รีวิว JBL BOOMBOX ลำโพง Bluetooth ไซส์ยักษ์ จัดเต็มเรื่องเสียงเบส กันน้ำได้ระดับ IPX7 พร้อมสร้างความบันเทิงได้ทุกสถานการณ์
รีวิวลำโพง Bluetooth พกพา JBL BOOMBOX
Review Portable Bluetooth Speaker JBL BOOMBOX

ในปัจจุบัน ลำโพงพกพา หรือลำโพง Bluetooth นั้นได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะนอกจากจะพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกแล้ว ยังสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ อย่าง Smart Phone ของเราได้อย่างง่ายดายอีกด้วย ซึ่งเวลาจะเลือกซื้อลำโพง Bluetooth สักเครื่อง เราก็อยากจะได้ลำโพงทีมีเสียงที่ดี พกพาสะดวก มีฟังก์ชั่นลูกเล่นต่างๆ มีความทนทาน รวมถึงถ้าสามารถกันน้ำได้ก็คงจะดีไม่น้อย ซึ่งผมมีลำโพงหนึ่งรุ่นที่ผมอยากจะพาทุกคนไปรู้จัก นั่นก็คือลำโพง Bluetooth พี่ใหญ่สุดของตระกูลลำโพงพกพาจาก JBL กัน รุ่น BOOMBOX นั่นเองครับ…!!!
เจ้า JBL BOOMBOX ตัวนี้ได้รับรางวัล Best Product ในสาขารางวัล Mobile Speaker ประจำปี 2017-2018 จาก สถาบันเรื่องภาพและเสียงโซนยุโรป หรือ EISA Award (Expert Imaging and Sound Association) ซึ่งถือเป็นการการันตีได้เลยว่า BOOMBOX ตัวนี้นั้นต้องสุดยอดทั้งด้านเสียงและฟังก์ชั่นต่างๆในหลายๆ ด้านอย่างแน่นอน ไปทำความรู้จักกันในรีวิวนี้กันได้เลยครับ…!!!
Design – การออกแบบ

ภาพตัวอย่างวิทยุ BOOMBOX ในยุค 70 ถึง 80
ที่มาของชื่อรุ่น BOOMBOX นั้นมาจากวิทยุพกพาที่กลุ่มคนผิวสี หรือ นักเต้นริมถนนยุค 70 ถึง 80 ใน USA นิยมถือพกพามาเปิดฟังนอกบ้านกัน ซึ่งตัววิทยุนั้นจะมีขนาดที่ใหญ่มาก สามารถเปิดวิทยุ FM/AM เล่นเทปคาสเซ็ท รวมถึงสามารถเล่น CD ได้ แต่จุดสำคัญที่จะขาดไม่ได้ของคำว่า BOOMBOX นั่นคือ หูหิ้วบริเวณด้านบนที่ทำให้ถือจับง่าย สะดวกต่อการพกพา จึงเป็นที่มาของชื่อ JBL BOOMBOX นั่นเอง

หน้าตาของเจ้า JBL BOOMBOX ช่างดูทรงพลังจริงๆ
เนื่องจาก BOOMBOX นั้นเป็นพี่ใหญ่สุดในตระกูลลำโพง Bluetooth ของ JBL จึงทำให้ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่มาก มีความกว้าง 49.5 ซม. ยาว 20 ซม. สูง 25 ซม. และมีน้ำหนักอยู่ที่ 5.25 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าหนักอยู่พอสมควร แต่ถ้าเทียบกับขนาดตัวและคุณภาพของเสียงที่ได้จากลำโพงตัวนี้ถือว่าสมส่วนกันดี
ภายในขุมพลังเสียงของ BOOMBOX นั้นประกอบไปด้วย ลำโพงวูฟเฟอร์ขนาด 4 นิ้ว 2 ดอก กับ ลำโพงทวิตเตอร์ขนาด 20 มิลลิเมตร อีก 2 ดอก ที่สามารถตอบสนองความถี่ได้ตั้งแต่ 50Hz – 20kHz เรียกได้ว่าครอบคลุมทุกย่านความถี่เสียงเลยทีเดียว โดยมาพร้อมกับ Passive Radiators บริเวณด้านซ้าย และ ด้านขวา ที่มาช่วยเพิ่มย่านเสียงเบสให้เนื้อเสียงมีความใหญ่ มีความดังชัดเจน หรือ เรียกง่ายๆ ว่า ตึบ!!!นั่นเองครับ

