รีวิว Polk MagniFi 2 เบสกระหึ่ม ฟีเจอร์แน่น ดูหนังก็ดี ฟังเพลงก็โดน

ลำโพง Soundbar เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ของคนในยุคปัจจุบันที่ต้องการจะอัปเกรดคุณภาพเสียงจากลำโพงของ TV ให้เราดูหนังฟังเพลงได้สนุกมากขึ้น แถมยังติดตั้งง่าย เพียงแค่เสียบปลั๊กต่อสาย HDMI เข้ากับทีวีก็พร้อมใช้งานแล้ว วันนี้ผมจะพาทุกคนไปรู้จักกับ Polk MagniFi 2 เป็นลำโพง Soundbar อีกหนึ่งรุ่นที่ให้คุณภาพเสียงที่ดี มีฟีเจอร์จัดเต็มพอสมควร จะมีอะไรที่น่าสนบ้าง ตามมาดูในรีวิวกันครับ
Design – การออกแบบ

การออกแบบ ของ Polk ManiFi 2 เครื่องนี้ถือว่าดูดีทีเดียวเลย ตัวเครื่องมาในโทนสีดำเทา ใช้วัสดุผ้าที่ให้เสียงผ่านได้ครอบคลุมตัวเครื่องโดยรวมไว้ ด้านข้างตัวเครื่องจะเป็นสีดำด้านตัดกับดำเงาเพื่อเพิ่มความหรูหรา มีโลโก้ Polk Audio อยู่ที่บริเวณด้านขวาของตัวเครื่องด้วย


ตัวเครื่องโดยรวมจะเป็น ทรงยาว มีขนาดค่อนข้างบาง มีขนาดโดยประมาณอยู่ที่ ยาว 95 ซม. ลึก 10 ซม. และสูงเพียง 5 ซม. เท่านั้น ซึ่งถือว่าดีมากๆ เพราะเวลาเรานำตัวลำโพงไปวางใช้งานที่หน้า TV ก็จะไม่บังหน้าจอและไม่บังเซนเซอร์รีโมทของ TV สามารถนำไปใช้งานได้กับทีวีหลายรุ่นหลายขนาด แต่เนื่องจากตัวลำโพงมีความยาวค่อนข้างมากส่วนตัวผมแนะนำว่าให้ ใช้งานร่วมกับทีวีสักขนาด 55-65 นิ้วขึ้นไปจะเข้ากันได้อย่างลงตัว


ที่ด้านหน้า บริเวณตรงกลางของตัวเครื่องจะมีไฟแสดงสถานนะต่างๆ ของตัวเครื่องซ่อนอยู่ใต้ผ้ามาให้ โดยจะแสดงจำนวนไฟและเปลี่ยนสีไปตามสถานะต่างๆ เช่น สีส้ม On/PCM, เขียว Dolby Digital, เหลือง DTS, ม่วง Night Mode และ ขาว Google Chrome Cast Built-In ในการใช้งานจริงช่วงแรกอาจดูงงและสับสนเล็กน้อยว่าไฟแต่ละแบบหมายถึงอะไร แต่หากใช้งานไปสักพักก็จะสามารถเข้าใจได้ไม่ยาก สำหรับไฟสถานะต่างๆ แบบละเอียดสามารถดูตามภาพด้านล่างนี้ได้เลยครับ

