รีวิวลำโพงไร้สาย Wharfedale Versa เล็กจิ๋ว น้ำหนักเบา พกพาได้จริง!

หลายท่านคงจะได้ยินชื่อเสียงของ Wharfedale ที่เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ดังมาอย่างยาวนานในประเทศอังกฤษกันอยู่แล้วใช่ไหมล่ะ?โดยแบรนด์นี้มีความโดดเด่นในแง่ของเสียงที่มีความเป็นสไตล์ผู้ดี “อังกฤษ” และก็โด่งดังมากับ Diamond Series ที่เป็นอีกหนึ่งชุดลำโพงที่ขายดีอย่างต่อเนื่องตลอดมา ซึ่งถือว่าเป็นข้อพิสูจน์ให้กับ Wharfedale ได้เป็นอย่างดี
สำหรับลำโพงที่ทางเราจะนำมารีวิวให้คุณผู้อ่านได้รับชมกันในครั้งนี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งผลงานของ Wharfedale ที่จะฉีกประสบการณ์การใช้งานแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนเลยล่ะ เพราะว่ามันเป็นลำโพงขนาดเล็กที่ถูกออกแบบมาให้สามารถพกพาไปใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา โดยลำโพงตัวนี้ทาง Wharfedale ได้ใช้ชื่อรุ่นว่า “VERSA” มาพร้อมกับรูปร่างหน้าตาที่ทันสมัยโดยการใช้รูปทรงทางเรขาคณิต จึงเป็นที่มาของลำโพงรูปทรงปริซึมสามเหลี่ยมอย่างที่เราได้เห็นกัน

Wharfedale VERSA
ราคา 2,900 บาท
โดยจุดเด่นของลำโพงตัวนี้ตามที่ทาง Wharfedale ได้โฆษณาไว้นั้นคือจะรองรับการใช้งานทั้งแบบไร้สายผ่านทางสัญญาณ Bluetooth และผ่านทางสายเคเบิล AUX (mini Jack 3.5mm) ในส่วนของการเชื่อมต่อไร้สายนอกจากจะรองรับการเชื่อมต่อโดยการตั้งค่าผ่านทาง Bluetooth แล้วก็ยังรองรับการจับคู่กับ Smart Device ผ่านทาง NFC อีกด้วย แต่การใช้งานจริงจะเป็นอย่างไรเดี๋ยวเราคงจะได้ไปทดสอบกัน
Design – การออกแบบ
ในส่วนของงานออกแบบทั้งตัวกล่องบรรจุภัณฑ์และตัวของลำโพง Wharfedale VERSA ต่างก็ได้รับการออกแบบมาให้มีลักษณะเป็นรูปทรงปริซึมสามเหลี่ยมเช่นเดียวกันหมด แต่ในส่วนของงานประกอบและการเก็บรายละเอียดส่วนเล็กส่วนน้อยจะเป็นอย่างไรเดี๋ยวเราคงได้เห็นกัน

ตัวกล่องบรรจุภัณฑ์และลำโพงจะมาในรูปทรงสไตล์เดียวกันอย่างที่ได้เกริ่นไปเมื่อสักครู่นี้ ซึ่งที่ด้านบนของกล่องจะเป็นโทนสีขาวและมีการสกรีนรูปของ Wharfedale VERSA และคุณสมบัติเด่นของเจ้าลำโพงตัวนี้เอาไว้เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
สำหรับรายละเอียดของข้อความที่สกรีนเอาไว้บนตัวกล่องจะมีดังนี้
- รองรับการใช้งานไร้สายผ่านทางสัญญาณ Bluetooth ได้ไกลถึง 15 เมตร
- ติดตั้งลำโพงสเตอริโอแบบ Full Range ทั้งหมด 2 ตัว
- รองรับการเชื่อมต่อเสียงจากภายนอกในรูปแบบ Auxiliary ผ่านทาง 3.5mm Jack
- แบตเตอรี่ในตัวสามารถใช้งานได้นานถึง 5-6 ชั่วโมง
- น้ำหนักเบาสามารถพกพาได้อย่างสะดวกสบาย
- สามารถชาร์จแบตเตอรี่ใหม่ได้ผ่านทางพอร์ต micro USB
- รองรับการใช้งาน Hands-Free กับ SmartPhone

