Skip to content
|

รีวิว BenQ F5 อีกหนึ่งสมาร์ทโฟนราคาประหยัดสุดลื่นไหลที่รองรับ 4G LTE

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 14 Jan 2022 0 comments

ต้องยอมรับว่าหลายปีที่ผ่านมาตลาดสมาร์ทโฟนในปัจจุบันมีการแข่งขันกันอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน บรรดาผู้เล่นต่างๆ ล้วนแล้วแต่เร่งที่จะพัฒนาเทคโนโลยีให้กับผลิตภัณฑ์ของตนให้สามารถเหนือกว่าคู่แข่งเพื่อครอบครองตลาด รวมไปถึงดึงเม็ดเงินจากผู้บริโภคที่ต้องการจะเป็นเจ้าของสุดยอดเทคโนโลยีให้กับแบรนด์ แน่นอนว่าหากเราๆ ต้องการจะเป็นเจ้าของสินค้าที่แรง,เร็ว และลื่นไหลที่สุด เราอาจจะต้องควักเงินจำนวนกว่า 20,000 บาท เพื่อให้ได้มา

ทว่าในปัจจุบันนี้เทรนด์ของการบริโภคสมาร์ทโฟนเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อเราสามารถเป็นเจ้าของสินค้าที่ดีได้ในราคาไม่กี่บาท ขอบเขตของการแข่งขันจึงย้ายจากสินค้ารุ่นเรือธง มาเป็นสมาร์ทโฟนราคาประหยัดแต่ประสิทธิภาพสูงแทน จึงเป็นที่มาของสินค้าที่ผมจะนำมารีวิวในครั้งนี้ นั่นก็คือ BenQ F5 ตัวนี้ครับผม

หลังจากที่หายไปจากเมืองไทยไปเป็นเวลาเนิ่นนาน BenQ ก็กลับมาลุยตลาดโทรศัพท์มือถืออีกครั้ง ด้วยการส่ง BenQ F5 ตัวนี้ที่เป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางราคาไม่เกินหมื่น ที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 4.4.2 KitKat ตัวล่าสุดมาให้ รองรับการใช้งาน 4G LTE 1800/2100 Mhz นอกจากนี้ตัวกล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล ยังใช้เซ็นเซอร์ Exmor จาก Sony อีกด้วย ดูสเปคคร่าวๆ แล้วไม่ธรรมดา ผมจึงขอรับหน้าที่ในการรีวิวสมาร์ทโฟนเครื่องนี้ให้ทุกท่านได้ชมกันครับ

BenQ F5 Specification
Operating System : Android 4.4.2 KitKat
Processor : Qualcomm Snapdragon 400, Quad-core @1.2 GHz Cortex-A7
Memory : RAM = 2 GB, Internal Storage = 16 GB, Additional microSD supported
Display : 5 inches IPS 720p display (~298 ppi)
Camera : Front = 2 MP, Back = 13 MP (Sony Exmor Sensor)
Battery : non removable 2520 mAh battery
Dimension : 142.95 x 72.8 x 8.5 mm
Weight : 135g

ราคาตั้ง 7,990 บาท

ดีไซน์

BenQ F5 จะทำออกมาทั้งหมด 2 สี 2 สไตล์ คือสีดำขลิบแดงดูโฉบเฉี่ยว และสีขาวสดใสบริสุทธิ์ ซึ่งสีที่ทางทีมงานได้มารีวิวคือสีดำนั่นเองครับ ตัวเครื่องมีความบางเพียง 8.5 มม. และน้ำหนักที่ค่อนข้างเบา 185 กรัม ทำให้พกพาค่อนข้างสะดวก

ดำขลิบแดงดูโฉบเฉี่ยวสุดๆ

 


บริเวณด้านข้างของเครื่องไม่มีอะไรพิเศษครับ นอกจากปุ่มปรับเสียงที่จะอยู่ทางด้านขวาของเครื่อง
ส่วนที่เห็นเป็นร่องเหลี่ยมๆ ทั้งสองข้าง คือจุดที่จะให้เราใช้เล็บสอดเข้าไปเพื่อแกะเอาฝาหลังออกครับ





