Skip to content
|

รีวิว Pioneer MCS-737 บลูเรย์โฮมเธียเตอร์เซ็ตใหม่ ไฉไลกว่าราคา!

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 20 Jan 2022 0 comments

 

Pioneer แบรนด์เครื่องเสียงชื่อดังจากญี่ปุ่นที่เพิ่งจะทำการควบรวมกิจการเข้ากับ Onkyo กันไปเป็นที่เรียบร้อยเมื่อไม่นานมานี้ โดยจุดประสงค์หลักคือการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีเพื่อที่จะได้เสริมเขี้ยวเล็บให้กับผลิตภัณฑ์ของทั้งสองแบรนด์ให้มีประสิทธิภาพแข่งขันในตลาดได้อย่างยอดเยี่ยมมากยิ่งขึ้น

 

สำหรับสินค้าตัวนี้นับว่าเป็นตัวเบิกฤกษ์รีวิวของเว็บเราเลยก็ว่าได้ โดยชุดโฮมเธียเตอร์ที่ผมจะมารีวิวในวันนี้ก็คือ Pioneer MCS-737 บลูเรย์โฮมเธียเตอร์ที่มาพร้อมกับระบบเสียงแบบ 5.1 แชนแนล พูดง่ายๆ ว่ามันคือ Home Theater In a Box อย่างแท้จริงไม่ผิดดีเอ็นเอ เพราะแค่แกะกล่องมาต่อเข้ากับจอทีวีก็พร้อมที่จะมอบประสบการณ์ความเมามันส์ได้ทันที

รายละเอียดของ MCS-737
– ระบบเสียงรอบทิศทาง 5.1 แชนแนล
– ตัวถอดรหัสเสียง DTS-HD Master Audio และ Dolby TrueHD
– รองรับการเล่นแผ่นบลูเรย์ 3D
– มี HDMI In 4 ช่อง และ Out 1 ช่อง
– รองรับการเล่นไฟล์ผ่านทางช่อง USB 
– รองรับการควบคุมผ่านแอปพลิเคชั่น Pioneer Control (iOS, Android)
– ติดตั้งแอปพลิเคชั่น YouTube และ Picasa มาในตัว

ราคา 15,990 บาท

 

Design – การออกแบบ

โทนสีโดยรวมของซิสเต็มนี้จะเป็นสีดำสนิท โดยเล่นกับความมันวาวในแต่ละชิ้นส่วนของอุปกรณ์แทนเพื่อให้ตัวเครื่องดูดี สำหรับจุดแรกที่จะมาดูงานออกแบบกันก็เริ่มจากเครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์ตัวเมนยูนิตก่อนเลยละกันครับ

 

เครื่องเล่นถูกออกแบบมาให้คล้ายคลึงกับบรรดาเครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์รุ่นทั่วๆ ไปของทาง Pioneer โดยมีความพิเศษที่ตัวปรับเสียงแบบหมุนด้านขวามือที่เพิ่มเข้ามา เนื่องจากมันทำหน้าที่เป็นทั้งเครื่องเล่นแผ่นและแอมป์ขยายเสียงในตัวเดียวกันนั่นเอง

 

กรอบด้านหน้ารวมไปถึงตัวปรับระดับเสียงใช้วัสดุสีดำมันวาวสะท้อนแสง ดูแล้วสวยสะท้านตัดกับตัวเครื่องสีดำด้าน

 

ด้านหลังก็เป็นช่องต่อต่างๆ และช่องระบายลมร้อน

 

ด้านบนเป็นลำโพงเซ็นเตอร์ไซส์กระทัดรัด ความยาวประมาณ 23 ซม. ตะแกรงหน้าเป็นอะลูมิเนียมสีดำไม่สามารถถอดได้ ตัวตู้เป็นพลาสติกเนื้อแข็งสีดำด้าน อ่านคู่มือดูสเปคของไดร์เวอร์กำลังขับ 170 วัตต์ ทุกแชนแนล ไม่ระบุขนาด หากพิจารณาด้วยตาเปล่าคิดว่าน่าจะเพียงพอสำหรับห้องขนาดประมาณ 30 ตร.ม.

