Skip to content
|

รีวิว ELAC Debut Series ขวัญใจชาวโลก เสียงดีเกินราคา แถมคุ้มค่าด้วย Atmos

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 22 Jan 2022 0 comments

Speaker Systems With Atmos Enabled Speakers

ELAC Debut Series by Andrew Jones

Elac Debut Series ชุดเริ่มต้นราคา 49,500 บาท ประกอบด้วย…
ELAC Debut F5 จำนวน 1 คู่ ราคา 25,900 บาท
ELAC Debut B5 จำนวน 1 คู่ ราคา 11,900 บาท
ELAC Debut C5 จำนวน 1 ตัว ราคา 8,900 บาท 

แถมฟรีลำโพง Atmos Enabled อีก 1 คู่ มูลค่า 11,900 บาท

รีวิว ELAC Debut Series : Speaker Systems With Atmos Enabled Speakers

รับชมรีวิวและทดสอบฟังเสียงลำโพง ELAC Debut ได้ในคลิปนี้เลย!!!

ไม่ว่าจะวงการไหน ย่อมมีบุคคลที่ถูกยกย่องร่ำลือชื่นชม จากฝึมือและความอัจฉริยะที่คนผู้นั้นได้สร้างเอาไว้ ซึ่งวงการเครื่องเสียงก็เช่นกัน กับ “Mr. Andrew Jones” ชายผู้ถูกยกให้เป็นนักออกแบบลำโพงที่ยอดเยี่ยมที่สุดเป็นอันดับต้นๆ แห่งยุคนี้ ด้วยฝีมืออันโชกโชน

เคยฝากผลงานการออกแบบลำโพงไว้หลากแบรนด์หลายซีรี่ส์ ล้วนเป็นระดับไฮเอ็นด์ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น KEF Audio, Infinity, Pioneer,และ TAD ซึ่งทั้งหมดประสบความสำเร็จ เป็นที่ยอมรับของทั่วโลกในเรื่องคุณภาพเสียง จนสร้างชื่อเสียงให้ Mr. Andrew Jones เป็นดาวเด่นอีกหนึ่งคนแห่งวงการเครื่องเสียง

TAD Reference One ลำโพงระดับอ้างอิงที่ Mr. Andrew Jones เคยออกแบบเอาไว้ มีราคา 80,000 ดอลล่าร์ ต่อลำโพงหนึ่งคู่ ต้องเรียกว่า Super Hi-End มาก

ดังเช่น ELAC แบรนด์ลำโพงสัญชาติเยอรมัน ที่เด่นดังมานานในเรื่องลำโพงระดับมิดเอ็นด์มีราคาไม่สูงจนเกินเอื้อม ให้คุณภาพเสียงเกินตัว เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลกไม่ใช่แค่ในบ้านเกิด แม้จะมีประวัติศาสตร์เพียง 20 กว่าปี แต่ ELAC ก็กลายเป็นชื่อที่ต้องนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ ไม่แพ้เจ้าอื่น เมื่อเอ่ยเรื่องลำโพงขึ้นมา

และล่าสุดนี้ วงการเครื่องเสียงกลับมาคึกโครมอีกครั้ง เมื่อนักออกแบบลำโพงชื่อดังอย่าง Mr. Andrew Jones มาร่วมออกแบบลำโพงให้กับ ELAC สรรสร้างลำโพงซีรี่ส์ล่าสุด อันมีชื่อสั้นๆ ว่า “Debut Series” ออกมาเรียงเสียงฮือฮา จนหลายคนอยากลองสัมผัสเสียงด้วยตนเอง

การันตีด้วยรางวัลคำชมมากมายจากสื่อทั่วโลก เช่น The Absolute Sound, Audiophiles, CNET, Hi-Fi News หรือ Hi-Fi Choice เป็นต้น ซึ่ง Mr. Andrew Jones ให้นิยามการออกแบบลำโพงซีรี่ส์นี้เอาไว้ว่า “คุณภาพเสียงชั้นยอด ในราคาที่ใครๆ ก็จับต้องได้”

