Skip to content
|

รีวิว Acer V9800 โปรเจ็คเตอร์ 4K HDR รุ่นใหญ่ ในราคาต่ำกว่าทีวีตัวท็อป 65 นิ้ว !!

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 18 Feb 2022 0 comments

Hi-End Home Theater Projector

Acer V9800

โปรเจ็คเตอร์ 4K HDR รุ่นใหญ่
ในราคาต่ำกว่าทีวีตัวท็อป 65 นิ้ว !!

เมื่อความละเอียด 4K กลายเป็นมาตรฐานของคอนเทนต์ภาพยนตร์ในปัจจุบัน เราจึงสามารถหามารับชมได้ง่ายขึ้น แต่สำหรับท่านที่ต้องการรับชมในอารมณ์เดียวกับโรงภาพยนตร์บนจอฉายขนาดใหญ่ผ่านโปรเจ็คเตอร์ที่ให้ความละเอียดสูงระดับ 4K นั้น กลับยังดูห่างไกลสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปเพราะราคายังสูงอยู่มาก โอกาสจะได้ภาพที่ดีระดับ รุ่นท็อป ยิ่งเป็นไปได้ยาก แต่เมื่อเทคโนโลยี 4K มาอยู่ในมือของ Acer อะไรก็ดูจะง่ายขึ้น…

Acer ผู้ผลิตสินค้าไอทียักษ์ใหญ่แห่งไต้หวันทำตลาดโปรเจ็คเตอร์มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในหมวดโปรเจ็คเตอร์เพื่อการศึกษาและใช้ในสำนักงาน ส่วนโฮมเธียเตอร์โปรเจ็คเตอร์นั้น เริ่มบุกตลาดจริงจังเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง แต่ต้องถือว่าเป็นหน้าใหม่ที่มาแรงแซงทางโค้งมากๆ เพราะปัจจุบัน Acer กลายเป็นแบรนด์ลำดับต้นๆ ที่พร้อมเปิดตัวโฮมเธียเตอร์โปรเจ็คเตอร์ที่รองรับเทคโนโลยีการแสดงผล 4K HDR เป็นที่เรียบร้อย!

แน่นอนด้วยความสามารถที่กล่าวมาทั้งความละเอียด 4K และการแสดงผลแบบ HDR ส่งให้โฮมเธียเตอร์โปรเจ็คเตอร์เครื่องนี้กลายเป็น “ตัวท็อป” (ล่าสุดมีรุ่น VL-7860 4K Laser Projector ราคาสูงกว่าออกมาแล้ว) ของ Acer ภายใต้ชื่อรุ่น V9800 ที่สำคัญราคาค่าตัวไม่สูงมากด้วยครับ (ใบ้ให้ว่าราคาต่ำกว่า 4K HDR TV ขนาด 65 นิ้ว บางรุ่นเสียอีก)…

ข้อมูลจากเว็บไซต์ของ Acer ลงคุณสมบัติของรุ่นนี้ไว้เพียงคร่าวๆ อย่างไรก็ดีเมื่อดูจากโหงวเฮ้ง V9800 แล้วไม่ธรรมดา โครงสร้างดูใหญ่โต แน่นหนา สมกับดีกรีโฮมเธียเตอร์โปรเจ็คเตอร์รุ่นเรือธง

สำหรับท่านที่สงสัยว่า V9800 เป็น 4K Projector ที่ใช้เทคโนโลยีการแสดงผลแบบใด? ถึงแม้ Acer ไม่ได้ลงข้อมูลชัดเจนมากนัก แต่พอจะคาดเดาได้ว่าใช้เทคโนโลยี DLP (Digital Light Processing) จาก Texas Instrument โดยอาศัย Single DMD (Digital Micromirror Device) Chip ที่มีจำนวน micromirrors ทั้งสิ้น 2716 x 1528 หรือเท่ากับ 4.15 ล้านพิกเซล ผนวกเข้ากับเทคโนโลยีการแสดงผลแบบ XPR โดยอาศัย Optical Actuator ที่ทำงานรวดเร็วมากจนสามารถสร้างเป็นภาพนิ่ง (frame) ที่มีรายละเอียดจำนวนพิกเซลเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า หรือรวมกันทั้งสิ้นเท่ากับ 8.3 ล้านพิกเซล ตรงตามมาตรฐาน 4K (UHD) จากการรับรองของ Consumer Technology Association หรือ CTA