 

ด้านหลังเป็นสายลำโพงแบบประกอบเข้ากับตัวบอดี้มาเลย ไม่สามารถสับเปลี่ยนให้เทพขึ้นได้

 

ตัวลำโพงทาวเวอร์มีขนาดความสูงประมาณ 1.1 เมตร โดยจะแยกชิ้นส่วนมา 3 ท่อนในกล่องบรรจุ ตรงนี้ขอชมคนออกแบบบรรจุภัณฑ์ของ Pioneer จริงๆ ที่สามารถยัดเสาขนาดนี้เข้ามาในกล่องใบกระจิ๋วได้ โดยทั้งสามท่อนจะยึดติดกันด้วยน็อตสกรูหัวแฉก แน่นอนครับทั้งคู่หน้าและเซอร์ราวด์มีขนาดเท่ากัน และกำลังขับ 170 วัตต์ เช่นเดียวกัน

 

ฐานวางลำโพงรูปวงกลมสุดฮิตที่หลายๆ แบรนด์เลือกที่จะใช้ดีไซน์นี้
เดาว่าน่าจะช่วยจัดบาลานซ์ให้กับเสาลำโพงได้ง่ายกว่าแบบสี่เหลี่ยม

 

ด้านหลังออกแบบที่เก็บสายได้ไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไร ยังคงเห็นสายลากยาวอยู่ ไม่ได้ซ่อนเข้าไป

 

หากสังเกตให้ดีด้านหลังจะมีแถบสีบอกหน้าที่ของลำโพงตัวนั้นๆ อยู่ อย่างเสาต้นนี้สีแดง
ก็หมายความว่าลำโพงตัวนี้ทำหน้าที่เป็นลำโพงคู่หน้าตัวขวามือนั่นเองครับ

 

ลำโพงตัวสุดท้ายในเซ็ตซับวูฟเฟอร์ของเรานั่นเอง ถือว่าเป็นคีย์แมนสำคัญในซิสเต็มแบบนี้
ถ้าขาดไปล่ะก็เสียงแห้งยกระบบ สำหรับตัวตู้ในเซ็ตนี้มีขนาดความสูงประมาณ 34 ซม.

 

ท่อยิงลมออกทางด้านหลัง ฉะนั้นแล้วเราสามารถเลือกที่จะปรับระยะห่างเพื่อเพิ่ม-ลด ปริมาณเบสเอาได้
แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายซะทีเดียว(ฮา)

 

ชิ้นส่วนสุดท้ายคือรีโมทคอนโทรลครับ หน้าตาธรรมดา ใช้การวางปุ่มแบบสากล
คือเอาพวกตัวเลื่อนซ้ายขวาไว้ตรงกลาง แล้วจัดส่วนอินพุตไว้ด้านบน ดึงตัวควบคุมการเล่นไว้ด้านล่าง

 

Connectivity – ช่องต่อ

 

แม้ว่าจะเป็นชุดโฮมเธียเตอร์ที่ไม่ได้ใหญ่โต แต่ก็ให้ช่อง HDMI In มามากถึง 4 ช่องด้วยกัน พร้อมสำหรับนำไปต่อพ่วงอุปกรณ์อื่นๆ อีกมามาย อาทิ เครื่องเกมคอนโซล, HD Player หรือแม้แต่คอมพิวเตอร์ สร้างความยืดหยุ่นให้กับการใช้งานสุดๆ นอกจากนี้ยังมีช่อง Audio Analog In, ช่องเสียบสายแลน, ช่อง USB, ช่องเสียบเสาอากาศสำหรับ FM และ AM สุดท้ายทางด้านซ้ายมือคือช่องเสียบสายลำโพงที่ได้ทำการแปะสีเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่มีเสียบผิดแน่นอน

 

ด้านหน้าประกอบด้วยช่องเสียบไมโครโฟนสำหรับใช้งานแบบคาราโอเกะ, ช่อง 3.5 มม. สำหรับอินพุตบรรดาเครื่องเล่นเพลงแบบพกพาต่างๆ และช่อง USB อีกหนึ่ง โดยต้องเปิดกรอบด้านล่างออกมาถึงจะเจอช่องพวกนี้ครับ

 

Setup – การติดตั้ง

ตามธรรมเนียมปฏิบัติก่อนจะมานั่งฟังเสียงเราก็ต้องมีการเซ็ตอัพลำโพงในเซ็ตให้เข้าที่เข้าทางกันเสียก่อน ทว่า MCS-737 เซ็ตนี้กับไม่ได้ให้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกอย่างไมค์ปรับเสียงมา เราก็เลยเลือกที่จะใช้สมาร์ทโฟนของเรานี่แหละครับแทนไมค์ โดยให้ไปดาวน์โหลดพวกแอปพลิเคชั่นสำหรับวัดระดับเสียงมา แม้ว่าความแม่นยำจะไม่อาจเทียบเท่า แต่ก็น่าจะเปรียบเทียบความดังได้ง่ายกว่าที่จะใช้หูของเราฟังแน่นอน

