รีวิว LG SJ9 Dolby Atmos Soundbar ขยับขั้นการฟัง เปิดมิติเสียงด้านสูง รองรับสตรีมมิ่ง Hi-Res
5.1.2 ch High Resolution Audio Sound Bar with Dolby Atmos

ราคา 39,990 บาท 29,990 บาท
นับว่าเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นที่จะทดสอบมาก หากใครที่ได้ติดตาม HOMETHEATERTHAILAND มาพอสมควร คงจะเห็นแล้วว่าซาวด์บาร์ที่ทีมงานเคยรีวิวกัน ต่างก็มีความสามารถหลากหลาย มีฟีเจอร์ลูกเล่นให้ได้ ว้าว! เพียบ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของการรีวิวซาวด์บาร์ที่รองรับระบบเสียงทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน ระบบเสียงเซอร์ราวด์ด้านสูง Dolby Atmos นั่นเอง
อย่างที่รู้กัน ปัจจัยหลักของการออกแบบซาวด์บาร์ ก็เพื่อสร้างเสียงที่มีมิติและความไพเราะในการฟังมากกว่าเสียงจากทีวี มีดีไซน์กะทัดรัด ตอบรับเข้ากับทีวีหรือพื้นที่ติดตั้ง ทั้งยังอัดฟีเจอร์การใช้งานทันสมัย อย่างที่ชุดลำโพงบางชุดอาจให้ไม่ได้ ซึ่งลำโพงซาวด์บาร์ที่จะรีวิวกันนั้น เป็นซาวด์บาร์รุ่นสูงสุดประจำปี 2017 และยังเป็นรุ่นแรกของ LG ที่รองรับ Dolby Atmos มีชื่อรุ่นว่า SJ9 จะตอบโจทย์การใช้งาน และให้ความคุ้มค่าได้มากน้อยแค่ไหน ทำความรู้จักและรับชมการทดสอบไปพร้อมๆ กันเลย
Design – การออกแบบ
ปกติแล้ว ซาวด์บาร์ส่วนใหญ่ของ LG จะมีรูปทรงเพรียวบางเป็นส่วนมาก มาในรุ่นนี้ค่อนข้างแปลกตาไปอยู่บ้าง เพราะมีขนาดค่อนข้างหนาใหญ่ ขนาดยาวถึง 47.24 นิ้ว ความหนา 5.71 นิ้ว และความสูงเพียง 2.28 นิ้ว เหมาะที่จะติดตั้งกับทีวีขนาด 55 นิ้วขึ้นไป ส่วนน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 5.6 กก. ดีไซน์ขอบโค้งมน ไร้เหลี่ยม ไม่แข็งทื่อ

ขอบโค้งมน เรียบหรูดูมีระดับ ขนาดตัวค่อนข้างหนากว่าทั่วไป

มีจอแสดงผล LCD อยู่ด้านหน้า
ตัวซาวด์บาร์เป็นพลาสติกผิวด้าน มีความแข็งแรงสูง ด้านขอบเป็นตะแกรง ส่วนฐานคั่นด้วยขอบอะลูมิเนียมเมทัลลิกสีเงิน เห็นครั้งแรกหลายท่านอาจดูคุ้นตา เพราะดีไซน์คล้ายกับฐานของ LG OLED TV อย่างรุ่น E7T เพิ่มความเรียบหรู ดูไม่จืดชืด ภายในตัวเครื่องบรรจุดอกลำโพงมิด/เบสและทวีตเตอร์โดม 20 มม. เอาไว้ ให้กำลังขับดอกละ 43W (รวมถึงดอกลำโพง Atmos)

ลำโพง Dolby Atmos จุดที่เป็นไฮไลต์ของรุ่นนี้
ดอกลำโพง Atmos สำหรับยิงเสียงมุมสูงสู่เพดาน ให้ตกสะท้อนมายังตำแหน่งนั่งฟัง จะฝังอยู่ด้านบนซาวด์บาร์ ติดตั้งในรูปแบบแหงนเฉียง ครอบด้วยตะแกรงอะลูมิเนียมแข็งแรง อยู่บริเวณปลายซาวด์บาร์ทั้ง 2 ฝั่ง ราบเรียบไปกับตัวเครื่อง เสียงจะเป็นอย่างไร ให้มิติเสียงด้านสูงได้แบบเนื้อๆ หรือไม่ อดใจรอชมในส่วนการทดสอบถัดไป

