รีวิว Denon HEOS HomeCinema HS 2 ซาวด์บาร์อัจฉริยะ สุ้มเสียงไม่ธรรมดา

ในปัจจุบันอุปกรณ์ทุกอย่างในบ้านกำลังก้าวเข้าสู่ยุคไร้สายกันหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหลอดไฟ, ทีวี, ตู้เย็น และแน่นอนเครื่องเสียง จากแต่ก่อนที่เราต้องเดินไปเสียบปลั๊ก แล้วใส่แผ่นเข้าไปในเครื่อง มาตอนนี้แค่เดินเข้าบ้านเครื่องก็แทบจะเล่นเพลงต่อจากที่เราเล่นค้างไว้บนรถให้ทันทีถ้าระบบเราพร้อม ฉะนั้นค่ายผู้ผลิตเครื่องเสียงจึงต้องปรับตัวกันยกใหญ่ และสร้างแพล็ตฟอร์มของตัวเองขึ้นมาเพื่อรองรับการใช้งานแบบนี้

HEOS หรือชื่อเต็มคือ Home Entertainment Operating System เป็นแพล็ตฟอร์มสำหรับการเล่นเพลงไร้สายของ Denon ซึ่งให้เราควบคุมการใช้งานลำโพงหรือซาวด์บาร์ที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกันได้ทันทีอย่างอิสระ แน่นอนว่าเมื่อมีระบบก็ต้องมีผลิตภัณฑ์ที่รองรับออกมาให้เลือกซื้อ วันนี้ผมเลยจะมารีวิว HEOS HomeCinema HS2 ซึ่งเป็นซาวด์บาร์พร้อมซับวูฟเฟอร์ไร้สาย ที่มาพร้อมกับช่อง HDMI สามารถใช้งานคู่กับ Amazon Alexa เพื่อรับคำสั่งเสียงจากเราได้ เรียกว่าครบถ้วนความต้องการสำหรับระบบโฮมเธียเตอร์ขนาดเล็กในปัจจุบัน
ข้อมูลโดยย่อของ Denon HEOS HomeCinema HS2
– ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานแบบ Multiroom คู่กับอุปกรณ์ในตระกูล HEOS ด้วยกัน
– สามารถใช้งานคู่กับ Amazon Alexa เพื่อรับคำสั่งเสียงได้
– รองรับการฟังเพลงคู่กับสตรีมมิ่งชื่อดังหลายแห่งอย่าง Spotify, Pandora, Tidal, Soundcloud เป็นต้น
– รองรับระบบเสียงรอบทิศทางหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น Dolby TrueHD, DTS-HD Master และระบบอื่น ๆ ที่ใกล้เคียง
– สามารถส่งผ่านสัญญาณภาพแบบ 4K ผ่านทางพอร์ต HDMI
ราคาปกติ 45,000 บาท
พิเศษโปรโมชั่นเหลือ 29,900 บาท
คลิปทดสอบเสียง HEOS HS2
Design – การออกแบบ

HomeCinema HS2 เป็นซาวด์บาร์ขนาดใหญ่ ที่มีความยาวเกือบเท่าทีวี 55 นิ้ว ตัวเครื่องมีสีดำ เส้นสายของงานดีไซน์จะมีลักษณะคล้ายทรงห้าเหลี่ยมตะแคง ตัวเครื่องบรรจุไดร์เวอร์แบบฟูลเรนจ์ 1 คู่ และทวีตเตอร์อีก 1 คู่ ด้านหน้าตัวเครื่องไม่มีปุ่มควบคุมอะไรเลย นอกจากเพิ่มลดเสียง และปุ่ม Mute ที่อยู่บริเวณด้านขวาของเครื่อง


ปุ่มควบคุมพื้นฐานยามเร่งด่วน
ด้านหลังประกอบไปด้วยช่องต่อมากมายตามรายชื่อด้านล่าง พร้อมกับปุ่ม Bluetooth Pair และปุ่ม Connect สำหรับไว้เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชั่น HEOS

ช่องต่อทั้งหมดบริเวณด้านหลังเครื่องมีดังต่อไปนี้
- HDMI In
- HDMI Out
- Coaxial In
- Optical In
- AUX In
- Network (Ethernet)
- USB
- AC In
- IR Out


