รีวิว Polk Audio MagniFi One ซาวด์บาร์เสียงแน่น ชัดแจ่มเต็มระบบ

ห่างหายจากเว็บไปนานสำหรับ Polk Audio แบรนด์ลำโพงชื่อดังฝั่งอเมริกา ในครานี้กลับมาพร้อมกับซิสเต็มซาวด์บาร์ขนาดย่อม รุ่น MagniFi One พร้อมซับวูฟเฟอร์แบบไร้สายเฉกเช่นคู่แข่งในตลาด นับว่าสินค้าชนิดนี้กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มนักฟังหน้าใหม่ เพราะมันวางเข้าชั้นง่าย แขวนผนังก็สบาย ที่สำคัญไม่ต้องเดินสายซับวูฟเฟอร์ระโยงระยางให้วุ่นวายอีก ได้ข้อดีเรื่องความสะดวกไปเต็มๆ

แต่กระนั้นแล้วสุ้มเสียงของซาวด์บาร์ที่ผ่านมาอาจจะยังไม่เร้าใจไหล่สะเทือนมากนัก ออกไปในทางนุ่มนวลฟังสบายกันส่วนใหญ่ ทำให้เมื่อนำมาดูหนังความมันส์จึงไม่เข้าที่ Polk Audio จึงต้องส่ง MagniFi One มาลงสนาม การันตีด้วยคุณภาพเสียงรอบทิศทางแบบ room-filling
สเปคโดยย่อของ Polk MagniFi One
– กำลังขับสูงสุด 240 วัตต์
– รองรับการถอดรหัส Dolby Digital 5.1 และ 2.0 ผ่านทางพอร์ต Optical
– รองรับการเล่นเพลงผ่านสัญญาณ Bluetooth
– โหมดเสียงสำเร็จรูปจากโรงงาน Movie, Sport และ Music
– ขนาดซาวด์บาร์ 5.2 ซม. x 88.2 ซม. x 8.27 ซม.
– ขนาดซับวูฟเฟอร์ 32.8 ซม. x 23.1 ซม. x 22.9 ซม.
ราคาตั้ง 19,900 บาท
Design – การออกแบบ
Polk Audio เลือกใช้สีดำด้านเป็นธีมหลักในซิสเต็มนี้ ทั้งตัวซาวด์บาร์และตู้ซับวูฟเฟอร์จะมีผิวดำด้านแบบเดียวกัน ตัดสีด้วยโลโก้แบรนด์สีเงิน เส้นสายของตัวเครื่องดูอ่อนช้อยโค้งมนรับกันทั้งสองตัว


ปุ่มควบคุมหลักถูกวางไว้ด้านบนของเมนยูนิต ตัวปุ่มเป็นวัสดุพลาสติกแข็งสีเงิน ไล่จากปุ่มเปิดเครื่อง, เลือก Input, ปรับระดับเสียง, ปรับระดับเสียงพูด, ปรับระดับเสียงเบส ปิดเสียง และเปิดบลูทูธ และเนื่องจากตัวเครื่องไม่มีหน้าปัดทาง Polk Audio จึงมีไฟแสดงสถานะสีขาวเป็นแนวนอนอยู่ด้านหน้า โดยมันจะทำหน้าที่บอกระดับเสียงและสถานะการทำงาน

ไฟแสดงสถานะนอกจากสว่างตามระดับเสียงแล้ว จะมีการสลับตำแหน่งเวลาเปลี่ยนโหมดเสียงอีกด้วย

ลักษณะตัวซาวด์บาร์เป็นลำโพงตู้เปิดที่ช่องยิงลมออกทางด้านหลัง

ส่วนซับวูฟเฟอร์เป็นแบบยิงลมพื้นทั้งตัวไดร์เวอร์และท่อเบสรีเฟล็กซ์

รีโมทขนาดเล็กกระทัดรัด ใช้สำหรับปรับโหมดเสียงและเพิ่มลดระดับย่านเสียงต่างๆ ได้

ภายในกล่องมีอุปกรณ์มาให้ครบเซ็ตทั้งรีโมท, สายสัญญาณ
และสายไฟของตัวลำโพงและซับวูฟเฟอร์ แถมมาให้ครบ พร้อมใช้งานได้ทันที

ช่องต่อด้านหลังประกอบไปด้วยช่องเสียบสายไฟ, พอร์ตมินิแจ็ค 3.5 มม. และสุดท้ายพอร์ต Optical

สำหรับซับวูฟเฟอร์ด้านหลังมีแต่ช่องเสียบสายไฟ เพราะว่าใช้วิธีการเชื่อมสัญญาณกันแบบไร้สาย
Sound – เสียง
เนื่องจากลำโพงตัวนี้ไม่มีพอร์ต HDMI ให้มา เราจึงจะใช้การต่อสาย Optical เข้าที่คอมพิวเตอร์เป็นหลัก โดยตั้งค่าให้เมนบอร์ดปล่อยเสียงเพียวๆ ออกมา ไม่ต้องผ่านการมิกซ์เพิ่มเติมอะไรเพิ่ม ฉะนั้นเราจึงจะใช้งานซาวด์บาร์ตัวนี้ เป็นเสมือนลำโพงคอมพิวเตอร์ตัวนึงในรีวิวนี้

