Skip to content
|

รีวิว BenQ W2700 4K HDR Home Cinema Projector ขนาดเล็กแต่จัดหนักกับสเป็ก !!?

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 24 Sep 2019 0 comments

BenQ W2700 4K/UHD HDR DLP Projector

สถานการณ์ 4K เวลานี้ดูจะเป็นที่แพร่หลายขึ้นมาก นอกจากคอนเทนต์จะมีตัวเลือกผู้ให้บริการมากมายแล้ว ราคาอุปกรณ์ทั้งทีวีและโปรเจ็คเตอร์ก็ลดต่ำลงกว่าเดิมมาก โดย BenQ เองก็ทำราคา 4K HDR Projector รุ่นเริ่มต้นอย่าง TK800 ลงราคาเหลือเพียง 2 หมื่นปลายๆ เท่านั้น แต่สำหรับท่านใดที่ต้องการอัพเกรดคุณภาพการรับชมภาพยนตร์บนผืนผ้าใบจอยักษ์ W2700 จะให้ความลงตัวเหนือกว่า TK800 ขึ้นไปอีกขั้น…

ปัจจุบัน BenQ มี “Home Cinema Projector” ที่รองรับการแสดงผล 4K HDR อยู่ 2 ซี่รีส์ ด้วยกัน คือ CinePrime และ CinePro Series

ราคา W2700 59,900 บาท; W5700 69900 บาท

W2700 ที่จะทำการรีวิวต่อไปนี้ อยู่ใน CinePrime Series ซึ่งบาลานซ์ “คุณภาพ” กับ “ราคา” ได้อย่างลงตัวคุ้มค่า โดยมีพี่น้องร่วมซีรีส์อีกรุ่นหนึ่ง คือ W5700

หลายท่านอาจสงสัยว่า W2700 แตกต่างจาก TK800 4K/UHD HDR Projector รุ่นคุ้มค่าราคาไม่ถึง 3 หมื่นบาท จากหมวด Home Entertainment อย่างไร? ดูจากตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติได้เลย หลักๆ คือ เทคโนโลยี CinematicColor ซึ่ง BenQ ใช้  Color Wheel แบบ 6-Segment RGBRGB ให้ความเที่ยงตรงของสีสันเหนือกว่า 4-Segment RGBW ของ TK800 ขณะเดียวกันก็ให้ขอบเขตสี (Color Space) กว้างกว่า จึงถ่ายทอดรายละเอียดสีสัน โดยเฉพาะจาก HDR Content ได้ครบถ้วนกว่า แต่ผลการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร เดี๋ยวมาพิสูจน์กันครับ 

รุ่น W2700 นี้ คุณโรมันเคยทำวิดีโอรีวิวไปแล้ว สามารถรับชมได้ที่ลิงค์แนบด้านบนได้เลยครับ

หลายท่านอาจสงสัยว่า W2700 แตกต่างจาก TK800 4K/UHD HDR Projector รุ่นคุ้มค่าราคาไม่ถึง 3 หมื่นบาท จากหมวด Home Entertainment อย่างไร? ดูจากตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติได้เลย หลักๆ คือ เทคโนโลยี CinematicColor ซึ่ง BenQ ใช้  Color Wheel แบบ 6-Segment RGBRGB ให้ความเที่ยงตรงของสีสันเหนือกว่า 4-Segment RGBW ของ TK800 ขณะเดียวกันก็ให้ขอบเขตสี (Color Space) กว้างกว่า จึงถ่ายทอดรายละเอียดสีสัน โดยเฉพาะจาก HDR Content ได้ครบถ้วนกว่า แต่ผลการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร เดี๋ยวมาพิสูจน์กันครับ 

