Skip to content
|

รีวิว Pioneer DVD Mini Compo รุ่น X-RSM410DVH ที่สุดของชุดซิสเต็มส์ที่ให้เสียงเบสได้อย่างหนักหน่วง

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 26 Jan 2022 0 comments

หลังจากที่ชุดเครื่องเล่นโฮมเธียเตอร์เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา คุณผู้อ่านหลายท่านอาจจะคงลืมสุดยอดชุดเครื่องเล่น Micro Component หรือ Mini Component ที่เมื่อก่อนเกือบแทบทุกๆ บ้านจะต้องมีติดไว้ฟังเพลงกันบ้างล่ะ ซึ่งเจ้าสุดยอดเครื่องเล่นที่ว่านี้ถือว่าเป็นเครื่องเล่นที่รองรับอารมณ์การใช้งานได้ครอบคลุมมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เล่น CD เพลง ใช้เล่นเพลงจากเทปคาสเซ็ท หรือแม้แต่เอาไว้เปิดนอนฟังเพลงชิวๆ ผ่านทางวิทยุ AM/FM เลยก็ว่าได้

ในริวีนี้จะพาคุณผู้อ่านทุกท่านกลับไปย้อนรำลึกความหลังด้วยชุดเครื่องเล่น DVD Mini Compo ที่ถูกนำกลับมาปรับปรุงรูปแบบและการใช้งานให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน ซึ่งผลิตภัณฑ์ชิ้นโบแดงตัวนี้ได้ถูกทาง Pioneer นำกลับมาใส่ลูกเล่นให้มีความน่าใช้งานมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยได้ใช้ชื่อรุ่นว่า “X-RSM410DVH” ความพิเศษของเครื่องเล่นชุดนี้คือจะมาพร้อมกับระบบเสียงสเตอริโอ 2.1 แชนแนล

Pioneer X-RSM410DVH (DVD Mini Component System)
ราคา 7,990 บาท

Pioneer X-RSM410DVH จะเป็นชุดเครื่องเล่น DVD Mini Compo ที่มาพร้อมกับการรองรับการต่อเล่นไฟล์เพลงผ่านทางพอร์ต USB และในเครื่องเดียวกันนี้เราจะไม่มีโอกาสได้เห็นช่องใส่ตลับเทปคาสเซ็ทอีกต่อไป เพราะว่ามันได้ถูกตัดทิ้งออกไปแล้วนั่นเอง ซึ่งจุดเด่นของ DVD Mini Compo รุ่นนี้เขาว่ากันว่าเบสแน่นและสามารถตอบสนองความการใช้งานได้เกือบครบทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้รับชมภาพยนตร์จากแผ่น DVD ใช้สำหรับร้องคาราโอเกะ และใช้สำหรับฟังเพลง นอกจากนี้แล้วตัวเครื่องเองก็ยังมาพร้อมกับดีไซน์ที่ทันสมัยอีกด้วยนะ

Design – การออกแบบ

หลังจากที่ได้เกริ่นถึงคุณสมบัติการใช้งานเบื้องต้นของ Pioneer DVD Mini Compo รุ่น X-RSM410DVH ที่ได้รับการใส่ลูกเล่นและการปรับโฉมของชุด DVD Mini Compo ให้มีความสดใหม่ทันยุคทันสมัยมากยิ่งขึ้นด้วยการเพิ่มความสามารถต่างๆ นานาเข้าไป อย่างเช่นส่วนของงานดีไซน์ที่เราจะได้ไปไล่ดูต่อจากนี้ก็ได้รับการปรุงแต่งให้มีความดุดัน หรือออกแนว Dance Club นิดๆ ส่วนรูปร่างหน้าตาโดยรวมจะเป็นยังไงนั้นไปรับชมกันเลยดีกว่า

ด้านหน้าของ Pioneer X-RSM410DVH ถ้าหากลองนึกภาพกลับไปในยุคสมัยก่อนเจ้า Mini Compo ส่วนใหญ่จะมีปุ่มกดฟังก์ชันต่างๆ มากมายเต็มไปหมด แต่สำหรับทศวรรษนี้แล้วจะไม่ได้เยอะเหมือนเดิมอีกต่อไป

