รีวิว! Aconatic AN-55DU800SM 4K Smart TV จอใหญ่ เครื่องแรกแบรนด์ไทย มาในราคาคุ้มค่า

ในปีนี้ทาง Aconatic ก็มีไลน์อัพทีวีใหม่ๆ ออกมาวางจำหน่ายตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น รุ่นกลางไปจนถึงรุ่นท็อป โดยหนึ่งในนั้นที่ทางผมได้รับมารีวิวคือเจ้า AN-55DU800SM เป็นทีวีรุ่นท็อป ความละเอียด 4K (3,840 x 2,160) เครื่องแรกของแบรนด์ไทย มาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ 55 นิ้ว ดีไซน์มีความทันสมัย อีกทั้งมีฟีเจอร์ Smart TV ที่รองรับการแคสต์ Youtube จากสมาร์ทโฟน รองรับการเล่นไฟล์ต่างๆ ผ่าน USB นอกจากนี้ จะมีฟีเจอร์อะไรเพิ่มเติมอีก รีวิวนี้มีคำตอบให้ครับ!
ราคาเปิดตัว : 24,900 บาท
สเป็คเบื้องต้น Aconatic AN-55DU800SM
– Resolution : 3840 x 2160 (4K)
– Size : 55″
– operation System Linux
– Built-in Wifi
– Built-in Digital TV DVBT2
– Refresh Rate: 60Hz
– Smart TV

ดีไซน์
งานดีไซน์ของ AN-55DU800SM โดยรวมถือว่ามีความทันสมัยไม่น้อยครับ เริ่มจากขอบทีวีมีการใช้วัสดุโทนสีดำมันวาว ขอบบางเกือบสุดจอ พอตัดกับขอบทีวีด้านล่าง ที่ใช้วัสดุสีเงินเมทัลลิคก็ดูหรูหรา สง่างาม ส่วนฐานขาตั้งเป็นโลหะสีเงินเมทัลลิค ทรงกิ่งไม้ ที่ถูกออกแบบให้มีระยะห่างของฐานขาตั้งสองฝั่ง ขนาดพอเหมาะพอดีกับโต๊ะยาว 2 เมตร ถือว่ามีขนาดไม่ใหญ่เกินไปนัก ส่วนทางด้านล่างทีวีฝั่งซ้ายจะมีจุดรับสัญญาณรีโมทคอนโทรล และข้างใต้จะมีช่องลำโพงกำลังขับ 8W จำนวน 2 ดอก ที่ขับพลังเสียงในรูปแบบสเตอริโอ และยังมีโหมดเสียงต่างๆ มีมาให้เลือกฟังถึง 5 โหมด คือ Standard, Music, Movie, Sport และ User ส่วนด้านหลังทีวีเป็นกรอบสีดำ ขนาดบางเรียบ ไม่ว่าจะนำไปห้อยหรือแขวนบนผนังบ้านก็ดูสวยงามดีครับ

ขาตั้งโลหะสีเงินเมทัลลิค ทรงกิ่งไม้ ปลายโค้งมนมีความคงทนแข็งแรง

ตรงกลางขอบล่างทีวีมีโลโก้ Aconatic และบริเวณใกล้ๆ กันมีช่องไฟแสดงสถานะ ตอนปิดเครื่อง และตอนกดรีโมท