10 รางวัลทีวีที่ดีที่สุดประจำปี 2019-2020 โดย LCDTVTHAILAND

ดีไซน์

W2700 มาในบอดี้สีขาวเงาดูสะอาดตา ตัดด้วยแผงหน้าสีเงินเพิ่มความหรู

หน้าเลนส์ปกป้องด้วยฝาครอบพลาสติกสีดำโปร่งแสง

โลโก้ BenQ อยู่ฝั่งซ้าย

ฝั่งขวาเป็นตำแหน่งเลนส์ฉายซึ่งวางหลบไว้ด้านในช่อง นัยว่าเพื่อป้องกันแสงเล็ดลอดรบกวน ถัดไปเกือบสุดขอบเป็นตำแหน่งเซ็นเซอร์รับสัญญาณรีโมต IR

ด้านบนเหนือตำแหน่งเลนส์ฉาย มีฝาครอบเมื่อเลื่อนออกจะพบ กระบอกปรับ Focus และ Zoom พร้อม Vertical Lens Shift

ปุ่มควบคุมต่างๆ ที่ตัวเครื่อง จัดวางไว้ด้านบนเยื้องไปด้านหลัง

ด้านข้างทั้ง 2 ฝั่ง เป็นตำแหน่งช่องเปิดระบายความร้อน ลมเย็นจะถูกดูดเข้าจากทางด้านขวาด้วยพัดลมตัวแรก

จากนั้นลมร้อนจะถูกเป่าออกทางด้านซ้ายด้วยพัดลมคู่ ทั้งนี้ลักษณะการเจาะรูช่องระบายแบบเปิดยาวในแนวตั้ง ทาง BenQ ให้เหตุผลว่า ช่วยจัดการฝุ่นละอองได้ดีกว่าช่องแบบแนวนอน

ด้านหลังเป็นตำแหน่งจุดเชื่อมต่อสัญญาณภาพและเสียง พร้อมติดตั้งระบบเสียง 5W x 2 มาด้วย

ด้านล่างมีขารองรับ 3 จุด ใช้ปรับระดับโปรเจ็คเตอร์ให้ได้แนวระนาบ กรณีตั้งวางบนชั้นหรือโต๊ะ

ช่องต่อ

ช่องต่อทางด้านหลังของ W2700 ประกอบไปด้วย HDMI In 2 ช่อง เป็น HDMI 2.0 Full Bandwidth พร้อม HDCP 2.2 รองรับสัญญาณ 4K HDR 60Hz ทั้งคู่

USB 3.0 1 ช่อง พร้อมฟังก์ชั่น Media Reader สามารถอ่านไฟล์วิดีโอ เสียง รูปภาพ และเอกสาร จาก Flash Drive หรือ HDD ได้ ขณะเดียวกันก็เอาไว้อัพเดทเฟิร์มแวร์ด้วย

USB 2.0 สำหรับจ่ายไฟ DC 5V 2.5A ให้อุปกรณ์อย่าง Chromecast หรือ Wireless HDMI Dongle (เป็นอุปกรณ์เสริม ต้องซื้อเพิ่ม)

ถึงแม้ W2700 จะติดตั้งลำโพงในตัว แต่ก็เตรียม Audio Output กรณีที่ต้องการอัพเกรดระบบเสียงโดยเชื่อมต่อกับชุดเครื่องเสียงหรือลำโพงภายนอก เลือกได้ทั้งแบบ Digital Optical และ Analog 3.5 mm

นอกจากนี้ยังมีช่องต่อสำหรับระบบ Home Automation อย่าง RS-232, 12V Trigger และ Service USB ในส่วนของขั้วสายไฟเป็นมาตรฐาน IEC สามารถถอดเปลี่ยนสายได้

เพิ่มเติม

W2700 ติดตั้งเลนส์ฉายพร้อมระบบซูม 1.3 เท่า กึ่ง Short Throw โดยหากเป็นการฉายภาพบนจอขนาด 120 นิ้ว (16:9) ระยะตั้งวางโปรเจคเตอร์ใกล้สุดเพียง 3.01 ม. และไกลสุดที่ 3.94 ม. หรือถ้ากำหนดระยะห่างตั้งวางโปรเจคเตอร์ตายตัวที่ 2.50 ม. จะสามารถซูมเพื่อย่อ-ขยายภาพให้พอดีจอรับภาพครอบคลุมขนาดประมาณ 80 – 100 นิ้ว (16:9)