ดีไซน์

ตัวเครื่อง V9800 มีขนาดค่อนข้างใหญ่ รูปลักษณ์ภายนอกมองเผินๆ อาจดูละม้ายคล้ายโปรเจ็คเตอร์อีกแบรนด์หนึ่งที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ แต่ทว่าก็มีจุดแตกต่างพอให้สังเกตได้ชัดเจนเช่นเดียวกัน

จัดวางตำแหน่งเลนส์ฉายภาพไว้กึ่งกลางตามแบบฉบับรุ่นท็อปเพื่อให้ง่ายในการอ้างอิงจุดติดตั้งโปรเจ็คเตอร์โดยเฉพาะเมื่อยึดเข้ากับขาแขวนเพดาน และทำการวางระบบถ่ายเทความร้อนไว้ด้านหน้าตัวเครื่อง

ด้านบนส่วนหน้า เป็นตำแหน่งของไฟ LED บอกสถานะการทำงาน (เมื่อเปิดใช้งานโปรเจ็คเตอร์ ตามปกติไฟจะติดสว่างแค่ Power ดวงเดียว)

ฝาครอบเล็กๆ ที่ด้านบนส่วนหน้า ภายในซ่อนปุ่มหมุนสำหรับปรับตำแหน่ง Lens Shift เอาไว้ ตรงนี้ผมว่าดีกว่าแบบเปิดโล่งเห็นปุ่มหมุนชัดๆ เพราะมันล่อตาล่อใจ เสี่ยงต่อการโดนหมุนเล่นมากๆ เลย ฮา

ปุ่มหมุน Lens Shift ทั้ง 2 ชุด ชุดหนึ่งสำหรับปรับแนวตั้ง (Vertical) อีกชุดสำหรับแนวนอน (Horizontal)

จุดเชื่อมต่อสายสัญญาณต่างๆ ถูกจัดวางไว้ด้านข้าง จะได้ไม่มีปัญหาเชื่อมต่อสายกรณีที่จำเป็นต้องติดตั้งโปรเจ็คเตอร์ชิดผนังด้านหลัง อย่างไรก็ดีการเก็บซ่อนสายอาจทำได้ลำบากสักหน่อย เพราะไม่มีช่องหรือฝาครอบสำหรับบังร้อยสาย แต่จุดนี้มิได้เป็นปัญหาใหญ่แต่อย่างใด

แผงควบคุม สามารถเลื่อนฝาปิดได้เมื่อมิได้ใช้งาน ซึ่งดูลงตัวดี

ฝาครอบด้านหลังเป็นจุดเปลี่ยนหลอดไฟ (lamp) ซึ่งซ่อนเอาไว้ได้อย่างกลมกลืน รุ่นนี้ใช้หลอดชนิด UHP 240 วัตต์ ความสว่างตามสเป็กที่ 2200 lumen อายุการใช้งาน 3,000 (Normal) – 6,000 (Extreme Eco) ชม.

V9800 ติดตั้งเซ็นเซอร์รับสัญญาณรีโมตทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้รับสัญญาณได้ครอบคลุม ส่วนตัวรีโมตคอนโทรลเองมี Back-lit สีฟ้า สว่างเห็นชัดทุกปุ่มแม้ใช้งานในห้องมืด

ช่องต่อ

V9800 รับสัญญาณภาพความละเอียดระดับ 4K Ultra HD ผ่านทาง HDMI Input จำนวน 2 ช่อง โดย HDMI In 1 เท่านั้นที่เป็น Version 2.0 (with HDCP 2.2) รองรับสัญญาณภาพความละเอียดสูงสุดที่ 4K/60Hz 16-bit 4:2:0 (แสดงผลที่ 10-bit) หรือ 4K/60Hz 8-bit 4:4:4 เมื่อรับชมแหล่งโปรแกรมภาพระดับ 4K Ultra HD คุณภาพสูง (อาทิ 4K/UHD Blu-ray Player) จึงแนะนำให้เชื่อมต่อที่ช่องนี้

ส่วน HDMI In 2 เป็น Version 1.4 (with HDCP 1.4) รองรับสัญญาณภาพความะเอียดสูงสุดที่ 4K/30Hz 8-bit

