Skip to content
|

รีวิว Hisense 55A6501UW มิดเอ็นด์ตัวเอ้ราคาคุ้มค่า ภาพดีจากโรงงานพร้อม 4K HDR เช่นเคย

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 04 Mar 2022 0 comments

ยังคงเดินหน้าทำตลาดในไทยอยู่เรื่อย ๆ สำหรับ Hisense หลังจากปีก่อนหน้าได้เปิดตัวทีวีหลายรุ่นลงตลาดประเทศไทย เพื่อแย่งส่วนแบ่งจากแบรนด์ดัง และเข้ามาเป้นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจให้กับผู้บริโภค

สำหรับทีวีที่เราจะมารีวิวครั้งนี้คือรุ่น 55A6501UW ซึ่งมาพร้อมความละเอียดแบบ 4K HDR อันเป็นมาตรฐานหลักในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังพกเอาฟีเจอร์การรับชมออนไลน์คอนเทนต์อย่าง Netflix และ YouTube มาให้ภายในตัว ทั้งหมดนี้อยู่ที่ราคา 22,990 บาท 

สเปคคร่าว ๆ ของ Hisense 55A6501UW

– 4K UHD TV ความละเอียด 4K ขนาด 55 นิ้ว

– ภาพสวยสมจริง มาพร้อมกับดีไซน์ที่เรียบหรู

– มีฟีเจอร์ Smart TV ที่รองรับการใช้งาน Cast YouTube และ Anyview Cast

– รองรับการแสดงผลคอนเทนต์แบบ HDR

– รองรับการใช้งานคู่กับแอปฯ Netflix และ YouTube แบบ 4K HDR

ขนาด 55 นิ้ว ราคาวางจำหน่าย 22,990 บาท

ขนาด 65 นิ้ว ราคาวางจำหน่าย 33,990 บาท

ขนาด 50 นิ้ว ราคาวางจำหน่าย 19,990 บาท

ขนาด 43 นิ้ว ราคาวางจำหน่าย 15,990 บาท

สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมกันได้ที่ Facebook Fan Page Hisense Thailand กันได้เลย

 


ดีไซน์

Hisense เลือกใช้สีเงินมาเป็นแม่สีหลักในการออกแบบดีไซน์ทีวีตัวนี้ โดยจะสังเหตุเห็นว่ากรอบทีวีรวมถึงขาตั้งก็จะมีลักษณะสีที่คล้ายกัน นอกจากสีสันแล้วขอบจอก็ถูกดีไซน์ออกมาให้มีความบางตามกระแสนิยม ดูแล้วโฉบเฉี่ยวทันสมัย

จับวางบนชั้นทีวีประจำบริษัท ดูเข้ากันอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งได้ฉากหลังสีอ่อนด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ความมันวาว ของขอบจอถูกขับออกมาให้ดูเด่นขึ้นแบบเห็นได้ชัด

มุมล่างขวาเป็นปุ่มเปิดปิดที่ดูแล้วน่าจะเอาไปวางไว้หลังจอ จะช่วยทำให้ดูกลมกลืนกว่า

มุมล่างขวาเป็นปุ่มเปิดปิดที่ดูแล้วน่าจะเอาไปวางไว้หลังจอ จะช่วยทำให้ดูกลมกลืนกว่า

นอกจากตัวขอบจอจะบางแล้ว ตัวเครื่องเองก็เพรียวลมไม่ใช่น้อย

ด้านหลังก็ดูเรียบร้อยไม่มีลายยุ่งเหยิงกวนใจ พร้อมช่องระบายความร้อนตรงกลาง มุมล่างซ้ายเป็นช่องเสียบสายไฟ ส่วนมุมล่างขวาเป็นแหล่งรวมช่องเสียบสายสัญญาณทั้งบริเวณข้างเครื่องและหลังเครื่อง

รีโมทหน้าตาคุ้นเคยตามกระแสนิยมทรงเดียวกับรุ่นใหญ่อย่าง U7A

 

ช่องต่อ

ช่องต่อหลัก ๆ ถูกวางไว้บริเวณด้านข้างเครื่องซึ่งได้ถูกเลือกสรรมาแล้วว่าเป็นช่องที่ส่วนใหญ่ใช้งานกันบ่อย ๆ โดยมีไฮไลท์อยู่ที่ช่อง HDMI 1 และ 2 ซึ่งรองรับการแสดงผลภาพแบบ 4K@60Hz ใครตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเสียบเครื่องเล่นบลูเรย์ในตำนานอย่าง OPPO หรือเกมคอนโซลยอดฮิตอย่าง Xbox One หรือ PS4 ไว้ตรงไหนดี ก็ให้มองหาสองช่องนี้ไว้เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ก่อนเลยครับ

