รีวิว Denon D-T1 Mini Compo ใช้งานง่าย เล่น CD ได้ มี Bluetooth พร้อม Optical ต่อกับ TV ได้ด้วย

ราคาของ Denon D-T1 อยู่ที่ 11,900 บาท
แม้ว่าในยุคนี้คนส่วนใหญ่จะนิยมฟังเพลงผ่านแอปสตรีมมิ่งเป็นหลัก แต่อีกหนึ่งช่องทางที่ยังคงครองใจนักฟังเพลงหลายคนก็คือแผ่น Audio CD ซึ่งนอกจากจะได้คุณภาพของเสียงที่ดีแล้ว ยังเปรียบเสมือนของสะสมจากศิลปินที่เราชื่นชอบอีกด้วย
วันนี้ผมมี Mini Compo รุ่นใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ Denon รุ่น D-T1 ที่เน้นการใช้งานที่เรียบง่าย ออกแบบมาเพื่อคนรักการฟังเพลงผ่าน CD โดยเฉพาะ รองรับการเล่นแผ่น Audio CD, ไฟล์เพลงแบบ Mp3 WMA, รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth ฟังเพลงจากมือถือ, มีช่องต่อ Optical เชื่อมต่อจากทีวีใช้ดูหนัง ฟังเพลง ดูรายการต่างๆ ได้ และรองรับการฟังวิทยุจาก FM / AM อีกด้วย จะเป็นอย่างไรมาดูกันครับ
Spec And Design – สเปค และ การออกแบบ


Denon D-T1 รุ่นนี้มีด้วยกันทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีดำ (Black) และ สีเทาเงิน (Premium Silver / Grey)

ดีไซน์ ของ D-T1 เครื่องนี้ต้องบอกว่าดูสวยงามเรียบหรูในระดับหนึ่งเลย ด้านหน้าของตัวเครื่องจะเป็นโลหะแบบผิวด้าน ส่วน Volume ปรับระดับเสียง กับปุ่มต่างๆ จะเป็นผิวแบบมันเงา เข้ากันเป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังมีจอแสดงผลข้อมูลต่างๆ เช่น ช่องสัญญาณ Input ที่เลือกอยู่, เวลาของเพลงที่กำลังเล่น และ เมนูการตั้งค่าต่างๆ ของตัวเครื่อง โดยเราสามารถปรับระดับ เพิ่ม/ลด ความสว่างของหน้าจอได้ที่ปุ่ม Dimmer บนรีโมทอีกด้วย
ปุ่มควบคุม ที่อยู่บริเวณหน้าตัวเครื่องก็ถือว่าค่อนข้างครบครัน ได้แก่ Volume เพิ่ม/ลด ระดับความดังเสียงแบบหมุน, ปุ่ม เปิด/ปิด ตัวเครื่อง, ปุ่ม Bluetooth, ปุ่ม Source เลือกสัญญาณ Input, ปุ่มควบคุมการเล่นเพลง, ปุ่ม Eject กดแผ่นออก และช่อง 3.5 สำหรับเชื่อมต่อกับหูฟัง
ตัวเครื่อง ให้กำลังขับสูงสุดอยู่ที่ 30W ตอบสนองความถี่ได้ตั้งแต่ 20 Hz – 20 kHz ขนาดของตัวเครื่องโดยประมาณจะอยู่ที่ กว้าง 21 x ยาว 29.5 x สูง 10.5 เซนติเมตร น้ำหนัก 2.8 กิโลกรัม ซึ่งถือว่ามีน้ำหนักที่กำลังดีสำหรับเครื่องเสียง Mini Compo