เมื่อแกะกล่องของ Pioneer X-RSM410DVH เราพบว่ามันได้ถูกตัดส่วนที่เป็นช่องสำหรับใส่ “ตลับเทปคาสเซ็ท” ที่อยู่บนตัวของเครื่องเล่นออกไป ถ้าเป็นสมัยก่อนเราคงจะได้เห็นว่าอย่างน้อยจะต้องมีช่องสำหรับใส่เทปมาให้สัก 2 ช่องใช่ไหมล่ะ แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปเจ้าช่องที่ว่าจึงได้ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นช่องเสียบ USB แทน เพื่อให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้มากที่สุดนั่นเอง

โดยสิ่งที่พิเศษไปกว่าเดิมก็เห็นจะเป็นส่วนที่เป็นหัวใจหลักของการใช้งาน คือเรื่องของระบบเสียงที่มีการใส่ตู้ลำโพงซับวูฟเฟอร์เพิ่มเข้ามาอีกชิ้น จึงทำให้ DVD Mini Compo ชุดนี้สามารถถ่ายทอดเสียงออกมาได้ในระบบสเตอริโอ 2.1 แชนแนล ซึ่งจะช่วยให้สามารถเก็บรายละเอียดของเสียงในย่านความถี่ต่ำได้ดียิ่งขึ้นไปอีก

อันดับแรกเลยก็ต้องขอพาคุณผู้อ่านมารับชมกันที่ส่วนของตัวเครื่องเล่น Receiver ที่เป็นส่วนควบคุมหลักของการใช้งาน

ที่ด้านหน้าของ Pioneer X-RSM410DVH ถ้าใครเคยผ่านชุดเครื่องเล่น Mini Compo แบบสมัยก่อนมาแล้วอาจจะคุ้นๆ กับหน้าตาแบบนี้อยู่บ้าง ซึ่งเจ้าตัวนี้เองก็ยังคงเอกลักษณ์หน้าตาแบบเดิมอยู่พอสมควร โดยที่ด้านบนของเครื่งเล่นจะมีช่องสำหรับใส่แผ่น CD/DVD มาให้หนึ่งช่อง และบริเวณปุ่มกลมๆ อันใหญ่ๆ ที่อยู่ตรงกลางของด้านหน้าจะเป็นปุ่มสำหรับหมุนปรับ เพิ่ม/ลด ระดับความดังของเสียง

สำหรับตัวเครื่องเล่นจะมาพร้อมกับระบบแอมป์ในตัวที่สามารถให้กำลังขับได้สูงถึง 4,000 วัตต์เลยนะ ทั้งนี้ส่วนที่เป็นบอดี้ด้านหน้าทั้งหมดจะถูกขึ้นรูปมาจากพลาสติกสีดำเงางามแบบ Glossy ทั้งหมด แถมงานประกอบโดยรวมก็ทำออกมาได้เนียบมากๆ กดแล้วไม่รู้สึกก๊อบแก๊บแต่อย่างใด

หลังจากที่ไปดูด้านหน้าของตัวเครื่องกันไปแล้วทีนี้ต้องขอพาคุณผู้อ่านมาไล่ดูกันที่ปุ่มฟังก์ชันที่อยู่ทางด้านซ้ายมือของหน้าเครื่องกันต่อเลย

โดยที่ส่วนนี้จะประกอบไปด้วยปุ่มต่างๆ ดังนี้

  1. ปุ่ม Power สำหรับกดเพื่อ ปิด/เปิด ตัวเครื่องเล่น DVD Mini Compo
  2. ปุ่ม Next ใช้ในกรณีที่ต้องการเปลี่ยนไปเล่นเพลงถัดไป
  3. ปุ่ม Previous ใช้ในกรณีที่ต้องการกลับไปเล่นเพลงก่อนหน้า
  4. ปุ่ม X-BASS เป็นปุ่มฟังก์ชัน (ไฮไลท์) ใช้ในสำหรับเพิ่มระดับของเสียงเบสให้มีความหนักแน่นมากยิ่งขึ้น
  5. ปุ่ม DVD ใช้สำหรับในกรณีที่ต้องการเล่นแผ่น CD/DVD
  6. ปุ่ม USB ใช้ในกรณีที่ต้องการเล่นไฟล์ผ่านทางพอร์ต USB