รายชื่อช่องต่อบริเวณด้านข้างเครื่อง

• ANT (ANTENNA) x1

• Digital Audio OUT (Optical) x1

• USB 2.0 x1

• USB 3.0 x1

• HDMI 4K@60Hz x2, HDMI 4K@30Hz x1

รายชื่อช่องต่อบริเวณด้านหลังเครื่อง

• LAN x1

• HDMI 4K@30Hz x1

• AV IN x1

 

ภาพ

เริ่มทดสอบภาพกันจากการจูนดิจิตอลทีวีกันก่อนครับ โดยการเสียบเสาก้างปลาเข้ากับตัวเครื่องตรง ๆ ไม่ผ่านกล่องอะไรทั้งสิ้น ภาพแรกเริ่มจากโรงงานให้สีสันและความสดใสที่สว่างโดดเด่นมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราเปิดไปยังรายการข่าวที่มีฉากหลังสีสด ๆ ถ้ารับชมเป็นเวลานานแนะนำให้ลองปรับเปลี่ยนเป็นโหมด Cinema ซึ่งจะช่วยลดแสงสีให้เหมาะสมและช่วยให้สายตาเราไม่ล้าเร็วจนเกินไปครับ

เริ่มทดสอบหนังด้วย Fast 8 กับฉากที่ฮ็อบส์กำลังแหกคุกออกมาพร้อมเด็คคาร์ด ในซีนจะเต็มไปด้วยการเคลื่อนไหวของตัวละครมากมาย รวมถึงมุมกล้องก็ค่อนข้างจะผาดโผนพอสมควร หลังดูจบพบว่าสีสันและตัวภาพทำออกมาได้ดีสมค่าตัว แต่ภาพเคลื่อนดูเหมือนจะมีเงาวุ้นลอยติดตัวละครอยู่ให้เห็นค่อนข้างมาก และดูไม่ค่อยเนียนตาสักเท่าไร

เนื่องจากไม่แน่ใจเรื่องความวุบวับบริเวณภาพเคลื่อนไหวจึงต้องทำการเทสต์ต่อในฉากที่เต็มไปด้วยความเร็วกว่าเดิม ซึ่งก็คือฉากตอนขับรถไล่กันบนลานน้ำแข็ง คราวนี้เราทดลองเปิดฟีเจอร์แทรกเฟรมภาพช่วยอีกหน่อย เผื่อว่าจะช่วยทำให้ภาพที่ได้ออกมาดูเนียนตามากขึ้น

ผลลัพธ์ที่ได้หลังจากเปิดฟีเจอร์แทรกเฟรมภาพพบว่าภาพเคลื่อนไหวดูดีขึ้นมาบ้าง อาการเงาที่เกิดขึ้นดูจะลดลงไป แต่สิ่งที่เห็นชัดขึ้นมาอีกอย่างก็คือน้อยส์ที่เข้ามากวน ซึ่งทางทีมงานคิดว่าน่าจะเป็นสาเหตุหลักที่ส่งผลให้ภาพเคลื่อนมีลักษณะออกมาแปลก ๆ แต่ก่อนหน้าที่จะมาระบุสาเหตุ ไปลองวัดอุณหภูมิสีของภาพจากโรงงานกันก่อนดีกว่าครับ

จากกราฟและตารางด้านบน จะเห็นว่าโหมด Cinema นั้นให้ค่าความเที่ยงตรงของสีสันออกมาในเกณฑ์ดีทีเดียวสำหรับทีวีในระดับราคานี้ ซึ่งถ้าสังเกตุดี ๆ ตรงกราฟ RGB Balance ความผิดเพี้ยนของแม่สีทั้งสามดูแล้วมีความหวัง น่าจะพอดันให้เข้ามาใกล้ความจริงได้อีกขั้น ผมจึงรบกวนให้มือปรับภาพขั้นเทพคุณชานมของเราช่วยเค้นเอาประสิทธิภาพสูงสุดของทีวีตัวนี้ออกมาดูกัน ซึ่งผลที่ได้นั้นก็เป็นประมาณนี้ครับ (ดูค่าในตารางด้านบนประกอบที่คำว่า Cinema (Calibrated)