เทียบให้ดูตัวเครื่องของทั้ง 2 สีแบบชัดๆ สวยไม่แพ้กันเลยทีเดียว

บริเวณที่ใส่แผ่นของตัวเครื่องจะเป็นแบบ CD Slot in สอดแผ่นเข้าไปเพื่อใช้งาน

ตู้ลำโพง (สเปคที่ระบุ ต่อตู้ลำโพง 1 ข้าง) ทำมาจากไม้อัดคุณภาพดี ด้านหน้าจะเป็นหน้ากากผ้าสีเดียวกับตัวเครื่องครอบคลุมดอกลำโพงภายในไว้ โดยหน้ากากจะไม่สามารถแกะออกได้ ตัวตู้จะมีขนาดอยู่ที่ กว้าง 15.2 x ยาว 25.5 x สูง 24.2 เซนติเมตร มีน้ำหนักอยู่ที่ 3.4 กิโลกรัม
ภายในตู้จะประกอบไปด้วย ลำโพงวูฟเฟอร์ขนาด 12 เซนติเมตร (4.8 นิ้ว) จำนวน 1ดอก และ ลำโพงทวิตเตอร์แบบโดม ขนาด 2.5 เซนติเมตร (1 นิ้ว) จำนวน 1 ดอก ตอบสนองความถี่ได้ตั้งแต่ 50Hz จนถึง 20 kHz ให้กำลังขับสูงสุด 15W (6 Ω/ohms, 1 kHz, T.H.D. 10 %) เมื่อรวมกันทั้ง 2 ข้างจะให้กำลังขับสูงสุดอยู่ที่ 30W หากดูที่ตัวเลขอาจดูไม่สูงมากแต่จากการทดสอบบอกเลยว่าคุณภาพเสียงเกินตัวจริงๆ

รีโมท เรียกว่าให้ปุ่มมาแบบครบครันทุกฟังก์ชันการใช้งาน โดยมีปุ่มควบคุมต่างๆ เช่น ปุ่ม เปิด/ปิด เครื่อง, ปุ่ม เพิ่ม/ลด ความดังเสียง, ปุ่มเลือกสัญญาณ Input ต่างๆ , ปุ่มลูกศรควบคุม 4 ทิศทาง และมีปุ่ม Tone ไว้สำหรับปรับแต่งเสียงเล็กๆ น้อยๆ เดี๋ยวจะกล่าวถึงในภายหลังครับ แต่มีจุดสังเกตอีกหนึ่งอย่างว่าที่รีโมทนี้จะไม่มีปุ่ม Eject สำหรับกดเพื่อนำแผ่นออกจากตัวเครื่องมาให้จะต้องไปกดที่ตัวเครื่องเท่านั้น

อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่อง ก็จะประกอบไปด้วย สายไฟ, เสารับสัญญาณ FM / AM, รีโมท, ถ่าน AAA 2 ก้อน, คู่มือการใช้งาน และสายลำโพง ซึ่งสายลำโพงที่ให้มาถือว่าดีในระดับหนึ่งเลยตัวสายมีความหนากว่าสายแถมของเครื่องเสียงหลายๆ รุ่นที่เคยทดสอบมาเลยครับ
Connectivity – ช่องต่อ

ช่องต่อ ให้มาครบครันเพียงพอต่อการใช้งานในยุคสมัยนี้ได้เป็นอย่างดี ประกอบไปด้วย ช่องเสียบสายไฟ AC สามารถถอดเปลี่ยนสายไฟได้, ช่องต่อเสาอากาศ FM / AM, ช่องต่อ Analog แบบ RCA In, ช่องต่อ Optical In และช่องเสียบสายลำโพงแบบสปริงหนีบ

ด้านหลังตู้ลำโพงจะเป็นแบบสปริงหนีบ
Features – ลูกเล่น การใช้งาน

ในส่วนของการเล่น แผ่น Disc ตัวเครื่อง D-T1 รองรับการเล่นแผ่น CD Audio, CD-R /CD-RW ที่เป็นไฟล์ แบบ WMA กับ MP3 ได้ โดยเมื่อเราใส่แผ่นเข้าไปที่ตัวเครื่องแล้วจะต้องกดปุ่ม Play เพื่อเริ่มเล่นด้วยเนื่องจากตัวเครื่องจะไม่ได้เริ่มเล่นแผ่นให้แบบอัตโนมัติ