Passive Radiators ขุมพลังแห่งเสียงเบส ของ BOOMBOX
ตัวลำโพงใช้การออกแบบ เป็นรูปทรงแคปซูล หรือ ทรงกระบอก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของการออกแบบลำโพง Bluetooth ของทาง JBL ที่ใช้มาหลายต่อหลายรุ่นแล้ว โดยตัวเครื่องจะใช้วัสดุเป็นผ้าชนิดพิเศษที่สามารถกันน้ำได้คลุมเกือบทั้งหมดของตัวลำโพง มีด้านจับขนาดใหญ่ทำจากพลาสติกคุณภาพดีอยู่บริเวณด้านบนไว้สำหรับใช้ถือเพื่อขนย้ายไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก ที่ทำดีไซน์ต่อเนื่องคลุมมาบริเวณด้านข้างของตัวลำโพงที่เป็นในส่วนของ Passive Radiators ได้อย่างสวยงามลงตัว และ มีไฟบอกสถานะปริมาณแบตเตอรี่คงเหลืออยู่บริเวณด้านล่างของตัวเครื่อง

ชื่อรุ่น BOOMBOX บริเวณที่จับด้านบน ยืนยันว่าคุณซื้อมาถูกรุ่นแล้ว (ฮ่าๆ)
ในส่วนของปุ่มต่างๆ ที่อยู่ด้านบนของตัวเครื่อง จะประกอบไปด้วย ปุ่มการเชื่อมต่อ Bluetooth, ปุ่มเพิ่ม-ลดความดังเสียง, ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง, ปุ่ม JBL Connect และ ท้ายสุด ปุ่ม Play-Pause ที่สามารถเลือกเปลี่ยนให้เป็นปุ่มเรียกใช้งานคำสั่งเสียงผ่าน Smart Phone เพื่อให้อารมณ์คล้ายเคียง Smart Speaker แบบย่อมๆ ได้ด้วย โดยสมารถตั้งค่าเพื่อใช้งานฟังก์ชั่นนี้ได้ผ่านแอป JBL Connect นั่นเอง (***JBL Connect จะอธิบายเพิ่มเติมในส่วนของลูกเล่น***)

ปุ่มกดคำสั่งต่างๆ ที่อยู่บริเวณด้านบนของตัวเครื่อง
ส่วนช่องต่อต่างๆ นั้นจะอยู่บริเวณด้านหลังของตัวลำโพง โดยมีฝากั้น เปิด-ปิด ที่ทำจากวัสดุยางคุณภาพดีเพื่อช่วยในเรื่องคุณสมบัติการกันน้ำซึ่งหากเปิดฝาออกมาแล้วก็จะพบกับช่องต่อ Input 3.5 มม., ช่อง USB สำหรับใช้งานเป็น Powerbank เพื่อชาร์จไฟให้กับ Smart Phone หรือ Tablet ได้ จำนวน 2 ช่อง, ช่อง Micro USB ไว้สำหรับอัพเดทซอฟต์แวร์ของเครื่อง และ ท้ายสุด ช่อง DC สำหรับเสียบชาร์จแบตเตอรี่ของ เจ้า BOOMBOX และ ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือปุ่มเปลี่ยนโหมดเสียง Outdoor / Indoor ของลำโพงเครื่องนี้นั่นเอง

