Skip to content
|

รีวิว JBL Quantum Series หูฟังเกมมิ่ง สุดแจ๋วจากผู้ผลิตเครื่องเสียงระดับตำนาน!! | LCDTVTHAILAND

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 23 Feb 2022 0 comments

ถ้าหากเอ่ยชื่อของ JBL แล้วหลายๆ คนน่าจะไปนึกถึงผู้ผลิตเครื่องเสียงชั้นนำที่มีทั้งกลุ่มเครื่องเสียงภายในบ้านและเครื่องเสียงระดับ Professional กันอย่างแน่นอน ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ JBL ก็ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ในเรื่องของการดูหนัง-ฟังเพลง หรืองานในระดับ Pro เท่านั้นเพราะพวกเขาได้เปิดตัวหูฟังในกลุ่มเกมมิ่งอย่าง JBL Quantum Series กันไปเมื่อไม่นานมานี้

ด้วยความที่พวกเขานั้นคร่ำหวอดในวงการเครื่องเสียงมานานด้วยระยะเวลาที่ยาวนานกว่า 70 ปี ทันทีที่แรกเห็นหูฟังเกมมิ่งซีรีส์นี้เปิดตัวก็มีเหล่าเกมเมอร์ก็ล้วนแล้วแต่อยากจะสัมผัสและจับจองเป็นเจ้าของด้วยกันทั้งนั้น

เล่ากันมาขนาดนี้ในรีวิวนี้ก็คงหนีไม่พ้นหูฟัง JBL Quantum Series กันอย่างแน่นอนซึ่งทีมงาน LCDTVTHAILAND จะพาทุกท่านไปรีวิวและสัมผัสรายละเอียดต่างๆ ของหูฟังซีรีส์นี้กันแบบเจาะลึกถึง 3 รุ่นด้วยกัน  หูฟังซีรีส์นี้จะยอดเยี่ยมเหมาะสมกับเกมเมอร์มากแค่ไหนมาดูที่รีวิวนี้ได้เลยครับ!!

JBL Quantum Series

JBL Quantum One

  • หูฟังตอบสนองย่านความถี่ตั้งแต่ 20 Hz – 40 kHz-Dynamic drivers ขนาด 50 มม. 
  • ไมโครโฟนแบบแบบถอดได้ (Detachable) ตอบสนองย่านความถี่ตั้งแต่  100 Hz – 10 kHz
  • มีฟีเจอร์ Active Noise Cancelling ที่ปรับแต่งมาสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ
  • มีฟีเจอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวของศีรษะผู้สวมใส่ JBL QuantumSPHERE 360™
  • รองรับการทำงานร่วมกับแอป JBL QuantumENGINE 
  • รองรับ DTS headphone:X, Hi-Res Audio, JBL QuantumSURROUND
  • รองรับการรับเชื่อมต่อผ่าน พอร์ต 3.5 และ USB (รองรับ USB-C)
  • Impedance (ค่าความต้านทาน): 32 ohm
  • รองรับการใช้งานได้กับ PC,  Xbox™, PlayStation™, Nintendo Switch™, Mobile, Mac และ VR 
  • ราคาเปิดตัว 9,900 บาท

JBL Quantum 400

  • หูฟังตอบสนองย่านความถี่ตั้งแต่ 20 Hz – 40 kHz-Dynamic drivers ขนาด 50 มม. 
  • ไมโครโฟนแบบ Built-in ตอบสนองย่านความถี่ตั้งแต่  100 Hz – 10 kHz
  • รองรับ DTS headphone:X, JBL QuantumSURROUND
  • รองรับการทำงานร่วมกับแอป JBL QuantumENGINE 
  • รองรับการรับเชื่อมต่อผ่าน พอร์ต 3.5 และ USB (รองรับ USB-C)
  • Impedance (ค่าความต้านทาน): 32 ohm
  • รองรับการใช้งานได้กับ PC,  Xbox™, PlayStation™, Nintendo Switch™, Mobile, Mac และ VR
  • ราคาเปิดตัว 3,990 บาท 

