Skip to content
|

รีวิว Hisense 100LN60D สะใจทั้งภาพและเสียงจาก 4K HDR Laser TV ขนาด 100 นิ้ว !!

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 26 Nov 2019 0 comments

Hisense 100LN60D 100″ 4K HDR Laser TV

สะใจทั้งภาพและเสียงจาก
4K HDR Laser TV ขนาด 100 นิ้ว!!

การรับชมภาพยนตร์ผ่านจอภาพขนาดใหญ่เหมือนเช่นโรงภาพยนตร์ดูจะเป็นความใฝ่ฝันของหลายๆ คน แต่ด้วยข้อจำกัดของการผลิตจอทีวีทำให้มีขนาดจอภาพอยู่ที่ราว 75 – 85 นิ้ว อาจจะยังไม่สะใจพอสำหรับบางคน ทางออกจึงมุ่งไปที่โปรเจ็คเตอร์แทน แต่ก็ยังมีข้อจำกัดอีกเช่นกันโดยเฉพาะเรื่องของสภาพใช้งาน หากมีแสงรบกวนภาพจากโปรเจ็คเตอร์จะดร็อปลงมาก… แต่เทคโนโลยีนั้นไม่หยุดนิ่ง บัดนี้มีอีกทางเลือกหนึ่งที่ให้ศักยภาพเทียบเคียงทีวีในขณะที่ให้ภาพใหญ่ถึง 100 นิ้ว !!

ดูจากลักษณะแล้ว หลายคนคงพอเดาออกว่ามันเป็น Ultra Short-throw Projector เหตุใดจึงเรียกว่า “Laser TV”? ทั้งนี้ก็ด้วยศักยภาพของตัวโปรเจ็คเตอร์เอง บวกกับจอรับภาพแบบพิเศษที่แม็ตชิ่งกันมาเป็นอย่างดีของทาง Hisense พร้อมด้วยลูกเล่นเสริมการใช้งานต่างๆ ส่งผลให้ 100LN60D Laser TV เครื่องนี้ ลบข้อจำกัดของโฮมเธียเตอร์โปรเจ็คเตอร์ปกติ จนให้ภาพที่สว่างสู้แสงเทียบเคียงทีวี ขณะเดียวกันก็ให้ภาพที่ใหญ่ถึง 100 นิ้ว เลยทีเดียว

หากสรุปจุดเด่นของ Hisense 100LN60D Laser TV คร่าวๆ ได้ดังนี้

  1. แหล่งกำเนิดแสง Dual Laser + Phosphor Color Filter Technology ให้ระดับความสว่างสู้แสง สามารถถ่ายทอดภาพแบบ HDR ได้ อายุการใช้งานยาวนานนับหมื่นชั่วโมง
  2. จอรับภาพออกแบบให้ใช้งานคู่กัน ขนาด 100 นิ้ว มาพร้อมเทคโนโลยี Ambient Light Rejecting ตัดแสงรบกวนได้ สามารถรับชมเวลากลางวันหรือเปิดไฟ ดีไซน์โครงสร้างรูปลักษณ์มองเผินๆ ก็ดูเหมือนทีวีด้วย
  3. ติดตั้งจูนเนอร์ดิจิตอลทีวี (DVB-T2) และดาวเทียม (DVB-S2) ในตัว ช่องต่อ HDMI In รองรับสัญญาณภาพความละเอียด 4K ก็มีถึง 4 ช่อง ให้ความยืดหยุ่นเหมือนทีวี
  4. ระบบปฏิบัติการ VIDAA U ลูกเล่นการใช้งานหลากหลายไม่แพ้ Smart TV ติดตั้งแอพฯ เพิ่มได้ พร้อมเล่น Netflix, YouTube, Web Browser สามารถเชื่อมต่อ External HDD และ Mouse/Keyboard ทาง USB 3.0/2.0
  5. Built-in Ethernet & Wi-Fi 802.11AC Dual-band (2.4G/5G) เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและเครือข่ายในบ้าน มี Bluetooth รองรับสัญญาณเสียงแบบไร้สาย
  6. ติดตั้งลำโพงและภาคขยาย พร้อมซับวูฟเฟอร์ไร้สาย รับฟังเสียงได้ไม่จำเป็นต้องต่อชุดเครื่องเสียงแยก แต่ถ้าจะเชื่อมต่อชุดโฮมเธียเตอร์ก็มีช่องสัญญาณทั้ง Analog/Digital Audio และรองรับ HDMI ARC