Design – การออกแบบ

ลำโพงชุด ELAC Debut Series ประกอบไปด้วยลำโพงหลายรุ่น หลายขนาดด้วยกัน โดยชื่อรุ่นนั้น จะย่อมาจากชนิดของลำโพงและขนาดของไดรเวอร์ เช่น Debut F6 ตัว F คืออักษรย่อ Floor Standing ส่วนเลข 6 คือขนาดไดรเวอร์ มีหน่วยเป็นนิ้ว รวมแล้วหมายถึงลำโพง Floor Standing มีไดรเวอร์ขนาด 6 นิ้วนั่นเอง ลำโพงในชุด Debut Series ทั้งหมดจะมีดังนี้

1) Floor Standing ลำโพงแบบตั้งพื้น = Debut F6 และ Debut F5
2) Bookshelf ลำโพงแบบตั้งขาตั้ง = Debut B6 และ Debut B5
3) Center ลำโพงกลาง = Debut C5
4) ลำโพง Dolby Atmos = Debut A4
5) Subwoofer ลำโพงซับวูฟเฟอร์ = Debut S10, Debut S10EQ และ Debut S12EQ

เป็นชุดเริ่มต้นที่ให้ความคุ้มค่า ครบครัน จัดเต็มระบบ Dolby Atmos

ซึ่งชุดลำโพง ELAC Debut Series ที่เราได้นำมาทดสอบกันนี้ เป็นชุดเริ่มต้นราคา 49,500 บาท ดีไซน์ของซีรี่ส์นี้เป็นสไตล์โมเดิร์น ดูเรียบง่าย ตัวตู้ลำโพงเป็นไม้ MDF เคลือบด้วยไวนิลสีดำ ผิวไวนิลเป็นแบบ Hairline หรือขนแมว ให้สัมผัสที่หรูหรามีระดับ ตัดกับขอบของกรอบไดรเวอร์ที่เป็นสีเงิน มีตะแกรงอะลูมิเนียมครอบป้องกันไดรเวอร์เอาไว้ มีโลโก้แบรนด์ ELAC อยู่ใต้ไดรเวอร์

ดูการออกแบบภายนอกกันแล้ว มาดูภายในกันบ้าง การออกแบบของ Mr. Andrew Jones แทบจะเป็นการปฏิวัติลำโพงของ ELAC เลยก็ว่าได้ เพราะในซีรี่ส์รุ่นก่อนๆ ELAC มักใช้อะลูมิเนียมเป็นวัสดุหลักในการทำวูฟเฟอร์ และครั้งนี้ Debut Series ได้เปลี่ยนจากอะลูมิเนียมเป็นวูฟเฟอร์ที่ทำจาก Aramid-Fiber เส้นใยสังเคราะห์ที่มีความแข็งแรงพิเศษถักทอออกมาในรูปแบบโคน

Aramid Fiber หรือส่วนใหญ่รู้จักกันในชื่อเคฟล่า เป็นวัสดุเดียวกับที่ใช้ทำเกราะกันกระสุนนั่นเอง

โครงสร้างต่างๆ ในการประกอบวูฟเฟอร์จะเป็นดังนี้

ไม่ใช่แค่วูฟเฟอร์ที่มีการปรับเปลี่ยน ทวีตเตอร์เองก็เช่นกัน ได้รับการดีไซน์เป็นแบบโดมผ้าไหม ตัวไดรเวอร์เป็นทรง Waveguide รูปร้างเว้าคล้ายกระทะ จากการออกแบบพิเศษของ Mr. Andrew Jones เพื่อควบคุมการกระจายเสียง ได้เสียงที่แตกต่างจากทวีตเตอร์อื่นๆ ด้านนอกมีตะแกรงอะลูมิเนียมครอบป้องกันความเสียหายไว้อีกที ซึ่งหน้ากากปิดไดรเวอร์ของลำโพงแต่ละตัวจะเป็นสีดำ เสียบเข้ากับหมุดบริเวณกรอบด้านหน้าลำโพง

โครงสร้างการออกแบบของทวีตเตอร์ใน Debut Series

ด้านการเชื่อมต่อสายลำโพงนั้น ชุด Debut Series จะมีขั้วต่อแบบไบน์ดิ้งโพสต์อยู่ทางด้านหลัง สำหรับเสียบสายซิงเกิลไวร์ ซึ่งไม่ใช่แค่เชื่อมต่อแบบหนีบสายอย่างเดียว ยังรองรับการเชื่อมต่อกับหัวเสียบบานาน่าและหางปลาอีกด้วย เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องชื่นชมเลย มีความต้านทานอยู่ที่ 6 โอห์ม ลำโพงกลางและ Bookshelf รองรับกำลังขับสูงสุด 120W ลำโพง Floor Standing รองรับได้ 140W ส่วนลำโพง Atmos ได้เพียง 80W

