รีวิว Gateway HX2003L มอนิเตอร์ไซส์กระทัดรัด..สำหรับท่านที่เน้นความคล่องตัว!!
รีวิว Gateway HX2003L มอนิเตอร์ไซส์กระทัดรัด..สำหรับท่านที่เน้นความคล่องตัว!!
เชื่อเหลือเกินว่าหลายคนน่าจะรู้จักแบรนด์ Acer หนึ่งในจ้าวตลาดไอทีในบ้านเรากันเป็นอย่างดี ทว่าถ้าพูดถึงแบรนด์ Gateway แล้วล่ะก็กลุ่มคนที่รู้จักน่าจะเป็นสาวกไอทีจริงๆเพียงเท่านั้น ซึ่งหารู้ไหมว่าจริงๆแล้ว Gateway นี่เป็นแบรนด์ดังจากอเมริกาที่ดำเนินกิจการทางด้านธุรกิจสินค้าอิเล็คทรอนิกส์มาช้านาน จนมาถูกทาง Acer ซื้อไปเป็นบริษัทในเครือเมื่อไม่กี่ปีมานี้ โดยผลักดันให้สินค้าแปะตรา Gateway เป็นตัวบุกตลาดสินค้าพรีเมี่ยมตามกลยุทธ

ซึ่งถ้าว่ากันตามความเกี่ยวข้องของเว็บแล้ว จะให้เว็บเรารีวิวโน้ตบุ๊คก็กระไรอยู่(หรืออยากให้ทำก็จะลองดูนะครับ ฮ่าๆ) ทาง Acer จึงได้ส่งผลิตภัณฑ์ทางด้านภาพมาป้อนให้เราอยู่เรื่อยๆ จะเห็นได้จากโปรเจ็คเตอร์สามตัวก่อนหน้าที่มาลองเชิงกระแสตอบรับจากหลายๆท่านไป มาวันนี้เป็นคิวของจอมอนิเตอร์จากแบรนด์ Gateway ในรุ่น HX2003L ที่มีราคาค่าตัวเอื้อมถึงได้ไม่ยากเย็น ซึ่งกระผม Boomerang จะมาขอรับหน้าที่ทดสอบและเขียนรายงานให้ทุกท่านได้รับชมกันนะครับ
Gateway HX2003L 20″ LED Backlit Monitor
– Resolution 1600×900 pixels (Aspect Ratio 16:9)
– TN Panel
– Contrast 100,000,000:1
– Brightness 200 cd/m2
– Response Time 5ms
– D-Sub/DVI(with HDCP)
หน้าจอ ขนาด 20″ ปกติราคา 3,290 บาท ลดเหลือ 2,790 บาท
หน้าจอ ขนาด 21.5″ ปกติราคา 3,490 บาท ลดเหลือ 3,190 บาท
ดีไซน์
สีหลักที่ถูกนำมาใช้ในการออกแบบมอนิเตอร์ตัวนี้จะเน้นหนักไปที่สีดำ ซึ่งเป็นสียอดนิยมที่ถูกหยิบมาใช้ในสินค้าไอทีต่างๆเป็นประจำอยู่แล้ว

ด้านหน้าจอ ตัวเนื้อจอเป็นจอด้านช่วยลดปัญหาเรื่องของการสะท้อนแสง ส่วนบริเวณขอบเป็นพลาสติกมันเคลือสีดำกล็อสซี่สวยงาม



การประกอบขาตั้งต้องประกอบฐานเข้ากับตัวแกนก่อน จากนั้นจึงยกจอเข้ามาเสียบประกบแบบนี้ให้ลงล็อค

เวลาจะดึงออกก็ให้ดันพร้อมกันสองมือแบบนี้ นอกจากนี้ตัวจอยังสามารถปรับมุม ก้ม-เงยได้เล็กน้อยโดยการโยกจอขึ้นลง(แต่อย่าโยกแรงไปนะครับเดี๋ยวตัวล็อคหักขึ้นมาล่ะยุ่งเลย)

ปุ่มกดพื้นฐานที่มุมล่างขวาที่ถูกซ่อนไว้ตรงนี้ ตอนกดแรกๆจึงกดผิดจนไปโดนปุ่มปิดบ่อยมากๆ เนื่องจากไม่มีอะไรกำกับไว้เลยว่าปุ่มไหนใช้ทำอะไร

อุปกรณ์มาตรฐานที่มีมาให้ในกล่องครับ ได้แก่ คู่มือ, สาย DVI, สาย D-Sub, สายไฟและอแด็ปเตอร์ครบสูตรช่องต่อที่มีให้
ช่องต่อ

