รีวิว Lenovo Q24h-10 มอนิเตอร์ดีไซน์สวย ตอบโจทย์สายออฟฟิศและเล่นเกม!!

Lenovo ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่สร้างสรรค์และมีมุมมองในการออกแบบจอมอนิเตอร์ที่ออกมาดูโดดเด่น ซึ่งรุ่นก่อนอย่าง Q27q-10 ที่ทางเราได้รีวิวไปก่อนหน้า ถือว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีด้วยรูปร่างของตัวจอไม่เหมือนใคร
ในปีนี้ทาง Lenovo เลยส่งรุ่นใหม่ไซส์เล็กออกมาคือ Q24h-10 บอกเลยว่าอัปเกรดให้ครอบคลุมการใช้งานมากขึ้นด้วย จะมีจุดไหนที่เพิ่มมาบ้างดูได้ในรีวิวนี้เลยครับ
สเปคเบื้องต้น Lenovo Q24h-10
- หน้าจอขนาด 23.8”
- ความละเอียด QHD (2560 x 1440)
- พาแนล IPS
- Refresh Rate 75 Hz
- รองรับ AMD FreeSync
- ลำโพง Stereo 2 x 3 Watt
- ราคา 10,390 บาท
Design – การออกแบบ
ดีไซน์ของรุ่น Q24h-10 นั้นได้รับการถอดแบบมาจาก Q27q-10 รุ่นก่อนหน้านี้ อย่างจุดเด่นของจอที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้หลากหลายและดูไม่จำเจ ตัวจอมีขนาดอยู่ที่ 23.8” โดยจะเน้นที่ความบาง หน้าจอที่ไร้ขอบ พร้อมขาตั้งทรงคล้ายตัว L ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับตัวมอนิเตอร์เวลาตั้งบนโต๊ะทำงานแล้วดูลงตัวไม่น้อย
ดีไซน์ขาตั้งที่เป็นทรงตัวคล้ายตัว L ทำให้ตัวจอเหมือนลอยอยู่บนอากาศ การใช้ตัวฐานตั้งเป็นสี่เหลี่ยมสีเงินอยู่ตรงกลางก็ช่วยประหยัดพื้นที่บนโต๊ะทำงานของเราได้เยอะเลย
พื้นที่ของฐานวางสามารถเอาเมาส์คีย์บอร์ดมาเก็บได้เวลาไม่ได้ใช้งาน
ขอบจอทั้งสามด้านมีความบางและแทบจะไร้ขอบ เวลาใช้งานจะรู้สึกถึงภาพบนจอที่กว้างขึ้นไม่มีขอบมาบดบัง
ปุ่มใช้งานต่างๆ เป็นแบบกดมีสัญลักษณ์บอกชัดเจน ใช้งานง่าย
ด้านหลังตัวจอออกแบบมาเรียบง่าย มีโลโก้ Lenovo สีเงินอยู่ตรงมุมด้านซ้ายตัดกับแผ่นหลังที่เป็นสีดำ ดูลงตัวไปอีกแบบ
Connectivity – ช่องต่อ
พอร์ตช่องต่อในปีนี้ถือว่าให้มาครบครันมากกว่ารุ่นก่อนทั้ง USB Type-C ที่เอาไว้ต่อภาพขึ้นจอหรือชาร์จไฟ รวมถึง USB Type-A ที่เอาไว้ต่อเมาส์และคีย์บอร์ดที่ตัวจอในรุ่นนี้ก็มีให้แล้วเช่นกัน

พอร์ตเชื่อมต่อทั้งหมดของ Lenovo Q24h-10
| HDMI™ In | 1 ช่อง |
| Display Port | 1 ช่อง |
| USB Type-A | 2 ช่อง |
| USB Type-C | 1 ช่อง |
| Audio/Headphone Out 3.5 mm | 1 ช่อง |
Picture – ภาพ
ความละเอียดภาพของ Lenovo Q24h-10 อยู่ที่ QHD (2560×1440) หรือความละเอียด 2K ที่หลายๆ คนคุ้นเคย พาแนลหน้าจอถูกใช้เป็น IPS (In-Plane Switching) แบบ Anti-Gare (จอแบบด้าน) ช่วยเพิ่มคอนทราสต์ภาพ และลดแสงท้อนในการใช้จอได้ดีประมาณนึงเลย เวลาทำงานหรือเล่นเกม

ถึงแม้ตัวจอจะถูกออกแบบมาให้เน้นใช้งานไปทางด้านทำงานเสียส่วนมาก แต่หากนำไปเล่นเกมก็ถือว่ายังใช้งานได้ดีกว่าจอทั่วไปประมาณนึงเลยเพราะจอรุ่นนี้มีค่า Refresh Rate อยู่ที่ 75Hz ช่วยเพิ่มความลื่นไหลให้มากว่าแบบ 60Hz ขึ้นมาอีกนิด ช่วยให้เราเห็นภาพลื่นตามากขึ้น

ภาพที่ได้จาก Lenovo Q24h-10 ตั้งแต่แกะกล่องออกมาถือว่ามีสมดุลสีที่ดีตั้งแต่ต้น ถึงแม้ตัวจอจะแสดงผลได้เพียงแบบ SDR แต่ภาพที่ได้นั้นยังดูสดอิ่มและถ่ายทอดรายละเอียดออกมาได้อย่างชัดเจน