ช่องลำโพง Atmos ราบเรียบกับตัวเครื่อง
บริเวณด้านหลังทางฝั่งขวาของตัวเครื่อง จะมีปุ่มคำสั่งเรียงรายอยู่ มีสัญลักษณ์บ่งบอกการใช้งานชัดเจน ประกอบด้วยปุ่มคำสั่งดังนี้ ปุ่มปิด/เปิดเครื่อง, ปุ่ม Fสำหรับสลับช่องต่อ Input ต่างๆ, ปุ่มเพิ่ม/ลดระดับความดัง, ปุ่มเปิดสัญญาณ Wi-Fi และสุดท้ายเป็นปุ่มสำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์หรือลำโพงอื่นๆ ที่รองรับ Music Flow เช่น การเพิ่มลำโพงเซอร์ราวด์ไร้สาย เป็นต้น

มีสัญลักษณ์บอกทั้งด้านบนตัวเครื่อง และบนปุ่มแต่ละปุ่ม
ด้านช่องต่อก็อยู่ทางด้านหลังตัวเครื่องเช่นกัน ตรงโซนช่องต่อนี้ถูกออกแบบให้เว้าลึกเข้าไปด้านใน ทำให้ยากต่อการเสียบเชื่อมต่อสายสัญญาณเล็กน้อย มีช่องต่อ Ethernet, AUX 3.5 มม., Optical, HDMI In และ HDMI Out ซึ่ง HDMI รองรับ 4K HDR Pass-through เป็นสื่อกลางระหว่างทีวีและเครื่องเล่น ส่งสัญญาณภาพ 4K HDR ได้อย่างไม่มีปัญหา

ช่องต่อรองรับ 4K HDR Pass-through และเอ๊าท์พุตเป็น ARC ด้วย
SJ9 ไม่ได้มาแค่ซาวด์บาร์เครื่องเดียว ยังมีซับวูฟเฟอร์ทรงคล้ายลูกบาศก์ความสูงประมาณ 13 นิ้ว ความยาวแต่ละด้านอยู่ที่ 11.65 นิ้ว มีน้ำหนักประมาณ 7 กก. ตัวตู้ออกแบบเป็น Reflex Bass ใช้ดอกลำโพงขนาด 6.5 นิ้ว ให้กำลังขับมากถึง 200W รอบด้านลำโพงหุ้มด้วยผ้า ฐานลำโพงยกลอยขึ้นมาเล็กน้อยด้วยยางกันสะเทือน

ทรงลูกบาศก์สีดำ ขนาดกำลังพอดี ไม่กินพื้นที่ติดตั้ง

ช่องคายเสียงจะอยู่ทางด้านหลังนี้!
แม้หน้าตาตัวเครื่องจะเปลี่ยนไป แต่รีโมทของซาวด์บาร์นั้น แทบจะไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ยังคงหน้าตาเอาไว้แบบเดิม มีขนาดเล็ก แยกปุ่มออกมาให้ใช้งานได้ง่าย ปุ่มคำสั่งต่างๆ ประกอบด้วย ปุ่มปิด/เปิดเครื่อง, ปุ่ม F ไว้สลับการใช้งานตาม Input, ปุ่ม Sound Effect เลือกโหมดเสียงให้คอนเท็นต์รับชม, ปุ่มปิด/เพิ่ม/ลดระดับความดัง, ปุ่ม EQ ใช้ปรับแต่งย่านเสียงต่างๆและซับวูฟเฟอร์ และปุ่มสำหรับเล่นเพลง
ปุ่มคำสั่งยังไม่หมด เรียกว่าซอยออกมาให้ได้ใช้งานกันอย่างสะดวกเลย ปุ่มคำสั่งด้านล่างจะมีปุ่ม Info เช็คสถานะการใช้งาน, ปุ่ม Repeat หากต้องการเล่นซ้ำ, ปุ่ม Auto Volume ปรับระดับความดังระหว่างฟังโดยอัตโนมัติ, ปุ่ม AV Sync สำหรับปรับลดความเหลื่อมของภาพและเสียง, ปุ่ม Sleep ตั้งเวลาปิดเครื่อง และปุ่ม Auto Power ปิด/เปิดเครื่องโดยอัตโนมัติ เมื่อไม่มีการใช้งาน