ขั้วต่อสายซิงเกิลไวร์แบบไบน์ดิ้งโพสต์มีสีทองสวยงาม ปลายหมุนมีลักษณะเป็นร่องเว้าเข้ากับนิ้ว 
รองรับหัวเสียบบานาน่า มีสัญลักษณ์และสีบอกตำแหน่งอย่างชัดเจน

มาดูลำโพงแต่ละรุ่นกันบ้างดีกว่า เริ่มที่ Debut B5 ลำโพงไซส์ Bookshelf ชนิด Bass Reflex มีช่องคายเบสอยู่ด้านหลังตู้เหนือช่องต่อสายลำโพง วูฟเฟอร์มีขนาด 5.25 นิ้ว และทวีตเตอร์ขนาด 1 นิ้ว ตอบสนองต่อความถี่ 40 Hz – 20 KHz มีความสูง 32.5ซม. หน้ากว้าง 20 ซม. และความลึก 22.3 ซม. มีน้ำหนัก 5.2 กก.

Debut B5 และ B6 ถูกยกให้เป็นไฮไลต์ประจำซีรี่ส์นี้เลย คว้ารางวัล Editor”s Choice 
หรือรางวัลบรรณาธิการแนะนำ จากเว็บไซต์ CNET.com ด้วยคุณภาพเสียงที่ให้เกินราคา จนใครๆ ต่างชื่นชม

สวยงามปราณีตทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เสียงเยี่ยม ราคาเบา จนบรรณาธิการต้องขอแนะนำ

Debut F5 ที่เป็น Floor Standing มีวูฟเฟอร์ขนาด 5.25 นิ้ว จำนวน 3 ดอก และทวีตเตอร์ขนาด 1 นิ้ว อยู่ด้านบนสุด ทางด้านหลังมีช่องคายเบส 3 ช่อง อัตราตอบสนองอยู่ที่ 42 Hz – 20 KHz ตัวลำโพง Debut F5 มีความสูง 96.5 ซม. ความกว้าง 20 ซม. กับความลึก 22.2 ซม. และมีนำหนัก 14.9 กก.

ในส่วนของฐานมีพื้นเป็นชั้นยางบางๆ มีความยืดหยุ่น ตั้งใช้งานบนพื้นเรียบๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งชุดนี้ก็มีสไปค์ให้สำหรับติดตั้งบนพื้นพรมด้วย

ตัวผมนั้นสูงประมาณ 187 ซม. เทียบความสูงกันให้ดูเลยว่า Debut F5 มีขนาดเท่าไหน

ต่อกันที่ลำโพงกลาง Debut C5 มีขนาดค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ด้านหน้าเป็นวูฟเฟอร์ 2 ดอก มีทวีตเตอร์อีก 1 ดอกตรงกลาง หน้ากว้างขนาด 47.6 ซม. ความลึก 22.2 ซม. และความสูง 20 ซม. มีน้ำหนัก 8.2 กก.

เจ้าลำโพงตัวนี้มีขนาดสูงกว่าลำโพงกลางทั่วไปเล็กน้อย แนะนำว่าควรเช็คขนาดลำโพงกับชั้นวางหรือพื้นที่ติดตั้งให้ดี

ด้านหลังของ Debut C5 มีช่องคายเบสเบส 2 รู ทางซ้าย-ขวา

และลำโพงตัวสุดท้ายในชุดนี้ Debut A4 ลำโพง Atmos Enabled อีกหนึ่งไฮไลต์จากซีรี่ส์นี้ ตอบรับต่อเทคโนโลยีเสียงแห่งอนาคต มีขนาดฐานเท่ากับลำโพง Debut B Series และ Debut F Series สามารถติดตั้งด้านบนของ 2 รุ่นนี้ได้อย่างพอดี ด้วยความที่เป็นลำโพงขนาดเล็ก จึงมีการออกแบบไดรเวอร์เป็นทรง Coaxial ที่มีทวีตเตอร์ชนิดโดมโพลีเมอร์อยู่ตรงกลางวูฟเฟอร์ขนาด 4 นิ้ว และป้องกันการกระแทกด้วยตะแกรงอะลูมิเนียมที่ครอบอยู่ภายนอก

