Skip to content
|

รีวิว JBL Charge 3 – โฉมใหม่ไฉไลกว่าเดิม กันน้ำได้ในระดับ IPX7 Waterproof แล้วนะ

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 04 Feb 2022 0 comments

Portable Bluetooth speaker
With long-lasting battery life and Bluetooth technology.

JBL เป็นแบรนด์เครื่องเสียงอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีผลิตภัณฑ์ทางด้านเสียงอยู่หลายส่วนด้วยกัน และหนึ่งในไลท์อัพสินค้าที่น่าสนใจก็คือ Portable Bluetooth speaker หรือลำโพงพกพาไร้สายที่ทาง JBL เองก็มีให้เลือกปลีกย่อยไปอีกหลายซีรีย์หลายแบบด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น JBL Charge 2+JBL Pulse 2 หรือจะเป็นรุ่นใหญ่อย่าง JBL Xtreme ที่ทางเราได้เคยรีวิวไปแล้วด้วยเช่นกัน

สำหรับลำโพง JBL Charge 3 ที่ทาง HOMETHEATERTHAILAND.COM จะได้นำมารีวิวให้คุณผู้อ่านได้รับชมกันในรีวิวนี้ ถือว่าเป็นลำโพงพกพาขนาดกลางที่ได้รับการปรับปรุงมาจากรุ่นพี่อย่าง JBL Charge 2+ ให้มีคุณสมบัติที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ด้วยการกำจัดจุดอ่อนในเรื่องของการกันน้ำให้สามารถกันน้ำได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการได้รับมาตรฐานกันน้ำที่ระดับ IPX7 Waterproof

JBL Charge 3
ราคา 6,590 บาท

พร้อมกันนี้ในแง่ของรูปร่างหน้าตาของตัวลำโพงในรุ่นนี้เองก็ยังได้รับการปรับเปลี่ยนมาใช้แผงตะแกรงด้านเป็นผ้าสังเคราะห์คล้ายๆ กับตัวผ้าไมโครไฟเบอร์ ซึ่งหน้าตาโดยรวมกระผมว่าสวยกว่าเจ้า JBL Charge 2+ นะ

มาดูกันที่สเปคโดยรวมของเจ้า JBL Charge 3 กันบ้าง
– Battery type: Lithium-ion Polymer (22.2Wh)
– Music Playing time: up to 20 hours (varies by volume level and content)
– Rated power: 2 x 10W
– Frequency Response: 65Hz-20kHz
– Bluetooth transmitted modulation: GFSK, π/4 DQPSK, 8DPSK
– Support: A2DP V1.3, AVRCP V1.5, HFP V1.6, HSP V1.2
– Battery charge time: 4.5 hrs
– Weight: 800g
– USB charge out: 5V/2A (maximum)
– Power supply: 5V/2.3A

Design – การออกแบบ

สำหรับส่วนที่เป็นดีไซน์ของเจ้า JBL Charge 3 นั้นถ้าหากเทียบกับ JBL Charge 2+ ที่เป็นรุ่นพี่ก่อนหน้านี้ถือว่ามีรูปร่างหน้าตาที่เปลี่ยนไปเยอะพอสมควร ซึ่งเข้าใจว่าเป็นการนำเอาข้อดีจากทั้ง JBL Charge 2+ และ JBL Xtrem มาผสมผสานรวมกันนั่นเอง แต่ทั้งหมดนี้ก็ยังคงความเป็นรูปทรงที่มีลักษณะเป็นแบบแคปซูลเฉกเช่นเดิม

หน้าตาของบริเวณด้านหน้าลำโพงที่มีความแตกต่างไปจาก JBL Charge 2+ อย่างสิ้นเชิง 
แต่ก็กลับไปคล้ายกับ JBL Xtrem ที่เป็นลำโพงแบบพกพารุ่นใหญ่ของ JBL อีกตัวหนึ่ง

