รีวิว Polk Signa Solo ซาวด์บาร์ที่เน้นคุ้มค่า ไม่ต้องพึ่งซับวูฟเฟอร์แยกชิ้นก็กระหึ่มได้


อ่านประกาศรางวัลคลิกที่ภาพได้เลยครับ
Signa Solo เป็นลำโพง Sound Bar จากแบรนด์ Polk Audio ที่จะมามอบประสบการณ์การใช้งานในระดับโฮมเธียเตอร์ชั้นเยื่ยม และยังเป็น Sound Bar อีกหนึ่งรุ่นที่ไม่ได้มีการแยกตัวลำโพงซับวูฟเฟอร์ออกมาจากตัวของ Sound Bar ทำให้มันน่าจะเหมาะกับท่านที่มีพื้นที่ใช้สอยที่ค่อนข้างจำกัดมิใช้น้อย ซึ่งช่วงที่ผ่านมา Sound Bar หลายๆ ตัวจะเน้นไปที่ซับวูฟเฟอร์แบบแยกชิ้นกันเป็นซะส่วนใหญ่ ด้วยการที่ใช้คำว่า “Solo” ต่อท้ายคำว่า “Signa” ทำให้รู้สึกว่ามันเป็นลำโพงที่สามารถให้ความบันเทิงกับเราได้ด้วยตัวของมันเองเพียงแค่ชิ้นเดียวเท่านั้น

โดยตัวของเจ้า Signa Solo นั้นยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Polk Voice Adjust ที่ช่วยให้เราสามารถปรับแต่งเสียงสนทนาให้มีความชัดเจนและคมชัดได้ตามต้องการ พร้อมทั้งยังมีเทคโนโลยี SDA Digital Surround ที่ช่วยทำให้มิติของเสียงมีความลึกตื้นมากยิ่งขึ้นอีกด้วยนะ ซึ่งทาง Polk Audio เองก็ได้บอกไว้ว่ามันจะมาช่วยเติมเต็มให้ทีวีของท่านมีเสียงเบสที่หนักหน่วงเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าเลยนะ แหม่… จะจริงอย่างที่ได้โม้ไว้รึป่าวเดี๋ยวเราคงจะได้ไปลองฟังกัน

สำหรับรายละเอียดคร่าวๆ ของ Sound Bar จะมีดังนี้
– ขนาดของบอดี้จะอยู่ที่ 3.54″ (สูง) X 39″ (กว้าง) X 3.91″ (ลึก)
– ไดร์เวอร์เป็นแบบ full-range ขนาด 2.5″ จำนวน 4 ไดร์เวอร์
– ไดร์เวอร์สามารถตอบสนองความถี่ได้ในช่วง 50Hz ไปจนถึง 20Khz
Design – การออกแบบ
ในส่วนของงานดีไซน์ที่อยู่บนตัวของ Signa Solo นั้นไม่ได้หวือหวาอะไร เพราะเข้าใจว่าทาง Polk Audio น่าจะเน้นที่ฟังก์ชันการใช้งานเป็นหลัก แต่ทาง Polk Audio ก็ยังคงความสไตล์คลาสสิคเอาไว้ให้คล้ายคลึงกับลำโพง Sound Bar รุ่นแรกๆ ที่นิยมทำออกมาเป็นแท่งลำโพงเรียบๆ แต่ต้องขอบอกไว้ก่อนว่าอย่าพึ่งตัดสินที่หน้าตาของมันกันนะ

หน้าตาของกล่องที่บรรจุตัวของ Signa Solo จะมีหน้าตาเรียบๆ เน้นเป็นมิตรกับธรรมชาติ แต่ที่ด้านข้างของกล่องจะมีการสกรีนฟีเจอร์เด่นเอาไว้ เพื่อให้เราดูได้คร่าวๆ ก่อนที่จะตัดสินใจเป็นเจ้าของนั่นเอง

มุมมองด้านหน้าของ Sound Bar จะดูเข้มๆ กันสักเล็กน้อย เนื่องจากที่บริเวณด้านหน้าจะใช้หน้ากากลำโพงที่ทำจากวัสดุอลูมิเนียมสีดำครอบด้านหน้าทั้งหมด จากในภาพจะมีเพียงแค่โลโก้ของ “Polk” ที่เด่นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

มุมมองด้านข้างของเจ้า Polk Signa Solo ก็สวยงามมิใช่น้อย

ตัวโลโก้ของ “Polk” ก็จะถูกปั้มติดเข้าไปกับหน้ากากอลูมิเนียม ทั้งนี้ที่หน้ากากด้านหน้าก็จะมีการเล่นลวดลายเว้านูนที่ตะแกรงด้านหน้าด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ตัวลำโพง Sound Bar มีความสูงมากถึง 3.54 นิ้ว ถ้าหากต้องการใช้งานแบบตั้งโต๊ะ อาจจะต้องคำนวณความสูงของขาตั้งทีวีให้ดีมิเช่นนั้นมันอาจจะไปบดบังหน้าจอทีวีของเราได้