ELAC Debut A4 มีขนาดกำลังพอดี มีทิศทางเฉียงเพื่อยิงเสียงขึ้นเพดาน สะท้อนเสียงให้ตกลงมา สร้างเสียง Top Surround ด้านบนพื้นที่รับฟัง

ตัวลำโพง Atmos มีความกว้างยาวเท่ากับลำโพง Floor Standing และ Bookshelf นำไปวางติดตั้งได้พอดีอย่างสวยงาม

อีกหนึ่งสิ่งน่าสนใจที่พ่วงมากับ Debut A4 คือซิลิโคนรองฐานลำโพงสำหรับติดตั้ง ตัวซิลิโคนมีความยืดหยุ่นและเหนียวแน่นมาก ไม่ต้องปั้นและมีความหนาที่ได้มาตรฐานกว่า Blu-Tack หากฝุ่นหรือสิ่งสกปรกติดตัวซิลิโคนจนหมดความเหนียว สามารถนำซิลิโคนไปล้างน้ำทำความสะอาด ความเหนียวจะกลับมาเช่นเดิม

ซิลิโคนรองลำโพง Atmos Enabled หน้าตาคล้ายเยลลี่ มีความหนาที่พอดีได้มาตรฐาน แข็งแรงทนทาน และยืดหยุ่นมาก

Setup – การติดตั้ง

การทดสอบครั้งนี้ติดตั้งเป็นระบบ 5.1.2-Channel ก่อนอื่นต้องขอหมายเหตุเอาไว้ แม้ชุดนี้จะไม่มีซับวูฟเฟอร์ แต่ก็ได้ซับวูฟเฟอร์ Klipsch R-112SW ร่วมการทดสอบด้วย รวมถึงรีซีฟเวอร์ที่ใช้ Denon AVR-X7200W ซึ่งรองรับระบบ Dolby Atmos และสายเชื่อมต่อต่างๆ เป็น LCD HDMI Jericho, Velocita ROME V, ROME I และ Naple V เพื่อเค้นศักยภาพของ ELAC Debut Series ให้ได้ถึงขีดสุด

ภาพจำลองการติดตั้งแบบ 5.1.2-Channel ด้วยลำโพง Atmos Enabled

สำหรับการติดตั้งลำโพง Atmos Enabled นั้น ความสูงและวัสดุของเพดานมีผลต่อการสะท้อนเสียงของเสียง เพราะหากเพดานมีความสูงมาก ทำให้เสียงเดินทางไกลขึ้น และยิ่งเพดานเป็นวัสดุที่สะท้อนเสียงยาก เสียงจากลำโพง Atmos อาจจะจางหายได้ ควรตรวจสอบให้ดี อย่าลืมทำการปรับระยะเสียงผ่านรีซีฟเวอร์ด้วย ซึ่งใครที่มีไมโครโฟนและรีซีฟเวอร์ชนิดคาลิเบรตเสียงอัตโนมัติ ควรตั้งไมโครโฟนให้อยู่ระดับเดียวกับศีรษะขณะใช้งานจริง

Sound – เสียง

มาถึงจุดที่เชื่อว่าหลายคนกำลังรอคอยอยู่ นั่นคือคุณภาพเสียงของ ELAC Debut อยากที่บอกไว้ก่อนหน้าแล้ว นี่ไม่ใช่การผสม หยิบไดรเวอร์รุ่นนู้น เอาทวีตเตอร์รุ่นนี้มาใส่ใน Debut Series แต่เป็นการออกแบบใหม่ทั้งหมด สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวขึ้นมา แม้ไม่ถึงระดับอ้างอิง แต่จะกลายเป็นรุ่นที่หลายคนต้องพูดถึงแน่

ก่อนที่จะทำการทดสอบ ได้ทำการเบิร์นเสียงลำโพงเป็นเวลาหลายสิบชั่วโมง เริ่มต้นด้วยการฟังเนื้อเสียงเพียวๆ ในรูปแบบ Stereo ด้วยเพลงประเภท Audiophile ที่เป็นการบันทึกเสียงระดับพรีเมี่ยมความละเอียดสูง เพลงที่ใช้เน้นความเป็นอะคูสติกของเครื่องสายและเสียงร้อง