โดยเจ้า JBL Charge 3 จะมีการปรับเปลี่ยนไปใช้วัสดุที่เป็นผ้าใยสังเคราะที่มีคุณสมบัตินุ่มจับกระชับมือและไม่อมน้ำมาใช้ในการหุ้มบริเวณรอบๆ ของตัวลำโพงแทน ซึ่งวัสดุที่ว่านี้จะไปคล้ายกับที่ใช้อยู่บนตัวของ JBL Xtrem ซึ่งจะช่วยทำให้สามารถกันน้ำได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ด้วยการได้รับมาตรฐานการป้องกันน้ำที่ระดับ IPX7 สามารถแช่ในน้ำได้นาน 30 นาทีที่ระดับความลึกไม่เกิน 1 เมตร

ส่วนที่เป็นไดร์เวอร์วูฟเฟอร์จะยังคงถูกติดตั้งไว้ที่ด้านข้างซ้ายขวาเหมือนเดิม 
มาพร้อมกับ Hood ที่มีเนื้อวัสดุเป็นแบบ Soft Touch คอยชั่วปกป้องตัวไดร์เวอร์ในอีกระดับหนึ่ง

ถัดมาที่ด้านบนจะเป็นส่วนที่ใช้สำหรับควบคุมเจ้า JBL Charge 3 กันบ้าง

ในส่วนบริเวณรอบๆ ของปุ่มควบคุมต่างๆ ที่อยู่ทางด้านจะสังเกตเห็นได้ชัดเจนเลยว่ามีความแตกต่างไปจาก JBL Charge 2+ อย่างมาก จากเดิมที่เป็นแถบเคสแบบ Soft Touch คั้นกลางระหว่างส่วนทางด้านหน้าและด้านหลัง แต่ในลำโพงรุ่นนี้ได้มีการเลือกใช้ผ้าใยสังเคราห์หุ้มยาวตลอดแนวด้านหน้ายาวมาถึงด้านหลังกันเลย โดยที่ปุ่มกดต่างๆ ที่เป็นซิลิโคนนั้นจะถูกแปะไว้บนเจ้าผ้าที่ว่านี้อีกชั้นหนึ่ง

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าตอนนี้ยังเหลือแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้อีกเท่าไหร่?

สำหรับการเช็คสถานะของแบตเตอรี่เราสามารถดูได้ที่บริเวณฐานของตัวลำโพง ซึ่งที่จุดนี้จะมีดวงไฟเล็กๆ สำหรับใช้แสดงสถานะว่าเหลือแบตเตอรี่อีกกี่ขีด โดยจะมีทั้งหมด 5 ขีดด้วยกันหากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็จะประมาณ 20% ต่อหนึ่งขีดนั่นเอง ในส่วนของแบตเตอรี่จะมีความจุอยู่ที่ 6,000mAh ตามสเปคบอกไว้ว่าสามารถใช้งานได้ 20 ชั่วโมงเลยนะ

ส่วนที่เป็นช่องต่อได้รับการปรับปรุงใหม่ด้วยการใส่ฝาปิดยางซิลิโคนมาให้ เพื่อให้สามารถป้องกันน้ำชัวร์ที่สุดทาง JBL
จึงได้ออกแบบให้ฝาปิดนี้มีลักษณะการทำงานแบบ 2 ชั้น เพื่อให้อุ่นในมากยิ่งขึ้น

สำหรับพอร์ตเชื่อมต่อจะประกอบด้วยพอร์ตๆ ดังนี้
1. ช่อง Input ขนาด 3.5 มิลลิเมตร ใช้ในกรณีที่ต้องการเชื่อมต่อแบบใช้สาย
2. พอร์ต Micro USB ที่ใว้ใช้สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ให้กับเจ้า JBL Charge 3
3. พอร์ต USB 5V 2A ที่สามารถใช้ต่อเพื่อเสียบชาร์จแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์ต่างๆ ได้ด้วย

Sound – เสียง

ในเรื่องของเสียงนั่นต้องขอบอกได้เลยว่าพลังเสียงนั่นมาเกินตัวจริงๆ สมกับที่เป็น JBL โดยจุดเด่นต่างๆ อย่าง Bass Radiator ที่เป็นไดร์เวอร์คู่แบบ Passive ทำให้เสียงเบสหนักแน่นและสมจริง สำหรับการรองรับย่านความถี่เสียงนั้นจะได้ตั้งแต่ย่าน 65Hz ไปจนถึง 20kHz ซึ่งถือว่าค่อนข้างครอบคลุมเสียงในย่านความถี่ต่ำๆ ค่อนไปทางย่านเสียงสูงได้ในระดับพอตัว