ผลการใช้งาน Hisense Laser TV เครื่องนี้จะเป็นเช่นไร เรามาพิสูจน์พร้อมกันครับ

10 รางวัลทีวีที่ดีที่สุดประจำปี 2019-2020 โดย LCDTVTHAILAND

ดีไซน์

Hisense 100LN60D เป็น Ultra Short-throw Projector ขนาดตัวเครื่องใหญ่ น้ำหนักที่ค่อนข้างมาก แต่ก็เป็นสิ่งบ่งบอกถึงคุณภาพที่อัดแน่นอยู่ภายใน มีคุณสมบัติพิเศษที่ไม่มีในโปรเจ็คเตอร์ทั่วไป ในชุดยังมีลำโพงซับวูฟเฟอร์ไร้สาย และจอรับภาพขนาด 100 นิ้ว ด้วย

โลโก้ Hisense เด่นชัดอยู่ที่ฝั่งซ้าย

ฝั่งขวามีโลโก้ Sound Design by JBL ยืนยันระบบเสียงที่ไม่ธรรมดาของ Laser TV เครื่องนี้

ด้านบนฝั่งขวาเป็นตำแหน่งของปุ่ม On/Standby ระบบสัมผัส

ด้านบนฝั่งซ้าย มีโลโก้แจ้งคุณสมบัติเด่นต่างๆ อาทิ รองรับสัญญาณความละเอียดภาพ 4K UHD (3840×2160) ด้วยเทคโนโลยีการแสดงผลแบบ DLP (Digital Light Processing) รองรับระบบเสียง Dolby Audio เป็นต้น

จัดวางเลนส์ตามแบบฉบับ Ultra Short-throw Projector โดยมีมุมการฉายจากทางด้านล่างจอรับภาพ ทั้งนี้เวลาที่เปิดใช้งานหากเดินเข้าไปใกล้ตัวเครื่อง Laser TV แล้วภาพดับลงก็ไม่ต้องตกใจ มันเป็นระบบป้องกันมิให้แสงส่องเข้าดวงตานั่นเอง ให้ขยับถอยห่างออกมาภาพจะกลับมาแสดงตามปกติ

ด้านข้างคาดตกแต่งด้วยโลหะสีเงินดูสวยงาม ส่วนด้านในเป็นตะแกรงเปิดขนาดใหญ่ช่วยระบายลมร้อนได้ดีทำให้ไม่ต้องใช้ความเร็วรอบพัดลมสูง เสียงการทำงานจะเงียบกว่า

ด้านล่างมีขารองรับแบบปรับระดับ เพื่อให้ภาพที่ฉายขึ้นจอตรงอยู่ในแนวระนาบ

พูดถึง Hisense Laser TV จะไม่กล่าวถึง “จอรับภาพ” ที่ให้มาไม่ได้ เนื่องจากจอนี้ออกแบบแม็ตชิ่งให้ใช้ร่วมกันอย่างเหมาะเจาะ ลักษณะเป็นโครงสร้างแบบแผ่นแข็ง ไม่ได้ใช้ผ้าใบ PVC แบบจอรับภาพโปรเจ็คเตอร์ทั่วไป ความทนทานจึงสูงกว่า และได้รับการเคลือบผิวเท็กเจอร์แบบพิเศษให้ระดับความสว่างสูง ขณะเดียวกันสามารถตัดแสงรบกวนที่มาจากทิศทางด้านบนและด้านข้างได้ดี

มีการตกแต่งกรอบจอด้วยโลหะดูหรูหรา มองเผินๆ ก็นึกว่าจอทีวีจริงๆ

รีโมตคอนโทรลก็ดูหรูเช่นเดียวกัน เพราะใช้วัสดุที่เป็นโลหะ ขนาดดูเล็กกะทัดรัดกว่ารีโมตทีวีของ Hisense เอง

ลำโพงซับวูฟเฟอร์ไร้สายที่ให้มา มีขนาดที่ไม่เทอะทะ การจัดวางไม่กินพื้นที่ และแน่นอนว่าเสียงไม่ธรรมดายืนยันจากโลโก้ JBL

ช่องต่อ

Hisense Laser TV ติดตั้งจุดเชื่อมต่อสัญญาณภาพและเสียงที่ฝั่งซ้ายเมื่อมองจากด้านหลัง ซึ่งช่องต่อ HDMI In นั้น มีจำนวนมากกว่าโปรเจ็คเตอร์ทั่วไป จึงขยับขยายเพิ่มจำนวนอุปกรณ์เชื่อมต่อได้มากกว่า