JBL Quantum 200

  • หูฟังตอบสนองย่านความถี่ตั้งแต่ 20 Hz – 40 kHz-Dynamic drivers ขนาด 50 มม. 
  • ไมโครโฟนแบบ Built-in ตอบสนองย่านความถี่ตั้งแต่  100 Hz – 10 kHz
  • รองรับการรับเชื่อมต่อผ่าน พอร์ต 3.5 
  • Impedance (ค่าความต้านทาน): 32 ohm
  • รองรับการใช้งานได้กับ PC,  Xbox™, PlayStation™, Nintendo Switch™, Mobile, Mac และ VR 
  • ราคาเปิดตัว 1,990 บาท

ดีไซน์

สำหรับรีวิวนี้ทางทีมงานขอแยกภาพรวมของดีไซน์กันเป็นแบบรุ่นๆ ไปโดยจะเราจะเริ่มกันที่รุ่นใหญ่อย่าง JBL Quantum One แล้วจะค่อยๆ ไล่เรียงไปยังรุ่นเล็กอย่าง Quantum 400 และ 200 ตามลำดับ ว่าแล้วไม่รอช้ามาดูกันเลยดีกว่าครับ  

JBL Quantum One

รุ่นใหญ่อย่าง Quantum One นั้นจะมาพร้อมกับดีไซน์ที่ดูพรีเมียมมากที่สุดในซีรีส์เพราะหูฟังรุ่นนี้ถือว่าเป็นตัวเรือธงนั่นเองโดยตัวหูฟังจะทำมาจากวัสดุพลาสติกคุณภาพสูงพร้อมด้วย Ear Cubs แบบหนังที่มีความมนุ่มสบายมาก   

 
บริเวณด้านข้างตัวหูฟังนั้นจะมีไฟแบบ RGB ฝังครอบไว้ทั่วหูฟังเมื่อใช้งานโดยผู้ใช้งานสามารถปรับเปลี่ยนลักษณะสีและลุกเล่นของไฟได้ตามใจชอบผ่านซอฟท์แวร์ JBL QuantumENGINE ในส่วนน้ำหนักของหูฟังก็อยู่ที่ 369 กรัมเท่านั้น ถือว่าไม่หนักไม่เบาจนเกินไป


ดีไซน์หูฟังรุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับความเป็นเกมมิ่งในระดับเรือธงอย่างมองถึงลูกเล่นของไฟ RBG และลวดลายที่ล้อมรอบหูฟังยิ่งแสดงถึงความดุดันเหมาะสมอย่างยิ่งกับเกมเมอร์แบบ Hardcore!!

อุปกรณ์ที่ให้มา JBL Quantum One 

  1. สายสัญญาณแบบ USB – C to USB – A พร้อมปุ่มรีโมท Game / Chat Balance Dial
  2. สายสัญญาณแบบ 3.5  
  3. Calibration microphone (ไมค์สำหรับการคาลิเบรต) 
  4. คู่มือพร้อมไมค์สำหรับหูฟัง

สกรีน L R ชัดเจน

ไดรเวอร์ขนาด 50 มม. อันทรงพลังของ JBL Quantum Series!!

ช่องเชื่อมต่อต่างๆ ของหูฟัง

  1. ช่องสำหรับไมโครโฟน Detachable boom microphone
  2. ช่องต่อแบบ 3.5 
  3. ช่องต่อแบบ USB-C 

ปุ่มควบคุมของ Quantum One 

  1. ปุ่มเปิด/ปิด ฟังค์ชั่น ANC (Active Noise Cancelling) และ TALKTHRU
  2. ปุ่ม Re-Center (สำหรับการตั้งค่าฟีเจอร์ Head Tracking ใหม่ให้มีความเที่ยงตรง) 
  3. ปุ่มควบคุมระดับเสียงของตัวหูฟัง
  4. ปุ่มเปิด/ปิด ไมโครโฟน