ขยับมาที่ด้านหลังจะเห็นว่ามีการเจาะท่อที่เอาไว้สำหรับระบายลมเบสไว้ที่ด้านหลังทั้งสองข้าง โดยมีการทำพื้นผิวโค้งเว้าเอาไว้เผื่อเวลาที่เราต้องการแขวนกับผนังก็จะไม่ไปบดบังช่องลมดังกล่าว

ในส่วนของหน้าตารีโมทคอนโทรลจะมีขนาดเล็กเหมือนแบรนด์ดังส่วนใหญ่ แต่ว่าปุ่มควบคุมต่างๆ นั้นให้มาแบบจัดเต็มจริงๆ

ฟังก์ชัน และปุ่มควบคุมต่างๆ ที่อยู่บนรีโมทคอนโทรลถือว่าเยอะเกินตัว

ทั้งนี้ที่บริเวณด้านบนของตัว Sound Bar ก็ได้รับการติดตั้งปุ่มควบคุมต่างๆ มาไว้ให้ได้ใช้งานด้วย
โดยปุ่มต่างๆ นั้นจะประกอบด้วย
1. ปุ่ม Power สำหรับ เปิด/ปิด ตัวลำโพง
2. ปุ่มสำหรับเชื่อมต่อ Bluetooth กับอุปกรณ์ Smart Device อื่นๆ
3. ปุ่มสำหรับเลือก Input เสียงที่จะมาออกที่ตัว Sound Bar
4. ปุ่มสำหรับลดระดับความดังของเสียง
5. ปุ่มสำหรับเพิ่มระดับความดังของเสียง

การเชื่อมต่อไร้สายจะรองรับการเชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth เท่านั้น ไม่รองรับการเชื่อมต่อสัญญาณ Wi-Fi นะจ๊ะ

ในส่วนของช่องต่อแอบเสียดายเล็กน้อยที่ไม่มีช่องต่อ HDMI มาให้ด้วยความที่เป็นรุ่นประหยัด แต่ก็ยังมีพอร์ต AUX 3.5 มิลลิเมตร และ Optical มาให้นะ
Sound – เสียง
หลังจากที่ได้ไปไล่ดูในส่วนของหน้าตาดีไซน์ของเจ้า Polk Signa Solo กันไปแล้ว ทีนี้จะขอพาคุณผู้อ่านทุกท่านมาไล่ดูกันที่ส่วนของการใช้งานจริงกันบ้าง หลายๆ ท่านอาจจะอยากรู้กันแล้วว่าเสียงของมันจะเป็นอย่างไร

เริ่มจากการจัดตัวของลำโพง Sound Bar ให้เข้าที่เข้าทางกันก่อน ซึ่งส่วนนี้จะขออนุญาตเปิดเจ้าลำโพงเบิร์นทิ้งไว้ให้ไดร์เวอร์เข้าที่เข้าทางกันสักเล็กน้อย
คลิ๊กฟังเสียงคร่าวๆ จากวีดีโอด้านบนได้เลยจ้า

ว่าแล้วเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า สำหรับภาพยนตร์ KINGMAN: THE GOLDEN CIRCLE เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผมดูแล้วค่อนข้างชอบมากๆ เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้นอกจากจะบู้แอคชั่นแล้ว ก็ยังมีฉากฮาๆ ปล่อยมุขให้เราได้ขำกันอยู่บ้าง
สำหรับการรับชมภาพยนตร์ได้ลองใช้งานเป็นโหมดเสียง “ภาพยนตร์” ซึ่งจากทีได้ลองเปิดไล่เทียบกับโหมดเสียงอื่นๆ แล้วที่โหมดนี้จะให้เสียงกลางและเสียงที่ออกไปทางเสียงแหลมได้ดีที่สุด ในส่วนของเสียงกลางต่ำหรือเสียงเบสนั้นจะกระหึ่มอยู่พื้นหลัง โดยจุดสังเกตของการใช้งานในโหมดภาพยนตร์จะรู้สึกว่าเสียงปลายมันจะติดมนๆ อั้นๆ สักเล็กน้อย
และส่วนที่เป็นเสียงเบสถึงแม้ว่าตัว Sound Bar จะไม่มีลำโพงซับวูฟเฟอร์ติดตั้งมาให้อย่างจริงจัง แต่เพียงแค่ลำโพง full-range ขนาด 2.5 นิ้ว ที่ติดตั้งมาภายในตู้ลำโพงก็เพียงพอที่จะสั่นเขย่านำพาคลื่นเสียงในย่านความถี่ต่ำให้ออกมาเปล่งประกายผ่านทางท่อเบสที่อยู่ทางด้านหลังของตู้ลำโพงได้อยู่นะ