ตัวอย่างไฟสถานนะที่หน้าตัวเครื่อง

ไฟสถานะต่างๆ
ในส่วนของดอกลำโพงนั้นจะใช้การ วางดอกลำโพงแบบ SDA (ทาง Polk ไม่ได้มีรูปภายในออกมาให้ดูกัน) ภายในจะประกอบไปด้วย ลำโพง Midrange แบบวงรีขนาด 1 x 3 นิ้ว จำนวน 4 ดอก และลำโพง Tweeter ขนาด 0.75 นิ้ว 2 จำนวนดอก โดยลำโพง Midrange จะแบ่งเป็นข้างละ 2 ดอก ดอกหนึ่งจะยิ่งเสียงไปด้านหน้าตามปกติและอีกดอกหนึ่งจะยิงเสียงออกด้านข้างเพื่อลดทอนความผิดเพี้ยนของเสียง ให้เสียงที่สมจริง มีเวทีเสียงที่โอบล้อม กว้างกว่าวางลำโพงแบบทั่วไป ซึ่งเป็น เทคโนโลยีแบบเดียวกับลำโพงระดับ Hi-End อย่าง Polk Legend L800 เลยทีเดียว
ตัวอย่างทิศทางของเสียงการวางลำโพงแบบ SDA

Polk Legend L800
ที่ด้านบน จะเป็นปุ่มสำหรับควบคุมตัว Soundbar จะประกอบไปด้วย ปุ่ม เปิด/ปิด เครื่อง, ปุ่มเลือกสัญญาณ Input, ปุ่ม Bluetooth, ปุ่ม ปิดเสียง (Mute) และปุ่ม เพิ่ม/ลด ความดังเสียง

ด้านหลัง จะเป็นในส่วนของช่องต่อสายสัญญาณต่างๆ (เดี๋ยวจะอธิบายอีกทีในส่วนของช่องต่อ) และจะมีรูสำหรับใช้ยึดแขวนตัวลำโพง Soundbar กับผนังมาให้ด้วย





ดูที่ตัว Soundbar หลักกันไปแล้วทีนี้มาที่ลำโพง Active Subwoofer ไร้สายกันบ้าง ตัวตู้จะใช้วัสดุเป็นพลาสติกคุณภาพสูง ดูแข็งแรง ขนาดกำลังดี มีดีไซน์ที่ค่อนข้างแตกต่างจากลำโพง Subwoofer ทั่วไป ดูโค้งมน ด้านบนมีการทำลวดลายพร้อมโลโก้ Polk เอาไว้ด้วย ด้านหลังมีช่องต่อสายไฟกับปุ่ม Connect เผื่อสัญญาณหลุดมาให้ ตัวตู้ใช้การออกแบบดีไซน์ตัวตู้แบบ Down – Firing ยิงเสียงลงด้านล่าง โดยที่ด้านล่างจะเป็นที่อยู่ของดอกลำโพง Woofer ขนาด 8 นิ้ว ที่เป็นขุมพลังเสียงเบสของลำโพง Soundbar ตัวนี้ พร้อมท่อคายเบสอยู่ข้างๆ กัน ทำให้เสียงเบสที่ได้กระจายแผ่คลุมทั่วห้องและจุดนั่งฟังได้เป็นอย่างดี


สายและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ให้มาในกล่อง
Connectivity – ช่องต่อ
สำหรับ ช่องเชื่อมต่อ จะอยู่ที่ด้านหลังของตัวเครื่องประกอบไปด้วย HDMI จำนวน 4 แบ่งเป็น HDMI In 3 ช่อง, HDMI Out 1 ช่อง รองรับการส่งผ่านสัญญาณภาพ Passthrough ในแบบ 4K HDR ได้ทั้ง HDR 10 กับ Dolby Vision รวมถึง รองรับฟีเจอร์ ARC ส่งเสียงย้อนกลับจากทีวีมาที่ลำ Soundbar ได้ด้วย โดยผมต้องขอชมเลยว่าการออกแบบที่เสียบสายแบบหันออกด้านหลังแบบนี้ทำให้สามารถเสียบเข้าออกได้ง่ายไม่ต้องกังวลว่าสายจะงอหรือหักแต่อย่างใด
มีช่องต่อ Optical Input สำหรับใช้งานร่วมกับอุปกรณ์รุ่นเก่าๆ , มีไฟสถานะการเชื่อมต่อ Wi-Fi, ปุ่มพร้อมไฟสถานะการเชื่อมต่อลำโพง Subwoofer กับลำโพง Surround ไร้สาย, ช่อง Service, ช่องเสียบสายไฟ และตัว Soundbar ยัง รองรับการเชื่อมต่อไร้สายทั้ง Wi-Fi กับ Bluetooth ได้อีกด้วย
Features – ฟีเจอร์และลูกเล่นต่างๆ
สิ่งหนึ่งที่ทำให้ Polk MagniFi 2 เครื่องนี้มีความโดดเด่นก็คือรองรับการใช้งานฟีเจอร์และลูกเล่นต่างๆ เยอะพอสมควรมีอะไรบ้างมาไล่เรียงกันครับ
อย่างแรก เลยก็คือเนื่องจากทาง Polk ได้วางให้ลำโพง Soundbar รุ่นนี้เปรียบเสมือนเป็นอุปกรณ์ Smart Home ชิ้นหนึ่งภายในบ้านด้วย จึงมาพร้อมการรองรับการใช้งานร่วมกับแอป Google Home ด้วยนั่นเอง โดยเราสามารถใช้แอปนี้ไว้สำหรับเชื่อมต่อ Wi-Fi หรือระบบ Internet ภายในบ้าน ใช้เพื่ออัปเดทเฟิร์มแวร์ ตั้งค่าและควบคุมตัวลำโพงเบื้องต้นได้
อย่างที่ 2 Polk MagniFi 2 ยังรองรับการฟังเพลงในแบบไร้สายผ่านการ Cast อย่าง Google Chrome Cast Built-In ได้ด้วยสามารถส่งเพลงต่างๆ จากมือถือผ่านแอปอย่าง Spotify, Tidal หรือ YouTube Music ขึ้นไปเล่นที่ลำโพง Soundbar ได้เลย ซึ่งการ Cast จากแอปต่างๆ จะให้เสียงที่ดีกว่าการฟังผ่าน Bluetooth อย่างแน่นอน
อย่างที่ 3 รองรับการ ใช้งานกับร่วมกับ Google Assistant ได้ คือเราสามารถสั่งงานคำสั่งเสียงผ่านอุปกรณ์อย่าง Google Home, ผ่าน Google Assistant บนมือถือหรือ TV เพื่อควบคุมสั่งงานเล่นเพลงต่างๆ บน Polk MagniFi 2 ได้
อย่างที่ 4 Polk MagniFi 2 ยัง รองรับการเชื่อมต่อลำโพง Surround ไร้สาย เพื่อรับฟังเสียงในรูปแบบรอบทิศทางที่สมจริงมากยิ่งขึ้นได้ด้วย โดยจะรองรับการใช้งานร่วมกับ Polk SR2 ซึ่งทางทีมงานไม่ได้รับมาร่วมทดสอบในครั้งนี้และดูเหมือนว่าทางผู้นำเข้าในประเทศไทยจะไม่ได้นำเข้ามาจำหน่ายด้วยครับ