แม้ว่าจะเป็นเครื่องเสียง Mini Compo แต่ Denon D-T1 เครื่องนี้ก็มาพร้อม Digital Input อย่าง Optical ด้วย แต่ว่าจะรองรับแค่ระบบเสียงแบบ PCM 2CH เท่านั้น ไม่ได้รองรับระบบเสียงแบบ Dolby Digital 5.1 CH แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นปัญหาเพราะ D-T1 เครื่องนี้เป็นลำโพงแค่ 2CH และทีวีทุกรุ่นก็สามารถส่งเสียงแบบ PCM 2CH ได้เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว จึงสามารถเชื่อมต่อเพื่อรับชมรายการทีวีทั่วไป ดูหนังจากแอปสตรีมมิงอย่าง Netflix หรือ YouTube ได้อย่างไม่มีปัญหาเลย

ตัวเครื่องมาพร้อมการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth เวอร์ชั่น 4.0 รองรับสัญญาณเสียงทั้ง 2 รูปแบบหลักๆ อย่าง SBC กับ AAC ทำให้เราสามารถส่งเพลงจากแอปสตรีมมิ่งบนมือถืออย่าง Spotify, Apple Music, Jook หรือ Tidal ผ่าน Smart Phone ของเรามาเล่นที่ D-T1 เครื่องนี้ได้แบบสบายๆ

นอกจากนี้ใครที่ยังชื่นชอบการฟังเพลงผ่านคลื่นวิทยุอยู่ D-T1 เครื่องนี้ก็รองรับทั้ง FM/AM อีกด้วย สามารถต่อสายสัญญาณที่ให้มาในกล่องแล้วรับฟังได้เลย

ตัวอย่างหน้าจอของฟีเจอร์ปรับแต่งเสียง
Denon D-T1 เครื่องนี้มี EQ สำหรับแต่งเสียงแบบเล็กๆ น้อยๆ มาให้เราปรับได้ด้วย โดยสามารถปรับในส่วนของ เสียงทุ้ม Bass, เสียงแหลม Treble, ปรับสมดุล ซ้าย/ขวา Balance และ Source Direct เป็นโหมดที่เราเลือกให้ตัวเครื่องเล่นเสียงออกมาให้ตรงตามต้นฉบับที่สุดโดยไม่มีการปรับแต่งใดๆ
Sound – เสียง
คลิปทดสอบเสียงจริงของ Denon D-T1

มาเริ่มทดสอบเรื่องเสียงกัน
สิ่งแรกที่สัมผัสได้จากการทดสอบเจ้า Mini Compo เครื่องนี้คือ แนวเสียง จะออกแนวนุ่มละมุมฟังสบาย มีรายละเอียดของเสียงกลาง รวมถึงปลายของเสียงแหลมที่มาในระดับพอดีๆ เสียงเบสมีมวลที่ใหญ่ลงลึกได้ในระดับหนึ่ง ใครที่ชอบแนวเสียงที่ฟังสบาย ฟังได้ยาวๆ แบบไม่ล้าหู ต้องชอบเสียงของเจ้า D-T1 เครื่องนี้แน่นอน

ลองทดสอบฟังเพลงจาก Audio CD ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Mini Compo เครื่องนี้ แอบกระซิบว่าเป็นช่องทางการรับฟังที่ให้เสียงที่ดีที่สุดของ D-T1 เครื่องนี้ด้วย

ทดสอบฟังเพลงผ่าน Bluetooth กับมือถือ อีกหนึ่งวิธีฟังเพลงยอดนิยมในปัจจุบัน แม้คุณภาพเสียงอาจลดหย่อนกว่าการรับฟังผ่าน CD Audio ไปบ้าง แต่คุณภาพเสียงที่ได้ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ดีทีเดียว