ปุ่ม Indoor / Outdoor และ ช่องการเชื่อมต่อต่างๆ
และท้ายสุดในส่วนของอุปกรณ์ต่างๆ ที่แนบมาในกล่องก็ได้แก่ Adapter แบบ DC สำหรับชาร์จแบตเตอรี่, สายไฟสำหรับเสียบเต้ารับไฟบ้าน แบบหัวเฉียง 1 เส้น แบบ หัวกลม 3 เส้น และคู่มือการใช้งานตัวลำโพง BOOMBOX
Features – ลูกเล่น
BOOMBOX นั้นเป็นลำโพง Bluetooth แบบพกพา ที่มีฟีเจอร์ที่น่าสนใจหลายอย่างเลย จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้างไปดูกันเลย…
JBL Connect เป็นฟังก์ชั่นหนึ่งที่ทาง JBL นั้นเต็มใจนำเสนอเป็นอย่างมาก เพราะสามารถทำให้ เชื่อมต่อ ควบคุมลำโพง Bluetooth รุ่นต่างๆ ของทาง JBL ที่รองรับฟังก์ชั่นนี้ เพื่อใช้ควบคุมการสั่งงาน ปรับแต่ง ใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ ได้สะดวกง่ายยิ่งขึ้น ผ่านแอปพลิเคชั่นบน Smart Phone โดยสามารถ Download ได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android

แอป JBL Connect บน AppStore

แอป JBL Connect บน Google Play Store
ในการใช้งานนั้นต้องทำการเชื่อมต่อตัวลำโพงกับ Smart Phone ให้เรียบร้อยก่อนถึงจะใช้งานแอปพลิเคชั่นนี้ได้ หากเชื่อมต่อเรียบร้อยแล้วก็สามารถเข้าใช้งานได้เลยครับ
หลังเปิดแอปขึ้นมา จะขึ้นโลโก้ JBL เพื่อยืนยันว่าคุณได้โหลดมาถูกแอป (ฮ่าๆ) แล้วเข้าสู่หน้าค้นหาลำโพงรุ่นที่รองรับ JBL Connect ซึ่งในงานนี้ของเราคือ BOOMBOX เมื่อเจอเรียบร้อยแล้วก็จะเข้าสู่หน้าหลักของตัวแอป ซึ่งจะบอกชื่อรุ่น เปอร์เซ็นต์ของแบตเตอรี่

ตัวแอปกำลังค้นหาลำโพง JBL รุ่นที่รองรับ JBL Connect

หน้าหลักของตัวแอปเมื่อเชื่อมต่อกับตัวลำโพงเรียบร้อยแล้ว
ตามมาด้วยปุ่มตั้งค่าโหมด Party สำหรับการเชื่อมต่อลำโพง Bluetooth ของ JBL ที่รองรับฟังก์ชั่นนี้ให้ทำงานพร้อมกัน เปิดเพลงเดียวกันได้ ซึ่งรองรับสูงสุดได้ถึง 100 เครื่องเลยทีเดียว, ปุ่มตั้งค่าโหมด Stereo เพื่อใช้งานลำโพงรุ่นที่รองรับอีกเช่นเดียวกัน ให้ทั้งสองเครื่องทำหน้าที่เป็นลำโพง ซ้าย-ขวา แบบ Stereo ให้ใกล้เคียงชุดเครื่องเสียงขนาดย่อมๆ ได้ และ ปุ่มตั้งค่าหลักที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปเฟืองอยู่บริเวณด้านล่าง