Polk SR2
Sound – เสียง

สเปกด้านเสียง Polk MagniFi 2 เครื่องนี้มี กำลังขับรวมทั้งหมดอยู่ที่ 200W แบ่งเป็น Soundbar 100W + Subwoofer 100W รองรับการถอดรหัสสัญญาณเสียงจากทั้ง 2 ค่ายหลักทั้ง Dolby Audio กับ DTS จากการทดสอบได้ลองเล่นไฟล์เสียงขั้นสูงสุดของทั้ง 2 ค่าย อย่าง Dolby Atmos กับ DTS:X ตัวลำโพงก็สามารถ Downmix ให้เสียงออกมาได้อย่างผ่านฉลุย และแน่นอนว่าสามารถเล่นเสียงจากแอปพลิเคชั่นสตรีมมิ่งยอดฮิตต่างๆ ในยุคปัจจุบันนี้อย่าง Netflix, Disney + hotstar หรือ Apple TV ได้อย่างสบายๆ หายห่วง
นอกจากนี้ตัว Soundbar ยังมีโหมดเสียงมาให้เลือกใช้งานได้ด้วย โดยจะให้เสียงที่แตกต่างกันดังนี้
- Movie กับ Music ทั้ง 2 โหมดนี้ให้เสียงโดยรวมที่มีความคล้ายคลึงกันเสียงออกแนวธรรมชาติไม่มีการปรุงแต่ง
- Night จะเป็นการลดความกระแทกกระทั้นรวมถึงเสียงเบสให้เบาบางลงทำให้เสียงไม่รบกวนผู้อื่นเวลารับชมในตอนกลางคืน
- 3D จะเป็นการจำลองเสียงรอบทิศทางซึ่งถือว่าให้เสียงที่กว้างโอบล้อมได้ดี แต่เนื้องเสียงโดยรวมจะมีความเบาบางลงไปพอสมควร ชอบหรือไม่ชอบลองปรับเล่นกันดูได้
- Sport โหมดนี้จะเน้นย่านเสียงกลางเสียงพูดให้มีความชัดมากยิ่งขึ้นทำให้เราได้ยินเสียงผู้บรรยายรายการกีฬาได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นหรือจะประยุกต์ใช้รับชมรายการทั่วไปเช่น ข่าว หรือ ละครก็ได้เช่นกัน
แต่สำหรับใครที่คิดว่าลองปรับโหมดเสียงต่างๆ แล้วยังไม่ถูกใจ Polk MagniFi 2 เครื่องนี้ก็ยังมีฟีเจอร์ Voice Adjust สำหรับให้เราปรับ เพิ่ม/ลด ความดังในส่วนของเสียงพูดเสียงร้อง เวลาเรารับชมหนัง ซีรีส์ หรือฟังเพลงที่บันทึกเสียงมาไม่ค่อยดี ให้มีความชัดเจนมากขึ้นได้ รวมถึงเรายังสามารถปรับเพิ่มลดความดังของเสียง Bass จากลำโพง Subwoofer ได้อีกด้วยเช่นกัน

ทดสอบรับชมภาพยนตร์
ทำความรู้จักเจ้า Polk MagniFi 2 กันไปเรียบร้อยแล้วทีนี้มาเริ่ม ทดสอบการรับชมภาพยนตร์ กันก่อนเลยดีกว่าโดยผมจะเลือกใช้ โหมดเสียง Movie ในการทดสอบนะครับ โดยเรื่องแรกอย่าง Avenger : Endgame ผมได้ทดสอบรับชมกับฉากการต่อสู้ครั้งใหญ่ในช่วงท้ายของเรื่อง เสียงที่ได้ออกมาถือว่าโอเคเลย ไม่ว่าจะเป็นเสียงการชกต่อย เสียงโลหะกระทบกัน เสียงเอฟเฟกต์ต่างๆ ก็ให้เสียงที่มีน้ำหนัก เบสมีแรงปะทะที่ดี ให้เสียงโดยรวมที่ใหญ่ ดูหนังสนุกกว่าลำโพงทีวีอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ
เรื่องที่ 2 กับหนังรถแข่งอย่าง Fast and furious ภาค 8 ในฉากแข่งรถระหว่างดอมกับเจ้าถิ่นในช่วงต้นของเรื่อง เสียงที่ได้ออกมาถือว่าทำได้ดีไม่แพ้กันเลย ในช่วงระหว่างที่กำลังขับรถแข่งกันจะมีหลายๆ ช่วงที่รถจะชนปะทะกันก็ให้เสียงที่มีความกระแทกกระทั้น เสียงเครื่องยนต์ด้วยเบสจากลำโพง Subwoofer ก็ให้ความกระหึ่มได้ดี ลงลึกได้ในระดับน่าพอใจ รวมถึงเรื่องนี้จะมีจุดเด่นตรงที่จะมีฉากที่รถมีการวิ่งแข่งแซงกันไปมา Polk MagniFi 2 ก็ให้เสียงแพนไปมาซ้าย-ขวาในแบบ Stereo ได้ดีเลยทีเดียว
ดูหนัง Action กันไปแล้วทีนี้ผมขอมาลองกับหนังสบายๆ ท่องโลกนิยายที่มีเพลงประกอบอย่าง Aladdin เวอร์ชั่น Live Action กันบ้างกับฉากเพลงสุดอลังการอย่าง Prince ali ในช่วงต้นของเพลงจะมีการตีกลองพร้อมดนตรีโหมกระหน่ำมาพร้อมกองทัพทหารเดินเข้ามา Polk MagniFi 2 ก็ให้เสียงที่มีน้ำหนักมีความอลังการได้ดี รวมถึงในช่วงที่เป็นเสียงร้องของผู้ชายจาก Will Smith ที่เล่นเป็นยักษ์จินนี่ก็ให้เสียงที่ชัดโดดเด่นกว่าลำโพงทีวีอย่างสัมผัสได้ไม่ยาก โดยรวมถือว่าช่วยเสริมพลังของเสียงเพลงในฉากนี้ได้ดีกว่าเสียงลำโพงทีวีหลายเท่าเลยครับ