ปกเพลงที่ใช้ทดสอบ
จากที่ได้ทดสอบฟังเพลง Pop Rock ยุค 90 อย่าง Mr. Blue Sky ของ Electric Light Orchestra กับ R&B Soul ย้อนยุคอย่างเพลง Leave The Door Open ของ Bruno Mars Feat. Silk Sonic แม้ว่าทั้ง 2 เพลงนี้จะมีแนวเพลงที่แตกต่างกันแต่เสียงที่สัมผัสได้หลายๆ อย่างค่อนข้างไปในทางเดียวกัน คือ เสียงแหลมไม่ได้ทอดไกลมากออกแนวฟังสบาย มีความชัดกำลังดี เสียงร้องจะมีความนุ่มมีความหวานของปลายเสียงเล็กน้อย เสียงเบสมีมวลของเสียงที่ดี เบสต้นมีความชัดทุ้ม ฟังแล้วรู้สึกเพลิดเพลินจริงๆ ครับ
นอกจากนี้ผมยังได้ลองฟังเพลงทั่วไปในยุคนี้ที่เป็นแนว Pop Electronic อย่างเพลง คิดถึงแต่ ของ Bowkylion กับเพลง ไวน์ลดา ของ The Toys เรื่องเสียงร้องแน่นอนว่าออกแนวชัดทุ้มนุ่มนวลเหมือนเพลงที่ทดสอบไปแล้ว แต่สิ่งที่ต่างกันคือ 2 เพลงจะเป็นเบสแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความทุ้มลึก เจ้า D-T1 เครื่องนี้ก็ทำผมตกใจเล็กน้อย เพราะจากตู้ลำโพงที่มีขนาดไม่ใหญ่มากแต่สามารถให้เสียงเบสที่ลูกใหญ่มีเบสที่ลงลึกได้ดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว
จากข้างต้นเลยทำให้ผมนึกคันอยากลองว่าถ้านำ D-T1 เครื่องนี้มาฟังเพลง Dance แบบโหดๆ จะเป็นอย่างไร จึงลองนำ เพลงเก่งของผมอย่าง #Selfie ของ The Chainsmokers กับ Groove ของ Oiki มาทดสอบดู ผลที่ได้ก็ถือว่าโอเคเลยทีเดียว แม้ไม่ได้ฟังสนุกมากเหมือนเครื่องเสียงที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ แต่ก็ยังให้เสียงที่มีความรุกเร้า เบสก็ทำได้ดีในระดับหนึ่ง แถมด้วยบุคลิกเสียงยังแอบทำให้เพลง Dance ออกมาฟังสบายอีกด้วย (ฮา)

เนื่องจาก D-T1 เครื่องนี้มีช่องต่อแบบ Optical In ก็เลยต้องลองนำมาต่อกับทีวีเพื่อรับชมคอนเทนต์ตามไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้กันซักหน่อย โดยได้ลอง รับชมรายการทีวี รวมถึงภาพยนตร์จาก Netflix ต้องบอกว่าสามารถอัพเกรดให้เสียงที่ดีกว่าลำโพงทีวีอย่างเห็นได้ชัด เสียงพูด เสียงเพลงจากรายการต่างๆ มีน้ำมีนวลมากขึ้น ดูหนัง Action ก็ให้เสียงที่มีน้ำหนักที่ดี แต่จะติดอยู่นิดหน่อยตรงเสียงพูดที่ได้อาจจะออกแนวทุ้มไปสักนิดจากแนวเสียงของตัวเครื่อง แต่ก็สามารถใช้รับชมรายการทีวี หนังซีรีส์ต่างๆ ได้อย่างไม่มีปัญหาครับ ซึ่งต้องแอบกระซิบไว้นิดนึงด้วยว่าชุด Mini Compo แบบนี้เราสามารถนำลำโพงไปวางไว้ที่ด้าน ซ้าย-ขวา ของทีวี ได้ จึงจะให้เวทีเสียงที่มีความกว้างมากกว่าลำโพง Soundbar ทั่วไป
Conclusion – สรุป

เจ้า Denon D-T1 เครื่องนี้ถือเป็นอีกหนึ่งชุด Mini Compo ที่ให้แนวเสียงที่นุ่มนวลฟังสบาย รองรับการฟังเพลงจาก CD Audio MP3 WMA, รองรับการเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Bluetooth, รองรับ Optical เชื่อมต่อกับทีวีได้ และมีวิทยุ FM/AM ให้เลือกฟังได้ด้วย ใครที่กำลังมองหาเครื่องเสียงแบบเน้นใช้งานง่ายสะดวกสบาย D-T1 เครื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยครับ
ราคาของ Denon D-T1 อยู่ที่ 11,900 บาท
มาตราฐานคะแนนปี 2021