HDMI In 4 ช่อง ประกอบไปด้วย HDMI v2.0 2 ช่อง และ HDMI v1.4 2 ช่อง (รองรับ ARC ที่ HDMI 2 In), USB 3.0 และ 2.0 อย่างละ 1 ช่อง ใช้เชื่อมต่อ Storage Devices (Flash Drive, HDD) เพื่อเล่นไฟล์ หรือใช้งานอุปกรณ์ Mouse/Keyboard

ช่องต่อรับสัญญาณเสียงอะนาล็อกแบบ Mini Jack (3.5 mm), ช่องต่อสัญญาณเสียงออกแบบอะนาล็อก (RCA) และแบบดิจิตอล (Optical)Ethernet (LAN) พร้อม Wi-Fi และ Bluetooth, ช่องต่อสายไฟเป็นมาตรฐาน IEC ถอดเปลี่ยนสายได้

ส่วนด้านข้าง ประกอบไปด้วย DVB-T2 Antenna In รับสัญญาณดิจิตอลทีวีจากเสาอากาศ นอกจากนี้ยังมี DVB-S2 Antenna In เพื่อรับสัญญาณจากดาวเทียม แต่ผมไม่ได้ลองนะครับว่าสามารถรับช่องรายการจานดาวเทียมของไทยได้ไหม

สรุปจำนวนช่องต่อของ Hisense 100LN60D ได้ดังนี้

HDMI™ In  4 (ด้านหลัง) 
USB 2 (ด้านหลัง)
Ethernet 1 (ด้านหลัง) พร้อม Wi-Fi Built-In
Composite Video In
Component Video In
RF (Antenna) In 2 (ด้านข้าง) พร้อม DVB-T2
และ DVB-S2 Digital Tuner
PC HD15 In 1 (ด้านหลัง)
Analog Audio In 1 (Mini Jack ด้านหลัง)
Digital Audio Out 1 (Optical ด้านหลัง)
Audio/Headphone Out 1 (RCA ด้านหลัง)
Bluetooth Audio Yes

เพิ่มเติม

ระบบปฏิบัติการ VIDAA U แบบเดียวกับ Smart TV ของ Hisense ลักษณะของอินเทอร์เฟสที่เรียบง่ายดูไม่ซับซ้อน ไปจนถึงลูกเล่นใช้งานต่างๆ ทำได้เหมือนกัน แน่นอนว่าเพิ่มลูกเล่นความหลากหลายเหนือกว่าโฮมเธียเตอร์โปรเจ็คเตอร์ทั่วไปแน่

หนึ่งในนั้นคือการติดตั้งแอพพลิเคชั่นความบันเทิงเพิ่มเติม ที่คุ้นๆ และใช้งานกันเป็นประจำ อาทิ YouTube, Netflix, PLEX, Media Player, Web Browser และ Games ความลื่นไหลก็นับว่าใช้ได้ ไม่ได้รู้สึกว่าติดขัด

สามารถเล่น Netflix, YouTube บริการวิดีโอสตรีมมิ่งยอดฮิตได้เลยไม่ต้องไปซื้อกล่องแยกต่อทาง HDMI แบบโปรเจ็คเตอร์ทั่วไป รองรับระบบภาพ 4K HDR10

ภาพ

โดยลักษณะที่เป็น Ultra Short-throw Projector จัดวางเลนส์ให้มีระยะตั้งวางประชิดเกือบติดกับจอรับภาพจึงมีอัตราสูญเสียแสงน้อย ประกอบกับการใช้เทคโนโลยีแสดงภาพแบบ DLP (Digital Light Processing) พร้อมแหล่งกำเนิดแสง Dual Laser + Color Filter Phosphor ซึ่งให้ระดับความสว่างสูง ภาพของ 100LN60D Laser TV จึงดูสว่างเจิดจ้า โดยศักยภาพสู้แสงนั้นดูไม่แพ้ทีวีจริงๆ ทดลองวัดแสงที่สะท้อนจากจอรับภาพก็ยังสว่างราวๆ 200 – 300 nits! ถือว่าสว่างมากสำหรับมาตรฐานโปรเจ็คเตอร์

เทคโนโลยีแสดงภาพแบบ DLP และแหล่งกำเนิดแสง Dual Laser + Color Filter Phosphor หัวใจสำคัญของ Hisense Laser TV มีอายุการใช้งานยาวนานถึง 2 หมื่นชั่วโมง

ไม่ใช่แค่เรื่องความสว่างสูงเพียงอย่างเดียว จุดเด่นของเทคโนโลยี Dual Laser ยังรวมไปถึงความสามารถรองรับขอบเขตสีกว้าง (Wide Color Gamut) หากอ้างอิงมาตรฐาน BT.2020 ทำได้ครอบคลุม 77.03% หรือเท่ากับ 98.34% หากอิงมาตรฐาน UHDA-P3