ด้านหลังมีปุ่มคำสั่งสำหรับ ปิด-เปิดเครื่อง, เลือกช่องแหล่งสัญญาณ, เมนูปรับแต่ง, ปรับระดับเสียง และเปลี่ยนช่อง
ช่องต่อ
สำหรับช่องต่อการใช้งานต่างๆ ของ AN-55DU800SMจะถูกแยกออกเป็น 2 ส่วนครับ คือด้านข้างและด้านหลัง โดยด้านข้างมีช่องต่อ AV เอาไว้ต่อกับเครื่องเสียง เครื่องเล่นดีวีดีรุ่นเก่าๆ ที่ยังใช้งานช่องต่อเหล่านี้อยู่ มีช่องต่อ USB 3 ช่อง เอาไว้สำหรับเล่นไฟล์มีเดียต่างๆ จาก Flash Drive หรือ External Harddisk โดยมีเวอร์ชั่นล่าสุด 3.0 ให้มา 1 ช่อง จะเป็นช่องเสียบสีฟ้า ข้อดีคือสามารถโอนถ่ายข้อมูลได้รวดเร็วกว่า USB 2.0 นั่นเอง ส่วนช่องต่อด้านหลังมี HDMI 3 ช่อง มีแบบ ARC กับ MHL นอกจากนี้ก็มีช่องต่อ Antenna, Audio In, Optical และ LAN ให้มาอย่างละช่องครับ

ช่องต่อด้านข้างถูกจัดวางในแนวตั้ง เสียบใช้งานได้สะดวก

ช่องต่อด้านหลังจัดวางไว้ชิดกัน ดูสวยงามเป็นพิเศษ
ช่องต่อ Aconatic AN-55DU800SM
1.USB 3ช่อง
2.HDMI 3 ช่อง
3.RF(Antenna)
4.Analog
5.Audio In 3.5 มม. 1 ช่อง
6.Optical 1 ช่อง
7.LAN

รีโมทคอนโทรล หน้าตาเรียบง่าย มีน้ำหนักเบา
ภาพ
หลังจากเห็นดีไซน์ และช่องต่อการใช้งานไปแล้ว ต่อมาผมจะพาไปดูโหมดภาพนะครับ โดยก่อนจะเริ่มการทดสอบทางผมได้มีการตั้งค่าพอร์ต HDMI Type บนทีวี จากเวอร์ชั่น 1.4 เป็น 2.0 เพื่อให้ทีวีนั้น สามารถแสดงภาพความละเอียด 4K ได้ เนื่องจากว่าวันนี้ผมจะใช้แผ่นหนัง 4K ฺBlu-ray ในการทดสอบโหมดภาพต่างๆ ผ่านเครื่องเล่น Xbox One S ครับ เริ่มที่เรื่องแรกคือเรื่อง Warcraft ด้วยจุดเด่นหนังเรื่องนี้ที่ผมเลือกมาคือ ฉากต่อสู้ ฉากแสงสีเอฟเฟกต์ค่อนข้างเยอะ อีกทั้งจะได้ดูภาพเคลื่อนไหวและโทนภาพไปพร้อมกันเลย
ช่วงแรกผมเปิดหนังขึ้นมา ทางเครื่องเล่น Xbox One S แจ้งป็อปอัพขึ้นมาบนหน้าจอทีวีว่า ไม่รองรับ HDR (High dynamic range) แต่ก็ไม่เป็นไรนะครับ ยังสามารถดูหนังได้ตามปกติ เพียงแต่ภาพที่ออกมาจะมีความละเอียด 4K (3,840 x 2,160) เท่านั้นเอง โดยรวมผมว่าทั้ง สีสัน โทนภาพ ค่อนข้างใช้ได้เลย ส่วนภาพเคลื่อนไหวผมสังเกตเห็นอาการเงาดำตามหลังตัวละคร หรือภาพสั่น ไม่ลื่นไหลมากนัก พอผมลองเข้าไปปรับตัวช่วยเรื่องภาพ ที่ตั้งค่า Motion Compensation เดิมทีวีถูกเซ็ตค่าอยู่ที่ High พอปรับมาที่ Off หรือ Low อาการเงาดำตามหลังตัวละคร หรืออาการภาพสั่นเริ่มหายไป ภาพเคลื่อนไหวดูสมูท ลื่นไหลมากขึ้น