รีโมทใช้งานควบคุมเครื่องเล่นที่เชื่อมต่ออยู่ได้ด้วย
Features – ลูกเล่น
นอกจากการรองรับระบบเสียง Dolby Atmos ที่เป็นฟีเจอร์หลักของ SJ9 ลูกเล่นที่ทาง LG ชูเด่นขึ้นมาคงหนีไม่พ้น Music Flow ที่จะมาตอบโจทย์การฟังเพลงหลากหลายรูปแบบ ผ่านการใช้งานบนสมาร์ทโฟนด้วยแอพพลิเคชั่น Music Flow Player สามารถฟังเพลงจากบริการสตรีมมิ่งที่หลากหลาย รวมถึงการใช้งานแบบ Multi-room หรือจับคู่กับลำโพงเซอร์ราวด์ที่รองรับฟีเจอร์นี้ด้วยการเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Wi-Fi

สังเกตที่ป้ายบอกฟีเจอร์ให้ดีๆ มีอะไรน่าสนใจมาเพียบเลย
โดยผู้ใช้งานต้องดาวน์โหลดแอพฯ ดังกล่าวลงสมาร์ทโฟน จากนั้นเปิดการใช้งาน Wi-Fi ที่ซาวด์บาร์ ให้เชื่อมต่อ Wi-Fi Direct ระหว่างสมาร์ทโฟนกับ SJ9แล้วเข้าไปที่แอพฯ Music Flow ตัวแอพฯ จะให้ทั้งสมาร์ทโฟนและซาวด์บาร์เชื่อมต่อไปยังเครือข่าย Wi-Fi ภายในบ้าน เมื่อเชื่อมต่อเรียบร้อยก็ไปเพลิดเพลินกับการฟังได้เลย

เมื่อเชื่อมต่อสำเร็จ ตัวแอพฯ จะบังคับให้อัพเดทเฟิร์มแวร์เป็นอันดับแรก
แอพฯ นี้ช่วยให้สตรีมมิ่งเพลงผ่านช่องทางมากมาย เช่น บริการสตรีมมิ่ง (TuneIn, Deezer หรือ NPR One), การเล่นไฟล์จากสมาร์ทโฟน, เล่นไฟล์ผ่าน Media Server และการใช้งาน Chromecast ซึ่งอย่างหลังสุดนี้แหละ คือไฮไลต์เด็ด เพิ่มความน่าสนใจและความหลากหลายของบริการขึ้นอีกเท่าตัว นอกเหนือจากที่ Music Flow รองรับ ไม่ว่าจะเป็น Google Play Music, iHeart Radio, Pandora และ Spotify แม้แต่คอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุคก็สามารถแคสต์เสียงจากเบราเซอร์ Google Chrome มายังซาวด์บาร์ได้

เทียบแอพฯ ใช้งานกับรุ่นอื่นๆ แล้ว SJ9 ถือว่ารองรับการใช้งานได้หลากหลายมาก
ความดีงามของ Music Flow ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ หากต้องการเพิ่มความเซอร์ราวด์ให้เต็มระบบมากยิ่งขึ้น สามารถเพิ่มเติมลำโพงเซอร์ราวด์ที่รองรับ เชื่อมต่อกันผ่านแอพฯ เซ็ตอัพระบบ 5.1-Channel ปรับเลือกใช้งานตามความพึงพอใจ ซึ่งผู้ใช้งานยังสามารถปรับแต่งและตั้งค่าการใช้งานของซาวด์บาร์ได้ที่แอพฯ นี้เช่นกัน

