Skip to content
|

รีวิว Polk Audio Signa S1 ซาวด์บาร์ดีไซน์เรียบหรู คู่แท้แฟน Netflix

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 17 Feb 2022 0 comments

Polk Audio Signa S1 ซาวด์บาร์อีกหนึ่งซีรีส์จาก Polk Audio ชูจุดเด่นด้านดีไซน์กระทัดรัดไม่กินพื้นที่ ติดตั้งง่ายแค่ยก, วาง และเสียบสาย ซึ่งจะแตกต่างจากซีรีส์ MagniFi ที่เน้นเรื่องระบบเสียงรอบทิศทางกับคุณภาพเสียงที่ดีขึ้นอีกระดับ

แม้ว่าจะเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2017 แล้ว แต่ Signa S1 ถือเป็นโมเดลใหม่ในบ้านเรา หลังจากก่อนหน้าส่ง MagniFi Mini และ MagniFi One มาทำตลาดก่อนหน้านี้ระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งทั้งสองรุ่นทางทีมงานรวมถึงผมเองได้ทดสอบกันไปเรียบร้อย ในคราวนี้มาลองดูกันนะครับว่าซาวด์บาร์ในซีรีส์ใหม่ จะมาตอบสนองถึงความต้องการทางด้านเสียงให้กับลูกค้าได้มากน้อยขนาดไหน

ข้อมูลโดยย่อของ Polk Audio Signa S1

  • เป็นซาวด์บาร์ที่ลำโพงหลักสูงเพียงแค่ 2 นิ้ว ทำให้ไม่บังทีวีเวลาที่วางคู่กัน
  • รองรับการถอดรหัสเสียง Dolby Audio
  • ซับวูฟเฟอร์แบบไร้สายซึ่งจะจับคู่กันอัตโนมัติ
  • ฟีเจอร์ Voice Adjust ปรับระดับความดังของเสียงพูดได้ 3 แบบ เพื่อความเหมาะสมของคอนเทนต์ที่กำลังรับชม
  • มีแถมสาย Optical และ AUX ให้ในกล่อง
  • รองรับการใช้งานผ่านบลูทูธ

ราคา 9,900 บาท

Design – การออกแบบ

ว่ากันด้วยเรื่องดีไซน์ของซาวด์บาร์ ก็คงเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากลำโพงแท่งยาว ๆ หนึ่งอัน กับซับวูฟเฟอร์ทรงลูกบาศก์ขนาดเล็กสำหรับพอวางหลบบริเวณชั้นวางทีวี โจทย์ดูไม่ค่อยยาก แต่ทำให้ดูดียากใช่ไหมล่ะครับ เอาง่าย ๆ ลองเทียบกับสองรุ่นที่มีวางจำหน่ายก่อนหน้า MagniFi One กับ MagniFi Mini จะมีการใช้เส้นโค้งเป็นหลักเพื่อสร้างให้ดูหวือหวา เพราะเป็นเหมือนกับสินค้าตัวแรก ๆ จากแบรนด์นี้ และให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันในซีรีส์ ส่วน Signa S1 ตัวนี้เลือกที่จะใช้เส้นตรงซึ่งให้อารมณ์ที่แตกต่างแทน

เริ่มไล่ดูไปที่ลำโพงตัวหลักก่อน ทาง Polk เน้นออกแบบให้ตัวลำโพงดูเรียบกลืนไปกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ นอกจากนี้ยังพยายามทอนความสูงให้เหลือเพียงแค่ 2 นิ้ว เพื่อไม่ให้ไปบังจอภาพและเซ็นเซอร์รับสัญญาณรีโมทของทีวี ภายใต้ตู้ลำโพงความยาว 90 ซม. นี้ประกอบไปด้วยไดร์เวอร์มิดเรนจ์และทวีตเตอร์อย่างละ 2 ตัว ซึ่งพวกเขาเองก็ได้ออกแบบช่องแขวนแบบ keyhole วางไว้ด้านหลัง เพื่อให้สามารถแขวนซาวด์บาร์ตัวนี้ไว้บนผนังได้เช่นกัน

ตราสัญลักษณ์ประจำตระกูล

ด้านบนลำโพงมีปุ่มควบคุมมาตรฐานที่มักจะใช้กันบ่อย ๆ

ขาแขวนมาตรฐานบริเวณด้านหลังลำโพงหลัก

ช่องต่อถูกกระจายไว้สองฝั่ง ฝั่งนี้คือช่องเสียบสายไฟ

อีกฝั่งคือสายสัญญาณสองรูปแบบ ได้แก่ Aux 3.5 มม. กับ Optical

ส่วนซับวูฟเฟอร์แบบไร้สายประกอบไปด้วยไดร์เวอร์ขนาด 5.25 นิ้ว พร้อมท่อยิงลมออกทางด้านหน้า ช่วยให้เรามีตัวเลือกในการจัดวางลำโพงมากขึ้นกว่าเดิม ไม่ต้องคอยกังวลว่าท่อลมจะติดกำแพงมากเกินไปจนทำให้เบสบวม ที่สำคัญตัวตู้ยังมีขนาดไม่ใหญ่มาก น่าจะพอสอดเข้าใต้ชั้นวางทีวีที่มีความสูงไม่เกิน 6.7 นิ้ว โดยการวางนอนได้อยู่เหมือนกัน