ก่อนวางลำโพงเซ็นเตอร์กับชั้นวาง อย่าลืมแปะยางรองพื้นแผ่นให้เรียบร้อยก่อนนะครับ
เพื่อลดแรงสั่นที่อาจส่งผลต่อคุณภาพเสียงที่ได้

 

สำหรับเมนูในการตั้งค่าลำโพงนั้นให้กดปุ่ม Home บนรีโมท แล้วเข้าไปที่ Initial Setup จากนั้นเลือก Audio Output แล้วเราก็จะเจอกับ 3 ตัวเลือกในภาพด้านบน เมนูที่ใช้บ่อยจริงๆ ก็จะเป็น Speaker Setup กับ Test Tone ขั้นตอนการจูนเสียงจะมีดังต่อไปนี้ครับ

  1. กดเลือก Test tone ก่อน แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาลองวัดเสียงดู ว่าลำโพงแต่ละตัวมีความดังอยู่ที่ประมาณกี่ dB โดยให้ค่านี้เป็นค่ากลาง เพื่อที่จะจูนลำโพงทุกตัวให้เข้าใกล้ค่านี้มากที่สุด
  2. จดระดับเสียงของลำโพงแต่ละตัวเอาไว้ แล้วนำไปหักลบกับค่ากลาง เพื่อที่จะหาปริมาณเสียงที่เราจะต้องชดเชย
  3. ออกจากเมนู Test tone เข้าไปที่ Speaker Setup แล้วนำค่าที่ได้ไปใส่ลงในเมนูให้เรียบร้อย
  4. ทำขั้นตอน 1-3 ซ้ำ จนกว่าจะได้ลำโพงทุกตัวจะมีระดับความดังที่ใกล้เคียงกันที่สุด

4 ขั้นตอนด้านบนอาจจะดูยุ่งยากไปบ้าง แต่ทีมงานแนะนำให้ท่านเจ้าของเซ็ตโฮมเธียเตอร์ได้ทำกันสักนิดก่อนที่จะใช้งาน เพราะมันจะช่วยทำให้ซิสเต็มสามารถทำงานประสานกันได้อย่างเหมาะสม และขับเอาเสียงที่สมจริง ไม่ใช่ว่าคู่หน้าเบากว่าคู่หลัง เสียงพูดดังกว่าซับฯ เพราะมันจะทำให้เสียอรรถรสในการรับชมได้ครับ

 

สาเหตุที่ทำให้ขั้นตอนการเซ็ตอัพยุ่งยากขนาดนี้ก็เพราะว่าเราไม่สามารถเลือกปรับเสียง
ไปพร้อมๆ กับการฟัง Test Tone นั่นเองครับ ทำให้ต้องคอยสลับไปสลับมา

 

Sound – เสียง

หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการตั้งค่ากันเรียบร้อยเราก็พร้อมที่จะทดสอบพลังเสียงของ MCS-737 ชุดนี้แล้ว โดยผมเริ่มจากการเปิดคอนเสิร์ตของ Air Supply – Live in Hong Kong เพื่อเช็คก่อนว่าเสียงที่เราได้ทำการปรับจูนจากขั้นตอนที่แล้วนั้นเข้าที่หรือยัง

สำหรับวง Air Supply นั้นเรียกว่าเป็นวงร็อคดูโอขวัญใจวัยรุ่น(ใหญ่) มีเพลงฮิตติดหูมากมายไม่ว่าจะเป็น All Out Of Love, Power of Love หรืออย่าง Lost in Love ที่แค่ Intro จากกีต้าร์ 12 สายของ เกรแฮม รัสเซล ดังขึ้นมาก็เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนเพลงได้เพียบ

 

แม้ว่าบลูเรย์แผ่นนี้จะถูกบันทึกที่ฮ่องกง แล้วนำมาเปิดที่เมืองไทย แต่ MCS-737 ก็สามารถจำลองบรรยากาศของความประทับใจในคอนเสิร์ตได้เป็นอย่างดี ความสมดุลระหว่างเสียงเครื่องดนตรีและเสียงร้องของ รัสเซล ฮิตช์ค็อก ถูกจำลองออกมาได้อย่างเหมาะสม แม้ว่าจะมีเรื่องความกระด้างของเสียงกลางนิดหน่อย แต่ก็ต้องยอมรับว่านี่คือประสิทธิภาพสูงสุดของลำโพงเซ็นเตอร์ในซิสเต็มแล้วจริงๆ