ด้านบนเป็นปุ่ม Sleep/Wake และช่องเสียบหูฟังขนาดแจ็คมาตรฐาน 3.5 มม.
ด้านล่างเป็นช่องเสียบสาย Micro USB ขนาดมาตรฐานสำหรับสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์




บริเวณฝาหลังมีลักษณะเป็นผิวซิลิโคนหนึบๆ ช่วยให้จับได้แน่นไม่หลุดมือง่ายๆ



ใหญ่กว่ามือมนุษย์มาตรฐานชายไทยแบบผมไปนิดหน่อย แต่ผิวยางด้านหลังก็ช่วยให้การจับถือหนึบติดมือดีพอสมควร





บริเวณเลนส์กล้องจะเป็นหลุมเซาะลงไปขลิบขอบด้วยอะลูมิเนียมสีแดงสด ไม่นูนออกมาเหมือน iPhone 6



ด้านล่างเป็นลำโพงนอกตัวเครื่อง แต่ก็ยังไม่วายเติมสีแดงให้ดูมีสเน่ห์อีกด้วย

เราสามารถแกะฝาหลังออกมาด้วยการเอาเล็บงัดตามร่องที่อยู่บนตัวเครื่องมาเรื่อยๆ ก็จะเจอแบตเตอรี่ขนาดความจุ 2520 mAh ที่ไม่สามารถถอดเปลี่ยนได้

ช่องเสียบ microSD การ์ดจะอยู่บริเวณมุมซ้ายบนของแบตเตอรี่

อุปกรณ์ที่มีมาให้ในกล่องก็จะได้แก่ สายชาร์จพร้อมอะแด็ปเตอร์ หูฟังแบบมีรีโมท และฟิล์มกันรอย

นอกจากนี้ยังมี flip case และแบตสำรองขนาด 4500 mAh แถมมาให้อีกด้วย เป็นโปรโมชั่นพิเศษในช่วงนี้ครับผม

จอสีสันสดใสสว่างสู้แสงภายนอกได้สบายๆ

มาเริ่มใช้งานกันเลยดีกว่าครับผม เมื่อเปิดเครื่องมาเราก็จะพบกับ หน้าจอหลัก Q Launcher ซึ่งมีหน้าตาตามรูปด้านบนครับ สำหรับแอปพลิเคชั่นที่ติดเครื่องมาก็จะมีแอปพื้นฐานของ Google ได้แก่พวก Gmail, YouTube, Hangouts, etc. เป็นต้น นอกจากนี้ก็จะเป็นในส่วนของ BenQ Select ที่เป็นแอปฯที่ทาง BenQ ใส่เพิ่มเข้ามาให้หรือที่เรียกว่า ส่วนแอปที่เราทำการโหลดเพิ่มเองจะมาอยู่ที่ New Comer ทั้งหมดครับ

มองเผินๆ จะพบว่า Q Launcher ไม่มีปุ่มสำหรับเข้า App Drawer มาให้ เนื่องจากเค้าได้เอาทุกอย่างออกมาไว้ข้างนอกหมดแล้วนั่นเอง สำหรับหน้าตาของตัว Launcher อันนี้ ส่วนตัวผมว่าค่อนข้างจะดูคลาสสิคไปเสียนิด ซึ่งดูจะสวนทางการดีไซน์กับตัวใหม่ๆ ในปัจจุบันอย่าง Google Now Launcher เป็นต้นครับ ในจุดนี้ผู้ใช้สามารถทำการดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้อยู่แล้วครับสำหรับท่านที่ไม่ชอบ

ก่อนอื่นก็จับมา Benchmark กันก่อนเลยครับ ผลคะแนนออกมาประมาณ 17640 ถือว่าเป็นคะแนนที่ค่อนข้างโอเคสำหรับมือถือระดับกลางแบบนี้ ทว่า ตัวเลขการ Benchmark ไม่ใช่ทุกสิ่งครับ ประสบการณ์การใช้งานจริงก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน เราจึงต้องมาลองใช้งานจริงกันครับ