มาถึงที่ส่วนของตัวลำโพงกันแล้ว ซึ่งทาง Wharfedale ได้เลือกใช้โทนสีดำแล้วตัดด้วยสีแดงเป็นหลัก พร้อมกันนี้ที่ด้านล่างมุมขวาเองจะมีไฟแสดงสถานะของลำโพงมาให้อีกหนึ่งจุด
โดยที่ด้านหน้าของลำโพงจะมีตะแกรงสีดำพร้อมกับปั้มลายนูนลายเว้าเป็นรูปสามเหลี่ยม เพื่อให้สอดรับกับดีไซน์ของตัวลำโพงที่เป็นทรงปริซึมสามเหลี่ยมอยู่แล้ว และจะเห็นได้ว่าถัดจากตะแกรงลำโพงยังมีการสกรีนคำว่า “Wharfadale” ไว้ด้วยเช่นกัน

ถัดมาอีกด้านหนึ่งที่เป็นด้านหลังของเจ้า Wharfedale VERSA จะมีช่องฉลุเล็กๆ ที่เอาไว้สำหรับปล่อยให้เสียงในย่านความถี่ต่ำที่ถูกส่งออกมาจากทางด้านหลังของไดร์เวอร์แบบ Full Range เอาไว้อีกด้วย

อีกสักมุมกับภาพด้านหลังในระยะแบบใกล้ๆ เดี๋ยวเราค่อยไปดูกันว่าที่ด้านข้างของเจ้า Wharfedale VERSA จะเป็นอย่างไร
ซึ่งที่ด้านหลังนี้จะมีการสกรีนโลโก้ของ “NFC” และ “Wharfadale” พร้อมกับมีการคาดเส้นแดงๆ ไว้ที่ขอบด้านข้างของตัวลำโพงทั้งสองข้างทำให้ดูมีความสนุกจี๊ดจ๊าดขึ้นมาอีกเล็กน้อย ทั้งนี้วัสดุที่หุ้มตัวของลำโพงทั้งหมดจะเป็นแบบ Soft Touch ทำให้ได้ความนุ่มและความนึบในเวลาสัมผัส ด้วยความที่เป็นรูปทรงสามเหลี่ยมยังทำให้เราจับกระชับเข้ากับฝ่ามือได้อย่างสบายๆ ชนิดที่ว่าไม่ต้องกลัวหลุดมือกันเลยล่ะ

เริ่มกันที่ทางข้างขวาของลำโพงกันก่อนที่ส่วนนี้จะมีแผ่นยางซิลิโคนสีแดงๆ แปะอยู่
เมื่อทำการลองเอานิ้วไปแกะๆ แงะๆ ดูจะพบว่าที่จุดนี้สามารถเปิดออกมาได้ จากภาพด้านบนจะเห็นว่าพอเปิดออกมาแล้วจะพบกับพอร์ต micro USB จำนวน 1 พอร์ตที่เอาไว้สำหรับเสียบชาร์จไฟให้กับแบตเตอรี่นั่นเอง
ถัดมาข้างๆ กันจะเป็นพอร์ต Auxiliary แบบ 3.5mm Jack ที่ใช้สำหรับเชื่อมต่อสัญญาณเสียงจากภายนอกผ่านทางสายเคเบิลในกรณีที่อุปกรณ์ที่เราจะนำมาเชื่อมต่อไม่รองรับ Bluetooth หรือในกรณีที่ต้องการคุณภาพเสียงที่ดีที่สุด