หูฟังรองรับการเชื่อมต่อผ่าน USB

ปุ่มควบคุมฟีเจอร์เสียง Game audio-chat balance dial สำหรับบาลานซ์เสียงในเกมกับเสียงของการสนทนาในห้องแชทอย่างแอป Discord

ก้านหูฟังสามารถปรับได้หลากหลายระดับให้เหมาะสมกับศีรษะผู้ใช้งานได้

ภาพรวมใส่หูฟัง JBL Quantum One

JBL Quantum 400

มาดูกันที่ดีไซน์ของรุ่นกลางอย่าง Quantum 400 กันบ้างดีกว่าโดยรวมแล้วดีไซน์ของรุ่นนี้จะได้รับการถ่ายทอด DNA ของความเป็นหูฟังเกมมิ่งจากรุ่นเรือธงอย่าง Quantum One มาแบบพอสมควรทั้งลวดลายต่างๆ ของตัวหูฟังที่ยังคงความเป็นเกมมิ่งดูดุดันสวยงาม 

บวกกับไฟแบบ RGB บริเวณโลโก้ของ JBL ที่ผู้ใช้งานสามารถปรับเปลี่ยนสีและลูกเล่นของไฟได้ผ่านซอฟท์แวร์เช่นเดียวกับรุ่นพี่ในซีรีส์เดียวกัน สำหรับน้ำหนักตัวของ Quantum 400 จะอยู่ที่274 กรัมถือว่าเบากว่า Quantum One อยู่นิดหน่อยอาจจะเป็นเพราะไม่มีระบบ ANC มาให้ในรุ่นนี้ ดีไซน์โดยรวมของหูฟังรุ่นนี้ก็ยังคงความสวยงามตามแบบฉบับของเกมเมอร์ไว้ได้อย่างครบถ้วนครับ

“Sound is survival” สโลแกนของหูฟัง Quantum Series จาก JBL

อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่อง 1. สายสัญญาณแบบ 3.5 2. หูฟัง 3. สาย USB – C to USB – A

สกรีน L R ชัดเจน

ช่องเชื่อมต่อและปุ่มควบคุมของ JBL Quantum 400

  1. Game audio-chat balance (ปุ่มสำหรับบาลานซ์เสียงของเกมและแอปแชท)
  2. ปุ่มควบคุมระดับเสียง
  3. ปุ่มเปิด/ปิด ไมโครโฟน
  4. ช่องต่อแบบ 3.5
  5. ช่องต่อแบบ USB-C

ก้านหูฟังปรับได้หลากหลายระดับเช่นเดียวกับรุ่นอื่นๆ

ภาพรวมใส่หูฟัง JBL Quantum 400 

JBL Quantum 200

ปิดท้ายกันที่รุ่นเล็กอย่าง JBL Quantum 200 ที่แม้ว่าอาจจะไม่ได้มีลูกเล่นด้านลวดลายอลังการและไฟ RGB แบบรุ่นพี่ที่มาราคาสูงกว่าอย่างในรุ่น Quantum 400 หรือ Quantum One  

แต่ดีไซน์โดยรวมของหูฟังรุ่นนี้ก็ยังถือว่าสวยงามน่าใช้อยู่ครับอีกทั้งหูฟังรุ่นนี้ก็ยังได้ใช้ไดร์เวอร์ขนาด 50 มม. แบบเดียวกันกับซีรีส์รุ่นสูงอื่นๆ ทั้งยังมีไมโครโฟนติดตั้งมาให้ด้วยเช่นกัน ในกลุ่มหูฟังเกมมิ่งราคาเริ่มต้นถือว่าเจ้าหูฟังรุ่นนี้มีดีไซน์ที่ไม่ย่อหย่อนไปกว่าคู่แข่งเลย