หน้าการตั้งค่า Party Mode

หน้าการตั้งค่า Stereo
พอกดเข้ามาในส่วนของการตั้งค่าจะเจอกับ ส่วนแรกเป็นการตั้งค่าปุ่ม Play – Pause บนตัวลำโพง ว่าจะให้ทำงานเป็นปุ่ม Play – Pause ปกติ หรือ ตั้งให้เป็นการกดเรียกผู้ช่วยอัจฉริยะจาก Smart Phone ขึ้นมาใช้งาน ซึ่งในการทดสอบผมได้ทำการเชื่อมต่อกับ iPhone จึงเป็นการกดปุ่มเพื่อเรียก Siri ขึ้นมา โดยสามารถใช้คำสั่งเสียงควบคุมตัว iPhone สั่งเล่นเพลงที่ต้องการจาก Apple Music ที่ผมสมัครบริการรายเดือนไว้ ผ่านตัวลำโพงได้เลย ถือว่าใช้งานเป็น Smart Speaker แบบย่อมๆ เลยก็ว่าได้

หน้าการตั้งค่าลำโพง BOOMBOX
ถัดมาก็จะเป็นสวิตช์ตั้งค่า เปิด/ปิด ฟังก์ชั่น Speaker Phone สำหรับคุยโทรศัพท์, ตามมาด้วยปุ่ม เปิด/ปิด เสียงเวลากดปุ่มบนตัวลำโพง, ปุ่มตัวเลือกโหมดเสียง Indoor หรือ Outdoor และ ท้ายสุด Take a tour เป็นส่วนคำแนะนำการใช้งานในส่วนต่างๆ ที่ผมได้อธิบายไปข้างต้น