ทดสอบรับชมรายการทีวี
ดูหนังไปแล้วทีนี้มาลอง รับชมรายการทีวี กันสักหน่อย ตัวอย่างจากที่ผมได้ทดสอบรับชมรายการ นักร้องข้ามกำแพง เสียงที่ได้ถือว่าดีเลย เสียงพูดมีน้ำหนักมีความชัดเจน เสียงจังหวะตบมุกฟังดูหนักแน่นสนุกสนานมากขึ้น ทำให้เราดูรายการที่เราชื่อชอบได้อย่างเต็มอารมณ์มากขึ้นกว่าเดิมพอสมควรเลยครับ

ทดสอบฟังเพลง

สำหรับ การฟังเพลง ผมได้ทดสอบฟังจากหลายช่องทางไม่ว่าจะเป็นกล่อง Apple TV ผ่านสาย HDMI, ผ่าน Google Chrome Cast ด้วยแอป Spotify และผ่าน Bluetooth ซึ่งการใช้งานจริงเสียงที่ได้ออกมาผมรู้สึกว่าไม่หนีกันเท่าไหร่ สามารถเลือกใช้ได้ตามความถนัดเลย โดยในเรื่องของเสียงที่ได้จากการทดสอบกับ โหมดเสียง Music จะออกมาดังนี้