หลังจากฟังเพลงสบายๆ ให้ซิสเต็มเข้าที่แล้ว ก็เริ่มเปิดภาพยนตร์ต่อเลยครับ ไหนๆ ก็ย้อนยุคไปฟัง Air Supply กันมาแล้ว ก็ขอเปิดหนังเก่าๆ ที่เราคุ้นตา X-Men 2 : United โดยเลือกเอาฉากยอดฮิตที่ไปลองเครื่องเสียงที่ไหนก็ต้องเจอ กับฉากที่ Storm ขับเครื่องบินหลบข้าศึก ท่ามกลางบรรดาพายุหมุน

 

เสียงเครื่องบินรบบินฉวัดเฉวียนไปมาใช้ทดสอบการโยนเสียงระหว่างแชนแนลได้อย่างดีทีเดียว นอกจากนี้ยังมีช่วงที่โร้กหลุดออกไปนอกยาน จะเป็นช่วงเงียบสนิทสลับกับเสียงดังภายในเครื่องเมื่อฉากตัดสับไปสับมา ตัวลำโพงก็สามารถตอบสนองกับฉากภายหน้าได้แบบชะงักงันทันใจ

 

สลับมาเป็นหนังใหม่ทันสมัยขึ้นอีกนิด Iron Man 3 ฉากที่บ้านของโทนี่กำลังโดนขีปนาวุธถล่ม เสียงระเบิดตูมตามสนั่นห้อง ถูกขับออกมาผ่านทางซับวูฟเฟอร์ตัวเล็กๆ ที่ให้เสียงสะใจไม่ใช่เล่น ส่วนตัวคิดว่าประสิทธิภาพดีใกล้เคียงกับชุดแยกชิ้นมากๆ แบบไม่ต้องไปเทียบกับ HTiB ของบรรดาแบรนด์ทีวีเลย นับว่าเป็นพระเอกของซิสเต็มที่ช่วยให้มวลเสียงโดยรวมมีเนื้อมีหนัง เสียดายอย่างเดียวที่เราไม่สามารถปรับจุดตัดความถี่ได้แค่นั้นเอง

 

ต่อกันด้วย Last Stand เช่นเคย เสียงเฟี้ยวฟ้าวเข้ารูหูแบบมีทิศทางและแหล่งกำเนิดชัดเจน
ยังคงใช้ทดสอบเสียงได้ดีเช่นเคย

 

Features – ลูกเล่น

นอกจากระบบดูหนังฟังเพลงที่พรั่งพร้อมแต่กำเนิด ตัว MCS-737 ยังมีลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ มาให้อย่างเช่นการดูวิดีโอบนอินเทอร์เน็ตผ่าน YouTube หรือการเข้าไปนั่งดูรูปบน Picasa ทั้งสองอย่างนี้จะทำงานได้ก็ต่อเมื่อเราเสียบสาย LAN เพื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแล้วเท่านั้น ซึ่งตรงนี้ผมขอกระโดดข้ามไป เพราะคิดว่าหลายท่านที่อ่านบทความน่าจะเข้าใจการทำงานของ YouTube กันดีอยู่แล้ว

สิ่งที่น่าจะถูกใจบรรดาแฟนๆ มากกว่า YouTube และ Picasa ก็คือการที่ตัวเครื่องสามารถอ่านไฟล์ภาพยนตร์และเพลงผ่านทาง USB ได้ เมื่ออ่านคู่มือพบฟีเจอร์นี้พวกผมก็รีบไปหยิบฮาร์ดดิสก์ขนาด 1 TB ที่เราใช้แบ็คอัพข้อมูลบนแผ่นบลูเรย์(จริงๆนะ) เอามาเปิดทดสอบกันทันที

สำหรับช่อง USB ก็มีให้เลือกเสียบทั้งข้างหน้าและหลังเครื่อง ทั้งสองช่องมีคุณสมบัติเหมือนกัน แตกต่างกันแค่ตำแหน่ง เมื่อตัวเครื่องเริ่มอ่านข้อมูลก็ให้เรากดปุ่ม Home เพื่อกลับมาที่หน้าเมนูหลักก่อนเลยเป็นอันดับแรก

 

เลือกที่ Home Media Gallery แล้วเราก็จะเจอคำว่า USB อยู่ด้านใน แล้วก็เริ่มทดลองเล่นไฟล์กันเลย สำหรับรายชื่อประเภทของไฟล์ที่รองรับก็สามารถเข้าไปเช็คได้ที่คู่มือ หน้า 13 ได้เลยครับ ผมว่าจุดโฟกัสก็น่าจะเป็น mkv ในระดับความละเอียด 1080p ซึ่งตรงนี้สามารถอ่านไฟล์และเลือกเสียงได้ ส่วนซับไตเติ้ลยังไม่ผ่านครับ ยังมีรูปแบบของซับไตเติลบางประเภทที่ตัวเครื่องไม่สามารถแสดงผลได้อย่างถูกต้อง ก็ได้แต่ต้องรอให้ทาง Pioneer ทำการอัพเดตซอฟต์แวร์เพื่อแก้ไขตรงนี้อย่างเดียวครับผม

