รีวิว Klipsch Reference Theater Pack 5.0 จับคู่ R-100SW เซ็ตโฮมเธียเตอร์ไซส์เล็ก ที่พร้อมให้คุณเข้าถึงง่ายกว่าเดิม

Klipsch Reference Theater Pack เซ็ตโฮมเธียเตอร์ขนาดเล็กสำหรับห้องไม่ใหญ่มากที่ได้กลิ่นอายและลายเซ็นจากลำโพงซีรี่ส์ดังประจำแบรนด์มาใส่ไว้ พร้อมกับไดร์เวอร์ทองแดงอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยได้วางจำหน่ายรวมกับซับวูฟเฟอร์ไร้สายเป็นเซ็ตใหญ่ แต่กลับมาครั้งนี้พวกเขาได้แยกเฉพาะตัวลำโพงหลักออกมาต่างหากในรูปแบบซิสเต็ม 5.0 เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับการจัดเซ็ตมากขึ้น เผื่อว่าบางคนไม่ได้ต้องการจะใช้งานซับวูฟเฟอร์แบบไร้สาย

รายละเอียดโดยย่อของ Klipsch Reference Theater Pack 5.0
– ลำโพงแซทเทิลไลท์ 4 ตัว กำลังขับ 50 วัตต์
– ลำโพงเซ็นเตอร์ 1 ตัว กำลังขับ 75 วัตต์
– ทุกแชนแนลมีอัตราการตอบสนองความถี่ที่ 110Hz – 23kHz
– ลำโพงทุกแชนแนลรองรับสายลำโพงได้ที่ขนาด 14-18 AWG
รายละเอียดโดยย่อของ Klipsch R-100SW
– ดอกลำโพง Spun-Copper ขนาด 10 นิ้ว
– บิลต์อินดิจิตอลแอมป์ กำลังขับ 300 วัตต์
– มีอัตราการตอบสนองความถี่ที่ 32Hz – 120Hz
– รองรับช่องต่อ Line Level/LFE RCA
ราคาโปรโมชั่น รวมทั้งชุดนี้ 27,900 บาท
Design – การออกแบบ
ตัวลำโพงหลักทั้ง 4 ชิ้นจะมาพร้อมบอดี้พลาสติกสีดำ พร้อมหน้ากากผ้าแบบแม่เหล็กสำหรับอำนวยความสะดวกในการถอดเข้าออก เมื่อถอดหน้ากากออกก็จะพบกับไดร์เวอร์สีทองแดงเด่นนำมาแต่ไกล พร้อมกับทวิตเตอร์ แบบ Linear Travel Suspension ที่สามารถลดทอนการผิดเพี้ยนของเสียงได้เป็นอย่างดี โดยจะมี Tractrix Horn ที่มีกรวยนำเสียงเป็นสี่เหลี่ยม 90 องศาทั้งสี่มุม ช่วยเสริมให้เสียงที่ได้มีความใสสะอาดมากยิ่งขึ้นไปอีก

ลำโพงแซทเทิลไลท์สีตัวหลักทำหน้าที่เสริมสร้างมิติซ้ายขวาทั้งจากด้านหน้าและหลัง

ทวิตเตอร์แบบ Linear Travel Suspension และ Tractrix Horn กรวยเสียงรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส
จำนวนของไดร์เวอร์จะมีอย่างละ 1 เหมือนกันสำหรับลำโพงแซทเทิลไลท์ ส่วนลำโพงเซ็นเตอร์จะมีไดร์เวอร์มิดเบสสองตัวด้านข้าง พร้อมกับวางทวิตเตอร์ไว้ตรงกลาง

ด้านหลังลำโพงทั้ง 5 ตัว ออกแบบมาให้รองรับการแขวนผนังได้ เพื่อไม่เป็นการเกะกะพื้นที่การใช้งานบริเวณหน้าทีวี อย่างไรก็ตามเพื่อป้องกันความเสียหายของตัวอุปกรณ์ เราควรปฏิบัติตามคู่มืออย่างละเอียดขณะทำการติดตั้งครับ
บริเวณด้านบนจุดยึดผนังจะเป็นท่อคายลม ส่วนด้านล่างจะเป็นช่องสำหรับสอดสายลำโพงเข้าไปยึดติดกับขั้วต่อที่ซ่อนอยู่อย่างแนบเนียนบริเวณด้านล่างฐานลำโพง ทำให้มันกลายเป็นลำโพงอีกเซ็ตที่สามารถซ่อนสายได้อย่างแนบเนียน