แพ็คเกจแบบเรียบง่ายตามสไตล์หูฟังรุ่นเริ่มต้น

อุปกรณ์ในแพ็คเกจ

  1. คู่มือ
  2. หูฟัง
  3. สายสัญญาณแบบ 3.5 พร้อม Spilter แยกสัญญาณ ไมโครโฟน และ เสียง

สกรีน L R แบบชัดเจน ไดร์เวอร์หูฟังขนาด 50 มม. ก็ยังมีประจำการในรุ่นนี้เหมือนเดิม

ปุ่มควบคุมที่เรียบง่ายมีแค่ ปุ่มเพิ่ม/ลด ระดับเสียงเท่านั้น

ภาพรวมเมื่อใส่ JBL Quantum 200 

เพิ่มเติม

JBL Quantum Series จะมาพร้อมกับแอปที่ชื่อว่า JBL Quantum Engine (สามารถใช้ได้เฉพาะ PC เท่านั้น) โดยแอปดังกล่าวนั้นจะทำให้ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโปรไฟล์ EQ ของตัวหูฟัง การปรับลูกเล่นแสงสีของไฟ RGB ต่างๆ บนตัวหูฟัง, การตั้งค่าไมโครโฟน, การเปิดฟีเจอร์ JBL QuantumSPHERE 360™ ซึ่งเป็นการจำลองเสียงแบบ 7.1 ch บนตัวหูฟัง, การเปิด DTS Headphone (การจำลองรูปแบบเสียง 3 มิติ Immersive Sound บนหูฟัง), การเปิดฟีเจอร์ Head Tracking สำหรับการตรวจจับการเคลื่อนไหวของศีรษะผู้ใช้งานเพื่อสร้างสนามเสียงที่สมจรง (Head Tracking ใช้ได้เฉพาะ Quantum ONE เพียงรุ่นเดียว) รวมไปถึงการเป็นศูนย์รวมสำหรับการเช็คเวอร์ชั่นอัพเดตของทั้งหูฟังและแอปด้วย 

*แอปสามารถใช้งานได้ผ่านการเชื่อมต่อด้วยพอร์ต USB เท่านั้น (ในรีวิวนี้รุ่นที่ใช้ได้คือ JBL Quantum One และ Quantum 400 )

*DTS Headphone X จะรองรับกับเกมแค่เฉพาะบางเกมเท่านั้นในปัจจุบัน

ปรับแต่ง EQ ของหูฟังได้ผ่านแอปได้เลย สามารถเลือกโปรไฟล์ต่างๆ หรือจะปรับแต่งเองก็ทำได้เหมือนกัน (บน Quantum ONE สามารถเช็คฟีเจอร์ Head Tracking ได้ตรงรูปหูฟัง ถ้าหากเราขยับรูปหูฟังในหน้าแอปจะขยับไปพร้อมกัน)

ปรับแต่งลูกเล่นของไฟบนตัวหูฟังสามารถปรับแต่งได้ในหมวด Lighting

เลือกใช้งานฟีเจอร์จำลองเสียงแบบเซอร์ราวด์แบบ 7.1 ch JBL QuantumSPHERE 360™

ตัวเลือกเปิดฟีเจอร์ DTS Headphone X ก็อยู่ในส่วนของ Spatial Sound ด้วยเหมือนกัน

การใช้งานฟีเจอร์ DTS Headphone X แบบเต็มรูปแบบจะต้องชำระเงินค่า Decoder ผ่านแอป DTS Sound Unbound เสียก่อน

ปรับแต่งการตั้งค่าไมโครโฟนก็สามารถทำได้ผ่านแอป JBL Quantum Engine ตรงนี้ได้เลย

ตรวจสอบเวอร์ชั่นของแอป และเฟิร์มแวร์ของตัวหูฟังได้ผ่านเมนู System Software ตรงนี้ได้เลย