ถัดมาที่อีกด้านที่เป็นฝั่งทางด้านขวามือจะเป็นส่วนที่อยู่ของปุ่มฟังก์ชันเช่นกัน

โดยปุ่มฟังก์ชันที่อยู่ทางด้านนี้จะประกอบด้วย

  1. ปุ่มสำหรับเปิดถาดใส่แผ่น CD/DVD
  2. ปุ่ม Tuner สำหรับใช้ฟังวิทยุ FM
  3. ปุ่ม Line In ใช้สำหรับเชื่อมต่อกับเครื่องเล่นภายนอก หรือ SmartPhone ผ่านทางพอร์ต RCA
  4. ปุ่มสำหรับ Play/Pause เพลง
  5. ปุ่ม Stop สำหรับหยุดเล่นเพลง
  6. ปุ่ม EQ (Equalizer) สำหรับเลือกโหมดเสียงสำเร็จรูป

ขยับลงมาที่ส่วนล่างของด้านหน้าตัวเครื่องจะพบว่าแปลกตาจากที่เราเคยเห็นมา ซึ่งจุดนี้ได้ถูกตัดช่องสำหรับใส่ตลับเทปออกไป โดยจะถูกแทนที่ด้วยช่องสำหรับเชื่อมหูฟัง พอร์ต USB ที่ใช้สำหรับเชื่อมต่อเพื่อเล่นไฟล์จากภาย และช่องสำหรับเสียบไมโครโฟน

หลังจากที่ได้ไปไล่ดูยังส่วนด้านหน้าของตัวเครื่องเล่นกันแล้วทีนี้ก็จะขอพาคุณผู้อ่านมาดูที่ด้านหลังกันบ้าง ซึ่งที่ด้านหลังจะมีการสกรีนรายละเอียดต่างๆ ที่เป็นภาษาอังกฤษเอาไว้

โดยพอร์ตช่องต่อต่างๆ ที่อยู่ทางด้านหลังของตัวเครื่องเล่นนั้นจะประกอบด้วย

  1. ช่องสำหรับเชื่อมต่อเข้ากับลำโพงซับวูฟเฟอร์ โดยที่จะเป็นพอร์ตเฉพาะของ Pioneer เท่านั้น
  2. ช่องสำหรับเชื่อมต่อเข้ากับลำโพงข้างขวา โดยที่จะเป็นพอร์ตเฉพาะของ Pioneer เท่านั้น
  3. ช่องสำหรับเชื่อมต่อเข้ากับลำโพงข้างซ้าย โดยที่จะเป็นพอร์ตเฉพาะของ Pioneer เท่านั้น
  4. พอร์ต HDMI จำนวน 1 พอร์ต
  5. พอร์ต RCA ของ Component Video Out จำนวน 1 ชุด
  6. พอร์ต RCA ของ Video Out จำนวน 1 ชุด
  7. พอร์ต RCA ของ Audio Line Out จำนวน 1 ชุด
  8. พอร์ต RCA ของ Audio Line In จำนวน 1 ชุด

มาถึงพระเอกของเราที่จะคอยถ่ายทอดพลังเสียงที่ถูกส่งออกมาจากตัวเครื่องเล่นกันต่อเลย

ซึ่งลำโพงทั้ง 2 ตัวด้านบนนี้จะเป็นลำโพงหลักที่ใช้ในการถ่ายทอดเสียงต่างๆ ออกมาให้เราได้รับฟังกัน สำหรับลำโพงหลักนั้นจะประกอบด้วยไดร์เวอร์วูฟเฟอร์และไดร์เวอร์ทวิตเตอร์ ซึ่งตัวของวูฟเฟอร์ที่ติดตั้งมาให้จะครอบคลุมการตอบสนองเสียงทั้งในย่านเสียงกลางค่อนสูงลงไปจนถึงเสียงในย่านความถี่ต่ำ แต่ในส่วนที่เป็นเสียงย่านเสียงสูงจริงๆ นั้นจะมีเจ้าทวิตเตอร์มาคอยเก็บรายละเอียดให้อีกครั้ง