นี่แค่คร่าวๆ มีให้เลือกปรับตั้งค่าอีกมากมาย
ฟีเจอร์น่าสนใจไม่ได้มีแค่แอพฯ ฟีเจอร์ถัดมาการรองรับไฟล์เพลงความละเอียดสูงหรือ Hi-Res ที่ความละเอียด 24-Bit/192kHz สนองความอยากนักฟังหูทองได้แบบสบายๆ ซึ่ง SJ9 นั้นสามารถ Up-scaling หรือเสริมความละเอียดให้กับไฟล์ความละเอียดต่ำอย่าง MP3 ให้สูงขึ้นใกล้เคียงกับ Hi-Res ได้ คล้ายกับทีวีที่สามารถ Up-scaling จาก Full HD เป็น 4K นั่นเอง

ทีวียังมีอัพสเกล ทำไมซาวด์บาร์จะมีบ้างไม่ได้!?
Sound – เสียง
ก่อนทดสอบความสามารถของระบบเสียง Dolby Atmos ขอทำความรู้จัก ค้นหาแนวเสียงของเจ้า LG SJ9 ว่าเป็นอย่างไร เกริ่นความสามารถของแอพฯ Music Flow Player ถ้าไม่เล่นผ่านแอพฯ นี้เห็นทีคงไม่ได้ หน้าการใช้งานของแอพฯ เข้าใจง่าย ใช้งานไม่ยาก เริ่มทดสอบด้วยการสตรีมมิ่งผ่าน Deezer แม้จะไม่ใช่การเล่นเพลงผ่านแอพฯ ต้นฉบับโดยตรง ผู้ใช้งานสามารถสร้างรายการและเลือกเพลงได้เหมือนๆ กัน

มองจากมุมด้านหลัง ก็ยังให้ความสวยงามชวนสัมผัส
อัลบั้มที่จะใช้อ้างอิงทดสอบคือ One More Light จาก Linkin Park มีความโดดเด่นในเรื่องเสียงร้องของ Chester Bennington ผสานกับดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ป็อปมากรายละเอียด ซึ่ง SJ9 ตอบสนองการฟังได้เยี่ยมกว่าที่คิดไว้แต่แรก ให้เสียงร้องอิ่มฉ่ำ แต่ไม่ติดหนา เก็บรายละเอียดเรื่องปลายเสียงร้องที่มีความแผดเล็กน้อยตามสไตล์ Chester ได้อย่างเข้าถึงอารมณ์ ไม่ห้วนแข็งจนจืดชืด เช่นเพลงที่ชื่อเดียวกับอัลบั้ม ช่วงท่อนฮุคได้น้ำหนักเสียงที่ชัดถ้อยชัดคำ เสียงลมหายใจไม่แห้งเหือด ชวนให้อินกับบทเพลงจริงๆ
ไม่ใช่แค่เสียงกลางที่โดดเด่น ดุลย์เสียงย่านอื่นๆ ก็มีความกลมกล่อมลงตัว อย่างซับวูฟเฟอร์ให้เบสคมชัดเป็นลูกๆ ไม่อูมบวม หรือจะย่านแหลมก็เป็นประกายกลม ไม่จัดจ้านเสียดหู ซึ่งลำโพง Atmos ด้านบนซาวด์บาร์นั้น มีส่วนช่วยในการสร้างสมดุลย์ และความโปร่งในการฟังเป็นอย่างมาก ไม่ได้อัดมาจากตำแหน่งเดียว หรือกองอยู่เฉพาะที่ซาวด์บาร์ เวทีเสียงที่ได้มีความกว้าง สัมผัสถึงความลึกตื้นของเสียง เห็นความต่างชัดเจนจากซาวด์บาร์ 2-Channel ทั่วไป
ที่ต้องชมอีกหนึ่งอย่างคือความสามารถในการรับส่งสัญญาณ Wi-Fi มีความเสถียรมั่นคง ไม่มีอาการกระตุกหรือผิดเพี้ยน ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่ง เลือกโหมดเสียงได้อย่างอิสระ ซึ่งโหมด Bass Blast เป็นโหมดเสียงที่แนะนำสำหรับฟังเพลง สร้างความอิ่มเอิบ ให้ไดนามิกที่ดี มีน้ำหนักและมิติได้มากกว่าโหมดอื่นๆ ไม่ได้เพิ่มเสียงเบสให้หนาเว่อร์เหมือนอยู่ในลานรถบั๊มพ์แต่อย่างใด