หากเดิมใช้งานโปรเจ็คเตอร์ BenQ รุ่นเก่า อาทิ W1070+, W2000, W1110, W1080+, W1090, W1050 และจะอัพเกรดมาใช้รุ่น W2700 ก็ทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องขยับปรับเปลี่ยนจุดยึดแขวนใดๆ ให้วุ่นวาย เพราะระยะฉายเท่ากันเลยครับ

W2700 มีตัวเลือก Test Pattern ช่วยเพิ่มความสะดวกในการปรับตำแหน่งตั้งวางโปรเจคเตอร์ให้พอดีกับจอรับภาพ

ดังที่เกริ่นไปว่า W2700 มี Vertical Lens Shift จึงช่วยให้การปรับตำแหน่งการฉายภาพของโปรเจ็คเตอร์ในแนวตั้งให้พอดีกับจอรับภาพทำได้สะดวกขึ้น ช่วยเลี่ยงการแหงนหน้าแล้วใช้ Digital Keystone ที่อาจลดทอนคุณภาพของภาพลงได้

ช่องต่อ USB 3.0 ของ W2700 มาพร้อมความสามารถ Media Reader สามารถอ่านไฟล์วิดีโอ เสียง รูปภาพ และไฟล์เอกสาร

ทดลองรับชมไฟล์วิดีโอ HEVC MP4 ความละเอียด 4K HDR10 ก็เล่นได้ ทว่าระบบยังมีข้อจำกัด คือ ไม่มี Option ให้เลือกเปลี่ยนเสียงหรือแสดงซับไตเติลได้ อีกทั้งไม่รองรับระบบเสียง DTS แต่ฟังก์ชั่น Media Reader นี้ก็ช่วยเพิ่มความสามารถของโปรเจคเตอร์ให้ทำงานได้หลากหลายโดยไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์จากภายนอก

W2700 ยังคงความสามารถรองรับการแสดงผล 3D Video ร่วมกับ BenQ 3D Active Glasses แต่แว่นเป็นอุปกรณ์เสริมต้องซื้อเพิ่ม ไม่ได้แถมมาด้วยครับ

ภาพ

W2700 ติดตั้ง Digital Micro Mirror Device (Single-DMD) chip ขนาด 0.47 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี 4K XPR ซึ่งอาศัย Optical Actuator ทำงานขยับตำแหน่งพิกเซลรวดเร็วมากจนสามารถสร้างเป็นภาพนิ่ง (frame) ที่มีรายละเอียดจำนวนพิกเซลเพิ่มขึ้น 4 เท่า รวมกันทั้งสิ้นจะได้ความละเอียดเท่ากับ 8.3 ล้านพิกเซล ตรงตามมาตรฐาน 4K (UHD)

ทดสอบดูด้วย 4K 1:1 Pixel Checkerboard Test Pattern ยืนยันว่า W2700 สามารถแสดงจุดพิกเซลบนจอได้ 8.3 ล้านพิกเซล ตามการรับรองของ Consumer Technology Association หรือ CTA ภาพอาจไม่ถึงกับคมจัดแบบซีรี่ส์ท็อปๆ มี Chromatic Aberration หรือขอบม่วงเล็กน้อย แต่สามารถแสดงรายละเอียดจาก 4K/UHD Blu-ray ออกมาได้ ที่สำคัญ คือ โครงสร้างตารางพิกเซลที่ดูเล็กกว่า Full-HD Projector แม้รับชมในระยะค่อนข้างใกล้ ก็ไม่รู้สึกรำคาญตา

BenQ เป็นผู้ผลิตโปรเจคเตอร์ที่เอาใจใส่กับคุณภาพของภาพ โดยทำการคาลิเบรทภาพมาจากโรงงาน พร้อมแนบเอกสารรับรองความเที่ยงตรงของภาพมาด้วย โดยบรรจุอยู่ในซองสีดำ