ซึ่งเสียงที่ ELAC Debut ได้ขับออกมานั้น ค่อนข้างมีความเที่ยงตรง ให้เสียงที่เป็นธรรมชาติ เนื้อเสียงเป็นสไตล์สุภาพนุ่มนวล สะอาด ปลายเสียงยาวมนกลมลื่นไหล ไม่มีสัมผัสแห้งๆ มาสะกิดแม้แต่น้อย ฟังสบายหู เบสมีน้ำหนักกำลังดี มีลูกมีสัมผัส ไม่บวมหนาหรือจมลึก

เปรียบได้กับกาแฟลาเต้ หวานนุ่ม กลมกล่อม ให้อารมณ์คึกคัก ตาสว่างกันขึ้นมาเลย!!!

อย่าเพิ่งคิดว่าเสียงจะนุ่มมากไปจนชืด ไม่ใช่แค่เพลงประเภท Audiophile เพลงจากซีดีออดิโอทั่วไปก็ขนมาทดสอบเช่นกัน ทั้ง Bay City Rollers, Queen และ Greenday เพลงที่มีโทนเสียงสูงแหลมและค่อนข้างหนักอย่าง Bohemian Rhapsody หรือ American Idiot ลำโพงชุดนี้ก็ไม่ยั่น สามารถพาเราอินและเคลิบเคลิ้ม ชวนให้โยกหัวตามได้ไม่ยาก

ถึงจะเป็นแนวสุภาพนุ่มนวล แต่ก็มีความแสบสันแอบมาสะกิด รุกเร้าได้พอตัว ฟังระยะยาวไม่ล้าหู เหมือนอาหารที่มีรสเผ็ดกำลังดี กินแบบเพลินๆ ได้อรรถรส มากกว่ารสเผ็ดจัด ที่เน้นความสะใจแต่ได้ไม่นาน สัมผัสรสชาติในอาหารได้ไม่ครบทุกรส

ชมคอนเสิร์ตด้วยระบบ 5.1-Channel ก็ไม่ธรรมดา สนุกสนานเพลิดเพลิน ให้รสชาติดั่งบรรยากาศจริง

ฟังเพลงไปแล้ว มาต่อด้วยการรับชมภาพยนตร์ในรูปแบบ 5.1.2-Channel กันบ้าง โดยภาพยนตร์ที่ใช้ทดสอบเป็นระบบเสียง Dolby Atmos คือ Jupiter Ascending และ Mad Max: Fury Road หลังจากที่ได้ทดลองฟัง เสียงที่ได้มีความคมชัดไม่ขุ่นมัว สดฉ่ำอิ่มเอิบ เก็บรายละเอียดเสียงยิบย่อยชัดเจน ตอบสนองต่อเสียงที่มีความโอ่อ่าอลังการได้เป็นอย่างประทับใจ เมื่อตัดเสียงซับวูฟเฟอร์ออก ฟังเสียงเบสที่ได้จากชุดนี้ จะสัมผัสเสียงเบสที่ออกมาเป็นลูกๆ มีน้ำหนัก ได้อย่างชัดเจน และไม่บวมอูมด้วย

ภาพยนตร์ Mad Max: Fury Road นั้น แค่เริ่มฉากแรกก็ได้สัมผัสกับความเซอร์ราวด์ของ Dolby Atmos กันแล้ว เป็นฉากที่พระเอกพยายามจะหนีจากการถูกจับตัว เสียงกรุ๊งกริ๊งของโซ่ และเสียงกระทบของโลหะ ลอยเด่นเหนื่อหัว เหมือนอยู่ในอุโมงค์ด้วยเลย

ในระบบ 5.1.2-Channel ลำโพงซีรี่ส์นี้ให้การโยนเสียงที่ฉับไว รู้สึกถึงเสียงที่วูบวาบผ่านไปมา จากปกติที่ระบบ 5.1-Channel จะให้เสียงแค่ด้านข้าง เหมือนเป็นกำแพงล้อม เมื่อมีลำโพง Atmos มาด้วย ความสนุกยิ่งทวีคูณ เพราะได้เสียงที่สะท้อนมาจากด้านบน เพิ่มความครอบคลุมชนิดเซอร์ราวด์จริงๆ