LG SJ9 ยังบิลต์อิน Google Cast สามารถแคสต์เสียงจากอุปกรณ์หรือแอพฯ ต่างที่รองรับ มายังซาวด์บาร์ เช่น Deezer ที่สามารถแคสต์ผ่านแอพฯ ต้นฉบับได้โดยตรง ไม่ต้องผ่าน Music Flow Player หรือการแคสต์จากเบราเซอร์ Google Chrome บนเครื่องคอมพิวเตอร์
ฟังสตรีมมิ่งไปแล้ว มาต่อด้วยภาพยนตร์เพื่อทดสอบความสามารถของมิติเสียงด้านสูง LG SJ9 นั้นไม่สามารถปรับแต่งคาลิเบรทเสียงตามระยะการนั่งฟังได้ จึงแนะนำให้พื้นที่การติดตั้งและขนาดของห้อง มีความสัมพันธ์กับซาวด์บาร์ ถึงจะได้ประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ควรมีอะไรบดบังทิศทางการยิงเสียงของลำโพงAtmos ระยะการนั่งฟังที่ดีที่สุดควรอยู่ที่ประมาณ 1.5 – 2 ม.
โดยภาพยนตร์ที่ทดสอบเป็นแผ่น UHD Blu-ray ระบบเสียง Dolby Atmos ทั้งหมด เพราะ SJ9 ไม่สามารถถอดรหัสเสียง DTS:X ได้ หลังรับชมไปหลายเรื่อง ยังขอยืนยันว่า SJ9 ไม่ได้เป็นแค่ซาวด์บาร์รุ่นท็อปสุด แต่ยังเป็นซาวด์บาร์ที่ดีที่สุดของ LG ลำโพง Atmos ที่บิลต์อินมา สามารถให้มิติเสียงได้สูงจริงๆ ไม่ใช่ไม้ประดับให้รู้สึกเสียดายที่ซื้อมา (แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นกับพื้นที่ติดตั้งด้วย)

แผ่นอ้างอิงการทดสอบระบบเสียง Dolby Atmos จาก Dolby แท้ๆ เอง เราก็เอามาทดสอบ!
ขอยกตัวอย่างจากเรื่อง Deep Water Horizon ฉากที่แท่นขุดเจาะน้ำมันกำลังจะถล่ม ซาวด์บาร์และซับวูฟเฟอร์ประสานงานกันได้ดี ให้ความคึกโครมสั่นสะเทือน เสียงแผดฉวัดเฉวียนตามจังหวะไฟที่กำลังลุดท่วมได้อย่างคล่องแคล่ว ซึ่งลำโพง Atmos ก็เติมเต็มอารมณ์ความสนุกได้เยอะ และยังช่วยให้เต็มอิ่มได้มากกว่าการฟังระนาบเดียวแบบซาวด์บาร์ทั่วไป เสียง SJ9 ที่ได้ออกมาเป็นรูปแบบ 5.1.2 Channel ซึ่งในการใช้งานรับชมภาพยนตร์ จะไม่สามารถปรับโหมดเสียงใดๆ จะให้เสียงตามที่ถอดออกมา โดยรวมมีสมดุลย์ที่ดี ไม่จำเป็นต้องปรับอะไรเพิ่มนัก

