านล่างจะเป็นไดร์เวอร์ขนาด 16 ซม. พร้อมท่อเบสรีเฟล็กซ์

รีโมทก็เป็นอีกหนึ่งส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยจะดูเป็นมิตรกับผู้ใช้มากขึ้น
แต่อย่างไรก็ตามผมยังรู้สึกว่าการวางปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง อยู่ในตำแหน่งที่กดค่อนข้างยากไปหน่อย

นอกจากนี้ในกล่องยังมีสายลำโพงครบทั้ง 5.1 แชนแนลแถมมาให้ โดยได้ทำการเคลือบตะกั่วที่ปลายสายไว้ให้เรียบร้อย

Connectivity – ช่องต่อ

บริเวณด้านหลังของ VSX-326 AVR ภายในเซ็ตประกอบไปด้วยสารพัดช่องต่อ โดยในครั้งนี้ทาง Pioneer ก็ได้อัปเกรดให้ช่อง HDMI รองรับ 4K HDR และ HDCP 2.2 ได้หมดทุกช่องทั้ง In และ Out กันเลย

รายชื่อช่องต่อทั้งหมดบริเวณด้านหลัง VSX-326
– HDMI 5 ช่อง แบ่งเป็น In 4 ช่อง และ Out+ARC 1 ช่อง
– USB 1 ช่อง
– Audio In 3 ช่อง
– Coaxial 1 ช่อง
– Optical 1 ช่อง
– Zone B Line Out สำหรับหูฟังไร้สาย 1 คู่
– ช่องต่อสายลำโพงจำนวน 6 แชนแนล โดยคู่หน้าจะเป็นแบบไบน์ดิ้งโพสต์ ส่วนแชนแนลอื่นจะเป็นแบบสปริงหนีบ
– ช่องต่อซับวูฟเฟอร์แบบ 2 Pre Out
– ช่องต่อเสาอากาศ AM และ FM

หากไล่ช่องต่อดูดี ๆ จะพบว่าเป็นแอมป์ที่ให้ทุกอย่างมาครบเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะรองรับ 4K HDR เต็มระบบแล้ว หากมองในมุมของการอัปเกรด เราอาจจะเลือกปรับเปลี่ยนลำโพงคู่หน้าให้ชิ้นใหญ่ขึ้นพร้อม ๆ กับปรับสายลำโพงให้มีพื้นที่หน้าตัดมากขึ้นโดยไม่ต้องกังวลว่าจะเสียบเข้าช่องสปริงหนีบไม่ได้ เช่นเดียวกันกับซับวูฟเฟอร์ที่เราสามารถจะไปซื้อซับแบบ active ราคาเบา ๆ แต่ดุดันขึ้นมาเสียบพ่วง เพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับชมได้อีกด้วย

Setup – การติดตั้ง

สำหรับการเปิดเครื่องครั้งแรก ตัว AVR จะพาเราไปยังหน้า Initial Setup ก่อน ซึ่งจะช่วยแนะนำการปรับตั้งค่าต่าง ๆ เบื้องต้นให้ ไม่ว่าจะเป็นระยะห่างและความดังของลำโพงแต่ละแชนแนล รวมไปถึงเปิดใช้งาน HDMI ARC ในกรณีที่เรามีการเชื่อมต่อในรูปแบบดังกล่าวอยู่ เพื่อให้เสียงจากคอนเทนต์บนทีวีมาออกที่แอมป์แทน

ด้วยความที่ HTP-076 รองรับระบบเสียงแบบสามมิติทั้ง Dolby Atmos และ DTS:X ฉะนั้นมันจึงรองรับรูปแบบการติดตั้งลำโพงแบบ 2.1.2 และ 3.1.2 ได้ แล้วแต่ว่าเราจะอยากได้มิติเสียงจากด้านหลังของแบบ 5.1 หรือจากด้านบนมากกว่ากัน

จะใช้งานที่ระบบไหนให้มาเซ็ตตรงนี้ก่อน

แต่ถ้าถามความเห็นทีมงาน ทางเราอยากจะแนะนำให้เซ็ตเป็น 5.1 เพราะว่าเราจะได้เรื่องการโอบล้อมพื้นที่ฟังจากลำโพงเซอร์ราวด์ด้านหลังมากกว่าแบบ 2.1.2 หรือ 3.1.2 และถ้าใครเกิดอยากได้มิติเสียงจากด้านบนสักหน่อย ก็สามารถเลื่อนจุดวางลำโพงดังกล่าวให้สูงขึ้นเพื่อจำลองเสียงได้เช่นเดียวกัน