การรับชมคอนเทนต์แบบ SDR จะสามารถเลือกโหมดภาพได้ 5 โหมด

ผล Lab Test ยืนยันได้ว่า เกือบทุกโหมดภาพของ W2700 (ยกเว้น Bright) ให้สมดุลสีโอเค แต่ที่โดดเด่นใกล้เคียงมาตรฐานอุตสาหกรรมภาพยนตร์มากที่สุดเพราะเป็นโหมดที่คาลิเบรทมาจากโรงงาน เห็นจะเป็น D.Cinema อย่างไรก็ดีระดับความสว่างจะต่ำกว่าโหมดอื่นพอสมควร กรณีที่ต้องการใช้งานในห้องที่ไม่มืดสนิท โหมด Vivid TV หรือ Cinema ก็ตอบสนองการใช้งานได้ดี ภาพดูสว่างเตะตากว่า

สำหรับโหมดภาพ User นั้น เป็นอีกโหมดหนึ่งที่ BenQ ทำการคาลิเบรทภาพมาจากโรงงาน แต่ต่างจากโหมดการรับชมแบบ SDR อื่นๆ ตรงที่กำหนด Color Space แบบ Wide Color Gamut อิงมาตรฐาน DCI-P3 แทนที่จะเป็น Rec.709 ดังนี้หากใช้รับชมคอนเทนต์ SDR ทั่วไป จะพบว่าโหมดนี้ให้สีสันติด Over Saturation อยู่บ้าง ภาพดูสดจัดขึ้นกว่าปกติ

แต่ที่ผมประทับใจมากเป็นการส่วนตัว และอยากแนะนำให้ใช้งานกัน คือ โหมดภาพ Silence ซึ่งทาง BenQ แยกออกมาอิสระจากโหมดภาพปกติไปอยู่ในหัวข้อ “Display” โหมดนี้จะจำกัดการทำงานของ Lamp Mode ไว้ที่ Eco

หากเป็นโปรเจคเตอร์ทั่วไป โหมด Silence คงจะให้ภาพทึมๆ ไม่สว่าง แต่ไม่ใช่สำหรับ W2700 ความสว่างของโหมด Silence กลับทำได้สูงไม่แพ้ Vivid TV และ Cinema เลยทีเดียว ทว่าการทำงานของพัดลมเงียบกว่า อายุการใช้งานแหล่งกำเนิดแสงก็จะยาวนานขึ้นถึง 10,000/15,000 ชม. (อิงตาม Lamp Mode: Eco/SmartEco) ส่วนการใช้พลังงานก็ประหยัดลง 20% ด้วย (ลดจาก 323 วัตต์ ลดเหลือ 258 วัตต์) ดูดีไปเสียหมด

จะมีติโหมด Silence นิดหน่อย ตรงที่ความเที่ยงตรงเป็นรอง D.Cinema อยู่บ้าง และเวลาจะใช้งานต้อง On โหมด Silence ทุกครั้งที่ปิด-เปิดเครื่องใหม่

ดุลสีของโหมด Silence ก็ถือว่าใช้การได้ อุณหภูมิสีเฉลี่ย 6566K อมม่วงนิดๆ ถ้าจริงจังจะดำเนินการปรับภาพเพิ่มเติมก็ทำได้ละเอียดเช่นเดียวกับโหมดภาพอื่น

ภายหลังดำเนินการปรับภาพ โหมด Silence ให้ผลลัพธ์ยอดเยี่ยมไม่แพ้โหมดอื่น บางจุดอาจจะเด่นกว่าด้วย เช่น หากเทียบระดับความสว่างแล้ว ยังสูงกว่า D.Cinema อยู่พอควร ค่าความผิดเพี้ยน dE ลดลงจาก 12.95 เหลือเพียง 2.35