ช่องต่อด้านหลังของ Gateway HX2003L ตัวนี้ค่อนข้างจะเป็นช่องต่อมาตรฐานที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งได้แก่ช่อง D-Sub หรือที่เรียกกันว่า VGA In ช่องต่อโบร่ำโบราณที่มีใช้มาเนิ่นนาน ข้างกันเป็นพอร์ต DVI พอร์ตใหม่ที่เป็นระบบดิจิตอลให้ความแรงของสัญญาณที่เหนือกว่าแล้วยังสามารถแปลงสลับกับ HDMI ได้อีกด้วย เรียกได้ว่ารองรับการใช้งานทั้งแบบเก่าและใหม่ในจอเดียวกันเลย
ภาพ
จากข้อมูลเบื้องต้นในหน้าแรกนะครับจะเห็นว่าความละเอียดจอเป็นแบบ 1600×900 พิกเซล ตามอัตราส่วนจอแบบ 16:9(Widescreen) ซึ่งโดยทั่วไปแล้วน่าจะเป็นอัตราส่วนที่เหมาะกับการรับชมภาพยนตร์กำลังพอเหมาะพอเจาะเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามโดยพื้นเพความเป็นมอนิเตอร์คงจะหนีไม่พ้นการเสียบใช้งานเป็นจอแสดงผลให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป ฉะนั้นการทดสอบทางด้านภาพจึงจะต้องขอครอบคลุมไปทางการใช้เป็นจอสำหรับทำงานมากกว่ารับชมภาพยนตร์เพื่อความบันเทิงครับผม

กดเปิดจอทีแรกจะพบกับโลโก้แบรนด์โชว์เด่นให้เห็นก่อนจะตัดไปเป็นภาพจากสายสัญญาณขณะนั้นครับ

พื้นที่การใช้งาน 1600×900 ค่อนข้างเพียงพอสำหรับการใช้งานด้านพื้นฐานทั่วไปเลย

ใช้ท่องเว็บเมื่อเปิด Web Browser แบบเต็มจอสะใจ ไล่ดูกันเพลินๆ

การใช้งานเอกสารสามารถเปิดแก้ไขได้สองหน้า A4 พร้อมๆกันเลย ระยะรับชมประมาณ 3 ฟุต ตัวอักษรขนาด 16pt ยังอ่านได้ชัดเจนไม่ถึงกับต้องเพ่ง มีวุ้นเรืองๆบริเวณขอบนิดหน่อยครับผม

ทดสอบใช้งานคู่กับโปรแกรมตกแต่งภาพ Adobe Photoshop สีสันที่ให้มีความแม่นอยู่ในระดับน่าพอใจ

ทดสอบเล่นเกม Counter Strike : Global Offensive สามารถเล่นได้เพลินๆครับ ถ้าไม่สังเกตก็จะไม่เห็น Ghost ที่เป็นเงาหลอนอันเกิดจาก Input Lag แต่อย่างใด

ทดสอบดูภาพยนตร์เรื่อง Oblivion ครับภาพดีสีสันใช้ได้ ใช่ว่าจะต้องใช้ทำงานอย่างเดียวซะเมื่อไร

ดูอีกเรื่อง Fast and Furious 6 ที่เต็มไปด้วยฉากเฟี้ยวฟ้าวบีบหัวใจวัดกับ Response Time ไปเลย ดูๆแล้วยังสู้จอ LED/LCD TV ไม่ได้ครับ แต่ก็ไม่ได้ขี้เหร่จนแทบจะดูไม่ได้


ใช้แต่งรูปก็ได้ ใช้เล่นเกมก็ดีเรียกว่าเป็นมอนิเตอร์ราคาไม่แรงที่มีคุณภาพน่าพอใจ
ภาพ
หลังจากดูภาพไปสักพักก็หยิบเอาจอมาปรับภาพสักนิดหน่อยให้ได้สีสันที่ดีและเที่ยงตรงมากขึ้น โดยซอฟต์แวร์ที่เราใช้เป็นตัวเดียวกับที่ใช้กับจอทีวีในการทดสอบของเว็บเรามาโดยตลอด SpectraCal Calman 5