ซึ่งจากที่ได้เคยใช้งานลำโพงพกมาอยู่หลายตัวด้วยกันถ้าหากเทียบในขนาดที่ใกล้เคียงกันแล้ว ความรู้สึกที่ได้จากเจ้า JBL Charge 3 นั้นต้องบอกว่า “เบสจัดหนัก จัดเต็มจริงๆ” โดยมันใม่ใช้เบสที่ดังแบบ “ปึ๊กๆ ปั๊กๆ” ทั้วไป เนื่องจาก Dual Bass passive ที่มีตัวไดอะแฟรมวูฟเฟอร์อยู่ทั้ง 2 ข้างที่ใช้หลักการขยับเพื่อดันมวลอากาศระหว่างภายในและภายนอกของตัวลำโพง จึงทำให้รู้สึกได้ถึงเนื้อเบสที่มีความหนักเบากว่าลำโพงตัวอื่นๆ ในขนาดเดียวกัน

อย่างเพลง The Chainsmokers – Closer (feat. Halsey) และ Rae Sremmurd – Black Beatles (feat. Gucci Mane) ที่ฮิตติดหูในขณะนี้ ซึ่งเจ้า JBL Charge 3 สามารถถ่ายทอดคาแรคเตอร์ของเนื้อเสียงกลางออกมาได้หนาและมีความคมชัดดี แต่ในแง่ของหางเสียงหรือปลายเสียง ถ้าหากท่านใดเป็นคนที่ติดการฟังเพลงที่มีปลายเสียงเปิดแบบใสๆ นั้นอาจจะรู้สึกว่าเสียงมัน “อู้ๆ” หรือ “มนๆ” ไปหน่อย ซึ่งจุดนี้จะเป็นแนวเสียงของทาง JBL เองอยู่แล้ว แต่เสียงเบสก็ยังคงหนักแน่นและคงเส้นคงวาอยู่เฉกเช่นเดิม

ครั้งก่อน คุณ Big Boom เขาเทสเพลง The Chainsmokers – Don”t Let Me Down (feat. Daya) กับเจ้า JBL Charge 2+ เห็นว่าเสียงดีกระผมเลยขอเอามาเปิดลองทดสอบกับเจ้า JBL Charge 3 ตัวที่เรากำลังรีวิวอยู่นี้กันบ้าง ซึ่งกระผมเข้าใจว่าระหว่าง 2 ตัวนี้มีการเก็บรายละเอียดของเสียงได้ค่อนข้างจะใกล้เคียงกัน เพราะจากเท่าที่ลองฟังตัวของลำโพงเองก็สามารถแยกเนื้อเสียงในย่านความถี่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสียงร้องและกีต้าออกมาเป็นส่วนๆ ได้ในระดับที่ดีเลยทีเดียว

Features – ลูกเล่น

นอกจากเรื่องของการใช้ฟังเพลงทั่วไปแล้วทาง JBL เองก็ยังมีแอพพลิเคชันที่มีชื่อว่า “JBL Connect” มาให้เราได้ใช้งานร่วมกับตัวลำโพงอีกด้วย โดยเจ้าแอพฯ ที่ว่านี้สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ Store ทั้งของ iOS และ Android และที่สำคัญคือ ฟรี!

โดยจุดเด่นของแอพฯ JBL Connect นั้นคือถ้าหากว่าเรามีลำโพงพกพาของ JBL
อยู่ หลายตัวเราสามารถตรีมมิ่งเพลงไปยังลำโพงต่างๆ เหล่านั้นได้พร้อมๆ กันในเวลาเดียวกันได้เลย

ภาพด้านบนนี้กระผมได้ลองกดค้นหาลำโพงที่เราต้องการจะเชื่อมต่อ (ซึ่งจะเห็นว่ามีการอัพเดตเฟิร์มแวร์ไปที่ลำโพงด้วยนะ)
ถ้าหากเรามีการเชื่อมต่อลำโพงทั้ง 2 ตัวเข้ากันแล้วเราสามารถเลือกได้ว่าต้องการจะให้ลำโพงตัวไหนเป็นข้างซ้ายหรือข้างขวาได้อีกด้วย