เสียง

และเราก็เข้ามาสู่เรื่องของเสียงกันดีกว่าสำหรับ JBL Quantum Series กันแล้ว และอีกเช่นคยที่เราจะทำการรีวิวกันแบบไล่ไปแต่ละรุ่น โดยจะเริ่มที่ JBL Quantum ONE กันก่อน

JBL Quantum ONE

สำหรับรุ่นใหญ่อย่าง Quantum ONE นั้นจะมาพร้อมกับฟีเจอร์อย่าง ANC (Active Noise Cancelling) และจากสัมผัสแรกจากการใช้งานแม้ว่าจะยังไม่ได้ทำการเปิดเสียงแต่เมื่อสวมหูฟังไปแล้วหากเปิดฟีเจอร์ ANC ด้วยล่ะก็เสียงรบกวนต่างๆ อย่างเสียงแอร์หรือเสียงพัดลมคอมพิวเตอร์นั้นลดลงแบบเห็นได้ชัด ซึ่งฟีเจอร์นี้ถือว่าช่วยเพิ่มสมาธิให้กับเหล่าเกมเมอร์ได้เป็นอย่างดีเพราะการเล่นเกมโดยเฉพาะในแนว FPS/Action เสียงเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญสำหรับชัยชนะ หากมีเสียงรบกวนสมาธิก็อาจจะทำให้เป็นจุดตัดสินแพ้ชนะไปเลยก็เป็นได้ตรงนี้ถือว่าฟีเจอร์ ANC ช่วยได้มากจริงๆ

มาพูดถึงเรื่องเสียงกันเลยดีกว่า JBL Quantum ONE มาพร้อมกับไดร์เวอร์ขนาดใหญ่ถึง 50 มม. ทำให้ตัวหูฟังนั้นสามารถขับเสียงออกมาได้แบบหนักแน่นมีน้ำหนักรวมไปถึงแรงปะทะที่ดีมาก หากเป็นเกมแนว Action/FPS เราสามารถรับรู้ได้ถึงแรงระเบิดเสียงกระสุนต่างๆ ได้อย่างเต็มอิ่มและเต็มอรรถรส บวกกับการมีฟีเจอร์ ANC และ JBL QuantumSPHERE 360™ / DTS Headphone X 2.0 ทำให้ผู้ฟังสามารถแยกแยะทิศทางของเสียงได้อย่างดีเยี่ยม แม้ว่าจะปิดฟีเจอร์ดังกล่าวทิ้งไปก็ถือว่าตัวหูฟังก็ยังคงคุณลักษณะที่ดีของเสียงไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม 

อีกสิ่งที่สำคัญของเกมเมอร์อย่างการพูดคุยก็สำคัญไม่แพ้กันซึ่งทาง JBL ก็ได้จัดไมโครโฟน Detachable boom microphone ที่สามารถถอดใส่ได้ตามที่ผู้ใช้งานต้องการ โดยไมค์ดังกล่าวนั้นถือว่าเป็นไมค์คุณภาพสูงเสียงจากไมโครโฟนมีความเคลียร์ชัดสะอาดทำให้การสื่อสารกันในทีมสามารถเป็นไปได้อย่างราบรื่นไม่มีติดขัด นอกจากนี้ Quantum ONE  ก็ยังมีรีโมท Game audio-chat balance dial สำหรับการบาลานซ์เสียงในเกมและแชทซึ่งทำให้เราสามารถเลือกโฟกัสในการฟังได้ดีอีกด้วย 

เสียงดุดันหนักแน่นสะใจ แยกแยะเสียงทิศทางได้ชัดเจน

ไฟ RGB ตามสไตล์เกมเมอร์พร้อมด้วยไมค์คุณภาพสูงจาก JBL

ดูหนังก็ได้ ด้วยเนื้อเสียงของหูฟังรุ่นนี้ดุดันหนักแน่นสะใจ เติมเต็มการใช้งานได้ครอบคลุม