ในยุค 4K ช่องต่อสัญญาณภาพแบบอะนาล็อกถูกลดความสำคัญลงไป เพราะความละเอียดภาพที่ได้ดูจะไม่สมกับความสามารถของโปรเจ็คเตอร์ อย่างไรก็ดี V9800 ก็ยังคง VGA In ไว้ เผื่อว่าจำเป็นต้องใช้ สามารถรับสัญญาณได้ทั้ง PC (RGB) และ Component (YPbPr/YCbCr)

และยังมี Ethernet port รองรับการควบคุมสั่งการโปรเจ็คเตอร์ผ่านระบบเครือข่าย ไปจนถึง USB, DC 12V Trigger และ RS232 สำหรับการควบคุมอุปกรณ์หลากหลาย นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับตัวรับสัญญาณรีโมต IR แบบภายนอกได้

เพิ่มเติม

V9800 ติดตั้งเลนส์ฉายพร้อมระบบซูม 1.5 เท่า ให้ความยืดหยุ่นในการติดตั้งได้ดี ยกตัวอย่าง หากต้องการฉายภาพบนจอขนาด 100 นิ้ว จะสามารถกำหนดระยะจัดวางโปรเจ็คเตอร์ได้ตั้งแต่ 3 ม. ไปจนถึง 4.5 ม.

นอกจากนี้ระบบ Lens Shift สามารถชดเชยระยะติดตั้งได้ทั้งแนวตั้ง (+/-65%) และแนวนอน (+/-27%)

V9800 มีตัวเลือก Test Pattern ไว้ให้อ้างอิงในการติดตั้งด้วย เพิ่มความสะดวกในการปรับตำแหน่ง Lens Shift และซูมขนาดภาพฉาย ให้พอดีกับขนาดของจอรับภาพ

V9800 ยังมาพร้อมฟีเจอร์ซ้อนภาพ ทั้ง PIP (Pinture-in-Picture) และ PBP (Picture-by-Picture) สามารถกำหนดเลือกแหล่งภาพได้อิสระจาก HDMI In ทั้ง 2 ช่อง และ VGA In

ควบคุมและเช็คสถานะการทำงานของ V9800 ผ่านระบบเครือข่ายได้ เพิ่มความสะดวกโดยเฉพาะเมื่อต้องสั่งการจะระยะไกล (ไม่ได้อยู่ที่หน้าเครื่องโปรเจ็คเตอร์)

ภาพ

เริ่มแรกทดสอบ V9800 กันที่ประเด็นเรื่องของการแสดงผลสัญญาณความละเอียด 4K ก่อนเลยผ่านแพทเทิร์นทดสอบ Resolution พบว่า สามารถแสดงรายละเอียดได้ครบถ้วนตามมาตรฐาน 4K (UHD) ภาพมีความคมชัดไม่มีปัญหาเหลื่อมสี หรือ Misconvergence อันเป็นอานิสงส์จากเทคโนโลยี 4K XPR ส่วนประเด็นที่หลายท่านกังวลเกี่ยวกับเทคโนโลยี DLP คือ Rainbow Effect พบว่า V9800 สอบผ่านฉลุย ไม่มีการรบกวนให้รำคาญตาเวลารับชมครับ

เคล็ดลับการถ่ายทอดภาพที่คมชัดของ V9800 อยู่ที่การโฟกัสให้เข้าเป๊ะ ซึ่งการปรับระยะซูมและโฟกัสของ V9800 ต้องดำเนินการโดยใช้มือหมุนวงแหวนหน้าเลนส์แบบแมนวล อาจจะไม่สะดวกเท่าโปรเจ็คเตอร์ไฮเอ็นด์บางรุ่นที่ใช้มอเตอร์ควบคุมและสั่งการผ่านรีโมตคอนโทรลไร้สาย แต่ก็ไม่ถึงกับลำบากยากเย็นอะไรนัก ผลลัพธ์ที่ได้ภายหลังดำเนินการก็ให้ความเที่ยงตรงดีมาก