นี่คือหน้าตาของสายเคเบิลทั้ง 3.5mm Jack และ micro USB ที่เอาไว้ใช้งานกับเจ้า Wharfedale VERSA ตัวเก่งนี้เอง ซึ่งจะไม่ได้แถมอะแดปเตอร์สำหรับชาร์จไฟแบตเตอรี่มาให้นะ แต่สามารถใช้ร่วมกับของ Smart Device ที่มีกำลังไฟ Output 5V/1A หรือพอร์ต USB ของเครื่องคอมพิวเตอร์ก็ได้

สำหรับที่ด้านข้างอีกด้านนั้นจะมีหูที่เอาไว้สำหรับร้อยพวกสายคล้องคอ หรือจะร้อยตุ๊กตา กระดิ่ง อะไรก็ว่ากันไป

ส่วนสันด้านบนของตัวลำโพงจะเป็นที่อยู่ของปุ่มควบคุมการใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ของเจ้า Wharfedale VERSA
โดยตัวของปุ่มฟังก์ชันถ้าหากไล่จากทางด้านซ้ายมาที่ทางด้านขวาจะประกอบด้วย
- ปุ่มสำหรับสั่งเล่นเพลง (Play) และหยุดเล่นเพลง (Pause) ที่เล่นผ่านทาง Smart Device / SmartPhone
- ปุ่ม Hands Free สำหรับใช้รับสายโทรศัพท์ในกรณีที่เราใช้งาน Wharfedale VERSA เชื่อมต่อกับ SmartPhone อยู่
- ปุ่ม Previous / Volume Down ใช้สำหรับย้อนกลับไปฟังเพลงก่อนหน้า และใช้สำหรับลดระดับความดังของเสียง
- ปุ่ม Next / Volume Up ใช้สำหรับข้ามไปฟังเพลงถัดไป และใช้สำหรับเพิ่มระดับความดังของเสียง
- สวิตซ์สำหรับ ปิด / เปิด ลำโพง
สำหรับส่วนที่เป็นปุ่ม Previous / Volume Down และ Next / Volume Up จะมีเทคนิคในการใช้งานอยู่เล็กน้อยคือถ้าหากต้องการใช้สำหรับเปลี่ยนเพลงให้ใช้นิ้วกดแล้วปล่อยได้ทันที แต่ถ้าหากต้องการที่จะปรับระดับเสียงจะต้องใช้นิ้วกดที่ปุ่มค้างไว้จนรู้สึกว่าระดับเสียงเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงถึงจะปล่อยนิ้วได้
ซึ่งการใช้งานหากยังไม่เคยชินอาจจะกดพลาดได้ เช่น เราต้องการลดระดับความดังของเสียงแต่เผอิญกดที่ปุ่มเสร็จแล้วปล่อยทันทีก็อาจจะทำให้เพลงที่เราฟังอยู่เปลี่ยนเป็นเพลงอื่นก็อาจจะทำให้เสียอรรถรสในการฟังเพลงไปได้อยู่เหมือนกัน
Sound – เสียง
หลังจากที่ได้ไล่ดูส่วนอื่นๆ กันไปแล้วทีนี้ก็ต้องมาเข้าประเด็นหลักของเรากันต่อแล้วล่ะ สำหรับประเด็นหลักก็คงต้องเป็นเรื่องของเสียงว่ามีคุณภาพเหมาะสมกับขนาดตัว และคุ้มค่ากับราคาที่เราจะต้องจ่ายไปมากน้อยเพียง โดยหลักๆ แล้วตัวของเจ้า Wharfedale VERSA จะใช้ไดร์เวอร์ (Full Range Drivers) เพียงแค่ 2 ตัวที่ให้รูปแบบของเสียงในระบบสเตอริโอ ซึ่งสามารถให้กำลังขับรวมได้สูงถึง 6 วัตต์กันเลยทีเดียว (3 วัตต์ x 2)