ฟังเพลงแบบชิลๆ ก็ทำได้ดีไม่แพ้กันเพราะหูฟังรุ่นนี้รองรับเสียงถึงระดับ Hi-Res เลยทีเดียว

เชื่อมต่อกับ PS4 ได้แบบ Plug & Play (รองรับทั้ง 3.5 และ USB)

ใช้งานร่วมกับ PS4 ก็ทำได้สบายมากๆ (Xbox One ก็ใช้งานได้ด้วยนะ)

เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านสาย USB-C to C ก็ได้เหมือนกัน หลากหลายครอบคลุมครบเครื่องมากๆ สำหรับรุ่นนี้!!

JBL Quantum 400

มาถึงคิวของพี่กลางอย่าง Quantum 400 กันบ้างโดยรุ่นนี้ก็จะยังได้ไดร์เวอร์ขับเสียงขนาด 50 มม. เช่นเดียวกันกับ Quantum ONE แต่จะไม่ได้ฟีเจอร์ ANC มาให้แต่อย่างใด ถึงอย่างนั้นก็ตามด้วยพลังเสียงของไดร์เวอร์ขนาดใหญ่และการที่มาพร้อมกับฟีเจอร์จำลองเสียงเซอร์ราวด์อย่าง JBL QuantumSPHERE 360™ / DTS Headphone X 2.0 ทำให้พลังเสียงของหูฟังรุ่นนี้ไม่ได้ย่อหย่อนไปกว่ารุ่นพี่ในกลุ่มเรือธงเลย 

ทั้งแรงปะทะของเสียงที่มีน้ำมีน้ำหนักกระแทกกระทั้น เสียงระเบิดต่างๆ รวมไปถึงเสียงกระสุนก็ถือว่าสะใจครับอีกทั้งแยกแยะเสียงที่ทำได้อย่างชัดเจนเรียกว่าได้รับ DNA ของหูฟังรุ่นเรือธงอย่าง Quantum ONE มาแบบไม่น้อยหน้ากันเลย 

ในส่วนของไมโครโฟนของรุ่นนี้จะมาแบบ Built-in คุณภาพของไมโครโฟนก็มีคุณภาพที่ดีคมชัด เคลียร์สะอา ทำให้เกมเมอร์ไม่พลาดทุกการสื่อสารภายในเกมรวมไปถึงเราสามารถบาลานซ์เสียงของเกมกับเสียงของแอปแชทได้ผ่านปุ่มบนตัวหูฟังได้เหมือนกันครับ

เสียงหนักแน่นสะใจ แยกทิศทางเยี่ยมกับ JBL Quantum 400

ไฟแสดงสถานะบนไมโครโฟน

ไฟ RGB ยังคงมีมาให้ตรงโลโก้ของ JBL

JBL Quantum 200

มาปิดท้ายกันที่รุ่นน้องเล็กอย่าง Quantum 200 กันดีกว่าสำหรับในรุ่นนี้จะเป็นรุ่นเริ่มต้นของซีรีส์ Quantum สำหรับรุ่นนี้ก็ยังมาพร้อมกับไดร์เวอร์ขนาด 50 มม. เช่นเดียวกับรุ่นพี่ทั้งสองรุ่นแต่จะไม่มีการเชื่อมต่อแบบ USB โดยจะมีให้เลือกเชื่อมต่อผ่านพอร์ต 3.5 เท่านั้น 

เนื้อเสียงของรุ่นนี้ก็จะมีความกระแทกกระทั้นที่ลดหลั่นจากรุ่นพี่อยู่บ้างนิดหน่อยแต่โดยรวมแล้วหูฟังรุ่นนี้ยังสามารถคงแนวเสียงที่ดีของ Quantum Series ได้อย่างแจ่มแจ๋ว ทั้งน้ำหนักของเสียงการแยกแยะทิศทางที่ทำได้ดี 