ภาพด้านหลังลำโพงเมื่อทำการเสียบสายเรียบร้อย
Klipsch R-100SW เป็นซับวูฟเฟอร์ไซส์ที่บิลต์อินดิจิตอลแอมป์ ให้กำลังขับสูงสุด 300W ตัวตู้มีลวดลายเป็นผิวไม้สีดำ ใช้วัสดุไม้ MDF ขนาดตัวอยู่ที่ 14.5 x 12.5 x 16.4 นิ้ว (กว้าง x สูง x ลึก) น้ำหนักประมาณ 10.9 กก. ด้านล่างมีฐานเป็นยางยกลอยขึ้นมาเล็กน้อย หน้ากากเป็นผ้า สามารถถอดออกได้ไม่ยาก

โฉมหน้าภายใต้หน้ากากของ R-100SW
ใช้ดอกลำโพงขนาด 10 นิ้ว แบบ Front-Firing ยิงเสียงออกด้านหน้า ใช้วัสดุเป็น Spun-Copper เอกลักษณ์เด่นของ Klipsch สามารถสนองย่านเสียงตั้งแต่ 32Hz – 120Hz ด้านหลังซับวูฟเฟอร์จะมีช่องคายเสียงอยู่ทางด้านบน ขยับลงมาเป็นช่องต่อและปุ่มคำสั่งต่างๆ ประกอบด้วย ปุ่มปรับ Gain, ปุ่มครอสโอเวอร์, ปิดปิด/เปิดเครื่อง, ปุ่มปรับเฟส และสุดท้าย ช่องต่อสายลำโพง รองรับ LFE ด้วย

ด้านหลังซับวูฟเฟอร์

ปุ่มคำสั่งและช่องต่อต่างๆ ของ R-100SW
Sound – เสียง
สำหรับเซ็ตอัปที่เราใช้ในการทดสอบครั้งนี้ ทางผู้จัดจำหน่ายได้ส่งซับวูฟเฟอร์ตัวใหม่เพิ่งเปิดตัวอย่าง R-100SW มาให้ด้วย ทั้งลำโพงและซับวูฟเฟอร์ประกบเซ็ตเข้ากับ AVR รุ่นมิดเอ็นด์จาก Denon ของที่บ้านผมเอง ตัวสายที่ใช้ก็จะเป็น Velocita Naple I รุ่นแรกเริ่มที่สเปคเกินตัวพร้อมทองแดงบริสุทธิ์อัดแน่น ๆ เพื่อคุณภาพเสียงเต็มย่าน
ผมเริ่มทดสอบด้วยการเปิด Avengers : Infinity War จากแผ่น 4K ในที่มาพร้อมระบบเสียงแบบ Dolby TrueHD เลื่อนไปชมฉากสงครามที่วากานด้าช่วงท้ายเรื่อง ซึ่งแน่นอนว่าประสิทธิภาพในการถ่ายทอดบรรยากาศทั้งเสียงระเบิด เสียงต่อสู้ ลำโพงจาก Klipsch ไม่เคยทำให้เราผิดหวังตั้งแต่รุ่น Quintet V ที่ผมเคยเขียนเอาไว้เมื่อหลายปีที่แล้ว ยิ่งถ้าเราเปิดหน้ากากออกเพื่อโชว์ไดร์เวอร์แบบ spun-copper เสียงองค์ประกอบทั้งหมดก็จะคมและกระชับ ดูแล้วอินไปกับเนื้อเรื่อง โดยเฉพาะฉากที่มีรายละเอียดยิบย่อยจากเสียงโห่เฮของตัวละครทั้งหมดในฉาก