มาดูในส่วนของการรับชม HDR content ผ่านการแสดงผล HDR10 กันบ้าง โดย W2700 จะปรับเปลี่ยนการแสดงผลเป็นโหมดภาพ HDR10 อัตโนมัติเมื่อได้รับสัญญาณจากเพลเยอร์ หรือเมื่อเล่นไฟล์วิดีโอจาก Media Reader

เดิมทีค่าจากโรงงานของโหมดภาพ HDR10 จะ Off ตัวเลือก Wide Color Gamut ความสามารถในการแสดงขอบเขตสีในโหมด HDR ของ W2700 จึงทำได้ครอบคลุมราวๆ 100% Rec.709 หรือเท่ากับ 76.5% DCI-P3 หากต้องการให้ W2700 แสดงขอบเขตสีกว้างขึ้น ต้องเปลี่ยนตัวเลือก Wide Color Gamut ให้เป็น On แต่ทว่าต้องแลกกับความสว่างที่จะลดลงไปด้วยราว 40% ดังนี้หากต้องการเน้นความเปรียบต่างของแสงเอฟเฟ็กต์ HDR ก็แนะนำให้ Off ครับ แต่ถ้าเน้นการถ่ายทอดรายละเอียดสีก็ให้ On

อีกหนึ่งตัวเลือกที่ใช้ไฟน์จูนภาพของ W2700 ให้ลงตัวยิ่งขึ้นเมื่อรับชม HDR content คือ HDR Brightness สามารถกำหนดเพิ่มลดได้ 5 ระดับ หากปรับเพิ่มขึ้น (ไปทางบวก) ภาพโดยรวมจะดูสว่างขึ้น แต่ถ้าปรับมากไปจะขาวโพลน สูญเสีย Highlight Details ในขณะที่การปรับลด (ไปทางลบ) รายละเอียดส่วนมืด (Shadow Detail) จะทอนลง หากปรับมากจะดูดำจม แนะนำให้ลองกำหนดที่ระดับ 0 หรือ +/- 1 น่าจะบาลานซ์ผลลัพธ์ออกมาได้ลงตัวดีแล้วสำหรับ W2700 ครับ

ความสามารถของ W2700 ที่เพิ่มเติมเข้ามา ไม่มีในรุ่น TK800 และ W1700 คือ Motion Enhancer 4K หรือระบบประมวลผลแทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหว อันมีส่วนช่วยให้ภาพเคลื่อนไหวโดยเฉพาะคอนเทนต์เฟรมเรตต่ำ ดูไหลลื่นต่อเนื่องขึ้น สามารถกำหนดได้ 3 ระดับ อย่างไรก็ดีการรับชมผ่านโปรเจ็คเตอร์นั้น แม้จะ Off ตัวเลือกนี้ ก็สามารถรับชมภาพเคลื่อนไหวได้เป็นธรรมชาติ ไม่รู้สึกว่าติดขัดอะไร แต่ทั้งนี้ก็แล้วแต่ความชอบครับ

การเชื่อมต่อกับ PC หรือเครื่องเกมคอนโซลนั้น W2700 รองรับความละเอียด 1080p 60Hz และ 4K 60Hz พร้อมเปิดการแสดงผล HDR10 ได้

ซึ่งแน่นอนว่าการเล่นเกมผ่านจอฉายขนาดใหญ่จะได้อรรถรสเต็มตา เพิ่มความมันสะใจยิ่งขึ้น และคุณภาพของภาพจาก W2700 ก็ส่งเสริมในจุดนี้ได้อย่างลงตัว