ซับวูฟเฟอร์ไซส์มินิขนาดกระทัดรัด กำลังดีพร้อมท่อลมแบบยิงออกด้านหน้า

ด้วยขนาดตัวที่เล็กทำให้สามารถนำไปวางหลบไว้ตรงมุมไหนของห้องก็ได้
อีกทั้งท่อยิงลมยังออกทางด้านหน้า ทำให้สามารถวางชิดผนังได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลมากว่าเบสจะบวม

รีโมทควบคุมขนาดหนึ่งฝ่ามือ มีปุ่มเพิ่มระดับเสียงสองปุ่ม ด้านล่างเป็นปุ่มเปลี่ยนโหมดเสียงต่าง ๆ และ VoiceAdjust
ใช้ถ่าน AAA หนึ่งก้อน ทำให้มีน้ำหนักเบาพอสมควร

Sound – เสียง

สำหรับการทดสอบเสียง ทีมงานเลือกที่จะเริ่มทดสอบด้วยวิธีเสียบสาย Optical ที่แถมมาให้ในกล่องเข้ากับทีวีโดยตรง ก่อนเป็นอันดับแรก โดยเลือกปรับที่ตัวทีวีให้ปล่อยเสียงดิบออกมาไม่ต้องทำการ downscale อะไร เพื่อทดสอบความสามารถในการถอดรหัสเสียง Dolby Audio เพราะคอนเทนต์จากบริการดูหนังออนไลน์ยอดนิยมอย่าง Netflix ปัจจุบันมาพร้อมกับระบบเสียงรอบทิศทางแล้ว

ถ้าซิสเต็มสามารถตรวจสอบได้ว่าไฟล์เสียงที่ได้รับมาจากทีวีมีความเป็น Dolby อยู่ ตัวเครื่องก็จะทำการถอดรหัสเสียงและขับมันออกมา โดยสังเกตุได้จากไฟแสดงสถานะบริเวณหน้าเครื่องที่จะเปลี่ยนเป็นสีเขียวนั่นเอง นอกจากเรื่องเสียงแล้ว ดวงไฟตรงนี้ยังบ่งบอกถึงการปรับตั้งค่าต่าง ๆ อีกมากมาย เราสามารถเปิดคู่มือมาเช็คดูได้ว่ารูปแบบไฟ ณ ขณะนั้นหมายถึงอะไร

แม้จะเป็นซาวด์บาร์รุ่นเล็ก แต่ก็ยังคงมีฟีเจอร์การปรับแต่งเสียงติดตัวมาให้นิดหน่อย ซึ่งก็ได้แก่โหมดเสียง 3 แบบ Movie, Night และ Music พร้อมกับ VoiceAdjust 3 ระดับ โดยทั่วไปเราคงคิดว่า VoiceAdjust และโหมดเสียงน่าจะทำงานรวมกันได้ เช่นเราอาจจะเลือกโหมด Music และเพิ่ม VoiceAdjust ไปที่ 2 เพื่อดันย่านเสียงกลางขึ้นมา แต่ความเป็นจริงแล้วทั้ง 6 ปุ่มบริเวณด้านล่างรีโมทนั้นทำงานแยกออกจากกัน ตัวอย่างเช่น แม้ว่าเราจะปรับ VoiceAdjust ไว้ที่ระดับ 3 แต่เมื่อเรากดปุ่มเลือกโหมด Movie รูปแบบเสียงก็จะเปลี่ยนไปเป็น Movie ทันทีในทุก ๆ ย่านเสียง มีเพียงตัวปรับเพิ่มระดับ Bass เพียงเท่านั้นที่สามารถทำงานร่วมกับโหมดเสียงและ VoiceAdjust ได้

การทดสอบฟังเสียงค่อนข้างจะหลากหลายแนว ไล่เรียงจากดิจิตอลทีวีที่รับเสียงผ่านดาวเทียม, Netflix รวมถึงการฟังเพลงผ่าน Bluetooth เพื่อจำลองวิธีการใช้งานให้ครบมากที่สุดในทุก ๆ ความเป็นไปได้ในการใช้งานซาวด์บาร์หนึ่งตัว