นอกจากช่องต่อแล้ว ด้านหลังยังมีจุดเสียบขาแขวนที่แถมมาให้กับตัวเครื่อง
สำหรับยึดลำโพงเข้ากับผนัง

ซับวูฟเฟอร์แบบไร้สายมีขนาดเล็กตามมาตรฐานทั่วไปที่แถมกับซาวด์บาร์แบรนด์คู่แข่ง ใช้ไดร์เวอร์ขนาด 5.25 นิ้ว มีท่อเบสรีเฟล็กซ์ยิงออกทางด้านหลัง มีช่องเสียบไฟเป็นช่องต่อเดียวของตัวเครื่อง โดยเมื่อเราทำการเปิดใช้งานแล้ว ตัวเมนยูนิตจะทำการจับคู่กับซับวูฟเฟอร์ที่มาในชุดเองอัตโนมัติซึ่งเราจะสังเกตุได้จากไฟแสดงสถานะบริเวณด้านหลังเครื่อง

ท่อเบสรีเฟล็กซ์ยิงออกทางด้านหลัง ฉะนั้นไม่ควรวางใกล้กำแพงจนเกินไป
เพราะจะทำให้เสียงเบสบวมไม่น่าฟังได้
สำหรับอุปกรณ์ที่แถมมาให้ในกล่องก็จะมีสายสัญญาณมาตรฐานอย่าง สาย stereo 3.5 มม., HDMI, Optical, Ethernet, IR Blaster (ตัวขยายเซ็นเซอร์รีโมทเวลาเอาไปวางหน้าทีวีแล้วบัง) และสายไฟ โดยจะมีขาขยายความสูง และแผ่นยางซับแรงสะเทือนอย่างละชุด….ครับ ไม่มีรีโมท! แล้วจะใช้งานยังไง? ตามมาดูกันครับ

Setup – การติดตั้ง

ขอข้ามเรื่องการจัดวางไปนะครับ เพราะคิดว่าไม่ได้เป็นเรื่องยากอะไร แค่วางซาวด์บาร์ไว้หน้าทีวี หรือถ้าแขวนผนังก็จัดการยึดติดกันไป ซับวูฟเฟอร์ก็วางเข้ามุม อย่าให้อะไรมาบังเพราะแม้ว่าเสียงย่านความถี่ต่ำจะไม่มีทิศทาง แต่ถ้าโดนบังก็หมองได้เช่นกัน
เมื่อวางได้แล้ว การควบคุมซาวด์บาร์ตัวนี้จำเป็นต้องทำผ่านทางแอป HEOS บนสมาร์ทโฟนเท่านั้น โดยการที่เราจะทำการจับคู่กับซาวด์บาร์ได้ง่ายที่สุด สมาร์ทโฟนของคุณจะต้องมีช่องหูฟัง 3.5 มม. เพราะถ้าไม่มีอีกตัวเลือกนึงคือการเสียบสายแลนเข้าที่หลังซาวด์บาร์เท่านั้น แม้ว่าตัวซาวด์บาร์เองจะสามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi ได้ แต่การเชื่อมต่อครั้งแรกเข้ากับแอปฯ จำเป็นจะต้องใช้เน็ตแบบมีสายเสียก่อน
สำหรับขั้นตอนการเชื่อมต่อมีตามนี้ครับ
- อันดับแรก โหลดแอปพลิเคชั่น HEOS ลงบนสมาร์ทโฟนก่อน โดยให้สมาร์ทโฟนเครื่องนั้นต่อ Wi-Fi ที่จะใช้งานเอาไว้
2. ให้รีเซ็ตค่าจากโรงงานที่ตัวซาวด์บาร์ทิ้งทั้งหมด โดยการเสียบปลั๊กให้มีไฟเลี้ยง จากนั้นกดปุ่ม Connect และ Bluetooth ที่หลังเครื่องค้างไว้ 5 วินาที จนไฟด้านหน้ากระพริบเป็นสีเหลือง