มาต่อกันที่การเล่นเกมส์กันบ้าง โดยการทดสอบนี้ได้ใช้เกมส์ DRAGON BALL FighterZ ที่ใช้การเล่นผ่านเครื่อง PlayStation 4 Pro มาใช้ในการทดสอบความเฟี้ยวฟ้าวของเจ้า Signa Solo
สำหรับโหมดเสียงที่ใช้ในการทดสอบจะเป็น “โหมดเกมส์” หากเทียบกับ “โหมดภาพยนตร์” แล้วจะรู้สึกว่าที่โหมดนี้จะให้เสียงที่เปิดกว่าเล็กน้อย ทำให้การเล่นเกมรู้สึกว่าเอฟเฟคต่างๆ มีความโดดเด่นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

อ้อ! ลืมบอกไปว่าทั้งการเล่นเพลงและรับชมภาพยนตร์นั้นล้วนใช้การเชื่อมต่อผ่านทางสาย Optiocal ทั้งหมด ซึ่งก็น่าจะทำให้เราได้รับฟังคุณภาพเสียงที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
โดยกระผมได้เปิดฟังเพลงและมิวสิควีดีโอผ่านทาง YouTube เมื่อเปลี่ยนมาใช้ “โหมดเพลง” เพื่อให้เข้ากับการรับชมทำให้พบว่าที่โหมดการรับฟังดังกล่าวจะรู้สึกได้เลยว่าเสียงมีความโปร่งและปลายเสียงมีความสดใสมากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับโหมดอื่นๆ รู้สึกว่าฟังแล้วสนุก (จัดว่าดี)

สุดท้ายนี้ต้องขอจบการทดสอบการฟังเพลงด้วยการเชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth โดยใช้แอพพลิเคชันของ Spotify ที่หลายๆ ท่านในที่นี้น่าจะใช้งานกันอยู่
ซึ่งกระผมได้ใช้ “โหมดเพลง” เหมือนกัน ซึ่งก็พบว่าการรับฟังจะมีเสียงที่แตกต่างจากเดิมออกไปเล็กน้อย จากที่สังเกตได้คือเสียงปลายจะติดมนๆ จากเดิมอยู่พอสมควร ซึ่งก็จะเป็นข้อจำกัดของการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth แต่ถ้าเป็นไปได้ขอแนะนำให้เชื่อมต่อผ่านทางสายสัญญาณ Optical จะดีที่สุด และด้วยการเชื่อมต่อดังกล่าวจะรองรับระบบเสียงสูงสุดที่ Dolby Digital เท่านั้น
Conclusion – สรุป
Polk Signa Solo มาพร้อมกับราคาน่ารักๆ สามารถจับต้องได้ และมีความสามารถที่จะมาช่วยเติมเต็มให้กับทีวีของท่านมีเสียงที่ดีขึ้นและเสียงเบสมีความหนักแน่นมากขึ้นถึง 10 เท่า ด้วยไดร์เวอร์แบบ full-range array และท่อเบสด้านหลังที่ทำให้เสียงเบสมีความลึกตื้น

นอกจาก Polk Signa Solo จะมาพร้อมกับราคาประหยัดแล้ว บนตัวของมันเองก็ยังรองรับฟังก์ชันเสริมต่างๆ มาให้เราได้เลือกใช้งานค่อนข้างเยอะพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการปรับเพิ่มลดระดับความดังของเสียงกลางต่ำ รวมทั้งการปรับเพิ่มลดระดับความดังของเสียงเบสแยกได้ ก็นับว่าเป็น Sound Bar อีกหนึ่งตัวที่น่าเล่นและเหมาะกับการใช้งานกับที่ๆ มีพื้นที่ค่อนข้างจะจำกัด เพราะว่าตัวมันเองนั้นไม่มีตู้ลำโพงซับวูฟเฟอร์แยกชิ้น

Polk Signa Solo
ราคา 7,900 บาท
ข้อดี
– มาพร้อมกับดีไซน์เรียบๆ ชิ้นเดียวจบ ใช้งานได้ทั้งแบบตั้งโต๊ะ และยึดติดกับผนัง
– รองรับ Dolby Audio ช่วยให้สามารถรับชมภาพยนตร์ได้เสียงที่เต็มอิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งก็รองรับกับระบบเสียงของแอพฯ Netflix ด้วย
ข้อเสีย
– ฟังก์ชัน VoiceAdjust จะถูกติดตั้งมากับตัวลำโพงตั้งแต่แรก จึงทำให้รู้สึกว่าเสียงกลางมันดูทึบๆ มนๆ ไปหมด ถ้าหากใครที่ชื่นชอบการรับฟังเสียงแบบโปร่งๆ ใสๆ แนะนำให้ใช้เป็น “โหมดเพลง” และค่อยๆ ปรับลดเสียงเบสเอาตามใจชอบ – ตัวบอดี้ของลำโพงค่อนข้างหนาหากนำไปใช้กับทีวีจะต้องคำนวณความสูงของทีวีให้ดี เพราะว่าอาจจะไปบังหน้าจอและช่องรับสัญญาณอินฟาเรดได้