สำหรับใครที่สนใจอยากจะลองติดตั้งระบบแบบ 3.1.2 ดู ก็สามารถเข้าไปดาวน์โหลดวิธีการได้ที่รูปด้านบนครับ

 

Sound – เสียง

คอนเทนต์แรกที่เลือกมาทดสอบก็จะเป็น John Wick ในฉากขับรถตะลุมบอนกันท้ายเรื่อง ชึ่งเราจะได้ฟังทั้งเสียงรถ เสียงปืน และถ้าลากยาวไปกว่านั้นก็จะเป็นเสียงฝนตกในฉากที่ดวลกันมือเปล่า ที่จะช่วยทดสอบบรรยากาศการโอบล้อมที่แยกจากเสียงพูดของตัวละครได้เป็นอย่างดี

ถึงแม้ว่าเสียงต้นฉบับจะมาเป็นแบบ DTS-HD MA 7.1 แต่เสียงที่ได้จากการฟังผ่านเซ็ตอัป 5.1 ของ HTP-076 ก็เรียกว่าให้บรรยากาศที่โอบล้อมเหมือนมีฝนตกในห้องเช่นกัน และอย่างที่ได้เกริ่นไปข้างบนช่วงติดตั้งนะครับ ถ้าเราวางลำโพงเซอร์ราวด์สูง ทิศทางของเม็ดฝนก็จะตกจากมุมสูงขึ้น

ลองทดสอบกันอีกเรื่องกับ Mission Impossible : Rogue Nation ในฉากขี่มอเตอร์ไซค์ไล่ล่าช่วงกลางเรื่อง ซึ่งเสียงจะมีการแพนไปมาซ้ายขวาตลอด ตัวซิสเต็มก็สามารถตอบสนองต่อทิศทางได้ชัดเจนรวดเร็ว ไล่ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบนหน้าจอได้อย่างไม่มีสะดุด

ยิ่งช่วงท้าย ๆ ก่อนปิดซีนตัวดนตรีประกอบและสถานการณ์ในเรื่องจะยิ่งบีบเร้าให้เราลุ้นไปกับเหตุการณ์ ยิ่งได้เสียงแพนซ้ายขวาเข้ามาช่วยจะทำให้อรรถรสในการรับชมเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัวไป

จบจากดูหนังมาลองเล่นเกมกันต่อกับสองเกมฟอร์มยักษ์อย่าง God of War และ Uncharted 4 ซึ่งทั้งสองเกมนั้นมีเสียงประกอบอยู่ในระดับเยี่ยมยอด อย่างเสียงระเบิดกับเสียงปืนจาก Uncharted 4 ก็มีทิศทางกับความสมจริงไม่แพ้ภาพยนตร์แอ็คชั่น

God of War ผ่าน HTP-076 เสมือนไปนั่งเรือเล่นในมิดการ์ด ซึ่งการได้เล่นเกมแบบระบบ 5.1 มันช่วยเพิ่มความสมจริง ให้กับทุกการเคลื่อนไหวของตัวละคร เพิ่มความน่าสนใจและความอยากเล่นให้แบบไม่รู้จบ

แม้ว่าจะเป็นเซ็ตโฮมเธียเตอร์ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคงจะถูกนำมาฟังเพลงด้วยในบางโอกาส สำหรับโหมดที่ทีมงานแนะนำและใช้อ้างอิงเพื่อทดสอบ คือการกดที่ Stereo บนรีโมท เพื่อเปิดใช้งานลำโพงแบบ 2.1 แชนแนล เพราะว่าลำโพงคู่หน้าที่แถมมาให้ในเซ็ตมีขนาดที่เล็กจนเกินไป เราจึงจำเป็นที่จะต้องกำหนดจุดตัดความถี่เสียง เพื่อผลักภาระบางส่วนไปยังซับวูฟเฟอร์ให้มาช่วยเติมเต็มมวลของย่านเบสไม่ให้แห้งจนเกินไป

เพลงที่ใช้ระหว่างฟังก็จะได้แก่ Bullet In the Head – Rage Against The Machine, Time – Hans Zimmer (OST. Inception), World A Music – Ini Kamoze โดยเสียงที่ได้จะมีความโดดเด่นในย่านเสียงกลางค่อนไปทางเสียงสูง อาจจะขาดความต่อเนื่องในช่วงมิดเบส แล้วมาดังอีกทีบริเวณเบสต้นจากนั้นก็จะหายไป ฉะนั้นเสียงเบสที่ออกมาจึงไม่ค่อยลึกมากนัก แต่ยังสัมผัสได้และยังพอสร้างมิติเสียงให้พอฟังแล้วไม่แบนราบ ซึ่งถ้าหากได้ลำโพงคู่หน้าที่ตอบสนองดีขึ้นก็จะช่วยปรับให้องค์รวมของซิสเต็มดูเหมาะกับการฟังเพลงขึ้น แน่นอนว่ามันจะส่งผลโดยตรงไปถึงการดูหนังหรือเล่นเกมอีกด้วย