ซูมกันแบบชัดๆ สำหรับตัวตู้ลำโพงหลักทั้ง 2 ข้างของเรา โดยตัววัสดุที่ใช้ในการขึ้นรูปไดร์เวอร์วูฟเฟอร์นั้นจะมีลักษณะเป็นใยสังเคราะห์และปิดขอบด้านข้างกรวยด้วยยางเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับดอกลำโพง ส่วนตัววัสดุของทวิตเตอร์จะมีลักษณะคล้ายๆ กับกระดาษสังเคราะห์

มาถึงอีกหนึ่งขุมพลังของ Pioneer X-RSM410DVH ชุดนี้นั่นก็คือตู้ซับวูฟเฟอร์แบบแยกอีกหนึ่งตู้ ซึ่งจะสังเกตเห็นว่าส่วนที่เป็นไดร์เวอร์วูฟเฟอร์จะมีขนาดใหญ่กว่าไดร์เวอร์ที่อยู่ในลำโพงหลักทั้ง 2 ข้างอยู่พอสมควร

จากบทบาทหน้าที่ของลำโพงแต่ละขนาดที่ใส่มาให้ภายในชุดนี้ จึงทำให้มีพละกำลังที่ค่อนข้างแตกต่างกันอยู่พอสมควร โดยที่ลำโพงคู่หลักจะมีกำลังขับอยู่ที่ข้างละ 80 วัตต์ (6oโอห์ม) ส่วนตัวของซับวูฟเฟอร์นั้นจะมีกำลังขับอยู่ที่ 150 วัตต์ (30 โอห์ม) ทั้งนี้ส่วนที่เป็นบอดี้ด้านหน้าของลำโพงจะถูกเล่นระดับด้วยทรงนูนและทรงเว้า ซึ่งตัววัสดุบริเวณด้านหน้าลำโพงจะถูกขึ้นรูปจากพลาสติกสีดำมันเงาทั้งหมด

ที่หน้าตาด้านหลังของตู้ลำโพงจะมีสติกเกอร์ติดบอกรายละเอียดของลำโพงแต่ละข้างเอาไว้

ถัดมาที่ด้านหลังของตู้ลำโพงที่ไม่ได้มีการเคลือบพื้นผิวด้วยแผ่นไวนิลสีดำเหมือนกับด้านอื่นๆ จึงทำให้เราเห็นได้ว่าวัสดุที่ใช้ทำตู้ลำโพงทั้งหมดนั้นจะทำมาจากไม้ปาติเกิล (ไม้ชนิดหนึ่งที่ถูกอัดขึ้นรูปจากเศษไม้เศษขี้เลื่อย) ที่มีความหนาแน่นของมวลไม้ในระดับหนึ่ง ส่วนที่เป็นสายลำโพงจะถูกติดตั้งมาแบบตายตัวไม่สามารถถอดเปลี่ยนได้นะ

รีโมทคอนโทรลที่ใส่มาให้ภายในชุดนี้จะรองรับการสั่งงานตัวเครื่องเล่นได้อย่างครบครัน โดยที่ไม่จำเป็นต้องเดินไปกดปุ่มฟังก์ชันที่หน้าตัวเครื่องเครื่องเล่นเลยแม้แต่น้อย

Sound – เสียง

คุณผู้อ่านหลายท่านพอเห็นเจ้า Pioneer X-RSM410DVH ต่างต้องฟังธงกันว่าเสียงมันจะต้องออกแนวตื๊ดๆ แว๊นๆ ตามรูปร่างหน้าตาและดีไซน์ของ DVD Mini Compo ชุดนี้กันอย่างแน่นอน ซึ่งก็แน่นอนว่าทาง Pioneer ก็ต้องการให้แนวเสียงนั้นออกมาสอดคล้องกับรูปลักษณ์อย่างแน่นอน แต่จะได้อรรถรสไปสุดถึงระดับไหนนั้นเดี๋ยวเราคงได้รู้กัน