รวมไปถึงการมาพร้อมกับไมโครโฟนคุณภาพสูงไม่ต่างจากรุ่น Quantum ONE และ Quantum 400 เลย จะขาดไปก็เพียงแค่เรื่องของการจำลองระบบเสียงเซอร์ราวด์ เหมาะสำหรับเกมเมอร์ที่มีงบประมาณจำกัดแต่อยากจะได้หูฟังเล่นเกมคุณภาพดีใช้งานได้อย่างครบเครื่องก็ถือว่าไม่เลวเลยครับ

รุ่นเล็กไม่มีไฟ RGB มาให้แต่แนวเสียงของ Quantum Series ยังอยู่แบบครบถ้วน

หูฟังรุ่นเริ่มต้นเสียงดี เหมาะสำหรับคนที่งบไม่เยอะครับ!!

สรุป

JBL Quantum Series ถือว่าเป็นการบุกตลาดเกมมิ่งได้อย่างน่าสนใจมากมายไล่เรียงกันไปตั้งแต่รุ่นเรือธงสำหรับเกมเมอร์กระเป๋าหนักที่ต้องการไปให้สุดในทุกๆ ฟีเจอร์อย่าง Quantum ONE ที่ในเรื่องของรูปลักษณ์ก็ดูดี วัสดุก็พรีเมี่ยม บวกกับเนื้อเสียงอันทรงพลังและฟีเจอร์แบบจัดเต็มสมกับเป็นหัวหอกสำหรับการบุกตลาดเกมเมอร์ของ JBL อย่างแท้จริง 

และสำหรับรุ่นกลางอย่าง Quantum 400 ที่แม้จะมีฟีเจอร์ที่ลดหลั่นมาจากรุ่นเรือธงบ้างเล็กน้อยแต่ยังคงความเจ๋งไว้ได้แบบแน่นๆ ในงบประมาณที่เบาลงมาแต่ยังคงมีฟีเจอร์ที่ไม่แพ้รุ่นใหญ่ทั้ง DTS headphone:X, JBL QuantumSURROUND เช่นเดียวกับ Quantum ONE ก็ถือว่าเหมาะสำหรับเกมเมอร์ที่มีงบประมาณกลางๆ เป็นที่สุด

ในส่วนของรุ่นเล็กอย่าง Quantum 200 ที่แม้จะไม่ได้จัดฟีเจอร์หนักๆ แบบเดียวกับรุ่นพี่ทั้งสองรุ่นแต่ก็ยังคงคุณลักษณะเสียงที่ดีไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม เรียกว่าใครที่อยากใช้หูฟังเกมมมิ่งคุณภาพเสียงดีๆ แต่มีงบประมาณจำกัดก็ต้องรุ่นนี้เลยครับ 

โดยรวมแล้วถือว่า JBL Quantum Series เป็นอีกหนึ่งหูฟังเกมมิ่งที่มีความคุ้มค่าสูงมีหลากหลายเรนจ์ราคาให้เลือกกันตั้งแต่รุ่นใหญ่ ไปจนถึงรุ่นเริ่มต้นในราคาไม่แพงนัก เกมเมอร์ท่านไหนที่ยังไม่มีหูฟังคู่ใจแล้วล่ะก็ทีมงาน LCDTVTHAILAND ก็ขอแนะนำหูฟังซีรีส์นี้ไว้ในใจได้เลย มีตอบโจทย์สำหรับเกมเมอร์ทุกงบประมาณแน่นอน!!