ส่วนโหมดภาพ ผมขอบอกก่อนครับว่าทาง Aconatic ได้มีการบรรจุโหมดภาพมาให้กับ AN-55DU800SM มีทั้งหมด 5 โหมดด้วยกันคือ Standard, Vivid, Home, Mild และ User โดยหลังจากที่ผมทดสอบโหมดภาพครบทุกโหมดแล้ว ผมขอสรุปโดยรวมเลยนะครับ เริ่มจากโหมด Standard และ Vivid โทนภาพมีความสว่าง สดใส สีสันของภาพมีความโดดเด่นอย่างเห็นได้ชัด รายละเอียดของสีมีความสด ช่วงของสีจะกว้างกว่าทุกโหมด สามารถขุดรายละเอียดในฉากมืด หรือฉากที่มีแสงสว่างน้อยให้เห็นชัดเจนดีขึ้น แต่โทนภาพลักษณะนี้ก็จะมีข้อเสีย คือภาพที่ออกมาจะไม่ถูกต้องตามความเป็นจริงนัก หรือสีสันโอเว่อร์เกินไป ซึ่งจะให้อรรถรสในการรับชมภาพไปอีกแบบนึง ถ้าใครชอบภาพโทนสีสวยสด เอิบอิ่ม ผมก็ขอแนะนำสองโหมดนี้เลย
ส่วนโหมด Home และ Mild ภาพที่ออกมาจะแตกต่างกันเล็กน้อยครับ โดยโหมด Mild สีสันภาพจะออกโทนมืดกว่า นอกจากนั้นก็ใกล้เคียงกันคือ โทนภาพดูอบอุ่น ให้อารมณ์คล้ายๆ กับโรงภาพยนตร์ สีสันของภาพที่ออกมาอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน สีใกล้เคียงความเป็นจริง และแสงสว่างของภาพออกมาไม่สูงมาก เหมาะสำหรับชมภาพยนตร์ภายในบ้าน ข้อดีคือ แสงไม่แยงตา เวลาดูหนังนานๆ จะไม่รู้สึกปวดตา เหมือนกับโหมด Standard และ Vivid ที่มีแสงสว่างของภาพค่อนข้างสูงกว่า
โหมดสุดท้าย User จะเป็นโหมดที่ให้ผู้ใช้งานเลือกปรับค่าภาพต่างๆ ได้ตามต้องการ เช่นค่า Contrast = ระดับสีขาว, Brightness = ระดับสีดำ, Saturation = ระดับความสดอิ่มของสี, Sharpness = ความคมชัด และแสง Blacklight เป็นแสงพื้นหลังทีวีก็มีมาให้ด้วยครับ ซึ่งในตอนทดสอบโหมดนี้ ผมลองปรับแสงแบล็คไลท์ และคอนทราสต์เต็ม 100% แล้ว ปรากฏภาพที่ออกมาดูสว่าง สีสันใกล้เคียงกับโหมด Standard และ Vivid เลยครับ

ฉากที่แสงสว่างเจิดจ้า สามารถถ่ายทอดภาพออกมาสวยงาม เห็นรายละเอียดแสงอาทิตย์ ท้องฟ้าชัดเจน

ทดสอบด้วยเรื่อง Xmen ใบหน้าแมกนีโต้ มีสีสันอยู่ในระดับพอดี ไม่เข้มจนเกินไป

ทดสอบด้วยเรื่อง Life of Pi ฉากตอนกลางคืน ก็ถ่ายทอดภาพออกมาได้สวยสด งดงาม แสดงรายละเอียดความมืดและความสว่างได้ในระดับดี
เพิ่มเติม
AN-55DU800SM ไม่ได้มีดีแค่ความละเอียด 4K (3,840 x 2,160) ยังมีฟีเจอร์ Smart TV ที่ถูกพัฒนาบนพื้นฐานระบบปฏิบัติการ Linux มาพร้อมแอพฯ มากมายที่สามารถตอบโจทย์ความบันเทิงภายในบ้านได้ครบอย่างแน่นอน โดยในหน้าสมาร์ทโฮมด้านซ้าย จะเป็นส่วนของแหล่งสัญญาณเข้า มีดิจิตอลทีวี, อนาล็อกทีวี, HDMI 1-3 และ AV อีกทั้งมีจอแสดงคอนเทนต์ที่ใช้งานอยู่ด้านบนด้วย ส่วนทางด้านขวาจะเป็นแหล่งของฟีเจอร์ต่างๆ อย่าง Youtube, App Store, Media, Browser, Multiscreen, และ Free Share สำหรับการใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ สามารถควบคุมผ่านรีโมทคอนโทรลได้เลย ด้วยการกดปุ่ม Home/Source แล้วทีวีก็จะแสดงหน้าสมาร์ทโฮม จากนั้นก็เลื่อนเมนูซ้าย-ขวา เลือกใช้งานฟีเจอร์ตามต้องการ