มาดูกันที่หน้าเมนูของตัวเครื่องเล่นตัวนี้กันสักหน่อย

ซึ่งการจะต่อภาพจาก DVD Mini Compo ชุดนี้ไปออกยังหน้าจอเราสามารถเลือกต่อได้ 3 รูปแบบคือ ต่อผ่านทางพอร์ต Video ที่เป็นพอร์ต RCA (สีเหลือง), ต่อผ่านทางพอร์ต Component ที่เป็นพอร์ต RCA เช่นกัน และแบบสุดท้ายคือต่อผ่านทางพอร์ต HDMI ซึ่งจะรองรับการแสดงผลได้สูงสุดที่ 1080p กันเลยทีเดียว

สำหรับการเล่นเพลงจากแผ่นจะรองรับทั้งแผ่น CD และ DVD ทั้งนี้เจ้า Pioneer X-RSM410DVH ก็รองรับการใช้สำหรับรับชมภาพยนตร์ด้วย

ซึ่งการใช้งานในแง่ของการฟังเพลงกระผมได้ใช้เพลง “The Day You Went Away – M2M” เป็นตัวอ้างอิงหลักสำหรับการทดสอบนี้เนื่องด้วยตัวเครื่องนั้นมาพร้อมกับโหมดเสียงสำเร็จรูปทั้งหมด 6 โหมดด้วยกันคือ JAZZ, FLAT, ROCK, CLASSIC, POPS และ VOCAL โดยทั้งหมดนี้สามารถเลือกได้ที่ปุ่มฟังก์ชัน EQ (Equalizer) และยังไม่รวมฟังก์ชัน X-BASS ที่เราสามารถเพิ่มเสียงเบสให้กับแต่ละโหมดได้อีก

จากการทดลองฟังอยู่นานแสนนานสามารถสรุปแนวเสียงของแต่ละโหมดได้ดังนี้

1. JAZZ: จะให้ความรู้สึกในการฟังที่สว่างสดใส และมีแนวเสียงในย่านความถี่สูงๆ ที่ค่อนข้างเปิดแต่ก็ไม่ถึงกับเฟี้ยวฟ้าวจนรับฟังแล้วเกิดอาการล้าแต่อย่างใด ในส่วนของเสียงกลางที่เป็นเสียงร้องนั้นก็ให้รายละเอียดได้อย่างคมเข้มกำลังดีไม่ได้หนาจนเกินไป และส่วนที่เป็นเสียงย่านความถี่ต่ำหรือเบสก็มาเป็นลูกที่มีขนาดนุ่มกำลังดีฟังแล้วไม่อึดอัดมากนัก

2. FLAT: จะให้ความรู้สึกของเสียงกลางที่เป็นเสียงร้องค่อนข้างกระด่างเล็กน้อย ส่วนที่เป็นเสียงในย่านความถี่ต่ำจะดูเบาลงไปนิดหนึ่ง ถ้าหากเทียบกับโหมดเสียงแบบ JAZZ และตัวของเสียงสูงเองก็จะมีปลายทู่ลงมาพอสมควร

3. ROCK: จากที่ได้เทียบกับโหมดเสียงโหมดอื่นๆ แล้วพบว่าที่โหมดนี้จะให้เสียงเบสและเสียงในย่านความถี่ต่ำๆ ได้ลึกที่สุดแล้วเท่าที่จะทำได้ ซึ่งถ้าหากใครที่ชอบฟังเพลง Danc ให้สนุกที่สุดก็น่าจะต้องเลือกเป็นโหมดนี้

4. CLASSIC: สำหรับโหมดนี้ถ้าหากใครชอบฟังเพลงที่เน้นเสียงนักร้องเห็นเป็นต้องเลือกโหมดนี้ เพราะจากที่ได้ทดลองฟังพบว่าโหมด CLASSIC จะไปลดพลังของเสียงในย่านของความถี่ต่ำและสูงให้เบาบางขึ้น ทำให้เสียงของนักร้องที่จะแตะอยู่ในช่วงของเสียงกลางและเสียงสูงนั้นเด่นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งส่วนตัวกระผมแล้วรู้สึกว่าโหมดนี้มันจะดูทึบๆ ไปสักหน่อยนะ