ผลลัพธ์จากการทดลองฟัง ซาวด์บาร์ตัวนี้มีเนื้อเสียงติดขุ่น แต่ไม่ถึงกับอุดอู้ฟังไม่ออก คือถ้าใครคุ้นชินกับการฟังเพลงผ่านลำโพงอยู่แล้วอาจจะรู้สึกอึดอัดอยู่ลึก ๆ เวทีเสียงที่ขับออกมาดูมีมิติเหนือกว่าลำโพงทีวีอยู่พอสมควร สามารถรู้สึกได้ถึงความแตกต่างได้แบบไม่ต้องตั้งใจฟัง

การทำงานควบคู่กับซับวูฟเฟอร์ไร้สายก็ดูจะตอบสนองได้ดี สามารถใช้ฟังเพลงและดูรายการปกติทั่วไปได้อย่างไม่ขัดเขิน ช่วยเพิ่มสีสันให้กับมิติเสียงให้น่าสนใจขึ้น แต่ถ้าเกิดคอนเทนต์ที่กำลังรับชมมีเสียงแบบ Dolby Audio ติดมาด้วย ตัวอย่างเช่นซีรีส์ Netflix เป็นต้น ก็จะช่วยให้น้ำเสียงมีความกระชับและใสสะอาดขึ้นอีกขั้น

เสียงทดสอบจริงของ Polk Signa S1

Conclusion – สรุป

Polk Audio Signa S1 เป็นซาวด์บาร์ราคามิตรภาพที่สร้างความแตกต่างจากลำโพงทีวีได้ชัดเจน มิติเสียงที่เพิ่มขึ้น จะช่วยเติมเต็มอรรถรสในการรับชมรายการโทรทัศน์ หรือซีรีส์ดังบนอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้นกว่าเดิมพอสมควร ดีไซน์ตัวเครื่องก็เรียบหรู ไม่สะดุดตาให้เป็นที่สังเกตุจนเกินไป เมื่อนำมาวางไว้หน้าทีวี สามารถติดตั้งเองได้ง่าย ๆ แค่แกะกล่อง, เสียบสายที่แถมมาให้ และเปิดเครื่อง ทุกอย่างก็พร้อมใช้งานทันที

ในช่วงราคา 9,900 นั้น ต้องบอกว่ามีคู่แข่งอยู่ไม่มาก เอาใกล้ตัวเลยก็ MagniFi One ซึ่งทางนั้นจะเน้นในเรื่องความกระจ่างของเสียงและดีไซน์ที่หวือหวากว่าเล็กน้อย ซึ่งถ้าเป็นคนชอบอะไรเรียบ ๆ รักการดูซีรีส์ Netflix เป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว Signa S1 ตัวนี้น่าจะเป็นตัวเลือกที่ตรงความต้องการอยู่ไม่น้อย นอกเหนือจากนี้ก็ต้องไปลองคำนวณกันดูครับ ว่าตัวไหนน่าจะตอบโจทย์กว่ากัน แล้วพบกันใหม่ในรีวิวสินค้าตัวถัดไป สวัสดีครับ

ข้อดี

  • ดีไซน์สวยเรียบ ฉีกแนวซาวด์บาร์ในซีรีส์ MagniFi ออกมาได้อย่างงดงาม สามารถวางคู่กับทีวีได้แบบไม่ต้องกลัวบังช่องรับสัญญาณอินฟาเรดและจอ
  • รองรับ Dolby Audio ซึ่งจะช่วยให้การใช้งานคู่กับออนไลน์คอนเทนต์คุณภาพสูงอย่าง Netflix มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • ติดตั้งง่าย ตัวลำโพงกับซับวูฟเฟอร์ถูกจับคู่กันมาตั้งแต่โรงงานแล้ว เพียงแค่เสียบสายไฟกับสายสัญญาณก็พร้อมใช้งานได้ทันที

ข้อเสีย

  • เสียงที่ฟังยังคงอัดอั้นอยู่บ้าง แถมฟีเจอร์ VoiceAdjust ก็ทำงานทับกันกับโหมดเสียงอีก การปรับแก้ไขคุณภาพเสียงจึงทำได้ค่อนข้างลำบาก คำแนะนำจากทีมงานคือให้ใช้โหมด Music พร้อมกับพยายามบาลานซ์เสียงเบสกับระดับเสียงรวมของซิสเต็มให้ดี อย่าปล่อยให้เบสบวมจนกลบเสียงหลักไป
  • ท่านที่บ้านมีชั้นวางทีวีเตี้ยกว่าโซฟาที่นั่งฟังเสียงมาก อาจจะสัมผัสได้ถึงความแตกต่างของเสียงในแนวตั้งได้นิดหน่อย เพราะไดร์เวอร์ถูกวางให้ยิงเสียงออกด้านหน้า

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification

Leave your email and we will notify as soon as the product/variant is back in stock

is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้