ก่อนหน้าที่เราจะปรับภาพทีมงานได้ทำการวัดอุณหภูมิสีก่อนหนึ่งรอบครับซึ่งค่าที่ได้ออกมาประมาณ 8,000 กว่าเคลวินซึ่งค่อนข้างจะไกลจากค่าอ้างอิง 6,500 เคลวินอยู่พอสมควร หลังจากที่เราได้ปรับจูนค่าต่างๆในโหมด User ค่าหลักๆที่ทำการปรับก็ได้แก่ Brightness, Contrast และ RGB Balance เพื่อที่จะรีดประสิทธิภาพให้จอแสดงผลออกมาได้อย่างเที่ยงตรงมากที่สุด



ถ้าเลื่อนเมนูด้านซ้ายไปที่รูปกุญแจปากตาย ก็จะพบกับเมนู Setting ทั่วไปอย่างซึ่งค่าสำคัญๆก็จะมี Wide Mode,
Input และ Language ครับผม ส่วน DDC/CI* กับ ACM** นั้นโดยทั่วไปจะเปิดเป็น Off ไว้ครับผม
*DDC/CI หรือ Display Data Channel / Command Interface เป็นพารามิเตอร์ที่ใช้ในกรณีที่เราต้องการที่จะปรับค่ามอนิเตอร์ผ่านทางซอฟต์แวร์บนคอมพิวเตอร์แทนที่จะปรับจากตัวจอ กรณีนี้หากมีซอฟต์แวร์ที่ทางผู้ผลิตพัฒนาขึ้นมารองรับก็จะสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพครับ แต่ในมอนิเตอร์ตัวนี้แนะนำให้ปิดไว้จะดีกว่าครับ
**ACM คือ Adaptive Contrast Management เป็นฟีเจอร์สำหรับปรับค่า Contrast ให้เราอัตโนมัติเพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดที่สุด ส่วนตัวผมว่ามันค่อนข้างจะทำให้คุณภาพของภาพแกว่งไปแกว่งมาจนบางทีเราจะเวียนหัว จึงแนะนำให้ปิดไปดีที่สุดครับ
สรุป
Gateway HX2003L เป็นมอนิเตอร์ที่เรียกว่าทำออกมารองรับการใช้งานทั่วไปได้หลากหลายพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการแต่งรูป,ดูหนัง,เล่นเกมส์หรือท่องเว็บไซต์ ด้วยคุณภาพโดยรวมที่ไม่ได้แย่จนเกินไป งานประกอบก็ถือว่าอยู่ในระดับมาตรฐานทั่วไปสำหรับจอในเกรดราคานี้ ทางด้านความแม่นยำของสีสันอาจจะดูห่างไกลจากระดับอ้างอิงไปเสียเล็กน้อยกับประสิทธิภาพตอนแกะกล่องออกมาดูใหม่ๆ อย่างไรก็ตามถ้าผ่านการปรับจูนเสียหน่อยก็จะแม่นยำมากยิ่งขึ้น

ที่ต้องติกันเสียหน่อยก็เห็นจะเป็นมุมมองซึ่งเป็นจุดอ่อนของ TN Panel อยู่แล้วที่เมื่อเปลี่ยนมุมคุณภาพสีก็จะลดลงไปตามองศาที่มากขึ้น อีกจุดก็เป็นการวางปุ่มกดที่ออกแบบมาไม่ค่อยดี เพราะไม่มีตัวอักษรกำกับไว้เลยว่าปุ่มนี้ใช้ทำอะไร นอกจากปุ่มปิดจออย่างเดียว ทำให้เวลาเราปรับค่ามักจะพลาดไปโดนปุ่มปิดจอตลอด ทว่าหากเรามองข้ามจุดด้อยบางประการและยอมรับมันได้ Gateway HX2003L ก็ถือว่าเป็นจอมอนิเตอร์ราคาย่อมเยาว์ที่ควรค่าแก่การพิจารณาเลือกมาใช้งานทั่วไปได้ไม่ยากเย็น
LIKE
– เป็นมอนิเตอร์ราคาประหยัดที่คุณภาพน่าประทับใจ เหมาะแก่การใช้งานหลากหลาย
– ตัวพาแนลจอเป็นจอด้าน ลดการสะท้อนแสงเมื่อใช้ในที่คุมแสงไม่ได้
DISLIKE AND SUGGESTIONS
– เมื่อเปลี่ยนมุมมองเพียงนิดเดียวจะพบอาการสีเพี้ยนซึ่งเป็นธรรมชาติของ TN Panel ฉะนั้นผู้ใช้ควรจะตั้งจอให้ทำมุมรับกับสายตาให้เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด
– ปุ่มกดไม่มีตัวหนังสือกำกับการทำงาน ทำให้กดพลาดบ่อยๆ