5. POPS: ในโหมดนี้จะมีแนวเสียงค่อนข้างคล้ายๆ กับโหมด JAZZ แต่จะมีความเจือจางของเสียงในย่านความถี่สูงลงมาอีกเล็กน้อย จะเด่นในด้านของเสียงกลางและเสียงต่ำ ซึ่งถ้าหากใครชอบนุ่มๆ ไม่เฟี้ยวฟ้าวมากนักแนะนำเป็นโหมดนี้เลย

6. VOCAL: ที่โหมดนี้จะเน้นออกไปทางเสียงกลางและเสียงในย่านความถี่สูงเสียมากกว่า จะเหมาะกับเวลาที่เราเปิดวิทยุ FM ฟังข่าวอะไรประมาณนั้นเสียมากกว่า

ทั้งนี้จากโหมดเสียงทั้งหมด 6 โหมดที่กระผมได้อธิบายแนวเสียงกันไปแล้ว ถ้าหากใครต้องการเสียงเบสที่แน่นขึ้นมาอีกก็ต้องแนะนำฟังก์ชันนี้เลย ซึ่งมันก็คือฟังก์ชัน “X-BASS” โดยฟังก์ชันตัวนี้จะเป็นการไปเพิ่มระดับเสียงที่ตัวของลำโพงซับวูฟเฟอร์ให้มีระดับเสียงที่ดังขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง ทำให้การใช้งานมีความสนุกและรับรู้ได้ถึงพลังของเสียงเบสที่กระแทกมาเป็นลูกๆ ได้มากยิ่งขึ้น

ถ้าหากใครที่ชอบฟังเพลง Danc ที่ต้องการเน้นเสียงเบสให้ตื้นๆ แบบสุดๆ ไปเลยนั้นกระผมแนะนำให้เลือกโหมดเสียงเป็นโหมด ROCK และให้กดเปิดฟังก์ชัน X-BASS เข้าไปอีก ซึ่งจะทำให้ตัวของ Pioneer X-RSM410DVH นั้นสามารถถ่ายทอดพลังทั้งหมดที่มีอยู่ออกมาได้อย่างเต็มที่ๆ สุดเลยล่ะ

นอกจากการรับฟังเพลงผ่านทางแผ่น CD และ DVD แล้วเราเองก็ยังสามารถนำ USB Flash Drive มาเสียบใช้งานได้ด้วยนะ ซึ่งการรองรับไฟล์เพลงจะรองรับเฉพาะฟอร์แมตชนิด MP3 เท่านั้น ซึ่งก็น่าเสียดายตรงที่ไม่รองรับไฟล์ WAV และ FLAC เสียดายจริงๆ นะ “ถ้าหากทีมวิศวกรของ Pioneer ผ่านมาเห็นก็แอบอยากให้ปรับปรุงตรงจุดนี้หน่อยนะ”

ในขณะที่เล่นไฟล์เพลงผ่านทางพอร์ต USB ก็สามารถเปิดหน้าจอขึ้นมาใช้งานร่วมกันได้นะ ซึ่งมันจะมีประโยนช์เวลาที่เราใช้เลื่อนหาเพลงต่างๆ ในกรณีที่เราแยกเป็นโฟลเดอร์เอาไว้

นอกจากเจ้า DVD Mini Compo ชุดนี้จะสามารถใช้ฟังเพลงได้แล้วตัวของมันเองก็ยังรองรับการใช้เล่นไฟล์ภาพยนตร์จากแผ่น DVD ได้อีกด้วยนะ เรียกได้ว่าเครื่องเดียวครบครันจริง

สำหรับการใช้รับชมภาพยนตร์ด้วยระบบเสียงสเตอริโอ 2.1 แชนแนลกับลำโพงที่มาพร้อมกับกำลังขับที่ค่อนข้างจะเหลือเฟือก็สามารถให้อรรถรสในการรับชมไม่แพ้ลำโพง SoundBar เลยก็ว่าได้