ฉากจากภาพยนตร์ Warcraft ในซีนรบสู้ระหว่างมนุษย์กับออร์ค ให้ความคึกคักโรมรัน ลำโพง Atmos แสดงผลเต็มที่ ขับเสียงฟ้าผ่าและธนูจากมุมสูง คลอเคลียรุกเร้ามาเป็นระยะๆ
การรับชมคอนเสิร์ตก็เช่นกัน แผ่นคอนเสิร์ต Blu-ray ช่วงหลังๆ มานี้จะบันทึกมาในฟอร์แมต Dolby Atmos เช่นคอนเสิร์ตของวง Imagine Dragons ที่ใช้ทดสอบ ซึ่ง LG SJ9 มีความโปร่งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว บวกความสามารถการทำเสียงด้านสูง ยิ่งเปิดมิติ โดยเฉพาะเสียงก้อง เสียงปรบมือ ให้ความสมจริงเปิดกว้าง ในการฟังราวกับอยู่ในฮอลล์คอนเสิร์ต เอาอยู่ทุกการฟัง ลบอคติก่อนฟังได้หมดจด

อยากให้เพ่งไปที่จอแสดงผล เห็นกันไหมว่ากำลังให้เสียงระบบอะไร?
Conclusion – สรุป
ต้องบอกเลยว่า SJ9 นี้ มีพัฒนาการด้านเสียงจากรุ่นก่อนๆ ชนิดก้าวกระโดด เคยสังเกตกันไหม เวลามีคนถามว่าเลือกซื้อซาวด์บาร์ยี่ห้ออะไรดี? คำตอบที่ได้ส่วนใหญ่เกือบ 100% จะเป็นแบรนด์เครื่องเสียงเต็มตัวไปเสียหมด น้อยคนที่จะให้ความสนใจซาวด์บาร์ที่มาจากแบรนด์ทีวี ซึ่ง LG SJ9 นี้แหละ ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ จนหลายท่านต้องหันมาให้ความสนใจ
สรุปภาพรวมของ LG SJ9 นี่ไม่ได้เป็นแค่ซาวด์บาร์รุ่นท็อปสุด แต่ยังเป็นซาวด์บาร์ที่ดีที่สุดของ LG ด้วยความสามารถอันมากล้น ให้อรรถรสการรับชมภาพยนตร์ได้อย่างเต็มอิ่มจุใจ เปิดมิติมากขึ้นกว่าซาวด์บาร์ทั่วไปทำได้ หรือกระทั่งฟังเพลงก็ให้สมดุลเสียงที่ดีในทุกๆ ย่าน ฟังสบายลื่นหู ครอบคลุมทุกสไตล์การฟัง ฟีเจอร์ใช้งานแบบไร้สายก็ใช้งานได้จริง เชื่อมต่อเข้าถึงได้ไม่ยาก และรองรับหลากหลาย เลือกใช้งานสะดวก โดยเฉพาะการบิลต์อิน Chromecast ที่หลายแบรนด์และบริการต่างทยอยให้การรองรับมากขึ้น ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทั่วไปและมือใหม่ด้านเครื่องเสียง
แต่อยากจะแนะนำสักนิด ควรเช็คพื้นที่การติดตั้งและขนาดของห้องให้ดีว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ เพื่อให้ซาวด์บาร์ได้แสดงผล Dolby Atmos อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุดนั่นเอง ส่วนช่องต่อ HDMI จะเว้าลึกเข้าไปในตัวเครื่อง ทำให้ยากต่อการเสียบต่อสาย ควรพิจารณาเรื่องการจัดวางให้ดี
คลิปบันทึกเสียงจริงจาก LG SJ9
ข้อดีของ LG SJ9
1. ให้เสียง Dolby Atmos ได้อย่างน่าทึ่ง ให้การฟังที่เหนือกว่าซาวด์บาร์แบบเก่า
2. รองรับ Bluetooth และ Wi-Fi ใช้งานได้หลากหลายช่องทางการฟังเพลง
3. ให้สมดุลย์เสียงอย่างยอดเยี่ยม มีความกลมกล่อมลื่นหู
ข้อเสียของ LG SJ9
1. มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ควรเช็คพื้นที่ติดตั้งให้ดี
2. เพื่อแสดงประสิทธิภาพ Dolby Atmos ให้ดีที่สุด ขนาดห้องต้องสอดรับการใช้งาน
3. บริเวณช่องต่อ HDMI เว้าลึก ยากต่อการเสียบถอดสายสัญญาณบ่อยๆ