หน้าตัวอย่างแนะนำการใช้งาน ในหัวข้อ Take A Tour
โหมด Outdoor ที่กล่าวไปข้างต้นสามารถเปิดได้สองวิธี คือกดปุ่มบริเวณด้านหลังของตัวลำโพง หรือ ผ่านแอป JBL Connect ก็ได้เช่นกัน โดยหลังเปิดโหมดนี้แล้วตัวลำโพงจะทำการเพิ่มเสียงเบสให้มากขึ้น โดยเฉพาะในย่าน Mid Bass ทำให้เวลาฟังในสถานที่กลางแจ้งนั้นจะได้พลังเสียงที่มากขึ้น มีความชัดเจนมากขึ้นกว่าโหมดปกติ
อีกหนึ่งฟังก์ชั่นเล็กๆ น้อยที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงของลำโพงรุ่นนี้คือ สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Bluetooth ได้พร้อมกันถึง 2 เครื่อง ซึ่งทำให้สามารถที่จะเปิดเพลงสลับเครื่องกันไปมาได้แบบทันที ไม่ต้องมาคอยเชื่อมต่อใหม่สลับกันไปมา เหมาะกับเวลาที่เราอยากฟังเพลงหนึ่ง อีกคนอยากฟังอีกเพลงหนึ่ง เปิดสลับกันไปมาได้อย่างทันใจไม่ทำให้หงุดหงิดเลย
BOOMBOX เครื่องนี้นั้นมาพร้อมแบตเตอรี่ในตัวขนาดใหญ่ (มาก!!!) ความจุของแบตเตอรี่อยู่ 20,000 mAh ซึ่งทำให้ลำโพงตัวนี้สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุดถึง 24 ชม. ขึ้นอยู่กับความดังและแนวเพลงที่เปิด แถมลำโพงตัวนี้ยังฟังก์ชั่นที่เหมาะกับ Life Style คนในยุคนี้ นั่นคือ มี USB Out 2 ช่อง ไว้ให้สำหรับชาร์จกับอุปกรณ์ต่างๆ เช่น Smart Phone หรือ Tablet ได้
แต่อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยนั่นก็คือ…!!! สามารถกันน้ำได้ที่ IPX7 ซึ่งสามารถ ป้องกันผลกระทบจากการแช่น้ำลึกที่ 1 เมตร ได้นาน 30 นาที ด้วยการที่ตัวลำโพงมีผ้าชนิดพิเศษที่สามารถกันน้ำได้คลุมแทบทั้งหมดของตัวลำโพงไว้ รวมถึงมีฝาปิดป้อองกันช่องเชื่อมต่อทางด้านหลังที่มีความแข็งแรงมากกว่ารุ่นเก่ามาก ทำให้ผู้ใช้สบายใจได้เลยว่า ตัวลำโพงจะสามารถกันน้ำได้ในระดับที่ดีเยี่ยม
ในการทดสอบการกันน้ำ ผมได้นำตัวลำโพงถือไว้พร้อมกระโดดลงไปในสระว่ายน้ำ ปล่อยให้ลอยอยู่บนน้ำ แช่น้ำไว้ความสูงครึ่งหนึ่งของตัวลำโพง รวมถึงทิ้งไว้กลางสายฝน โดยได้ทำการเปิดเพลงทิ้งไว้ตลอดเวลา ตัวลำโพงก็ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ แสดงออกมาให้เห็น รวมถึงหลังการทดสอบผมได้ทำการเปิดฝาช่องต่อด้านหลังออกมาดู ผลปรากฏว่าแห้งสนิทไม่มีนำใดๆ เข้าไปเลย เรียกได้ว่าสอบผ่านครับ
เสียงของ BOOMBOX ตัวนี้ หลังจากที่แกะกล่องออกมาแล้วเปิดฟังทันทีนั้น บอกได้เลยถูกใจมาก เสียงเบสเด่นนำ ฟังสนุก เร้าใจจริงๆด้วยเสปกของลำโพงที่ตอบสนองย่านความถี่ 50Hz – 20kHz เรียกได้ว่า เบสนี่ ตึบ !!! ลงได้ลึกสะใจกันสุดๆ ส่วนย่านความถี่กลางถึงสูงก็ตอบสนองได้ดี ครอบคลุมทุกย่านเสียงที่หูของมนุษย์สามารถได้ยินกันเลยทีเดียว ส่วนในการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไรไปเริ่มทดสอบกันเลย
ในการทดสอบนี้ผมได้ทำการเปิดโหมดลับ หรือ Bass Mode ไว้ด้วย โดยโหมดนี้จะช่วยเพิ่มพลังของเสียงเบสของ BOOMBOX ตัวนี้ให้สะใจมากขึ้นไปอีก วิธีการเปิด Bass Mode ทำได้โดยการกดปุ่ม Bluetooth พร้อมกับปุ่ม ลดเสียง พร้อมกันค้างเอาไว้เป็นเวลา 10 วินาที โหมดดังกล่าวจะทำงาน แต่ถ้าหากคิดว่าเบสมากเกินไปก็สามารถทำการปิดได้ในวิธีเดียวกันกับตอนเปิดครับ
เพลงแรกที่ทดสอบผมใช้เพลง วิชาตัวเบา ของ พี่ตูน Bodyslam ที่ถือว่าเป็นแนวเพลงแบบทั่วไป เสียงร้องที่ได้มีความชัดเจน เสียงจังหวะกลอง เสียงสแนร์ แยกชิ้นเครื่องดนตรีได้ดีพอสมควร โดยรวมแม้จะเป็นเพลงช้า แต่ BOOMBOX ก็ทำให้เราฟังสนุกไปกับเพลงได้เป็นอย่างดี

วิชาตัวเบา – ฺBodyslam

ทดสอบการฟังเพลงผ่าน Bluetooth จาก iPad Pro 12.9
มาลองเพลงที่เป็นแนว Hip-Hop กันบ้าง กับเพลง เกาะสวาทหาดสวรรค์ ของ Gavin D & D Gerrard บอกได้เลยว่าแนวนี้แหละคือตัวตนที่แท้จริงของเจ้า BOOMBOX เสียงเบสนี่พูดภาษาบ้านๆ ได้เลยว่าช่างตึบ!!! จริงๆ เสียงเบสมีความชัดเจน มีน้ำหนัก ลูกใหญ่กว่าลำโพง Bluetooth ทั่วไปมาก การเล่นโน็ตเสียงเบสสูงต่ำมีความชัดเจน เสียงแร๊พ เสียงจังหวะโดดเด่น ฟังแล้วเพลิดเพลินไปกับเพลงได้ดีจริงๆ