3. จากนั้นให้เปิดแอป แล้วเสียบสาย 3.5 เข้าที่สมาร์ทโฟน
4. ตัวแอปฯ จะให้เรากดตามขั้นตอนไปเรื่อย ๆ โดยขั้นตอนการ pairing จะต้องให้ไฟสีเขียวหยุดกระพริบจึงจะหมายความว่าเชื่อมต่อกับแอปฯ สำเร็จ
5. เมื่อเชื่อมต่อกันเรียบร้อยแล้ว ตัวระบบจะให้เราต่ออินเทอร์เน็ต Wi-Fi ให้กับซาวด์บาร์ โดยจะเป็นการโอนข้อมูลการเชื่อมต่อบนมือถือของเราเข้าไป ซึ่งจะต้องใส่พาสเวิร์ดอีกครั้ง
6. เสร็จสิ้นการเชื่อมต่อ ตอนนี้ถ้าเรามีสมาร์ทโฟนเครื่องอื่นก็สามารถที่จะโหลดแอป HEOS เพื่อมาควบคุมได้อีกด้วย โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องอยู่บนเครือข่ายเดียวกันกับซาวด์บาร์

เชื่อมต่อเรียบร้อยพร้อมใช้งาน ก็จะมีชื่อของอุปกรณ์มาขึ้นบนหน้าแอปพลิเคชั่นหลักแบบนี้
Sound – เสียง
หลังตัวซาวด์บาร์วิ่งมาเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ของเครือข่ายเราเรียบร้อยแล้ว ผมก็เริ่มทดสอบด้วยการดูภาพยนตร์ Netflix โดยเชื่อมต่อกับทีวีแบบ HDMI ARC ซึ่งคาแร็คเตอร์เสียงกลางและเสียงแหลมค่อนข้างหลบอยู่ด้านหลังเล็กน้อย ไม่แผดพุ่งรุกเร้า แต่อย่างไรก็ตาม การถ่ายเสียงไปในทิศทางซ้ายขวาสามารถทำออกมาได้ค่อนข้างดี สามารถแสดงมิติเวทีเสียงได้กว้างพอสมควร

ในจุดนี้ถ้าเราคิดว่าต้องการเสียงแหลมที่ทอดตัวได้ไกลขึ้นอีกนิด เราสามารถกดแอปฯ HEOS ขึ้นมาเพื่อทำการเปลี่ยนโหมดเสียงเป็น Movie บวกกับปรับเพิ่ม EQ เสียงแหลมขึ้น เพื่อเติมอรรถรสในการชมภาพยนตร์ให้ถึงลูกถึงคนมากยิ่งขึ้น

การเล่นเกมนั้นหายห่วงทำได้ดีแบบเดียวกับการชมภาพยนตร์ ยิ่งเปิดดัง ยิ่งฟังสนุก
ส่วนการนำมาใช้งานประกบคู่กับการฟังเพลงพบโหมดเสียง Music ที่มีมาให้เลือกใช้งานสามารถให้เสียงที่ค่อนข้างเป็นกลางดีอยู่แล้ว และตัวซาวด์บาร์เองก็ไม่ได้งกไดรเวอร์ ทำให้เสียงที่ออกมามีน้ำมีนวลไม่อัดอั้นจนฟังแล้วเหมือนนักร้องโดนบัง อย่างเพลง Wonderful World ที่ถูกคัฟเวอร์โดย Eva Cassidy ตัวลำโพงก็ถ่ายทอดเสียงเอื้อนหยาดเยิ้มของเธอออกมาได้หวานและมีเสน่ห์ โดยรวมแล้วค่อนข้างลงตัวไม่ต้องปรับอะไรเพิ่มก็ถือว่าสามารถนำมาฟังเพลงได้ไพเราะไม่แพ้ซาวด์บาร์คู่แข่งในช่วงราคาเดียวกัน
คลิปทดสอบเสียง HEOS HS2
Conclusion – สรุป