V9800 ให้จำนวนโหมดภาพสำเร็จรูปมากถึง 11 ตัวเลือก อย่างไรก็ดีความแตกต่างของแต่ละโหมดจะไม่มากนัก ผลลัพธ์ด้านความเที่ยงตรงดีมาก ค่าอุณหภูมิสีทำได้ยอดเยี่ยมใกล้เคียง 6500°K เกือบทุกโหมดภาพ ส่วนหนึ่งน่าจะได้อานิสงส์จากการรับรองมาตรฐาน ISFccc จะเว้นก็แต่โหมด Bright แม้ให้ระดับความสว่างสูงที่สุดแต่สีเพี้ยนค่อนข้างมาก

ในจำนวนโหมดภาพทั้ง 11 ตัวเลือก จะมีโหมด ISF Day และ ISF Night รวมอยู่ด้วย ความเที่ยงตรงดีตามคาด แต่ดังที่เรียนไปแล้วว่า เกือบทุกโหมดภาพของ V9800 ให้ความเที่ยงตรงดีไม่ต่างกันนัก การใช้งานโหมดอื่น อาทิ Standard, Game (เหมาะกับการเชื่อมต่อ PC หรือรับชมภาพยนตร์ในห้องที่มีแสงรบกวนเล็กน้อยเพราะให้ความสว่างสูง) และ Rec.709 (เหมาะกับการรับชมภาพยนตร์ในห้องมืด) จะให้ความยืดหยุ่นในการรับชมสูงกว่า ISF ทั้ง 2 โหมด

หมายเหตุ: โหมด ISF Day และ ISF Night ของ V9800 มีข้อจำกัดตรงที่ไม่สามารถ On ในส่วนของตัวเลือก HDR ได้ จึงเหมาะกับการรับชมคอนเทนต์มาตรฐาน SDR เท่านั้น และอีกหนึ่งข้อสังเกต (อ้างอิงช่วงเวลาทดสอบ) คือ ผลลัพธ์จาก ISF 2 โหมดนี้ดูจะกลับกัน คือ ISF Day ภาพค่อนข้างมืดทึม ในขณะที่ ISF Night กลับให้ระดับความสว่างสูงกว่า ในจุดนี้เข้าใจว่าน่าจะได้รับการแก้ไขผ่าน Firmware ในภายหลัง

ผลการทดสอบการรับชมคอนเทนต์ SDR กับโหมดภาพ Standard พบว่าให้สมดุลสีอยู่ในเกณฑ์ดีมาก จะอมแดงช่วงไฮไลท์บ้างก็เล็กน้อยมาก ส่วนขอบเขตสีหรือ Color Space ทำได้ครอบคลุมเกินกว่า 100% ของมาตรฐาน sRGB/Rec.709

อีกหนึ่งทางเลือกโหมดภาพเมื่อรับชมในห้องที่คุมแสงได้มืดสนิท คือ  Silent ซึ่งโหมดนี้แม้ระดับความสว่างต่ำกว่าโหมดอื่นก็จริง (ต่ำกว่าราว 33% เมื่อเทียบกับโหมด Standard) อันเป็นผลจากตัวเลือก Lamp Mode = Eco แต่จะยืดอายุหลอดไฟออกไปได้ถึง 6,000 ชม. อีกทั้งระดับเสียงของพัดลมระบายความร้อนที่เดิมค่อนข้างเงียบอยู่แล้วก็จะเบาเงียบยิ่งขึ้น และยังประหยัดพลังงานมากที่สุดด้วย (อัตรากินไฟต่ำกว่าโหมดอื่นราว 26%

โหมดภาพจากโรงงานนั้นยอดเยี่ยมก็จริง แต่เชื่อว่าหลายท่านยังคงต้องการสิ่งที่เรียกว่า “เพอร์เฟ็กต์” ในแง่ของความเที่ยงตรงในการถ่ายทอดสีสันอิงตามมาตรฐานอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ด้วยฟีเจอร์จาก ISFccc สามารถไฟน์จูน V9800 จนได้ค่าภาพที่ยอดเยี่ยมเข้าขั้นเพอร์เฟ็กต์เลยทีเดียว โดยสามารถไฟน์จูนในส่วนของ White Balance (2-point), CMS และ Gamma

ตัวอย่างเมนูในส่วนของการไฟน์จูนภาพละเอียดบางส่วนของ V9800 ทั้งนี้ในส่วนของ Gamma สามารถแยกปรับในส่วนของ Black Level Adjustment และ White Level Adjustment เพิ่มเติมได้ ผลลัพธ์ด้านความเที่ยงตรงจึงสูงกว่า