คลิปทดสอบเสียงชุดลำโพงโฮมเธียเตอร์ Pioneer HTP-076

Conclusion – สรุป

ข้อดี
– รองรับระบบภาพและเสียงแบบเจอเนอเรชั่นใหม่ครบทุกรูปแบบ
– ขั้วต่อสายลำโพงเอื้อให้กับการอัปเกรดในอนาคตเพื่อเพิ่มความจริงจังให้กับซิสเต็ม
– งานดีไซน์โดยรวมดูดีทันสมัยขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้า

ข้อเสีย
– แม้ว่าทางด้านซอฟต์แวร์จะรองรับระบบใหม่ แต่ทางด้านฮาร์ดแวร์ตัวแอมป์รองรับลำโพงได้แค่เพียง 6 แชนแนล รวมซับวูฟเฟอร์ ทำให้อาจจะรีดเร้นประสิทธิภาพออกมาจากระบบเสียงได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควร

ความน่าสนใจหลัก ๆ ของ HTP-076 ไม่ได้อยู่ที่ตัวลำโพงหรือซับวูฟเฟอร์ แต่อยู่ที่ AVR ในเซ็ตซึ่งมีรหัส VSX-326 เพราะมันรองรับการส่งผ่านภาพแบบ 4K HDR, HDCP 2.2 และ Dolby Vision รวมถึงสามารถทำ Upscaling สัญญาณภาพจาก 1080p ไปเป็น 4K ได้ในตัวโดยไม่สนว่าจะรับสัญญาณจากพอร์ต HDMI ช่องไหนหลังเครื่อง ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถถอดรหัสเสียงเจเนอเรชั่นใหม่ทั้งสองค่ายอย่าง DTS:X และ Dolby Atmos ได้ทันที เท่ากับว่ามันคือแอมป์ที่จะมาอยู่กับเราได้อีกนาน จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการเครื่องเสียงอีกครั้ง

นอกจากฟีเจอร์ภายในแล้ว ถ้าหันมาดูที่ช่องต่อด้านหลัง เราจะพบกับขั้วต่อสายลำโพงแบบไบน์ดิ้งโพสต์ และช่อง pre out สำหรับซับวูฟเฟอร์ ตรงนี้เอื้อให้เราสามารถหาลำโพงมาอัปเกรดได้ หากเราคิดว่าอยากจะได้ความแน่นและเนื้อเสียงที่มีความจริงจังมากยิ่งขึ้นจากลำโพงแซทเทิลไลท์ตัวที่มาในเซ็ต ที่ทำได้ดีและเหมาะกับการใช้งานทั่วไปอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตามแม้ว่าตัวเครื่องจะรองรับระบบเสียงแบบใหม่สองค่าย แต่ว่าตัวแอมป์รองรับลำโพงได้เพียงแค่ 5 แชนแนล ทำให้เราต้องเลือกระหว่าง 2.1.2 หรือ 3.1.2 ถ้าอยากได้ระบบเสียงสามมิติ ซึ่งถ้าว่าการตามตรง อาจจะไม่สามารถโอบล้อมได้ครบทุกทิศทางอย่าง 5.1.2 หรือ 7.1.2 ฉะนั้นทีมงานจึงอยากจะแนะนำให้เซ็ตซิสเต็มนี้เป็นแบบ 5.1 แชนแนล และวางเซอร์ราวด์ให้สูงหน่อยจะทำให้ภาพรวมออกมาดีกว่า 2.1.2 หรือ 3.1.2 ครับผม

สุดท้ายถ้าลองชั่งน้ำหนักดูแล้วรู้สึกพึงพอใจกับฟีเจอร์ที่ HTP-076 มอบให้ มันก็นับว่าเป็นเซ็ต Home Theater in the Box ในระดับเริ่มต้นเหมาะกับมือใหม่โฮมเธียเตอร์ที่มองหาสิ่งที่จะมาตอบโจทย์เรื่องบรรยากาศโอบล้อมที่ดีกว่าซาวด์บาร์ แต่ก็ต้องยอมแลกกับการติดตั้งที่ยุ่งยากมากกว่ากันนิดนึง

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้