โหมดภาพจากโรงงานที่แนะนำคือ Standard ถือว่าเป็นโหมดที่ให้ภาพที่มีค่าใกล้เคียงกับมาตรฐานที่สุด มีโทนภาพอยู่ในระดับสมดุลตั้งแต่ต้น ภาพไม่ติดโทนฟ้า ดูเป็นธรรมชาติ
เมื่อลองใช้เครื่องมือวัดค่าดูพบว่ามีค่า DeltaE (Color Space) ต่ำถึง 2.6 และตัวจอยังทำความสว่างสูงสุดได้ที่ประมาณ 288 nits หากเทียบกับมอนิเตอร์สายทำงานถือว่าผลได้ที่ออกมาน่าพอใจไม่น้อย
ส่วนผลได้ที่หลังทางทีมงานทำการปรับภาพดู พบว่าค่าความเที่ยงตรงของขอบเขตสีออกมาดีขึ้น โดยมีค่า DeltaE (Color Space) เหลือเพียง 1.3 เท่านั้น และมีขอบเขตสีสูงสุดอยู่ที่ 99.9% ของมาตรฐาน sRGB ส่งผลให้ใช้งานในด้านกราฟิก ดูหนัง หรือเล่นเกมถือว่าทำได้อย่างครอบคลุม

หากใครต้องการใช้งานหน้าจอในห้องมืดหรือต้องการถนอมสายตาเวลาใช้งานหน้าจอเป็นเวลานานๆ ตัวจอก็มีฟีเจอร์ Low Blue Light ที่ได้รับ TÜV Rheinland Eye Comfort Certified มาให้ใช้งาน ซึ่งผลที่ได้จากการเปิดใช้งานถือว่าออกมาน่าพอใจ โดยปกติฟีเจอร์ลดแสงสีฟ้าแบบนี้หากเป็นมอนิเตอร์ทั่วไปภาพจะติดโทนเหลืองจนเกินไป
ผ่านมาตรฐาน TÜV Rheinland Eye Comfort Certified
ภาพดูสบายตาขึ้น ไม่กระทบต่อการใช้งานด้านต่างๆ
ส่วนด้านงานออฟฟิศ งานเอกสารถือว่าใช้งานได้ดีตัวอักษรต่างๆ คมชัด ไม่เบลอ
สำหรับการใช้ในการเล่นเกมตัวจอมีค่า Input Lag อยู่ 8.6 ms ถือว่าใช้เล่นเกมได้ค่อนข้างดีเลย ไม่มีอาการหน่วงต่อการใช้งานเมาส์และคีย์บอร์ด ถึงแม้จะไม่ใช่จอมอนิเตอร์แบบเกมมิ่งก็ตาม
นอกจากนี้ตัวจอยังรองรับฟีเจอร์ AMD FreeSync ที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาเวลาเล่นเกมแล้วภาพขาดหรือเฟรมเรตเกิน
ส่วนใครเจอปัญหาภาพเหลื่อมหรือเป็นวุ้นเวลาใช้งาน ผมแนะนำในลองตั้งค่าฟีเจอร์ Overdrive อยู่ในระดับ Off หรือ Normal จะช่วยแก้ปัญหาที่พบเจอได้ครับ
Sound – เสียง
เห็น Lenovo Q24h-10 หน้าตาดูเพรียวบางแบบนี้ แต่เขาก็ไม่ได้ตัดทอนการใช้งานด้านอื่นๆ ออกไป เพราะตัวจอนั้นติดตั้งลำโพง Stereo 2 x 3 Watt มาในตัว คุณภาพเสียงที่ถือว่าใช้งานเบื้องต้นได้ดี สำหรับการดูหนังหรือซีรีส์ รวมถึงฟังเพลงก็ยังทำได้แบบพื้นฐาน รายละเอียดเสียงอาจไม่ดีเท่ากับลำโพงตั้งโต๊ะแบบแยก แต่ถ้าหาไม่อยากอัปเกรดลำโพงให้รกโต๊ะทำงานส่วนตัวแล้วผมถือว่าใช้งานได้เลยครับ

Conclusion – สรุป
สำหรับ Lenovo Q24h-10 ถือเป็นอีกหนึ่งมอนิเตอร์ที่มีดีไซน์ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ไม่เพียงแค่หน้าตาเท่านั้น แต่คุณภาพและการใช้งานถือว่าให้มาครบสำหรับการใช้งานที่ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์การถนอมสายตา ฟีเจอร์ลดการฉีกขาดของภาพเวลาเล่นเกม รวมถึงมาตรฐานการปรับจูนสีตั้งแต่โรงงานที่ทำออกมาได้ดี ใครที่ต้องการมอนิเตอร์ที่ไม่เหมือนใครและใช้งานได้หลากหลาย ผมเชื่อว่า Lenovo Q24h-10 ตัวนี้จะต้องเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของทุกคนแน่นอนครับ
ข้อดีของ Lenovo Q24h-10
- รองรับความละเอียดภาพที่ 2K ปรับจูนสีใกล้เคียงมาตรฐานมาตั้งแต่โรงงาน
- รองรับ Refresh Rate 75 Hz มีฟีเจอร์ AMD FreeSync
- ดีไซน์มีเอกลักษณ์ ออกแบบมาให้ใช้งานได้ทุกการใช้งาน
- ฟีเจอร์ลดแสงสีฟ้าของจอสามารถใช้งานได้จริง
- พอร์ตการเชื่อมต่อรองรับอนาคต
ข้อสังเกตของ Lenovo Q24h-10
- ตัวจอไม่สามารถแสดงผลภาพ HDR
- การปรับแต่งตัวจอได้แค่ ก้ม – เงย เท่านั้น