จะเห็นว่าความเที่ยงตรงของสีสันหลังจากการปรับภาพทำได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว เรียกว่าห่างจากอุณหภูมิสีที่มาตรฐาน 6500K เพียงไม่เท่าไร ต้องยกความดีความชอบให้ความสามารถในการปรับภาพแบบละเอียดถึงขั้น 20-point White Balance ทว่าหากเราสังเกตุให้ดีจะเห็นว่าขอบเขตสีที่สามารถแสดงผลได้ดูลดลงไปเล็กน้อย และ Gamut Luminance ดูยังไม่ค่อยเนียนสนิท ตรงนี้นับว่าเป็นรองแบรนด์หลักอยู่บ้าง แต่ถึงกระนั้นก็ยังได้เปรียบในเรื่องราคาอยู่

มาดูค่าสีสันเมื่อรับชมคอนเทนต์ภาพแบบ HDR กันบ้างครับ…

ตรงนี้เอามาให้ดูแค่กราฟอุณหภูมิสีก่อนทำการปรับ เพราะว่าหลังจากปรับแล้วมีความแตกต่างไม่ค่อยเยอะมาก โดยรวมคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ดีอยู่แล้ว สำหรับใครที่ต้องการรับชมแบบจริงจังเน้นความดั้งเดิมของสีสันให้เสมือนกับที่ผู้กำกับตั้งใจอยากให้เป็นก็สามารถเลือกใช้งานโหมด HDR Cinema ประกอบกับตั้งอุณหภูมิสีเป็น Warm แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับการรับชมภาพแบบ HDR

โทนสีหลังปรับภาพกับหนังแบบปกติที่ความละเอียด Full HD ให้สีสันที่ดีขึ้น

เมื่อดูไปสักพักเราเริ่มจะจับจุดสังเกตุบางอย่างจากทีวีตัวนี้ได้ จะเห็นว่าความเนียนในการไล่สียังทำได้ไม่ค่อยดีนัก บางจุดมีให้เห็นเป็นปื้น ๆ อยู่บ้าง ที่สำคัญเมื่อรับชมฉากกึ่งมืดกึ่งสว่างอย่างในรูปด้านบน เราก็พบกับน้อยส์ซึ่งดูจะค่อนข้างชัดเจนไปหน่อย อันเนื่องมาจาก Gamma ที่ยังไม่ค่อยเพอร์เฟ็คมาก ฉะนั้นตรงนี้อาจจะต้องเปิดใช้งานฟีเจอร์ Noise Reduction ซึ่งก็พอจะช่วยให้ภาพดูดีขึ้นมาบ้าง

ซึ่งถึงตรงนี้เราก็พบต้นเหตุที่แท้จริงที่ส่งผลถึงการแสดงภาพเคลื่อนไหวที่เราพบไปเมื่อช่วงต้นบทความ นั่นก็คือน้อยส์นั่นเองครับ โดยมันทำให้ภาพดูหยาบและสร้างความรู้สึกไม่ลื่นเนียนให้เราเวลารับชม ฉะนั้นทีมงานจึงแนะนำอย่างยิ่งว่าให้ลองเปิด Noise Reduction เอาไว้ ไม่ว่าจะใช้งานเพื่อรับชมคอนเทนต์แบบไหนก็ตาม

สลับมาทดสอบเล่นกับเกมดังที่ภาพงามหยดย้อยเต็มประสิทธิภาพ HDR อย่าง Horizon Zero Dawn เพื่อลองทดสอบ Input Lag ว่าจะมีมากน้อยขนาดไหน ผมเริ่มด้วยการนั่งเล่นจริงเพื่อวัดจากความรู้สึกก่อน จะพบว่ามีอาการหน่วงนิด ๆ เวลาเรายกธนูขึ้นเล็ง เมื่อเทียบกับทีวีที่ราคาสูงกว่า การกะจังหวะกลิ้งหลบการโจมตีนั้นไม่ถึงกับแย่ ทว่ายังคงรู้สึกได้ว่ามีดีเลย์นิด ๆ เอาเป็นว่าถ้าไม่ใช่สายซีเรียสเล่นแข่งออนไลน์ น่าจะไม่ใช่ปัญหา เพราะตัวสีสันของภาพที่มันแสดงออกมาดูแล้วคุ้มค่าตัวไม่ใช่น้อย