เสียง

จุดที่ทำให้ W2700 เป็นโปรเจคเตอร์ที่ให้ความคุ้มค่าในแง่ความอเนกประสงค์ คือ การติดตั้งระบบเสียง โดยมาพร้อมลำโพงและภาคขยาย 5W x 2 ให้ระดับเสียงดังดีเป็นที่พอใจ ปริมาณเบสพอตัว ที่เด่นคงเป็นเรื่องของรายละเอียดเสียง มีความจะแจ้ง ให้เสียงสนทนาฟังชัดเจนดีไม่ก้องอู้ แต่ผลลัพธ์จะลงตัวที่สุดเมื่อวางโปรเจ็คเตอร์ในตำแหน่งที่ลำโพงหันเข้าหาผู้ฟัง สามารถปรับเปลี่ยน Sound Mode ได้ 6 แบบให้แม็ตช์กับลักษณะของคอนเทนต์หรือตามแต่รสนิยม กรณีคว่ำโปรเจคเตอร์เพื่อแขวนเพดาน สามารถเลือกปรับสลับแชนเนลลำโพงซ้าย-ขวาได้ด้วย

สรุป

BenQ W2700 คือตัวเลือกสำหรับใครที่จริงจังเรื่องคุณภาพของภาพในระบบโฮมเธียเตอร์ยุค 4K HDR ด้วยขนาดตัวเครื่องที่ไม่ใหญ่ยกหิ้วเคลื่อนย้ายได้ไม่ยาก แต่ให้ตัวเลขความสว่าง 2000 ANSI Lumen เพียงพอสำหรับสร้างความบันเทิงในห้องนั่งเล่นที่คุมแสงได้ ขณะเดียวกันก็เหมาะสำหรับการใช้งานแบบจริงจังในห้องโฮมเธียเตอร์ที่มืดสนิท สิ่งที่โดดเด่นขึ้นกว่ารุ่นน้อง TK800 ไปจนถึง W1700 ซึ่งเป็นรุ่นก่อนหน้า คือ การแสดงขอบเขตสีแบบ Wide Color Gamut ผ่านเทคโนโลยี Cinematic Color และ 6-segment RGBRGB Color Wheel จึงได้ศักยภาพที่ตรงตามวัตถุประสงค์ของ “Home Cinema Projector”

จุดเด่นของ BenQ W2700

– เทคโนโลยี DLP 4K XPR รองรับการแสดงผล HDR และ 3D, มี Vertical Lens Shift ช่วยในการติดตั้ง

– ใช้กงล้อสี RGBRGB แบบเดียวกับโฮมเธียเตอร์โปรเจ็คเตอร์รุ่นสูง และมี ISFccc การถ่ายทอดสีสันหลังจากคาลิเบรทมีความเที่ยงตรงดี

– มี Motion Enhancer 4K เพิ่มทางเลือกแทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหว

– แหล่งกำเนิดแสง UHP สามารถยืดอายุการใช้งานได้นานถึง 10,000/15,000 ชม. ในโหมด Eco/Smart Eco

– ติดตั้งลำโพง 5W x 2 มาด้วย ระดับเสียงดังกำลังดี รายละเอียดชัดเจน

จุดด้อยของ BenQ W2700

– Media Reader ยังไม่ยืดหยุ่น ไม่สามารถปรับเปลี่ยน Option เพื่อเลือกเสียง-ซับไตเติล, ฟอร์แม็ตไฟล์ที่รองรับยังจำกัด

– พัดลมโดยเฉพาะโหมดการรับชมแบบ HDR มีเสียงดังอยู่บ้าง

– ตอนปิดเครื่องใช้เวลา Cool down นานพอควร แต่เป็นกระบวนการที่น่าจะช่วยยืดอายุอุปกรณ์ได้ในระยะยาว

* รุ่นนี้รองรับการแสดงผล 3D แต่เนื่องจากไม่มีแว่น 3D Active Glasses ส่งมาด้วย จึงไม่สามารถทดสอบได้

หมายเหตุ : มาตรฐานคะแนนปี 2019

ราคา BenQ W2700

59,900 บาท (ราคาเปิดตัว)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

บริษัท เบ็นคิว(ประเทศไทย) จำกัด

โทร. 02670 0310-1

BenQ Websitehttp://bit.ly/2Kpvi0m

BenQ Official Storehttp://bit.ly/2Yxqgs1

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้