สำหรับแนวเสียงของ Wharfedale VERSA หลังจากที่ได้ทดลองใช้เจ้าลำโพงตัวนี้มาอย่างหนักหน่วง หรือจะเรียกได้ว่าใช้ลำโพงตัวนี้เป็นหลักไปแล้วเลยก็ว่าได้ ซึ่งจากการใช้งานติดต่อกันอยู่หลายสัปดาห์จนตัวไดร์เวอร์แบบ Full Range เริ่มเข้าที่เข้าทางก็พบว่าคาแรคเตอร์ของลำโพงตัวนี้จะออกแนวกลางๆ เน้นฟังสบายไม่ได้จัดจ้านอะไรมากนัก
เนื่องจากตัวไดร์เวอร์ที่ถูกติดตั้งมานั้นจะเด่นในเรื่องของการถ่ายทอดเสียงกลางได้เอิบอิ่มและคมชัด แต่ในย่านเสียงที่เป็นเสียงสูงจะไม่ได้จัดจ้านจนเกินไป ส่วนเสียงในย่านความถี่ต่ำจะออกแนวเปาะแปะไปสักเล็กน้อยอาจจะเป็นข้อจำกัดของไดร์เวอร์ที่ให้มาและด้วยขนาดของโครงสร้างที่ค่อนข้างจำกัด
ในแง่ของการรับฟังแล้วจากที่ได้ทดลองฟังเพลงกับหลายๆ แนวแล้ว พบว่าถ้าหากใช้ฟังเพลงที่มีเบสต่ำเยอะๆ ตัวของลำโพงจะไม่สามารถให้เสียงในย่านดังกล่าวได้ดีเท่าที่ควร แต่จะให้เสียงในย่านของเสียงกลางที่เป็นเสียงร้องและรายละเอียดเสียงของเครื่องดนตรีที่มีความถี่ค่อนไปทางเสียงสูงได้ดีกว่า โดยรวมแล้วตัวของลำโพงจะเหมาะกับเพลงที่ฟังสบายเน้นฟังเรื่อยๆ เสียมากกว่า
ส่วนของระยะเวลาการใช้งานนั้นจากที่ทดลองเปิดใช้งานด้วยระดับเสียงที่มีความดังทั่วๆ ไปแล้วก็พบว่าแบตเตอรี่ที่ใส่มาให้ขนาด 1000mAh/3.7V สามารถเปิดใช้งานได้ยาวนาน 6 ถึง 7 ชั่วโมงเลยล่ะทางที่กระผมได้ลองเองกับตัว
Features – ลูกเล่น
ในส่วนของตัวลูกเล่นที่อยู่บนตัวของเจ้า Wharfedale VERSA ก็ไม่ได้มีอะไรหวือหวามากนักจะเน้นที่การใช้งานในแบบใช้สายและแบบไร้สายเสียมากกว่า ซึ่งการใช้งานไร้สายผ่านทางสัญญาณ Bluetooth กับ SmartPhone หรือ Smart Device นั้นตัวลำโพงเองจะรองรับการสั่งงานไปที่ตัวอุปกรณ์นั้นๆ ด้วย อย่างเช่นการสั่งเปลี่ยนเพลง การสั่งปรับระดับความดังของลำโพงที่จะเป็นการไปสั่งที่ตัวของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ในขณะนั้นด้วย