ซึ่งจากที่กระผมได้ทดลองเปิดภาพยนตร์เรื่อง “Mad Max: Fury Road” ก็สามารถให้ผลการรับชมที่ดีโดยจุดที่เป็นฉากต่อสู้หรือฉากไล่ล่า ตัวของซับวูฟเฟอร์เองก็ให้บรรยากาศโอบล้อมและความสั่นสะท้านใกล้เคียงกับโรงภาพยนตร์เลยล่ะ ส่วนในแง่ของเสียงกลางที่เป็นเสียงสนทนาของตัวละครก็ให้ความคมชัดและมีความเอิบอิ่มของเนื้อเสียงกำลังดีเช่นกัน

Conclusion – สรุป

ข้อดีของ Pioneer X-RSM410DVH
1. ลำโพงภายในชุดมาพร้อมกับเสียงที่สมดุล และมีพลังเหลือล้น
2. ดีไซน์ทันสมัย ปุ่มฟังก์ชันต่างๆ ที่อยู่บนตัวเครื่องใช้งานได้ง่าย
3. มาพร้อมกับพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อที่สามารถเลือกใช้งานได้หลายรูปแบบ
4. รองรับการเล่นไฟล์จากภายนอกได้ผ่านทางพอร์ต USB ที่อยู่ทางด้านหน้าของตัวเครื่องเล่น

ข้อเสียของ Pioneer X-RSM410DVH
1. ไม่สามารถเล่นไฟล์จำพวก WAV และ FLAC ได้
2. ตัวเครื่องไม่รองรับการเชื่อมต่อเข้ากับ Smart Device ผ่านทาง Bluetooth
3. รองรับการเล่นแผ่นเฉพาะ CD และ DVD เท่านั้น ไม่สามารถเล่นแผ่น Blu-ray ได้

Pioneer X-RSM410DVH เป็นเครื่องเล่น DVD Mini Compo อีกหนึ่งชุดที่สามารถตอบสนองการใช้งานได้ค่อนข้างดีทีเดียว (ในแง่ของฟังก์ชัน) เพราะตัวเครื่องเองสามารถรองรับกับเล่นไฟล์ต่างๆ ได้ผ่านทั้งทางแผ่น CD/DVD และการเล่นไฟล์จากภายนอกผ่านทางพอร์ต USB แต่การเล่นไฟล์จากภายนอกนั้นจะอ่านไฟล์เพลงได้เพียงแค่ MP3 เท่านั้นทำให้แอบขัดใจอยู่พอสมควร ซึ่งถ้าหากสามารถอ่านไฟล์เพลงจำพวก WAV และ FLAC ได้ด้วยละก็จะเป็นการดีมากๆ

Pioneer X-RSM410DVH (DVD Mini Component System)
ราคา 7,990 บาท

ในส่วนของคุณภาพเสียงที่ถูกส่งผ่านออกมาจากลำโพงหลักและลำโพงซับวูฟเฟอร์อีกหนึ่งตัวนั้นก็ทำออกมาได้ดี ซึ่งก็ให้เสียงที่กระหึ่มสะใจมากๆ สมกับความเป็น Mini Compo เน้นตัวจี๊ด ณ ขณะนี้เลยก็ว่าได้ แถมฟังก์ชัน “X-BASS” ที่เป็นไม้ตายของ Pioneer X-RSM410DVH ก็สามารถเพิ่มเสียงเบสได้อย่างเต็มเปี่ยม และตอบสนองการใช้งานได้จริง

ในแง่ของความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนก็แอบอยากได้ฟังก์ชันการเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth เข้ามาอยู่เหมือนกันนะ เพราะจะช่วยให้เราสามารถแชร์เพลงมาเล่นที่ตัวของ Mini Compo ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ด้วยฟังก์ชันและราคาที่ถูกขนาดนี้ถ้าหากท่านไหนที่สนใจก็ถือว่าคุ้มค่าอยู่นะ

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้