ผมลองโหลดเกมยอดฮิตต่างๆ มาติดตั้งเพื่อทดสอบประสิทธิภาพกับเฟรมเรตที่ได้ เริ่มจาก Summoner War เกม 3D MMORPG ชื่อดัง การเรนเดอร์ภาพต่างๆ ก็ออกมาลื่นไหลไม่มีสะดุด ลองเปลี่ยนมาเล่นเกมสามมิติอีกเกม Flick Soccer ก็ไม่มีสะดุดเช่นเดียวกันครับ สลับมาเป็น Brave Frontier ที่มักจะมีอาการสะดุดให้เห็นเมื่อมีการแสดงเอฟเฟ็กต์หนักๆ ซึ่งประสิทธิภาพบน BenQ F5 ก็ค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจครับ แม้ว่าจะมีอาการสะดุดให้เห็นบ้างซึ่งจะพบเฉพาะช่วงที่เอฟเฟ็กต์หนักหนาอลังการจริงๆ เท่านั้น

Flick Soccer มินิเกมปัดลูกบอลเข้าโกล์ เกมสามมิติง่ายๆ ที่ใครก็เล่นได้

Summoner War ลื่นไหลใช้ได้ ไม่มีอาการกระตุกให้พบเห็น

เจอกราฟฟิคหนักๆ แบบนี้ก็มีกระตุกให้เห็นแน่นอนครับสำหรับสเปคเครื่องระดับนี้

 

หมดจากเรื่องเกมมาลองกล้องถ่ายภาพกันบ้างครับ สำหรับฟีเจอร์ที่มีมาให้ปรับแต่งก็มากมายจนเล่นไม่หมดครับ ไม่ว่าจะเป็นการ Pre-Process หรือ Post-Process ตัวสมาร์ทโฟนก็มีพารามิเตอร์มาให้ปรับมากมายตามรูปด้านล่าง โดยค่าความละเอียดเริ่มต้นจากโรงงานนั้นจะถูกปรับมาเป็นแบบ 16:9 10MP ที่เป็นอัตราส่วนแบบ Widescreen แต่ถ้าใครอยากได้แบบใหญ่สะใจมาขยายแปะฝาบ้านก็สามารถปรับเป็น 4:3 13MP ที่เป็นอัตราส่วนแบบรูปถ่ายปกติได้เช่นเดียวกัน

เราสามารถเลือกปรับ Effects, White Balance, ISO, EV, etc. ได้อย่างอิสระซึ่งค่อนข้างจะเจ๋งอยู่พอตัวสำหรับคนชอบปรับนู่นนี่ แต่สำหรับใครที่ไม่ชอบการปรับตั้งค่าอะไรมากมาย ก็กดถ่ายให้กล้องมันคิดให้เลยหรือจะเลือกปรับ Scene แบบอัตโนมัติก็ได้

ภาพตัวอย่างที่ได้จากกล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล

ภาพตัวอย่างที่ได้จากกล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล

ถ้าแสงสว่างเพียงพอก็ปั้นรูปงามๆ ได้ไม่ยาก แต่ส่วนใหญ่คนใช้สมาร์ทโฟนน่าจะเน้นการหยิบมาถ่ายมากกว่า

ระบบโฟกัสในที่แสงสว่างเพียงพอทำได้ค่อนข้างเร็ว น่าพอใจกับมือถือระดับราคานี้

ส่วนการโฟกัสในที่แสงน้อยไฟสลัว ทำได้ช้ากว่าที่สว่างนิดหน่อยครับ

ตัวแอป Camera มีระบบการแต่งรูปเบื้องต้นติดตัวมาให้ อย่างเช่นการใส่ฟิลเตอร์เก๋ๆ และครอปภาพเป็น 1:1 แบบ Instagram ประมาณนี้

อีกประเด็นสำคัญที่ขาดไม่ได้คือเรื่องของแบตเตอรี่ครับ ตัวเครื่องใช้แบตเตอรี่ขนาด 2520 mAh ถ้าว่ากันด้วยปริมาณต่อขนาดจอถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่มากไม่น้อยกำลังดี จากที่ผมได้ทดลองใช้งานเป็นเครื่องหลักจำนวน 1 วันเต็มๆ เปิด 3G และ Wi-Fi ทิ้งไว้ตลอด ถ่ายรูปบ้าง เล่นเกมบ้าง ตลอดเวลาตั้งแต่ 10.00 – 21.00 พบว่าหมดวันต้องเสียบปลั๊กชาร์จไฟพอดี ซึ่งถ้าหากมีการใช้งานอื่นๆ เพิ่มเติมผลที่ได้ก็อาจจะแตกต่างกันออกไป