Conclusion – สรุป

อ่านกันมาเนิ่นนานก็มาถึงบทสรุปส่งท้ายเจ้า JBL Charge 3 กันแล้ว สำหรับลำโพงพกพาตัวนี้หากจะให้นิยามอาจจะนิยามได้ว่า “เสียงดี สมบุกสมบัน พกติดตัวไปได้ทุกที่” เพราะว่าตัวของมันเองนั้นได้รับการปรับปรุงให้รองรับการใช้งานได้แทบจะทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าคุณจะนำไปใช้งานปาตี้ริมสระน้ำก็ไม่ต้องกลัวอีกต่อไปว่าน้ำจะเข้าหรือไม่ เนื่องจากตัวของมันเองนั้นได้รับการรับรองมาตรฐานการกันน้ำที่ระดับ IPX7 Waterproof แล้วนั่นเอง

ในแง่ของเสียงขึ้นชื่อว่า JBL แล้วคุณภาพเสียงที่ได้ถือว่าสอดคล้องกับค่าตัวจริงๆ โดยคาแรคเตอร์เสียงของเจ้า JBL Charge 3 จะมีความหนักแน่นของเนื้อเบสที่ได้จากไดร์เวอร์แบบ Passive Radiator ที่ถูกติดตั้งอยู่ทั้ง 2 ข้างของลำโพง ส่วนในด้านของการถ่ายทอดเสียงกลางนั้นจะค่อนข้างมีความโดดเด่นมากกว่าเสียงในย่านของความถี่สูงอยู่พอสมควร ซึ่งถ้าหากท่านใดเป็นคนที่ชอบเสียงที่ติดมนๆ และมีความนุ่มอยู่ในตัวรับลองว่าต้องชอบกันอย่างแน่นอน

JBL Charge 3
ราคา 6,590 บาท

นอกจากนี้แล้วตัวของ JBL Charge 3 ยังได้รับการติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 6,000mAh ที่สามารถใช้ฟังเพลงได้ต่อเนื่องถึง 20 ชั่วโมง และยังสามารถใช้เป็น Power bank ชาร์จไฟแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์ Smart Device ได้อีกเช่นกัน ทั้งนี้ตัวของลำโพงยังรองรับการเชื่อมต่อเข้ากับลำโพงของ JBL แบบ Multiple speakers ผ่านทางแอพพลิเคชัน JBL Connect ที่สามารถดาวน์โหลดมาติดตั้งบน Smart Phone และ Tablet ได้อีกด้วย

ข้อดีของ JBL Charge 3
1. มาพร้อมกับไดร์เวอร์แบบ Passive Radiators ที่สามารถให้เสียงเบสได้หนักแน่นตามสไตล์ของ JBL
2. รอบรับการใช้งานระบบเสียงแบบ Stereo ด้วยการเชื่อมต่อเข้ากับลำโพงไร้สาย JBL อีกหนึ่งตัว ผ่านทางแอพฯ JBL Connect
3. ไดร์เวอร์และพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ ได้รับการซีลด้วยแผ่นยางซิลิโคนอย่างแน่นหนาที่ระดับมาตรฐานการกันน้ำ IPX7 หรือสามารถแช่ในน้ำลึกไม่เกิน 1 เมตร ได้นานถึง 30 นาที

ข้อเสียของ JBL Charge 3
1. ไม่มีโหมดเสียงแบบต่างๆ ให้ได้เลือกปรับใช้งาน
2. หากเป็นคนชอบฟังเพลงที่มีปลายเสียงเปิดเป็นประกายอาจจะรู้สึกว่าเสียงมันติดมนๆ ไปเล็กน้อย แต่ก็แลกมาด้วยเสียงกลางและเสียงเบสที่เกินตัว

ขอขอบคุณ บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด ที่เอื้อเฟื้อสินค้าในการทดสอบครั้งนี้
สนใจสินค้าหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :: บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด เลขที่ 46 ถ.สุขุมวิท 3 (นานาเหนือ) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
โทร. 02-256-0020-9

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้