นอกจากผลลัพธ์อันยอดเยี่ยมของ V9800 ในการรับชมคอนเทนต์ SDR แล้ว รุ่นนี้ยังรองรับการแสดงผล HDR ด้วย แต่จะต้องเปิดตั้งค่าในส่วนของตัวเลือก HDR อยู่ในเมนูหลักหัวข้อ Color เสียก่อน (ไม่แนะนำให้เปิดใช้ตัวเลือก HDR กับการรับชมคอนเทนต์ SDR)

หลังจากเปิดใช้ในส่วนของตัวเลือก HDR ในเมนูตั้งค่าของ V9800 แล้ว เมื่อรับชมคอนเทนต์ 4K HDR อาทิ 4K HDR Blu-ray Disc จะมี Info แสดงขึ้นมาดังภาพ (HDR On ที่กลางภาพ และ HDR10 ที่มุมซ้ายบน) หมายถึงระบบตรวจพบสัญญาณ HDR10 และแม็ตช์การแสดงผลให้เรียบร้อย

ทดสอบคอนเทนต์ 4K HDR ด้วยสารคดียอดเยี่ยม “Planet Earth II” และภาพยนตร์สุดมัน “Kingsman: The Secret Service” ร่วมกับ Oppo UDP-203 เครื่องเล่น 4K/UHD Blu-ray Player พบว่า V9800 ให้ความเปรียบต่างของแสงได้โดดเด่นมากทีเดียว ถึงแม้ความเจิดจรัสจะไม่เจิดจ้ากระแทกตาเท่ากับเทคโนโลยีจอภาพแบบ Direct-view (Flat panel) Display หรือ “ทีวี” ที่เราๆ ท่านๆ คุ้นเคยกัน แต่ถ้าเทียบกับเทคโนโลยีโปรเจ็คเตอร์ด้วยกันต้องถือว่าน่าตื่นตายิ่งนัก โดยเฉพาะเมื่อรับชมในห้องที่คุมแสงได้มืดสนิท บนจอรับภาพขนาด +/-100 นิ้ว ระดับความสว่างที่ได้ก็เพียงพอแล้ว

คำแนะนำสำหรับตัวเลือกตั้งค่า HDR ของ V9800 คือ HDR1 เหมาะสำหรับการรับชมในห้องที่มืดสนิทเท่านั้น หากสภาพแวดล้อมมีแสงรบกวน จะทำให้ Shadow Detail จมหายไป การแยกแยะรายละเอียดในที่มืดจะทำได้ยาก ในขณะที่ HDR2 สามารถใช้งานได้ทั้งห้องมืดสนิท หรือในสภาพแวดล้อมที่มีแสงรบกวนเล็กน้อย เพราะในโหมดนี้การแยกแยะ Shadow Detail ทำได้ง่ายกว่า

จุดที่ V9800 ยังเป็นรอง 4K HDR Projector ระดับเรือธงอื่นๆ ที่มีระดับราคาสูงกว่าบางรุ่น คือ เรื่องของการแสดงขอบเขตสีหรือ Color Space แม้จะทำได้ครอบคลุมเกินมาตรฐาน sRGB/Rec.709 แต่หากอ้างอิงมาตรฐาน DCI-P3 จะทำได้อยู่ที่ราวๆ 80% เท่านั้น อย่างไรก็ดีในประเด็นเรื่องสีสันนี้ หากไม่ตั้งเทียบกันก็อาจสังเกตความแตกต่างได้ไม่ง่ายนัก โดยรวมยังคงถ่ายทอดสีสันจากภาพยนตร์ได้ดี ความเที่ยงตรงของสมดุลสีเป็นประเด็นที่ควรให้ความสำคัญมากกว่า และจุดนี้ V9800 ก็ทำได้ดีมาก

ด้านภาพเคลื่อนไหว V9800 ยังไม่มีฟังก์ชั่นประมวลผลแทรกเฟรม (Frame Interpolation) แต่ก็ให้ความต่อเนื่องของเฟรมต้นฉบับที่ดูเป็นธรรมชาติจนอาจไม่มีความจำเป็นต้องพึ่งระบบดังกล่าว