เป็นซาวด์บาร์ที่เสียงดีตามมาตรฐาน สามารถเข้ามาเติมเต็มมิติเสียงให้กับทีวีได้อย่างแตกต่าง แต่มีจุดเดียวที่คิดว่าอาจจะดูใช้งานยาก คือการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชั่นที่ซับซ้อนและมีตัวเลือกให้น้อยไปหน่อย เพราะน้อยคนนักที่จะวางระบบเน็ตเวิร์คไว้บริเวณทีวี รวมถึงในปัจจุบันสมาร์ทโฟนบางรุ่นก็เริ่มจะถอดพอร์ตหูฟัง 3.5 มม. ออกไป ตัวอย่างเช่น สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ทางฝั่ง iOS นั้นไม่เหลือแล้ว ทาง Android เอง Google ก็ตามไปติด ๆ ฉะนั้น Denon น่าจะเพิ่มตัวเลือกในการจับคู่สมาร์ทโฟนกับซาวด์บาร์ให้มากขึ้นอีกนิด
อาจจะเป็นการใช้สัญญาณ Bluetooth ช่วยในการส่งข้อมูลของ Wi-Fi ไปยังตัวเครื่องเพื่อให้สามารถต่ออินเทอร์เน็ตได้ หรืออะไรที่คล้าย ๆ ก็น่าจะดี เพราะตัวซาวด์บาร์เองไม่ได้มีรีโมทควบคุมมาให้ การจะปรับ EQ หรือเปลี่ยนโหมดเสียงจำเป็นจะต้องทำผ่านแอปพลิเคชั่นเท่านั้น ไม่สามารถกดเอาจากหน้าเครื่องได้

นอกเหนือจากนั้นคุณภาพเสียงที่ได้ล้วนแล้วแต่ไม่ทิ้งลายความเป็น Denon เลย สามารถถ่ายทอดความครึกครื้นและมิติเสียงออกมาได้ดี โดยเฉพาะเมื่อใช้งานคู่กับการฟังเพลง เพียงแค่เปลี่ยนโหมดเสียงเป็น Music ก็ได้เสียงที่ไพเราะออกจากกล่องไม่ต้องปรับอะไรเพิ่มมาก ส่วนการนำมาดูภาพยนตร์ส่วนตัวผมว่าเสียงแหลมมีความจัดจ้านน้อยไป ตรงนี้สามารถปรับ EQ ในตัวแอปฯ HEOS เพิ่มได้อีกนิดหน่อยเพื่อเติมรสชาติและความจัดจ้านที่หายไป
ก็เรียกว่ามีครบทุกอย่างที่ซาวด์บาร์ยุคปัจจุบันควรจะมี ยิ่งถ้าเรามี Amazon Alexa ใช้งานอยู่แล้ว เราสามารถนำมันมาเชื่อมต่อเข้ากับซาวด์บาร์ตัวนี้เพื่อที่จะคอยรับคำสั่งเสียงจากเราได้อีกด้วย เปลี่ยนจุดชมภาพยนตร์ที่ดูธรรมดา ให้กลายเป็นมุม IoT ล้ำ ๆ ได้เลยทีเดียว
ข้อดี
– เสียงดีสมกับที่ได้วิศวกร Denon มาช่วยจัดการระบบเสียงให้
– ลูกเล่นแพรวพราว ใช้งานคู่กับ AI อัจฉริยะอย่าง Amazon Alexa ได้
– ดีไซน์เด่นเรียบหรูแบบเหมาะสม วางบนชั้นแล้วไม่แย่งความสนใจจากตัวทีวี
– มีช่อง HDMI ARC และ HDMI IN มาให้แยกจากกัน สร้างตัวเลือกในการใช้งานให้ได้มากขึ้น
ข้อเสีย
– ไม่มีรีโมทมาให้
– การจับคู่เพื่อนำซาวด์บาร์เข้ามาเป็นหนึ่งในอุปกรณ์บนเครือข่ายในบ้านทำได้ยาก ถ้าไม่ใช่คนที่ชำนาญเทคโนโลยีอาจจะลำบาก ซึ่งไม่ทำก็ไม่ได้ เพราะเน้นควบคุมผ่านแอปฯ เพียงอย่างเดียว

Denon HEOS HomeCinema HS2
ราคาปกติ 45,000 บาท
ราคาพิเศษ 29,900 บาท