ทดสอบการใช้งาน Hands Free ด้วยการลองโทรศัพท์เข้ามากันแบบจริงๆ
อีกหนึ่งลูกเล่นที่ใช้ประโยชน์จากการควบคุมผ่านทาง Bluetooth ก็คือการสั่งรับสายโทรศัพท์ที่เข้ามาในระหว่างที่ใช้งาน SmartPhone กับลำโพงตัวนี้อยู่ได้ทันที โดยที่ไม่ต้องตัดการเชื่อมต่อออกจากเจ้า Wharfedale VERSA แต่อย่างใด
เพราะเมื่อกดรับสายผ่านทางปุ่ม Hands Free แล้วเราสามารถสนทนาได้ทันที ซึ่งเสียงของคู่สนทนาจะมาดังที่ลำโพงไร้สายแทนส่วนการสนทนานั้นจะต้องใช้ไมโครโฟนจาก SmartPhone เพราะว่าที่ตัวของลำโพงไม่มีไมโครโฟนติดตั้งมาในตัวทำให้ต้องวาง SmartPhone ไว้ใกล้ๆ ผู้ใช้งานด้วย
Conclusion – สรุป
ข้อดีของ Wharfedale VERSA
- ใช้งานเป็นลำโพง Hands Free ได้ในในตัว
- งานประกอบเนียบ ตัวบอดี้เป็นวัสดุแบบ Soft Touch จับหนึบหนับถนัดมือ
- มี NFC ในตัวรองรับการเชื่อมต่อเข้ากับ Smart Device ได้อย่างรวดเร็ว
- การเล่นเพลงผ่านสัญญาณ Bluetooth ให้ประสิทธิภาพเสียงที่ใกล้เคียงกับเชื่อมต่อผ่านทางสายสัญญาณ
ข้อเสียของ Wharfedale VERSA
- ไม่มีซองสำหรับจัดเก็บลำโพงมาให้ต้องจัดหาเอง
- การใช้งาน Hands Free ตัวลำโพงไม่ได้ติดตั้งไมโครโฟนมาให้ต้องใช้ไมโครโฟนจาก Smart Phone แทน
- ภายในชุดไม่มีอะแดปเตอร์สำหรับชาร์จไฟแบตเตอรี่มาให้ แต่สามารถต่อสาย USB ที่แถมมาให้ชาร์จผ่านทางพอร์ต USB บนเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออะแดปเตอร์ของ Smart Device แทนก็ได้
หลังจากที่อ่านรีวิวของเรากันไปแล้วเป็นอย่างไรกันบ้างเอ่ย? สำหรับดีไซน์ของลำโพงตัวนี้ถือว่ามีการออกแบบมาได้อย่างดูดีและมีความทันสมัย แถมยังมีน้ำหนักเบาสามารถพกพาไปใช้งานทุกๆ ที่ได้จริง โดยที่ไม่ต้องกังวัลเรื่องแบตเตอรี่เลยแม้แต่นิด เพราะว่าการชาร์จไฟแต่ละครั้งสามารถใช้งานได้นานถึง 6 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว
สำหรับคุณภาพของเสียงที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากเจ้า Wharfedale VERSA นั้นถ้าไม่เน้นว่าคุณภาพเสียงต้องเปะสมบูรณ์แบบเหมือนกับที่เรานั่งฟังผ่านลำโพงตัวใหญ่ๆ มากนัก ลำโพงตัวนี้ก็สามารถรองรับการใช้ฟังเพลงได้แทบจะทุกแนว
ทว่าหากจะคาดหวังในเรื่องการถ่ายทอดเสียงในย่านความถี่ต่ำอาจจะไม่ได้หวือหวามากนักหากเทียบกับลำโพงชนิดเดียวกันที่มีขนาดใหญ่กว่า เพราะว่าเจ้า Wharfedale VERSA ตัวนี้จะใช้ไดร์เวอร์แบบ Full Range ที่อาจจะทำได้ไม่ดีเท่ากับลำโพงตัวที่มีซับวูฟเฟอร์แยกออกมาอีกทีหนึ่ง ทั้งนี้ถ้าหากท่านไหนสนใจก็ลองไปหาทดลองฟังเสียงหรือเปรียบเทียบกับตัวที่เรารังเรอยู่ก็ได้นะ ไม่แน่ท่านอาจจะติดใจเจ้าตัวนี้ก็เป็นได้
ขอขอบคุณร้านไฮไฟทาวเวอร์(HiFi Tower)
ร้านขายเครื่องเสียงใหญ่ที่สุดในย่านฝั่งธน ที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ในการทดสอบครั้งนี้ด้วยครับ
โทร. 02-8817273-7