นอกจากภาพยนตร์แล้ว ยังได้ทดสอบด้วยคอนเท็นต์ที่รองรับระบบเสียง Atmos จาก Dolby หากหากฟังแล้วทดลองปิดเสียงที่ออกจากลำโพง Atmos จะเห็นได้ชัดถึงความแตกต่าง รู้สึกได้เลยว่าเสียงจากด้านบนแหว่งหายไปทันที การโยนเสียงเหลือเพียงระดับแนวนอน ไม่ลอยข้ามศีรษะ

ต้องขอบอกเลยว่า Mr. Andrew Jones และ ELAC เป็นการจับคู่ที่ลงตัวกันดีจริงๆ ถ้าอยากเพิ่มเติมมิติเสียงด้านสูงให้สมจริงยิ่งขึ้นไปอีก สามารถเพิ่ม Debut A4 อีกหนึ่งคู่ วางบนลำโพงเซอร์ราวด์ รวมเป็นระบบ 5.1.4- Channel ได้ หากรีซีฟเวอร์ของผู้ใช้งานรองรับ

รับชมรีวิวและทดสอบฟังเสียงลำโพง ELAC Debut ได้ในคลิปนี้เลย!!!

Conclusion – สรุป

หากใครอ่านมาถึงตรงนี้ คงได้ข้อสรุปในใจกันบ้างแล้ว ด้วยคุณภาพเสียงเฉพาะตัวเป็นเอกลักษณ์ ผสานกับชื่อเสียงของแบรนด์ ELAC ที่ใครต่างไว้ใจ บวกเพิ่มด้วยฝีมือการออกแบบที่ทั่วโลกยอมรับของ Mr. Andrew Jones จึงทำให้ ELAC Debut Series มีเหตุผลมากพอสำหรับคนที่อยากได้ลำโพงดีๆ คุณภาพชั้นยอด ในราคาที่จับต้องได้ เก็บไว้เป็นตัวเลือกพิจารณาในใจ

ELAC Debut Series แม้จะดูเรียบๆ แต่ให้ความสวยงามโดดเด่นไม่ใช่น้อย ขนาดกำลังพอดีต่อห้อง

ว่ากันด้วยเสียงอย่างเดียว ตัวลำโพง ELAC Debut นั้น มีเอกลักษณ์เรื่องความนวล หนานุ่ม ฟังสบาย ซึ่งใครที่ชอบเสียงสไตล์โฉ่งฉ่าง อาจต้องใช้รีซีฟเวอร์ที่ให้เสียงดุดันมาช่วยเสริม ถึงในชุดราคา 49,500 บาท จะไม่มีซับวูฟเฟอร์มาให้ด้วย แต่ชุดนี้ก็สามารถให้เสียบเบสได้ดีเยี่ยมไม่แพ้กัน แถมยังได้ลำโพง Atmos Enabled เพิ่มมิติในการรับชมอีกเท่าตัว ติดตั้งก็ง่ายดาย ช่องต่อสายลำโพงยังรองรับหัวเสียบชนิดหัวกล้วยด้วย

คุ้มค่าด้วยลำโพง Atmos Enabled เพิ่มประสบการณ์เสียง ครอบคลุมทุกอณู

สรุปได้ว่า ELAC Debut Series เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกแนะนำสำหรับคนที่ต้องการความคุ้มค่า ถึงราคาจะอยู่ในระดับกลาง แต่เสียงที่ได้ออกมานั้นจัดว่าคุ้มค่าเกินตัว และยิ่งคุ้มขึ้นไปอีกเพราะได้ลำโพง Dolby Atmos ในราคาเพียงแค่นี้ แม้ไม่มีซับวูฟเฟอร์ให้ในชุด ก็ไม่ทำให้คุณภาพเสียงตกลงไปเท่าไรนัก ยังได้สัมผัสและความหนักแน่น ทำให้ไม่แปลกใจเท่าไร ถ้า ELAC Debut Series กลายเป็นรุ่นที่ใครๆ ก็อยากแนะนำ

ขอขอบคุณ บริษัท โซนิควิชั่น จำกัด ที่เอื้อเฟื้อสินค้าในการทดสอบครั้งนี้
สนใจสินค้าหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
บริษัท โซนิควิชั่น จำกัด 595/9 ถนนนนทรี แขวงช่องนนทรี เขต ยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120
โทร. 02-681-7500-4

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้