โหมดภาพเมื่อรับชมคอนเทนต์แบบ SDR นั้น มีจำนวน 5 โหมด หากใครเคยใช้งานทีวีของ Hisense มาก่อนก็คงจะคุ้นเคยดี เพราะอิงมาตรฐานแนวภาพแบบเดียวกัน ซึ่งโหมดภาพที่ให้ความเที่ยงตรงดีที่สุด คือ Cinema Day และ Cinema Night ตามคาด ความต่างคือ Cinema Day ตั้งระดับ Light Level ไว้เต็ม เหมาะใช้งานเวลากลางวันหรือในห้องที่เปิดไฟ ในขณะที่ Cinema Day ความสว่างจะเพลาลง เหมาะใช้งานในห้องที่ควบคุมแสงรบกวนได้แบบในห้องโฮมเธียเตอร์

อุณหภูมิสีของโหมด Cinema Day/Night จะติดโทนเย็นนิดๆ เฉลี่ย 7000K เข้าใจว่าเพื่อชดเชยกับแสงไฟตามบ้านที่มักจะใช้หลอดไฟแสงสีออกไปทางโทนอุ่น โดยรวมยังให้สมดุลสีได้ดี

กรณีที่ต้องการปรับภาพเพิ่มเติมสามารถทำได้ โดยในจุดนี้ดำเนินการได้ละเอียดครอบคลุมเช่นเดียวกับมาตรฐานทีวีของ Hisense ตัวเลือกตั้งค่าต่างๆ อิงตามกันมาเลย ในส่วนของ White Balance รองรับทั้ง 2-point และ 10-point ไปจนถึง CMS (Color Management System) และ Gamma

โหมดภาพเมื่อรับชม HDR มี 4 โหมด ซึ่งด้วยพื้นฐานจากแหล่งกำเนิดแสงแบบ Dual Laser ที่ให้ระดับความสว่างเจิดจ้ามาก ภาพดูมีพลังไม่แพ้ 4K HDR TV ยิ่งถ้าหากรับชมในห้องมืดที่คุมแสงรบกวนได้ 100% ด้วยแล้วล่ะก็ การถ่ายทอดความเปรียบต่างของแสงได้อย่างเต็มที่ภาพดูเจิดจรัสเตะตาดีจริงๆ

แต่แน่นอนว่าหากรับชมภาพ HDR จากแหล่งกำเนิดแสง Dual Laser ที่สว่างมาก ในห้องมืดสนิทนานๆ สายตาจะล้าเอาได้ แต่ประเด็นนี้ไม่เป็นปัญหาสำหรับ Hisense 100LN60D Laser TV เพราะสามารถปรับระดับความสว่างของแหล่งกำเนิดแสงได้ละเอียดมาก (อารมณ์เหมือนปรับ Backlight ของทีวี) จึงให้ความลงตัวเหมาะกับทุกสภาพใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น

ระบบแทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหว Ultra Smooth Motion ก็มา สามารถกำหนดระดับปริมาณการแทรกเฟรมได้ละเอียดเหมือนทีวี ปรับกันได้ตามแต่รสนิยม

การเชื่อมต่อกับเครื่องเล่น 4K HDR Blu-ray Disc คุณภาพสูง หรือเครื่องเกมคอนโซล และ PC ให้มั่นใจว่าเชื่อมต่อที่ช่อง HDMI 1 In หรือ HDMI 2 In และกำหนดตัวเลือก HDMI 2.0 Format เป็น “Enhanced” เพื่อให้รับสัญญาณ 4K 60Hz HDR ได้

เสียง

ระบบเสียงของ 100LN60D นั้นไม่ธรรมดา สังเกตได้จากตัวขับเสียงที่ติดตั้งอยู่ใต้หน้ากากผ้า

ตัวขับเสียงแยกอิสระ 2 ฝั่ง เพื่อการถ่ายทอดมิติเสียงสเตริโอ ประกอบไปด้วยทวีตเตอร์ซอฟต์โดม ให้เสียงนุ่มนวลไม่แข็งกระด้าง ส่วนวูฟเฟอร์เสียงกลาง-ต่ำแม้จะมีขนาดเล็กแต่ด้วยจำนวนถึง 6 ชุด ทำงานสอดประสานกัน ให้เสียงกระชับฉับไว แจ้งกำลังขับไว้เบาะๆ 10 วัตต์ต่อแชนเนล แต่สามารถให้เสียงภายในห้องตามบ้านทั่วไปขนาดสัก 20 ตร.ม. ได้สบายๆ

ลำโพงแอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์แบบไร้สายอีกหนึ่งหัวใจสำคัญด้านเสียงจาก 100LN60D ภาคขยายแจ้งกำลังขับไว้ 60 วัตต์ ให้เสียงเบสที่ลงได้ลึกและหนักแน่นเกินตัว คุณภาพเสียงที่ได้นั้นอย่าเทียบกับลำโพงทีวีเลย ให้เทียบกับ Soundbar 2.1 ดีกว่า

อย่างไรก็ดีการจะได้คุณภาพเสียงอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะรับชมภาพยนตร์หรือฟังเพลง ควรทำการไฟน์จูนระดับเสียงของลำโพงซับวูฟเฟอร์ให้เหมาะเจาะลงตัวกับเสียงของลำโพงหลักที่โปรเจ็คเตอร์

หากต้องการจำลองเสียงโอบล้อมเวลารับชมภาพยนตร์หรือเล่นเกม สามารถ On ตัวเลือก Total Surround ได้ เป็นอีกทางเลือกเพิ่มเอฟเฟ็กต์ของเสียงให้เหมาะกับคอนเทนต์หลากหลายตามแต่รสนิยมมากขึ้น

สรุป

เมื่อ Hisense ผสานเทคโนโลยี Ultra Short-throw Projector ความสว่างสูง เข้ากับจอรับภาพแบบพิเศษตัดแสงรบกวน ก่อเกิดเป็น “Laser TV” ที่สามารถรับชมเวลากลางวันหรือในห้องที่เปิดไฟได้เหมือนทีวี ยิ่งถ้าหากใช้งานในห้องมืดคุมแสง 100% ความเปรียบต่างของแหล่งกำเนิดแสง Dual Laser ที่ยอดเยี่ยมจะช่วยยกระดับการแสดงผล HDR ได้โดดเด่นเหนือโปรเจ็คเตอร์ทั่วไป ตอกย้ำด้วยความเอนกประสงค์จากลูกเล่นความบันเทิงตามแบบ Smart TV และระบบเสียงดีเทียบเท่า Soundbar 2.1 นับว่า 100LN60D Laser TV เป็นทางเลือกใหม่ที่ครบเครื่องลงตัวน่าสนใจสำหรับใครที่ต้องการรับชมความบันเทิงผ่านจอรับภาพขนาดใหญ่ระดับ 100 นิ้ว

ข้อดีของ Hisense 100LN60D Laser TV

1. Ultra Short-throw Projector พร้อมจอรับภาพ ALR ออกแบบใช้งานเข้าคู่กันอย่างลงตัว พร้อมผนวกความสามารถของ Soundbar 2.1 และลูกเล่น Smart TV

2. แหล่งกำเนิดแสง Dual Laser ให้ความสว่างสูง รองรับการแสดงสี Wide Color Gamut ให้คุณภาพ HDR เจิดจ้าโดดเด่น ในขณะที่มีอายุการใช้งานยาวนาน

3. คุณภาพเสียงดีเทียบเคียง Soundbar 2.1 แยกมิติสเตริโอได้ รายละเอียดเสียงชัดเจน แอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์ไร้สายให้เสียงเบสหนักแน่นเกินตัว

4. ระบบปฏิบัติการ VIDAA U แบบเดียวกับ Smart TV ลูกเล่นความบันเทิงเยอะกว่าโฮมเธียเตอร์โปรเจ็คเตอร์ทั่วไป

5. ตอบโจทย์การใช้งานในห้องสว่างอย่างเช่น ห้องนั่งเล่น และห้องรับแขก

ข้อเสียของ Hisense 100LN60D Laser TV

1. ตัวเครื่องขนาดใหญ่ต้องการพื้นที่ตั้งวางพอสมควร จอรับภาพน้ำหนักมาก โครงสร้างยึดแขวนจึงต้องแข็งแรงมากกว่าที่ใช้รับจอรับภาพของโปรเจ็คเตอร์ทั่วไป

2. โปรเจ็คเตอร์กับจอรับภาพต้องได้ระดับ ตำแหน่งติดตั้งพอดีกันเป๊ะ แต่เรื่องนี้ไม่น่าห่วงเพราะ Hisense มีบริการติดตั้งให้ฟรีถึงบ้าน

3. มุมมองรับชมหากเฉียงมากๆ ภาพจะมีดร็อปให้เห็นบ้าง

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification

Leave your email and we will notify as soon as the product/variant is back in stock

is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้