เกาะสวาทหาดสวรรค์ – Gavin D & D Gerrard

ทดสอบการฟังเพลงแบบ Music Video จาก YouTube
ในเมื่อเพลง Hip-Hop ออกมาดีผมเลยอยากลองกับเพลง Remix Dance จังหวะแบบหนักๆ สักหน่อย เลยนำเพลง Groove ของ Oikiมาทดสอบ เสียงที่ได้ออกมาทำให้ผมถึงกับอุทานว่า แจ่มมาก !!! ทุกจังหวะของเพลงสร้างความรุกเร้าได้เป็นอย่างดี มีช่วยหนึ่งของเพลงเป็นการรัวเสียง Mid Bass ซึ่งหากลำโพงคุณภาพไม่ดีเสียงที่ได้จะมีความเบลอ แต่เจ้า BOOMBOX นั้นให้เสียงออกมาได้ชัด ไม่กลบเสียงอื่นแต่อย่างใด สอบผ่าน !!!

Groove – Oiki
แต่ในเมื่อโดยรวม BOOMBOX ตัวนี้ให้เสียงที่ฟังสนุก ถ้าหากนำมาฟังเพลงช้าๆ สบายๆ หละ จะเป็นอย่างไร ผมจึงทดสอบกับเพลง Home ของ Michael Buble เสียงร้องที่ได้นั้นชัดเจนเแต่ก็ยังคงมีความนุ่มนวลอยู่ เสียงกีตร้า เสียงเครื่องดนตรีต่างๆ เสียงจังหวะกลองทำได้ดี อาจไม่ชัดเป็นลูกๆ แบบแนวเพลงแดนซ์ แต่ก็แลกมาด้วยความนุ่นลึกของเสียงเบสที่หนาอิ่มใหญ่ ซึ่งลำโพงตัวนี้ก็สามารถฟังได้แบบเพลิดเพลินสบายๆ ครับ

Home – Michael Buble
จากที่ทดสอบกับเพลงกันไปแล้วจะรู้ได้เลยว่าเจ้า BOOMBOX ตัวนี้นั้นมีพลังน้ำเสียงที่ดีขนาดไหน ผมจึงอยากลองว่าถ้านำลำโพงตัวนี้มาดูหนังหละ เสียงที่ได้จะเป็นอย่างไร จึงได้นำมาจับคู่กับ iPad Pro 12.9 นิ้วที่ขนาดของตัวเครื่องนั้นใหญ่สมน้ำสมเนื้อกันเป็นอย่างดี โดยได้ทำการทดสอบกับซีรีย์ยอดฮิตจาก Netflix เรื่อง Stranger things เสียงที่ออกมานั้นช่วยเสริมอารมณ์ในการรับชมได้ดีมากกว่าเสียงจากลำโพง iPad ได้เป็นอย่างดี เสียงพูดชัดเจนมีน้ำหนัก เสียงดนตรีประกอบ รวมถึงเสียงเดินของปีศาจขนาดใหญ่ในเรื่องก็มีความกระหึ่มพอสมควร เรียกว่าใช้งานดูหนังก็ให้เสียงได้ดีเพิ่มอรรถรสในการดูหนังได้ดีเลยทีเดียว