เพิ่มเติม

นอกจากประสบการณ์การใช้งานอันลื่นไหลที่ทาง BenQ ได้เสิร์ฟมาให้แน่นเครื่องแล้ว ทางผู้ผลิตยังได้ใส่ใจในเรื่องของการถนอมสายตาผู้ใช้ด้วยการใส่เอาโหมดภาพแบบ Low Blue Light ที่ช่วยลดปริมาณการแสดงผลแสงสีฟ้า ซึ่งทาง BenQ เคลมว่าช่วยให้ดวงตาของเราไม่อ่อนล้าจากการใช้งานติดต่อกันนานๆ โดยเราสามารถเปิดใช้งานได้ที่ Setting > Display > Low blue light mode ซึ่งจะมีให้เลือกใช้งานทั้งหมด 3 โหมด ได้แก่ Multimedia, Web Surfing และ Reading

มองเผินๆ จะเห็นว่าเมื่อ Off จอจะอมฟ้าแตกต่างจากหมวดอื่นอย่างเห็นได้ชัดครับผม

ลองเอาโหมด Web Surfing มาเทียบกับจอสมาร์ทโฟนตัวอื่น อาจจะดูว่าสีอมเหลืองหน่อยๆ

 

มองด้วยตาเปล่าก็คงจะเห็นต่างเพียงแค่สี ถ้าจะรีวิวตามสไตล์ LCDTVTHAILAND เห็นที่ต้องหยิบ Color Meter มาวัดกันแบบถึงลูกถึงคนกันไปเลยว่ามีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปบ้างเมื่อเปิดใช้งาน Low Blue Light Mode

คว้าโทรศัพท์มาติดตั้งแพทเทิร์นสีแล้วเปิดขึ้นมาบนจอ จากนั้นก็เอาเครื่องวัดมาจิ้มอ่านค่าสีไปเลย ค่าที่ได้ก็จะออกมาตามตารางด้านล่างเลยครับ

ผลที่ได้ออกมาต้องบอกว่าน่าสนใจไม่ใช่น้อยเลยครับ ค่าอุณหภูมิสีที่ได้ในแต่ละโหมดค่อนข้างแตกต่างกันชัดเจนครับ สำหรับท่านที่ไม่ค่อยเก็ทกับค่า CTT, Gamma และ Luminance ผมขอแจกจงอธิบายคร่าวๆ ดังนี้ครับ

CTT = ค่าอุณหภูมิสีเฉลี่ย เป็นตัวเลขที่บอกถึงความแม่นยำในการแสดงผลของจอภาพ ค่าที่ถูกต้องที่สุดคือ 6500K (เคลวิน)
Gamma = ค่าการไล่เฉดความสว่าง ถ้าค่ายิ่งต่ำเรายิ่งเห็นรายละเอียดของส่วนมืดได้เยอะ ปัจจุบันอ้างอิงกันที่ 2.2
Luminance = ค่าความสว่างของหน้าจอยิ่งมากก็คือยิ่งสว่างครับ

โดยในโหมด Multimedia จะให้สีสันที่เที่ยงตรงมากที่สุด และเมื่อเรามาวัด RGB Balance ให้ละเอียดเข้าไปอีกก็เห็นได้ชัดว่าปริมาณสีฟ้าในโหมด Multimedia มีค่าน้อยกว่าตอนที่ไม่ได้เปิดใช้งาน Low Blue Light อย่างชัดเจน

ผลการวัดประสิทธิภาพหน้าจอก่อนที่จะเลือกใช้งาน Low Blue Light

 

อันนี้เป็นโหมด Low Blue Light > Multimedia

 