สลับมาชมภาพยนตร์จาก Netflix กันบ้าง กับ Blade Runner 2049 ภาพยนตร์ไซไฟที่มีฉากหลังเป็นโลกยุคอนาคต ตัวหนังไม่ได้มีฉากแอ็คชั่นเยอะ แต่ “เสียง” ในองค์ของตัวหนังทั้งเสียงประกอบ เสียงพูดตัวละคร ถูกจัดวางออกมาได้อย่างละเมียดละไม ทำให้เหมาะกับการทดสอบลำโพงอยู่ไม่น้อย ซึ่ง Reference Theater Pack เซ็ตนี้ก็ถ่ายทอดความละเอียดออกมาได้อย่างพอดิบพอดี เสียงพูดมีความชัดเจน มีน้ำหนัก เสียงเพลงประกอบจาก Hans Zimmer ยิ่งฉากที่ K ขับรถออกไปสำรวจนอกเมือง ตัวลำโพงช่วยส่งให้รายละเอียดของเสียงฝนกระทบตัวรถหรือเสียงดังที่เกิดจากการทิ้งเศษเหล็กเด่นชัดและมีทิศทางบวกกับระยะใกล้ไกลค่อนข้างดี

Blade Runner 2049 อีกหนึ่งงานไซไฟมาสเตอร์พีซที่เด่นทั้งภาพและเสียง
ซับวูฟเฟอร์ R-100SW มาช่วยเพิ่มบรรยากาศในการรับชมได้ดีมาก ซึ่งในการจัดคู่นี้ได้เซ็ตครอสโอเวอร์ 120Hz เนื่องจากชุดลำโพงรุ่นนี้เป็นไซส์ขนาดเล็ก จึงให้เสียงเบสจากซับวูฟเฟอร์มาช่วยหนุนให้มีความอิ่มขึ้น แรกสัมผัสนั้น รับรู้ถึงมวลเบสที่ออกมาได้อย่างชัดเจน มวลเสียงมีความหนาแน่น สามารถขับออกมาเป็นลูกใหญ่ๆ จากดอกลำโพงขนาด 10 นิ้ว ด้วยกำลังขับ 300W

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการบันทึกเสียงที่ดีมาก เหมาะต่อการทดสอบ
ยกตัวอย่างด้วยภาพยนตร์ในตำนาน Saving Private Ryan ในฉากยกพลขึ้นพลช่วงต้นเรื่อง ชุดลำโพงสร้างความเซอร์ราวด์สาดกระสุนโฉบไปมา เสริมความขลังด้วยเสียงระเบิดที่กระหึ่มสนั่นจากซับวูฟเฟอร์ ให้เสียงมวลใหญ่สะเทือนทั้งห้อง ถึงจะใช้ดอกลำโพงแค่ 10 นิ้ว ก็ผลักแรงปะทะได้กระแทกกระทั้น ทั้งยังแผ่เสียงย่านต่ำๆ ที่อาจไม่ได้ยินด้วยหู แต่ได้ความสะท้านที่แผ่ลึก เหมือนอยู่ท่ามกลางดงปืนใหญ่จริงๆ

สุดท้ายกับการทดสอบฟังเพลง ค่อย ๆ ไล่จากเพลงเบา ๆ อย่าง I Can’t Stand The Rain จาก Sara K. ไปจนถึง Pull Me Under จาก Dream Theater ด้วยความที่ลำโพงของ Klipsch นั้นถูกวางพิกัดไว้สำหรับการชมภาพยนตร์แบบถึงพริกถึงขิง ซึ่งมันก็ทำได้ดี ทำให้แนวเพลงที่ดูจะตอบโจทย์ลำโพงตัวนี้ น่าจะเป็นแนวร็อค, เมทั่ล เสียส่วนใหญ่ ถ้าเกิดเปิดหน้ากากฟัง เพราะมันจะถ่ายทอดความแผดกร้าวของเสียงแตกจากกีต้าร์ออกมาได้สมจริงที่สุด ถ้านำไปฟังแนวป็อป หรืออะคูสติกเราก็จะได้ความเข้มข้นและรายละเอียดโดยรอบมากขึ้น แต่หากฟังติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ ก็อาจจะรู้สึกล้าได้เล็กน้อย ตรงจุดนี้การใส่หน้ากากผ้าประกบกลับเข้าไป ก็จะช่วยปรับความจัดจ้านให้อ่อนลงได้เช่นกัน
ประสานเข้ากับซับวูฟเฟอร์ได้ลงตัว เนื่องจากซับวูฟเฟอร์ร่นนี้มีสไตล์ที่รุกเร้า ขณะเดียวกันยังให้ความแผ่ลึกในเกณฑ์ดี มาช่วยหนุนเสียงจากชุดลำโพงนี้ให้มีความกลมกล่อม เกลาความจัดจ้านลงมาได้ ไม่ทำให้อึดอัดเกินไป หากต้องการฟังเพลงในระยะยาว สไตล์เสียงก็เอาอยู่ทุกแนว ไม่ว่าจะเป็น Hip-Hop ไปจนถึงร็อก นับว่าเป็นซับวูฟเฟอร์ที่น่าแนะนำอีกรุ่นนึงเลย
คลิปทดสอบเสียง
Conclusion – สรุป
Klipsch Reference Theater Pack ยังคงเป็นเซ็ตลำโพงที่ให้อรรถรสในการดูหนังได้เช่นเคย ด้วยข้อดีจากทวิตเตอร์แบบ Linear Travel Suspension ที่ทำงานเข้าคู่กันกับ Tractrix Horn ช่วยให้สามารถถ่ายทอดรายละเอียดออกมาได้อย่างสะอาดหมดจด มีความกระชับฉับไว ตอบสนองได้รวดเร็วอันเป็นคุณลักษณะพึงประสงค์ที่ลำโพงดูหนังจะต้องมี โดยเฉพาะยิ่งถอดหน้ากากออกก็จะยิ่งช่วยให้ความชัดเจนเพิ่มมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตามในความจัดจ้านหากนำมาฟังเพลงแนวเบาสบาย การสวมใส่หน้ากากกลับคืนไปดูจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการฟังเรื่อย ๆ ต่อเนื่องยาวนาน เพราะความแหลมคมของเสียงจะถูกปรับสมดุลย์ให้มีความกลมกล่อมไม่แผดกร้าวจนเกินไป