สำหรับท่านที่นำไปใช้กับทีวี ก็สามารถเสียบเข้าที่ช่อง TV OPT OUT หลังเครื่องได้เลย
เราเริ่มด้วยการเปิดฟังอัลบั้มแจ๊ซจังหวะละมุนของ Madeleine Peyroux ที่ชื่อว่า Careless Love ไปเรื่อยๆ เพื่อให้ไดร์เวอร์ได้ทำการเซ็ตตัวเข้าที่หลังออกจากการจำศีลในกล่อง
คาแร็คเตอร์เสียงในภาพจำของ Polk Audio ของผมจากทั้งรุ่น RTi และ TSx จะเป็นลำโพงที่ให้เสียงหนามีมวลแน่น ฟังแล้วระทึกใจไปตลอดกับเสียงเบสที่ขับออกมาซึ่งมีลักษณะแผ่เข้าโอบล้อมผู้ฟัง ซึ่งจุดขายหลักนี้มันได้ถูกถ่ายทอดลงมายังซาวด์บาร์ MagniFi One ได้ชัดเจนเป็นเอกลักษณ์

แม้ว่า Madeleine จะมีเนื้อเสียงร้องที่เบาบางพริ้วไสว แต่เมื่อขับออกมาจากซาวด์บาร์ตัวนี้ กลับดูอิ่มแน่นมีน้ำหนักขึ้นมา ทำให้เราสัมผัสได้ถึงถ้อยคำและการออกเสียงแบบจับต้องได้
สลับมาฟังเสียงนักร้องชายกันบ้างกับเพลง Country อมตะ You’ve Got a Friend ของ Don Williams เสียงหนาอุ่นถูกถ่ายทอดออกมาได้สมน้ำสมเนื้อเข้ากับคาแร็คเตอร์ของลำโพง โดยมีรายละเอียดของเครื่องดนตรีชิ้นอื่นเล่นเกลี่ยเบาๆ อยู่ด้านหลัง

เปลี่ยนแนวมาลองฟัง Rage Against the Machine บ้าง ในเพลง Know Your Enemy เสียงริฟฟ์กีต้าร์ท่อนอินโทรมีความดิบดุอยู่ประมาณหนึ่ง ประกอบกับเสียงกระเดื่องทำได้ดีคุ้มราคา คือมีความลึกและน้ำหนักที่จับต้องได้
ทดสอบดูหนังกันต่อ กับภาพยนตร์คาวบอยเรื่องล่าสุด The Magnificent Seven ในฉากดวลปืนโชว์สกิลตัวเอกช่วงกลางเรื่อง ที่มีกระสุนบินว่อนแทบทุกทิศทาง ซึ่งมิติเสียงในระยะห่าง 2-3 เมตร มีทิศทางที่ชวนหวือหวาชวนให้อินไปกับตัวหนัง

Features – ลูกเล่น
สำหรับลูกเล่นนอกจาก EQ เสียงที่ให้มาสามโหมด Movie, Sport และ Music แล้ว ตัวเครื่องยังสามารถรองรับการฟังเพลงผ่านบลูทูธกับสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ได้อีกด้วย โดยวิธีการเชื่อมต่อก็ง่ายดาย เพียงแค่กดปุ่มสัญลักษณ์ Bluetooth ค้างไว้ เมื่อไฟกระพริบแล้วก็กดเชื่อมต่อที่โทรศัพท์แล้วเริ่มเล่นได้ทันที

Conclusion – สรุป
MagniFi One เป็นซาวด์บาร์ที่ประสิทธิภาพคุ้มค่าราคาขาย(แว่วว่าบนเว็บราคาดีมาก) เพราะให้เสียงสนั่นสั่นสะเทือนเร้าใจ ใช้ดูหนังหรือเล่นเกม ก็สามารถตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดี ซับวูฟเฟอร์สามารถขับปริมาณเบสออกมาได้เกินตัวมาก ช่วยเพิ่มมิติเสียงให้แตกต่างจากการฟังผ่านลำโพงทีวีค่อนข้างชัดเจน

กระนั้นแล้วการจัดวางซับวูฟเฟอร์ในเซ็ตนี้ถือเป็นสิ่งที่ควรจะให้เวลาสักหน่อย เพราะปริมาณเบสอาจจะล้นได้ง่าย สำหรับผมที่นั่งใกล้ และพื้นที่อับ จะเลือกใช้งานที่โหมด Sport แล้วปรับค่า Voice กับ Bass ลงจนสุด ก็จะได้ระดับเสียงที่พอดี ไม่อุดอู้จนเกินไป
ข้อดี
– ซับวูฟเฟอร์เสียงลั่นสั่นสะเทือน พร้อมการเชื่อมต่อไร้สายทำให้จัดวางได้สะดวก
– ระบบเสียงแพนซ้ายขวาทำได้ดีมีทิศทางหวือหวาเหมาะแก่การดูหนังฟังเพลง
ข้อเสีย
– ย่านเสียงแหลมดูจะหม่นๆ ไปซะหน่อย พอจะแก้ไขได้ด้วยการเลือกไปที่โหมดเสียงแบบ Sport แล้วปรับระดับเสียงเบสลง
– ไม่มีพอร์ต HDMI
Polk Audio MagniFi One
ราคา 19,900 บาท