เปลี่ยนจากเกมมาทดสอบ Input Lag ผ่านคอนเทนต์แพทเทิร์นเพื่อเก็บตัวเลขที่แน่นอนออกมากันบ้างครับ ซึ่งผลที่ออกมาเมื่อใช้งานคู่ Game Mode จะได้ค่าอยู่ที่ 46.2 ms เมื่อปิด Game Mode กับฟีเจอร์แทรกเฟรม จะขยับขึ้นไปที่ 63.8 ms โดยรวมอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้อย่างที่เรารู้สึกจริง ๆ ถือว่าสอบผ่านถ้าใครอยากจะนำมาจับคู่กับ PS4 หรือ Xbox One S

เสียง

เห็นเป็นทีวีราคาไม่แรงแบบนี้แต่เรื่องเสียงทาง Hisense ก็จัดเต็มมาให้ไม่น้อยหน้าใครเหมือนกัน เพราะพวกเขาได้ใส่เอาเทคโนโลยี Total Sonics จาก dbx-tv ที่ช่วยเพิ่มความหนาและไดนามิคของเสียงให้ดียิ่งขึ้น เพื่อทดสอบถึงความแตกต่างเราจึงเริ่มฟังเสียงที่ได้จากการเปิดวิดีโอบันทึกคอนเสิร์ตจาก YouTube ที่ให้คุณภาพเสียงในระดับที่ดีในการทดสอบ โดยเริ่มจากฟังแบบไม่เปิดใช้งาน Total Sonics กันก่อน

ผลลัพธ์จากการฟังแบบไม่เปิดใช้งานเสียงที่ได้รับค่อนข้างตีบตัน เหมือนอัดอั้นอยู่ที่หลังทีวีซึ่งเป็นอาการที่บรรดาทีวีจอบาง ๆ มักจะเจอกัน สาเหตุมาจากการที่เราทำทีวีให้บางลง พื้นที่ในการติดตั้งลำโพงก็จะถูกจำกัดมากยิ่งขึ้น ทำให้ไดร์เวอร์ที่ถูกนำมาใช้มักจะเป็นไดร์เวอร์ที่มีขนาดเล็ก ซึ่งนั่นก็ส่งผลแบบแปรผันกับคุณภาพเสียงที่จะได้รับนั่นเอง

หลังจบรอบแรกเราก็ได้ทำการเปิดใช้งานฟีเจอร์ Total Sonics จากเมนูตั้งค่าเสียง แล้วทดลองฟังอีกรอบ ซึ่งผลที่ได้ก็ทำให้ทีมงานต้องประหลาดใจ เพราะเสียงอุดอู้จากการฟังรอบแรกนั้นถูกเติมเต็มให้ดูน่าฟังขึ้นมาทันตาเห็น ทั้งเสียงร้องและเสียงดนตรีถูกขับกล่อมออกมาในเวอร์ชั่นที่สดใสมีน้ำหนักมากกว่าเดิม นับว่าเป็นฟีเจอร์ด้านเสียงที่อยากจะแนะนำให้เปิดทิ้งไว้ ไม่ว่าจะใช้งานแบบไหนอยู่

 

เพิ่มเติม

เนื่องจากเป็นทีวีที่มาพร้อมความละเอียด 4K HDR จึงไม่พลาดที่จะมีฟีเจอร์สำหรับดูออนไลน์คอนเทนต์ติดมาให้ภายในเครื่อง ที่โดดเด่นเลยก็คือ Netlflix และ YouTube เพราะมีปุ่มลัดสำหรับเข้าถึงสองแอปฯ ดังกล่าวมาให้บนรีโมทกันเลยทีเดียว ซึ่งรูปแบบการใช้งานก็ไม่แตกต่างจากของแบรนด์อื่น เป็นอินเตอร์เฟซที่คุ้นหน้ากันดีอ

YouTube แบบ 4K แนะนำว่าเน็ตที่บ้านจะต้องมีความเร็วอย่างน้อย 20 Mbps ขึ้นไป เพื่อที่จะสามารถดูได้แบบไม่กระตุก

เช่นเดียวกันกับ Netflix ยิ่งถ้ามาพร้อมกับฟีเจอร์ HDR และเสียงแบบ 5.1 อาจจะต้องใช้แบนด์วิธที่สูงขึ้นอีกสักหน่อย

นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมีแอปพลิเคชั่นเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยติดมากับเครื่องเพื่อมาเลือกใช้งานกัน อย่างเช่นเกมกับพยากรณ์อากาศ ที่สำคัญคือถ้าใครมีสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ ตัวเครื่องยังรองรับการทำ Screen Mirroring เพื่อส่งภาพจากจอสมาร์ทโฟนของเราไปโชว์บนจอใหญ่ได้อีกด้วย

หน้าแดชบอร์ดเมนูหลักไว้สำหรับเข้าใช้งานแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ที่ติดตั้งมาจากโรงงาน

 

สรุป

Hisense 55A6501 ตัวนี้ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่กำลังมองหาทีวี 4K HDR ที่มีราคาไม่แรงมาก เพื่อที่จะเอาไว้ใช้สำหรับดูออนไลน์คอนเทนต์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะผ่านทาง Netflix หรือ YouTube ซึ่งสามารถเข้าได้ง่ายแค่ปลายนิ้วผ่านทางปุ่มลัดบนรีโมท

เรื่องภาพถ้าจะให้เปรียบเทียบกับรุ่นที่ทีมงานได้เคยรีวิวกันไปแล้วอย่าง Hisense 55N3000UW ต้องบอกว่า 55A6501UW ตัวนี้เหมือนเป็นตัวอัพเกรดขึ้นมาอีกขั้น ด้วยการเพิ่มฟีเจอร์ที่น่าสนใจให้มีมากขึ้น ตัวอย่างเช่นฟีเจอร์การแทรกเฟรมภาพ ซึ่งสามารถช่วยเรื่องภาพเคลื่อนไหวให้ดูดีขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถปรับภาพแบบละเอียดได้ ทำให้ความเที่ยงตรงของสีหลังจากปรับภาพแล้วดูดีกว่ารุ่นน้องพอสมควร

อีกหนึ่งจุดเด่นที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือคุณภาพเสียงที่ค่อนข้างดังกังวาล ด้วยอานิสงส์จากฟีเจอร์ Total Sonics ซึ่งจะถูกเปิดมาเป็นค่าตั้งต้นอยู่แล้วจากโรงงาน ทว่าตรงนี้ถ้าเกิดใครไม่ชอบก็สามารถเข้าไปปิดแล้วเลือกใช้เพียงโหมดเสียงสำเร็จรูปแทนก็ได้

ข้อดี

– เป็นหนึ่งในทีวี 55 นิ้ว พร้อม 4K HDR ที่ราคาดีที่สุดในท้องตลาด ณ ขณะนี้

– โหมดภาพจากโรงงานไม่ว่าจะเป็น Cinema ธรรมดาหรือ HDR Cinema ให้ความเที่ยงตรงของสีสันอยู่ในเกณฑ์ดี (นับว่าดีกว่ารุ่น 55N3000 แบบสมเหตุสมผล)

– สามารถปรับภาพแบบละเอียดมาก เพิ่มความเที่ยงตรงของสีสันได้อีกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการรับชมคอนเทนต์แบบ SDR ทั่วไป

– เมื่อเปิดใช้ฟีเจอร์แทรกเฟรมภาพ Ultra Smooth Motion ที่ระดับ Low จะสามารถช่วยเรื่องภาพเคลื่อนไหวให้ดูดีขึ้นจริง และไม่หลอกตาจนเกินไป

– เสียงดังฟังสะใจ ด้วยฟีเจอร์ Total Sonic แนะนำให้เปิดใช้งานไม่ต้องไปปิด เพราะมันช่วยให้เสียงดีขึ้นจริง

ข้อเสีย

– มีน้อยส์ขึ้นให้กวนใจอยู่บ้าง และจะยิ่งสังเกตุเห็นได้ชัดเจนขึ้นนิดหน่อยเมื่อดูภาพยนตร์ที่เน้นฉากมืดอึมครึม สามารถเปิดฟีเจอร์ Noise Reduction เพื่อช่วยแก้ไขได้

– ลูกเล่นการลงแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ดูเหมือนเป็น Android ในเวอร์ชั่นของทางบริษัทเอง ทำให้ความหลากหลายในการใช้งานทำได้น้อยกว่าตระกูล Android TV สายตรงอย่าง Sony หรือ Toshiba

– การไล่เฉดสียังทำได้ไม่ค่อยดี

 

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification

Leave your email and we will notify as soon as the product/variant is back in stock

is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้