แอพฯ Youtube ถูกนำมาไว้เป็นอันดับแรกในหน้า Smart Home เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งาน แต่มีข้อจำกัดที่ไม่สามารถพิมพ์ค้นหาเป็นภาษาไทยได้ ดังนั้นแนะนำว่าให้ใช้วิธีการแคสต์ Youtube จากสมาร์ทโฟนขึ้นไปบนทีวีจะสะดวก รวดเร็วกว่า เพราะพิมพ์เป็นภาษาไทยและใช้คำสั่งเสียงในการค้นหาได้ครับ

นอกจากดู Youtube ผ่านแอพพลิเคชั่นโดยตรงบนทีวี AN-55DU800SM ยังรองรับการแคสต์วิดีโอ Youtube จากสมาร์ทโฟนขึ้นไปอยู่บนทีวีได้ด้วย สำหรับการใช้งานสมาร์ทโฟนและทีวีจะต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต WiFi ในวง LAN เดียวกันก่อน จากนั้นเข้าแอพฯ Youtube บนสมาร์ทโฟน เลือกกดดูคลิปวิดีโอตามต้องการ แล้วจะเห็นหน้าจอสี่เหลี่ยมมีสัญญาณ WiFi อยู่ด้านบน ขั้นตอนต่อไปให้กดเชื่อมต่อกับชื่อทีวี ChangHong แล้วดีโอก็จะปรากฏบนจอทีวี มีความละเอียดสูงสุด Full HD (1,920 x 1,080) ได้สะดวกสบาย แม้ไม่มี Chromecast แต่ก็สามารถใช้ได้ ทั้งนี้รองรับสมาร์ทโฟน Android และ iOS ครับ

iPhone สามารถแคสต์ Youtube ไปบนทีวีได้ด้วย

ขณะแคสต์วิดีโอ สมาร์ทโฟนยังสามารถใช้งานอย่างอื่นได้ เช่น เล่น Facebook, แชท LINE, ท่องเว็บไซต์บน Google

แหล่งรวมแอพฯ มากมาย บน App store ที่เข้าใช้งานได้สะดวกสบาย โดยไม่ต้องติดตั้งให้หนักเครื่อง

แอพฯ ฟังเพลง Deezer ก็มีในทีวีรุ่นนี้ด้วยนะ

แอพฯ การ์ตูนสำหรับเด็กๆ มีให้เลือกดูมากมาย

ใช้งาน Browser สามารถพิมพ์ค้นหาเป็นภาษาไทยได้ และแนะนำว่าหาคีย์บอร์ดมาเสริม จะช่วยให้พิมพ์สะดวก รวดเร็วขึ้น

เล่นไฟล์ผ่าน USB ได้ โดยจากการทดสอบสามารถเล่นไฟล์หนัง 4K ความจุ 100GB จาก External Harddisk แต่มีข้อจำกัดที่เล่นไฟล์เสียงบางชนิดไม่ได้ อีกทั้งเลือก Subtitle ปรับเสียง ปรับภาพได้ นอกจากนี้ ยังรองรับไฟล์เสียง Mp3 กับ AAC ไฟล์รูปภาพ JPEG, BMP และ PNG