ความเที่ยงตรงด้านสมดุลสีของ V9800 ยังส่งอานิสงส์ไปถึงการใช้งานเป็นจอภาพอ้างอิงตามมาตรฐาน sRGB ได้

ผลลัพธ์เมื่อเชื่อมต่อกับเครื่องเกมคอนโซล หรือ PC พื้นฐานการแสดงผล 4K HDR บนจอฉายเกือบ 100 นิ้ว ให้รายละเอียดภาพได้ตื่นตาตื่นใจมาก การตอบสนองอยู่ในเกณฑ์ดี ระดับ HDMI Input Lag อยู่ที่ราว 61.8 ms ทุกโหมดภาพ

สรุป

การรับชม 4K HDR บนจอขนาดยักษ์กว่า 100 นิ้ว ดูจะเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับทีวี แต่บัดนี้โปรเจ็คเตอร์สามารถตอบสนองในจุดนี้ได้แล้วด้วย Acer V9800 ที่ค่าตัวราวหนึ่งแสนกลางๆ เท่านั้นเอง ความบังเทิงอารมณ์เดียวกับโรงภาพยนตร์จึงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม!

จุดเด่นของ Acer V9800

  • การแสดงผลแบบ 4K XPR ให้ความคมชัด รายละเอียดพิกเซลดีกว่า Full HD Projector อย่างเห็นได้ชัดเจน
  • ปราศจากปัญหา Misconvergence ไม่จำเป็นต้องทำ Panel Alignment ใดๆ ในขั้นตอนติดตั้ง และ Screen-door Effect ก็บางมากจนแทบไม่เห็น
  • รองรับการแสดงผล HDR ผ่านตัวเลือก HDR Mode 2 แบบ เลือกใช้ได้ตามแต่สถานการณ์
  • ให้ช่องต่อ HDMI มาทั้งหมด 2 ช่อง เป็น Version 2.0 1 ช่อง รองรับสัญญาณ 4K 60Hz 4:4:4 และ HDCP 2.2 ส่วนอีกช่องเป็น HDMI 1.4 รองรับสัญญาณ 4K 30Hz
  • โหมดภาพจากโรงงานจึงให้ความเที่ยงตรงสูง ในขณะที่รองรับการคาลิเบรทปรับภาพได้ละเอียดตามมาตรฐาน ISF
  • เลนส์ฉายคุณภาพสูง ให้อัตราคลาดสีน้อย และมีระยะซูมถึง 1.5 เท่า พร้อมด้วย Lens Shift ปรับได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอนทำให้กำหนดตำแหน่งตั้งวางได้ยืดหยุ่น
  • ให้ระดับความสว่างสูงสุดตามสเป็กที่ 2200 ลูเมน ในขณะที่มีระดับเสียงรบกวนจากระบบระบายความร้อนต่ำ

จุดด้อยของ Acer V9800

  • ตัวเครื่องใหญ่โตตามดีกรีรุ่นท็อป อาจต้องใช้พื้นที่ติดตั้งและต้องคำนึงถึงความมั่นคงเมื่อทำการยึดแขวนอยู่สักหน่อย
  • การปรับหน้าเลนส์ทั้ง Zoom, Focus และ Shift ควบคุมด้วยมือ ยังไม่ใช่อิเล็กทรอนิกส์มอเตอร์ แต่ก็ให้ผลลัพธ์ในแง่ความละเอียดเที่ยงตรงและยืดหยุ่นได้อย่างดีเยี่ยม
  • ขอบเขตสียังไม่ครอบคลุมถึง DCI-P3 แต่สำหรับมาตรฐาน sRGB/Rec.709 นั้น ทำได้ดีมากเกิน 100%
  • ไม่รองรับการแสดงผล 3D
  • ไม่มี Frame Interpolation แต่การรับชมภาพเคลื่อนไหวต่างๆ มิได้รู้สึกว่าสะดุด หรือขาดความต่อเนื่อง
  • ไม่มีลำโพงในตัว การใช้งานโปรเจ็คเตอร์ระดับนี้ต้องการชุดโฮมเธียเตอร์เต็มระบบจึงจะคู่ควร

 

ราคา Acer V9800

169,000 บาท

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Acer Product Info Line: 0-2685-4311, 0-2153-9600

Acer Technical Enquiry: 0-2685-4355, 0-2153-9655

หรือ www.acer.co.th                                                                                      

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้