ส่วนเรื่องที่มันสามารถถนอมสายตาได้จริงหรือไม่ทาง BenQ ได้ชี้แจงว่าเนื่องจากแสงสีฟ้าเป็นคลื่นแสงที่มีความยาวคลื่นสั้น จึงมีพลังงานสูง ธรรมชาติของมนุษย์เมื่อมองแสงสีฟ้านานๆ สายตาเราจะอ่อนล้าได้ง่ายกว่าการมองแสงที่มีพลังงานต่ำนั่นเอง ฉะนั้นก็จะเหมือนกับว่านอกจากโหมด Low Blue Light จะช่วยให้ตาเราไม่ล้าแล้ว ยังช่วยให้จอมือถือแสดงสีสันได้เที่ยงตรงอีกด้วย ถ้าจะเปิดใช้งานก็แนะนำให้เป็น Multimedia ตอนใช้งานปกติทั่วไป แต่ถ้าใช้ในการอ่านข้อความปริมาณมากๆ หลายบรรทัดแนะนำให้เป็น Reading จะสบายตาที่สุด 

สรุป

BenQ F5 เป็นสมาร์ทโฟนระดับราคาไม่เกินหมื่นที่ให้ประสบการณ์ใช้งานที่ลื่นไหล เทียบได้กับตัวท็อปๆ ของบางยี่ห้อกันเลย ตัวรอมที่ติดเครื่องมานั้นมีความเสถียรอยู่ในเกณฑ์ดี ไม่ค่อยงอแง หากตัดพวกแอปติดเครื่องหรือ Bloatware (รวมถึง Q Launcher ที่เป็นธีมเครื่องที่หน้าตาดูโบราณไปนิด) ออกจะพบว่ารอม Android ตัวนี้มีความใกล้เคียงกับของดั้งเดิมจาก Google อยู่มากๆ น่าจะถูกใจคนที่ชอบอะไรเดิมๆ ไม่ดัดแปลงมากมาย

ตัวกล้องขนาด 13 MP นั้นเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป เรื่องคุณภาพไฟล์ก็ทำได้คุ้มราคาครับ นอกจากนี้เรายังสามารถปรับค่าต่างๆ ก่อนถ่ายได้มากมาย อยากได้รูปเล็กรูปใหญ่ อัตราส่วน 4:3, 16:9 หรือ 1:1 ก็ยืดหยุ่นอิสระมากๆ สิ่งที่น่าจะต้องระวังคือความร้อนบริเวณรอบๆ เลนส์ ตอนที่เปิดกล้องค้างไว้ระยะเวลาหนึ่ง ไม่รู้ว่าเมื่อใช้งานไปนานกว่านี้อย่างเช่นการถ่ายวิดิโอ อาจจะส่งผลให้ตัวฮาร์ดแวร์เสื่อมง่าย อย่างไรก็ตามด้วยระดับราคาที่ไม่สูงมากทำให้ BenQ F5 เป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนราคาสมเหตุผลที่น่าใช้งานเครื่องหนึ่งเลยครับผม

LIKE
– ประสิทธิภาพตัวเครื่องสามารถใช้งานทั่วไปได้อย่างลื่นไหล เล่นเกม 2D ได้สบาย หรือจะ 3D ก็ได้แต่อาจจะต้องมีการปรับลดระดับกราฟฟิคลงเล็กน้อย เพื่อประสบการณ์ที่ดีในการเล่น
– ตัวเครื่องบางเบาพกพาสะดวก ฝาหลังดีไซน์หนึบติดมือทำให้การจับถือมั่นคง
– Low Blue Light Mode ช่วยลดอาการล้าทางสายตาและช่วยให้จอแสดงสีสันได้ใกล้เคียงกับมาตรฐาน

DISLIKE AND SUGGESTION
– ตัวเครื่องร้อนง่ายไปนิดเมื่อเปิดใช้งานกล้องหรือเล่นเกมกราฟฟิคหนักๆ แต่ก็ยังทำงานได้ไม่มีอาการอะไรอื่นแทรกซ้อน
– ไม่สามารถถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้
– Q Launcher หน้าตาไม่ค่อยทันสมัย ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการลง Launcher ตัวอื่นอย่าง Google Now Launcher หรือ Nova Launcher เป็นต้นครับผม

BenQ F5 ราคาตั้ง 7,990 บาท แถมฟลิปเคสและแบตเตอรี่สำรองขนาด 4,500 mAh

 

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้