เล่นไฟล์หนัง 4K ผ่านช่องต่อ USB 3.0 ได้ลื่นไหล

ฟีเจอร์สุดท้ายคือ MultiScreen เอาไว้สำหรับแชร์ภาพจากสมาร์ทโฟน ขึ้นไปบนหน้าจอทีวี โดยรองรับทั้ง Android และ iOS ครับ
สรุป
ข้อดีของ AN-55DU800SM
1.หน้าจอขนาดใหญ่ 55 นิ้ว ความละเอียด 4K (3,840 x 2,160) ดีไซน์ทันสมัย ราคาคุ้มค่า
2.มีฟีเจอร์ Smart TV ที่รองรับการแคสต์วิดีโอ Youtube จากสมาร์ทโฟน และรองรับการเล่นไฟล์ต่างๆ ผ่าน USB โดยสามารถเล่นไฟล์หนัง 4K ขนาด 100 GB ได้
3.ช่องต่อให้มาครอบคลุมการใช้งานทุกประเภท
ข้อเสียของ AN-55DU800SM
1.เล่นไฟล์เสียงบางชนิดผ่าน USB ไม่ได้ แต่ไฟล์เสียงที่คนส่วนใหญ่ชอบใช้งาน เล่นได้ครับ
2.ช่องต่อด้านหลังค่อนข้างแคบเล็กน้อย อยู่ในมุมอับสายตา ทำให้เสียบใช้งานยากนิดนึง ซึ่งจะเหมาะกับแขวน หรือ ติดตามผนังบ้าน
3.แอพฯ Youtube บนทีวี ไม่สามารถพิมพ์ค้นหาเป็นภาษาไทยได้ แต่แนะนำว่าให้ใช้วิธีการแคสต์ Youtube หรือเข้าผ่านเว็บบราวซ์เซอร์แทน
AN-55DU800SM ถือว่าเป็นทีวีที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการ สำหรับคนที่กำลังมองหาทีวีอยู่ในตอนนี้ ได้อย่างแน่นอน เพราะด้วยคุณสมบัติที่เป็นทีวีความละเอียด 4K (3,840 x 2,160) มีหน้าจอขนาดใหญ่ 55 นิ้ว ที่เหมาะกับการรับชมภายในบ้าน ดีไซน์สวยงาม บางเรียบ และมีน้ำหนักเบา แถมยังมีฟีเจอร์ Smart TV ที่มาพร้อมแอพพลิเคชั่น Youtube รองรับการเล่นไฟล์มีเดียผ่าน USB รองรับการแคสต์วิดีโอ Youtube จากสมาร์ทโฟน และมีฟีเจอร์ MultiScreen สำหรับแชร์ภาพจากสมาร์ทโฟนขึ้นไปแสดงบนหน้าจอทีวี จากข้างต้นผมว่าฟีเจอร์การใช้งานต่างๆ ในรุ่นนี้ค่อนข้างให้มาครบ และใช้งานง่ายมากครับ
อย่างไรก็ตาม อีกปัจจัยหนึ่งถือว่ามีความสำคัญมาก ที่จะเป็นตัวช่วยตัดสินใจชั้นดีให้กับท่านผู้อ่านทั้งหลาย คือ “ราคา” โดยรุ่นนี้ผมขอบอกเลยครับว่า คุ้มค่ามาก ด้วยราคาเปิดตัวอยู่ที่ 24,900 บาท แต่ราคาขายจริงๆ ตอนนี้ ลดลงมาอยู่ที่หมื่นปลายๆ แล้ว ถ้าหากเทียบกับคุณภาพที่ได้ และเทียบกับแบรนด์อื่นที่เป็นทีวี 4K เหมือนกัน จะมีราคาถูกกว่าครับ ซึ่งถ้าใครอยากจะสนับสนุนทีวีของคนไทย ผมว่าทีวีตัวนี้ก็น่าสนใจมากๆ พร้อมทั้งรับประกันยาวถึง 3 ปีเลย!

ราคาเปิดตัว “24,900” บาท
*มาตรฐานคะแนนปี 2017