เพลงแรกที่ผมเลือกทดสอบจะเป็นเพลง Cover ช้าๆ สบายๆ เน้นเสียงร้องทั้งชายและหญิง กับบรรเลงเปียโน อย่าง Can You Feel the Love Tonight ของ Boyce Avenue & Connie Talbot เสียงที่ได้ในส่วนของเสียงร้อง จะออกแนวนุ่มนวลสบายๆ เสียงเปียโนจะออกหนาๆ เสียงแหลมมีรายละเอียดให้ได้ยินประมาณนึง โดยรวมเป็นเสียงที่ออกนวลๆ ฟังสบายฟังได้ยาวๆ เลย
ต่อมาเพลง Pop จังหวะสนุกๆ อย่าง I Heard You’re Married (feat. Lil Wayne) ของ The Weeknd ที่เป็นเพลงจังหวะอิเล็กทรอนิกส์ออกแนวย้อนยุคนิดๆ เสียงที่ได้ในส่วนของดนตรีที่เป็นจังหวะ ก็มีหัวเบสที่คมพอประมาณ จังหวะที่เบสลากลงลึกตัว Subwoofer ก็ให้เสียงเบสที่แผ่ลงลึกได้ดี เสียงร้องมีความชัดประมาณนึงแต่ก็จะติดนวลๆ ตามสไตล์ของลำโพงรุ่นนี้ เรียกว่าให้เสียงที่ออกฟังสบายเช่นกันแต่ก็ยังคงมีความสนุกให้สัมผัสได้อยู่
อีกเพลงกับนักร้องเสียงหล่ออย่าง Crazy Little Thing Called Love เวอร์ชั่น Michael Buble เพลงนี้จะออกแนว Pop Jazz สนุกๆ พวกเสียงคีย์บอร์ด เสียงเครื่องเป่า มีรายละเอียดเสียงที่ดีในระดับหนึ่ง เสียงร้องเด่นชัดติดนวลตามสไตล์ เสียงหัวเบสมีความคมพอประมาณ โดยรวมให้เสียงที่ฟังสนุกเต้นตามได้แต่ก็ยังคงออกแนวติดนวลฟังสบายอีกเช่นเดียวกัน
สรุปเรื่องเสียง ของ Polk MagniFi 2 ให้เสียงโดยรวมที่ออกแนวนุ่มนวล เสียงกลางเด่นพอประมาณ หัวเบสมีความคมในระดับหนึ่ง เสียงเบสมีมวลที่ใหญ่แผ่ลงลึก ฟังเพลงก็ได้ ดูหนังก็ดี ใครที่ชอบเสียงนวลๆ ฟังสบายๆ ได้ยาวๆ น่าจะชอบ Polk MagniFi 2 เครื่องนี้ครับ
แนะนำเพิ่มเติม
ค่าเริ่มต้นที่ได้อาจให้เสียงเบสมาในระดับที่ดังพอสมควร แนะนำให้ปรับลำโพง Subwoofer ลดลงสักประมาณ ลบ 2-3 จะให้เบสในระดับที่พอดีๆ รวมถึงถ้าเกิดใครรู้สึกว่าเวลาดูหนังฟังเพลงเสียงพูดยังไม่ชัดหรือไม่ใส ก็แนะนำให้ปรับ Voice Adjust เพิ่มไปสักที่ระดับ 3 ก็จะทำให้สมดุลเสียงโดยรวมออกมาดีขึ้น
Conclusion – สรุป
Polk MagniFi 2 เป็นลำโพง Soundbar ที่มีเสียงนุ่มนวลฟังสบาย เบสหนักลงลึกประมาณนึง ฟังเพลงก็ได้ ดูหนังก็ดี รองรับเสียงจาก 2 ค่ายหลักทั้ง Dolby Audio กับ DTS มาพร้อม HDMI In 3 ช่องเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้หลากหลาย HDMI Out รองรับ ARC มีฟีเจอร์ Google Chrome Cast ส่งเพลงจากมือถือไปเล่นบน Soundbar ได้ แถมยังใช้งานร่วมกับ Google Assistant ได้ด้วย ถือเป็นอีกหนึ่ง Soundbar ที่ให้คุณภาพเสียงที่ดี ฟีเจอร์แน่น รองรับการใช้งานได้อย่างหลากหลายเลยครับ
ข้อดี
- รองรับเสียงจากทั้ง 2 ค่ายหลัก Dolby Audio กับ DTS ทำให้สามารถเล่นคอนเทนต์ต่างๆ ได้อย่างครอบคลุม
- มี HDMI In มาให้ถึง 3 ช่อง เชื่อมต่ออุปกรณ์หลายเครื่องได้สะดวกสบาย
- มีฟีเจอร์ Voice Adjust ปรับ เพิ่ม/ลด ความดังของเสียงพูดได้
ข้อสังเกต
- ไฟสถานะตัวเครื่องอาจทำความเข้าใจยากสักเล็กน้อย
- รีโมทเป็นปุ่มยางกดยากเล็กน้อย แต่ก็ได้ความสวยงามกับความทนทานมาแทน
- ตัวลำโพงรองรับการใช้งานร่วมกับลำโพง Surround SR2 แต่ในไทยไม่ได้นำเข้ามาจำหน่ายจึงไม่สามารถอัปเกรดตรงจุดนี้ได้
มาตรฐานคะแนนปี 2022