JBL Quantum ONE

  • หูฟังตอบสนองย่านความถี่ตั้งแต่ 20 Hz – 40 kHz-Dynamic drivers ขนาด 50 มม. 
  • ไมโครโฟนแบบ Built-in ตอบสนองย่านความถี่ตั้งแต่  100 Hz – 10 kHz
  • มีฟีเจอร์ Active Noise Cancelling ที่ปรับแต่งมาสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ
  • มีฟีเจอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวของศีรษะผู้สวมใส่ JBL QuantumSPHERE 360™
  • รองรับการทำงานร่วมกับแอป JBL QuantumENGINE 
  • รองรับ DTS headphone:X, Hi-Res Audio, JBL QuantumSURROUND
  • รองรับการรับเชื่อมต่อผ่าน พอร์ต 3.5 และ USB (รองรับ USB-C)
  • Impedance (ค่าความต้านทาน): 32 ohm
  • รองรับการรใช้งานได้กับ PC,  Xbox™, PlayStation™, Nintendo Switch™, Mobile, Mac และ VR 
  • ราคาเปิดตัว 9,900 บาท

ข้อดี

  • มี ANC (Active Noise Cancelling) ป้องกันเสียงรบกวนได้ดีมากทำให้เกมเมอร์โฟกัสกับเกมได้อย่างเต็มที่
  • รองรับฟีเจอร์แบบจัดเต็มทั้ง  DTS headphone:X, Hi-Res Audio, JBL QuantumSURROUND
  • เสียงยอดเยี่ยม
  • รองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลาย

ข้อเสีย

  • น้ำหนักตัวที่เยอะตามสไตล์หูฟังเรือธง
  • Ear Cubs แบบหนังเวลาใช้งานไปนานๆ อาจจะมีการกรอบได้

JBL Quantum 400

  • หูฟังตอบสนองย่านความถี่ตั้งแต่ 20 Hz – 40 kHz-Dynamic drivers ขนาด 50 มม. 
  • ไมโครโฟนแบบ Built-in ตอบสนองย่านความถี่ตั้งแต่  100 Hz – 10 kHz
  • รองรับ DTS headphone:X, JBL QuantumSURROUND
  • รองรับการทำงานร่วมกับแอป JBL QuantumENGINE 
  • รองรับการรับเชื่อมต่อผ่าน พอร์ต 3.5 และ USB (รองรับ USB-C)
  • Impedance (ค่าความต้านทาน): 32 ohm
  • รองรับการรใช้งานได้กับ PC,  Xbox™, PlayStation™, Nintendo Switch™, Mobile, Mac และ VR
  • ราคาเปิดตัว 3,990 บาท 

ข้อดี

  • รองรับฟีเจอร์จัทั้ง  DTS headphone:X, JBL QuantumSURROUND
  • เสียงดี
  • รองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลาย

ข้อเสีย

  • ไม่มีฟีเจอร์ ANC ทำให้หูฟังไม่เงียบสงัดหากใช้ในพื้นที่ที่มีเสียงรบกวนเยอะ 
  • Ear Cubs แบบหนังเวลาใช้งานไปนานๆ อาจจะมีการกรอบได้

JBL Quantum 200


หูฟังตอบสนองย่านความถี่ตั้งแต่ 20 Hz – 40 kHz
Dynamic drivers ขนาด 50 มม. -ไมโครโฟนแบบ Built-in ตอบสนองย่านความถี่ตั้งแต่  100 Hz – 10 kHz-รองรับการรับเชื่อมต่อผ่าน พอร์ต 3.5 -Impedance (ค่าความต้านทาน): 32 ohm-รองรับการรใช้งานได้กับ PC,  Xbox™, PlayStation™, Nintendo Switch™, Mobile, Mac และ VR -ราคาเปิดตัว 1,990 บาท

ข้อดี

  • ได้ใช้ไดร์เวอร์ขนาด 50 มม. เช่นเดียวกับหูฟังรุ่นกลางและรุ่นเรือธงในซีรีส์
  • เสียงดีตามสไตล์หูฟังรุ่นเริ่มต้น
  • น้ำหนักเบา ดีไซน์สวยงาม

ข้อเสีย

  • เชื่อต่อได้ผ่านพอร์ต 3.5 อย่างเดียว
  • ไม่มีไฟ RGB 

 

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้