ด้วยคุณสมบัติทั้งหมดนี้ การปรับกลยุทธแยกจำหน่ายเฉพาะลำโพงหลักออกมาจากซับวูฟเฟอร์ที่เดิมเคยวางขายเป็นเซ็ต 5.1 เปลี่ยนเป็น 5.0 จะช่วยให้เราสามารถเอื้อมถึงลำโพงเล็กความสามารถล้ำชุดนี้ได้ง่ายขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้กับทางเลือกอื่นอย่างเช่นการจับคู่กับซับวูฟเฟอร์ที่คุณภาพไม่น้อยหน้าใครของแบรนด์ที่เพิ่งจะเปิดตัวออกมาอย่าง R-100SW ที่สามารถขับเบสมวลใหญ่ ให้แรงปะทะสูง ในราคาไม่แรงเลย เข้ากันได้ดูอย่างลงตัว ราวกับอยู่ในชุดเดียวกันแต่แรก
สำหรับห้องดูหนังขนาดเล็ก มีพื้นที่ไม่เยอะ ซิสเต็ม Klipsch Reference Theater Pack และซับวูฟเฟอร์ R-100SW เซ็ตนี้ สามารถตอบความต้องการและเติมเต็มประสบการณ์โฮมเธียเตอร์ได้เป็นอย่างดีแน่นอน
ข้อดี
– งานประกอบดูละเอียดเนี๊ยบ การออกแบบขั้วต่อสายลำโพงทำได้อย่างชาญฉลาด สามารถซ่อนได้สวยงามโดยที่ไม่ทิ้งความง่ายในการติดตั้ง
– น้ำเสียงกระชับ ตอบสนองรวดเร็ว ใช้ดูหนังสนุก หรือจะฟังเพลงก็ไม่น้อยหน้า
– ซับวูฟเฟอร์ให้เบสมวลใหญ่หนา สร้างอรรถรสรับชมได้อย่างเต็มอิ่ม
ข้อเสีย
– ตัวลำโพงมีขนาดค่อนข้างใหญ่หากเทียบกับลำโพงแซทเทิลไลท์ในซิสเต็มแบบ Home Theater Set ทั่วไป ฉะนั้นจึงต้องวางแผนการจัดวางให้ดี มิฉะนั้นอาจจะบังจอทีวีได้
– ในความจัดจ้านของเสียง หากใช้ฟังเพลงเรื่อย ๆ อาจจะรู้สึกตึงไป สามารถชดเชยได้ด้วยการใส่หน้ากากผ้าขณะฟัง
สนใจสินค้าติดต่อ
บริษัท โฮม ไฮ ไฟ จำกัด
สำนักงานใหญ่และศูนย์บริการ (ตรงข้ามสายใต้ใหม่):
284, 286 ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี
เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170
Tel. 02-448-5489, 448-5465-6 Fax. 02-408-8172
www.facebook.com/soundrepublic.th