 

Conclusion – สรุป

หากท่านอยากได้เครื่องเสียงชุดแรกที่มาพร้อมกับเครื่องอ่านแผ่นบลูเรย์ และลำโพง 5.1 แชนแนล MCS-737 คือชุดที่ผมอยากให้คุณเดินไปลองเป็นอันดับต้นๆ ด้วยเหตุผลที่มีน้ำหนักหลายๆ ประการ ไม่ว่าจะเป็นราคาที่ดูน่ารักเป็นมิตรกับมือใหม่ ซับวูฟเฟอร์ที่ไว้ใจได้เรื่องเสียงความถี่ต่ำ เพิ่มมิติเสียงให้กับซิสเต็มให้ได้ไดนามิคเสียงที่น่าฟังมากขึ้น และสุดท้ายคือฟีเจอร์การอ่านไฟล์ที่รองรับการเล่นไฟล์ค่อนข้างครอบคลุม ตั้งแต่ไฟล์เสียงแบบ Hi-Res (flac, ape) ไปจนถึงไฟล์ภาพยนตร์แบบ mkv เลยทีเดียว

เรื่องคาแร็คเตอร์เสียงของลำโพงในเซ็ตก็เด่นในย่านกลางแหลมเป็นต้นไป เป็นเสียงที่กระชับไม่เอื้อยอิ่ง ทำให้เวลาดูหนังจะได้ความมันส์เต็มๆ บางจังหวะก็อาจจะดูบางไปนิดแต่ก็ต้องยอมรับเพราะไดร์เวอร์ไม่ได้ใหญ่มาก และเราไม่สามารถปรับจุดตัดความถี่ให้กับซับวูฟเฟอร์ จึงทำให้เสียงพูดของตัวละครดูแห้งไปบ้างครับ

 

 

สรุปแล้ว MCS-737 เป็นบลูเรย์โฮมเธียเตอร์ที่น่าจะตอบโจทย์บรรดามือใหม่โฮมเธียเตอร์ที่ต้องการซื้อเซ็ตเดียวจบ เอามาประกบกับทีวีก็พร้อมลุยได้ทันที แน่นอนว่าคุณภาพเสียงดีกว่าพวกจัดเซ็ตจากแบรนด์ทีวีที่ราคาสูงกว่าอีกด้วย ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละท่านว่าแนวเสียงแบบนี้ถูกใจหรือเปล่า อย่าลืมไปลองเทสต์กันได้ตามบูธ Pioneer บนห้างสรรพสินค้าครับผม

ข้อดี
– เสียงดีล้ำหน้าราคาขายไปพอสมควร ซับวูฟเฟอร์มีพลังช่วยอุ้มเนื้อเสียงของซิสเต็มไว้ ไม่ใช่แค่ดังเหมือนลมหึ่งๆ เพียงอย่างเดียว
– ตัว USB สามารถอ่านไฟล์ได้หลากหลายและใช้งานได้จริง นอกจากนี้ยังรองรับการอ่านไฟล์จากฮาร์ดดิสก์ขนาด 1 TB ขึ้นไปได้อีกด้วย
– เก็บครบทุกฟีเจอร์ยิบย่อยไม่ว่าจะเป็นการอ่านแผ่น Bluray 3D หรือ SACD แน่นอนว่าเสียบ iDevice เพื่ออ่านไฟล์ที่ช่อง USB ด้านหน้าได้อีกด้วย สารพัดประโยชน์จริงๆ

ข้อเสีย
– เมนูตั้งค่าลำโพงใช้งานยากไป โดยเฉพาะที่ให้เราตั้ง Delay เป็นหน่วยเวลา แทนที่จะเป็นระยะห่างระหว่างลำโพงกับจุดนั่งฟัง เวลาเซ็ตอัพต้องใจเย็นนิดนึงครับ
– ตัวลำโพงหลักแบบ Tower ทั้ง 4 ตัว ไม่สามารถเก็บสายให้เรียบร้อยได้เท่าที่ควร ควรวางแผนการติดตั้งให้ดี จะได้ไม่เกิดปัญหาเดินสะดุดสายภายในบ้าน

 

Pioneer MCS-737
ราคา 15,990 บาท

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification

Leave your email and we will notify as soon as the product/variant is back in stock

is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้