ทดสอบการรับชมภาพยนตร์เรื่อง Stranger things จาก Netflix
แต่อย่างที่ผมได้กล่าวไปข้างต้น ในการทดสอบผมได้ทำการเปิด Bass Mode ไว้ ซึ่งในบางครั้ง บางสถานที่ที่เรานำไปฟังอาจจะกลายเป็นเบสเยอะเกินไป ก็สามารถปิดโหมดดังกล่าวได้ โดยตัวลำโพงจะลดปริมาณเสียงเบสลง ทำให้เสียงโดยรวมในโหมดปกตินี้จะฟังสบายๆ แต่ถ้าหากกลายเป็นว่าเวลาปิด Bass Mode แล้ว เสียงเบสเบาเกินไปอีก เราก็อาจจะทำการเปิดโหมด Outdoor เพื่อชดเชยย่านเสียงเบสขึ้นมาแทน เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งลูกเล่นน้อยๆ ในการปรับแต่งเสียงของ BOOMBOX เครื่องนี้ครับ
สรุปเรื่องเสียง
BOOMBOX ตัวนี้ ในการให้แนวเสียงที่ฟังสนุกนำเด่นด้วยเสียงเบสที่มีมวลใหญ่ มีน้ำหนัก เปิดดังสุดสามารถทำให้บ้านสะเทือนได้ ย่านเสียงกลาง เสียงร้อง รวมถึงเสียงแหลม มีความชัดเจน ซึ่งในการฟังเพลงทั่วไปก็ออกมาดี จะติดเสียงจัดเสียงพุ่งเสียงจัดเล็กน้อย แต่หากได้ฟังกับเพลงแนวแดนซ์ แนวสนุกสนาน คุณจะได้ได้พบกับตัวตนที่แท้จริงของลำโพงตัวนี้ พร้อมที่จะสร้างความสนุกเอาใจสายปาร์ตี้ ได้เป็นอย่างดี สรุปทุกๆ เพลงที่ฟังผ่านลำโพงตัวนี้ จะฟังดูรุกเร้า ชัดเจน ฟังมันส์ ฟังสนุก ฟังเพราะ สร้างความสุขได้ทุกการฟังเพลงครับ
Conclusion – สรุป
ลำโพง Bluetooth แบบพกพา JBL BOOMBOX ตัวนี้นั้นเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดลำโพง Bluetooth สายโหดรุ่นหนึ่งเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพลังของเสียงเบสที่ได้อนิสงจากดอกลำโพงแบบ Passive Radiators ที่ให้เนื้อเสียงเบสที่ใหญ่เกินตัว เสียงย่านกลางเสียงสูงก็มีความชัด ฟังสนุก รุกเร้า ทุกย่านเสียง รวมถึงลูกเล่นต่างๆ อย่าง JBL Connect ที่สามารเชื่อมต่อกับลำโพงตัวอื่นที่รองรับได้สูงสุด 100 เครื่อง มีโหมด Outdoor ที่ช่วยเพิ่มพลังเสียงเวลานำไปฟังนอกสถานที่ รวมถึงฟีเจอร์การกันน้ำได้แบบ iPX7 ที่ทำให้ลำโพงตัวนี้สามารถนำไปใช้งานได้ทุกสถานการพร้อมสร้างความบันเทิงให้ทุกคนอย่างแท้จริง
ข้อดี
1. มีเนื้อเสียงที่ดี ฟังเพลงได้สนุกทุกแนว มาพร้อม Passive Radiators ที่ให้เสียงเบสได้ใหญ่เกินตัว
2. กันน้ำได้ที่ iPX7 และมาพร้อมฝาปิดช่องต่อต่างๆ บริเวณด้านหลัง
3. สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 24 ชม. ด้วยแบตเตอรี่ขนาด 20,000 mAh พร้อม USB Out ชาร์จแบตให้กับ Smart Phone หรือ Tablet ได้
4. มี JBL Connect ที่สามารถเชื่อมต่อกับแอป และ ลำโพง JBL ตัวอื่นๆ ที่รองรับฟังก์ชั่นนี้ได้
ข้อเสีย
1. เสียงเบสค่อนข้างมวลใหญ่ อาจฟังดูหนักแน่นเกินไปสำหรับคนที่ชอบฟังเพลงแนวสบายๆ ช้าๆ
2. ตัวเครื่องมีน้ำหนักมากพอสมควร แต่ก็มีด้ามจับด้านบนที่ทำให้สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก
***มาตราฐานการให้คะแนนประจำปี 2018***